วันที่ 1: กรุงเทพ – เฉินตู
จุดเริ่มต้นการเดินทางสู่ดินแดนหลังม่านไม้ไผ่
เริ่มต้นทริปด้วยการบินลัดฟ้าสู่ “เฉินตู” ใช้เวลาบินประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อพักผ่อนและปรับเวลาเตรียมร่างกายให้พร้อม ที่นี่คือเมืองแห่งความชิลและเป็นบ้านเกิดของหมีแพนด้า ใครมาถึงแล้วต้องลองชิมหม่าล่าต้นตำรับให้ลิ้นชาเล่นๆ เป็นการวอร์มอัพก่อนเจอของจริงในวันรุ่งขึ้น
วันที่ 2: อัลไต – ปู้เอ่อจิ้น
วันแห่งการไล่ล่าแสงสุดท้ายบนประติมากรรมธรรมชาติ
วันนี้เราจะบินภายในประเทศข้ามภูมิภาคสู่ “ซินเจียงเหนือ” ดินแดนที่ภูมิประเทศแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง ไฮไลท์คือการไปชม “อุทยานชายหาด 5 สี” (Five-colored Beach) ริมแม่น้ำเอ๋อเอ่อฉีซือ ความเจ๋งคือหินที่นี่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำจนเป็นรูปร่างแปลกตา ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองจะสาดกระทบหินหลากสี ตัดกับน้ำสีฟ้าเข้ม เป็นภาพที่สวยสะกดใจ
วันที่ 3: เหอมู่ชุน – คานาสือ
วันแห่งการหลุดเข้าไปในหมู่บ้านนิทานกลางหุบเขา
เตรียมเมมโมรี่กล้องไว้เยอะๆ เพราะวันนี้เราจะนั่งรถลัดเลาะเข้าสู่ “หมู่บ้านเหอมู่” หมู่บ้านไม้โบราณของ ชาวถูวา (Tuwa) ชนเผ่าดั้งเดิมที่สืบเชื้อสายมาจากทหารของเจงกิสข่าน บรรยากาศที่นี่เงียบสงบมาก บ้านไม้ที่มีควันไฟลอยอ้อยอิ่งท่ามกลางป่าสนและภูเขาหิมะ ให้ความรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน

วันที่ 4: อุทยานคานาสือ
วันแห่งการพิสูจน์ตำนานสัตว์ประหลาดในทะเลสาบสีมรกต
เจาะลึก “อุทยานคานาสือ” กันเต็มวัน เราจะขึ้นไปที่ “ศาลาชมปลา” ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดพอสมควรแต่วิวข้างบนคุ้มค่าเหนื่อยมาก เพราะจะเห็น ทะเลสาบคานาสือ รูปทรงถั่วได้ทั้งใบ จากนั้นไปเช็คอินจุดชมวิวไฮไลท์อย่าง “คุ้งเทวดา” และ “ทะเลสาบวงพระจันทร์” ที่สีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
วันที่ 5: อู่เอ่อเหอ – ตู๋ซานจื่อ
วันแห่งการฟังเสียงลมหวีดหวิวในเมืองร้างพันปี
เปลี่ยนบรรยากาศจากป่าสนสู่ความเวิ้งว้างที่ “เมืองผีอู่เอ่อเหอ” (Urho Ghost City) ที่นี่คือ แพะเมืองผี (Yardang Landform) ที่ลมกัดเซาะหินจนเป็นรูปร่างคล้ายปราสาทหรือสัตว์ต่างๆ เวลาลมพัดแรงๆ จะเกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงร้องโหยหวน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าทึ่ง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เมือง ตู๋ซานจื่อ
วันที่ 6: ตู๋ซานจื่อ – อูรูมูฉี
วันแห่งความยิ่งใหญ่ของหุบเขาและวัฒนธรรมผสมผสาน
ตื่นตากับ “หุบเขาตู๋ซานจื่อ” แกรนด์แคนยอนแห่งซินเจียงที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ผาหินสูงชันตัดกับทุ่งหญ้าเขียวขจี จากนั้นไปเยือน “ทะเลสาบเทียนฉือ” ไข่มุกแห่ง เทือกเขาเทียนซาน น้ำใสราวกระจกสะท้อนเงายอดเขาหิมะ ปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นที่ “ตลาดบาร์ซ่าใหญ่” ใน อูรูมูฉี สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมอุยกูร์
วันที่ 7: หลิ่วหยวน – ตุนหวง
วันแห่งการนั่งรถไฟความเร็วสูงสู่โอเอซิสกลางทะเลทราย
บอกลาซินเจียงแล้วกระโดดขึ้นรถไฟความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่ “ตุนหวง” ประตูสู่เส้นทางสายไหมใน มณฑลกานซู ระหว่างทางจะได้เห็นวิว ทะเลทรายโกบี สุดลูกหูลูกตา พอถึงตุนหวงต้องไม่พลาด “ตลาดกลางคืน” แหล่งรวมสตรีทฟู้ด ลองชิมโยเกิร์ตท้องถิ่นหรือบาร์บีคิวสไตล์ตะวันตกเฉียงเหนือ
วันที่ 8: ตุนหวง
วันแห่งการย้อนเวลาสู่อารยธรรมพุทธศิลป์และเนินทรายร้องไห้
วันนี้คือที่สุดของประวัติศาสตร์ เริ่มที่ “ถ้ำม่อเกาคู” มรดกโลกที่เก็บรวบรวมภาพเขียนสีและพระพุทธรูปแกะสลักกว่าพันปี ต่อด้วย “ภูเขาหมิงซาซาน” เนินทรายที่ส่งเสียงได้ยามลมพัด และไฮไลท์สำคัญคือ “หาดวงพระจันทร์” โอเอซิสรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มีน้ำขังตลอดปีท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ
วันที่ 9: จางเย่
วันแห่งสีสันของขุนเขาและศรัทธาอันยิ่งใหญ่
เดินทางสู่เมือง จางเย่ เพื่อชม “ภูเขาสายรุ้งตานเสีย” (Danxia Landform) ภูเขาที่มีลวดลายริ้วสีแดง ส้ม เหลือง สลับกันเหมือนภาพวาดสีน้ำมัน นอกจากนี้ยังได้ไปสักการะ “วัดพระองค์ใหญ่” ชมพระนอนในร่มที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งมีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก
วันที่ 10: หลานโจว
วันแห่งวิถีชีวิตริมแม่น้ำเหลืองและกังหันน้ำโบราณ
ล่องลงใต้สู่ “หลานโจว” เมืองเอกของมณฑลกานซู จุดที่ แม่น้ำเหลือง (ฮวงโห) ไหลผ่านกลางเมือง เราจะได้เห็น “สวนกังหันน้ำ” ภูมิปัญญาชลประทานโบราณขนาดยักษ์ และ “สะพานเหล็กจงซาน” สะพานข้ามแม่น้ำเหลืองแห่งแรก อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับ “อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง”
วันที่ 11: หลานโจว – กรุงเทพ
วันแห่งการเก็บตกความทรงจำก่อนอำลา
วันสุดท้ายใช้เวลาสบายๆ เก็บตกของฝาก ไม่ว่าจะเป็น อินทผลัม กุหลาบอบแห้ง หรือสินค้าพื้นเมือง ก่อนเดินทางไปสนามบิน หลานโจว เพื่อบินตรงกลับกรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจเต็มกระเป๋า