Categories
norway-iceland

ทัวร์กรีนแลนด์ ฟาโรห์

logo-freedoka

Greendland • Faroe

GreenLand • แฟโร • หมู่เกาะฟาโรห์ • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้าน Eiði • ทะเลสาบ Trælanípan • หมู่บ้าน Gasadalur • เมืองเก่า Torshavn • Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • Ilulissat • Disko Bay • ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย

อธิบายรูปแบบการเดินทางของทริป

Road Trip

ข้อจำกัดของการเดินทางแบบ Road Trip

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
short brief
สรุปทัวร์กรีนแลนด์โดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 : Faroe island • Trøllkonufingur • Kvívík Village • Kirkjubøur  Village
วันที่ 3 : Eiði Village • Gjogv Village • Klaksvík • Viðareiði 
วันที่ 4 : ทะเลสาบ Trælanípan • Drangarnir • Gasadalur • Múlafossur Waterfall
วันที่ 5 : Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn 

วันที่ 6 : บินกลับโคเปน • Nyhavn • Gefion Fountain • little mermaid • Kastellet
วันที่ 7 : บินไปเมือง Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • ธารน้ำแข็งรัสเซล
วันที่ 8 : บินไปเมือง Ilulissat • เดินTrail ไปถ่ายรูป Disco Bay

วันที่ 9 : ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay • นั่งเรือชมปลาวาฬ
วันที่ 10 : ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย • Zion Church • เดินชมเมือง
วันที่ 11 : บินกลับเมืองโคเปน (ใช้เวลาทั้งวัน)
วันที่ 12 : เดินทางไปยังสนามบินกลับกรุงเทพฯ
วันที่ 13 : ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภา

  • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง
  • นำทริปโดย Driver Guide คนไทย (รอรับที่สนามบินปลายทาง
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 00,000

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารเช้า
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • เรือข้ามฟาก (ถ้ามี)
  • ผู้นำทริปคนไทย (Driver Guide)
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ดำเนินการขอวีซ่าให้ 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และภายในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่ากิจกรรมนอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

22.30 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG950 เวลา 01.20-07.40

Day 2

Faroe island • Trøllkonufingur • Kvívík Village • Kirkjubøur Village

07.40 ถึงโคเปนเฮเกน ต่อเครื่องภายในไปยังสนามบิน Sorvagur แห่งแฟโร โดยสายการบิน SAS เที่ยวบินที่ SK1777 เวลา 11.25-12.40

ชม Trøllkonufingur (Witches Finger) เสาหินรูปร่างประหลาดและโดดเด่นที่ขึ้นตรงชายฝั่ง Vágar คนแฟโรได้ตั้งชื่อนี้เป็นเพราะมีลักษณะที่คล้ายนิ้วของแม่มดและมีตำนานว่าแม่มดได้สร้างเสาหินนี้ขึ้นมายังชายฝั่งอีกด้วย

ชมหมู่บ้านไคว์วิค (Kvívík) หนึ่งในหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดบนหมู่เกาะแฟโร ปัจจุบันมีการค้นพบหลักฐานที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งในสมัยก่อนตั้งแต่ในสมัยประมาณศตวรรษที่ 18

Kirkjubøur หมู่บ้านที่อยู่ทางตอนใต้ของ เกาะ Streymoy เกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ โบสถ์หินโบราณแมกนาส (Magnus Catherdal) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยชาวไวกิ้งในยุคกลาง

พักที่เมือง Torshavn 

Day 3

Eiði Village • Gjogv Village • Klaksvík • Viðareiði

เดินทางขึ้นเหนือสู่ ชม หมู่บ้าน Eiði ที่ตั้งอยู่บนปลายแหลมของเกาะ Eysturoy ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งมาก่อน

ชมหมู่บ้าน Gjogv หมู่บ้านอันเก่าแก่คิดถูกกล่าวถึงตั้งแต่ปี 1584 แต่เหมือนหลักฐานจะบ่งบอกว่าหมู่บ้านนี้มีอายุยาวนานกว่านั้น อาชีพหลักของคนในหมู่บ้านคือการตกปลาและขายปลาแห้ง

เดินทางไปเมือง Klaksvík เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของหมู่เกาะแฟโร รองจากTórshavn เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ก่อตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 เจริญรุ่งเรืองขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 จากการประมงและการค้ามีเศรษฐกิจที่หลากหลาย อุตสาห

กรรมหลักของเมือง ได้แก่ การประมง อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และการท่องเที่ยว

ไปยัง Viðareiði ชุมชนเล็กๆ สุดสายปลายถนนของหมู่เกาะแฟโรหมู่บ้านเล็กๆที่มีโบสถ์สีขาวโดดเด่นตั้งอยู่ริมหน้าผาและมีฉากหลังเป็นภูเขารูปทรงพีระมิดสูงชั้น

พักที่เมือง Torshavn

Day 4

ทะเลสาบ Trælanípan • Drangarnir • Gasadalur • Múlafossur Waterfall

เดิน trek ระยะสั้น (เที่ยวละประมาณ 2 ชม มายังทะเลสาบ Trælanípan ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล เมื่อถ่ายรูปออกมาจะเห็นเป็นภาพลวงตา เหมือนกับภูเขาเป็นแอ่งและมีน้ำอยู่ข้างในและลอยอยู่บนมหาสมุทร ซึ่งจริงๆ แล้วทะเลสาบ Sørvágsvatn ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะฟาโร ที่เห็นอยู่นี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงแค่ 30 เมตรเท่านั้น และที่ปลายสุดของทะเลสาบจะมีน้ำตก Bøsdalafossur อีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามแปลกตาของเกาะ

พาล่องเรือไปยังจุดชมวิว Drangarnir มองเห็นหินที่ขึ้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ความอัศจรรย์คือหินนั้นมีรูขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของเกาะแฟโร เรือจะพาชมถ้ำ และหลืบผาอีกด้านของภูเขาที่ไม่ค่อยมีคนได้ไปชม

ชมหมู่บ้าน Gasadalur หมู่บ้านอันมีภาพโด่งดังไปทั่วโลกเพราะที่นี่คือจุดชมน้ำตกอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะแฟโรนั่นเองนั่นคือ น้ำตกมูลาฟอส เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่เปรียบเสมือนซิกเนเจอร์ของหมู่เกาะแฟโร

ชมน้ำตก Múlafossur เป็นน้ำตกที่สวยงามตั้งอยู่บนเกาะ Vagar ของหมู่เกาะแฟโร น้ำตกนี้สูงประมาณ 60 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่มหาสมุทรแอตแลนติก

พักที่เมือง Torshavn

Day 5

Vestmanna • Torshavn

ชมหมู่บ้าน Vestmanna เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนเกาะ Streymoy ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักจากหน้าผาสูงชันและถ้ำทะเลที่สวยงาม

ชมเมืองเก่า Torshavn Old Town ที่ยังมีบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านสีแดงหลังคาหญ้ารวมถึงสภาแห่งแรกของหมู่เกาะแฟโร ชมอ่าวจอดเรือและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ รวมถึงร้านค้า คาเฟ่เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตเมืองเก่า ให้ได้เสพย์อารมณ์สุนทรีย์ ปล่อยชีวิตให้ไหลช้าๆ ตามสไตล์ชาวไวกิ้ง

เดินเล่นใน Tinganes และช้อปปิ้งในเมืองเก่าTing 

แปลว่า รัฐสภา เป็นศูนย์กลางของอำนาจในหมู่เกาะแฟโรตั้งแต่ยุคไวกิ้ง ประมาณปี ค.ศ. 900 แหลมหินนี้เคยใช้เป็นสถานที่สำหรับการประชุมรัฐสภาประจำปี เป็นบริเวณที่เก่าแก่ที่สุดของธอร์ฮาวน์ ให้ท่านเดินเที่ยวชมบ้านไม้สีแดงและมีหลังคาหญ้าปกคลุม อาคารนี้ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 นอกจากนี้ยังมีสำนักนายกรัฐมนตรี และสถานที่ราชการอื่นๆ ของเกาะแฟโรอยู่ที่นี่

คืนนี้พักที่ Torshavn 

Day 6

copenhagen • Nyhavn • Gefion Fountain • little mermaid • Kastellet

ไปสนามบิน บินภายในกลับเมืองโคเปน โดยสายการบิน SAS เที่ยวบินที่ SK 1778 เวลา 09.55-13.00 

เดินเล่นย่านท่าเรือเก่าอันมีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่ Nyhavn เป็นหนึ่งในจุดหมายไม่ควรพลาดสำหรับการมาเยือนเมืองหลวงของเดนมาร์ก ท่าเรือเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 17 เรียงรายไปด้วยบ้านทรงทาวน์เฮาส์ บาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารสีสันสดใส 

ชม Gefion Fountain น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออนเป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในรูปทรงที่แปลกตา มองดูคล้ายกับเป็นธารน้ำตกจำลอง ตั้งอยู่ในบริเวณหน้าท่าเรือเมืองโคเปนเฮเกน 

ไปดู เงือกน้อย little mermaid สัญลักษณ์ของเมืองโคเปนฮาเก้น ที่กำลังนั่งรอเจ้าชายตามเทพนิยายอันเลื่องชื่อ ของนักเล่านิทานระดับโลกฮันส์คริสเตียน-แอนเดอร์สัน

ชมป้อมคาสเทลเลท (Kastellet) เป็นป้อมรูปดาวที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ไม่กี่แห่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในยุโรปเหนือ ข้างในเป็นอาคารสีแดงๆ หลายตึก

คืนนี้พักที่ Copenhagen 

Day 7

Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • Russell Glacier

บินภายในไปเมือง Kangerlussuaq โดยสายการบิน Air Greenland เที่ยวบินที่ GL781 เวลา 10.00-11.40 (ใช้เวลาบิน 4.40 ชม)

จากนั้น ออกเดินทางสู่ Ice Cap Point 660 ชั้นน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นโลก (แถบขั้วโลกเหนือและใต้) อีกหนึ่งประสบการณ์อันน่าจดจำที่จะได้อยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมทั้งประเทศคิดเป็น 10% ของโลก ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากแอนตาร์กติกา

สัมผัสกับธารน้ำแข็งรัสเซล (Russell Glacier) หน้าผาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่มีความสูงกว่า 60 เมตรเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้า จินตนาการรูปลักษณ์คล้ายดั่งสัตว์ในเขตขั้วโลกเหนือ อาทิ หมีขาว แมวน้ำ หรือธารน้ำตก อันเป็นประติมากรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

คืนนี้พักที่ Kangerlussuaq

Day 8

Ilulissat • Short walk Disco Bay

ออกเดินทางไปยังเมือง llulissat โดยสายการบิน Air Geenland เที่ยวบินที่ GL502 เวลา 09.00-09.45

เดิน Trail ไปถ่ายรูป ที่ Disko Bay เป็นสถานที่ที่สวยงามและน่าทึ่งสำหรับถ่ายภาพ มีเส้นทางที่จะนำไปสู่จุดชมวิวที่สวยงามของอ่าวและภูเขาโดยรอบ เมื่อเดินไปถึงธารน้ำแข็งแล้ว สามารถเดินขึ้นไปบนธารน้ำแข็งและถ่ายรูปทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวและภูเขาโดยรอบได้ น้ำแข็งเป็นสีขาวราวกับหิมะและสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ทำให้เกิดภาพที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ ilulissat

Day 9

ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay • นั่งเรือชมปลาวาฬ

ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay ช่วงพระอาทิตย์เที่ยงคืน จะเห็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ มีแผ่นน้ำแข็งลอยน้ำขนาดใหญ่โตมากมายกระจัดกระจายอยู่ตามผืนน้ำ รวมพื้นที่ทั้งหมดของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ราว 4,000 ตารางกิโลเมตร

พาชมปลาวาฬ พบว่าดินแดนขั้วโลกเหนือแห่งนี้มีปลาวาฬกว่า 15 ชนิด ที่สามารถพบเห็นได้ โดยเฉพาะ วาฬหลังค่อม วาฬฟิน และวาฬมิงก์ นำท่านออกสำรวจปลาวาฬอย่างใกล้ชิด

คืนนี้พักที่ ilulissat

Day 10

ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย • Zion Church

ชมธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย หรือรู้จักกันในชื่อ Eqi กล่าวได้ว่าเป็นธารน้ำแข็งเก่าแก่อายุหลายหมื่นปี ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพียงแห่งเดียวที่มนุษย์สามารถเข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิดที่สุด จัดเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2004 เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจซึ่งก้อนน้ำแข็งจำนวนมหาศาลไหลลงทะเลทาง Ilulissat Icefjord (อิลลูลิแซท ไอซ์ฟยอร์ด) ถือได้ว่าเป็นที่สุดของธารน้ำแข็งทางฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ 

ชม โบสถ์ Zion Church ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในกรีนแลนด์ยุคนั้น โบสถ์ Zion สร้างขึ้นด้วยอิฐสีแดงและหินแกรนิต มีหลังคาสีฟ้าและระฆังทองเหลือง โบสถ์มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีพื้นที่สำหรับผู้มาเยี่ยมชมประมาณ 100 คน 

คืนนี้พักที่ Ilulissat

Day 11

บินกลับเมืองโคเปน (ใช้เวลาทั้งวัน)

เดินทางไปสนามบินเพื่อกลับเมืองโคเปน โดยสายการบิน Air Greenland เที่ยวบินที่ GL571 เวลา 11.10-12.00 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Kangerlussuaq และต่อด้วย GL780 เวลา 13.05-20.25 (ใช้เวลาทั้งวัน) ถึงโคเปนช่วงค่ำๆ เข้าพักผ่อนที่โรงแรม

พักที่ Copenhagen 

Day 12

สนามบินโคเปน • กรุงเทพ

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ ไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG951 เวลา 14.25-06.00

Day 13

06.00 เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริปกรีนแลนด์ เกาะแฟโรที่ผ่านมา

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
norway-iceland

ทัวร์ไอซ์แลนด์ แกรนด์

Iceland Grand

4 เส้นทาง รอบใหญ่ประเทศไอซ์แลนด์ คิดค้นใหม่ไม่ซ้ำใคร ออกล่าแสงเหนือทุกคืน

อธิบายรูปแบบการเดินทางของทริป

Road Trip

ข้อจำกัดของการเดินทางแบบ Road Trip

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
short brief
สรุปทัวร์ไอซ์แลนด์โดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 : Copenhagen • Keflavik • Akranes Light house • Akranes Old Shipwreck
วันที่ 3 : Búðakirkja • Arnarstapi • Hellnar • Lóndrangar • Vatnshellir Cave • Kirkjufell 
วันที่ 4 : Hvitserkur • Akureyri• Gerartogata Street• Akureyrarkirkja
วันที่ 5 : Godafoss • Myvatn Thermal Area• Hverarondor Hverir• Dettifoss • Egilsstaðir
วันที่ 6 : Hengifoss • East Fjord • Vestrahorn • Hofn
วันที่ 7 : Jokulsarlon & Diamond Beach • Ice cave • Skaftafell & Moss Lava Field • Vik
วันที่ 8 : Dyrholaey & Black Beach • Reynisfjara Beach & Hálsanefshellir Cave • Skógafoss • Seljalandsfoss • Selfoss // Geysir • Gullfoss • Thingvellir  
วันที่ 9 : Golden Circle • Geysir • Gullfoss • Thingvellir 
วันที่ 10 : Hallgrímskirkja• Sun Voyager (Solar) • Harpa •Whale Watching • BlueLagoon
วันที่ 11 : Fly to Copenhagen• เดินทางกลับไทย
วันที่ 12: 
Bangkok

  • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง
  • นำทริปโดย Driver Guide คนไทย (รอรับที่สนามบินปลายทาง
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 0000

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารเช้า
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • เรือข้ามฟาก (ถ้ามี)
  • ผู้นำทริปคนไทย (Driver Guide)
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ดำเนินการขอวีซ่าให้ 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และภายในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่ากิจกรรมนอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

22.30 นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินการบินไทย เที่ยวบินที่ TG950 เวลา 01.20-07.40 

Day 2

copenhagen• Keflavik • Akranes Lighthouse • Akranes Old Shipwreck

เดินทางถึงโคเปนฮาเก้น จากนั้นรอต่อเครื่องภายในไปยัง Keflavik โดยสายการบิน Play Airlines เที่ยวบินที่ OG 901 เวลา 11.45-12.15 ไกค์รอรับที่สนามบิน Keflavik เป็นเมืองใน ภูมิภาคเรคยาเนส (Reykjanes) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์

เมื่อถึง Reykjavik พาเดินทางขึ้นเหนือ ชมประภาคาร Akranes Lighthouse สร้างขึ้นในปี 1918 ใช้เป็นเครื่องช่วยนำทางสำหรับเรือที่เข้าอ่าว มีบทบาทสำคัญในการนำเรือเข้าสู่ท่าเรอิกยาวิก และยังมีซากเรือเก่าที่ถูกทิ้งร้างอันงดงามใกล้กับท่าเรือด้วย ทั้งประภาคารและซากเรืออับปางเหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง

 

เดินเล่นหามุมถ่ายรูปเก๋ๆ แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในเมืองอักรเนส ถ่ายรูปกับ Akranes Old Shipwreck หากฟ้าเปิดจะได้ชมแสงเหนือกับ Foreground สวยๆ

 

พักที่ Arkanes

 

Day 3

Búðakirkja • Arnarstapi / Hellnar / Lóndrangar • Vatnshellir Cave • Kirkjufell

ชมโบสถ์เล็กๆ สีดำอย่างโบสถ์ (Búðakirkja ) ถูกสร้างอยู่กลางทุ่งกว้าง ปราศจากสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ รายล้อม ที่นี่เราสามารถเดินเที่ยวเล่นชมวิวสวยๆ รอบๆ โบสถ์ และถ้ามองจากมุมสูง จะเห็นขอบทุ่งหญ้าตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าสด ยิ่งทำให้โบสถ์สีดำแห่งนี้ดูโดดเด่นมากขึ้น

แวะชุมชนชาวประมง Arnarstapi มีบ้านเรือนเก่าแก่และมีเสน่ห์หลายหลัง เป็นส่วนหนึ่งของ Snæfellsjökull National Park 

ชม Lóndrangar ปฎิมากรรมหินลาวา ที่เมื่อหลายพันปีก่อนภูเขาไฟในบริเวณเหล่านี้ได้เคยประทุและสงบลง มีลาวาที่แข็งตัวก่อเป็นผาหิน ผ่านการเวลาสายลมและสายน้ำที่กัดเซาะจนมีรูปร่างแปลกตา

ชมถ้ำลาวา Vatnshellir Cave ที่อยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติ Snæfellsjökull เกิดจากลาวาร้อนที่ไหลลงสู่ทะเล ส่วนขอบของทางไหลจะเย็นก่อน ส่วนที่ร้อนกว่าจะไหลสู่ที่ต่ำ เกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ คดเคี้ยวไปตามเส้นทางของลาวาไหลประมาณ 200 เมตร มีความลึกจากพื้นดินถึง 35 เมตร 

จากนั้น พาไปที่ Kirkjufell ภูเขาทรงหมวก อีกหนึ่ง Signature สำคัญของ Iceland ที่ไม่ควรพลาดมาถ่ายรูป มีฉากหน้าเป็นน้ำตกและเป็นภูเขาทรงหมวกเป็นพระเอก ในวันฟ้าเปิดและ KP สูง จะได้เห็นแสงเหนือเต้นระยิบระยับเป็นดังม่านแห่งท้องฟ้า โดยมีฉากหลังเป็นหมู่ดาวระยิบระยับ 

คืนนี้พักที่ Kirkjufell

Day 4

Hvitserkur • Akureyri• Gerartogata Street• Akureyrarkirkja

เดินทางสู่ Hvitserkur แปลว่า เสื้อเชิร์ตสีขาว มาจากขี้นกที่ปกคลุมหินจำนวนมากจนกลายเป็นสีขาว ตำนานกล่าวว่ามีอสูรกายเผ่าโทรลหาอาหารในเวลากลางคืน และเผลอลืมตัวจนไปถูกแสงแดดในยามเช้า แต่โทรลไม่สามารถทนต่อแสงแดดได้ ร่างกายจึงถูกแผดเผาอย่างรุนแรงและกลายเป็นหินในที่สุด

จากนั้นเดินทางเข้าเมือง Akureyri เมืองใหญ่อันดับสองของไอซ์แลนด์ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์อีกด้วย บ้านเรือนถูกปลูกสร้างจากไม้ ทาสีสันสดใสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ 

ชมโบสถ์อาคูเรย์รี่ (Akureyrarkirkja) อายุกว่า 80 ปี ในโบสถ์มีท่อออร์แกนถึง 3200 อัน มีภาพของพระเยซูและเรือตามความเชื่อของชาวนอร์ดิกโบราณ

เดินเล่นชมเมืองเล็กๆ และถนนคนเดินเกเรอโตรกาตา (Gerartogata) ถนนสายหลักของเมือง มีร้านค้าเล็กๆน้อยๆให้ได้แวะชม

คืนนี้พักที่ Akureyri

Day 5

Godafoss• Myvatn Thermal Area • Hverarondor Hverir • Dettifoss • Egilsstaðir

ชม Goda Foss น้ำตกแห่งพระเจ้า เกิดจากสายน้ำตกของโกดาฟอสส์ที่มีลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลมและตกลงมายังแอ่งขนาดใหญ่ตรงกลาง ในฤดูหนาวเส้นทางจะปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน น้ำในแอ่งบางส่วนจับตัวเป็นน้ำแข็ง

ชม Myvatn Thermal Area เป็นแหล่งพลังงานใต้ภิภพใจกลางประเทศไอซ์แลนด์ มีจุดชมวิวที่น่าสนใจ อาธิเช่น Kafka Thermal Plant โรงไฟฟ้าจากพลังงานใต้ภิภพ

ชม Hverarondor Hverir ทางออกของพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ ก่อให้เกิดเป็นบ่อโคลนเดือดและควันกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากหลุม 

ชม Dettifoss น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง Prometeus 

เดินทางเข้าสู่ เมือง Egilsstaðir ที่ถือว่าเป็นเมืองหลักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ ที่เป็นทั้งศูนย์กลางเดินทาง มีสนามบิน โรงเรียน และสถานที่สําคัญทางราชการต่างๆ

พักที่เมือง Egilsstaðir

Day 6

Hengifoss • East Fjord • Vestrahorn • Hofn

พาชม Hengifoss น้ำตกแปลกตาทีซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง Egilsstaðir น้ำตกนี้มีความสูงประมาณ 128 เมตร และมีหินที่มีลายสีแดงน้ำตาลเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอยู่ด้านหน้าของน้ำตก (กรณีที่สภาพอากาศไม่อำนวย เราขอเปลี่ยนแปลงโปรแกรมตามสถานการณ์)

ผ่านเขต East Fjord เป็นภูมิภาค ทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในตอนตะวันออกของไอซ์แลนด์ (Iceland) ภูมิภาคนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง โขดหินชัน ซึ่งพื้นที่ East Fjord นี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์

แวะถ่ายรูปที่ Vestrahorn สถานที่ ที่นักถ่ายภาพชื่นชมมากๆ ด้วยบรรยากาศของเขาที่มีรูปร่างน่าประทับใจเรียกว่า The Batman Mountain เนื่องจากรูปร่างของเขาที่มีความคล้ายกับคาเต็นของแบทแมน มีหาดทรายสีดำ ตัดกับหญ้าสีทอง เป็นฉากที่แปลกตาและน่าถ่ายรูปเป็นอย่างมาก

เข้าสู่เมือง Hofn เมืองเล็กๆ มีประชากรไม่ถึง 2,000 คน อาชีพหลักคือการทำประมง ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ เคยใช้ในภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty มาแล้ว 

คืนนี้พักที่ Hofn

Day 7

Jokulsarlon & Diamond Beach • Ice cave • Skaftafell & Moss Lava Field • Vik

พาชมโจกุลซาลอน ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุด เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1934-1935 ชม Iceburg ขนาดใหญ่ลอยอยู่ในทะเลสาบ 

ไม่ห่างจากโจกุลซาลอน ชมชายหาดดำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งก้อนใสๆ เล็กใหญ่เรียงทั่วชายหาด เมื่อยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะแวววาวจึงได้ชื่อว่า Diamond Beach 

เข้าชม ถ้ำคริสตัล (Ice Cave) (พย – มีค) เป็นถ้ำในทะเลสาบแช่แข็งที่เกิดจากธารน้ำแข็ง สวีนาเฟลล์โจกุล (Svinafellsjokull Glacier) ถ้ำแห่งนี้มีปากถ้ำที่เป็นปล่องน้ำแข็งสูงประมาณ 22 ฟุต ความความโดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ก็คือ ผนังน้ำแข็ง ที่เป็นก้อนน้ำแข็งสีฟ้าอ่อนเหมือนกับก้อนคริสตัล ให้ความรู้สึกเหมือนเราท่องไปในดินแดนพิศวง

ผ่านอุทยานแห่งชาติสกัฟตาเฟลล์ พบกับธารน้ำแข็งหลายสายที่ก่อตัวขึ้นมาหลายพันปี จากนั้นไปถ่ายรูปที่ทุ่งหญ้ามอสที่ปกคลุมอยู่บนหินลาวา สุดลูกหูลูกตา เมื่อได้ภาพออกมา จะสวยงามแปลกตาเหมือนไม่ได้อยู่ในโลกมนุษย์

เข้าสู่เมือง Vik เป็นเมืองเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งใต้ของไอซ์แลนด์ มีร้านอาหาร Supermarket และร้านขายของและเสื้อผ้าให้ได้เลือกซื้อ

คืนนี้พักที่ ViK

Day 8

Dyrholaey & Black Beach • Reynisfjara Beach & Hálsanefshellir Cave • Skógafoss • Seljalandsfoss • Selfoss // Geysir • Gullfoss • Thingvellir

ชมแหลม Dyrholaey จุดชมวิวหาดลาวาสีดำสนิท เมื่อขึ้นไปด้านบนผาจะมองเห็นแหลมหินที่มีโพรงขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล รวมถึงประภาคารสีเหลืองสดใส ในหน้าร้อนนกพัฟฟินจะอพยพกันมาอยู่บริเวณนี้

ไปถ่ายรูปกับแท่งหินบะซอลต์ริมชายหาดดำ  Reynisfjara Beach & Hálsanefshellir Cave ไฮไลท์ของนักท่องเที่ยวที่จะต้องปีนป่ายไปยืนบนแท่งหินนี้ จนได้รูปสวยงามแปลกตา ติดกันนั้นมีโพรงถ้ำ มีความสูง 120 เมตร ดูลึกลับเหมือนอยู่อีกดินแดนหนึ่ง 

ชม Skogafoss อีกหนึ่งน้ำตกไฮไลท์ที่ตกจากหน้าผาสูงถึง 62 เมตร สามารถชมความงามได้ทั้งด้านล่างและด้านบน ในวันที่อากาศเป็นใจจะได้เห็นรุ้งพาดผ่านน้ำตกแห่งนี้

ชม Seljalandsfoss น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 60 เมตรผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปชมด้านหลังม่านน้ำตกได้ ทำให้ได้มุมที่แปลกตาของน้ำตก

พักที่เมือง Selfoss

Day 9

Golden Circle • Geysir • Gullfoss • Thingvellir

เดินทางเข้าสู่เขต Golden Circle ชม Geysir น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นสูงกว่า 30 เมตร ทุกๆ 5-10 นาที เกิดจากน้ำในโพรงใต้ดิน ได้รับความร้อนจากพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือด จึงดันน้ำในโพรงขึ้นมา ให้กลายเป็นน้ำพุร้อน 

ชม Gullfoss ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 3 ที่ไอซ์แลนด์ที่ต้องมาเยือน Gull แปลว่า ทองคำ และ Foss แปลว่าน้ำตก รวมกันหมายถึง น้ำตกทองคำ

ชม Thingvellir อุทยานแห่งชาติแห่งแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ เป็นรอยเปลือกโลกที่เชื่อมระหว่างทวีปยุโรป และทวีปอเมริกา และยังเป็นที่ตั้งสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์อีกด้วย

เดินทางเข้าพักที่เมือง Reykjavik

Day 10

Whale Watching• Hallgrímskirkja• Sun Voyager (Solar) • Harpa •Whale Watching • BlueLagoon

พาชม Hallgrímskirkja โบสถ์สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ (74.5 เมตร) เป็นสถาปัตยกรรม แนวอิมเพรสชั่นนิส เริ่มก่อสร้าง ค.ศ. 1945-1986 บริเวณด้านหน้าของโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของเลฟร์ อีริกสัน ที่เชื่อกันว่าเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางไปถึงทวีปอเมริกาเหนือ ก่อนหน้าคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเกือบ 500 ปี 

ชม Sun Voyager (Solar) สร้างขึ้นเมื่อปี 1990 ชนะเลิศจากการประกวดประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองกรุงเรคยาวิกครบ 200 ปี แทนความหมายของเรือแห่งความฝันที่ออกเดินทางไปตามทิศทางแห่งดวงอาทิตย์ ไปสู่ดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ

ถ่ายรูปกับ Harpa อาคารแห่งนี้ตกแต่งด้วยกระจก 6 เหลี่ยม ยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดเป็นประกาย หลากสีสันแตกต่างกันออกไปตามมุมมองที่เรายืนชมอยู่

บ่าย พาล่องเรือชมปลาวาฬในเรคยาวิก (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) เรือไปยังบริเวณที่มีโอกาสพบเห็นปลาวาฬมากที่สุด ระหว่างทาง ไกด์จะคอยให้ความรู้เกี่ยวกับปลาวาฬและสัตว์ทะเลอื่นๆ อีกด้วย ปลาวาฬที่พบเห็นบ่อยที่สุดในบริเวณอ่าวไอซ์แลนด์ ได้แก่ ปลาวาฬหลังค่อม ปลาวาฬสีน้ำเงิน ปลาวาฬเพชฌฆาต และวาฬหัวทุย มีโอกาสสูงที่จะได้เห็นปลาวาฬหลังค่อม ซึ่งเป็นปลาวาฬขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยปลาวาฬหลังค่อมสามารถโตได้ถึง 30 เมตร และมีน้ำหนักได้ถึง 150 ตัน นอกจากปลาวาฬแล้ว ยังสามารถพบเห็นสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น โลมา สิงโตทะเล แมวน้ำ และนกทะเล เป็นต้น

ไป Blue Lagoon เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองเคฟลาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้มีชื่อเสียงจากน้ำสีฟ้าใสราวกับคริสตัลและสรรพคุณด้านความงาม บ่อน้ำพุร้อน Blue Lagoon เป็นแหล่งน้ำพุร้อนเพียงแห่งเดียวในโลกที่มีแร่ธาตุซิลิกาเข้มข้นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการบำรุงผิว นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาแช่น้ำเพื่อผ่อนคลายและบำรุงผิว

คืนนี้พักที่ Keflavik

 

Day 11

Fly to Copenhagen• เดินทางกลับไทย

ถึงเวลาเดินทางสู่สนามบิน เช็คอินสายการบิน Play Airlines เที่ยวบินที่ OG900 06.20-11.30 ถึงโคเปนฮาเก้น จากนั้นรอต่อเครือ่งกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways ฌเที่ยวบินที่ TG951 เวลา 14.25-06.00

Day 11

06.00 เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริป ไอซ์แลนด์ ที่ผ่านมา

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Russia

ทัวร์ไบคาล

Baikal

หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า • นั่งสุนัขลากเลื่อน • ทดลองขับ Snowmobile • นั่ง Ski Ligt  • พิพิธภัณฑ์ไบคาล • เกาะโอลคอน • Cape Dragon Island Ogoy • แหลมบูรคาน • หินสามพี่น้อง

short brief
สรุปทัวร์ไบคาลโดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ •  อิรคุตสก์
วันที่ 2 : หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า • ทดลองนั่งสุนัขลากเลื่อน • ทดลองขับ Snowmobile • นั่ง Ski Ligt สู่ เนินหินเชียร์สกี • พิพิธภัณฑ์ไบคาล
วันที่ 3 : เกาะโอลคอน • สถูปพุทธแบบธิเบต • Cape Dragon Island Ogoy
วันที่ 4 : แหลมบูรคาน • โขดหินชามาน • ชมหินสามพี่น้อง หรือ Three brother rock • แหลมโคบอย
วันที่ 5 : เกาะโอลคอน – เมืองอิรคุตสก์
วันที่ 6 : ไปสนามบินเดินทางกลับกรุงเทพ

  • เดินทางโดยรถ Minibus
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาทีอำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 00

Full Service Style —

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าวีซ่า
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ • อิรคุตสก์

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ สายการบิน s7 ไซบีเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ S7 6332 เวลา 16.30-00.15 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองเอียร์คุท ประเทศรัสเซีย 

*เครื่องบิน แบบ Boeing 737-800 Narrow Body ที่นั่ง 3-3

คืนนี้เพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

 

Day 2

Listvynska • Dogsledge • Snowmobile • Chersky Peak

เดินทางสู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ห่างจาก irkutsk ราว 70 กิโลเมตร เมืองเล็กๆริมทะเลสาบไบคาลที่มีสิ่งน่าสนใจและกิจกรรมหลายอย่างรอเราอยู่ 

ทดลองนั่ง สุนัขลากเลื่อน กิจกรรมที่ทุกท่านใฝ่ฝันจะได้ร่วมสักครั้ง เราจะพาท่านนั่งบน Sledge ที่ลากด้วยสุนัขประมาณ 6-8 ตัว ไปตามทางที่โรยด้วยเกล็ดหิมะ 

*(โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพหิมะที่ปกคลุมว่ามีมากเพียงพอหรือไม่)

ร่วมทดลองขับ SNOWMOBILE พาหนะที่ใช้เดินทางของคนในพื้นที่อันหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหน้าหนาวที่หิมะหนานุ่มปกคลุมอยู่ทั้งเมือง จัดให้นั่งคันละ 2 ท่าน 

นั่ง Ski lift สู่ เนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาล จากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบ มุมอันสวยงามของธรรมชาติ ชมพิพิธภัณฑ์ไบคาลเพื่อเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศน์ของทะเลสาบไบคาล ที่ประกอบไปด้วยพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงดาวเด่นของพิพิธภัณฑ์ “แมวน้ำไบคาล” นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจำลองสภาพใต้น้ำของทะเลสาบไบคาลให้ชมกันอย่างใกล้ชิด

คืนนี้เราจะพักกันที่ Listvynska

 

Day 3

Olkhon • Khorgoy • Ogoy • Buddhist Stupa • Khuzhi

เดินทางสู่ เกาะโอลคอน ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนทะเลสาบไบคาล (280 กม-4 ชม ) เมื่อถึงปลายแผ่นดินใหญ่ แวะพักยืดเส้นยืดสาย ชมวิว ณ จุดชมวิวก่อนข้ามสู่เกาะ Olkhon ที่นี่มีอนุสาวรีย์ของชายพเนจรตั้งอยู่ ริมอ่าว Kurkutsky Bay อนุสาวรีย์นี้เป็นตัวแทนของชายพเนจรในบทเพลงพื้นบ้านผู้ที่หนีการถูกลงโทษ พยายามข้ามทะเลสาบไบคาลกลับสู่เมืองอีรคุตสค์ ด้วยเรือสภาพผุพัง จากจุดนี้เราสามารถมองวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาลได้อย่างชัดเจน

เปลี่ยนยานพาหนะสำหรับเดินทางเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียที่จะพาเราตลุยไปบนแผ่นผืนน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ รถตู้ UAZ เรียกอีกอย่างว่า “Buchanka” เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1941 ในสมัยสงครามโลก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังผลิตอยู่ และมีสโลแกนว่า “ทำไมต้องคิดค้นสิ่งใหม่เมื่อสิ่งเก่ายังทำงานได้ดีอยู่”

จะแวะถ่ายรูปจุดสวยๆ หลายจุด เช่น ถ้ำ น้ำตกน้ำแข็งที่เกิดจากน้ำแข็ง (ในแต่ละปีมีรูปร่างต่างกันไป) ตามสภาวะของอากาศ ความหนาวเย็น และสายลม ชม แหลมคอร์กอย ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการพบ “ซากกำแพงหินโบราณ” ที่สันนิษฐานว่าอาจเคยใช้เป็นแนวป้องกันข้าศึกในอดีต 

เดินทางสู่ เกาะโอกอย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอลคอน ตั้งอยู่ในเขตทะเลน้อย 

สถูปพุทธแบบทิเบต สูง 8 เมตร ประดิษฐานบนเกาะเมื่อปี 2005 เพื่อสักการะบูชา บนเกาะ 

Cape Dragon Island Ogoy อยู่ที่ปลายแหลมของเกาะ เป็นจุด Check in สำคัญของทริปไบคาลจุดหนึ่ง

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Olkhlon


Day 4

Burkan • Shaman Rock • Three Rock • Khoboy Cape

เดินชมแหลมบูรคาน หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของทะเลสาบไบคาล ที่เป็นที่ตั้งของ “โขดหินชามาน” สถานที่ประกอบพิธีกรรมของหมอผีสื่อวิญญาณตามความเชื่อของชาวไบคาล ก่อนการเผยแพร่ศาสนาพุทธจากทิเบตมายังบริเวณนี้ พร้อมกันกับที่ให้เวลาท่านได้ถ่ายภาพทิวทัศน์ไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย 

รู้จักชาว ชามาน เกาะ Olkhon นั้นเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมือง Buryat ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยทางตอนเหนือของ Mongols เกาะนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของชาแมนในซีกโลกเหนือและเชื่อกันว่าเป็น“ หนึ่งในห้าพื้นที่” ของพลังงานชามานิก

เสาไม้แกะสัญลักษณ์ เป็นความเชื่อของชาวชามาน ถูกหุ้มด้วยริบบิ้นสีสดใสพริ้วไหวในสายลม เสาทั้ง 13 ต้นนี้เป็นตัวแทนของเทพเจ้า 13 องค์ ของเกาะ

ชมหินสามพี่น้อง หรือ THREE BROTHER ROCK ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่ามีพี่น้องสามตนซึ่งเป็นนกอินทรี พวกเขาจะบินเหนือเกาะและเพลิดเพลินกับท้องฟ้า ครั้งหนึ่งพวกเขาผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับพ่อ เขาได้กินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เขาจึงถูกสาบให้กลายเป็นหิน 

แหลมโคบอย ทางตอนเหนือสุดของเกาะโอลคอน พร้อมสัมผัสความงามของผืนน้ำแข็งสีฟ้าแวววาวที่โด่งดังในช่วงฤดูหนาว แนวถ้ำน้อยใหญ่

ถ่ายรูปกับน้ำแข็งรูปทรงแปลกตาสีฟ้า สีส้มตามการสะท้อนของแสงแดดและท้องฟ้า

ถ่ายรูปฟองอากาศแข็งตัว • ลายน้ำแข็ง • ก้อนน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา • น้ำตกน้ำแข็ง • ถ้ำน้ำแข็ง • รถตู้ UAZ

คืนนี้พักที่ Olkhlon

 

Day 5

Olkhlon • City tour Irkutsk

อำลาเกาะโอลคอน เดินทางกลับสู่ตัวเมืองอีรคุตสค์ตามเส้นทางเดิม 

เที่ยวชมภายในตัวเมืองอีรคุตสค์ อาทิเช่น
• อนุสาวรีย์ยาคอฟ โปคาบอฟ ผู้ก่อตั้งเมืองอีรคุตสค์
• ประตูชัยมอสโก อนุสรณ์แห่งการครองราชย์ครบ 10 ปีของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1
• เปลวไฟนิรันดร์ ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารเกณฑ์จากดินแดนไซบีเรียผู้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมนสกี ซึ่งเป็นอาคารที่เคยถูกใช้งานหลากหลายรูปแบบตลอดสมัยจักรวรรดิรัสเซียและโซเวียต
• อนุสาวรีย์นายพลคอลชัค หนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มรัสเซียขาวในสงครามกลางเมืองหลังการปฏิวัติรัสเซีย
• อนุสาวรีย์จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ดำริให้สร้างทางรถไฟประวัติศาสตร์สายทรานส์ไซบีเรีย
• เขตประวัติศาสตร์ ย่าน 130 ที่เต็มไปด้วยอาคารไม้ตามแบบสมัยต้นศตวรรษที่ 18

เดินทางสู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ห่างจาก Irkutsk ราว 70 กิโลเมตร เมืองเล็กๆริมทะเลสาบไบคาลที่มีสิ่งน่าสนใจและกิจกรรมหลายอย่างรอเราอยู่ สุนัขลากเลื่อน กิจกรรมที่ทุกท่านใฝ่ฝันจะได้ร่วมสักครั้ง เราจะพาท่านนั่งบน Sledge ที่ลากด้วยสุนัขประมาณ 6-8 ตัว ไปตามทางที่โรยด้วยเกล็ดหิมะ  *(โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพหิมะที่ปกคลุมว่ามีมากเพียงพอหรือไม่)

 

นั่ง Ski lift สู่ เนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาล จากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบ มุมอันสวยงามของธรรมชาติ 

 

คืนนี้พักที่ Irkutsk

Day 6

เดินทางสู่สนามบิน เชคอินสายการบิน s7 ไซบีเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบิน S7 6331 เที่ยวเวลา 10.105 น.

15.30 น. กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริป ไบคาล ที่ผ่านมา

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Northernlight Russia

ทัวร์มูรมันสก์รัสเซีย นั่งรถไฟชมแสงเหนือ

ทัวร์รัสเซีย มูรมันสก์

xxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนไขทริป 

คือการเดินทางด้วยรถตู้คันเล็ก กลุ่มละ 6 ท่าน มึความคล่องตัวและ Flexible มากกว่าการเดินทางด้วยรถใหญ่

อย่างไรก็ตาม Road Trip มีข้อจำกัดบางประการ 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • xxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

ทัวร์มูรมันสก์

Highlight

Day 1 : Bangkok – Moscow – Murmansk

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

Day 2 : Murmansk – Teriberka

  • เดินทางสู่ เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) เมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แคว้นชายฝั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan ชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจ
  • อนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้นรุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์

Day 3 : Murmansk – Sami Village

  • เดินทางสู่ หมู่บ้านซามี่ (Saami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า ภายในจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆอีกมากมาย เช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชม Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสุขภาพที่ดี รวมถึงเรื่องความรักก็จะสมปรารถนาอีกด้วย
  • เที่ยวชมความน่ารักและให้อาหารฝูงกวางใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ จากนั้นท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • Husky Farm ให้ท่านได้ชมความน่ารักของสุนัขแสนรู้ ฮัสกี้ เป็นสุนัขพันธุ์ฉลาดเฉลียวและแข็งแรงมาก โดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเทียมสุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding)
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Kirovsk

Day 4 : Snowmobiles – Snow village

  • เดินทางสู่ภูเขาคิบินี (Khibiny Mountains) จุดศูนย์กลางของคาบสมุทรโคล่า สนุกสนานไปกับการนั่ง Snowmobile กลางทุ่งหิมะอันหนาวเย็นท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบน้ำแข็งของภูมิประเทศเขตอาร์กติกที่ไม่เหมือนใคร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหิมะ (Snow Village) ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆที่สวยงาม มีทั้งอาคาร,รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำ, เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • เตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเมือง Petrozavodsk ด้วย Night Arctic train (พักห้องละ 4 ท่าน)

Day 5 : Petrozavodsk

  • ตื่นรับแสงแรกแห่งวันบนเส้นทางสาย Arctic Train ถึงเมือง Petrozavodsk เวลา 50 น. เมือง “เปโตรซาวอดสค์”  อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในสมัยจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่ในสมัยโซเวียตเคยถูกยึดครองโดยกองทัพฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ลึกลับบนท้องฟ้าในช่วงปี ค.ศ. 1977
  • ชมวิวเขตปกครองพิเศษคาเรเลีย ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สีขาวจากหน้าต่างรถไฟ
  • เดินทางถึง Petrozavodsk เมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ “โอเนกา” ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคนี้
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Petrozavodsk

Day 6 : Petrozavodsk – Moscow – Bangkok

  • เดินทางไปยัง Moscow โดยสายการบินภายในประเทศ
  • แวะช้อปปิ้งที่ ตลาดอิสไมโลโว ตลาดขายของฝากราคาไม่แพง สินค้าที่ขึ้นชื่อได้แก่ตุ๊กตาแม่ลูกดก งานไม้ต่างๆ
  • เตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเชเรมิตเตโวเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

 Day 7 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – Moscow – St.Petersburg

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • เดินทางถึงเซนท์ปีเตอร์เบิร์ก เดินทางเข้าเมือง
  • คืนนี้พักที่ Best western Hotel หรือเทียบเท่า

Day 2 : St.Petersburg

  • เมือง peterburg ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เดิมชื่อว่าเมืองเปโตรกราดและเลนินกราด เป็นเมืองท่าที่สำคัญในประเทศรัสเซียและเคยเป็นเมืองหลวงของรัสเซียนาน 206 ปี
  • ชม จัตุรัสพระราชวัง ศูนย์กลางของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกหนึ่งมรดกโลก ที่นี่ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในทางประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซียที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการลุกฮือซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติล้มระบอบซาร์
  • พระราชวังแคทเธอรีน ตั้งอยู่ในเมือง Pushkin เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่งดงามมาก สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ในปี คศ. 1717 เพื่อเป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อนกับพระมเหสี พระนางแคทเธอรีนที่ 1 สีของพระราชวังนี้สีฟ้าแทนพระเนตรของพระนางเเละสีทองแทนพระเกศา มีสวนแห่งความสุข ความทรงจำและห้องภาพต่างๆด้วยศิลปะคลาสสิกภายในเน้นตกแต่งประดับประดาผนังห้องด้วยลายปูนปั้นต่างๆ เพดานเขียนภาพแฟรสโก้
  • ห้องอำพัน ตั้งอยู่ภายในพระราชวังแคทเธอรีน เป็นห้องที่ผนังทำด้วยอำพันทั้งสิ้น 6 ตัน ทั้งห้องตกแต่งด้วยทองคำเปลวและกระจก มีความมหัศจรรย์ สวยงามเป็นอย่างมากจนทุกคนต้องตลึง
  • วิหารเซนต์ไอแซค ใช้เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญต่างๆ เช่นพิธีราชาภิเษกหรือใช้ทำพิธีก่อนพระราชาจะออกไปรบ โดมของวิหารประดับด้วยทองคำแท้น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ด้านนอกเป็นเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ จึงทำให้มีความโดดเด่นเป็นสง่า มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • อนุสาวรีย์ซาร์ปีเตอร์บนหลังม้า เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช ผู้ซึ่งวางรากฐานอันมั่นคงให้กับเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กรวมถึงจักรวรรดิรัสเซีย
  • จัตุรัสรัฐสภา อดีตเคยเป็นจตุรัสกลางเมือง เคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Decemrists square ในปี 1925 เพื่อระลึกถึงการครบรอบ 100 ปีของการเกิดปฏิวัติเดือนธันวาคมในปี 1825 และถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในปี 2008 มาเป็น Senetor square จนถึงทุกวันนี้
  • สเตรลคา (Strelka) หรือ “แหลม” ในภาษาอังกฤษ เป็นจุดชมวิวมหานครที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากจุดนี้สามารถชมเมืองเป็นฉากหลงอันยิ่งใหญ่ มีแม่น้ำเนวาอันกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า
  • Rostral column เสาหินสีแดง 2 ต้น สร้างเมื่อ ค.ศ. 1810 เคยเป็นประภาคารสำหรับการเดินเรือ เสา 2 ต้นนี้ สูง 32 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะวาซิลเยฟสกี้ฝั่งแม่น้ำเนวา ตรงข้ามพระราชวังฤดูหนาว (Hermitage) อีกด้านของเสาเป็นอาคารตลาดหลักทรัพย์ รูปแบบเสาเป็นรูปหัวเรือและมีแม่ย่านางเรือ ฐานสลักหินรูปเทพเจ้า Neptune และ Merkury เทพผู้ปกครองท้องทะเลและการเดินเรือ
  • ชม “ป้อมปีเตอร์และปอล” ตั้งอยู่บน เกาะวาซิลเยฟสกี้ เป็นสิ่งก่อสร้างแรกที่สร้างในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตั้งอยู่ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนวา ป้อมปราการสร้างขึ้นเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม เพื่อคุ้มกันเมืองจากศัตรูทางน้ำ รวมถึง อนุสรณ์แห่งชัยชนะสงครามเหนือสวีเดน
  • คืนนี้พักที่ Best western Hotel หรือเทียบเท่า

Day 3 : St.Petersburg – Murmansk

  • นำชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเฮอร์มิเทจ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก อาคารจัดแสดงหลักตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนวา อดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งรัสเซียในช่วงฤดูหนาว รวบรวมผลงานชิ้นเอกของศิลปินระดับโลก เครื่องใช้ของราชวงศ์ รวมถึงบรรณาการจากราชวงศ์ทั่วโลก จัดแสดงในห้องซึ่งประดับประดาอย่างงดงามกว่าพันห้อง
  • ชม “ถนนเนฟสกี” ถนนสายหลักใจกลางเมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์อาคารซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18
  • ออกเดินทางไปยังมูรมันสค์ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์ หลังเชคอินพาท่านออกล่าแสงเหนือ

Day 4 : Murmansk – Teriberka

  • เดินทางสู่ เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) เมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แถบชายฝั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan ชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจ
  • อนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 35.5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์

Day 5 : Murmansk – Sami Village

  • เดินทางสู่ หมู่บ้านซามี่ (Sami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า ภายในจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชม Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสุขภาพที่ดี รวมถึงเรื่องความรักก็จะสมปรารถนาอีกด้วย
  • เที่ยวชมความน่ารักและให้อาหารฝูงกวางใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ จากนั้นท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • Husky Farm ให้ท่านได้ชมความน่ารักของสุนัขแสนรู้ ฮัสกี้ เป็นสุนัขพันธุ์ฉลาดเฉลียวและแข็งแรงมาก โดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเทียมสุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding) ได้เวลาสมควรเดินทางต่อสู่เมือง Kirovsk
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Kirovsk

Day 6 : Snowmobiles – Snow village

  • เดินทางสู่ภูเขาคิบินี (Khibiny Mountains) จุดศูนย์กลางของคาบสมุทรโคล่า สนุกสนานไปกับการนั่ง Snowmobile กลางทุ่งหิมะอันหนาวเย็นท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบน้ำแข็งของภูมิประเทศเขตอาร์กติกที่ไม่เหมือนใคร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหิมะ (Snow Village) ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆที่สวยงาม มีทั้งอาคาร,รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำ, เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • เตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเมือง Petrozavodsk ด้วย Night Arctic train (พักห้องละ 4 ท่าน)

Day 7 : Petrozavodsk

  • ตื่นรับแสงแรกแห่งวันบนเส้นทางสาย Arctic Train ถึงเมือง Petrozavodsk เวลา 14.50 น. เมือง “เปโตรซาวอดสค์”  อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในสมัยจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่ในสมัยโซเวียตเคยถูกยึดครองโดยกองทัพฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ลึกลับบนท้องฟ้าในช่วงปี ค.ศ. 1977 
  • ชมวิวเขตปกครองพิเศษคาเรเลีย ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สีขาวจากหน้าต่างรถไฟ ช่วงบ่าย เดินทางถึง Petrozavodsk เมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ “โอเนกา” ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคนี้
  • พักที่ Petrozavodsk

Day 8 : Petrozavodsk – Moscow

  • เดินทางไปยังเมือง Moscow โดยสายการบินภายในประเทศ
  • นำชม จัตุรัสแดง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยให้กับพระราชวังเครมลิน จึงเป็นลานประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงมอสโกที่มีความสำคัญ เป็นแลนมาร์คของรัสเซียมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยก่อน ต่อมาได้ถูกปรับปรุงพัฒนาตามยุคสมัย และรายล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่างมากมาย นอกจากนั้นจัตุรัสแดงยังถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการเดินสวนสนามของทหาร การประกอบพิธีสำคัญระดับประเทศ
  • ห้างสรรพสินค้า GUM ตั้งอยู่ย่านจัตุรัสแดง เป็นห้างที่เก่าแก่มากที่สุดในกรุงมอสโก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1895 มีความโดดเด่นขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมแบบยุคโบราณที่สวยงามโดดเด่น ลักษณะของห้างสร้างเป็นตัวอาคารสูง 3 ชั้น ภายนอกดูหรูหรา ตกแต่งได้อย่างสวยงาม ภายในโออ่าใหญ่โต มีสินค้าให้เลือกมากมาย
  • สุสานเลนิน หลังจากที่ วลาดีมีร์ เลนิน อดีตผู้นำปฏิว้ติรัสเซียได้เสียชีวิตลงแล้ว ก็ได้มีการสร้างสุสานเลนินขึ้นมาที่บริเวณจตุรัสแดง กลางกรุงมอสโก จนแล้วเสร็จ เมื่อปี ค.ศ. 1929 รูปแบบของสุสานมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นทรงพีระมิด มีความสูงราว 12 เมตร โดยมีกระบวนการต่างๆที่เก็บรักษาร่างของเลนินไว้ เช่น การเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นต้น สำหรับสุสานเลนินแห่งนี้ได้เปิดให้ประชาชนได้เคารพศพและเข้าชมอีกด้วย
  • วิหารเซนต์บาซิล ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสแดง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1555 เพื่อฉลองชัยชนะเหนือมองโกลที่ยกทัพมาเมืองคาซาน ด้วยรูปแบบของวิหารเซนต์บาซิล ที่มีลักษณะแปลกตาแต่สวยงามลงตัว เพราะสร้างให้มีโดมรูปทรงหัวหอม 8 โดม ล้อมรอบโดมที่ 9 ซึ่งอยู่ตรงกลาง จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ในกรุงมอสโกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงดึงดูดความสนใจของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
  • อนุสาวรีย์มินินและโปชาร์สกี อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสแดง เป็นอนุสาวรีย์ที่หล่อด้วยทองสำริด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2361 หลังจากที่มินินและโปชาร์สกี้ สองผู้นำอาสาสมัครนำกองกำลังเพื่อต่อสู้กับกองทัพโปลที่เข้ามารุกรานในเขตเครมลิน จนได้รับชัยชนะในที่สุด จึงมีการสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้นมา
  • คืนนี้พักที่ Best western หรือเทียบเท่า

Day 9 : Moscow – Bangkok

  • เครมลินแห่งกรุงมอสโก สถานที่ซึ่งมากไปด้วยความสำคัญของรัสเซีย เพราะเป็นคำเรียกป้อมปราการในกรุงมอสโก มีความสำคัญคือเป็นศูนย์กลางของกรุงมอสโกมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 มาจนถึงปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นศูนย์รวมอำนาจรัฐของรัสเซียมาจนถึงปัจจุบัน เครมลินจึงเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายแห่ง และใช้เป็นที่พักอาศัยของผู้นำรัสเซีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก เมื่อ ค.ศ. 1990
  • หอระฆังพระเจ้าซาร์อิวานมหาราช สร้างโดยเจ้าชายอิวาน ความสูงมากถึง 81 เมตร จึงกลายเป็นหอระฆังที่มีความสูงมากที่สุดในโลก ส่วน “ระฆังพระเจ้าซาร์” เป็นระฆังที่มีน้ำหนักกว่า 200 ตัน จึงถูกเรียกว่าเป็นระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน ตัวระฆังภายนอกได้ถูกสลักลวดลายต่างๆไว้อย่างวิจิตรสวยงาม
  • ชม ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ เป็นปืนที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1586 ขนาดของปืนมีน้ำหนักมากถึง 40 ตัน จึงกลายเป็นปืนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณด้านหน้าปืน ปรากฎลูกกระสุนอยู่ 4 ลูก โดยแต่ละลูกมีน้ำหนักราว 1 ตัน
  • ชมภายใน จัตุรัสวิหาร ที่ล้อมรอบด้วยวิหาร 3 แห่ง ซึ่งเคยใช้ประกอบพิธีของสมาชิกราชวงศ์โรมานอฟ ได้แก่วิหารแม่พระรับเกียรติ ที่ใช้ประกอบพิธีราชาภิเษก วิหารแม่พระรับสาร โบสถ์ประจำราชวงศ์สำหรับงานพิธีมงคล และ วิหารอัครทูตสวรรค์ สถานที่บรรจุพระศพของสมาชิกราชวงศ์ซาร์รัสเซียยุคก่อนจักรวรรดิ
  • แวะช้อปปิ้งที่ ตลาดอิสไมโลโว ตลาดขายของฝากราคาไม่แพง สินค้าที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ตุ๊กตาแม่ลูกดก งานไม้ต่างๆ
  • ได้เวลาสมควรเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเชเรมิตเตโว เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 10 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

ยังไม่มีบิน

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Northernlight norway-iceland

ทัวร์นอร์เวย์ โลโฟเทน

Norway • Lofoten • Tromso

Tromso • ชมมหาวิหารไม้ •  Arctic Cathedral • Harstad • Svolvear • Henningsvaer • หาด Uttakleiv Beach • Haukland Beach • สะพาน Fredvang • Hamnoy • Å village • Ramberg Beach 

อธิบายรูปแบบการเดินทางของทริป

Road Trip

ข้อจำกัดของการเดินทางแบบ Road Trip

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
short brief
สรุปทัวร์นอร์เวย์โดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 : ถึงออสโลว บินภายในไปยังเมือง Tromso พาขึ้นกระเช้าชมวิวเมืองทรอมโซ
วันที่ 3 : ชมมหาวิหารไม้, Arctic Cathedral ชมฟาร์มกวางเรนเดียร์และวัฒนธรรมซามิ 
วันที่ 4 : เดินทางสู่เมือง Harstad ชมวิวภูเขาเคิปเพน ชม Kasfjord City – Mini Town เมืองจำลอง และแวะชม Trondenes Church
วันที่ 5 : แวะเดินเล่นเมือง Svolvear และเดินทางต่อไปยัง Henningsvaer
วันที่ 6 : ชมหาด Uttakleiv Beach และ Haukland Beach ชม สะพาน Fredvang และเข้าพักหมู่บ้าน Hamnoy 
วันที่ 7 : ชมหมู่บ้าน Å village หมู่บ้านชาวประมง Nusfjord และ Reine ไปหมู่บ้านประมง Sakrisoy 
วันที่ 8 : แวะถ่ายรูป Ramberg Beach และไปสนามบินไปยังเมือง Oslo
วันที่ 9 : อิสระช่วงเช้า และไปสนามบินขึ้นเครื่องกลับไทย
วันที่ 10 : ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

นัดพบกันที่สุวรรณภูมิเดินทางสู่ ออสโล โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR835 19.10-22.35 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Doha จากนั้นต่อด้วย QR179 01.25-06.35

Day 2

ต่อเครื่องไป Tromso • ขึ้นกระเช้า

ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้วต่อเครื่องภายในไปยังเมืองทรอมโซโดยใช้บริการของสายการบิน Scandinavian Airlines เที่ยวบิน SK4416 เวลา 11.20-13.20

ถึงเมืองทรอมโซเก็บสัมภาระเข้าที่พักแล้วพาขึ้นกระเช้า สโตรสไตเนิน ดูวิวเมืองทรอมโซและเกาะใกล้เคียงที่เป็นฟอร์ด ที่จะมองเห็นได้จากจุดชมวิวบนยอดเขาสโตรสไตเนิน ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง และมีร่องน้ำกลายเป็นฟอร์ดอยู่รอบๆ

คืนนี้พักที่ Tromso

 

Day 3

Tromso Cathedral • Arctic Cathedral • Reendeer Farm and Sami village • Narvik

ชม Tromso Cathedral มหาวิหารไม้ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งมีความเก่าแก่ที่สุดและเป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ สร้างขึ้นช่วงปี 1861 แบบสไตล์กอธิคที่มีความงดงาม

ชม Arctic Cathedral สถาปัตยกรรมโบสถ์สมัยใหม่ อาสนวิหารอาร์กติกเป็นสถาปัตยกรรมอันกล้าหาญที่สร้างขึ้นในปี 1965 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติหน้าต่างกระจกโมเสกแสดงถึง “การกลับมาของพระคริสต์” 

10.00 น. ชมฟาร์มกวางเรนเดียร์และวัฒนธรรมซามิ ฟาร์มแห่งนี้เป็นที่ตั้งของกวางเรนเดียร์หลายร้อยตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวซามิ หมู่บ้านซามิตั้งอยู่ใกล้กับฟาร์ม สัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของชาวซามิ

บ่าย เดินทางมายังเมือง Narvik ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งประพาสเยือนนอร์เวย์ 

คืนนี้พักที่ Narvik

 

Day 4

Harstad • Mt. Keipen • Kasfjord City • Mini Town • Trondenes Church

ออกเดินทางจาก Tromsoe มุ่งหน้าสู่เมือง Harstad (300 km 4Hr) 

ถึง Harstad พาเดินสู่จุดชมวิวภูเขาเคิปเพน (Keipen) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเมือง เส้นทางเดินสู่ยอดเขามีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที จากยอดเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองฮาร์สตัดและบริเวณโดยรอบได้ (โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นกับสภาพหิมะระหว่างทาง) 

ชม Kasfjord City – Mini Town เป็นเมืองจำลอง เมืองประกอบด้วยอาคารเล็ก ๆ กว่า 100 หลัง รวมถึงร้านค้า โบสถ์ เวทีดนตรี และแม้แต่สนามกีฬาโอลิมปิก ส่วนใหญ่ของเมืองสร้างขึ้นด้วยวัสดุรีไซเคิล 

แวะชม Trondenes Church โบสถ์หินที่อยู่เหนือสุดของโลก สร้างขึ้นในยุคกลางตอนปลาย (1250) โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สวยงามและมีสมบัติล้ำค่ามากมายและการตกแต่งภายในที่สวยงาม 

คืนนี้พักที่ Harstad

Day 5

ชมเมือง Svolvear • ไปพักที่เมือง Henningsvear

เดินทางสู่เมือง Svolvear (150km 3Hr) เมืองที่มีประวัติยาวนานถึงการตั้งถิ่นฐานในเขต Nordland กว่า  1200 ปี เมืองเเห่งนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรของเหล่าสัตว์น้ำ จนกลายเป็นเเหล่งจับปลาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ มีการติดต่อซื้อขาย กับโลกภายนอก รวมถึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของหมู่เกาะ Lofoten 

พาชม Henningsvaer เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่สวยเหมือนโปสการ์ด ปัจจุบันชาวบ้านยังคงทำประมงกันอย่างคึกคัก มีประชากรประมาณ 500 คน 

ในสมัยก่อนเข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น จนได้รับฉายาว่า “เวนิสแห่งโลโฟเทน” เมื่อการท่องเที่ยวบูมขึ้น เมืองแห่งนี้ก็คึกคักขึ้น มีร้านค้าร้านอาหารน่ารักๆ ให้เดินเล่นแบบชิคๆ รวมถึงจุดถ่ายบ้านเรือนอันมีภูเขาสูงชันเป็นฉากหลัง ที่ปลายเกาะมีสนามฟุตบอลที่สร้างอยู่กลางเขาหินที่โอบล้อมอันโด่งดังไปทั่วโลก

คืนนี้พักที่ Henningsvaer

Day 6

Uttakleiv and Haukland Beach • สะพานข้ามเกาะFredvang • Hamnoy

ชม Uttakleiv Beach หาดที่มีชื่อเสียงที่สุดใน โลโฟเทน เป็นหาดที่มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายเป็นรูปทรงแปลกตา

Haukland Beach หาดยอดนิยม เป็นทั้งจุดถ่ายแสงเหนือ / Seascape และเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเขาหลากหลายเส้นทาง

พาชม สะพาน Fredvangskrysset  ที่มีลักษณะเฉพาะตัวของนอร์เวย์ มีลักษณะคล้ายกับ Ocean Road สร้างขึ้นเมื่อปี 1988 นี้เอง เชื่อมต่อ เกาะ Fredvang กับโลกภายนอก

พาเข้าที่พักที่หมู่บ้านอันเลื่องชื่อ Hamnoy เป็นหมู่บ้านที่มีฉากธรรมชาติงดงามมาก มีทิวเขาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง และมีบ้านชาวประมงสีแดงตั้งอยู่ริมโขดหิน อันเป็นภาพจำของคนทั้งโลกที่มีต่อ Lofoten

พาถ่ายรูปที่จุดชมวิวหลักของเมืองโลโฟเทนบนจุดชมวิวหลักหน้าหมู่บ้าน Hamnoy ที่ถือว่าเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของช่างภาพทั่วโลก และที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งมุมที่ดีที่สุดของการดูแสงเหนือบนเกาะโลโฟเทน 

คืนนี้พักที่ Hamnoy 

Day 7

หมู่บ้านสุดเกาะ A • หมู่บ้านโบราณ Nusfjord • หมู่บ้านไฮไลท์ Reine • หมู่บ้านสีเหลือง Sakrisoy

พาชมหมู่บ้าน Å village ออกเสียงว่า ออ เป็นหมู่บ้านชาวประมง ที่อยู่ปลายสุดของถนนสาย E10 และด้วยความบังเอิญ Å ก็เป็นตัวอักษรตัวสุดท้ายในอักษรนอร์เวย์อีกด้วย 

ชม Nusfjord เป็นหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในนอร์เวย์ และ Rorbuer ของหมู่บ้านนี้ เป็นโรบูเออร์ดั้งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 รวมถึงยังค้นพบหลักฐานว่าหมู่บ้านนี้มีคนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ 425 ก่อนคริสตกาล

ชมหมู่บ้านชาวประมง Reine หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่และโด่งดังที่สุดของโลโฟเทน พาไปจุดชมวิวที่มองเห็นโค้งอ่าวที่จอดเรืออันมีฉากหลังเป็นขุนเขาสูงชันและฉากหน้าเป็นบ้านชาวประมงสีแดงตั้งเรียงรายอยู่

เดินทางสู่ Sakrisoy หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่มีบ้านสีสันแตกต่างจากหมู่บ้านอื่น ที่เชิงเขา Olstind ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลโฟเทน และที่นี่ ตระกูลของ Gylseth ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการประมง และอาหารทะเลที่มีคุณภาพสูงมาเกือบ 130 ปีแล้ว

คืนนี้พักที่ Hamnoy 

 

Day 8

Ramberg Beach • Svolvear • Oslo

แวะถ่ายรูปที่ Ramberg Beach ทรายสีขาวและน้ำทะเลสีเทอควอยซ์ตัดกันสวยเป็นอย่างมาก 

เดินทางไปสนามบิน เชคอินสายการบิน Wideroe Airline เดินทางกลับสู่กรุงออสโล เที่ยวบินที่ WF831 13.30-13.55 เปลี่ยนเครื่องที่ Boodo จากนั้นต่อด้วย SK4113  14.45-16.15 

Day 9

ออสโล • สนามบินกลับกรุงเทพ

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ เดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR176 15.05-23.50 ต่อเครื่องที่ Doha จากนั้นต่อด้วย QR836 02.20-12.50 กลับกรุงเทพ

Day 10

เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริป นอร์เวย์ ที่ผ่านมา

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Europe-1

ทัวร์ออสเตรีย เชค

Austria • Czech

Vienna • พระราชวัง Schönbrunn Palace • Grinzing • Melk • วิหาร Melk Abbey • เหมืองเกลือ • Hallstatt • Salzburg • เมืองเทพนิยาย Krumlov • Prague • ย่าน Lesser Town • Prague Castle • Telc

short brief
สรุปทัวร์ออสเตรียโดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 : Vienna • ชมพระราชวัง Schönbrunn Palace • เดินเล่นเมืองเก่า • ไป Grinzing
วันที่ 3 : ไปเมือง Melk • เยี่ยมชมวิหาร Stift Melk • ชมวิหาร Melk Abbey • ไปหมู่บ้าน St wolfgang 
วันที่ 4 : รถรางชมวิว • เหมืองเกลือ • Hallstatt 
วันที่ 5 : ทะเลสาบ Mondsee • City tour เมือง Salzburg 
วันที่ 6 : เมืองเทพนิยาย Krumlov • วิวโค้งแม่นํ้าวัลตาวา • หอคอยชมเมือง • เดินชมเมืองเก่า
วันที่ 7 : Prague สะพานชาร์ลส์ • จุดชมวิว 3 สะพาน
วันที่ 8 : ย่าน Lesser Town • Prague Castle • นาฬิกาดาราศาสตร์ • Old Town
วันที่ 9 : เมือง Telc • เดินทางไปเมือง Vienna • Airport
วันที่ 10 : ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
สรุปการเดินทาง

ข้อจำกัดของการเดินทางแบบ Road Trip

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • พักห้องคู่ ท่านละ xxx,000 บาท
  • พักเดี่ยว xx,000 บาท
  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าวีซ่า
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บา
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว

วีซ่า

  • วีซ่าเชงเก้นใช้ระยะเวลาทำประมาณ 30 วัน
  • เอกสารเบื้องต้นที่จะต้องเตรียม
    • หนังสือเดินทาง อายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา
    • รูปถ่าย ขนาด 3.5×4.5 CM จำนวน 2 ใบ (พื้นหลังสีขาว)
    • หนังสือรับรองการทำงาน
    • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน

ประกันเดินทาง

  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
  • การล่าช้าของสัมภาระ 1,000 บาท
  • หากต้องการความคุ้มครองเพิ่มขึ้นสามารถซื้อเพิ่มได้ค่ะ