ทัวร์โมรอคโค

...

ชมเมืองเก่าอารยธรรมทำแขกมัวร์ • เมืองสีฟ้าเชฟชาอูน • เมืองโบราณ 10000 ตรอก เฟสและมาราเกซ  • นอนนับดาวกลางทะเลทรายซาฮาร่า • ช้อปปิ้งเพลินหลากหลายสินค้าพื้นเมือง • พักริยาด ที่พักสไตล์โมรอคโค เก๋ๆ

โมรอคโค
เส้นทาง
10 วัน 7 คืน
GF
4 ดาว
บัส
16
ยากง่าย

วันที่ ค่าทริป

รอการอัพเดท

รูปแบบ ทัวร์โมรอคโค

ราจะรวมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว ไปแต่ตัว กับ Pocket money สำหรับช้อปปิ้ง (ยกเว้นสินน้ำใจให้ไกด์) เริ่มต้นตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป

Deluxe Trip
รวม
: ตั๋วเครื่องบิน • Visa • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้า • ค่ากิจกรรม • ยานพาหนะ • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : Mini bus, Vip Coach

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

โปรแกรม

Day 1 : Bangkok – Casablanca  

  • พร้อมกันที่สนามบินสุวรรรภูมิ 

Day 2 : Casablanca – Rabat – Chefchaouen   (B/L/D)

  •  ถึงสนามบินนานาชาติโมฮัมเหม็ดที่ 5 แห่งเมืองคาซาบลังกาซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันออกของประเทศ เมืองคาซาบลังกายังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมร็อกโก โดยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะเดียวกันยังมีภาพยนตร์หลายเรื่อง ได้มาถ่ายทำโดยใช้โลเคชั่นของเมืองคาซาบลังกา (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 6-7 ชั่วโมง) ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง พร้อมรับสัมภาระและแลกเงิน
  • ชม สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (ถ่ายรูปด้านนอก) ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นสุเหร่าที่สวยงาม สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1993 ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโก สุเหร่ามีขนาดใหญ่มาก จุคนได้ราว 25,000 คน มีหอคอยสูงถึง 210 เมตร เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส มิเชล แปงโซ (Michel Pinseau) และจัดลำดับเป็นสุเหร่าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในคาซาบลังกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสุเหร่าที่เมืองเมกกะ (Mecca) และเมดิน่า
  • เดินทางสู่เมือง Rabat เมืองหลวงของประเทศโมรอคโค ถูกสถาปนาขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองในช่วงปี 1912 แทนที่เมืองเฟสเนื่องจากเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงในเมืองเฟส
  • Oudaya Kasbah ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ป้อมอูดายานี้สร้างขึ้นโดยสเปนเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมร็อกโก บริเวณด้านในมีสวนดอกไม้และชุมชนชาวเมือง (Metina) และบ้านเรือนส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยสีฟ้า-ขาว นับเป็นป้อมปราการที่สำคัญของโมร็อกโก เนื่องในอดีตใช้ป้องกันการรุกรานจากข้าศึก
  • Mohamed V Mausoleum and Hassan Tower สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งประจำเมืองราบัติ ภายในเป็นสุสานที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ Hassan II และเจ้าชาย Abdallah ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมประจำราชวงศ์ Alaouite ที่เป็นอาคารสีขาว และมีหลังคาสีเขียว ซึ่งสีเขียวนั้นถือว่าเป็นสีประจำศาสนาอิสลามอีกด้วย ด้านหน้าของสุสาน
  • Chefchaouen เมืองเก่าแก่ขนาดเล็ก ตั้งอยู่กลางหุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองเชฟชาอูน คือ บ้านเรือนสีฟ้าและสีขาวที่รายล้อมอยู่โดยรอบ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามเป็นที่ดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยวแม้ว่าเมืองเชฟชาอูนไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่หรูหรา แต่ภายในเมืองแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ บริเวณรอบเมืองสะอาด เหมาะแก่การพักผ่อน
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Chefchaouen

Day 3 : Volubilis – Fez  (B/L/D)

  • เดินเล่นชมเมือง Chefchaouen กันตามอัธยาศัย แวะหามุมแปลกถ่ายรูปรวมถุงช้อปปิ้งจะจ่ายสินค้าพื้นเมืองราคาย่อมเยาสีสันสดใสได้จากที่นี่
  • Volubilis เมืองเกษตรกรรมโรมันโบราณที่อยู่ในโมร็อกโก และเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี 1997 เชื่อกันว่าเมืองนี้สร้างขึ้นประมาณ 300 ปีก่อนครัสตกาล ก่อนจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 18 ทำให้เหลือเพียงซากปรักหักพังให้ได้ชมกัน
  • Fez เมืองมรดกโลกอันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศโมร็อกโก และยังเคยเป็นเมืองหลวงของโมร็อกโกเมื่อปี ค.ศ.1925 สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ อิดริส (Idrisid Dynasty) โดยสุลต่าน โมเลย์ อิดริส ที่ 1 (Moulay Idriss I) ในปัจจุบันเมืองเฟซได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมยุคเก่าในโมร็อกโกและเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรม
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Fez

Day 4 : Fez – Moulay Idriss Mausoleum – Kairaouine Mosque & University – Chouara Tannery – Darel-Makhzen  (B/L/D)

  • ชม Madarsa Bou Inania เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่สร้างขึ้นราวปี 1351 คำว่า Bou Inania ซึ่งเป็นชื่อของโรงเรียนสอนศาสนานั้นมาจากชื่อของสุลต่าน Abou Inan นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาไม่กี่แห่งที่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามได้เข้าไปเยือนอีกด้วย
  • ชม Kairaouine Mosque & University พื้นที่ที่มีทั้งมัสยิดและมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกในประเทศโมร็อกโก ได้ดำเนินการเปิดสอนศาสนาอิสลามมาอย่างยาวนาน ทำให้เป็นมหาวิทยาลัยทางศาสนาอิสลมที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดในโลก
  • ชม Chouara Tannery เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องหนังมาก ใครมาเยือนก็จะต้องซื้อหาเครื่องหนังติดมือไปเป็นของฝาก สาเหตุที่เมืองแห่งนี้โด่งดังในเรื่องเครื่องหนังเนื่องจากกรรมวิธีในการฟอกหนังนั้นทำด้วยมือทั้งหมดและเป็นวิธีการที่สืบทอดกันมากว่าพันปีแล้วนั่นเอง ลานฟอกหนังในเมือง Fez ถือว่าเป็นลานฟอกหนังที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศโมร็อกโกเลยทีเดียว 
  • ชม Dar El-Makhzen Palace ที่ประทับของสุลต่านแห่งโมร็อกโก สร้างขึ้นโดยมูเลย์ อีสมาอิล ในช่วงศตวรรษที่ 17 เพดานแกะสลักไม้และลายหินอ่อนปัจจุบันพระวังถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จำนวน 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมร็อกโกและพิพิธภัณฑ์ของโบราณ
  • ชมและช้อปในเมืองเก่า Fez medina ที่อดีตเคยเป็นเมืองหลวง ของประเทศเป็นเวลาหลายปี รวมถึงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์เมืองหนึ่งของศาสนาอิสลาม ในเขตย่านเมืองเก่า มีตรอก ซอก ซอยมากกว่า 10,000 ซอย ขนาดซอยที่แคบที่สุด มีขนาดความกว้างประมาณ 50 ซ.ม.เท่านั้น ที่นี่เป็นแหล่งชุมชนโบราณ ที่มีทุกสิ่งทุกอย่างรวมอยู่ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายอาหารสด-แห้ง ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ถ้วยโถโอชาม รองเท้า กระเบื้องเซรามิก งานเหล็ก มีโรงงานฟอกย้อมหนังสัตว์ รวมถึงโรงเรียนต่างๆ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Fez

Day 5 : Fez-  Ifrane – Merzugar  (B/L/D)

  • เช้าตรู่ โบกมืออำลาเมืองเก่าเฟสแล้วเตรียมตัวออกเดินทางไกล วันนี้เราจะเดินทางไกลกันสักหน่อย ออกเดินทางมุ่งหน้าลงใต้สู่เมืองเมอซูการ์ ประตูสูงดินแดนทะเลทรายซาฮารา
  • แวะทานอาหารกลางวันกันที่ Midelt
  • เดินทางเข้าสู่ Merzuga เมืองที่ถือได้ว่าเป็นประตูสู่ซาฮาร่า ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่วิวที่เต็มไปด้วยเนินทราย ถึงที่พัก เก็บสัมภาระ ก่อนนำท่านเปิดประสบการณ์ ขี่อูฐ เพื่อเดินทางเข้าสู่ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา
  • เดินทางเข้าสู่ ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เมื่อราว 1,000 ปีที่ผ่านมาเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เนื่องจากสมัยก่อนทะเลทรายแห่งนี้เคยเป็นแม่น้ำมาก่อนนั่นเอง แดดล่มลมตก สัมผัสประสบการณ์ปีนเขาทราย (Sand Dune) ณ ยอดเขา เราจะมองเห็นเม็ดทรายที่สะท้อนแสงเป็นสีชมพูอ่อนหวานและเลื่อมเงาที่เกิดจากลอนทราย กลายเป็นคลื่นทะเลทรายที่สวยงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคณะอูฐที่เดินมาตามสันทราย เหมือนกับสารคดีที่เราคุ้นเคยกันแต่เด็กอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Desert camp

Day 6 : Merzouga – Todra Gorge – Ouarzazate  (B/L/D)

  • ชม Fossil Museum ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตต่างๆในอดีตที่ถูกทับถมในชั้นหิน เช่นพืช ปลา หอย ฯลฯ ซากฟอสซิลนั้นสามารถบอกอะไรได้หลายๆอย่าง ทั้งสภาพแวดล้อมในอดีต การดำรงชีวิต การวิวัฒนาการต่างๆ
  • Todra Gorge เป็นช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่กลางแม่น้ำ ด้วยความที่มีแม่น้ำไหลผ่านช่องเขาบริเวณนี้จึงมีลักษณะรูปทรงแปลกตาออกไปไม่เหมือนกับที่อื่นๆ พื้นที่บริเวณนี้ยังมีคนท้องถิ่นอาศัยอยู่ ถ้าโชคดีทุกท่านจะได้พบชาวบ้านที่ลากจูงลา อูฐ และแพะออกมาหาอาหารกินกันด้วย
  • Ouarzazate เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองสู่ทะเลทราย ทำให้เมืองวอซาเซทมีภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่องเข้ามาถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็น The Mummy, Games of Thrones เป็นต้น เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นเมืองทางยุทธศาสตร์มาก่อน ฝรั่งเศสได้พัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการบริหารงาน แต่เนื่องจากภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นทะเลทราย ในเวลาต่อมา จึงถูกพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวแทน
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Ouazazate

Day 7 : Ait banhatduo – เทือกเขา Atlas – Marakesh  (B/L/D)

  • Ait banhatduo เป็นเมืองที่ก่อสร้างหินทรายและเป็นเมืองที่อยู่ในรายชื่อที่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกอีกด้วย ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ จุดพักของคณะคาราวาน ที่มาจากซาฮาร่ามุ่งหน้าไปยังมาราเกซ เมืองนี้เคยมีทีมงานภาพยนตร์มาใช้โลเคชั่นแห่งนี้ในการถ่ายทำหนังมาแล้วกว่า 10 เรื่อง เช่น Lawrence of Arabia และ Gladiator
  • ข้าม เทือกเขา Atlas เทือกเขาที่ตั้งชื่อตามเทพ Atlas ที่มีตำนานกล่าวว่าเทพ Atlas พยายามโค่นล้มเทพเซอุส (Zeus) แต่ว่าไม่สำเร็จ จึงถูกจับและลงโทษด้วยการให้แบกเอาโลกไว้บนศีรษะ ระหว่างทางจอดให้ท่านได้ถ่ายรูปถนนที่ผ่านสู่เทือกเขาแห่งนี้อันเหมือนผ้าพับ ในจุดที่จอดรถได้ระหว่างทางแวะเยี่ยมชม Menara Gardens เป็นสวนที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เพราะแต่เดิมถูกสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำ แวดล้อมด้วยต้นมะกอกและต้นสน ภายในสวนมีอาคารและมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ของเทือกเขาแอตลาสดูสวยงาม
  • ออกเดินทางสู่เมือง Marakesh เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโมร็อกโก นอกจากนั้นยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมร็อกโกอีกด้วย โดยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะเดียวกันยังมีภาพยนตร์หลายเรื่อง ได้มาถ่ายทำโดยใช้โลเคชั่นของเมือง ทำให้เห็นความสวยงามและบรรยากาศสุดโรแมนติกของเมืองได้เป็นอย่างดี
  • Rahba Kedima Square จัตุรัสการค้าที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในเขตเมืองเก่าของมาราเกรซ อยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสกลาง มีสินค้าหลากหลายให้ท่านได้เลือกเดินช้อปปิ้งหรือถ่ายรูป
  • Jama El Fna Square เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองอันเลื่องชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก ในอดีตเคยเป็นลานประหาร แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นลานการค้าที่คึกคัก ร้านขายของและร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมาก จะเริ่มเปิดร้านในช่วงเย็นๆ จัตุรัสแห่งนี้ยังมีนักดนตรี นักเต้น มาโชว์ความสามารถกันมากมาย ที่พลาดไม่ได้คือน้ำส้มคั้นสดๆ ราคาถูก รอบจตุรัสแห่งนี้
  • คืนนี้พักที่เมืองมาราเกซ

Day 8 Marakesh – Saadian Tombs – Bahia Palace – Koutoubia Mosque – Ali ben Youssef Medersa  (B/L/D)

  • Bab Agnaou ประตูเมืองหนึ่งใน 19 ประตูเมืองของเมืองมาราเกซ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ในขณะที่ประตูอื่นๆเป็นทางเข้าของเมืองแต่ประตูนี้จะเป็นทางเข้าของราชวงศ์ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเขตเมืองชั้นใน
  • Saadian Tombs มีการตกแต่งในศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้คือความงามของเสาคอลัมน์หินอ่อน ในห้องโถงขนาดใหญ่ รวมถึงลวดลายปูนปั้นที่อยู่บนผนังและตามเพดาน
  • Bahia Palace สร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa อาคารถูกออกแบบเป็นแนวสมัยใหม่ โดยตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้นแบบ stucco มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสก แต่เนื่องจากมีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลาย ๆ อย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว
  • Koutoubia Mosque มัสยิดที่มีหอคอยสูงกว่า 70 เมตร ทำให้ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนในตัวเมืองก็จะสามารถเห็นมัสยิดแห่งนี้ได้ มัสยิดกูตูเบียสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 และยังได้ชื่อว่าเป็นอนุสรณ์สถานของชาวมุสลิมที่สมบูรณ์ที่สุดในดินแดนแอฟริกาเหนือ (เปิดให้เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น ที่จะเข้าไปถึงชั้นในของสุเหร่าได้ รวมทั้งจุดชมวิวที่อยู่บนยอดสุเหร่าด้วย)
  • เยี่ยมชม Ali ben Youssef Madrasa โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่14 และเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโกอีกด้วย
  • หลังรับประทานอาหารกลางวัน เดินทางสู่เมืองคาซาบลังกา เมืองท่าเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโมร็อกโก แวะเดินเล่นชมเมือง ร้านรวงริมทางเท้าเหมือนที่ฝรั่งเศส หากมีเวลาพาแวะตลาดกลาง (Central Market)
  • คืนนี้พักที่เมือง Casblanca

Day 9 : Casablanca – Bangkok  (B)

  • หลังรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางสู่สนามบิน Casablanca เตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทยโดยสายการบิน Gulf Air เที่ยวบิน GF142 (10.00-18.40) แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Bahrain
  • 25 น. ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพ โดยสายการบิน Gulf Air เที่ยวบิน GF152

Day 10 : Bangkok 

  •  เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม***

ทริปรีวิว

ภาพบางส่วนจากทริปของเรา ประสพการณ์กว่ 15 ปีของเรา ทริปที่เราออกแบบและสำรวจเองทำให้เรารู้ว่าสิ่งไหนที่จะทำให้สนุก คุ้มค่า คุ้มเวลา ราบลื่น และได้มุมภาพที่สวยที่สุดให้กับผู้เดินทางทุกคน

ทริปใกล้เคียง

ทริปน่าสนใจ

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม