Categories
07-Jul 08-Aug China Tour

ทัวร์เขาไกรลาส ขุนเขาแห่งศรัทธา

logo-freedoka

Kailash

เมืองลาซา • Potala Palace • วัดเซรา • Barkhor Street • Yamdrok lake • ธารน้ำแข็ง Kharola Glacier • เจดีย์เจียนเซ่ คุมบุม • วัดทาชิลุนโป 
อาราม • Rongbuk Monastery • ชมยอดเขาเอเวอเรสต์ • หรือ ทะเลสาบมาปาม • ภูเขาไกรลาส • วัดโถหลิง 

วันที่จัดทริป

28 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • เมืองลาซา
  • พระราชวังฤดูหนาว (Potala Palace)
  • วัดเซรา
  • Barkhor Street หรือ ถนนแปดเหลี่ยม
  • Yamdrok lake
  • ธารน้ำแข็ง Kharola Glacier
  • เจดีย์เจียนเซ่ คุมบุม (Gyangtse Kumbum Stupa)
  • วัดทาชิลุนโป (Tashilhunpo Monastery)
  • อาราม Rongbuk Monastery
  • ชมยอดเขาเอเวอเรสต์
  • ทะเลสาบมานัสโรวาร์ หรือ ทะเลสาบมาปาม
  • ภูเขาไกรลาส หรือ กังรินโปเซ
  • วัดโถหลิง (Tholing Monastery)
short brief
สรุปย่อทัวร์ไกรลาส

วันที่ 1 | Bangkok • Kunming • Lhasa
วันที่ 2 | Potala Palace • Sera Monastery • Barkhor Street
วันที่ 3 | Lhasa • Yamdrok lake • Karola Glacier • Gyantse Shigatse
วันที่ 4 | Shigatse • Tashi Lhunpo Monastery • Rongbuk
วันที่ 5 | EBC • Paiku Lake • Saga
วันที่ 6 | Saga • Zhongba • Lake Manasarovar • Chiu Gompa • Pulan
วันที่ 7 | Pulan • Darchen • Mt.Kailash
วันที่ 8 | Zanda • Guge Kingdom • Tholing monastery • Gar
วันที่ 9 | Ngari • Lhaza • Bangkok

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • พาหนะรับส่งพร้อมคนไทยนำเที่ยว
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริป ไกรลาส ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

กรุงเทพ • คุนหมิง • ลาซา

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน CHINA EASTERN AIRLINES (MU9622) 07.50-11.30 เดินทางไปยังเมืองลาซา โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ต่อด้วย MU9737 15.25-18.05

18.05 ถึงเมืองลาซา เมืองหลวงของทิเบต เป็นดินแดนสวรรค์บนฟ้าที่เรียกขานกันว่า “หลังคาโลก” ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,650 เมตร ออกซิเจนที่ลาซาจึงค่อนข้างเบาบาง ปัจจุบันทิเบตเป็นเขตปกครองตนเองเทียบเท่ามณฑลหนึ่งของประเทศจีน ในปี ค.ศ. 1951 ทางประเทศจีนได้ใช้กำลังทหารจากเมืองเฉินตูบุกเข้ายึดครองทิเบต ทำให้องค์ดาไลลามะ ต้องอพยพออกจากทิเบตพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกประมาณ 5 หมื่นคนและได้ไปตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ของตนเองในประเทศอินเดียและเนปาลเพราะเนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก มีความกดดันอากาศสูงกว่าปกติอาจจะทำให้มีอาการอ่อนเพลียบ้าง หรือปวดศีรษะ บางทีอาจท้องเสีย ท่านต้องพักผ่อนมากๆ ที่สำคัญ ไม่ควรอาบน้ำ สระผม หรือสูบบุหรี่ทันที

คืนนี้พักที่ Lasha

Day 2

พระราชวังโปตาลา • วัดเซรา • ช้อปปิ้งถนนแปดเหลี่ยม

ชมสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าและถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมชั้นยอดของทิเบต นั่นคือ พระราชวังฤดูหนาว (Potala Palace) โปตาลาของดาไลลามะ (คำว่า โปตาลา หมายถึง ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของพระโพธิสัตว์) เป็นอาคารขนาดใหญ่หลากสีสันทั้งขาว แดง และเหลือง ซึ่งแต่ละสีจะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงลักษณะของการใช้งาน พระราชวังโปตาลามีทั้งหมด 13 ชั้น มากกว่า 1,000 ห้อง ผู้ไปเยือนจึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ต่างๆทั่วทั้งเมืองลาซาได้อย่างถนัดตา

เยี่ยมชม วัดเซรา (Sera Monasty) ในภาษาทิเบต คำว่า “เซรา” แปลว่า สวนกุหลาบป่า เพราะในอดีตนั้นบริเวณนี้เคยเป็นดงดอกกุหลาบจำนวนมากนั่นเอง วัดเซราตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาตาติปู สร้างเมื่อ ค.ศ. 1419 โดยศิษย์รูปหนึ่งของท่านซองฆะปะ ท่านซองฆะปะนั้นเป็นผู้ปฏิรูปและก่อตั้งพุทธศาสนาลัทธิเกลุคปะ และยังเป็นอาจารย์ของดาไลลามะที่ 1 อีกด้วย

ช้อปปิ้งเดินเลือกซื้อเลือกชมสินค้าได้อย่างอิสระ ที่ตลาดท้องถิ่น Barkhor Street หรือ ถนนแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลาซา บริเวณนี้นับว่าเป็นศูนย์รวมของศาสนาและวัฒนธรรมของชาวทิเบต ตลอดจนเหล่าบรรดา สินค้าหัตกรรมพื้นบ้านต่างๆ ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ทำให้เห็นวัฒนธรรม และวิถีของชาวทิเบตที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมอยู่เสมอ

คืนนี้พักที่ Lasha

Day 3

เมืองซิกัตเซ่ • Yamdrok lake • ธารน้ำแข็ง Kharola Glacier • เจดีย์ เจียนเซ่ คุมบุม

ไปยังเมืองซิกัตเซ่ โดยระหว่างทางแวะชมหนึ่งในสามทะเลสาบอันศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดของทิเบต Yamdrok lake (สามทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ คือ Namtso, Manasarovar, Yamdrok) ทะเลสาบแห่งนี้มีที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำ Yarlong Tsangpo ในเขต Shannan และห่างจากทิเบตไปทางทิศใต้ราว 100 กม.

ชมความมหัศจรรย์ของธารน้ำแข็ง Kharola Glacier ได้อย่างถนัดตา ถือว่าเป็นการชมธารน้ำแข็งที่ใกล้ชิดมากๆ

ชม เจดีย์เจียนเซ่ คุมบุม (Gyangtse Kumbum Stupa) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตและยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้ชาวทิเบตรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก โดยความพิเศษของเจดีย์แห่งนี้คือตรงกลางของสถูปเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนเส้นทางอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะนำไปสู่การปลดปล่อยทางจิตวิญญาณหรือมัณฑาลา (Mandala) นอกจากนี้ท่านจะได้ชมศิลปะอันสวยงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังที่รังสรรค์ขึ้นจากฝีมือของชาวเนปาล ซึ่งได้วาดไว้ตั้งแต่เมื่อศตวรรษที่ 15

คืนนี้พักที่ Shigatse

Day 4

วัดทาชิลุนโป • อาราม Rongbuk Monastery

ชม วัดทาชิลุนโป (Tashilhunpo Monastery) ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1447 โดยองค์ดาไลลามะที่ 1 ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานและลูกศิษย์ของซองคาปา วัดทาชิลุนโป มีความสำคัญคือ เป็นที่พำนักของปัญเชนลามะ ที่ถือได้ว่าเป็นผู้นำทางศาสนาระดับสูงรองลงมาจากดาไลลามะ ภายในบริเวณวัดมีการสร้างสถูปอย่างยิ่งใหญ่ โดยใช้ทองคำและเครื่องประดับอื่นๆที่มีค่า เนื่องจากสถูปแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาพระศพขององค์ดาไลลามะ และปันเชนลามะ รวม 10 พระองค์ นอกจากนี้ยังมีรูปเคารพของพระศรีอริยเมต-ไตรย ซึ่งมีขนาดใหญ่สูง 26 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายใน

ชมอาราม Rongbuk Monastery โดยเดินเท้าเพื่อข้ามช่องเขานันปามายังวัดแห่งนี้ อันถือได้ว่าเป็นที่พึ่งทางจิตใจและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการแสวงบุญของชาวเชอร์ปา ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาเอเวอเรสต์ในเขตฆัมบู ประเทศเนปาล จึงนับได้ว่าอารามแห่งนี้เป็นศาสนสถานทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง และยังเป็นอารามที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ที่ระดับความสูง 5,154 เมตรจากระดับน้ำทะเล สำหรับด้านหน้าจะมี Chorten (สถูปทิเบต) สีขาวขนาดใหญ่ โดยสถูปนี้สูงถึง 30 เมตร นับเป็นสถูปที่ใหญ่ที่สุดในทิเบต

คืนนี้พักที่ Rongbuk

Day 5

ชมยอดเขาเอเวอเรสต์ • ทะเลสาบไพกู • เมือง Saga

ชมความงดงามอันน่าอัศจรรย์ของยอดเขาทรงสามเหลี่ยมที่เด่นตระหง่านอยู่ช่องเขา หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เอเวอเรสต์” ท้าลมหนาวท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วภูเขา

ชม ทะเลสาบไพกู Peiku Lake ทะเลสาปรูปร่างเก๋ๆ เพราะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับปาท่องโก๋ ล้อมรอบไปด้วยทิวเขาสูงตระหง่านที่มีความสูงราว 5700-6000 เมตร ส่วนหัวของทะเลสาบหันไปทางทิศเหนือ และตอนท้ายของทะเลซึ่งเป็นทางทิศใต้นั้น มีลักษณะเป็นแอ่งขนาดใหญ่กว่าตอนกลางของทะเลที่มีลักษณะยาวคอด จึงมีรูปร่างเหมือนกับปาท่องโก๋นั่นเอง โดยตัังอยู่บนความสูง 4,591 เมตร ทางตอนใต้ของแม่น้ำยาร์ลุงซางโป หรือแม่น้ำพรมบุตร ส่วนน้ำในทะเลสาบนั้นเป็นน้ำที่ไหลมาจากธารน้ำแข็งทางตอนเหนือเรื่อยมาจนถึงตอนใต้ และไม่มีน้ำไหลออกมาหลายพันปีแล้ว จึงทำให้มีสภาพเป็นน้ำกร่อย โดยรอบของทะเลสาบอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและสัตว์ป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ม้าป่า ลาป่า เป็นต้น

เดินทางไปยัง เมือง Saga (เดินทางประมาณ 8 ชม.) โดยระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติที่สรรค์สร้างได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วยเนินเขาที่สูงและกว้างใหญ่ มีทุ่งหญ้าขึ้นเป็นหย่อมๆ และทุ่งหญ้ากว้างในที่ลุ่มน้ำขัง ชมวิถีชีวิตของสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจามรี แพะ แกะ ที่ออกหากินกลางทุ่งและริมแม่น้ำ จนกระทั่งถึงช่วงเย็นๆ จะเดินทางถึงเมืองซาก้า

คืนนี้พักที่ Saga

Day 6

เดินทางไปจงป้า • ทะเลสาบมานัสโรวาร์ • Chiu Gompa • Pulan

เดินทางไปยังจงป้า (ประมาณ 4 ชม.) เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาบชิงหู (Qinghu) เมืองนี้เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมทิเบตแบบดั้งเดิมและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 โดยลามะชื่อจงคาปา (Zongkapa) ผู้ก่อตั้งนิกายเกลุก (Geluk) ซึ่งเป็นนิกายที่ใหญ่ที่สุดในทิเบต จงคาปาเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับเมืองจงป้าและใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กของเขาที่นั่น เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดกานเด็น (Ganden) ซึ่งเป็นวัดหลักของนิกายเกลุก

ชมทะเลสาบมานัสโรวาร์ หรือ ทะเลสาบมาปาม (Mapham Yum-Tso) หมายถึง ทะเลสาบแห่งชัยชนะ ลักษณะของน้ำทะเลสาบที่นี่จะเป็นสีฟ้า ตัดสลับกับทุ่งหญ้าสีแดงอันกว้างใหญ่ และมีเทือกเขาหิมะกูร์ล่ามันดาทาโดดเด่นเป็นฉากอยู่เบื้องหลัง

ชมวัด Chiu Gompa เป็นหนึ่งในวัดทิเบตที่เก่าแก่และสำคัญที่สุด สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11 และได้รับการบูรณะมาเป็นระยะ ๆ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหนือหมู่บ้านเล็กๆ ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์อันตระการตาของเทือกเขาหิมาลัย ประกอบด้วยอาคารหลายหลัง รวมถึงวิหารหลัก และหอระฆัง อาคารเหล่านี้ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมทิเบตแบบดั้งเดิม เป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญสำหรับชาวทิเบต ในแต่ละปี ผู้คนจากทั่วทิเบตและที่อื่นๆ จะมาเยี่ยมชมวัดเพื่อนมัสการพระและเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา

เดินทางไปเมือง Pulan

คืนนี้พักที่ Pulan

Day 7

ไปเมือง Darchen • ภูเขาไกรลาส

เดินทางไปยังเมือง Darchen ชุมชนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในอำเภอผู่หราง ซึ่งถือเป็นด่านหน้าสำหรับผู้จาริกแสวงบุญชาวบอน (Bonpo) พุทธ ฮินดู และเชน

ภูเขาไกรลาส หรือ กังรินโปเซ (“ไกรลาส” หรือ “ไกลาส” เป็นคำวิเศษณ์ในภาษาสันสกฤต แปลว่า “สีเงินยวง”) เป็นยอดเขาแห่งหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย ที่ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยมีอายุมากกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว อีกทั้งยังถือได้ว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาต่างๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณที่ถือกำเนิดในประเทศอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ ฮินดู เซน และบอนของชาวทิเบตโบราณ เพราะแต่ละศาสนามีความเชื่อว่า ภูเขาไกรลาสแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลและเชื่อว่า เขาไกรลาส คือ เขาพระสุเมรุ ตามหลักความเชื่อจักรวาลในพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันเขาไกรลาสยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ ในทวีปเอเซีย นอกจากนี้ ภูเขาไกรลาส ยังมีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 22,020 ฟุต เป็นภูเขาสูงลำดับที่ 32 ของโลก และสูงเป็นลำดับที่ 19 ของเทือกเขาหิมาลัย ที่โอบล้อมภูเขาไกรลาสไว้อย่างสวยงาม ระหว่างนี้ ท่านจะได้ชมภาพที่ผู้ศรัทธาจากหลากหลายศาสนา เดินทางมาจาริกแสวงบุญ ด้วยการเดินเท้าอย่างสำรวมไปยังจุดสักการะของแต่ละศาสนา เดินผ่านประตู Star Gate ที่ชาวทิเบตมีความเชื่อมาแต่เดิมว่า หากใครได้เดินผ่านประตูแห่งนี้แล้วจะได้ไปสู่ภพภูมิใหม่ที่ดี

คืนนี้พักที่ แถวๆ เขาไกรลาส

Day 8

เมืองกู่เก๋อ • วัดโถหลิง

เดินทางไปเมืองกู่เก๋อ เป็นดินแดนที่ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอะรีหรือทิเบตตะวันตกในปัจจุบัน บริเวณใกล้กับชายแดนจีน-อินเดีย มีเมืองหลวงเดิมชื่อซานด้า (Zanda) มีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสัตเลจหรือแม่น้ำแดง ชมความสวยงามแปลกตาของภูมิประเทศที่ปรากฎอยู่โดยรอบเมืองซานด้า ที่มีลักษณะเป็นโตรกผาสูง สาเหตุเนื่องมาจากน้ำกัดเซาะหินทรายแดงเป็นเวลานานจนกลายเป็นร่องลึก แต่เดิมมีการสันนิษฐานว่า พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่มาก่อน แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการยกตัวของเทือกเขาหิมาลัย จึงทำให้บริเวณนี้ต้องถูกยกตัวสูงตามไปด้วย น้ำในทะเลสาบจึงแห้งขอดไปในที่สุด ขณะที่พื้นดินที่อยู่ก้นทะเลสาบได้ถูกน้ำและลมกัดเซาะเป็นเวลานานนับล้านปี จึงเกิดภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นโตรกผาสูง คล้ายคลึงกับแกรนด์แคนยอนของอเมริกานั่นเอง

วัดโถหลิง (Tholing Monastery) อยู่ในเมืองซานด้า เป็นพุทธสถานที่สำคัญที่สุดของทิเบตตะวันตก คำว่า Tholing ภาษาทิเบตแปลว่าบินอยู่บนฟ้าตลอดกาล ในวัดมีภาพจิตกรรมฝาผนังอันวิจิตรงดงามด้วยโทนสีอ่อนต่างจากภาพอื่นๆ ที่ใช้สีฉูดฉาดเน้นสีแดงเป็นหลัก ยังมีภาพเล่าพระราชประวัติของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ และนิพพาน จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมือง Gar County

คืนนี้พักที่ Gar

Day 9

Ngari • เดินทางกลับลาซา • สนามบิน

เดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ โดยสายการบิน Tibet Airlines เที่ยวบินที่ TV9944 10.00-12.00 บินกลับเมืองลาซา จากนั้นต่อเครื่องกลับกรุงเทพ โดยสาบการบิน China Eastern Airlines เที่ยวบินที่ MU9738 15.45-17.55 ต่อด้วย MU9621 20.45

22.15 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
07-Jul 09-Sep 2024 Mid Asia

ทัวร์คีร์กีซสถาน

Kyrgyzstan

เมืองบิชห์เคก • Suusamyr Valley • หมู่บ้าน Kyzyl Oi • ชมทะเลสาบ Song Kul Lake • เมือง Naryn 7 เมือง Bokonbayevo • Bokonbayevo Village  • ผา Skazka Canyon  • Sobor Svyatoy Troitsky • สุเหร่าดันแกน • หอคอยบูราน่า 

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • เมืองบิชห์เคก
  • จัตุรัส Ala Too Square
  • Töö Ashuu Pass
  • Kyzyl Oi
  • ทะเลสาบ Song Kol Lake
  • เมือง Naryn
  • ทะเลสาบ Issyk
  • Skazka Canyon
  • Jeti Oguz Gorge
  • เมืองคาราโคล
  • สุเหร่าดันแกน
  • หอคอยบูราน่า
short brief
สรุปย่อทัวร์คีร์กีซสถาน

วันที่ 1 | Bangkok • Bishkek • เดินเล่นบริเวณจตุรัส Pobeda Square • ชมสวนสาธารณะ Dubovi Park • จัตุรัส Ala Too Square
วันที่ 2 | เดินทางข้าม Too Ashuu Pass • ไปยังหมู่บ้าน Kyzyl Oi
วันที่ 3 |เดินทางไปยัง Song Kol Lake • ชมทะเลสาบ Song Kนl Lake
วันที่ 4 | เช้าเดินเล่นตามอัธยาศัย • ไปยังเมือง Naryn เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 5 | ไปยังเมือง Bokonbayevo ชมวิถีชีวิตคนท้องถิ่น • ไปยัง Bokonbayevo Village
วันที่ 6 | ชมความสวยงามของผา Skazka Canyon • ชม Jeti Oguz Gorge ไปเมือง เมืองคาราโคล
วันที่ 7 | ชม Sobor Svyatoy Troitsky • สุเหร่าดันแกน • เดินทางผ่านทะเลสาบ อือซิคุล • ชม หอคอยบูราน่า • เดินทางกลับเข้าสู่เมือง Bishkek
วันที่ 8 | อิสระช้อบปิ้ง และเดินทางไปสนามบิน
วันที่ 9 | ถึงกรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 000,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • พาหนะรับส่งพร้อมคนไทยนำเที่ยว
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปคีร์กีซสถานที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Day 1

สนามบินสุวรรณภูมิ • Bishkek

09.30 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเช็คอินสายการบิน Air Arabia

12.15 น. ออกเดินทางสู่เมือง Bishkek โดยสายการบิน Air Arabia เที่ยวบินที่ G9824 12.15-15.40 น. เปลี่ยนเครื่องที่ ชาร์จาห์ ต่อด้วย G9351 21.30-03.20 น.

03.20 ถึงสนามบิน เมืองบิชห์เคก (Bishkek) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคีร์กีซสถาน และยังเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชุย โดยมีฉากหลังของเมืองที่สวยงามและมีแม่น้ำชุยที่ไหลผ่านในพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์สำหรับการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

เดินเล่นบริเวณจัตุรัส Pobeda Square เป็นจัตุรัสกลางเมือง ศูนย์กลางธุรกิจ ศาลาว่าการเมือง ธนาคาร ห้างร้านต่างๆ

ชมสวนสาธารณะ Dubovi Park ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมกลางแจ้งซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1984 มีงานแกะสลักคีร์กีซกว่า 200 ชิ้นกระจายอยู่รอบ ๆ พิพิธภัณฑ์ทางอากาศที่มีประติมากรรมเริ่มต้นนับเป็น 93

จัตุรัส Ala Too Square สร้างขึ้นในปี 1984 เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของ Kyrgyz SSR ซึ่งครั้งหนึ่งมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของเลนินวางอยู่ตรงกลางจัตุรัส จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเลนินสแควร์ จนกระทั่งคีร์กีซสถานได้รับอิสรภาพจากสหภาพโซเวียตในปี 2534

พักที่ Bishkek

Day 2

Bishkek • Too Ashuu Pass • Suusamyr Valley • Kyzyl Oi

เดินทางข้าม Töö Ashuu Pass ทางหลวงที่ลัดเลาะไปตามร่องเขา เพื่อไปยัง Suusamyr Valley หุบเขาที่มีความสูง 2,000-2500 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนแนวเขา Suusamyr Too กับ Kyrgyz Ala-Too ส่วนหนึ่งของภูเขาเทียนชาน ซึ่งในช่วงหน้าร้อนจะงดงามด้วยทุ่งดอกไม้มากมาย

เดินทางไปยัง Kyzyl Oi หมู่บ้านแบบชาวคีร์กีซดั้งเดิมบนที่ราบที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง หมู่บ้านคีซีลโอยได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่หนาวที่สุดในประเทศ

พักที่ Kyzyl Oi 

Day 3

Kyzyl Oi • Song Kol Lake

ออกเดินทางจาก Kyzyl Oi ผ่านเส้นทางที่สวยงามไปยัง Song Kol Lake ระหว่างทางชื่นชมกับทัศนยภาพแปลกตา 

ชมทะเลสาบ Song Kol Lake ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศคีร์กีซสถาน ทะเลสาบอยู่บนความสูงประมาณ 3,016 เมตร จากระดับน้ำทะเลมีพื้นที่ประมาณ 278 ตร.กม. ลึกประมาณ 14 เมตร ในช่วงฤดูร้อนรอบๆทะเลสาบจะเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดมากมาย

เย็นนี้ดื่มด่ำชื่นชมกับบรรยากาศที่พักแบบกระโจมริมทะเลสาบ Song Kol 

พักที่ Yurt Camp (ห้องน้ำรวม)

Day 4

Song Kol Lake • Naryn

ตื่นเช้ารับอากาศบริสุทธิ์แห่ง Songkol lake เดินเล่น ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นอำลา Yurt camp เดินทางลงสู่เขตเมือง  

เดินทางไปยังเมือง Naryn ประมาณ 120 กม. เป็นศูนย์กลางของการบริหารในภาคกลางของคีร์กีซสถาน มีประชากรประมาณ 40,000 คน ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการบนเส้นทางคาราวานในปี ค.ศ. 1868

เดินเล่นชมเมืองและมอสที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมโบราณ

พักที่ Naryn

Day 5

Naryn • Bokonbayevo • Eagle Hunting Show• Bokonbayevo Village

เดินทางไปยังเมือง Bokonbayevo (ประมาณ 5 ชม.)

มีหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่สุดทางด้านใต้ของทะเลสาบ Issyk ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนที่ยังคงฝึกนกอินทรีย์ออกล่าเหยื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานเดินทางชมวิถีชีวิตคนท้องถิ่นผู้มีความสามารถในการใช้ นกอินทรีย์ล่าเหยื่อ (Eagle-hunter) โดยจะมีการแสดงวิธีการล่าเหยื่อด้วยวิธีการดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่หาดูได้เพียงไม่กี่แห่งในโลกใบนี้

ไปยัง Bokonbayevo Village หมู่บ้านที่มีการเลี้ยงและผสมพันธุ์ม้า ชมการเลี้ยงม้าของชาวคีร์กีซซึ่งในอดีตเป็นชุมชนเร่ร่อน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ม้าร่วมกับสุนัขในการล่าในชีวิตประจำวัน

พักที่ Bel Tam Yurt Camp

Day 6

Skazka Canyon • Jeti Oguz Seven Bulls Rock • Karakol

ชมความสวยงามของผา Skazka Canyon หรือ Fairy Tale canyon ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ ของทะเลสาบ Issyk-Kul เป็น Canyon ที่มีอายุนับล้านปีที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม

นำท่าน ชม Jeti Oguz Gorge เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่เกิดจากการกัดเซาะของกองหินตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า ‘Jeti-Oguz’ มีความหมายว่าวัวเจ็ดตัว เนื่องจากมีหินที่มีรูปทรงคล้าย ‘วัวเจ็ดตัว’ (Seven Bulls) เป็นแนวภูเขาหินสีแดงโค้งขึ้นลงเหมือนหลังวัว อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมทางธรรมชาติที่สวยงาม

ออกเดินทางไปยัง เมืองคาราโคล (Karakol) เป็นเมืองที่มีความใหญ่โตเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศรองจากเมือง จาลาล อาบัด โอสห์และบิสห์เค๊ก และอยู่ห่างจากพรมแดนของจีน ประมาณ 150 กม. มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 67,100 คน

คืนนี้พักที่ Karakol

Day 7

Sobor Svyatoy Troitsky • Dungan • Burana Tower • Bishkek

ชม Sobor Svyatoy Troitsky เมื่อเมืองคาราโคลได้กลายเป็นที่ตั้งของกองทหารของพระเจ้าซาร์แห่งอาณาจักรรัสเซียเมื่อปี ค.ศ.1869  ดินแดนแห่งนี้ก็ได้มีการสร้างโบสถ์ขึ้นมาและได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในปี ค.ศ.1889 ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายพร้อมด้วยสิ่งมีชีวิตอีกอย่างมากมาย ต่อมาอีก 6 ปีก็ได้มีการซ่อมแซมบูรณะสิ่งต่างๆจนเสร็จเรียบร้อย และในระหว่างนั้นก็พร้อมด้วยการสร้างโบสถ์ขึ้นมา และได้มีการตกแต่งให้สวยงามจนถึงทุกวันนี้

ชม สุเหร่าดันแกน (Dungan Mosque) เป็นสุเหร่าที่ตั้งอยู่ในเมืองของพวกดันแกนที่ได้อพยพมาอยู่ในบริเวณและได้สร้างชุมชนแห่งนี้ ขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1877 สุเหร่าถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1904 และเสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1907 โดยช่างสถาปนิกของชาวจีนและช่างฝีมืออีก 20 คน การก่อสร้างที่ใช้ประโยชน์ของไม้ทั้งหมดโดยมิได้ใช้ตะปู และยังมีการทาสีที่สดใสสวยงาม สีแดง สีเขียวและสีเหลือง นอกจากนั้นยังมีการวาดภาพดอกไม้ รูปสัตว์ในนิยายมังกรและนกฟีนิกซ์อีกด้วย

เดินทางต่อเลาะเลียบทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในคีร์กีซสถาน อือซิคุลเป็นทะเลสาบในเทือกเขาเทียนชาน ลึกเป็นอันดับที่ 7 และใหญ่เป็นอันดับที่ 10 ของโลกตามปริมาตร และเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองรองจากทะเลแคสเปียน อือซึก-เกิลแปลว่า ทะเลสาบอุ่น ในภาษาคีร์กีซ แม้ว่าจะล้อมรอบด้วยยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ แต่ก็ไม่เคยเป็นน้ำแข็ง

ชม หอคอยบูราน่า (Burana Tower) ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 ให้เป็นหอมินาเร่ท์ โดยข่านเนทแห่งคาราข่านนิดส์ ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวที่ถูกสร้างขึ้นในเอเชียกลาง ซึ่งต่อมาในราวศตวรรษที่ 15 ได้เกิดแผ่นดินไหวจึงทำให้ส่วนสูงลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 35 เมตร

เดินทางกลับเข้าสู่เมือง Bishkek เมืองหลวงของสาธารณรัฐคีร์กีซ ตั้งอยู่ในเทือกเขา Tien Shan ตัวเมืองวางผังแบบตาราง มีถนนกว้างขนาบข้างด้วยคลองชลประทานและต้นไม้ขนาดใหญ่ อาคารที่มีอาคารหินอ่อนและอาคารอพาร์ตเมนต์ถูกสร้างในสมัยโซเวียตปกครอง

พักที่ Bishkek 

Day 8

Free Shopping • Bangkok

อิสระช้อบปิ้งในตลาดท้องถิ่นของเมือง Bishkek ที่มีสินค้าอันหลากหลายไม่ว่าจะเป็นผลไม้แห้งเป็นถั่วนัตหรือเป็นหัตถกรรมพื้นเมืองรวมถึงหมวกตามแบบสไตล์ของชาว nomad

13.00 น. เดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Air Arabia เที่ยวบิน G9333 15.40-17.40 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ ชาร์จาห์ ต่อด้วย เที่ยวบินที่ G9821 22.25-07.50

Day 9

Bangkok

07.50 น. ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
06-Jun 07-Jul 08-Aug 2024 Scandinavia

ทัวร์กรีนแลนด์ แฟโร

Greendland • Faroe

GreenLand • แฟโร • หมู่เกาะแฟโร • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้าน Eiði • ทะเลสาบ Trælanípan • หมู่บ้าน Gasadalur • เมืองเก่า Torshavn • Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • Ilulissat • Disko Bay • ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย

วันที่จัดทริป

14 – 26 มิถุนายน 2024

21 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2024

4 – 16 สิงหาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริปกรีนแลนด์แฟโร
กรีนแลนด์
  • ธารน้ำแข็ง Eqip sermia ฟังเสียงผาน้ำแข็งที่แตกออกจากกลาเซียขนาดใหญ่
  • อ่าว ดิสโก้เบย์ 
  • ทะเลไอซ์เบิร์ก ก้อนน้ำแข็งขนาดตึก 20 ชั้น ที่ลอยอยู่กวางมหาสุทร
  • ดูฝูงปลาวาฬพ่อแม่ลูก แหวกว่ายเล่นน้ำกลางอ่าว
  • เมือง Illulissat เมืองศูนย์กลางกิจกรรมแห่ง Greenland
  • เดินกลาเซีย 360 ที่แคกเกอรุสซวก
เกาะแฟโร
  • ทะเลสาบมายา Trælanípan ที่ดูเหมือนทะเลสาบลอยอยู่เหนือมหาสมุทร
  • น้ำตก Múlafossur ซิกเนเจอร์ของแฟโรที่ใครเห้นก็จะต้องถามว่าที่ไหนกันนะ 
  • ล่องเรือชมน้องนกพัฟฟิน ดูฝูงนกตัวน้อยปากส้มบินฉวัดเฉวียนนับพันๆตัว
  • ล่องเรือชมถ้ำกลางมหาสมุทรจากมุมที่แปลกตา
  • หมู่บ้าน Vestmanna 
  • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn
short brief
สรุปทัวร์กรีนแลนด์ แฟโรโดยย่อ

วันที่ 1 | Bangkok • Copenhagen
วันที่ 2 | Faroe island • Trøllkonufingur • Kvívík Village • Kirkjubøur Village
วันที่ 3 | หมู่บ้าน Eiði • หมู่บ้าน Gjogv • เดินทางไปเมือง Klaksvík • หมู่บ้าน Viðareiði
วันที่ 4 | ทะเลสาบTrælanípan • ล่องเรือ Drangarnir • ชมหมู่บ้าน Gasadalur • น้ำตก Múlafossur Waterfall
วันที่ 5 | หมู่บ้าน Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn
วันที่ 6 | บินกลับ Copenhagen • Nyhavn • น้ำพุ Gefion Fountain • Little mermaid • ป้อม 5 ดาว
วันที่ 7 | บินไปเมือง Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • ธารน้ำแข็งรัสเซล
วันที่ 8 | บินไปเมือง Ilulissat • เดินTrail ไปถ่ายรูป Disco Bay
วันที่ 9 | ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay • นั่งเรือชมปลาวาฬ
วันที่ 10 | ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย • Zion Church • เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 11 | บินกลับ Copenhagen (ใช้เวลาทั้งวัน)
วันที่ 12 | สนามบิน Copenhagen • กรุงเทพ
วันที่ 13 | ถึงกรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 199,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip (แฟโร)

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24-26 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปกรีนแลนด์ เกาะแฟโรที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

22.30 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG950 เวลา 01.20-07.40

Day 2

Faroe island • Trøllkonufingur • Kvívík Village • Kirkjubøur Village

07.40 ถึงโคเปนเฮเกน ต่อเครื่องภายในไปยังสนามบิน Sorvagur แห่งแฟโร โดยสายการบิน SAS เที่ยวบินที่ SK1777 เวลา 11.25-12.40

ชม Trøllkonufingur (Witches Finger) เสาหินรูปร่างประหลาดและโดดเด่นที่ขึ้นตรงชายฝั่ง Vágar คนแฟโรได้ตั้งชื่อนี้เป็นเพราะมีลักษณะที่คล้ายนิ้วของแม่มดและมีตำนานว่าแม่มดได้สร้างเสาหินนี้ขึ้นมายังชายฝั่งอีกด้วย

ชมหมู่บ้านไคว์วิค (Kvívík) หนึ่งในหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดบนหมู่เกาะแฟโร ปัจจุบันมีการค้นพบหลักฐานที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งในสมัยก่อนตั้งแต่ในสมัยประมาณศตวรรษที่ 18

Kirkjubøur หมู่บ้านที่อยู่ทางตอนใต้ของ เกาะ Streymoy เกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ โบสถ์หินโบราณแมกนาส (Magnus Catherdal) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยชาวไวกิ้งในยุคกลาง

พักที่เมือง Torshavn 

Day 3

Eiði Village • Gjogv Village • Klaksvík • Viðareiði

เดินทางขึ้นเหนือสู่ ชม หมู่บ้าน Eiði ที่ตั้งอยู่บนปลายแหลมของเกาะ Eysturoy ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งมาก่อน

ชมหมู่บ้าน Gjogv หมู่บ้านอันเก่าแก่คิดถูกกล่าวถึงตั้งแต่ปี 1584 แต่เหมือนหลักฐานจะบ่งบอกว่าหมู่บ้านนี้มีอายุยาวนานกว่านั้น อาชีพหลักของคนในหมู่บ้านคือการตกปลาและขายปลาแห้ง

เดินทางไปเมือง Klaksvík เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของหมู่เกาะแฟโร รองจากTórshavn เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ก่อตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 เจริญรุ่งเรืองขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 จากการประมงและการค้ามีเศรษฐกิจที่หลากหลาย อุตสาหกรรมหลักของเมือง ได้แก่ การประมง อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และการท่องเที่ยว

ไปยัง Viðareiði ชุมชนเล็กๆ สุดสายปลายถนนของหมู่เกาะแฟโรหมู่บ้านเล็กๆที่มีโบสถ์สีขาวโดดเด่นตั้งอยู่ริมหน้าผาและมีฉากหลังเป็นภูเขารูปทรงพีระมิดสูงชั้น

พักที่เมือง Torshavn

Day 4

ทะเลสาบ Trælanípan • Drangarnir • Gasadalur • Múlafossur Waterfall

เดิน trek ระยะสั้น (เที่ยวละประมาณ 2 ชม มายังทะเลสาบ Trælanípan ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล เมื่อถ่ายรูปออกมาจะเห็นเป็นภาพลวงตา เหมือนกับภูเขาเป็นแอ่งและมีน้ำอยู่ข้างในและลอยอยู่บนมหาสมุทร ซึ่งจริงๆ แล้วทะเลสาบ Sørvágsvatn ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะฟาโร ที่เห็นอยู่นี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงแค่ 30 เมตรเท่านั้น และที่ปลายสุดของทะเลสาบจะมีน้ำตก Bøsdalafossur อีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามแปลกตาของเกาะ

พาล่องเรือไปยังจุดชมวิว Drangarnir มองเห็นหินที่ขึ้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ความอัศจรรย์คือหินนั้นมีรูขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของเกาะแฟโร เรือจะพาชมถ้ำ และหลืบผาอีกด้านของภูเขาที่ไม่ค่อยมีคนได้ไปชม

ชมหมู่บ้าน Gasadalur หมู่บ้านอันมีภาพโด่งดังไปทั่วโลกเพราะที่นี่คือจุดชมน้ำตกอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะแฟโรนั่นเองนั่นคือ น้ำตกมูลาฟอส เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่เปรียบเสมือนซิกเนเจอร์ของหมู่เกาะแฟโร

ชมน้ำตก Múlafossur เป็นน้ำตกที่สวยงามตั้งอยู่บนเกาะ Vagar ของหมู่เกาะแฟโร น้ำตกนี้สูงประมาณ 60 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่มหาสมุทรแอตแลนติก

พักที่เมือง Torshavn

Day 5

Vestmanna • Torshavn

ชมหมู่บ้าน Vestmanna เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนเกาะ Streymoy ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักจากหน้าผาสูงชันและถ้ำทะเลที่สวยงาม

ชมเมืองเก่า Torshavn Old Town ที่ยังมีบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านสีแดงหลังคาหญ้ารวมถึงสภาแห่งแรกของหมู่เกาะแฟโร ชมอ่าวจอดเรือและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ รวมถึงร้านค้า คาเฟ่เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตเมืองเก่า ให้ได้เสพย์อารมณ์สุนทรีย์ ปล่อยชีวิตให้ไหลช้าๆ ตามสไตล์ชาวไวกิ้ง

เดินเล่นใน Tinganes และช้อปปิ้งในเมืองเก่า Ting แปลว่า รัฐสภา เป็นศูนย์กลางของอำนาจในหมู่เกาะแฟโรตั้งแต่ยุคไวกิ้ง ประมาณปี ค.ศ. 900 แหลมหินนี้เคยใช้เป็นสถานที่สำหรับการประชุมรัฐสภาประจำปี เป็นบริเวณที่เก่าแก่ที่สุดของธอร์ฮาวน์ ให้ท่านเดินเที่ยวชมบ้านไม้สีแดงและมีหลังคาหญ้าปกคลุม อาคารนี้ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 นอกจากนี้ยังมีสำนักนายกรัฐมนตรี และสถานที่ราชการอื่นๆ ของเกาะแฟโรอยู่ที่นี่

คืนนี้พักที่ Torshavn 

Day 6

copenhagen • Nyhavn • Gefion Fountain • little mermaid • Kastellet

ไปสนามบิน บินภายในกลับเมืองโคเปน โดยสายการบิน SAS

เดินเล่นย่านท่าเรือเก่าอันมีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่ Nyhavn เป็นหนึ่งในจุดหมายไม่ควรพลาดสำหรับการมาเยือนเมืองหลวงของเดนมาร์ก ท่าเรือเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 17 เรียงรายไปด้วยบ้านทรงทาวน์เฮาส์ บาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารสีสันสดใส 

ชม Gefion Fountain น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออนเป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในรูปทรงที่แปลกตา มองดูคล้ายกับเป็นธารน้ำตกจำลอง ตั้งอยู่ในบริเวณหน้าท่าเรือเมืองโคเปนเฮเกน 

ไปดู เงือกน้อย little mermaid สัญลักษณ์ของเมืองโคเปนฮาเก้น ที่กำลังนั่งรอเจ้าชายตามเทพนิยายอันเลื่องชื่อ ของนักเล่านิทานระดับโลกฮันส์คริสเตียน-แอนเดอร์สัน

ชมป้อมคาสเทลเลท (Kastellet) เป็นป้อมรูปดาวที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ไม่กี่แห่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในยุโรปเหนือ ข้างในเป็นอาคารสีแดงๆ หลายตึก

คืนนี้พักที่ Copenhagen 

Day 7

Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • Russell Glacier

บินภายในไปเมือง Kangerlussuaq โดยสายการบิน Air Greenland เที่ยวบินที่ GL781 เวลา 10.00-11.40 (ใช้เวลาบิน 4.40 ชม)

จากนั้น ออกเดินทางสู่ Ice Cap Point 660 ชั้นน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นโลก (แถบขั้วโลกเหนือและใต้) อีกหนึ่งประสบการณ์อันน่าจดจำที่จะได้อยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมทั้งประเทศคิดเป็น 10% ของโลก ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากแอนตาร์กติกา

สัมผัสกับธารน้ำแข็งรัสเซล (Russell Glacier) หน้าผาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่มีความสูงกว่า 60 เมตรเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้า จินตนาการรูปลักษณ์คล้ายดั่งสัตว์ในเขตขั้วโลกเหนือ อาทิ หมีขาว แมวน้ำ หรือธารน้ำตก อันเป็นประติมากรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

คืนนี้พักที่ Kangerlussuaq

Day 8

Ilulissat • Short walk Disco Bay

ออกเดินทางไปยังเมือง llulissat โดยสายการบิน Air Geenland

เดิน Trail ไปถ่ายรูป ที่ Disko Bay เป็นสถานที่ที่สวยงามและน่าทึ่งสำหรับถ่ายภาพ มีเส้นทางที่จะนำไปสู่จุดชมวิวที่สวยงามของอ่าวและภูเขาโดยรอบ เมื่อเดินไปถึงธารน้ำแข็งแล้ว สามารถเดินขึ้นไปบนธารน้ำแข็งและถ่ายรูปทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวและภูเขาโดยรอบได้ น้ำแข็งเป็นสีขาวราวกับหิมะและสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ทำให้เกิดภาพที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ ilulissat

Day 9

ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay • นั่งเรือชมปลาวาฬ

ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay ช่วงพระอาทิตย์เที่ยงคืน จะเห็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ มีแผ่นน้ำแข็งลอยน้ำขนาดใหญ่โตมากมายกระจัดกระจายอยู่ตามผืนน้ำ รวมพื้นที่ทั้งหมดของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ราว 4,000 ตารางกิโลเมตร

พาชมปลาวาฬ พบว่าดินแดนขั้วโลกเหนือแห่งนี้มีปลาวาฬกว่า 15 ชนิด ที่สามารถพบเห็นได้ โดยเฉพาะ วาฬหลังค่อม วาฬฟิน และวาฬมิงก์ นำท่านออกสำรวจปลาวาฬอย่างใกล้ชิด

คืนนี้พักที่ ilulissat

Day 10

ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย • Zion Church

ชมธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย หรือรู้จักกันในชื่อ Eqi กล่าวได้ว่าเป็นธารน้ำแข็งเก่าแก่อายุหลายหมื่นปี ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพียงแห่งเดียวที่มนุษย์สามารถเข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิดที่สุด จัดเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2004 เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจซึ่งก้อนน้ำแข็งจำนวนมหาศาลไหลลงทะเลทาง Ilulissat Icefjord (อิลลูลิแซท ไอซ์ฟยอร์ด) ถือได้ว่าเป็นที่สุดของธารน้ำแข็งทางฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ 

ชม โบสถ์ Zion Church ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในกรีนแลนด์ยุคนั้น โบสถ์ Zion สร้างขึ้นด้วยอิฐสีแดงและหินแกรนิต มีหลังคาสีฟ้าและระฆังทองเหลือง โบสถ์มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีพื้นที่สำหรับผู้มาเยี่ยมชมประมาณ 100 คน 

คืนนี้พักที่ Ilulissat

Day 11

บินกลับเมืองโคเปน (ใช้เวลาทั้งวัน)

เดินทางไปสนามบินเพื่อกลับเมืองโคเปน โดยสายการบิน Air Greenland แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Kangerlussuaq (ใช้เวลาทั้งวัน) ถึงโคเปนช่วงค่ำๆ เข้าพักผ่อนที่โรงแรม

พักที่ Copenhagen 

Day 12

สนามบินโคเปน • กรุงเทพ

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ ไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG951 เวลา 14.25-06.00

Day 13

06.00 เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
06-Jun 07-Jul 2024 Scandinavia Uncategorized

ทัวร์หมู่เกาะแฟโร

Faroe Islands

Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • เกาะ kalsoy • หมู่บ้าน Trøllanes • Klaksvík • Torshavn •  Drangarnir • Múlafossur • Trælanípan • เกาะ Mykines ชมนกพัฟฟิน

วันที่จัดทริป

14 – 23 มิถุนายน 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • Trøllkonufingur
  • หมู่บ้านไคว์วิค
  • หมู่บ้าน Saksun
  • เกาะ kalsoy
  • ประภาคาร Kallur
  • หมู่บ้าน Trøllanes
  • Klaksvík
  • Viðareiði
  • Torshavn Old Town
  • Tinganes
  • จุดชมวิว Drangarnir
  • น้ำตก Múlafossur
  • ทะเลสาบ Trælanípan
  • เกาะ Mykines ชมนกพัฟฟิน
short brief
สรุปย่อทัวร์หมู่เกาะแฟโร

วันที่ 1 | พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Arriving at Faroe island • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • หมู่บ้าน Kirkjubøur
วันที่ 3 | เดินทางไปหมู่บ้าน Saksun • Eiði • Gjogv
วันที่ 4 | Kasoy Island • Kallur lighthouse • Trøllanes village • Klaksvík • ชุมชน Viðareiði • Viðoy
วันที่ 5 | Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn • Tinganes
วันที่ 6 | ล่องเรือ Drangarnir • หมู่บ้าน Gasadalur • Múlafossur Waterfall • Bøur Village
วันที่ 7 | ทะเลสาบ Trælanípan
วันที่ 8 | นั่งเรือ ferry ไปยัง Mykines Island Hike ชมรอบเกาะ
วันที่ 9 | บินกลับ Copenhagen • ต่อเครื่องกลับไทย
วันที่ 10 | ถึง กทม โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 139,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปหมู่เกาะแฟโรที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Bangkok • Copenhagen

Day 1

22.30 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG950 เวลา 01.20-07.40

Day 2

Arriving at Faroe island • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • หมู่บ้าน Kirkjubøur

07.40 ถึง Copenhagen ต่อเครื่องภายในไปยังสนามบิน Sorvagur แห่งแฟโร โดยสายการบิน SAS 1777 11.10-12.15

ชม Trøllkonufingur (Witches Finger) เสาหินรูปร่างประหลาดและโดดเด่นที่ขึ้นตรงชายฝั่ง Vágar คนแฟโรตั้งชื่อนี้เป็นเพราะมีลักษณะที่คล้ายนิ้วของแม่มดและมีตำนานว่าแม่มดได้สร้างเสาหินนี้ขึ้นมายังชายฝั่งอีกด้วย

ชมหมู่บ้านไคว์วิค (Kvívík) หนึ่งในหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดบนหมู่เกาะแฟโร ปัจจุบันมีการค้นพบหลักฐานที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งในสมัยก่อนตั้งแต่ในสมัยประมาณศตวรรษที่ 18

Kirkjubøur หมู่บ้านที่อยู่ทางตอนใต้ของ เกาะ Streymoy เกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ โบสถ์หินโบราณแมกนาส (Magnus Catherdral) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยชาวไวกิ้งในยุคกลาง

พักที่เมือง Torshavn

Day 3

หมู่บ้าน Saksun • Eiði • Gjogv

เดินทางสู่ หมู่บ้าน Saksun อีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีเสน่ห์อันโดดเด่นด้วยบ้านและโบสถ์ที่มีหลังคาปกคลุมด้วยผืนหญ้า ชมบรรยากาศของทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยภูเขา

เดินทางขึ้นเหนือสู่ ชม หมู่บ้าน Eiði ที่ตั้งอยู่บนปลายแหลมของเกาะ Eysturoy ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งมาก่อน สันนิษฐานว่าชาวไวกิ้งได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ปัจจุบัน Eiði เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีประชากรประมาณ 600 คน

ชมหมู่บ้าน Gjogv หมู่บ้านอันเก่าแก่ที่ถูกกล่าวถึงตั้งแต่ปี 1584 อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานบ่งบอกว่าหมู่บ้านนี้มีอายุยาวนานกว่านั้น อาชีพหลักของคนในหมู่บ้านคือ การตกปลาและขายปลาแห้ง

พักที่เมือง Torshavn 

Day 4

Kalsoy Island • Kallur lighthouse • Trøllanes village • Klaksvík • ชุมชน Viðareiði • Viðoy

นั่งเรือเฟอรี่ไปยังเกาะ Kalsoy เป็นหนึ่งในหมู่เกาะแฟโร ซึ่งเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟ 18 เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เกาะนี้มีประชากรประมาณ 75 คน และขึ้นชื่อเรื่องหน้าผาสูงชัน ทิวทัศน์ที่สวยงาม และประภาคาร Kallur

ชม ประภาคาร Kallur ประภาคารตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 490 ฟุต (150 ม.) เหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่อง No Time to Die

ชมหมู่บ้าน Trøllanes หมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักกันดีจากบ้านที่มีหลังคาหญ้า

เดินทางกลับ Klaksvík เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของหมู่เกาะแฟโร ตั้งอยู่บนเกาะ Borðoy ทางตอนเหนือของหมู่เกาะ เป็นศูนย์กลางการค้าและการประมง และยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว

Viðareiði เป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะ Viðoy ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้มีประชากรประมาณ 60 คน และขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและทะเล หมู่บ้านนี้มีถนนสายเดียวที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก

พักที่เมือง Torshavn

Day 5

Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn • Tinganes

ชมหมู่บ้าน Vestmanna เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนเกาะ Streymoy ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักจากหน้าผาสูงชันและถ้ำทะเลที่สวยงาม

ชมเมืองเก่า Torshavn Old Town ที่ยังมีบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านสีแดงหลังคาหญ้ารวมถึงสภาแห่งแรกของหมู่เกาะแฟโร ชมอ่าวจอดเรือและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ รวมถึงร้านค้า คาเฟ่เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตเมืองเก่า ให้ได้เสพย์อารมณ์สุนทรีย์ ปล่อยชีวิตให้ไหลช้าๆ ตามสไตล์ชาวไวกิ้ง

เดินเล่นใน Tinganes และช้อปปิ้งในเมืองเก่า “Ting” แปลว่า “รัฐสภา” เป็นศูนย์กลางของอำนาจในหมู่เกาะแฟโรตั้งแต่ยุคไวกิ้ง ประมาณปี ค.ศ. 900 แหลมหินนี้เคยใช้เป็นสถานที่สำหรับการประชุมรัฐสภาประจำปี เป็นบริเวณที่เก่าแก่ที่สุดของธอร์ฮาวน์ ให้ท่านเดินเที่ยวชมบ้านไม้สีแดงและมีหลังคาหญ้าปกคลุม อาคารนี้ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 นอกจากนี้ยังมีสำนักนายกรัฐมนตรี และสถานที่ราชการอื่นๆ ของเกาะแฟโรอยู่ที่นี่

คืนนี้พักที่ Torshavn

Day 6

ล่องเรือ Drangarnir • หมู่บ้าน Gasadalur • Múlafossur Waterfall • Bøur Village

ล่องเรือไปยังจุดชมวิว Drangarnir มองเห็นหินที่ขึ้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ความอัศจรรย์คือหินนั้นมีรูขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของเกาะแฟโร เรือจะพาชมถ้ำ และหลืบผาอีกด้านของภูเขาที่ไม่ค่อยมีคนได้ไปชม

ชมหมู่บ้าน Gasadalur หมู่บ้านอันมีภาพโด่งดังไปทั่วโลกเพราะที่นี่คือจุดชมน้ำตกอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะแฟโรนั่นเองนั่นคือ น้ำตกมูลาฟอส เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่เปรียบเสมือนซิกเนเจอร์ของหมู่เกาะแฟโร

ชมน้ำตก Múlafossur เป็นน้ำตกที่สวยงามตั้งอยู่บนเกาะ Vagar ของหมู่เกาะแฟโร น้ำตกนี้สูงประมาณ 60 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่มหาสมุทรแอตแลนติก

เดินทางต่อสู่ หมู่บ้านโบ (Bøur Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขาหินเลียบฝั่งทะเลหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีความสวยงามมาก อยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะ Vágar ในหมู่เกาะแฟโร ตั้งอยู่ใน Sorvagsfjord ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและทัศนียภาพอันงดงามของทะเล อีกทั้งเกาะ Tindholmur ที่เต็มไปด้วยหินซึ่งมียอดเขามากมาย หมู่บ้านแห่งนี้มีบ้านไม้เก่าแก่ที่มีเสน่ห์และโบสถ์แบบดั้งเดิมจากปี ค.ศ. 1865 ใกล้กับ Tindholmur มีหินที่เรียกว่า Eiriksboði

พักที่เมือง Sørvágur

Day 7

ทะเลสาบ Trælanípan

เดิน trek ระยะสั้น (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. มายังทะเลสาบ Trælanípan ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล เมื่อถ่ายรูปออกมาจะเห็นเป็นภาพลวงตา เหมือนกับภูเขาเป็นแอ่งและมีน้ำอยู่ข้างใน และลอยอยู่บนมหาสมุทร ซึ่งจริงๆ แล้วทะเลสาบ Sørvágsvatn ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงแค่ 30 เมตรเท่านั้น และที่ปลายสุดของทะเลสาบจะมีน้ำตก Bøsdalafossur อีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามแปลกตา

พักที่เมือง Sørvágur

Day 8

นั่งเรือ Ferry ไปยัง Mykines Island Hike ชมรอบเกาะ

นั่งเรือ Ferry ไปยังเกาะ Mykines เกาะ Mykines เปรียบเสมือนบ้านเกิดของนกพัฟฟิน ชมนกตัวน้อยจงอยปากสีส้มอันแสนน่ารัก หรือหากมีแรงก็สามารถเดินขึ้นเขาไปยังประภาคารที่ปลายเกาะ Mykinesholmur ได้ (ขึ้นกับระยะเวลาที่เรือรอรับกลับ)

การเดินรอบเกาะ จะสามารถเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของหมู่เกาะแฟโร มีความยาวประมาณ 4 กม.และใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เส้นทางเริ่มต้นที่หมู่บ้าน Mykines และมุ่งหน้าขึ้นไปยังยอดเขา Knúkur ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเกาะ จากยอดเขา ชมวิวที่สวยงามของเกาะ Mykines อื่นๆ รวมถึงเกาะ Vágar และ Tindhólmur เส้นทางจากนั้นจะลงไปทางทิศตะวันตกของเกาะ ผ่านทุ่งหญ้าและหน้าผาสูงชัน ระหว่างทาง จะได้เห็นนกทะเลหลายชนิด รวมถึงนกพัฟฟิน นกนางนวล และนกกระเรียน

พักที่เมือง Sørvágur

Day 9

บินกลับ Copenhagen • ต่อเครื่องกลับไทย

เดินทางไปยังสนามบิน กลับเมือง Copenhagen โดยสายการบิน Atlantic Airways RC450 08.20-11.25

เดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG951 14.25-06.00

Day 10

Bangkok

06.00 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
07-Jul 2024 Scandinavia

ทัวร์นอร์เวย์ซัมเมอร์เทรค

Norway Summer Trek

Bergen • Bordalsgjelet Gorge • Tvindefossen • Nærøyfjord • Flåm • Stegastein viewpoint • Odda • Trolltunga • Kjerag bolten • Pleis 

วันที่จัดทริป

7 – 16 กรกฎาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริปนอร์เวย์ซัมเมอร์เทรค
  • เบอร์เกน เมืองท่าระดับโลก และอ่าวที่มีบ้านเรือนสีสันสดใส
  • รถไฟสายฟลอมบาสนา รถไฟสายโรแมนติกแห่งนอร์เวย์ สักครั้งในชีวิตที่ต้องไป
  • เมืองฟลอม และจุดชมวิว Stegastein มองเห็น Aurlandfjorden
  • ล่องเรือชม NarroyFjorden
  • Trolltunga เส้นทางเทรคที่ต้องไปให้ได้
  • Preikestolen หน้าผาซิกเนเจอร์แห่งนอร์เวย์
  • Kjerag boltn ก้อนหินกลางเวหาท้าทายความเสียว
short brief
สรุปทัวร์นอร์เวย์โดยย่อ

วันที่ 1 | Bangkok – Oslo
วันที่ 2 | Oslo – Bergen City Tour
วันที่ 3 | เมือง Voss • นั่งรถไฟ Flamsbana • จุดชมวิว
วันที่ 4 | ล่องเรือชมฟยอร์ด • Gudvangen • เมือง Odda • Trolltunga Base camp
วันที่ 5 | Trolltunga Walk
วันที่ 6 | Jørpeland • Preikestolen Base Camp
วันที่ 7 | Preikestolen (Pulpit Rock) • Kjerag
วันที่ 8 | Kjerag Lysebotn Trek • กลับ Stavanger
วันที่ 9 | Stavanger • บินกลับเมือง Oslo • ต่อเครื่องกลับไทย
วันที่ 10 | ถึงไทยโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 129,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พัก 3-4 ดาว (Radisson Bergen / Trolltunga Basecamp / Preikestolen Basecamp หรือเทียบเท่า)
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรฟ์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป นอร์เวย์ ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Bangkok • Oslo

Day 1

21.30 พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG954 เวลา 00.25-07.25 เดินทางไปยัง Oslo

Day 2

Oslo • Bergen • เดินชมอ่าวเบอร์เกน • ชมแหล่งมรดกโลก Bryggen Wharf • ขึ้นกระเช้าชมเมือง

07.25 เดินทางถึง Oslo จากนั้นต่อเครื่องภายในไปยังเมือง Bergen โดยสายการบิน Norwegian Airlines เที่ยวบินที่ DY608 10.40-11.35 (เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ถึงเบอร์เกน เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของนอร์เวย์ เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม มีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ และเป็นหนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ชมอ่าวเบอร์เก้น มีบริเวณชายหาดที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม

เดินเล่นชม Bryggen Wharf ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การ UNESCO ประกอบด้วยอาคาร Hanseatic และเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในเรื่องของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเบอร์เกน บริเวณนี้มีบรรยากาศโบราณและสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง

ขึ้นกระเช้า ชมวิวมุมสูงของเมืองเบอร์เกนเป็นภาพทิวทัศน์ของเมืองเบอร์เกนที่ตั้งอยู่ริมทะเลและเรือสินค้าที่ทอดสมออยู่เต็มอ่าว

พักที่ Bergen

Day 3

เมือง Voss • นั่งรถไฟ Flamsbana • จุดชมวิว

เดินทางไปเมือง Voss เมืองริมทะเลสาบซึ่งรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปในปี 1907 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในนอร์เวย์ มีทัศนียภาพธรรมชาติที่งดงาม และมีกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาทางน้ำ (extreme sports) ในนอร์เวย์

นั่งรถไฟ Flåmsbana ขบวนรถไฟซึ่งถูกจัดให้เป็นหนึ่งในรถไฟชมวิวทิวทัศน์ที่ดีและสวยที่สุดในโลก โดย Flåmsbana นั้นถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ตัวรถไฟถูกออกแบบให้คงกลิ่นอายในอดีต

ชม Stegastein Viewpoint Platform ที่ยื่นออกจากขอบหน้าผาออกไป ที่นี่เป็นจุดชมวิวฟยอร์ดออร์แลนด์ จากมุมสูง มองเห็นฟยอร์ดไปไกลสุดสายตา

พักที่เมือง Flåm

Day 4

ล่องเรือชม Nærøyfjord • Gudvangen • เมือง Odda • Trolltunga Base camp

ล่องเรือชม Nærøyfjord มีความยาว 20 กม. กว้างเพียง 250 เมตร เป็นฟยอร์ดแคบที่สุด ภูเขาที่อยู่รายรอบมีความสูงถึง 1,660 เมตร มีแนวชายฝั่งที่สวยงาม กับเทือกเขาสูง และธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุด ฟยอร์ดนี้ยาวที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของนอร์เวย์ เป็นฟยอร์ดที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก อีกทั้งยังมีทะเลสาบลึกที่สุดในยุโรปอีกด้วย (ใช้เวลา 2 ชั่วโมง)

ไปยังหมู่บ้าน Gudvangen เป็นหมู่บ้านในเขตเทศบาล Aurland ในเขต Vestland ประเทศนอร์เวย์ ที่มีแหล่งธรรมชาติที่สมบูรณ์ติดอันดับต้นๆ ของโลก เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น ซองน์ฟยอร์ด ที่มีความยาวถึง 204 กิโลเมตร จากทะเลเข้ามาในแผ่นดิน

เดินทางไปยังเมือง Odda เป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของ Sørfjorden เป็นที่ตั้งของ Troltunga ที่แปลว่า “ลิ้นของโทรลล์” ตามลักษณะแผ่นหินบางยื่นออกจากผา ที่ความสูง 900 เมตรเหนือทะเลสาบ Ringedalsvatnet เป็นส่วนหนึ่งของ Sørfjorden Fjord

คืนนี้พักที่ Troltunga Base Camp

Day 5

Trolltunga Walk

เทรคโทรลล์ทุงกา เตรียมพกอาหารและน้ำไปให้พร้อม ระหว่างทางเราจะได้เห็นวิวงดงาม เป็นฟยอร์ด ที่มีลักษณะเป็นหุบเขาเว้าแหว่งบริเวณปากอ่าว โดยจะใช้เวลาเดินไปกลับ ประมาณ 20 กม หรือ ราวๆ 10-12 ชั่วโมง

พักที่ Trolltunga Base Camp

Day 6

Jørpeland • พักใกล้ๆ Preikestolen

เดินทางไปยังเมือง Jørpeland เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของแผ่นดินใหญ่ เมืองขนาดเล็กที่มีร้านค้ามากมาย มี Gallery หลายแห่งจัดแสดงศิลปินท้องถิ่นและงานฝีมือที่ผลิตในท้องถิ่น ที่สามารถเดินเล่นและพักผ่อนหย่อนใจในเมืองได้

เดินทางไปยังเมือง Preikestolen เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ชื่อดังของโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่มากๆ

คืนนี้พักใกล้เมือง Preikestolen

Day 7

Preikestolen (Pulpit Rock) • Kjerag Lysebotn

เดินขึ้นไปชม Preikestolen หรือ Pulpit Rock (ประมาณ 4 ชม) หน้าผาสูงชันถึง 604 เมตร (1,982 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล เหนือ Lysefjorden ซึ่งเป็นอ่าวเล็กๆ ที่ถูกธารน้ำแข็งกัดเซาะจนเว้าแหว่งเป็นร่องลึก และฝั่งตรงข้ามคือที่ราบสูง Kjerag หน้าผา Pulpit Rock นี้เกิดขึ้นในยุคน้ำแข็งประมาณ 10,000 ปีก่อน เมื่อธารน้ำแข็งสูงถึงขอบหน้าผาและได้แช่แข็งตรงรอยแยกของภูเขาไว้ กัดเซาะจนภูเขาเป็นเหลี่ยม จนธารน้ำแข็งละลายไป หน้าผาจึงกลายเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบปัจจุบัน ด้วยรูปทรง ความสูง และความสวยงามของหน้าผาและทิวทัศน์ ทำให้ Pulpit Rock ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

จากนั้นเดินทางไปยังเมือง Kjerag

คืนนี้พักที่เมือง Kjerag

Day 8

Kjerag Lysebotn Trek • กลับ Stavanger

เดิน Trek ที่ Kjerag Lysebotn (ใช้เวลาประมาณ 7-8 ชม) จะได้พบกับ อีกหนึ่ง ไฮไลท์ ก้อนหินอยู่ในร่องของหน้าผา เป็นรูปพี่โด่งดังไปทั่วโลก แล้วเดินทางกลับเมือง Stavanger

คืนนี้พักที่เมือง Stavanger

Day 9

Stavanger - Oslo - Bangkok

เดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับเมือง Oslo โดยสายการบิน SK จากนั้นเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG955 14.15-06.15

Day 10

เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
07-Jul 08-Aug 09-Sep 2024 Nepal

ทัวร์มาร์ดิ หิมาล

Mardi Himal

กาฐมันฑุ • โพครา • หมู่บ้านกานเด • เดวราลี • เทรคสู่หมู่บ้าน Low Camp และ High Camp • Mardi Base Camp • หมู่บ้านซิดิง 

short brief
สรุปทัวร์ Mardi Himal โดยย่อ

วันที่ 1 | สุวรรณภูมิ • กาฏมัณฑุ
วันที่ 2 | กาฐมันฑุ • โพครา • หมู่บ้านกานเด • เดวราลี
วันที่ 3 | เทรคสู่หมู่บ้าน Low Camp (2,990 เมตร)
วันที่ 4 | เทรคสู่หมู่บ้าน High Camp (3,580 เมตร)
วันที่ 5 | เช้าตรู่เดินไป Mardi Base Camp (4500 เมตร) • เทรคไปที่ Low Camp (2990 เมตร)
วันที่ 6 | เดินเทรคไปหมู่บ้านซิดิง (1,850 เมตร) • เดินทางไปโพครา
วันที่ 7 | บินภายในกลับกาฏมัณฑุ 
วันที่ 8 | กาฏมัณฑุ • สนามบินกลับกรุงเทพ

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG319 10.15-12.25 เดินทางไปเมือง กาฏมัณฑุ 

พาไปช้อปปิ้งอุปกรณ์เทร็คกิ่งในย่านทาเมล 

คืนนี้พักที่ Kathmandu

เดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ บินไป โพครา 

หมายเหตุ หากสภาพอากาศไม่ดีและททำให้ไฟลท์ถูกยกเลิกเราจะเปลี่ยนเป็นการเดินทางด้วยรถไปยังเมือง Pokhara (200 กม ใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพการจราจร) และแผนการเดินทางจะมีการปรับใหม่ 

ถึงเมืองโพคราแล้วเดินทางต่อด้วยรถไปหมู่บ้านกานเด (Kande) ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเริ่มต้นการเดินเทรค เดินทางไปสู่ เดวราลี (Pitam Deurali) (2,100 เมตร) เส้นทางเดินเทรคจากหมู่บ้านกานเดไปยังหมู่บ้านเดวราลี ลาดชันเล็กน้อย ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางจะผ่านหมู่บ้านเล็กๆ หลายหมู่บ้าน และวิวสวยๆตลอดเส้นทาง 

พักที่ Deurali

เส้นทางเดินเทรคจากหมู่บ้านกานเดไปยังหมู่บ้าน Low Camp เป็นเส้นทางที่ลาดชันเล็กน้อย ใช้เวลาเดินประมาณ 6 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางจะผ่านหมู่บ้านเล็กๆ รวมถึงทุ่งนาเขียวขจีและภูเขาสูงตระหง่าน เมื่อถึงหมู่บ้าน Low Camp จะได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาและเทือกเขาต่างๆ 

พักที่ Tea house

เดินทางสู่ หมู่บ้าน High Camp (3,580 เมตร) เส้นทางเดินเทรคเป็นเส้นทางที่ลาดชันขึ้นเรื่อยๆ ใช้เวลาเดินประมาณ 6 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 8.5 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางจะผ่านป่าสนและทุ่งหญ้าสูง 

พักที่ Tea house

ช่วงแรก ตื่นเช้าเดินขึ้นไปสู่ Mardi Base Camp (4,500 เมตร) ระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร 

ช่วงสอง เดินลงจาก Base camp กลับมา High Camp (3,580 เมตร) และต่อไปยัง Low Camp (2,990 เมตร) ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร 

วันนี้จะต้องเดินรวมประมาณ 17.5 กิโลเมตร 

พักที่ Tea house

เดินสู่ หมู่บ้านซิดิง (Siding) (1,850 เมตร) ใช้เวลาเดินประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางจะผ่านป่าสนและทุ่งหญ้าสูง เมื่อถึงหมู่บ้าน Siding จะได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขา Mardi Himal 

จากนั้นไปโพคราด้วยรถ (นั่งรถประมาณ 2 ชั่วโมง) ถึงโพคราแล้วเช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย 

พักที่เมือง Pokara 

ไปสนามบินภายในประเทศ กลับเมืองกาฏมัณฑุ (หากเที่ยวบินมีการยกเลิกเราจะเดินทางโดยรถแทน) 

ถึงโรงแรมที่กาฏมัณฑุ ร่วมรับประทานอาหารส่งท้ายทริปอันเหน็ดเหนื่อย 

คืนนี้พักที่ Kathmandu

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ เดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับประเทศไทย โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG320 13.30-16.15

ทริป Mardi Himal
ค่าใช้จ่ายทริป
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 00,000
  • ที่พักระกับ 4 ดาว พักห้องละ 2 ท่าน (3 ดาวในพื้นที่ห่างไกล) 
  • เตียงคู่หรือเตียงใหญ่ ขึ้นกับความพร้อมของห้องของทางโรงแรม แต่เราจะ Request ให้ ณ วันที่ทำการจอง 
  • ต้องการปรับที่พักเป็นระดับ 5 ดาว หรือพักแบบ Apartment มีครัว สามารถแจ้งทีมงานได้เลยครับ
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)
  • รวมค่าธรรมเนียมและค่าบริการทำวีซ่า
  • ผลการพิจารณาวีซ่าขึ้นกับดุลยพินิจของสถานทูต
  • ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • ทีมงานมีบริการออกตั๋วเครื่องบินและให้คำแนะนำไฟลท์บินที่เหมาะสม

 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริปมาร์ดิ หิมาลที่ผ่านมา

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
07-Jul 08-Aug 09-Sep 2024 Africa

ทัวร์มาดากัสก้าร์

Madagascar

เมือง Anchorage • ชมทะเลสาบ Byers Lake  • อุทยานแห่งชาติDenal • เมือง Fairbanks • ทะเลสาบ Summit Lake • ธารน้ำแข็ง Matanuska Glacier • Alaska Sealife Center • เที่ยวอุทยานแห่งชาติ Kenai Fjords • ชมธารน้ำแข็ง Exit Glacier

short brief
สรุปทัวร์อลาสก้าโดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ – มอริเชียส
วันที่ 2 : Mauritius – Chamarel Falls – Rum Factory – Seven Coloured Earths
วันที่ 3 : Mauritius – Antananarivo
วันที่ 4 : Reptiles farm – Andasibe National Park
วันที่ 5 : Andasibe – Marozevo Exotic Farm – Lemurs Park – Antananarivo
วันที่ 6 : Antananarivo City Tour
วันที่ 7 : Antananarivo – Morondava – Betahina
วันที่ 8 : Morondava
วันที่ 9 : Morondava – Antananarivo
วันที่ 10 : Antananarivo – Reunion – Léon Dierx Museum – Jardin de l’État
วันที่ 11 : Reunion – Plaine des Sables – Piton de laFournaise – Bangkok
วันที่ 12 : Bangkok

  • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง
  • นำทริปโดย Driver Guide คนไทย (รอรับที่สนามบินปลายทาง
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 000

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารเช้า
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • เรือข้ามฟาก (ถ้ามี)
  • ผู้นำทริปคนไทย (Driver Guide)
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ดำเนินการขอวีซ่าให้ 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และภายในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่ากิจกรรมนอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

09.30 น. พบที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เดินทางไปมอริเชียส

พักที่ Mauritius

Day 2

Mauritius • Chamarel Falls • Rum Factory • Seven Coloured Earths

เที่ยวชมเมืองพอร์ตลูอิส เมืองหลวงของสาธารณรัฐมอริเชียส หรือที่รู้จักในนาม เกาะมอริเซียส ดินแดนสวรรค์นอกชายฝั่งแอฟริกา กลางมหาสมุทรอินเดีย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึก ณ.ตลาดกลาง Central Market

ชมความงามของปากปล่องภูเขาไฟ Trou Aux Cerfs ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่กลางเมืองคูเรปิเป แวะถ่ายรูปกับจุดชมวิว Black river gorges ท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของป่าเขา และน้้ำตกที่สุดสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศมอริเชียส
 
เดินทางสู่ ทะเลสาบแห่งแม่น้ำคงคา Grand Bassin Sacred Lake เป็น ทะเลสาบอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนอินเดียในประเทศมอริเชียสสร้างขึ้นเพื่อ เป็นเกียรติแก่ พระศิวะที่พวกเขาเคารพนับถือ และในสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั