Categories
09-Sep 10-Oct 2024 Northernlight Scandinavia

ทัวร์นอร์เวย์ โลโฟเทน

logo-freedoka

Norway • Tromso • Lofoten

Tromso • ชมมหาวิหารไม้ •  Arctic Cathedral • Harstad • Svolvear • Henningsvaer • หาด Uttakleiv Beach • Haukland Beach • สะพาน Fredvang • Hamnoy • Å village • Ramberg Beach 

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • ทรอมโซ สถานที่ที่ดีที่สุดในโลกในการชมแสงเหนือ
  • Sami Village เรียนรู้วิถีชาวเผ่าท้องถิ่นผู้เลี้ยงกวางเรนเดียร์
  • Reine หมู่บ้านชาวประมงที่มีจุดชมวิวงามล้ำๆ
  • Hamnoy ซิกเนเจอร์แห่ง Lofoten
  • Uttakleiv Beach หาดหินชื่อดัง อีกสถานที่ชมแสงเหนือที่มีฉากหน้าเป็นห้วงมหาสมุทร
  • Henningsvaer เมืองชาวประมงที่กลายเป็นเมืองอาร์ทๆ เล็กๆ ให้ได้เดินแบบ ชิคๆคูลๆ รวมถึงสนามบอลที่โอมล้อมด้วยหนาผาหิน 
  • Ramberg Beach เมื่อน้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและบ้านสีแดงสด
short brief
สรุปย่อทัวร์นอร์เวย์ โลโฟเทน

วันที่ 1 | Bangkok • Oslo
วันที่ 2 | บินภายในไปยังเมือง Tromso • พาขึ้นกระเช้าไฟฟ้า Fjellheisen • ชมอ่าวและท่าเรือ
วันที่ 3 | Reindeer and Sami village
วันที่ 4 | Harstad • วิวภูเขาเคิปเพน • Kasfjord City – Mini Town • Trondenes Church
วันที่ 5 | ชมเมือง Svolvaer • หมู่บ้านสุดเกาะ A • หมู่บ้านโบราณ Nusfjord • หมู่บ้านไฮไลท์ Reine • จุดชมวิวสะพาน Reinebrua
วันที่ 6 | Uttakleiv and Haukland Beach • Ramberg beach • สะพานข้ามเกาะ Fredvang • Hamnoy
วันที่ 7 | หมู่บ้านสีเหลือง Sakrisoy • Henningsvaer • Svolvaer
วันที่ 8 | แวะถ่ายรูป Ramberg Beach และไปสนามบินไปยังเมือง Oslo
วันที่ 9 | อิสระช่วงเช้า และไปสนามบินขึ้นเครื่องกลับไทย
วันที่ 10 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 119,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป นอร์เวย์ ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Bangkok • Oslo

Day 1

21.30 พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG954 เวลา 00.25-07.25 เดินทางไปยัง Oslo

Day 2

Oslo • Tromso City tour

07.25 เดินทางถึง Oslo จากนั้นต่อเครื่องภายในไปยังเมือง Tromso โดยสายการบิน SK4416 เวลา 11.35-13.25 (เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง) เมืองทรอมโซ ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติก 350 กม. เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตอาร์กติก

  • มหาวิหารอาร์กติก สถาปัตยกรรมอันโดดเด่น สร้างด้วยคอนกรีตสีขาว รูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายภูเขาน้ำแข็ง ประดับด้วยกระจกสีที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ยามค่ำคืนไฟส่องสว่างจากภายในสร้างบรรยากาศงดงามตระการตา
  • มหาวิหารทรอมโซ โบสถ์ลูเธอรันในเมือง ทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์ เป็นมหาวิหารประจำสังฆมณฑลทรอมโซ และเป็นอาสนวิหารของบิชอปแห่งทรอมโซ
  • Fjellheisen กระเช้าไฟฟ้าที่พาคุณขึ้นสู่ยอดเขา Storsteinen ชมวิวเมือง ทรอมโซ แบบพาโนรามา 360 องศา ทิวทัศน์ของ ฟยอร์ด ทะเลสาบ และเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน
  • ชมอ่าวและท่าเรือ ในเขตเมืองทรอมโซชมบ้านสีสันสดใสในบรรยากาศสุดชิล

พักที่ Tromso

Day 3

Reindeer Farm and Sami village

ชมฟาร์มกวางเรนเดียร์และวัฒนธรรมซามิ ฟาร์มแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ กวางเรนเดียร์หลายร้อยตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวซามิ

หมู่บ้านซามิตั้งอยู่ใกล้กับฟาร์ม สัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของชาวซามิ ซึ่งชาวซามิเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบอาร์กติก หมู่บ้านซามิมีพิพิธภัณฑ์ โรงเลี้ยงกวางเรนเดียร์ และร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารซามิแบบดั้งเดิม มีร้านขายของที่ระลึกซึ่งขายสินค้าที่ทำจากหนังกวางเรนเดียร์และเขาสัตว์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลาย

คืนนี้พักที่ Tromso

Day 4

Harstad • Mt. Keipen • Kasfjord City • Mini Town • Trondenes Church

ออกเดินทางจาก Tromso มุ่งหน้าสู่เมือง Harstad (300 km 4Hr)

ถึง Harstad พาเดินสู่จุดชมวิว Mount Keipen (ขึ้นกับสภาพอากาศและหิมะ) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเมือง เส้นทางเดินสู่ยอดเขามีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที จากยอดเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองฮาร์สตัดและบริเวณโดยรอบได้ (โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นกับสภาพหิมะระหว่างทาง)

ชม Kasfjord City – Mini Town เป็นเมืองจำลอง เมืองประกอบด้วยอาคารเล็ก ๆ กว่า 100 หลัง รวมถึงร้านค้า โบสถ์ เวทีดนตรี และแม้แต่สนามกีฬาโอลิมปิก ส่วนใหญ่ของเมืองสร้างขึ้นด้วยวัสดุรีไซเคิล

แวะชม Trondenes Church โบสถ์หินที่อยู่เหนือสุดของโลก สร้างขึ้นในยุคกลางตอนปลาย โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สวยงามและมีสมบัติล้ำค่ามากมายและการตกแต่งภายในที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ Harstad

Day 5

หมู่บ้านสุดเกาะ Å • หมู่บ้านโบราณ Nusfjord • หมู่บ้านไฮไลท์ Reine

พาชมหมู่บ้าน Å village ออกเสียงว่า ออ เป็นหมู่บ้านชาวประมง ที่อยู่ปลายสุดของถนนสาย E10 และด้วยความบังเอิญ Å ก็เป็นตัวอักษรตัวสุดท้ายในอักษรนอร์เวย์อีกด้วย

ชม Nusfjord เป็นหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในนอร์เวย์ และ Rorbuer ของหมู่บ้านนี้เป็นโนบูเออร์ดั้งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 รวมถึงยังค้นพบหลักฐานว่าหมู่บ้านนี้มีคนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ 425 ก่อนคริสตกาล

ชมหมู่บ้านชาวประมง Reine หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่และโด่งดังที่สุดของ Lofoten พาไปจุดชมวิวที่มองเห็นโค้งอ่าวที่จอดเรืออันมีฉากหลังเป็นขุนเขาสูงชันและฉากหน้าเป็นบ้านชาวประมงสีแดงตั้งเรียงรายอยู่

ไปยังจุดชมวิวสะพาน Reinebrua สะพานแห่งนี้เชื่อมระหว่างหมู่บ้าน Reine กับเกาะ Sakrisøy จากสะพาน จะสามารถชมวิวของหมู่บ้าน Reine ฟยอร์ด Reine และภูเขา Reinebringen ได้

คืนนี้พักที่ Hamnoy

Day 6

Uttakleiv and Haukland Beach • สะพานข้ามเกาะFredvang • Hamnoy

ชม Uttakleiv Beach หาดที่มีชื่อเสียงที่สุดใน โลโฟเทน เป็นหาดที่มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายเป็นรูปทรงแปลกตา

Haukland Beach หาดยอดนิยม เป็นทั้งจุดถ่ายแสงเหนือ / Seascape และเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเขาหลากหลายเส้นทาง

พาชม สะพาน Fredvangskrysset  ที่มีลักษณะเฉพาะตัวของนอร์เวย์ มีลักษณะคล้ายกับ Ocean Road สร้างขึ้นเมื่อปี 1988 นี้เอง เชื่อมต่อ เกาะ Fredvang กับโลกภายนอก

พาเข้าที่พักที่หมู่บ้านอันเลื่องชื่อ Hamnoy เป็นหมู่บ้านที่มีฉากธรรมชาติงดงามมาก มีทิวเขาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง และมีบ้านชาวประมงสีแดงตั้งอยู่ริมโขดหิน อันเป็นภาพจำของคนทั้งโลกที่มีต่อ Lofoten

พาถ่ายรูปที่จุดชมวิวหลักของเมืองโลโฟเทนบนจุดชมวิวหลักหน้าหมู่บ้าน Hamnoy ที่ถือว่าเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของช่างภาพทั่วโลก และที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งมุมที่ดีที่สุดของการดูแสงเหนือบนเกาะโลโฟเทน 

คืนนี้พักที่ Hamnoy 

Day 7

ชมเมือง Svolvaer • ไปพักที่เมือง Henningsvaer • Svolvaer

เดินทางสู่เมือง Svolvaer (150km 3Hr) เมืองที่มีประวัติยาวนานถึงการตั้งถิ่นฐานในเขต Nordland กว่า 1200 ปี เมืองเเห่งนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรของเหล่าสัตว์น้ำ จนกลายเป็นเเหล่งจับปลาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ มีการติดต่อซื้อขายกับโลกภายนอก รวมถึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของหมู่เกาะ Lofoten

พาชม Henningsvaer เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่สวยเหมือนโปสการ์ด ปัจจุบันชาวบ้านยังคงทำประมงกันอย่างคึกคัก มีประชากรประมาณ 500 คน

ในสมัยก่อนเข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น จนได้รับฉายาว่า “เวนิสแห่งโลโฟเทน” เมื่อมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เมืองแห่งนี้ก็คึกคักขึ้น มีร้านค้าร้านอาหารน่ารักๆ ให้เดินเล่นแบบชิคๆ รวมถึงจุดถ่ายบ้านเรือนอันมีภูเขาสูงชันเป็นฉากหลัง ที่ปลายเกาะมีสนามฟุตบอลที่สร้างอยู่กลางเขาหินที่โอบล้อมอันโด่งดังไปทั่วโลก

คืนนี้พักที่ Svolvaer

Day 8

Ramberg Beach • Svolvear • Oslo

แวะถ่ายรูปที่ Ramberg Beach ทรายสีขาวและน้ำทะเลสีเทอควอยซ์ตัดกันสวยเป็นอย่างมาก

เดินทางไปสนามบิน เชคอินสายการบิน Wideroe Airline เดินทางกลับสู่กรุง Oslo เที่ยวบินที่ WF831 13.30-13.55 เปลี่ยนเครื่องที่ Bodo จากนั้นต่อด้วย SK4113 14.45-16.15 (เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Day 9

ออสโล • สนามบินกลับกรุงเทพ

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ เดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG955 14.15-06.15

Day 10

เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
02-Feb 03-Mar 2025 Northernlight Russia

ทัวร์มูรมันสก์รัสเซีย นั่งรถไฟชมแสงเหนือ

ทัวร์รัสเซีย มูรมันสก์

xxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนไขทริป 

คือการเดินทางด้วยรถตู้คันเล็ก กลุ่มละ 6 ท่าน มึความคล่องตัวและ Flexible มากกว่าการเดินทางด้วยรถใหญ่

อย่างไรก็ตาม Road Trip มีข้อจำกัดบางประการ 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • xxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

ทัวร์มูรมันสก์

Highlight

Day 1 : Bangkok – Moscow – Murmansk

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

Day 2 : Murmansk – Teriberka

  • เดินทางสู่ เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) เมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แคว้นชายฝั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan ชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจ
  • อนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้นรุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์

Day 3 : Murmansk – Sami Village

  • เดินทางสู่ หมู่บ้านซามี่ (Saami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า ภายในจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆอีกมากมาย เช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชม Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสุขภาพที่ดี รวมถึงเรื่องความรักก็จะสมปรารถนาอีกด้วย
  • เที่ยวชมความน่ารักและให้อาหารฝูงกวางใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ จากนั้นท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • Husky Farm ให้ท่านได้ชมความน่ารักของสุนัขแสนรู้ ฮัสกี้ เป็นสุนัขพันธุ์ฉลาดเฉลียวและแข็งแรงมาก โดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเทียมสุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding)
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Kirovsk

Day 4 : Snowmobiles – Snow village

  • เดินทางสู่ภูเขาคิบินี (Khibiny Mountains) จุดศูนย์กลางของคาบสมุทรโคล่า สนุกสนานไปกับการนั่ง Snowmobile กลางทุ่งหิมะอันหนาวเย็นท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบน้ำแข็งของภูมิประเทศเขตอาร์กติกที่ไม่เหมือนใคร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหิมะ (Snow Village) ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆที่สวยงาม มีทั้งอาคาร,รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำ, เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • เตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเมือง Petrozavodsk ด้วย Night Arctic train (พักห้องละ 4 ท่าน)

Day 5 : Petrozavodsk

  • ตื่นรับแสงแรกแห่งวันบนเส้นทางสาย Arctic Train ถึงเมือง Petrozavodsk เวลา 50 น. เมือง “เปโตรซาวอดสค์”  อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในสมัยจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่ในสมัยโซเวียตเคยถูกยึดครองโดยกองทัพฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ลึกลับบนท้องฟ้าในช่วงปี ค.ศ. 1977
  • ชมวิวเขตปกครองพิเศษคาเรเลีย ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สีขาวจากหน้าต่างรถไฟ
  • เดินทางถึง Petrozavodsk เมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ “โอเนกา” ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคนี้
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Petrozavodsk

Day 6 : Petrozavodsk – Moscow – Bangkok

  • เดินทางไปยัง Moscow โดยสายการบินภายในประเทศ
  • แวะช้อปปิ้งที่ ตลาดอิสไมโลโว ตลาดขายของฝากราคาไม่แพง สินค้าที่ขึ้นชื่อได้แก่ตุ๊กตาแม่ลูกดก งานไม้ต่างๆ
  • เตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเชเรมิตเตโวเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

 Day 7 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – Moscow – St.Petersburg

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • เดินทางถึงเซนท์ปีเตอร์เบิร์ก เดินทางเข้าเมือง
  • คืนนี้พักที่ Best western Hotel หรือเทียบเท่า

Day 2 : St.Petersburg

  • เมือง peterburg ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เดิมชื่อว่าเมืองเปโตรกราดและเลนินกราด เป็นเมืองท่าที่สำคัญในประเทศรัสเซียและเคยเป็นเมืองหลวงของรัสเซียนาน 206 ปี
  • ชม จัตุรัสพระราชวัง ศูนย์กลางของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกหนึ่งมรดกโลก ที่นี่ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในทางประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซียที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการลุกฮือซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติล้มระบอบซาร์
  • พระราชวังแคทเธอรีน ตั้งอยู่ในเมือง Pushkin เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่งดงามมาก สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ในปี คศ. 1717 เพื่อเป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อนกับพระมเหสี พระนางแคทเธอรีนที่ 1 สีของพระราชวังนี้สีฟ้าแทนพระเนตรของพระนางเเละสีทองแทนพระเกศา มีสวนแห่งความสุข ความทรงจำและห้องภาพต่างๆด้วยศิลปะคลาสสิกภายในเน้นตกแต่งประดับประดาผนังห้องด้วยลายปูนปั้นต่างๆ เพดานเขียนภาพแฟรสโก้
  • ห้องอำพัน ตั้งอยู่ภายในพระราชวังแคทเธอรีน เป็นห้องที่ผนังทำด้วยอำพันทั้งสิ้น 6 ตัน ทั้งห้องตกแต่งด้วยทองคำเปลวและกระจก มีความมหัศจรรย์ สวยงามเป็นอย่างมากจนทุกคนต้องตลึง
  • วิหารเซนต์ไอแซค ใช้เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญต่างๆ เช่นพิธีราชาภิเษกหรือใช้ทำพิธีก่อนพระราชาจะออกไปรบ โดมของวิหารประดับด้วยทองคำแท้น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ด้านนอกเป็นเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ จึงทำให้มีความโดดเด่นเป็นสง่า มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • อนุสาวรีย์ซาร์ปีเตอร์บนหลังม้า เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช ผู้ซึ่งวางรากฐานอันมั่นคงให้กับเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กรวมถึงจักรวรรดิรัสเซีย
  • จัตุรัสรัฐสภา อดีตเคยเป็นจตุรัสกลางเมือง เคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Decemrists square ในปี 1925 เพื่อระลึกถึงการครบรอบ 100 ปีของการเกิดปฏิวัติเดือนธันวาคมในปี 1825 และถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในปี 2008 มาเป็น Senetor square จนถึงทุกวันนี้
  • สเตรลคา (Strelka) หรือ “แหลม” ในภาษาอังกฤษ เป็นจุดชมวิวมหานครที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากจุดนี้สามารถชมเมืองเป็นฉากหลงอันยิ่งใหญ่ มีแม่น้ำเนวาอันกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า
  • Rostral column เสาหินสีแดง 2 ต้น สร้างเมื่อ ค.ศ. 1810 เคยเป็นประภาคารสำหรับการเดินเรือ เสา 2 ต้นนี้ สูง 32 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะวาซิลเยฟสกี้ฝั่งแม่น้ำเนวา ตรงข้ามพระราชวังฤดูหนาว (Hermitage) อีกด้านของเสาเป็นอาคารตลาดหลักทรัพย์ รูปแบบเสาเป็นรูปหัวเรือและมีแม่ย่านางเรือ ฐานสลักหินรูปเทพเจ้า Neptune และ Merkury เทพผู้ปกครองท้องทะเลและการเดินเรือ
  • ชม “ป้อมปีเตอร์และปอล” ตั้งอยู่บน เกาะวาซิลเยฟสกี้ เป็นสิ่งก่อสร้างแรกที่สร้างในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตั้งอยู่ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนวา ป้อมปราการสร้างขึ้นเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม เพื่อคุ้มกันเมืองจากศัตรูทางน้ำ รวมถึง อนุสรณ์แห่งชัยชนะสงครามเหนือสวีเดน
  • คืนนี้พักที่ Best western Hotel หรือเทียบเท่า

Day 3 : St.Petersburg – Murmansk

  • นำชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเฮอร์มิเทจ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก อาคารจัดแสดงหลักตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนวา อดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งรัสเซียในช่วงฤดูหนาว รวบรวมผลงานชิ้นเอกของศิลปินระดับโลก เครื่องใช้ของราชวงศ์ รวมถึงบรรณาการจากราชวงศ์ทั่วโลก จัดแสดงในห้องซึ่งประดับประดาอย่างงดงามกว่าพันห้อง
  • ชม “ถนนเนฟสกี” ถนนสายหลักใจกลางเมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์อาคารซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18
  • ออกเดินทางไปยังมูรมันสค์ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์ หลังเชคอินพาท่านออกล่าแสงเหนือ

Day 4 : Murmansk – Teriberka

  • เดินทางสู่ เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) เมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แถบชายฝั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan ชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจ
  • อนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 35.5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์

Day 5 : Murmansk – Sami Village

  • เดินทางสู่ หมู่บ้านซามี่ (Sami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า ภายในจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชม Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสุขภาพที่ดี รวมถึงเรื่องความรักก็จะสมปรารถนาอีกด้วย
  • เที่ยวชมความน่ารักและให้อาหารฝูงกวางใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ จากนั้นท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • Husky Farm ให้ท่านได้ชมความน่ารักของสุนัขแสนรู้ ฮัสกี้ เป็นสุนัขพันธุ์ฉลาดเฉลียวและแข็งแรงมาก โดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเทียมสุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding) ได้เวลาสมควรเดินทางต่อสู่เมือง Kirovsk
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Kirovsk

Day 6 : Snowmobiles – Snow village

  • เดินทางสู่ภูเขาคิบินี (Khibiny Mountains) จุดศูนย์กลางของคาบสมุทรโคล่า สนุกสนานไปกับการนั่ง Snowmobile กลางทุ่งหิมะอันหนาวเย็นท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบน้ำแข็งของภูมิประเทศเขตอาร์กติกที่ไม่เหมือนใคร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหิมะ (Snow Village) ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆที่สวยงาม มีทั้งอาคาร,รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำ, เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • เตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเมือง Petrozavodsk ด้วย Night Arctic train (พักห้องละ 4 ท่าน)

Day 7 : Petrozavodsk

  • ตื่นรับแสงแรกแห่งวันบนเส้นทางสาย Arctic Train ถึงเมือง Petrozavodsk เวลา 14.50 น. เมือง “เปโตรซาวอดสค์”  อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในสมัยจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่ในสมัยโซเวียตเคยถูกยึดครองโดยกองทัพฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ลึกลับบนท้องฟ้าในช่วงปี ค.ศ. 1977 
  • ชมวิวเขตปกครองพิเศษคาเรเลีย ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สีขาวจากหน้าต่างรถไฟ ช่วงบ่าย เดินทางถึง Petrozavodsk เมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ “โอเนกา” ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคนี้
  • พักที่ Petrozavodsk

Day 8 : Petrozavodsk – Moscow

  • เดินทางไปยังเมือง Moscow โดยสายการบินภายในประเทศ
  • นำชม จัตุรัสแดง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยให้กับพระราชวังเครมลิน จึงเป็นลานประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงมอสโกที่มีความสำคัญ เป็นแลนมาร์คของรัสเซียมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยก่อน ต่อมาได้ถูกปรับปรุงพัฒนาตามยุคสมัย และรายล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่างมากมาย นอกจากนั้นจัตุรัสแดงยังถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการเดินสวนสนามของทหาร การประกอบพิธีสำคัญระดับประเทศ
  • ห้างสรรพสินค้า GUM ตั้งอยู่ย่านจัตุรัสแดง เป็นห้างที่เก่าแก่มากที่สุดในกรุงมอสโก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1895 มีความโดดเด่นขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมแบบยุคโบราณที่สวยงามโดดเด่น ลักษณะของห้างสร้างเป็นตัวอาคารสูง 3 ชั้น ภายนอกดูหรูหรา ตกแต่งได้อย่างสวยงาม ภายในโออ่าใหญ่โต มีสินค้าให้เลือกมากมาย
  • สุสานเลนิน หลังจากที่ วลาดีมีร์ เลนิน อดีตผู้นำปฏิว้ติรัสเซียได้เสียชีวิตลงแล้ว ก็ได้มีการสร้างสุสานเลนินขึ้นมาที่บริเวณจตุรัสแดง กลางกรุงมอสโก จนแล้วเสร็จ เมื่อปี ค.ศ. 1929 รูปแบบของสุสานมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นทรงพีระมิด มีความสูงราว 12 เมตร โดยมีกระบวนการต่างๆที่เก็บรักษาร่างของเลนินไว้ เช่น การเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นต้น สำหรับสุสานเลนินแห่งนี้ได้เปิดให้ประชาชนได้เคารพศพและเข้าชมอีกด้วย
  • วิหารเซนต์บาซิล ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสแดง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1555 เพื่อฉลองชัยชนะเหนือมองโกลที่ยกทัพมาเมืองคาซาน ด้วยรูปแบบของวิหารเซนต์บาซิล ที่มีลักษณะแปลกตาแต่สวยงามลงตัว เพราะสร้างให้มีโดมรูปทรงหัวหอม 8 โดม ล้อมรอบโดมที่ 9 ซึ่งอยู่ตรงกลาง จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ในกรุงมอสโกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงดึงดูดความสนใจของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
  • อนุสาวรีย์มินินและโปชาร์สกี อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสแดง เป็นอนุสาวรีย์ที่หล่อด้วยทองสำริด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2361 หลังจากที่มินินและโปชาร์สกี้ สองผู้นำอาสาสมัครนำกองกำลังเพื่อต่อสู้กับกองทัพโปลที่เข้ามารุกรานในเขตเครมลิน จนได้รับชัยชนะในที่สุด จึงมีการสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้นมา
  • คืนนี้พักที่ Best western หรือเทียบเท่า

Day 9 : Moscow – Bangkok

  • เครมลินแห่งกรุงมอสโก สถานที่ซึ่งมากไปด้วยความสำคัญของรัสเซีย เพราะเป็นคำเรียกป้อมปราการในกรุงมอสโก มีความสำคัญคือเป็นศูนย์กลางของกรุงมอสโกมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 มาจนถึงปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นศูนย์รวมอำนาจรัฐของรัสเซียมาจนถึงปัจจุบัน เครมลินจึงเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายแห่ง และใช้เป็นที่พักอาศัยของผู้นำรัสเซีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก เมื่อ ค.ศ. 1990
  • หอระฆังพระเจ้าซาร์อิวานมหาราช สร้างโดยเจ้าชายอิวาน ความสูงมากถึง 81 เมตร จึงกลายเป็นหอระฆังที่มีความสูงมากที่สุดในโลก ส่วน “ระฆังพระเจ้าซาร์” เป็นระฆังที่มีน้ำหนักกว่า 200 ตัน จึงถูกเรียกว่าเป็นระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน ตัวระฆังภายนอกได้ถูกสลักลวดลายต่างๆไว้อย่างวิจิตรสวยงาม
  • ชม ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ เป็นปืนที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1586 ขนาดของปืนมีน้ำหนักมากถึง 40 ตัน จึงกลายเป็นปืนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณด้านหน้าปืน ปรากฎลูกกระสุนอยู่ 4 ลูก โดยแต่ละลูกมีน้ำหนักราว 1 ตัน
  • ชมภายใน จัตุรัสวิหาร ที่ล้อมรอบด้วยวิหาร 3 แห่ง ซึ่งเคยใช้ประกอบพิธีของสมาชิกราชวงศ์โรมานอฟ ได้แก่วิหารแม่พระรับเกียรติ ที่ใช้ประกอบพิธีราชาภิเษก วิหารแม่พระรับสาร โบสถ์ประจำราชวงศ์สำหรับงานพิธีมงคล และ วิหารอัครทูตสวรรค์ สถานที่บรรจุพระศพของสมาชิกราชวงศ์ซาร์รัสเซียยุคก่อนจักรวรรดิ
  • แวะช้อปปิ้งที่ ตลาดอิสไมโลโว ตลาดขายของฝากราคาไม่แพง สินค้าที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ตุ๊กตาแม่ลูกดก งานไม้ต่างๆ
  • ได้เวลาสมควรเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเชเรมิตเตโว เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 10 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

ยังไม่มีบิน

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม