logo-freedoka

Morocco

Casablanca •  Rabat • Chefchaouen •  Fez • Makhzen • ทะเลทรายซาฮาร่า • Merzouga • Ouarzazate • Atlas • Saadian Tombs • Bahia Palace • Koutoubia Mosque • Ali ben Youssef Medersa

short brief
สรุปทัวร์โมรอคโคโดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 : Casablanca – สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 – Rabat – Oudaya Kasbah- Mohamed V Mausoleum and Hassan Tower-Chefchaouen
วันที่ 3 : Volubilis – Fez
วันที่ 4 : Fez – Moulay Idriss Mausoleum – Kairaouine Mosque & University – Chouara Tannery – Darel-Makhzen-Fez medina
วันที่ 5 : Fez- Ifrane – Merzugar -ทะเลทรายซาฮาร่า
วันที่ 6 : Merzouga – Fossil Museum-Todra Gorge – Ouarzazate
วันที่ 7 : Ait banhatduo – เทือกเขา Atlas – Menara Gardens -Marakesh- Rahba Kedima Square-Jama El Fna Square
วันที่ 8 : Marakesh – Saadian Tombs – Bahia Palace – Koutoubia Mosque – Ali ben Youssef Medersa
วันที่ 9 : Casablanca – Bangkok
วันที่ 10 : Bangkok

  • เดินทางโดยรถ
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 00,000

รวม

  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • เรือข้ามฟาก (ถ้ามี)
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าวีซ่า
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ • คาซาบลังก้า

Day 1

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรรภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Gulf Air เที่ยวบินที่ GF153 เวลา 15.55-19.10 เปลี่ยนเครื่องที่ บาห์เรน ต่อด้วยเที่ยวบินที่ GF143 เวลา 01.35-06.20

Day 2

Casablanca • Rabat • Chefchaouen

06.20 เช้าถึงสนามบินนานาชาติโมฮัมเหม็ดที่ 5 แห่งเมืองคาซาบลังกาซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันออกของประเทศ เมืองคาซาบลังกายังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมร็อกโก โดยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 

 

ชม สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (ถ่ายรูปด้านนอก) สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1993 ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโก สุเหร่ามีขนาดใหญ่มาก จุคนได้ราว 25,000 คน เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโก จัดลำดับเป็นสุเหร่าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในคาซาบลังกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก 

 

เดินทางสู่เมือง Rabat เมืองหลวงของประเทศโมรอคโค ถูกสถาปนาขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองในช่วงปี 1912 แทนที่เมืองเฟสเนื่องจากเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงในเมืองเฟส 

 

ชม Oudaya Kasbah ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ป้อมอูดายานี้สร้างขึ้นโดยสเปนเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมร็อกโก บริเวณด้านในมีสวนดอกไม้และชุมชนชาวเมือง (Metina) และบ้านเรือนส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยสีฟ้า-ขาว 

 

ชม Mohamed V Mausoleum and Hassan Tower สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งประจำเมืองราบัติ ภายในเป็นสุสานที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ Hassan II และเจ้าชาย Abdallah ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมประจำราชวงศ์ Alaouite ที่เป็นอาคารสีขาว และมีหลังคาสีเขียว ซึ่งสีเขียวนั้นถือว่าเป็นสีประจำศาสนาอิสลามอีกด้วย ด้านหน้าของสุสาน 

 

ไปเมือง Chefchaouen เมืองเก่าแก่ขนาดเล็ก เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองเชฟชาอูน คือ บ้านเรือนสีฟ้าและสีขาวที่รายล้อมอยู่โดยรอบ 

 

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Chefchaouen  

 

Day 3

Volubilis • Fez

เดินเล่นชมเมือง Chefchaouen กันตามอัธยาศัย แวะหามุมแปลกถ่ายรูปรวมถุงช้อปปิ้งจะจ่ายสินค้าพื้นเมืองราคาย่อมเยาสีสันสดใสได้จากที่นี่ 

ไปเมือง Volubilis เมืองเกษตรกรรมโรมันโบราณที่อยู่ในโมร็อกโก และเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี 1997 เชื่อกันว่าเมืองนี้สร้างขึ้นประมาณ 300 ปีก่อนครัสตกาล ก่อนจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 18 ทำให้เหลือเพียงซากปรักหักพังให้ได้ชมกัน 

เดินทางไป Fez เมืองมรดกโลกอันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศโมร็อกโก และยังเคยเป็นเมืองหลวงของโมร็อกโกเมื่อปี ค.ศ.1925 สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ อิดริส (Idrisid Dynasty) โดยสุลต่าน โมเลย์ อิดริส ที่ 1 (Moulay Idriss I) ในปัจจุบันเมืองเฟซได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมยุคเก่าในโมร็อกโก และเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรม 

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Fez   

 

Day 4

Fez • Moulay Idriss Mausoleum • Kairaouine Mosque & University • Chouara Tannery • Darel • Makhzen

ชม Madarsa Bou Inania เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่สร้างขึ้นราวปี 1351 คำว่า Bou Inania ซึ่งเป็นชื่อของโรงเรียนสอนศาสนานั้นมาจากชื่อของสุลต่าน Abou Inan นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาไม่กี่แห่งที่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามได้เข้าไปเยือนอีกด้วย 

ชม Kairaouine Mosque & University พื้นที่ที่มีทั้งมัสยิดและมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกในประเทศโมร็อกโก ได้ดำเนินการเปิดสอนศาสนาอิสลามมาอย่างยาวนาน ทำให้เป็นมหาวิทยาลัยทางศาสนาอิสลมที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดในโลก 

ชม Chouara Tannery เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องหนังมาก ใครมาเยือนก็จะต้องซื้อหาเครื่องหนังติดมือไปเป็นของฝาก สาเหตุที่เมืองแห่งนี้โด่งดังในเรื่องเครื่องหนังเนื่องจากกรรมวิธีในการฟอกหนังนั้นทำด้วยมือทั้งหมด และเป็นวิธีการที่สืบทอดกันมากว่าพันปีแล้วนั่นเอง ลานฟอกหนังในเมือง Fez ถือว่าเป็นลานฟอกหนังที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศโมร็อกโกเลยทีเดียว 

ชม Dar El-Makhzen Palace ที่ประทับของสุลต่านแห่งโมร็อกโก สร้างขึ้นโดยมูเลย์ อีสมาอิล ในช่วงศตวรรษที่ 17 เพดานแกะสลักไม้และลายหินอ่อนปัจจุบันพระวังถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จำนวน 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมร็อกโกและพิพิธภัณฑ์ของโบราณ 

ชมและช้อปในเมืองเก่า Fez medina ที่อดีตเคยเป็นเมืองหลวง ของประเทศเป็นเวลาหลายปี รวมถึงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์เมืองหนึ่งของศาสนาอิสลาม ในเขตย่านเมืองเก่า มีตรอก ซอก ซอยมากกว่า 10,000 ซอย ขนาดซอยที่แคบที่สุด มีขนาดความกว้างประมาณ 50 ซ.ม.เท่านั้น

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Fez   

Day 5

Fez • Ifrane • Merzugar

เช้าตรู่ โบกมืออำลาเมืองเก่าเฟสแล้วเตรียมตัวออกเดินทางไกล วันนี้เราจะเดินทางไกลกันสักหน่อย ออกเดินทางมุ่งหน้าลงใต้สู่เมืองเมอซูการ์ ประตูสูงดินแดนทะเลทรายซาฮารา 

เดินทางเข้าสู่ Merzuga เมืองที่ถือได้ว่าเป็นประตูสู่ซาฮาร่า ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่วิวที่เต็มไปด้วยเนินทราย ถึงที่พัก เก็บสัมภาระ ก่อนนำท่านเปิดประสบการณ์ ขี่อูฐ เพื่อเดินทางเข้าสู่ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา 

เดินทางเข้าสู่ ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เมื่อราว 1,000 ปีที่ผ่านมาเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เนื่องจากสมัยก่อนทะเลทรายแห่งนี้เคยเป็นแม่น้ำมาก่อนนั่นเอง แดดล่มลมตก สัมผัสประสบการณ์ปีนเขาทราย (Sand Dune) ณ ยอดเขา เราจะมองเห็นเม็ดทรายที่สะท้อนแสงเป็นสีชมพูอ่อนหวาน และเลื่อมเงาที่เกิดจากลอนทราย กลายเป็นคลื่นทะเลทรายที่สวยงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคณะอูฐที่เดินมาตามสันทราย เหมือนกับสารคดีที่เราคุ้นเคยกันแต่เด็กอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว 

คืนนี้เราจะพักกันที่ Desert camp 

Day 6

Merzouga • Todra Gorge • Ouarzazate

ชม Fossil Museum ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตต่างๆในอดีตที่ถูกทับถมในชั้นหิน เช่นพืช ปลา หอย ฯลฯ ซากฟอสซิลนั้นสามารถบอกอะไรได้หลายๆอย่าง ทั้งสภาพแวดล้อมในอดีต การดำรงชีวิต การวิวัฒนาการต่างๆ 

ชม Todra Gorge เป็นช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่กลางแม่น้ำ ด้วยความที่มีแม่น้ำไหลผ่านช่องเขาบริเวณนี้จึงมีลักษณะรูปทรงแปลกตาออกไปไม่เหมือนกับที่อื่นๆ พื้นที่บริเวณนี้ยังมีคนท้องถิ่นอาศัยอยู่ ถ้าโชคดีทุกท่านจะได้พบชาวบ้านที่ลากจูงลา อูฐ และแพะออกมาหาอาหารกินกันด้วย 

ไปเมือง Ouarzazate เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองสู่ทะเลทราย ทำให้เมืองวอซาเซทมีภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่องเข้ามาถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็น The Mummy, Games of Thrones เป็นต้น เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นเมืองทางยุทธศาสตร์มาก่อน ฝรั่งเศสได้พัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการบริหารงาน แต่เนื่องจากภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นทะเลทราย ในเวลาต่อมา จึงถูกพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวแทน 

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Ouazazate  

 

 

Day 7

Ait banhatduo • เทือกเขา Atlas • Marakesh

เมือง Ait banhatduo เป็นเมืองที่ก่อสร้างหินทรายและเป็นเมืองที่อยู่ในรายชื่อที่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก้อีกด้วย ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ จุดพักของคณะคาราวาน ที่มาจากซาฮาร่ามุ่งหน้าไปยังมาราเกซ  เมืองนี้เคยมีทีมงานภาพยนตร์มาใช้โลเคชั่นแห่งนี้ในการถ่ายทำหนังมาแล้วกว่า 10 เรื่อง เช่น Lawrence of Arabia และ Gladiator

ข้าม เทือกเขา Atlas เทือกเขาที่ตั้งชื่อตามเทพ Atlas ที่มีตำนานกล่าวว่าเทพ Atlas พยายามโค่นล้มเทพเซอุส (Zeus) แต่ว่าไม่สำเร็จ จึงถูกจับและลงโทษด้วยการให้แบกเอาโลกไว้บนศีรษะ ระหว่างทางจอดให้ท่านได้ถ่ายรูปถนนที่ผ่านสู่เทือกเขาแห่งนี้อันเหมือนผ้าพับ ในจุดที่จอดรถได้ ระหว่างทาง 

แวะเยี่ยมชม Menara Gardens เป็นสวนที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เพราะแต่เดิมถูกสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำ แวดล้อมด้วยต้นมะกอกและต้นสน ภายในสวนมีอาคารและมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ของเทือกเขาแอตลาสดูสวยงาม

ออกเดินทางสู่เมือง Marakesh เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโมร็อกโก นอกจากนั้นยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมร็อกโกอีกด้วย โดยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะเดียวกันยังมีภาพยนตร์หลายเรื่อง ได้มาถ่ายทำโดยใช้โลเคชั่นของเมือง ทำให้เห็นความสวยงามและบรรยากาศสุดโรแมนติกของเมืองได้เป็นอย่างดี

Rahba Kedima Square จัตุรัสการค้าที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในเขตเมืองเก่าของมาราเกรซ อยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสกลาง มีสินค้าหลากหลายให้ท่านได้เลือกเดินช้อปปิ้งหรือถ่ายรูป

Jama El Fna Square เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองอันเลื่องชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก ในอดีตเคยเป็นลานประหาร แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นลานการค้าที่คึกคัก ร้านขายของและร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมาก จะเริ่มเปิดร้านในช่วงเย็นๆ 

คืนนี้พักที่เมืองมาราเกซ

 

Day 8

Marakesh • Saadian Tombs • Bahia Palace • Koutoubia Mosque • Ali ben Youssef Medersa

ชม Bab Agnaou ประตูเมืองหนึ่งใน 19 ประตูเมืองของเมืองมาราเกซ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ในขณะที่ประตูอื่นๆเป็นทางเข้าของเมืองแต่ประตูนี้จะเป็นทางเข้าของราชวงศ์ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเขตเมืองชั้นใน

ชม Saadian Tombs มีการตบแต่งในศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้คือความงามของเสาคอลัมน์หินอ่อน ในห้องโถงขนาดใหญ่ รวมถึงลวดลายปูนปั้นที่อยู่บนผนังและตามเพดาน

ไปชม Bahia Palace สร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa อาคารถูกออกแบบเป็นแนวสมัยใหม่ โดยตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้นแบบ stucco มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสก แต่เนื่องจากมีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลาย ๆ อย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว

เยี่ยมชม Koutoubia Mosque มัสยิดที่มีหอคอยสูงกว่า 70 เมตร ทำให้ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนในตัวเมืองก็จะสามารถเห็นมัสยิดแห่งนี้ได้ มัสยิดกูตูเบียสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 และยังได้ชื่อว่าเป็นอนุสรณ์สถานของชาวมุสลิมที่สมบูรณ์ที่สุดในดินแดนแอฟริกาเหนือ (เปิดให้เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น ที่จะเข้าไปถึงชั้นในของสุเหร่าได้ รวมทั้งจุดชมวิวที่อยู่บนยอดสุเหร่าด้วย)

เยี่ยมชม Ali ben Youssef Madrasa โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่14 และเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโกอีกด้วย

เดินทางสู่เมืองคาซาบลังกา เมืองท่าเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโมร็อกโก แวะเดินเล่นชมเมือง ร้านรวงริมทางเท้าเหมือนที่ฝรั่งเศส หากมีเวลาพาแวะตลาดกลาง (Central Market)

คืนนี้พักที่เมือง Casblanca 

 

Day 9

Casablanca • Bangkok

ออกเดินทางสู่สนามบิน Casablanca เตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทยโดยสายการบิน Gulf Air เที่ยวบินที่ GF142 เวลา 08.00-18.00 เปลี่ยนเครื่องที่บาห์เรน และบินกลับไทยด้วยเที่ยวบินที่ GF165 เวลา 23.25-15.30

Day 10

15.30 เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 00,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริปโมรอคโคที่ผ่านมา

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม