Categories
04-Apr 2024 Europe

ทัวร์กรีซ

logo-freedoka

Greece

เอเธนส์ • เกาะซานโตรินี • เกาะ Mykonos

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริปกรีซ
  • Meteora
  • ปราสาทโยอานนีนา
  • ชมหาด Navagio
  • อะโครโพลิส
  • มหาวิหารพาเธนอน
  • เกาะซานโตรินี
  • หมู่บ้านเอีย
  • เกาะ Mykonos
  • Mykonos Famous Windmill
  • จัตุรัสซินตักมา
short brief
สรุปย่อทัวร์กรีซ

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรรภูมิ
วันที่ 2 | ถึงเมืองเอเธนส์ ไปเมือง Kalampaka เยี่ยมชม Meteora ไปเมือง Ioannina (โยอานนีนา) ชมปราสาทโยอานนีนา
วันที่ 3 | ไปยังเมือง Lefkada เที่ยวชมเมือง เดินชมหมู่บ้าน Karya
วันที่ 4 | ไปยังเมือง Kyllini ชมหาด Navagio
วันที่ 5 | เดินทางกลับ Athens ชม อะโครโพลิส ชมมหาวิหารพาเธนอน เดินเล่นย่าน Plaka
วันที่ 6 | เดินทางไปซาโตรินีโดยเรือเฟอรี่
วันที่ 7 | ไปหมู่บ้านฟีร่า ชมหมู่บ้านเอีย เย็นๆไปจุดชมพระอาทิตย์ตก
วันที่ 8 | นั่งเรือเพื่อไปยังเกาะ Mykonos เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 9 | ชมเมืองเก่ามิโคนอส ชม Little Venice ชมกังหันลม 5 หลัง Mykonos Famous Windmill
วันที่ 10 | เรือเฟอรี่ไปยังเอเธนส์
วันที่ 11 | ชมจัตุรัสซินตักมา อิสระ ถึงเวลาไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ
วันที่ 12 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริปกรีซ

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 139,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป กรีซ ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

17.30 น. พบกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอิน
สายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR835 ออกเดินทางเวลา 20.00-23.00 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา เดินทางต่อสู่เอเธนส์ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR211 เวลา 01.50 น.

Day 2

Athens • Kalampaka • Meteora • Ioannina Castle

06.40 น. เดินทางถึงสนามบินเอเธนส์ เดินทางไปเมือง Kalampaka เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในประเทศกรีซ เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Meteora อารามลอยฟ้าแห่งกรีซ ซึ่งเป็นแอ่งเนินหินปูนที่สูงขึ้นจากพื้นดินและมีวัดสร้างขึ้นบนยอดเนินหินชั้นสอง นับแต่ศตวรรษที่ 14-16 จนถึงปัจจุบัน สถานที่เหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม และถูกจัดอันดับเป็นมรดกโลกของยูเนสโก

เยี่ยมชม Meteora หนึ่งในสถานที่พิเศษสุดและไม่เหมือนใคร ป่าหิน Meteora เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่น่าประทับใจ ชม Meteora Klöster วัดหรือสำนักสงฆ์ ตั้งอยู่บนยอดเขาหิน โดยยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทั้งทางศาสนาและความสำคัญของธรรมชาติ

เดินทางไปเมือง Ioannina ชมปราสาทโยอานนีนา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 482 โดยมีราชวงศ์ของผู้ปกครองในช่วงนั้นคือราชวงศ์ของสลลาฮุดีน ปราสาทนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงอันหนาแน่นและมีลักษณะเป็นพื้นที่ป้องกันที่เหมาะสม ปราสาทมีกำแพงกั้นรอบทั้งหมด ปราสาทโยอานนีนาเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมปราสาทยุโรปในสมัยนั้น ปราสาทมีส่วนผสมผสานของสไตล์บิซันตีน และสไตล์ออทโตกอน

พักที่เมือง Ioannina

Day 3

Lefkada • City Tour • Castle of Agia Mavra • Karya

เดินทางไปยังเมือง Lefkada (ประมาณ 4.30 ชม.) เมืองเก่าที่รายล้อมด้วยถนนในย่านช้อปปิ้ง และสถานที่เที่ยวมากมาย

ชมเมืองและเดินเล่นรอบๆ ชื่นชมสถาปัตยกรรมแบบเวนิสโบราณ ชมโบสถ์ Pantokratoras , และเยี่ยมชม Monastery of Panagia Faneromeny Lefkada Town

ชม Castle of Agia Mavra ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยผู้ครองแถบของซานตามาอูราเนี่ยน ออร์ซินี (John Orsini) เพื่อใช้เป็นป้อมปราการ ป้องกันเกาะนี้จากการปกครองของโจรสลัดและการบุกโจมตี ปราสาทตั้งอยู่บนที่ดินแคบๆที่เชื่อมระหว่างเกาะเลฟคาดากับดินแดนใหญ่ของกรีซ ทำให้สามารถควบคุมเส้นทางทะเลได้ มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสไตล์บีซันตีน สไตล์เวเนเซียน และ สไตล์ออตโตมัน

เดินชมหมู่บ้าน Karya มีชื่อเสียงในด้านงานปักลูกไม้คุณภาพ ซึ่งเลียนแบบลูกไม้ลายดั้งเดิม ชมหมู่บ้าน Eglouvi เป็นหนึ่งในหมู่บ้านบนภูเขาที่สวยที่สุดของ Lefkada และมีสถาปัตยกรรมดั้งเดิมหมู่บ้านมีผู้อาศัยอยู่ประมาณ 180 คนซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่รู้จักกันดีในการผลิตถั่วเลนทิล

คืนนี้พักที่เมือง Lefkada

Day 4

Kyllini • Navagio

ออกเดินทางไปยังเมือง Kyllini จากนั้นไปยังท่าเรือเฟอรี่ เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะ Zakynthos (เดินทางประมาณ 1.30 ชม)

ชมหาด Navagio หรือที่รู้จักกันในชื่อ Shipwreck Beach หาดชื่อดังที่สุดของเกาะซาคินทอส ล้อมรอบด้วยหน้าผาสีขาวสูงชันหาดทรายขาวดุจไข่มุก น้ำทะเลสีฟ้า หาดทรายสีขาว และซากเรืออัปปางที่เกยตื้นอยู่บนชายหาด ที่นี่ถูกล้อมรอบไปด้วยเกาะและหน้าผาสูงชัน ชายหาดนี้ยังได้ชื่อว่าสวยจนติดอันดับโลก

พักที่เมือง Zakynthos

Day 5

Zakynthos • Athens • ACROPOLIS • PARTHENON • PLAKA

เดินทางกลับ Athens

ชม อะโครโพลิส (Acropolis) ป้อมปราการหรือเมืองบนเทือกเขาสูงมีสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่

ชมมหาวิหารพาเธนอน (Parthenon) เป็นวิหารที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงในด้านความงดงาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญาและความรอบรู้ เเละวิหารอิเรคทีออน มีรูปปั้นเทพี 6 นาง ที่ทำหน้าที่เป็นเสาใช้ศีรษะค้ำยันหลังคาซึ่งมีชื่อเรียกว่า คารีอาทีด แต่รูปปั้นบนระเบียงที่ทุกท่านเห็นเป็นเพียงแบบจำลองจากของเดิมเท่านั้น ของจริงจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์อะโครโพลิส

ไปยังย่าน Plaka เป็นย่านตลาดเก่าแก่ที่สุดของกรุงเอเธนส์ ได้รับการปิดการจราจรด้วยรถยนต์ มีเพียงรถจักรยานยนต์ หรือ รถการส่งมอบสินค้าเท่านั้น ครั้งหนึ่งเป็นย่านไนท์คลับ แต่ได้ปิดตัวลงเมื่อรัฐบาลออกกฎหมาย ทำให้มีร้านค้ามากมาย ทั้งสินค้าแบรนด์เนม และร้านค้าริมทางเดิน ร้านเครื่องประดับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมาย

พักที่เมือง Athens

Day 6

Zakynthos • Athens • Santorini

เดินทางไปยังเกาะซานโตรินีโดยเรือเฟอรี่

เกาะแห่งนี้มีขนาดเล็กโดยมีความยาวเพียง 18 กม. มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอันดับ 1 ในหมู่เกาะคิคลาดีส (Cyclades) มีชาวกรีกอาศัยอยู่บนเกาะเพียงหมื่นกว่าคน งดงาม โรแมนติก ด้วยกลุ่มบ้านเรือนทรงกระบอกสีขาวสะอาดตา ยอดโบสถ์ทรงโดมรายล้อมรอบด้วยสีฟ้าสดจากทุกทิศประตูหน้าต่าง งดงามดั่งภาพในโปสการ์ดท่องเที่ยว

พักที่เมือง Santorini

Day 7

Fira • Oia • View Point

เดินทางไป หมู่บ้านฟีร่า เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดบนเกาะ Santorini ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงจากทะเล 250 เมตร จุดนี้เราจะมองเห็นเรือ Ferry ขนาดใหญ่ เข้าจอดเทียบท่าและมองเห็นวิวพาโนราม่าของทะเลเมดิเตอเรเนียนได้อย่างสุดลูกหูลูกตา มีเวลาอิสระให้ท่านเดินเล่น ดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าสีคราม

ชมหมู่บ้านเอีย (Oia) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของซานโตรินี่ ชาวบ้านในเมืองนี้มักสร้างบ้านทรงกลมสีขาว หลังคาเป็นรูปโดมทาด้วยสีน้ำเงินเข้ม และบ้านที่มีโครงไม้เหมือนกังหันลมติดอยู่ที่ตัวบ้าน ซึ่งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ถือเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเมืองนี้ เดินเล่นลัดเลาะตามตรอกซอกซอยน้อยใหญ่

ไปยังจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดระดับโลก ฉากหน้าเป็นเมืองเอียอันแสนโรแมนติกอันคุ้นตา แต่งแต้มด้วยสีชมพูพาสเทลหวานจับใจ รอคอยตะวันตกลงสู่ทะเลอีเจี้ยน ดังภาพวาดอันยิ่งใหญ่ที่ได้มาเห็นด้วยตาตนเอง

พักที่เมือง Santorini

Day 8

Ferry to Mykonos • City Tour

ไปยังท่าเรือเพื่อไปยังเกาะ Mykonos โดยเรือ Speed Ferry SEAJETS สู่เกาะมิโคนอส เกาะที่อยู่ในกลุ่มเกาะ Cyclades ในตอนกลางของกลุ่มหมู่เกาะกรีซ

เดินเล่นชมเมือง Mykonos ลัดเลาะซอกซอยเล็กๆ ถ่ายรูปกับบ้านเรือนขาวตัดฟ้า และร้านเก๋ๆ ริมทาง รวมถึงเลือกซื้อของฝากน่ารักๆ ฝากคนที่คุณคิดถึง ที่มิโคนอสมีเอกลักษณ์ คือ ตรอกเล็กตรอกน้อย แต่ละบ้านก็มีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ที่นี่จึงเดินซอกซอนตามซอยได้แบบไม่รู้เบื่อ รวมถึงช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง หรือจะนั่งดื่มคอกเทลชิวๆ

พักที่เมือง Mykonos

Day 9

Mykonos Old Town • Little Venice • Mykonos Famous Windmill

ชมเมืองเก่ามิโคนอส เอกลักษณ์อาคารบ้านเรือนทาสีขาวสะอาด ตัดกับประตูหน้าต่างที่ทาสีฟ้าสด และโบสถ์ที่ทาสีหลังคาโดมโค้งด้วยสีแดงจัด ในช่วงแสงอาทิตย์สีอ่อนๆ กำลังพาดผ่านประตูสีฟ้าและผนังบ้านสีขาว

ชม Little Venice คล้ายกับที่เมืองเวนิซ อิตาลี เดินเที่ยวคอร่า (Chora) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเกาะ ประกอบไปด้วยร้านค้าและบ้านเรือนมากมายซึ่งเชื่อมกันด้วยทางเดินแคบๆ บางช่วงให้เฉพาะคนเดินเท่านั้น

สะดุดตากับ กังหันลม 5 หลัง Mykonos Famous Windmill ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะนี้อันโดดเด่นให้คนทั่วทุกมุมโลกได้จดจำ

พักที่เมือง Mykonos

Day 10

Ferry to Athens

เดินทางกลับสู่เอเธนส์ โดยเรือ highspeed feery เอเธนส์ เป็นเมืองหลวงของประเทศกรีซ และยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศ ใช้ชื่อตามพระเจ้าอะธีนาในปุราณวิทยา เป็นหนี่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในช่วงระยะเวลามากกว่า 3,400 ปี และมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ประมาณช่วงสหัสวรรษที่ 11 และ 7 ก่อนคริสตกาล

พักที่เมือง Athens

Day 11

Syntagma Square • Airport

ชมจัตุรัสซินตักมา (Syntagma Square) เป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการรัฐบาลและอาคารรัฐสภาซึ่งสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวรูปเกือกม้า สร้างโดยจักรพรรดิเฮรอด อัตติคุส ในบริเวณนี้ทุกๆ ชั่วโมงจะมีการเปลี่ยนการ์ดทหารกรีกบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมชื่นชม จากนั้นแวะเดินเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

เดินทางไปยังสนามบิน ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบิน QR208 19.40-00.05 โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา ต่อด้วย QR836 02.15-13.10

Day 12

Bangkok

13.10 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
04-Apr 10-Oct 12-Dec 2024 Africa

ทัวร์โมรอคโค

MOROCCO

Casablanca •  Rabat • Chefchaouen •  Fez • Makhzen • ทะเลทรายซาฮาร่า • Merzouga • Ouarzazate • Atlas • Saadian Tombs • Bahia Palace • Koutoubia Mosque • Ali ben Youssef Medersa

วันที่จัดทริป

3 – 13 พฤษภาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริปโมรอคโค
  • ศิลปะแขกมัวร์อันโด่งดัง
  • Hassan II Mosque ใหญ่อันดับ 5 ของโลก
  • Hassan Tower และสุสานกษัตริย์
  • คุมโทนด้วยสีฟ้าหลายเฉดที่เมือง Chefchaoune
  • Medina of Fes ตลาดโบราณในเมืองหมื่นตรอก
  • ประสบการณ์พักที่ Desert camp ที่ Sahara Desert
  • Marrakech สัมผัสวัฒนธรรมอย่างผสมผสาน
short brief
สรุปย่อทัวร์โมรอคโค

วันที่ 1 |สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Casablanca • สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 • Rabat • Kasbah of the Oudayas • Mohammed V Mausoleum and Hassan Tower
วันที่ 3 | Chefchaouen • Plaza Uta el-Hammam • Kasbah
วันที่ 4 | ช่วงเช้า Chefchaouen • Volubilis • Fes
วันที่ 5 | Madarsa Bou Inania • ชม Kairaouine Mosque & University • ชม Chouara Tannery • Dar El-Makhzen Palace ชมและช้อปในเมืองเก่า Old Medina
วันที่ 6 | เดินทางเข้าสู่ Merzuga • ทะเลทรายซาฮาร่า
วันที่ 7 | ชม Fossil Museum • ช่องเขา Todra Gorge • ไปเมือง Ouarzazate
วันที่ 8 | เดินทางไปเมือง Ait banhatduo • เทือกเขา Atlas • แวะเยี่ยมชม Menara Gardens เดินทางสู่เมือง Marakesh • เดินเล่น Rahba Kedima Square และ Jama El Fna Square
วันที่ 9 | ประตูเมือง Bab Agnaou • Saadian Tombs • อาคาร Bahia Palace 7 มัสยิดKoutoubia Mosque • เยี่ยมชม Ali ben Youssef Madrasa
วันที่ 10 | เดินทางสู่เมืองคาซาบลังกา ไปสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ
วันที่ 11 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 69,900 บาท
  • พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 16,000 บาท

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าวีซ่า
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ค่าเครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปโมรอคโคที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ • คาซาบลังก้า

Day 1

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรรภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Emirate Airlines เที่ยวบินที่ EK385 01.15-04.45 เปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ จากนั้นต่อด้วย EK751 07.30-12.55

Day 2

Casablanca • Rabat

12.55 ถึงสนามบินนานาชาติโมฮัมเหม็ดที่ 5 แห่งเมืองคาซาบลังกา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันออกของประเทศ เมืองคาซาบลังกายังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมร็อกโก โดยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ

ชม สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (ถ่ายรูปด้านนอก) สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1993 ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโก สุเหร่ามีขนาดใหญ่มาก จุคนได้ราว 25,000 คน เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโก จัดลำดับเป็นสุเหร่าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในคาซาบลังกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

เดินทางสู่เมือง Rabat เมืองหลวงของประเทศโมรอคโค ถูกสถาปนาขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองในช่วงปี 1912 แทนที่เมืองเฟสเนื่องจากเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงในเมืองเฟส

ชม Oudaya Kasbah ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ป้อมอูดายานี้สร้างขึ้นโดยสเปนเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมร็อกโก บริเวณด้านในมีสวนดอกไม้และชุมชนชาวเมือง (Metina) และบ้านเรือนส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยสีฟ้า-ขาว

ชม Mohamed V Mausoleum and Hassan Tower สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งประจำเมือง Rabat ภายในเป็นสุสานที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ Hassan II และเจ้าชาย Abdallah ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมประจำราชวงศ์ Alaouite ที่เป็นอาคารสีขาว และมีหลังคาสีเขียว ซึ่งสีเขียวนั้นถือว่าเป็นสีประจำศาสนาอิสลามอีกด้วย ด้านหน้าของสุสาน

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Rabat

Day 3

Chefchaouen • Plaza Uta el-Hammam • Kasbah

ไปเมือง Chefchaouen เมืองเก่าแก่ขนาดเล็ก เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองเชฟชาอูน คือ บ้านเรือนสีฟ้าและสีขาวที่รายล้อมอยู่โดยรอบ

Chefchaouen เป็นเมืองเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1471 รวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบันก็ราว ๆ 547 ปี แล้ว เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ Moulay Ali ibn Rashid al-Alami ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นป้อมปราการในการต่อสู้กับโปรตุเกสที่เข้ามารุกรานโมร็อกโกทางเหนือ โดยหลังจากการรุกรานครั้งนั้นก็มีชาวมอริสคอส (Moriscos) และชาวยิว (Jew) ตั้งรกรากอยู่ที่เมืองแห่งนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ชมจัตุรัสอูตา เอล ฮัมมัม (Plaza Uta el-Hammam) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเชฟชาอูน จัตุรัสแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยอาคารสีฟ้าสดใส ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย ที่นี่เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน ชมวิวผู้คน และถ่ายรูปกับอาคารสีฟ้า

Kasbah ป้อมปราการเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุและงานศิลปะ ป้อมปราการประกอบด้วยกำแพงสูง หอคอย และประตู ตลอดจนมัสยิดและอดีตพระราชวัง ได้รับการบูรณะใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงโบราณวัตถุและงานศิลปะจากภูมิภาค รวมถึงเครื่องประดับ อาวุธ และเครื่องปั้นดินเผา พิพิธภัณฑ์ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของ Chefchaouen และ Kasbah

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Chefchaouen

Day 4

Chefchaouen • Volubilis • Fes

เดินเล่นชมเมือง Chefchaouen กันที่ Old Medina ตามอัธยาศัย แวะหามุมแปลกถ่ายรูปรวมถุงช้อปปิ้งจะจ่ายสินค้าพื้นเมืองราคาย่อมเยาสีสันสดใสได้จากที่นี่

เดินทางไป Volubilis เมืองเกษตรกรรมโรมันโบราณที่อยู่ในโมร็อกโก และเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี 1997 เชื่อกันว่าเมืองนี้สร้างขึ้นประมาณ 300 ปีก่อนครัสตกาล ก่อนจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 18 ทำให้เหลือเพียงซากปรักหักพังให้ได้ชมกัน

เดินทางไป Fes เมืองมรดกโลกอันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศโมร็อกโก และยังเคยเป็นเมืองหลวงของโมร็อกโกเมื่อปี ค.ศ.1925 สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ อิดริส (Idrisid Dynasty) โดยสุลต่าน โมเลย์ อิดริส ที่ 1 (Moulay Idriss I) ในปัจจุบันเมืองเฟซได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมยุคเก่าในโมร็อกโก และเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรม

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Fes

Day 5

Madarsa Bou Inania • Kairaouine Mosque & University • Chouara Tannery • Darel • Old Medina

ชม Madarsa Bou Inania เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่สร้างขึ้นราวปี 1351 คำว่า Bou Inania ซึ่งเป็นชื่อของโรงเรียนสอนศาสนานั้นมาจากชื่อของสุลต่าน Abou Inan นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาไม่กี่แห่งที่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามได้เข้าไปเยือนอีกด้วย

ชม Kairaouine Mosque & University พื้นที่ที่มีทั้งมัสยิดและมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกในประเทศโมร็อกโก ได้ดำเนินการเปิดสอนศาสนาอิสลามมาอย่างยาวนาน ทำให้เป็นมหาวิทยาลัยทางศาสนาอิสลมที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดในโลก

ชม Chouara Tannery เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องหนังมาก ใครมาเยือนก็จะต้องซื้อหาเครื่องหนังติดมือไปเป็นของฝาก สาเหตุที่เมืองแห่งนี้โด่งดังในเรื่องเครื่องหนังเนื่องจากกรรมวิธีในการฟอกหนังนั้นทำด้วยมือทั้งหมด และเป็นวิธีการที่สืบทอดกันมากว่าพันปีแล้วนั่นเอง ลานฟอกหนังในเมือง Fez ถือว่าเป็นลานฟอกหนังที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศโมร็อกโกเลยทีเดียว

Dar El-Makhzen Palace ที่ประทับของสุลต่านแห่งโมร็อกโก สร้างขึ้นโดยมูเลย์ อีสมาอิล ในช่วงศตวรรษที่ 17 เพดานแกะสลักไม้และลายหินอ่อนปัจจุบันพระวังถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จำนวน 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมร็อกโกและพิพิธภัณฑ์ของโบราณ

ชมและช้อปในเมืองเก่า Old Medina ที่อดีตเคยเป็นเมืองหลวง ของประเทศเป็นเวลาหลายปี รวมถึงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์เมืองหนึ่งของศาสนาอิสลาม ในเขตย่านเมืองเก่า มีตรอก ซอก ซอยมากกว่า 10,000 ซอย ขนาดซอยที่แคบที่สุด มีขนาดความกว้างประมาณ 50 ซ.ม.เท่านั้น

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Fes

Day 6

Merzugar • Sahara Desert

เช้าตรู่ โบกมืออำลาเมืองเก่าเฟสแล้วเตรียมตัวออกเดินทางไกล วันนี้เราจะเดินทางไกลกันสักหน่อย ออกเดินทางมุ่งหน้าลงใต้สู่เมืองเมอซูการ์ ประตูสูงดินแดนทะเลทรายซาฮารา

เดินทางเข้าสู่ Merzuga เมืองที่ถือได้ว่าเป็นประตูสู่ซาฮาร่า ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่วิวที่เต็มไปด้วยเนินทราย ถึงที่พัก เก็บสัมภาระ ก่อนนำท่านเปิดประสบการณ์ ขี่อูฐ เพื่อเดินทางเข้าสู่ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา

เดินทางเข้าสู่ ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เมื่อราว 1,000 ปีที่ผ่านมาเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เนื่องจากสมัยก่อนทะเลทรายแห่งนี้เคยเป็นแม่น้ำมาก่อนนั่นเอง แดดล่มลมตก สัมผัสประสบการณ์ปีนเขาทราย (Sand Dune) ณ ยอดเขา เราจะมองเห็นเม็ดทรายที่สะท้อนแสงเป็นสีชมพูอ่อนหวาน และเลื่อมเงาที่เกิดจากลอนทราย กลายเป็นคลื่นทะเลทรายที่สวยงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคณะอูฐที่เดินมาตามสันทราย เหมือนกับสารคดีที่เราคุ้นเคยกันแต่เด็กอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว

คืนนี้เราจะพักกันที่ Desert camp

Day 7

Fossil Museum • Todra Gorge • Ouarzazate

ชม Fossil Museum ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตต่างๆในอดีตที่ถูกทับถมในชั้นหิน เช่นพืช ปลา หอย ฯลฯ ซากฟอสซิลนั้นสามารถบอกอะไรได้หลายๆอย่าง ทั้งสภาพแวดล้อมในอดีต การดำรงชีวิต การวิวัฒนาการต่างๆ

Todra Gorge เป็นช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่กลางแม่น้ำ ด้วยความที่มีแม่น้ำไหลผ่านช่องเขาบริเวณนี้จึงมีลักษณะรูปทรงแปลกตาออกไปไม่เหมือนกับที่อื่นๆ พื้นที่บริเวณนี้ยังมีคนท้องถิ่นอาศัยอยู่ ถ้าโชคดีทุกท่านจะได้พบชาวบ้านที่ลากจูงลา อูฐ และแพะออกมาหาอาหารกินกันด้วย

Ouarzazate เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองสู่ทะเลทราย ทำให้เมืองวอซาเซทมีภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่องเข้ามาถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็น The Mummy, Games of Thrones เป็นต้น เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นเมืองทางยุทธศาสตร์มาก่อน ฝรั่งเศสได้พัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการบริหารงาน แต่เนื่องจากภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นทะเลทราย ในเวลาต่อมา จึงถูกพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวแทน

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Ouazazate

Day 8

Ait banhatduo • เทือกเขา Atlas • Marakesh

เมือง Ait banhatduo เป็นเมืองที่ก่อสร้างหินทรายและเป็นเมืองที่อยู่ในรายชื่อที่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก้อีกด้วย ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ จุดพักของคณะคาราวาน ที่มาจากซาฮาร่ามุ่งหน้าไปยังมาราเกซ เมืองนี้เคยมีทีมงานภาพยนตร์มาใช้โลเคชั่นแห่งนี้ในการถ่ายทำหนังมาแล้วกว่า 10 เรื่อง เช่น Lawrence of Arabia และ Gladiator

ข้าม เทือกเขา Atlas เทือกเขาที่ตั้งชื่อตามเทพ Atlas ที่มีตำนานกล่าวว่าเทพ Atlas พยายามโค่นล้มเทพเซอุส (Zeus) แต่ว่าไม่สำเร็จ จึงถูกจับและลงโทษด้วยการให้แบกเอาโลกไว้บนศีรษะ ระหว่างทางจอดให้ท่านได้ถ่ายรูปถนนที่ผ่านสู่เทือกเขาแห่งนี้อันเหมือนผ้าพับ ในจุดที่จอดรถได้ ระหว่างทาง

แวะเยี่ยมชม Menara Gardens เป็นสวนที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เพราะแต่เดิมถูกสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำ แวดล้อมด้วยต้นมะกอกและต้นสน ภายในสวนมีอาคารและมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ของเทือกเขาแอตลาสดูสวยงาม

ออกเดินทางสู่เมือง Marakesh เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโมร็อกโก นอกจากนั้นยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมร็อกโกอีกด้วย โดยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะเดียวกันยังมีภาพยนตร์หลายเรื่อง ได้มาถ่ายทำโดยใช้โลเคชั่นของเมือง ทำให้เห็นความสวยงามและบรรยากาศสุดโรแมนติกของเมืองได้เป็นอย่างดี

Rahba Kedima Square จัตุรัสการค้าที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในเขตเมืองเก่าของมาราเกรซ อยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสกลาง มีสินค้าหลากหลายให้ท่านได้เลือกเดินช้อปปิ้งหรือถ่ายรูป

Jama El Fna Square เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองอันเลื่องชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก ในอดีตเคยเป็นลานประหาร แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นลานการค้าที่คึกคัก ร้านขายของและร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมาก จะเริ่มเปิดร้านในช่วงเย็นๆ

คืนนี้พักที่เมือง Marakesh

Day 9

Bab Agnaou • Saadian Tombs • Bahia Palace • Koutoubia Mosque • Ali ben Youssef Medersa

ไปชม Bab Agnaou ประตูเมืองหนึ่งใน 19 ประตูเมืองของเมืองมาราเกซ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ในขณะที่ประตูอื่นๆเป็นทางเข้าของเมืองแต่ประตูนี้จะเป็นทางเข้าของราชวงศ์ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเขตเมืองชั้นใน

ชม Saadian Tombs มีการตบแต่งในศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้คือความงามของเสาคอลัมน์หินอ่อน ในห้องโถงขนาดใหญ่ รวมถึงลวดลายปูนปั้นที่อยู่บนผนังและตามเพดาน

ชม Bahia Palace สร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa อาคารถูกออกแบบเป็นแนวสมัยใหม่ โดยตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้นแบบ stucco มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสก แต่เนื่องจากมีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลาย ๆ อย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว

Koutoubia Mosque มัสยิดที่มีหอคอยสูงกว่า 70 เมตร ทำให้ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนในตัวเมืองก็จะสามารถเห็นมัสยิดแห่งนี้ได้ มัสยิดกูตูเบียสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 และยังได้ชื่อว่าเป็นอนุสรณ์สถานของชาวมุสลิมที่สมบูรณ์ที่สุดในดินแดนแอฟริกาเหนือ (เปิดให้เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น ที่จะเข้าไปถึงชั้นในของสุเหร่าได้ รวมทั้งจุดชมวิวที่อยู่บนยอดสุเหร่าด้วย)

เยี่ยมชม Ali ben Youssef Madrasa โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่14 และเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโกอีกด้วย

คืนนี้พักที่เมือง Marakesh

Day 10

Casablanca • Bangkok

ออกเดินทางสู่สนามบิน Casablanca (ประมาณ 2.40 ชม) เตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทยโดยสายการบิน Emirate Airlines เที่ยวบินที่ EK752 14.55-01.15 เปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ต่อด้วย EK376 03.45-13.00

Day 11

Bangkok

13.00 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
04-Apr 2025 Nepal

EBC Exclusive

EBC Exclusive

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

short brief
สรุปทัวร์เนปาล EBC โดยย่อ

วันที่ 1 | สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Private Helicopter สู่ พัคดิง
วันที่ 3 | นัมเชบาร์ซา
วันที่ 4 | นัมเชบาร์ซา
วันที่ 5 | เต็งโบเช
วันที่ 6 | ดิงโบเช
วันที่ 7 | ดิงโบเช
วันที่ 8 | โลบูเช
วันที่ 9 | โกรัคเชป
วันที่ 10 | เบสแคมป์
วันที่ 11 | เฮลิคอปเตอร์กลับสุ่กาฏมาณฑุ
วันที่ 12 | กาฐมาณฑุ
วันที่ 13 | กาฐมาณฑุ • กรุงเทพฯ

ทริปเนปาล ebc
ค่าใช้จ่ายทริป
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 00,000
  • ที่พักระกับ 4 ดาว พักห้องละ 2 ท่าน (3 ดาวในพื้นที่ห่างไกล) 
  • เตียงคู่หรือเตียงใหญ่ ขึ้นกับความพร้อมของห้องของทางโรงแรม แต่เราจะ Request ให้ ณ วันที่ทำการจอง 
  • ต้องการปรับที่พักเป็นระดับ 5 ดาว หรือพักแบบ Apartment มีครัว สามารถแจ้งทีมงานได้เลยครับ
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)
  • รวมค่าธรรมเนียมและค่าบริการทำวีซ่า
  • ผลการพิจารณาวีซ่าขึ้นกับดุลยพินิจของสถานทูต
  • ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • ทีมงานมีบริการออกตั๋วเครื่องบินและให้คำแนะนำไฟลท์บินที่เหมาะสม

 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

Day 1

สนามบินสุวรรณภูมิ

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ บินไปเมืองกาฐมาณฑุ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่  TG319 เวลา 10.15

12.25  เดินทางถึงกาฐมาณฑุช่วงบ่ายอิสระ ชอปปิ้งอุปกรณ์การเทรคกิ้งที่ย่านทาเมล

พักที่ กาฐมาณฑุ

Day 2

Private Helicopter สู่ พัคดิง

เดินทางสู่สนามบินกาฐมาณฑุ เพื่อเดินทางโดย Helicopter สู่พัดดิง ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง เมื่องถึงที่พัก เดินเล่นรอบๆที่พักเพื่อปรับสภาพร่างกาย

Day 3

นัมเชบาร์ซา

ออกเดินสู่เมืองนัมเชบาร์ซา เมืองชุมทางสำคัญของ เขตเอเวอเรสต์ ที่ระดับความสูง 3500 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 4-6 ชั่วโมง ช่วงบ่ายเดินเล่นรอบๆเมืองเพื่อปรับสภาพร่างกาย

Day 4

นัมเชบาร์ซา

วัน Exclamitization พักเพื่อปรับสภาพร่างกายให้ชินกับความสูง โดยเราจะฝึกซ้อมร่างกายโดยการเดินสู่ระดับความสูง 3800 เมตร เพื่อชมวิวและทานอาหารกลางวันที่ โรงแรม Everest View Hotel จากนั้นเดินลงกลับมาพักที่เมืองนัมเช (ใช้เวลาเดินประมาณ 6-8 ชั่วโมง ไปกลับ)

Day 5

เต็งโบเช

เดินไต่ระดับความสูง สู่เมืองเต็งโบเช ที่ระดับความสูง 3900 เมตร เมืองเล็กๆที่มีวัดพุทธ-ธิเบตที่สวยงามเป็นจุดหมาย ยามเช้าเมื่อแสงสาดส่องยอดเขา เราสามารถเห็นยอดของเขาเอเวอเรสต์ได้อย่างเด่นชัด (ใช้เวลาเดิน 6-8 ชั่วโมง)

Day 6

ดิงโบเช

เดินไต่ระดับความสูง สู่เมืองดิงโบเช ที่ระดับความสูง 4410 เมตร เมืองที่อยู่ในหุบเขา ที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาอันยิ่งใหญ่ ที่สูงเกิน 6000 เมตร  อย่างเช่น อามาดาบล้ม อันโดดเด่น (ใช้เวลาเดิน 8-10 ชั่วโมง)

Day 7

ดิงโบเช

พักที่เมืองดิงโบเชอีกคืน กิจกรรมวันนี้เป็นการปรับสภาพร่างกายอีกวัน โดยเดินขึ้นไปยอดเขาหลังที่พักของเรา เพื่อปรับความสูงและเดินกลับมาพักในเมืองดิงโบเช (ใช้เวลาเดิน 3-4 ชั่วโมง ไปกลับ)

Day 8

โลบูเช

เดินต่อสู่เมืองโลบูเช ที่ระดับความสูง 4910 เมตร วันนี้ เริ่มเป็นวันที่ท้าทาย เตรียมร่างกายให้พร้อมเพื่อเป็นผู้พิชิตใจตนเอง (ใช้เวลาเดิน 8-10 ชั่วโมง)

Day 9

โกรัคเชป

เดินต่อสู่เมืองโกรักเชป ประตูสู่ Everest ที่ความสูง 5140 เมตร (ใช้เวลาเดิน 4-6 ชั่วโมง) หากมีแรงเหลือสามารถไปชมวิวยอดเขาเอเวอเรสต์ได้ที่ยอด Kala pattar ที่อยู่ใกล้ๆกัน 

ดูพระอาทิตย์ตกที่ 5,550 เมตร

Day 10

เบสแคมป์

เดินทางสู่จุดหมายปลายทางสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต คือ Everest Base Camp ที่ๆผู้คนทั่วโลกฝันถึงว่าจะมาเยือนสักครั้งให้ได้ในชีวิต 

Exclusive Night เราจะพักที่นี่เพื่อฉลองความสำเร็จที่มีต่อหัวใจนักสู้ของตนเอง ในเต้นท์เดียวกับนักปีนเขารอเดินขึ้นเขาเพื่อพิชิตยอด Everest

Day 11

เฮลิคอปเตอร์กลับสู่กาฐมาณฑุ

เฮลิคอปเตอร์จะมารับเราจาก Base camp เพิ่อพาเรากลับสู่เมืองกาฐมาณฑุ เข้าพักผ่อนที่ ดาวาริกะ โรงแรมที่ดีที่สุดในเนปาล

Day 12

กาฐมาณฑุ

เดินทางชมเนปาล ผักพ่อน พูดคุย ตามอัธยาศัย คืนนี้พักที่ดาวาริกะ โรงแรมที่ดีที่สุดในเนปาลอีกคืน

Day 13

กลับ กรุงเทพฯ

เดินทางไปสนามบิน บินกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI Airways เที่ยวบินที่ TG320 เวลา 13.30-18.15

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริปเนปาล EBC
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 00,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริป เนปาล EBC ที่ผ่านมา

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม