Categories
05-May 2024 Europe Tour

ทัวร์อิตาลีใต้

logo-freedoka

South Italy

นาโปลี • ปราสาทริมทะเล (Ovo Castle) • หอสวดมนต์ Cappella Sansevero • เมืองโบราณปอมเปอี • Amalfi coast • เมืองโพสิตาโน • เมืองราเวลโล • เมืองซอร์เรนโต้ • มหาวิหารซอร์เรนโต • ท่าเรือ Marina Grande • เกาะ คาปรี • นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี • บันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI

วันที่จัดทริป

3 – 11 พฤษภาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • นาโปลี
  • ปราสาทริมทะเล (Ovo Castle)
  • หอสวดมนต์ Cappella Sansevero
  • เมืองโบราณปอมเปอี
  • Amalfi coast
  • เมืองโพสิตาโน
  • เมืองราเวลโล
  • เมืองซอร์เรนโต้
  • มหาวิหารซอร์เรนโต
  • ท่าเรือ Marina Grande
  • เกาะ คาปรี
  • นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี
  • บันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI
short brief
สรุปย่อทัวร์อิตาลีใต้

วันที่ 1 | พบกันที่สนามบิน เดินทางไปยังนาโปลี
วันที่ 2 | ถึงเมือง Naples • เดินเล่นในเมือง Naples ชมพระอาทิตย์ตกดิน
วันที่ 3 | เที่ยวเมือง Naples • ชมหอสวดมนต์ Cappella Sansevero
วันที่ 4 | ออกจาก Naples เดินทางไปเมือง Pompei แวะชมเมืองโบราณ • เดินเล่นในมือง Amalfi coast
วันที่ 5 | เที่ยวเมือง Positano (30 นาทีจาก Amalfi) • เมือง Ravallo (1 ชั่วโมงจาก Positano) พักที่ Sorrento
วันที่ 6 | เที่ยวในเมือง Sorrento • ชมจัตุรัสทาซโซ่ • Duomo • อาราม Chiostro di San Francesco • เดินชมท่าเรือ Marina Grande
วันที่ 7 | นั่ง Ferry มาที่ Capri • เที่ยวใน Capri • จุดชมวิวที่ Tragara • จุดชมวิวที่ Belvedere di Punta Cannone
(Optional) เที่ยวรอบเกาะและกลับ Sorrento 
วันที่ 8 | จาก Sorrento นั่งรถกลับไป Napoli เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ
วันที่ 9 | เดินทางถึง กรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปอิตาลีที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Lufthunsa เที่ยวบินที่ LH773 23.00-05.20 เปลี่ยนเครื่องที่ มิวนิค จากนั้นเดินทางไปยังเมือง นาโปลี เที่ยวบินที่ LH1888 06.45-08.25

Day 2

Naples • Old Town • Ovo Castle

ถึงนาโปลี เดินชมย่านเมืองเก่า (Centro Storico Naples) เป็นเขตเมืองเก่า ที่มีสถาปัตยกรรมอสไตล์อาร์ตนูโว ที่รวมความเก่าแก่ไว้หลายๆ อย่าง ทั้ง โบสถ์ที่สวยงาม ปูด้วยกรวด มีอุโมงค์กรีกโบราณที่ทำให้เห็นประวัติศาสตร์ยุคก่อน และประติมากรรมที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น

ชมปราสาทริมทะเล (Ovo Castle) เป็นปราสาทในสมัยศตวรรษที่ 15 มีความสำคัญต่อชาวกรีกและชาวโรมัน ที่เข้ามาครอบครอบดินแดนนี้ จุดเด่นของปราสาทสร้างขึ้นด้วยหิน มีหอคอยคู่ตั้งอยู่ สถาปัตยกรรมที่สวยงามทำให้นักท่องเที่ยวเดินชมปราสาทได้โดยรอบ และยังมีพิพิธภัณฑ์เรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษา ปราสาทนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปราสาทไข่ ซึ่งเคยถูกนำไข่มาวางใต้ฐานปราสาท เชื่อว่าหากไข่ยังสมบูรณ์ ปราสาทจะไม่ถูกทำลาย พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน และมีทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองและอ่าวเนเปิลส์

คืนนี้พักที่ Naples

Day 3

Naples • Cappella Sansevero

ชมเมืองเนเปิลส์ หรือ นาโปลี (Naples, Napoli) เมืองที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน คึกคัก เป็นเมือง ที่มีการผสมผสานศิลปะวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยจนเป็นเนื้อเดียวกัน โบสถ์เก่าๆ กับบ้านเรือนสมัยใหม่ อยู่ปะปนกันไป ไม่สามารถแยกเป็นเขตเมืองเก่ากับเมืองใหม่ได้

ชมหอสวดมนต์ Cappella Sansevero เป็นโรงสวดในเนเปิลส์ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 เป็นที่รวบรวมผลงานศิลปะเชิงศาสนาของอิตาลีจากแหล่งต่างๆ ไว้ด้วยกัน หอสวดมนต์นี้สร้างขึ้นโดยท่านดยุคในท้องถิ่นนามว่า Giovan Francesco di Sangro เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อพระแม่มารีย์ที่ช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย

คืนนี้พักที่ Naples

Day 4

Naples • Pompei • Amalfi coast

เดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (Pompei) (ประมาณ 27 Km. 30 Min) เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน ปอมเปอีเป็นเมืองเก่าที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในยุคก่อนคริสต์ศักราชเมืองปอมเปอีนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกรีกเรื่อยมา กระทั่งราว 80 ปีก่อนคริสต์ศักราชจึงถูกยึดครองเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน เดินทางถึง เมืองปอมเปอี

เข้าชมเมืองโบราณปอมเปอี ที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยลาวาเมื่อครั้งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ วิสุเวียส (MT.VESUVIUS) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 622 ซึ่งลาวาที่ทับถมกันนั้นหนาถึง 6 – 7 เมตร ทำให้เมืองนี้หายไปทั่วเมือง ปัจจุบันมีการขุดค้นพบ 3 ใน 4 ส่วนของเมืองทั้งหมด ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอีทำให้เมืองแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1997

เดินทางไปยังเมือง Amalfi coast (ประมาณ 47 Km. 1 Hr.)

เดินเล่นชมเมือง ความสวยงามของ Amalfi Coast หรือ ชายฝั่งอมาลฟี่ ดึงดูดให้ผู้คนมาเที่ยวอิตาลีอย่างล้นหลามในทุกๆปี บ้านหลากสีที่ไล่เรียงกันบนภูเขา ประกอบกับชายหาดและทะเลที่อุณหภูมิสูงกว่าตอนเหนือของประเทศ ทำให้เมืองริมทะเลแห่งนี้ เป็นที่นิยมแบบสุดๆ

คืนนี้พักที่ Amalfi coast

Day 5

Positano • Ravallo • Sorrento

เดินทางสู่ เมืองโพสิตาโน (Positano) (ประมาณ 40 Min. 18 Km.) เมืองเล็กๆแต่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลตั้งอยู่ตามหน้าผาแคบๆ อันมียอดโดมของโบสถ์ซานตา มาเรีย อัสสันต้า เป็นสัญญลักษณ์ของเมือง ผ่านชมบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่บนหน้าผา ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศชวนมองอย่างไม่กระพริบตาตลอดเส้นทางที่ผ่านจึงทำให้เมืองชายฝั่งทะเลในแคว้นคัมพาเนีย แห่งอิตาลีใต้นี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี เดินทางถึง เมืองโพสิตาโน

เดินทางต่อยังเมืองราเวลโล (Ravello) (ประมาณ 1 Hr. 23 Km.) ซึ่งหมู่บ้านเล็ก ๆ ของแคว้นคัมพาเนีย ที่มีความงามทั้งทางกายภาพและความหลากหลายทางธรรมชาติ รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จึงได้รับการบรรจุไว้รายชื่อมรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ. 1997 จากองค์การยูเนสโก

เดินทางไปเมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento) (ประมาณ 1.10 Hr. 38 Km.) เมืองตากอากาศเล็กๆที่มีชื่อเสียงมาก ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูง และไล่ระดับลงมาตามความลาดชั้นจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับหาดทรายสีเทา มีชายฝั่ง Amalf ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาว 50 กิโลเมตร

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 6

Sorrento City Tour

ชมจัตุรัสทาซโซ่ (Piazza Tasso) ให้อิสระในการเดินชมย่านกลางเมืองมีช้อปปิ้งสตรีทที่มีชื่อเสียงซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร สองฝั่งถนน ชมวิถีชีวิต บ้านเรือนและโบสถ์สไตล์บารอค

ชม Duomo เป็นมหาวิหารของซอร์เรนโต สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ได้รับการบูรณะและปรับปรุงใหม่หลายครั้งตลอดหลายศตวรรษ โดยด้านหน้าได้รับการออกแบบใหม่ในสไตล์บาโรกในศตวรรษที่ 18 เป็นมหาวิหารโรมันคาทอลิกที่อุทิศให้กับ Saints Philip and James ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองซอร์เรนโต

อาราม Chiostro di San Francesco เป็นอารามฟรานซิสกันแห่งศตวรรษที่ 14 ที่สวยงาม ถือเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง และเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมอารามยุคกลาง

เดินชมท่าเรือ Marina Grande เป็นอดีตหมู่บ้านชาวประมงที่งดงาม ตั้งอยู่เชิงหน้าผาทางใต้ของใจกลางเมืองซอร์เรนโต เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวเนเปิลส์ และสัมผัสบรรยากาศแบบชาวบ้าน

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 7

Ferry to Capri • Tragara View Point และ Belvedere di Punta Cannone • Sorrento

ขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปสู่ เกาะ คาปรี (Capri) เกาะที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเองมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟวิซูสเวียส

ขึ้นไปยังจุดชมวิว Tragara และ Belvedere di Punta Cannone มีทิวทัศน์อันน่าทึ่งของ Faraglioni สามเสาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเหนือน้ำทะเลสีฟ้าคราม สามารถมองเห็น Marina Piccola อ่าวเล็กๆ ที่สวยงาม เมือง Anacapri และชายฝั่ง Amalfi ได้อีกด้วย

นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี (คาปรีเซนเตอร์) เดินชมเขตตัว เมืองที่มีบรรยากาศน่ารัก และแวะพักที่สวนออกุสต้า พร้อมบันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI สัญลักษณ์ของเกาะคาปรี อิสระเดินเล่นตามอัธยาศัย

Optional : สามารถล่องเรือชมถ้ำต่างๆ รอบเกาะ รวมถึง Blue Grotto ถ้ำที่อยู่ในทะเลมีแสงสะท้อนสีฟ้าจากน้ำทะเลขั้นมากระทบถ้ำสวยงามยิ่งนัก

เดินทางกลับเมือง Sorrento

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 8

Sorrento • Naples • Airport • Bangkok

เดินทางกลับเมือง Neples (ประมาณ 50 Min. 52 Km.) เพื่อไปยังสนามบินกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Lufthanza Airlines เที่ยวบินที่ LH1879 17.35-19.20 เปลี่ยนเครื่องที่ มิวนิค LH772 22.20-14.10

Day 9

Bangkok

ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
10-Oct 2024 Europe

ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

Switzerland

Laufenburg • Stein Am Rhein • Colmar • เมือง Riquewihr • กรุงBern • ชมยอดเขา Montblanc • ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace • Matterhorn Glacier Paradise • Zermatt • ชมธารน้ำแข็งกราเซียร์ Rosenlaui • เขา Rigi

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • Stein Am Rhein
  • Berggasthaus Aescher
  • นั่งรถไฟท่องเที่ยวด่วนพิเศษ Bernina Express
  • รถไฟสายพิเศษ กราเซียร์ เอกซ์เพรส (Glacier Express)
  • เมืองเซอร์แมท
  • พิชิตยอดเขากอร์เนอร์กรัท
  • Matterhorn Glacier Paradise
  • เมืองเบิร์น
  • เมืองตากอากาศ Interrlaken
  • Jungfraujoch
  • กรินเดอร์วาล เฟียร์ต
  • Rigi Kulm
  • ล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น
short brief
สรุปย่อทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

วันที่ 1 | พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Zurich • Stein am Rhine • Appenzell • Ebenalp • Äscher • Chur
วันที่ 3 |Bernina Express • Landwasser Viaduct • Lavertezzo • Locarno
วันที่ 4 | Andermat • Glacier Express
วันที่ 5 | Gonnergrat • Matterhorn • Riffelsee
วันที่ 6 | Blausee • Bern • Interlaken • Grindelwald
วันที่ 7 | Eiger Express • Jungfrau • Lauterbrunnen • Murren
วันที่ 8 | Grindelwald First • Iseltwald • Lungern
วันที่ 9 | Rigi Kulm • Lake Lucerne Cruise
วันที่ 10 | Zurich Airport
วันที่ 11 | Bangkok

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 000,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปสวิตเซอร์แลนด์ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG970 01.05-07.50

Day 2

Zurich • Stein am Rhine • Appenzell • Ebenalp • Äscher • Chur

07.50 ถึงเมืองซูริค เดินทางต่อไป Stein Am Rhein เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมืองและมีถนนสายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้

เดินทางไปเมืองแอพเพนเซล (Appenzell) เมืองในนิยายของชาวสวิสฯ ชมเมือง Appenzell เมืองในนิยายของชาวสวิสฯ ตั้งอยู่ในหุบเขา อีเบนนาลพ์ (Ebenalp) เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์กับทุ่งหญ้าที่เขียวขจีผสมกับสีสันของดอกหญ้าหลากสี

ชม Berggasthaus Aescher เกสต์เฮาส์บนเชิงผาในสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บนเชิงผาที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1805 โดยเดิมนั้นใช้เป็นที่พักของคนที่ไปทำไร่ถางป่า ก่อนจะมาเปิดเป็นเกสต์เฮาส์แบบจริงจังในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้เอง

เดินทางไปเมือง Chur เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน เมืองนี้ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์ ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์

คืนนี้พักที่ Chur

Day 3

Bernina Express • Landwasser Viaduct • Lavertezzo • Locarno

นั่งรถไฟท่องเที่ยวด่วนพิเศษ Bernina Express รถไฟสายเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เปิดบริการตั้งแต่ปีค.ศ.1990 มีเอกลักษณ์เป็นรถไฟสีแดงสด บนทางขนาดกว้าง 1 เมตร เป็นรถไฟด่วนพิเศษ แบบตู้โดยสารชมวิวแบบพาโนราม่า ผ่านเขตใจกลางเทือกเขาแอลป์ ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ผ่านหุบเหว ลำธาร โตรกผา

รถจะผ่านสะพานกลางหุบเขา Landwasser Viaduct เส้นทางรถไฟที่เป็น Signature หนึ่งของ Swiss เป็นสะพาน ที่มีความสูง 65 เมตร ยาว 136 เมตร

ลงรถไฟที่ St. moritz แล้วเดินทางสู่ เมือง Locarno (โลคาร์โน) เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียง มีจุดเด่นในเรื่องทะเลสาบที่ใหญ่และมีความสวยงาม

เที่ยว ลาเวอร์เทซโซ (Lavertezzo) เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ ขึ้นชื่อเรื่องอาคารบ้านเรือนก่อด้วยหิน สะพานโบราณ และแม่น้ำ Verzasca ที่มีน้ำใสสะอาดเป็นสีฟ้าอมเขียว

ถ่ายรูปที่ Ponte dei Salti หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “สะพานโรมัน” เป็นสะพานหินสำหรับเดินเท้าที่มีอายุ 400 ปี สะพานแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็นจุดกระโดดหน้าผา เนื่องจากน้ำในแม่น้ำ Verzasca เบื้องล่างใสเป็นสีฟ้าเทอควอยซ์ ตัวสะพานมีราวกันตกเพียงด้านเดียว ซึ่งยิ่งเพิ่มความท้าทาย

คืนนี้พักที่ Locarno

Day 4

Andermat • Glacier Express • Zermatt

เดินทางไป เมืองอันเดอร์มัท (Andermatt) หมู่บ้านที่มีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นจุดบรรจบกันของช่องเขาที่สำคัญสามช่องเขา ได้แก่ ช่องเขาโอเบอร์อัลพ์ทางทิศตะวันออก, ช่องเขาก็อทฮาร์ททางทิศใต้ และช่องเขาฟัวร์คาทางทิศตะวันออก

เราจะเริ่มต้นขึ้นรถไฟสายพิเศษ กราเซียร์ เอกซ์เพรส (Glacier Express) ที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตัวโดยสารออกแบบให้ชมพาโนรามาวิว รถไฟด่วนขบวนนี้ได้ชื่อว่าเป็นรถไฟที่วิ่งช้าที่สุดในโลก สัมผัสกับภูมิประเทศแบบสวิสเซอร์แลนด์อย่างเต็มที่ ปลายทางของรถไฟคือ เมืองแซร์มัท (Zermatt)

เมืองเซอร์แมท (Zermatt) เมือง Signature แห่งสวิสเซอร์แลนด์ เมืองผู้เป็นเจ้าของมงกุฎแห่งสวิสหรือ Matterhorn อันเลื่องชื่อ ตั้งตะหง่านเป็นฉากของเมือง มีร้านค้ามากมายให้เดินเล่นชอปปิ้ง เมืองชนบทเล็กๆ ที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขา มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งการรักษาธรรมชาติ การไม่อนุญาตให้ใช้รถยนต์แล่นในเมือง แต่ให้ใช้จักรยาน หรือรถไฟฟ้าแทน

คืนนี้พักที่ Zermatt

Day 5

Gonnergrat • Matterhorn • Riffelsee

ตื่นเช้ารับแสงแรกแห่งวันที่สาดกระทบยอดเขาแมทเทอฮอร์นให้กลายเป็นสีส้ม พาขึ้นรถรางสายพิเศษ พิชิตยอดเขากอร์เนอร์กรัท (Gornergrat) ผ่านธรรมชาติทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่สวยงามทั้งสองข้างทางสู่ยอดเขากอร์เนอร์กรัท (หรือยอดเขาทรอบโบโลน) อันเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของ สวิตเซอร์แลนด์ที่ใครๆก็จำได้ ชมความงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (จากจุดชมวิวกรอนเนอแกรต) ซึ่งมีความสูงกว่า 4,478 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ชมทะเลสาบริฟเฟล (Riffelsee) เป็นทะเลสาบขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,571 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ที่สูงตระหง่าน ทะเลสาบริฟเฟลเป็นที่รู้จักจากทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาแมท
เทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่สะท้อนกับน้ำถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม


ชม Matterhorn Glacier Paradise เป็นสถานีกระเช้าไฟฟ้าที่สูงที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,883 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ให้บริการนักท่องเที่ยวจาก Zermatt ไปยังจุดชมวิวที่งดงามของเทือกเขาแอลป์เมื่อถึงจุดชมวิวจะเห็นทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขา Matterhorn และยอดเขาอื่นๆ กว่า 38 แห่งในเทือกเขาแอลป์ สามารถเดินเล่นบนระเบียงชมวิวที่กว้างใหญ่ และชมธารน้ำแข็ง Matterhorn Glacier ด้วย

พักที่ zermatt

Day 6

Blausee • Bern • Interlaken • Grindelwald

เดินทางไปชม ทะเลสาบ Blausee แปลว่าทะเลสาบสีฟ้า เป็นทะเลสาบขนาดย่อมล้อมรอบไปด้วยป่าขนาดเล็กที่มีเอกชนเป็นเจ้าของ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์ปลาเทราต์ เด่นดังในเรื่องสีของน้ำที่ใสเหมือนผลึกคริสตัลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ จนมองเห็นปลาเทราต์ที่แหวกว่ายไปมา

เดินทางไปยัง เมืองเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ มีการวางผังเมืองได้อย่างดีเยี่ยม สร้างบนเนินเขา ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ให้บรรยากาศแบบยุโรปยุกกลาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกโดยยูเนสโกตั้งแต่ปี 1983

  • ชม บ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Pit) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมือง ตามตำนานเล่าว่ากษัตริย์ในตอนนั้นกำลังหาชื่อเมืองจึงได้ออกไปล่าสัตว์ และตั้งชื่อจากสัตว์ที่ตัวเองได้ออกล่าได้ตัวแรกคือ หมีนั้นเอง ดังนั้น Berchthold v.von Zähringen จึงได้นำรูปหมี ที่ตัวเองล่านำมาเป็นสัญลักษณ์ประจำ นครหลวงเบิร์น
  • Bundeshaus (รัฐสภา) อาคารรัฐสภาสวิส สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก
  • Einsteinhaus (บ้านไอน์สไตน์) บ้านที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อาศัยอยู่และพัฒนาทฤษฎีสัมพัทธภาพ
  • Zytglogge (หอนาฬิกา) หอนาฬิกาโบราณ สัญลักษณ์ของเมืองเบิร์น สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12

กลับสู่ อินทาลาเก้น (Interlaken) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบ Thun และ Breienz คืนนี้เราจะไปพักที่ กรินเดลวาลด์ (Grindelwald) หมู่บ้านเล็กๆ ใจกลางหุบเขาบน เทือกเขา Burnese Alps แห่งรัฐเบิร์น (Bern) ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่กลับมีวิวสวยหลักล้าน รายล้อมไปด้วยทิวทัศน์สุดอลังการของเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ ทิวสน และทุ่งหญ้าสีเขียวขจี เป็นจุดหมายของนักสกีหิมะในยามหน้าหนาว และคนที่โหยหาอากาศบริสุทธิ์

คืนนี้พักที่ Grindelwald

Day 7

Eiger Express • Jungfrau • Lauterbrunnen • Murren

ขึ้นกระเช้า Eiger Express กระเช้าตัวใหม่ล่าสุดเป็นกระเช้าหรือกอนโดล่าสามขาที่ทันสมัยที่สุดในโลกเป็นระบบผสมผสานของกระเช้าลอยฟ้าและกระเช้าไฟฟ้าเข้าด้วยกันมีความมั่นคงต่อแรงลม โดยจะขึ้นจากสถานีกรินเดิลวัลท์ไปยังสถานีอายเกอร์กลาเซียร์ Eiger Express ในเวลาเพียง 15 นาที

จากนั้นโดยสารรถไฟต่อขึ้นสู่ยอดเขาจุงฟราว Jungfraujoch ที่ได้ชื่อว่าเป็น TOP OF EUROPE เมื่อถึงยอดเขาแล้วจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของยอดเขามากมายที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี เก็บภาพบรรยากาศของจุงฟราวยอค บนความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,454 เมตรเเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป

เดินทางไปยังหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเน่นน์ (Lauterbrunnen) หมู่บ้านในหุบเขาที่เงียบสงบ ได้ชื่อว่าเป็นหุบเขารูปตัวยูที่ชันที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของหมู่บ้านนี้จะเป็นน้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Falls) น้ำตกที่สวยเป็นอันดับต้นๆของยุโรป

เดินทางสู่ เมืองมูร์เริน (Murren) เมืองเล็กๆน่ารักๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางสู่ยอดเขา Jungfrau เดินเล่นชมเมือง ใช้ชีวิต Slow life สบายๆในวันที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ Grindelwald

Day 8

Grindelwald First • Iseltwald • Lungern

ไปยัง กรินเดอร์วาล เฟียร์ต (Grindelwald First) หนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นกระเช้ากอนโดล่า สู่ด้านบน ที่ความสูงระดับ 2,168 เมตร พระเอกแห่งเขาด้านกิจกรรมที่สนุกสนานตื่นเต้น โดยใช้เวลาโดยสารกระเช้าเพียง 25 นาที สู่ยอดเขา จากนั้นจะพาไปเดิน Cliffwalk เส้นทางเลียบหน้าผาที่สวยที่สุด (นอกจากนั้นยังสามารถซื้อกิจกรรมเพิ่มเติมได้)

เดินทางไปยังเมือง ไอเซิลวาล์ด (Iseltwald) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ติดทะเลสาบเบรียนทซ์ (Lake Brienz) ถ่ายรูปกับปราสาทซีเบิร์ก (Seeburg Castle) เป็นปราสาทตั้งตระหง่านกลางทะเลสาบ และเป็นฉากหลังในซีรีส์เกาหลีชื่อดัง Crash Landing on You อีกด้วย

ถึงเมือง Lungern เมืองน่ารักๆอีกเมืองที่ไม่ควรมองข้าม เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่สวยงาม ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลสาบ Lungern สีเขียวมรกต ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ ภูเขา เบื้องหลังหมู่บ้านเป็นยอดเขา Brienzer Rothorn ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามได้จากยอดเขา

ไป เมืองลูเซิร์น (Lucerne) ชมสะพานไม้ Chapel Bridge และ หอคอยน้ำ Wasserturm ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 14 โดยมีตัวสะพานที่เปรียบเสมือนกับปราการของเมือง ส่วนหอคอยน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นหอสังเกตการณ์และคุมขังนักโทษ

คืนนี้พักที่ Lucerne

Day 9

Rigi Kulm • Lake Lucerne Cruise

ขึ้นเขา Rigi Kulm เป็นเทือกเขาในภาคกลางของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่รู้จักกันในฐานะ “ราชินีแห่งเทือกเขา” โดยยอดที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 1,797.5 เมตร ไฮไลท์ของยอดเขาริกิก็คือสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง ซึ่งมีทั้งยอดเขาอื่นๆ รวมทั้งทะเลสาบน้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบ

ล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Cruise) ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่4 ของประเทศมีความงดงามของทัศนียภาพอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยยอดเขาริกิ (Mount Rigi) และยอดเขาพิลาตุส (Mount Pilatus) ทำให้วิวทิวทัศน์ดูงดงามยิ่งขึ้นทะเลสาบลูเซิร์น ได้ชื่อว่าสวยสุดในสวิตเซอร์แลนด์ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอกบานสะพรั่ง

คืนนี้พักที่ Lucerne

Day 10

Lucerne • Zurich • Airport

เดินทางกลับเมืองซูริค เพื่อไปยังสนามบินกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG971 13.30-05.30

Day 11

Bangkok

05.30 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
10-Oct 2024 Europe

ทัวร์โครเอเชีย มอนเตเนโกร

Croatia • Montenegro

กรุงซาเกรบ • โบสถ์เซ็นต์มาร์ค • อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ • ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak • เมืองซาดาร์ • เมืองสปลิต • พระราชวังดิโอคลิเธียน • ดูบรอฟนิก • เดินเล่นที่ถนนสตราดัน • มอนเตเนโกร • ชมเมืองเก่า • Our Lady of the Rocks • lovcern national park  • อุทยานแห่งชาติ dumitor • Dumitor National Park 

วันที่จัดทริป

11 – 27 ตุลาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • กรุงซาเกรบ
  • อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่
  • ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak
  • เมืองซาดาร์
  • เมืองสปลิต
  • ดูบรอฟนิก
  • ประเทศมอนเตเนโกร
  • Kotor bay
  • lovcern national park
  • อุทยานแห่งชาติ Dumitor
  • เดินข้ามสะพาน Tara Bridge
short brief
สรุปย่อทัวร์ Croatia Montenegro

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Zagreb • St. Mark’s Church • City tour
วันที่ 3 | Zagreb • Plitvicka • ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak
วันที่ 4 | Plitvicka • Zadar • City tour • ไปเมืองโทรเกียร์ • ป้อมคาเมอร์เลนโก้ • เขตเมืองเก่า
วันที่ 5 | Trogir • Split • Palace of the Emperor Diocletian • ศาลาว่าการเมือง • People Square • Dubrovnik
วันที่ 6 | Dubrovnik • City Tour • เดินเล่นที่ถนนสตราดัน
วันที่ 7 | ถ่ายรูปจุดชมวิว • ข้ามพรมแดนสู่ ประเทศมอนเตเนโกร • เมือง Kotor Bay • ชมเมืองเก่า • เดินเล่นที่จัตุรัสกลางเมือง
วันที่ 8 | Kotor • Our Lady of the Rocks • ชมเกาะ Sveti Đorđe • ไปเมือง Budva • ชมSveti Stefan • lovcen national park ไปเมือง Podgorica
วันที่ 9 | Podgorica • อุทยานแห่งชาติ durmitor • เดินทางต่อสู่ Tara Canyon • ข้ามสะพาน Tara Bridge
วันที่ 10 | เดินทางไป Podgorica • ต่อเครื่องกลับกรุงเทพ
วันที่ 11 | เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 109,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป โครเอเชีย ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Day 1

สนามบินสุวรรณภูมิ

พบกันที่สุวรรณภูมิ เชคอินสายการบิน Austrian Airline เที่ยวบินที่ OS26 23.40-05.35 แวะเปลี่ยนเครื่องที่เวียนนา จากนั้นต่อด้วย OS683 10.10-11.00

Day 2

Zagreb • St. Mark's Church • City Tour

ถึงกรุงซาเกรบเมืองหลวงของโครเอเชีย เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 เขต คือ อัพเพอร์ ทาวน์เขตเมืองเก่าบนเขาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และ โลเวอร์ทาวน์ เขตการค้าสมัยใหม่ที่ขยายตัวออกมาตามหลัง

 

ชม โบสถ์เซ็นต์มาร์ค สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ถือเป็นโบสถ์ Signature ของ Croatia มีความโดดเด่นด้วยหลังคาที่ปูกระเบื้องโมเสกเป็นรูปปราสาทสีขาวบนพื้นสีแดง คู่กับสัญลักษณ์ของโครเอเชีย สโลเวเนีย และดัลเมเชีย ทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่บนลวดลายตารางหมากรุกแดงขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโครเอเชียอีกด้วย พาชมสถานที่ที่น่าสนใจ

 

• โรงละครแห่งชาติซาเกรบ ในสไตล์นีโอบาทร็อค อาคารแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปตัว U และรายล้อมไปด้วยสวนสาธารณะจนได้รับฉายาว่า เกือกม้าสีเขียว

อาคารรัฐสภาที่บอกเล่าถึงความเป็นมาของชนชาติโครแอตซึ่งแยกตัวเองจากยูโกสลาเวียในอดีต

มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่นในนิกายโรมันคาทอลิก ศาสนสถานอายุกว่า 800 ปี สไตล์นีโอโกธิค สัญลักษณ์ของเมืองซาเกรบ เป็นอาคารที่สูงที่สุดในโครเอเชียด้วยความสูงกว่า 108 เมตร 

กำแพงหินโบราณ ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 สร้างเพื่อป้องกันศัตรูในอดีตอันได้แก่ชาวออตโตมัน มีภาพพระแม่มารีที่อยู่ภายในโบสถ์ใต้ประตูเมืองที่รอดจากไฟไหม้ใหญ่ปี ค.ศ. 1731 อย่างปาฏิหาริย์ 

 

คืนนี้พักที่ เมือง Zagreb

Day 3

Zagreb • Plitvicka

เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (2.30 ชม) มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือก Pljesevica, Mala Kapela และ Medvedak ทะเลสาบถูกแบ่งเป็นชั้นบนและชั้นล่าง มีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้

ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยาน ชมความงามของอุทยานตอนล่างและชมความงดงามของ Big Waterfalls

คืนนี้พักกันที่ Plitvicka

Day 4

Plitvicka • Zadar • City Tour • Trogir

เดินทางสู่ เมืองซาดาร์ ZADAR อดีตเมืองหลวงเก่าของภูมิภาคดัลเมเชีย (Dalmatia) ( 2 ชม.) เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยโรมัน เป็นย่านค้าขายทางเรือที่สำคัญ ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อาธิเช่น 

จตุรัสกลางเมืองซาดาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง บรรยากาศของเมืองเก่า ชมความเก่าแก่ของ โบสถ์ St. Simeon โบสถ์เก่าแก่ที่มีประวัติอันยาวนาน 

โรมันฟอรัม (Roman Forum) สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออกของทะลุเอเดรียติก (Adriatic Sea) 

ลานประชุมกลางเมือง ที่ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง

ชม โบสถ์เซนต์ โดแนท (St.Donatus Church) เป็นโบสถ์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 ประจำเมืองซาดาร์

ชม มหาวิหารเซนต์อนาตาเซีย (St.Anastasia Cathedral) คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทียซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 4 ถึง 5 แม้จะถูกทำลายในสงครามมาแล้วแต่ก็ยังคงสภาพความสวยความให้เห็นจนถึงปัจจุบัน

พบกับการบรรเลงดนตรีโดยออร์แกนทะเล (Morske Orgulje) ได้รับรางวัล European Prize ซึ่งออร์แกนทะเลเกิดจากโพรงท่อขนาดใหญ่ 35 ท่อภายในลานบันไดหินอ่อนความยาว 230 ฟุตเลียบทะเลเอเดรียติค เมื่อน้ำทะเลไหลท่วมเข้ามาในท่อของบันไดขั้นที่ต่ำกว่า อากาศภายในจะถูกดันให้ไหลออกมาทางท่อของบันไดขั้นบน เกิดเป็นระดับเสียงต่างๆ ตามจังหวะธรรมชาติของคลื่นลม

เดินทางสู่ เมืองโทรเกียร์ (TROGIR) เมืองโบราณบนเกาะเล็กๆ ซึ่งในอดีตเคยถูกปกครองโดยพวกกรีกและโรมัน แต่ปัจจุบันมีการอนุรักษ์เป็นเมืองเก่า และได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกมีป้อมปราการที่สง่างาม โบสถ์อันสวยงาม ยุคโรมาเนสก์ อาคารที่โดดเด่นแบบเรอเนสซองส์และบาโรคจากยุคเวนิเชียน ชม 

ป้อมคาเมอร์เลนโก้ (Kamerlengo Fortress) ที่สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันยังคงเหลือ กำแพงเมือง ตัวปราสาท และป้อมปราการบางส่วน ถือว่ายังคงความสมบูรณ์แบบและสวยงาม

ชม เขตเมืองเก่าของโทรเกียร์ที่มีอดีตถึง 2,300 ปี ที่รับอิทธิพลจากกรีก โรมัน เวนิซ จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความผสมผสาน

คืนนี้พักกันที่ เมือง Trogir

Day 5

Trogir • Split • City Tour • Dubrovnik

เดินทางสู่เมือง สปลิต (SPLIT) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโครเอเชีย เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และการคมนาคมของแคว้นดัลเมเชีย นอกจากนี้สปลิตยังเป็นเมืองชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชียที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,700 ปี ชม

• พระราชวังดิโอคลิเธียน (Palace of the Emperor Diocletian) สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิไดโอคลีเชียนปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

• ศาลาว่าการเมือง ซึ่งเป็นอาคารสไตล์เรอเนสซองส์ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจัตุรัส 

• พีเพิลสแควร์ (People Square) ศูนย์กลางทางธุรกิจ และการบริหารเมื่อสมัยศตวรรษที่ 15 

เดินทางสู่ เมือง Dubrovnik (ประมาณ 3ชม) 

คืนนี้พักกันที่เมือง Dubrovnik

Day 6

Dubrovnik • City Tour

ดูบรอฟนิกเป็นเมืองที่งดงามตั้งอยู่ริมชายฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติกในโครเอเชีย เมืองนี้เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม กำแพงเมืองอันยิ่งใหญ่ และภูมิทัศน์ที่สวยงาม เมืองดูบรอฟนิกได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก วันสบายๆริมทะเลในวันอากาศสดชื่น วันนี้เราจะพาชม

กำแพงเมืองโบราณ กำแพงแห่งนี้สร้างตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 และมีความยาวถึงประมาณ 1,940 เมตร และมีความสูง 25 เมตร ตลอดแนวกำแพงมีหอคอยหลากหลายรูปทรงสลับกันไป กำแพงเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีความมั่นคงและแข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำทะเลอะเดรียติก

เดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า ชม น้ำพุ Onofrio ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่สถาปนิกผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้

The Cathedral Treasury หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับ ชาวเวนิชในอดีต 

หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock) ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่สัญลักษณ์ทรงกลมใต้นาฬิกาที่ใช้แทนพระจันทร์เพื่อบอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยโบราณ

พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s Palace) ผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค, เรเนซองส์และบาโรค

สปอนซา พาเลส (Sponza Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นสถานที่ราชการ

เดินเล่นที่ถนนสตราดัน ถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร ที่สองข้างทางรายล้อมไปด้วยอาคารสไตล์โรมัน โกธิค และร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม ร้านขายของที่ระลึกต่างๆ มากมาย ให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย 

คืนนี้พักที่เมือง Dubrovnik

Day 7

Montenegro • Kotor bay

แวะถ่ายภาพจุดชมวิวที่เป็น Signature ของ เมือง Dubrovnik 

ข้ามพรมแดนสู่ ประเทศมอนเตเนโกร แปลว่า Black Mountain หรือ ภูเขาสีดำปัจจุบันมอนเตเนโกรพยายามร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป 

ถึงเมือง Kotor Bay ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอ่าว Kotor ทางตอนใต้ของประเทศมอนเตเนโกร เมืองนี้เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม กำแพงเมืองอันยิ่งใหญ่ และภูมิทัศน์ที่สวยงาม เมือง Kotor ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

เดินชมเมืองเก่าที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองยาว 4.5 กิโลเมตร ชมมหาวิหารเซนต์ทริฟูนเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดใน Kotor สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 มหาวิหารแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบโรมันและโกธิกผสมผสาน ชมหอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 หอนาฬิกาแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์

เดินเล่นที่จัตุรัสกลางเมือง มีร้านค้า ร้านอาหาร ให้ได้ชิม ช้อป แชะ

พักที่เมือง Kotor

Day 8

Kotor • Our Lady of the Rocks • Sveti Đorđe • Budva • Sveti Stefan • lovcern national park • Podgorica

ชม Our Lady of the Rocks สร้างขึ้นเมื่อปี 1452 ตามตำนานกล่าวว่ามีลูกเรือสองคนกลับจากการเดินทางที่แสนลำบาก ระหว่างทางได้ค้นพบสัญลักษณ์ของพระแม่มารีและพระบุตรที่อยู่บนก้อนหินในอ่าว พวกเขาจึงต้องการจะสร้างโบสถ์ขึ้นตรงนั้น ทั้งสองคนใช้หินก้อนเล็กๆค่อยๆก่อสร้างขึ้นเป็นโบสถ์เล็กๆ และต่อมากลายเป็นธรรมเนียมที่ชาวกะลาสีจะวางก้อนหินลงในน้ำรอบๆโบสถ์ก่อนเดินทางเพื่อเป็นการขอพรอย่างหนึ่ง ประเพณีนี้ยังคงปฏิบัติต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน  

ชมเกาะ Sveti Đorđe เป็นหนึ่งในสองเกาะเล็กเกาะน้อยนอกชายฝั่ง Perast ซึ่ง แตกต่างจาก Our Lady of the Rocks เป็นเกาะธรรมชาติ เกาะนี้มีอาราม Saint George Benedictine สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และเป็นสุสานเก่าแก่สำหรับขุนนางยุคก่อน 

เดินทางสู่เมือง Budva รีสอร์ทริมทะเล แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของ Montenegro แหล่งท่องเที่ยวหลักคือเมืองเก่าซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดบนชายฝั่ง Adriatic ภายในเมือง ชมป้อมปราการ และช้อปปิ้งของฝากเล็กๆน้อยๆ

ชม Sveti Stefan อดีตเคยเป็นเมืองหลวงแห่ง Paštrovići และเคยเป็นเมืองในอารักขาของเวนิส ในช่วงยุคปี คศ. 1500 ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็น โรงแรม 5 ดาว ชมหาดกรวดสีชมพูและน้ำทะเลสีฟ้าครามทำให้บริเวณนี้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนมาเยี่ยมชมตั้งแต่ยุคปี คศ 1930 

เดินทางสู่ lovcern national park พาคุณไปสูดอากาศบริสุทธิ์ บนยอดเขาพร้อมกับถ่ายรูปจากจุดชมวิวสุดเก๋ไม่มีซ้ำใคร

จากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงแห่งมอนเตเนโกร “พอดโกริกา”

คืนนี้พักกันที่เมือง Podgorica

Day 9

Podgorica • Dumitor • Ostrog Monastery • Tara canyon • Tara Bridge

หลังอาหารเช้า มุ่งหน้าขึ้นเหนือ สู่อุทยานแห่งชาติ dumitor ระหว่างทางแวะชม Ostrog monastery อารามแห่งนี้ถูกฝังอยู่ในหน้าผาหินขนาดใหญ่ดูแปลกตา ก่อตั้งโดย Vasilije เมืองหลวงของบิชอปแห่งเฮอร์เชโกวีนาในศตวรรษที่ 17 เป็นอารามในนิกายเซอร์เบียออร์โธดอกซ์เซอร์เบีย จากวัดสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของที่ราบ Bjelopavlići 

เดินทางต่อสู่ Tara Canyon เกิดจากแม่น้ำทารา มีความยาว 146 กม. แต่สิ่งที่น่าสนใจคือที่นี่เป็นแคนยอนที่ยาวที่สุดในยุโรป และเป็นอันดับสองของโลกรองจากแกรนด์แคนยอน ที่ความยาว 78 กิโลเมตรและลึก 1,300 เมตร และถูกรับรองให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

พาเดินข้ามสะพาน Tara Bridge เป็นสะพานข้ามแคยอน วัดใจกับความสูงและสายน้ำเบื้องล่าง

คืนนี้พักที่เมือง Žabljak

Day 10

Podgorica • Airport • Bangkok

เดินทางสู่สนามบิน เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS728 14.55-16.15 เปลี่ยนเครื่องที่เวียนนา ต่อด้วย OS25 23.35-14.50

Day 11

ฺBangkok

14.50 น. ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Europe

ทัวร์ออสเตรีย เชค

Austria • Czech

Vienna • พระราชวัง Schönbrunn Palace • Grinzing • Melk • วิหาร Melk Abbey • เหมืองเกลือ • Hallstatt • Salzburg • เมืองเทพนิยาย Krumlov • Prague • ย่าน Lesser Town • Prague Castle • Telc

วันที่จัดทริป

3 – 12 ตุลาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • Salzburg
  • สวนมิราเบล
  • ชม ป้อม Hohensalzburg Fortress
  • Hallstatt Salt Mine เหมืองเกลือแห่งฮัลล์สตัทท์
  • หมู่บ้านมรดกโลก ฮัลล์สตัทท์
  • เชสกี้ ครุมลอฟ
  • กรุง Prague
  • สะพานชาร์ลส์
  • Town Hall Clock
  • วิหารสตีฟท์เมลค์
  • พระราชวัง Schönbrunn
  • เมืองบราติสลาวา
  • Grinzing
short brief
สรุปย่อทัวร์ออสเตรีย

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางไปยัง Vienna
วันที่ 2 | เมือง Salzburg • ป้อม Hohen • สวนมิราเบล • สะพาน Salzach • ถนน Getreidegasse
วันที่ 3 | ทะเลสาบ Mondsee • Hallstatt • รถรางไปจุดชมวิว • เหมืองเกลือ
วันที่ 4 | เมืองเทพนิยาย Krumlov • วิวโค้งแม่นํ้าวัลตาวา • เดินชมเมืองเก่า
วันที่ 5 | หอคอยชมเมือง Krumlov • Prague
วันที่ 6 | สะพานชาร์ลส์ • ย่าน Lesser Town • Prague Castle • นาฬิกาดาราศาสตร์ • Old Twon • Pentrin Tower • จุดชมวิว 3 สะพาน
วันที่ 7 | เมือง Telc • เมือง Melk
วันที่ 8 | Bratislava • พระราชวัง Schönbrunn Palace • Grinzing
วันที่ 9 | Oldtwon • Airport
วันที่ 10 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป ออสเตรีย ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

เดินทางสู่เวียนนา โดยสายการบิน Austrian Airline เที่ยวบินที่ OS26 23.40-05.35

Day 2

เมือง Salzburg • ป้อม Hohen • สวนมิราเบล • สะพาน Salzach • ถนน Getreidegasse

05.35 น. ถึงเวียนนา จากนั้นเดินทางสู่ Salzburg (3.30ชม) เมืองแห่งเสียงดนตรีนี้ เป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลก “โมสาร์ท”

ชม สวนมิราเบล (Mirabell Garden) วังฤดูร้อนตั้งอยู่ริมแม่น้ำซาลซัค ในสไตล์สวนบาโรก ในฤดูใบไม้ผลิมีการประดับไม้ดอก น้ำพุม้าปีกาซัส รูปปั้นต่างๆ สะท้อนถึงองค์ประกอบระหว่าง ดิน น้ำ ลมและไฟ รวมถึงรูปปั้นคนตัวเล็กในสวน ที่จำลองมาจากคนจริงในสมัย 1700s

เดินข้ามสะพาน Staatsbrucke ที่มีกุญแจคู่รักคล้องอยู่เต็มราวสะพาน ชม ป้อม Hohensalzburg Fortress ที่ถูกสร้างขึ้นมากว่า 1000 ปี ต่อมาได้มีการสร้างและต่อเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงศตวรรษที่ 17 ใช้เป็นที่พักของอาร์ชบิชอปผู้ครองนคร ป้อมขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการอนุรักษ์ไว้ในยุโรปกลาง ชมวิวเมือง Salzburg จากมุมสูงได้ทั้งเมือง

ถนนเกไทรย์เดอกาสเซอ Getreidegasse ถนนสายเล็กๆผ่ากลางเมืองเก่า บ้านเรือนรูปแบบอาคารพาณิชย์ ตั้งขนานไปกับถนนสายนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่นคือป้ายเหล็กดัดที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างเป็นภาพปูนปั้นแกะสลัก ปัจจุบันเป็นย่าน shopping ที่มีร้านค้าแบรนด์เนมมากมาย รวมถึงบ้านที่โมสาร์ทเคยอาศัยอยู่

คืนนี้พักที่ Salzburg

Day 3

ทะเลสาบ Mondsee • Hallstatt • รถรางไปจุดชมวิว • เหมืองเกลือ

เดินทางสู่เมือง Mondsee “มอนด์” แปลว่า พระจันทร์ และ “ซี” แปลว่า ทะเลสาบ ภายในตัวเมืองมีบ้านเรือนปลูกอยู่ริมทะเลสาบพระจันทร์ น่ารักและสวยงาม แวะถ่ายรูปกับทะเลสาบ Mond see

พาชมวิวมุมสูงโดยรถรางไฟฟ้า สู่จุดชมวิวแบบพาโนรามาของเมือง ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมยื่นออกไป เรียกว่า Skywalk Platform ‘Welterbeblick’ มีความสูง 360 เมตร

ชมเหมืองเกลือ Hallstatt Salt Mine เหมืองเกลือแห่งฮัลล์สตัทท์ อันเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานมากว่า 5000 ปี จนเรียกยุคนั้นว่า Hallstatt Iron Age เนื่องจากสมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร เกลือจึงมีความสำคัญมาก เรียกได้ว่าที่ตรงไหนมีเกลือ ก็เปรียบเหมือนมีทองนั่นเอง ในปัจจุบัน Hallsatt salt mine ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกสำหรับการเดินทางเข้าสู่เหมือง เราจะเปลี่ยนเป็นชุดหมีสีแดงและสีเขียว โดยวิทยากร จะนำบรรยายประวัติศาสตร์การทำเหมือง ระหว่างนี้ก็จะมีกิจกรรมสนุกๆให้ได้ทำกัน

ชมหมู่บ้านมรดกโลก ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ซึ่งเป็นหมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 4500 ปี เมืองแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีมนต์เสน่ห์จับใจ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอันถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงชัน ตัวบ้านได้ถูกสร้างลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆตามแนวเขาริมทะเลสาบ เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจและไม่ค่อยได้เห็นกันนัก

คืนนี้พักที่ Hallstatt

Day 4

เมืองเทพนิยาย Krumlov • วิวโค้งแม่นํ้าวัลตาวา • หอคอยชมเมือง • เดินชมเมืองเก่า

เดินทางไปยังเมือง Krumlov เชสกี้ ครุมลอฟ ซึ่งถือเป็นเมืองมรดกโลกอันเก่าแก่ สุดแสนจะน่ารัก มีอาคารโบราณมากกว่า 300 แห่ง โดยสถาปัตยกรรมของปราสาทส่วนใหญ่ถูกตกแต่งแบบศิลปะโกธิค , เรเนซองส์ และ บารอก ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ในสมัยก่อนเมืองแห่งนี้ได้เกิดการล่มสลาย เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้น จึงได้มีการฟื้นฟูเมืองขึ้นมาใหม่ จนกระทั่ง ในปี 1992 องค์การยูเนสโกจึงยกให้เป็นเมืองมรดกโลก

ชมวิวโค้งแม่น้ำวัลตาวา ที่เห็นสามสะพานเรียงกันราวกับภาพในฝัน มองเห็นเป็นโค้งน้ำรูปตัว S ไปตามเนินเขา ซึ่งแม่น้ำวัลตาวา เป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองมาตั้งแต่โบราณ

ชมวิวเมืองจาก หอคอยชมเมือง บนหอคอยที่สูงที่สุดอันดับสองของประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่จะได้ภาพเมืองตุ๊กตาหลังคาสีส้ม ที่เคยได้เห็นตาม Postcard

เดินชมเมืองเก่า เมืองที่น่ารักที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เมืองนี้ต้องมีเวลาเดินถ่ายรูป เพราะในบรรยากาศละมุนละไม จะแวะดื่มกาแฟ ตามร้านคาเฟ่เล็กๆ น่ารักริมแม่น้ำ เดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มีร้านขายของที่ระลึกสวยๆ หรือ จะเดินเล่นชมเมืองเก่าตามแนวโค้งของแม่น้ำวัลตาวาที่อ่อนโยน

คืนนี้พักที่ Krumlov

Day 5

หอคอยชมเมือง Krumlov • Prague

ไปยังหอคอยชมเมือง Krumlov ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเก่าของ Cesky Krumlov เป็นหอคอยทรงกลมสูง 5 ชั้น สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เป็นส่วนหนึ่งของปราสาท Krumlov สามารถมองเห็นหอคอยได้จากทุกที่ในเมืองเก่า สามารถขึ้นบันได 162 ขั้นไปยังยอดหอคอยเพื่อชมวิวเมืองแบบ 360 องศา วิวจากยอดหอคอยนั้นสวยงามมาก มองเห็นหลังคาสีแดงของเมืองเก่า แม่น้ำ Vltava ที่คดเคี้ยว และปราสาท Krumlov อยู่ไกลๆ

เดินทางสู่กรุง Prague เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเช็กเกีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัลตาวา ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว กรุงปรากเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของโลก

คืนนี้พักที่ Prague

Day 6

สะพานชาร์ลส์ • ย่าน Lesser Town • Prague Castle • นาฬิกาดาราศาสตร์ • Old Twon • Pentrin Tower • จุดชมวิว 3 สะพาน

เดินเที่ยว สะพานชาร์ลส์ อันสวยงามและมีชื่อเสียง ซึ่งต้องมาก่อนคลื่นมหาชนจะมาถึง พร้อมเก็บรูปตัวเองกับบรรยากาศอันแสนสวยและสงบ ให้สมกับการเป็นสะพานอันดับ 1 ในโลก ที่ทุกคนจะต้องดั้นด้นมาถึงให้ได้ ชื่นชมรูปปั้นนักบุญคนสำคัญที่ยืนเรียงรายบนสองฝั่งสะพาน โดยเฉพาะนักบุญเนโปมุก พร้อมสัมผัสกับหมาน้อย ใต้แท่นของนักบุญตามความเชื่อ แล้วท่านจะได้กลับมาอีกครั้ง

เดินเล่น ย่าน Lesser Town ที่มีบรรยากาศของเมืองเก่าคลาสสิคและนิยมใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์

ปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) สร้างอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918

ชม หอนาฬิกาดาราศาสตร์ อันเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกทั่วสารทิศให้มารวมตัวกัน เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนครบชั่วโมงจะมีการแสดงเล็กๆจากตุ๊กตาในนาฬิกาดาราศาสตร์

เดินชม เมืองเก่า “โอลด์ทาวน์” ตามรอยเส้นทางพระราชดำเนินของเจ้าผู้ครองกรุงปรากในอดีตซึ่งมีจตุรัสเมืองเก่าอยู่ใจกลางเมือง รอบๆเขตเมืองเก่ามีตึกแถวอาคารโบราณ สีหวานสไตล์ร็อคโคโค ที่หน้ามุขตกแต่งด้วยภาพเขียนภาพแกะสลักและลวดลายปูนปั้นที่งามวิจิตร แต่ละแห่งจะมีเลขบ้านและรูปสัตว์หลากหลายชนิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาดูได้ยาก

พาชม จุดชมวิว 3 สะพาน มุม Unseen ที่มองเห็นหลายสะพานที่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา

คืนนี้พักที่ Prague

Day 7

เมือง Telc • เมือง Melk • กรินซิ่ง

ชมเมือง Telc เมืองมรดกโลกอีกแห่งของประเทศเช็กที่มีความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ เมือง Telc ได้ก่อตั้งขึ้นกว่า 800 ปีมาแล้ว ซึ่งเคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่าง โบฮีเมีย โมราเวีย และออสเตรีย ต่อมาในสมัยศตวรรษที่ 17 ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ได้มีการสร้างอาคาร บ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างเรเนซองส์และบารอก ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกตาอย่างลงตัวจึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก

เดินทางสู่เมือง Melk อันเป็นเมืองที่อยู่ไปทางตะวันตกของเวียนนาประมาณ 1.30 ชั่วโมง ชม เมือง Melk ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของศาสนสถานขนาดใหญ่ (วัดของชาวคริสต์ ที่เรียกว่า Melk Abbey)

เยี่ยมชม วิหารสตีฟท์เมลค์ (Stift Melk) ที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาริมแม่น้ำดานูบ ซึ่งปัจจุบันเป็นสำนักสงฆ์ที่มีความสำคัญยิ่งในการอบรมบาทหลวงและเหล่านักร้องรุ่นเยาว์ที่ขับกล่อมในโบสถ์หลวง วิหารหลังนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของที่นี่ หากใครมาเยือนเมืองนี้ก็ต้องแวะมาให้ได้ สำหรับทางลงของตัวปราสาท เป็นที่ตั้งของเมืองเล็กๆ มีเวลาให้ทุกท่านได้เดินหามุมเก๋ๆเพื่อถ่ายรูปกัน โดยเฉพาะในตัวโบสถ์ที่มีภาพวาด ที่นับได้ว่าสวยงามที่สุดในออสเตรีย

Melk Abbey วิหารนิกายเบเนดิกซ์แห่ง Melk สร้างขึ้นในปี ค.ศ 976 และบรูณะใหม่ในปี ค.ศ 1701 – 1736 ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะบารอกแบบออสเตรียสร้างโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงของ ออสเตรีย คือ Jakob Prandtauer

คืนนี้พักที่ Vienna

Day 8

ชมพระราชวัง Schönbrunn Palace • Bratislava

ไปเยี่ยมชม พระราชวังเชินน์บรุนน์ ซึ่งเป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ที่สร้างเพื่อประชันความวิจิตรโอฬารกับพระราชวังแวร์ซาย ด้านนอกสร้างตามแบบศิลปะบารอกซึ่งกำลังอยู่ในยุคทอง ส่วนด้านในตกแต่งด้วยศิลปะแบบร็อกโคโคที่เน้นความประณีตอ่อนช้อย โปร่งเบา สบายตา ตามพระบัญชาของพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรเซีย แวดล้อมด้วยอุทยาน สวนดอกไม้แบบบารอก อันสวยงาม ใจกลางอุทยานคือ ลานน้ำพุเนปจูนที่น่าตื่นตา

เดินทางสู่ เมืองบราติสลาวา (Bratislava) เมืองหลวงของสาธารณรัฐ สโลวาเกีย อยู่ติดออสเตรีย และฮังการี เป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่มีอาณาเขตติดต่อกับ 2 ประเทศ เดินเล่นถนนไมเคิล อันเป็นที่ตั้งของอาคารเก่าหลากสีสันในสไตล์อาร์ตนูโว โดยมีอดีตอาคารรัฐสภา ที่ปัจจุบันกลายเป็นหอสมุดประจำเมือง แต่ที่เติมบรรยากาศคลาสสิกให้แก่ถนนไมเคิล นั้นก็คือ Michael’s Gate ประตูเมืองเพียงหลังเดียวจากจำนวน 4 หลังที่ยังหลงเหลืออยู่จากศตวรรษที่ 13 โดดเด่นเป็นตระหง่านตรงที่ยอดโดมทรงหัวหอมที่ทำเป็น 3 ชั้น ลดหลั่นกัน

ไปดูรูปปั้นบรอนซ์ของนโปเลียน ที่ยืนเท้าเก้าอี้แบบไม่ยอมสวมรองเท้า เป็นการทำขึ้นเพื่อระลึกถึงครั้งที่นโปเลียนยกทัพมาบุกเมืองบราติสลาวาถึงสองครั้งสองครา

คืนนี้พักที่เมือง Bratislava

Day 9

เดินเล่นเมืองเก่า

พาชม Grinzing เป็นหมู่บ้านไวน์ที่มีเสน่ห์ ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเวียนนา ออสเตรีย ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องไร่องุ่น โรงไวน์ ร้านอาหารแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Heuriger ที่จุดชมวิวเราสามารถดูทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเวียนนา ที่ขนาบด้วยแม่น้ำดานูบ

จากนั้นพาเดินเล่นในเขตเมืองเก่า เริ่มต้นที่

  • พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) อดีตพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก
  • รัฐสภาออสเตรีย (Austrian Parliament Building) อาคารรัฐสภาที่มีสถาปัตยกรรมแบบกรีกโบราณ
  • โรงละครโอเปร่าแห่งชาติเวียนนา (Vienna State Opera) โรงละครโอเปร่าที่มีชื่อเสียงระดับโลก
  • มหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Cathedral) มหาวิหารโรมันคาทอลิกที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคอันงดงาม เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวียนนา
  • ถนน Graben ถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม ร้านกาแฟ และร้านอาหาร

อิสระช้อปปิ้งถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควรเดินทางต่อไปยังสนามบินเพื่อกลับ กรุงเทพ โดยสายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS25 23.35-14.50 น.

Day 10

14.50 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
04-Apr 2024 Europe

ทัวร์กรีซ

Greece

เอเธนส์ • เกาะซานโตรินี • เกาะ Mykonos

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริปกรีซ
  • Meteora
  • ปราสาทโยอานนีนา
  • ชมหาด Navagio
  • อะโครโพลิส
  • มหาวิหารพาเธนอน
  • เกาะซานโตรินี
  • หมู่บ้านเอีย
  • เกาะ Mykonos
  • Mykonos Famous Windmill
  • จัตุรัสซินตักมา
short brief
สรุปย่อทัวร์กรีซ

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรรภูมิ
วันที่ 2 | ถึงเมืองเอเธนส์ ไปเมือง Kalampaka เยี่ยมชม Meteora ไปเมือง Ioannina (โยอานนีนา) ชมปราสาทโยอานนีนา
วันที่ 3 | ไปยังเมือง Lefkada เที่ยวชมเมือง เดินชมหมู่บ้าน Karya
วันที่ 4 | ไปยังเมือง Kyllini ชมหาด Navagio
วันที่ 5 | เดินทางกลับ Athens ชม อะโครโพลิส ชมมหาวิหารพาเธนอน เดินเล่นย่าน Plaka
วันที่ 6 | เดินทางไปซาโตรินีโดยเรือเฟอรี่
วันที่ 7 | ไปหมู่บ้านฟีร่า ชมหมู่บ้านเอีย เย็นๆไปจุดชมพระอาทิตย์ตก
วันที่ 8 | นั่งเรือเพื่อไปยังเกาะ Mykonos เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 9 | ชมเมืองเก่ามิโคนอส ชม Little Venice ชมกังหันลม 5 หลัง Mykonos Famous Windmill
วันที่ 10 | เรือเฟอรี่ไปยังเอเธนส์
วันที่ 11 | ชมจัตุรัสซินตักมา อิสระ ถึงเวลาไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ
วันที่ 12 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริปกรีซ

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 139,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป กรีซ ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

17.30 น. พบกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอิน
สายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR835 ออกเดินทางเวลา 20.00-23.00 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา เดินทางต่อสู่เอเธนส์ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR211 เวลา 01.50 น.

Day 2

Athens • Kalampaka • Meteora • Ioannina Castle

06.40 น. เดินทางถึงสนามบินเอเธนส์ เดินทางไปเมือง Kalampaka เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในประเทศกรีซ เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Meteora อารามลอยฟ้าแห่งกรีซ ซึ่งเป็นแอ่งเนินหินปูนที่สูงขึ้นจากพื้นดินและมีวัดสร้างขึ้นบนยอดเนินหินชั้นสอง นับแต่ศตวรรษที่ 14-16 จนถึงปัจจุบัน สถานที่เหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม และถูกจัดอันดับเป็นมรดกโลกของยูเนสโก

เยี่ยมชม Meteora หนึ่งในสถานที่พิเศษสุดและไม่เหมือนใคร ป่าหิน Meteora เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่น่าประทับใจ ชม Meteora Klöster วัดหรือสำนักสงฆ์ ตั้งอยู่บนยอดเขาหิน โดยยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทั้งทางศาสนาและความสำคัญของธรรมชาติ

เดินทางไปเมือง Ioannina ชมปราสาทโยอานนีนา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 482 โดยมีราชวงศ์ของผู้ปกครองในช่วงนั้นคือราชวงศ์ของสลลาฮุดีน ปราสาทนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงอันหนาแน่นและมีลักษณะเป็นพื้นที่ป้องกันที่เหมาะสม ปราสาทมีกำแพงกั้นรอบทั้งหมด ปราสาทโยอานนีนาเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมปราสาทยุโรปในสมัยนั้น ปราสาทมีส่วนผสมผสานของสไตล์บิซันตีน และสไตล์ออทโตกอน

พักที่เมือง Ioannina

Day 3

Lefkada • City Tour • Castle of Agia Mavra • Karya

เดินทางไปยังเมือง Lefkada (ประมาณ 4.30 ชม.) เมืองเก่าที่รายล้อมด้วยถนนในย่านช้อปปิ้ง และสถานที่เที่ยวมากมาย

ชมเมืองและเดินเล่นรอบๆ ชื่นชมสถาปัตยกรรมแบบเวนิสโบราณ ชมโบสถ์ Pantokratoras , และเยี่ยมชม Monastery of Panagia Faneromeny Lefkada Town

ชม Castle of Agia Mavra ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยผู้ครองแถบของซานตามาอูราเนี่ยน ออร์ซินี (John Orsini) เพื่อใช้เป็นป้อมปราการ ป้องกันเกาะนี้จากการปกครองของโจรสลัดและการบุกโจมตี ปราสาทตั้งอยู่บนที่ดินแคบๆที่เชื่อมระหว่างเกาะเลฟคาดากับดินแดนใหญ่ของกรีซ ทำให้สามารถควบคุมเส้นทางทะเลได้ มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสไตล์บีซันตีน สไตล์เวเนเซียน และ สไตล์ออตโตมัน

เดินชมหมู่บ้าน Karya มีชื่อเสียงในด้านงานปักลูกไม้คุณภาพ ซึ่งเลียนแบบลูกไม้ลายดั้งเดิม ชมหมู่บ้าน Eglouvi เป็นหนึ่งในหมู่บ้านบนภูเขาที่สวยที่สุดของ Lefkada และมีสถาปัตยกรรมดั้งเดิมหมู่บ้านมีผู้อาศัยอยู่ประมาณ 180 คนซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่รู้จักกันดีในการผลิตถั่วเลนทิล

คืนนี้พักที่เมือง Lefkada

Day 4

Kyllini • Navagio

ออกเดินทางไปยังเมือง Kyllini จากนั้นไปยังท่าเรือเฟอรี่ เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะ Zakynthos (เดินทางประมาณ 1.30 ชม)

ชมหาด Navagio หรือที่รู้จักกันในชื่อ Shipwreck Beach หาดชื่อดังที่สุดของเกาะซาคินทอส ล้อมรอบด้วยหน้าผาสีขาวสูงชันหาดทรายขาวดุจไข่มุก น้ำทะเลสีฟ้า หาดทรายสีขาว และซากเรืออัปปางที่เกยตื้นอยู่บนชายหาด ที่นี่ถูกล้อมรอบไปด้วยเกาะและหน้าผาสูงชัน ชายหาดนี้ยังได้ชื่อว่าสวยจนติดอันดับโลก

พักที่เมือง Zakynthos

Day 5

Zakynthos • Athens • ACROPOLIS • PARTHENON • PLAKA

เดินทางกลับ Athens

ชม อะโครโพลิส (Acropolis) ป้อมปราการหรือเมืองบนเทือกเขาสูงมีสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่

ชมมหาวิหารพาเธนอน (Parthenon) เป็นวิหารที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงในด้านความงดงาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญาและความรอบรู้ เเละวิหารอิเรคทีออน มีรูปปั้นเทพี 6 นาง ที่ทำหน้าที่เป็นเสาใช้ศีรษะค้ำยันหลังคาซึ่งมีชื่อเรียกว่า คารีอาทีด แต่รูปปั้นบนระเบียงที่ทุกท่านเห็นเป็นเพียงแบบจำลองจากของเดิมเท่านั้น ของจริงจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์อะโครโพลิส

ไปยังย่าน Plaka เป็นย่านตลาดเก่าแก่ที่สุดของกรุงเอเธนส์ ได้รับการปิดการจราจรด้วยรถยนต์ มีเพียงรถจักรยานยนต์ หรือ รถการส่งมอบสินค้าเท่านั้น ครั้งหนึ่งเป็นย่านไนท์คลับ แต่ได้ปิดตัวลงเมื่อรัฐบาลออกกฎหมาย ทำให้มีร้านค้ามากมาย ทั้งสินค้าแบรนด์เนม และร้านค้าริมทางเดิน ร้านเครื่องประดับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมาย

พักที่เมือง Athens

Day 6

Zakynthos • Athens • Santorini

เดินทางไปยังเกาะซานโตรินีโดยเรือเฟอรี่

เกาะแห่งนี้มีขนาดเล็กโดยมีความยาวเพียง 18 กม. มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอันดับ 1 ในหมู่เกาะคิคลาดีส (Cyclades) มีชาวกรีกอาศัยอยู่บนเกาะเพียงหมื่นกว่าคน งดงาม โรแมนติก ด้วยกลุ่มบ้านเรือนทรงกระบอกสีขาวสะอาดตา ยอดโบสถ์ทรงโดมรายล้อมรอบด้วยสีฟ้าสดจากทุกทิศประตูหน้าต่าง งดงามดั่งภาพในโปสการ์ดท่องเที่ยว

พักที่เมือง Santorini

Day 7

Fira • Oia • View Point

เดินทางไป หมู่บ้านฟีร่า เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดบนเกาะ Santorini ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงจากทะเล 250 เมตร จุดนี้เราจะมองเห็นเรือ Ferry ขนาดใหญ่ เข้าจอดเทียบท่าและมองเห็นวิวพาโนราม่าของทะเลเมดิเตอเรเนียนได้อย่างสุดลูกหูลูกตา มีเวลาอิสระให้ท่านเดินเล่น ดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าสีคราม

ชมหมู่บ้านเอีย (Oia) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของซานโตรินี่ ชาวบ้านในเมืองนี้มักสร้างบ้านทรงกลมสีขาว หลังคาเป็นรูปโดมทาด้วยสีน้ำเงินเข้ม และบ้านที่มีโครงไม้เหมือนกังหันลมติดอยู่ที่ตัวบ้าน ซึ่งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ถือเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเมืองนี้ เดินเล่นลัดเลาะตามตรอกซอกซอยน้อยใหญ่

ไปยังจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดระดับโลก ฉากหน้าเป็นเมืองเอียอันแสนโรแมนติกอันคุ้นตา แต่งแต้มด้วยสีชมพูพาสเทลหวานจับใจ รอคอยตะวันตกลงสู่ทะเลอีเจี้ยน ดังภาพวาดอันยิ่งใหญ่ที่ได้มาเห็นด้วยตาตนเอง

พักที่เมือง Santorini

Day 8

Ferry to Mykonos • City Tour

ไปยังท่าเรือเพื่อไปยังเกาะ Mykonos โดยเรือ Speed Ferry SEAJETS สู่เกาะมิโคนอส เกาะที่อยู่ในกลุ่มเกาะ Cyclades ในตอนกลางของกลุ่มหมู่เกาะกรีซ

เดินเล่นชมเมือง Mykonos ลัดเลาะซอกซอยเล็กๆ ถ่ายรูปกับบ้านเรือนขาวตัดฟ้า และร้านเก๋ๆ ริมทาง รวมถึงเลือกซื้อของฝากน่ารักๆ ฝากคนที่คุณคิดถึง ที่มิโคนอสมีเอกลักษณ์ คือ ตรอกเล็กตรอกน้อย แต่ละบ้านก็มีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ที่นี่จึงเดินซอกซอนตามซอยได้แบบไม่รู้เบื่อ รวมถึงช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง หรือจะนั่งดื่มคอกเทลชิวๆ

พักที่เมือง Mykonos

Day 9

Mykonos Old Town • Little Venice • Mykonos Famous Windmill

ชมเมืองเก่ามิโคนอส เอกลักษณ์อาคารบ้านเรือนทาสีขาวสะอาด ตัดกับประตูหน้าต่างที่ทาสีฟ้าสด และโบสถ์ที่ทาสีหลังคาโดมโค้งด้วยสีแดงจัด ในช่วงแสงอาทิตย์สีอ่อนๆ กำลังพาดผ่านประตูสีฟ้าและผนังบ้านสีขาว

ชม Little Venice คล้ายกับที่เมืองเวนิซ อิตาลี เดินเที่ยวคอร่า (Chora) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเกาะ ประกอบไปด้วยร้านค้าและบ้านเรือนมากมายซึ่งเชื่อมกันด้วยทางเดินแคบๆ บางช่วงให้เฉพาะคนเดินเท่านั้น

สะดุดตากับ กังหันลม 5 หลัง Mykonos Famous Windmill ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะนี้อันโดดเด่นให้คนทั่วทุกมุมโลกได้จดจำ

พักที่เมือง Mykonos

Day 10

Ferry to Athens

เดินทางกลับสู่เอเธนส์ โดยเรือ highspeed feery เอเธนส์ เป็นเมืองหลวงของประเทศกรีซ และยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศ ใช้ชื่อตามพระเจ้าอะธีนาในปุราณวิทยา เป็นหนี่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในช่วงระยะเวลามากกว่า 3,400 ปี และมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ประมาณช่วงสหัสวรรษที่ 11 และ 7 ก่อนคริสตกาล

พักที่เมือง Athens

Day 11

Syntagma Square • Airport

ชมจัตุรัสซินตักมา (Syntagma Square) เป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการรัฐบาลและอาคารรัฐสภาซึ่งสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวรูปเกือกม้า สร้างโดยจักรพรรดิเฮรอด อัตติคุส ในบริเวณนี้ทุกๆ ชั่วโมงจะมีการเปลี่ยนการ์ดทหารกรีกบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมชื่นชม จากนั้นแวะเดินเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

เดินทางไปยังสนามบิน ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบิน QR208 19.40-00.05 โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา ต่อด้วย QR836 02.15-13.10

Day 12

Bangkok

13.10 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
05-May 06-Jun 2024 Europe

ทัวร์โดโลไมท์ ทัสคานี ชิงเควเทเร​

Italy Dolomite Tuscany Cinque Terre

เมือง Sirmione • เมือง Bolzano • ทะเลสาบ Carezza • Pordoi pass • หมู่บ้าน Colle Santa Lucia • Cortina d’ Ampezzo • Misurina Lake • Braies Lake • ภูเขา Seceda • Montalcino • Cinque Terre 

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริปโดโลไมท์ ทัสคานี
  • เมืองออร์ทิเซ่
  • ขึ้นกระเช้า Alpe di Siusi
  • ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
  • หมู่บ้าน วาล ดิ ฟุเนส
  • ทะเลสาบ Misurina
  • เมือง Cortina d’ Ampezzo
  • Lake of Carezza
  • เมือง San Gimignano
  • หมู่บ้าน Mntalcino
  • เมือง Pienza
  • ชมหอเอนเมืองปิซ่า
  • หมู่บ้าน Cinque Terre
  • Lake Como
  • ชมมหาวิหารดูโอโม
short brief
สรุปย่อทัวร์โดโลไมท์ ทัสคานี

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | ถึงมิลาน • เมือง Sirmione • เมือง Bolzano • เมือง Ortisei
วันที่ 3 | ขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิว บ่าย ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
วันที่ 4 | ชมหมู่บ้าน Val di Funes • ทะเลสาบ Braies ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo • ชมทะเลสาบ Misurina • เมือง Cortina d’ Ampezzo
วันที่ 5 | ชมจุดชมวิว Giau Pass • Pordoi pass • ชม Lake of Carezza ไปเมือง Verona
วันที่ 6 | ไปเมือง San Gimignano • หมู่บ้าน Montalcino • โบสถ์ Sant’Antimo
วันที่ 7 | ไปเมือง Pienza • San Quirico d’Orcia • แวะชมเมือง Bagno Vignoni
วันที่ 8 | เมือง Siena • Pisa • ไปยัง La Spezia
วันที่ 9 | ชมหมู่บ้าน Cinque Terre • เดินทางกลับมิลาน
วันที่ 10 | เข้าเมือง Milan • ชมโบสถ์ Duomo • ไปสนามบิน
วันที่ 11 | ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 119,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปอิตาลีที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบิน เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG940 00.40-07.35