Categories
09-Sep 2024 North America

ทัวร์อลาสก้า

logo-freedoka

Alaska

เมือง Anchorage • ชมทะเลสาบ Byers Lake  • อุทยานแห่งชาติDenal • เมือง Fairbanks • ทะเลสาบ Summit Lake • ธารน้ำแข็ง Matanuska Glacier • Alaska Sealife Center • เที่ยวอุทยานแห่งชาติ Kenai Fjords • ชมธารน้ำแข็ง Exit Glacier

อธิบายรูปแบบการเดินทางของทริป

Road Trip

ข้อจำกัดของการเดินทางแบบ Road Trip

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
short brief
สรุปทัวร์อลาสก้าโดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 : ถึงเมือง Anchorage เดินทางไปชมทะเลสาบ Byers Lake
ขับรถไปDenali (ประมาณ 4 ชม)
วันที่ 3 : เข้าชมเป็นอุทยานแห่งชาติDenali ชมทะเลสาบ Wonder Lake
วันที่ 4 : เดินทางไปเมือง Fairbanks เยี่ยมชมกวางเรนเดียร์ และแวะชมสัตว์ท้องถิ่นที่สถานีวิจัย และแวะน้ำพุร้อน Chena Hot Spring
วันที่ 5 : ชม Santa Claus House ทะเลสาบ Summit Lake เยี่ยมชมภูเขาเหมืองทองแดง ชมกลุ่มแนวสันเขา และน้ำตก Horsetail Falls
วันที่ 6 : ธารน้ำแข็งโคลัมเบีย และแวะเยี่ยมชมเมือง Valdez 
วันที่ 7 : ธารน้ำแข็ง Matanuska Glacier และกลับเมือง Anchorage เที่ยวชมเมือง
วันที่ 8 : เดินทางไปยังเมือง Girdwood ชม ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งอลาสก้า และเข้าชมนิทรรศการ Alaska Sealife Center
วันที่ 9 : เดินทางไปเมืองซีวอร์ด แวะชมทะเลสาบเคไน เที่ยวอุทยานแห่งชาติ Kenai Fjords
วันที่ 10 : เข้าชมธารน้ำแข็ง Exit Glacier
วันที่ 11 : เดินทางไปยังสนามบินกลับกรุงเทพฯ

  • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง
  • นำทริปโดย Driver Guide คนไทย (รอรับที่สนามบินปลายทาง
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารเช้า
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • เรือข้ามฟาก (ถ้ามี)
  • ผู้นำทริปคนไทย (Driver Guide)
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ดำเนินการขอวีซ่าให้ 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และภายในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่ากิจกรรมนอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบที่สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางไปเมือง Anchorage  

 

Day 2

ANCHORAGE • BYERS LAKE • DENALI

ถึงเมือง Anchorage เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอลาสก้า มีประชากรกว่า 300,000 คน เมืองสวยที่มีทัศนียภาพสวยงาม อยู่ท่ามกลางเทือกเขา Chugach และเป็นเมืองท่าสำคัญมีสายการบินให้เลือกหลากหลาย เป็นเมืองที่เจริญ และมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด มีศูนย์การค้าใหญ่ ๆ ย่านช้อปปิ้ง ย่านบันเทิง และพิพิธภัณฑ์ 

Byers Lake ทะเลสาบขนาดเล็กใน Denali State Park เป็นทะเลสาบของคนที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งเนื่องจากมีการปีนเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ พายเรือแคนูพาย เรือคายัคและตั้งแคมป์ตลอดทั้งปี ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมในช่วงฤดูหนาว เช่นการตกปลาน้ำแข็ง การเดินหิมะสกีนอร์ดิกและสโนว์โมบิลซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมอีกด้วย

ขับรถไป Denali National Park เพื่อไปดูภูเขา Denali ภูเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ มีสัตว์ป่า หมี ธรรมชาติอลังการ

คืนนี้พักกันที่ Denali

Day 3

DENALI NATIONAL PARK • WONDER LAKE

Denali National Park เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากเพื่อมาดูแสงเหนือ นอกจากนั้นยังมีธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงเอกลักษณ์ของสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะหมี ที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่ หมีขั้วโลก Polar Bear หมีน้ำตาล Grizzly Bears และหมีดำ Black Bear 

Wonder Lake เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเดนาลีและเขตอนุรักษ์ในอลาสก้า สร้างจากธารน้ำแข็งโดยมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของ Denali และเทือกเขา Alaska มีภูมิทัศน์ที่สวยงามยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี

คืนนี้พักกันที่ Denali

Day 4

FAIRBANKS • RUNNING REINDEER RANCH • LARGE ANIMAL RESEARCH STATION • CHENA HOT SPRING

Fairbanks เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในรัฐอลาสกา สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่เมืองนี้มากที่สุดเห็นจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากสิ่งที่เรียกว่าปรากฏการณ์แสงเหนือออโรรา (Northern Light Aurora) เมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่สามารถรับชมปรากฏการณ์นี้ได้สวยที่สุดในโลก

Running Reindeer Ranch เดินเท้าเข้าไปหนึ่งชั่วโมงเพื่อเยี่ยมชมกวางเรนเดียร์ที่จะมีให้เห็นระหว่างถ่าย นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปคู่กับกวางได้

Large Animal Research Station แวะชมสัตว์ท้องถิ่นสถานีวิจัยสัตว์ใหญ่ของ UAF เป็นที่ตั้งของฝูงวิจัย Muskoxen เพียงแห่งเดียวในโลก รวมถึงการชมกวางเรนเดียร์และโค

Chena Hot Spring รีสอร์ท hot springs บ่อน้ำพุร้อนที่สามารถรักษาอาจเจ็บป่วยและโรคผิวหนังได้ เช่น โรคสะเก็ดเงินปวดกล้ามเนื้อและโรคไขข้อ

คืนนี้พักกันที่ Fairbanks

Day 5

SANTA CLAUS HOUSE • SUMMIT LAKE • PAXSON MOUNTAIN • SIMPSON HILL • HORSETAIL FALLS

Santa Claus House เดินทางไปชม Santa Claus House แวะเยี่ยมชมหมู่บ้านซานต้า ครอส เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย 

Summit Lake เป็นทะเลสาบวงกลมขนาดเล็กหรือผิวสีแทนซึ่งมีความลึกถึง 20 ฟุต วงกลมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของธารน้ำแข็งอัลไพน์ที่หายไปนาน เป็นที่นิยมในช่วงฤดูร้อนซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม 

Paxson Mountain แวะเยี่ยมชม Paxson Mountain ถ่ายรูปกับภูเขาเป็นเหมืองทองแดงที่ตั้งอยู่ในอลาสก้าที่ระดับความสูง 4,501 ฟุต

Simpson Hill – Horsetail Falls ชมกลุ่มแนวสันเขา ตั้งอยู่ภายใน Chamcook Lake Watershed ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และชม Horsetail Falls น้ำตกขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้จากในเมือง

คืนนี้พักกันที่ Fairbanks

Day 6

COLUMBIA GLACIER • VALDEZ

Columbia Glacier ธารน้ำแข็งโคลัมเบียไหลลงมาจากพื้นน้ำแข็ง 10,000 ฟุต (3,050 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเลลงไปตามไหล่เขาของภูเขาชูกาคและเข้าสู่ทางเข้าแคบๆ เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก

แวะเยี่ยมชมเมือง Valdez เป็นเมืองในเขต Chugach Census Area ของสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสามใน Unorganized Borough ของอลาสก้า

ปัจจุบันเป็นท่าเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในอลาสก้า เป็นท่าเรือประมงเชิงพาณิชย์และท่าขนส่งสินค้า

คืนนี้พักกันที่ Valdez

Day 7

MATANUSKA GLACIER • ANCHORAGE

Matanuska Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในอลาสกา เพลิดเพลินกับทัวร์เดินชม Matanuska Glacier Park ประมาณ 2-3 ชั่วโมง

Anchorage จากนั้นเดินทางกลับเมือง Anchorage เมืองขนาดใหญ่ที่สุดของรัฐ สามารถเดินเล่นบริเวณสวนสาธารณะใกล้ชายฝั่งทะเล เลือกซื้อของที่ระลึก (รัฐอลาสก้าไม่มีการเก็บภาษีเมื่อซื้อของ) ตามร้านค้าต่างๆ ได้โดยในช่วงฤดูร้อน สัมผัสบรรยากาศมีชีวิตชีวาของเมือง

คืนนี้พักกันที่ Anchorage

Day 8

GIRDWOOD • ALASKA SEALIFE CENTER

เดินทางไปยังเมือง Girdwood ระหว่างทางท่านจะได้เข้าชม ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งอลาสก้า (Alaska Wildlife Conservation Center) ณ เมืองเกิร์ดวู้ด (Girdwood) ศูนย์อนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ป่ากลางแจ้งที่ดูแลสัตว์นานาชนิด จะได้สัมผัสกับสัตว์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ อลาสก้าอย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นหมี บิซอน กวางมูส เอลค์ สุนัขจิ้งจอก

เยี่ยมชมนิทรรศการที่ ศูนย์วิจัยสัตว์ทะเลแห่งอลาสก้า (Alaska Sealife Center) ซึ่งก่อตั้งเพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางทะเลของอลาสก้า และให้ความรู้แก่คนทั่วไป ไฮไลท์ของที่นี่คือการได้เห็น สัตว์ทะเลอย่างครบถ้วน ได้แก่ นาก สิงโตทะเล นกพัฟฟิน และสัตว์ใต้ทะเลอีกมากมาย

คืนนี้พักกันที่ Girdwood

Day 9

SEWARD • KENAI FJORDS

เมืองซีวอร์ด (Seward) ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า ประตูสู่เคไนฟยอร์ด (Gateway to the Kenai Fjords National Park) แวะชมทะเลสาบเคไน (Kenai Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเอกลักษณ์คือรูปร่างยาวเป็นทางซิกแซก ระหว่างทางจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ป่าและภูเขาที่สวยงามบนเส้นทาง 

อุทยานแห่งชาติ Kenai Fjords เป็นพื้นที่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งจึงทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามราวกับอยู่ในยุคน้ำแข็งเลยทีเดียว อุทยานแห่งนี้มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับสัตว์น้ำอย่างวาฬเป็นอย่างมาก จึงทำให้พบเห็นวาฬที่อพยพมาค่อนข้างบ่อย 

คืนนี้พักกันที่ Seward 

Day 10

EXIT GLACIER

เดินทางถึง ธารน้ำแข็งเอ็กซิต (Exit Glacier) ธารน้ำแข็งที่เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติเคไนฟยอร์ด (Kenai Fjords National Park) เป็นธารน้ำแข็งที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ตลอดเวลา และเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งไม่กี่แห่งที่สามารถเข้าไปชมความยิ่งใหญ่ของมวลน้ำแข็งได้อย่างใกล้ชิดและเห็นปรากฎการณ์ธารน้ำแข็งหดตัวได้ชัดเจน

จากนั้นเดินทางกลับเมือง Anchorage 

คืนนี้พักกันที่ Anchorage

 

Day 11

เดินทางไปยังสนามบินเพือกลับ กรุงเทพ โดยสายการบินที่ท่านเลือก
เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริป xxx ที่ผ่านมา

xxx xxxx xx xxxx. xxxxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

ทัวร์ xxxx

xxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนใขทริป 

คือการเดินทางด้วยรถตู้คันเล็ก กลุ่มละ 6 ท่าน มึความคล่องตัวและ Flexible มากกว่าการเดินทางด้วยรถใหญ่

อย่างไรก็ตาม Road Trip มีข้อจำกัดบางประการ 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • xxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

ทัวร์อลาสก้า

ANCHORAGE • BYERS LAKE • DENALI (4 HRS.)​

Day 2

  • เดินทางต่อโดยสายการบิน Lufthansa Airlines เที่ยวบินที่ LH5428
  • ถึงสนามบิน ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางไปยัง Byers Lake ทะเลสาบขนาดเล็กใน Denali State Park เป็นทะเลสาบของคนที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งเนื่องจากมีการปีนเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ พายเรือแคนูพาย เรือคายัคและตั้งแคมป์ตลอดทั้งปี ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมในช่วงฤดูหนาว เช่นการตกปลาน้ำแข็ง การเดินหิมะสกีนอร์ดิกและสโนว์โมบิลซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมอีกด้วย
  • Denali ขับรถไป Denali National Park เพื่อไปดูภูเขา Denali ภูเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ มีสัตว์ป่า หมี ธรรมชาติอลังการ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมืองใกล้ Denali
ANCHORAGE • BYERS LAKE • DENALI (4 HRS.)​

Day 2

  • เดินทางต่อโดยสายการบิน Lufthansa Airlines เที่ยวบินที่ LH5428
  • ถึงสนามบิน ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางไปยัง Byers Lake ทะเลสาบขนาดเล็กใน Denali State Park เป็นทะเลสาบของคนที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งเนื่องจากมีการปีนเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ พายเรือแคนูพาย เรือคายัคและตั้งแคมป์ตลอดทั้งปี ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมในช่วงฤดูหนาว เช่นการตกปลาน้ำแข็ง การเดินหิมะสกีนอร์ดิกและสโนว์โมบิลซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมอีกด้วย
  • Denali ขับรถไป Denali National Park เพื่อไปดูภูเขา Denali ภูเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ มีสัตว์ป่า หมี ธรรมชาติอลังการ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมืองใกล้ Denali
  • นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • เดินทางต่อโดยสายการบิน Lufthansa Airlines เที่ยวบินที่ LH5428
  • ถึงสนามบิน ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางไปยัง Byers Lake ทะเลสาบขนาดเล็กใน Denali State Park เป็นทะเลสาบของคนที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งเนื่องจากมีการปีนเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ พายเรือแคนูพาย เรือคายัคและตั้งแคมป์ตลอดทั้งปี ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชมในช่วงฤดูหนาว เช่นการตกปลาน้ำแข็ง การเดินหิมะสกีนอร์ดิกและสโนว์โมบิลซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมอีกด้วย
  • Denali ขับรถไป Denali National Park เพื่อไปดูภูเขา Denali ภูเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ มีสัตว์ป่า หมี ธรรมชาติอลังการ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมืองใกล้ Denali
  • Denali National Park เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากเพื่อมาดูแสงเหนือ นอกจากนั้นยังมีธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงเอกลักษณ์ของสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะหมี ที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่ หมีขั้วโลก Polar Bear หมีน้ำตาล Grizzly Bears และหมีดำ Black Bear
  • Wonder Lake สร้างจากธารน้ำแข็งโดยมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของ Denali และเทือกเขา Alaska
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมืองใกล้ Denali
  • เมือง Fairbanks เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในรัฐอลาสกา สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่เมืองนี้มากที่สุดเห็นจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากสิ่งที่เรียกว่าปรากฏการณ์แสงเหนือออโรรา (Northern Light Aurora) เมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่สามารถรับชมปรากฏการณ์นี้ได้สวยที่สุดในโลก
  • Running Reindeer Ranch เดินเท้าเข้าไปหนึ่งชั่วโมงเพื่อเยี่ยมชมกวางเรนเดียร์ที่จะมีให้เห็นระหว่างถ่าย นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปคูากับกวางได้
  • Large Animal Research Station แวะชมสัตว์ท้องถิ่นสถานีวิจัยสัตว์ใหญ่ของ UAF เป็นที่ตั้งของฝูงวิจัย Muskoxen เพียงแห่งเดียวในโลก รวมถึงการชมกวางเรนเดียร์และโค
  • Chena Hot Spring รีสอร์ท hot springs บ่อน้ำพุร้อนที่สามารถรักษาอาจเจ็บป่วยและโรคผิวหนังได้ เช่น โรคสะเก็ดเงินปวดกล้ามเนื้อและโรคไขข้อ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Fairbanks
  • Santa Claus House แวะเยี่ยมชมหมู่บ้านซานต้า ครอส เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
  • Summit Lake เป็นทะเลสาบวงกลมขนาดเล็กหรือผิวสีแทนซึ่งมีความลึกถึง 20 ฟุต วงกลมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของธารน้ำแข็งอัลไพน์ที่หายไปนาน เป็นที่นิยมในช่วงฤดูร้อนซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม Paragliders
  • แวะเยี่ยมชม Paxson Mountain
  • Simpson Hill
  • Horsetail Falls น้ำตกขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้จากในเมือง
  • Columbia Glacier ธารน้ำแข็งโคลัมเบียไหลลงมาจากพื้นน้ำแข็ง 10,000 ฟุต (3,050 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเลลงไปตามไหล่เขาของภูเขาชูกาคและเข้าสู่ทางเข้าแคบๆ เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก
  • แวะเยี่ยมชมเมือง Valdez
  • Matanuska Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในอลาสกา
  • Anchorage
  • เดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Lufthansa Airlines เที่ยวบินที่ LH5429 (13.55-09.50) แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Frankfurt
  • ถึง Frankfurt  รอต่อเครื่องกลับกรุงเทพ  โดยสายการบิน Lufthansa Airlines เที่ยวบินที่ LH772 เวลา 22.00 น.
  • เดินทางถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ
  • เดินทางถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนไขทริป 

คือการเดินทางด้วยรถตู้คันเล็ก กลุ่มละ 6 ท่าน มึความคล่องตัวและ Flexible มากกว่าการเดินทางด้วยรถใหญ่

อย่างไรก็ตาม Road Trip มีข้อจำกัดบางประการ 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • xxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
North America

ทัวร์อเมริกา ยูท่าห์ เยลโล่สโตน

America • Yellowstone • Yosemite

Los Angeles • Las Vegas •  Grand canyon • Hourshoe • Lake powell • Page • Arches National Park • Moab • Bryce Canyon • Zion National Park • Yellowstone • Yosemite

อธิบายรูปแบบการเดินทางของทริป

Road Trip

ข้อจำกัดของการเดินทางแบบ Road Trip

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
short brief
สรุปทัวร์อเมริกาโดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 : Los Angeles – Las Vegas – Grand Canyon (ระยะทาง 436 กม.)
วันที่ 3 : Grand canyon – Hourshoe bend – Lake powell – Page (ระยะทาง 566 กม.)
วันที่ 4 : Upper Antelope – Lower Antelope – Page
วันที่ 5 : Monument Valley – Moab (ระยะทาง 234 กม.)
วันที่ 6 : Canyonlands – Moab
วันที่ 7 : Arches National Park – Moab
วันที่ 8 : Moab – Bryce Canyon National Park (ระยะทาง 400 กม.)
วันที่ 9 : Bryce Canyon – Zion National Park – Las Vegas (ระยะทาง 401 กม.)
วันที่ 10 : Las Vegas – Idaho falls – Teton (ระยะทาง144 กม.)
วันที่ 11 : Teton – Yellowstone (ระยะทาง 112 กม.)
วันที่ 12 : Yellowstone National Park 
วันที่ 13 : Yellowstone – Idaho falls – San Francisco (ระยะทาง 175 กม.)
วันที่ 14 : San Francisco – Yosemite (ระยะทาง 308 กม.)
วันที่ 15 : Yosemite
วันที่ 16 : Yosemite – San Francisco (ระยะทาง 306 กม.)
วันที่ 17 : San Francisco – Bangkok

  • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง
  • นำทริปโดย Driver Guide คนไทย (รอรับที่สนามบินปลายทาง
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 000 บาท
  • พักเดี่ยว 000

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารเช้า
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • เรือข้ามฟาก (ถ้ามี)
  • ผู้นำทริปคนไทย (Driver Guide)
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ดำเนินการขอวีซ่าให้ 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และภายในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่ากิจกรรมนอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ • ลาสเวกัส

Day 1

เดินทางถึงลอสแองเจลลิส จากนั้นเดินทางไปยังเมือง ลาสเวกัส

Day 2

Las Vegas • Grand Canyon

เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park) ของมลรัฐแอริโซนา ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของมลรัฐแอริโซนา

เดินทางเข้าสู่ที่พัก Grand Canyon

Day 3

Grand canyon • Hourshoe bend • Lake powell • Page

เดินทางไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของแกรนด์แคนยอน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตระการตากับการชมหุบเขาขนาดใหญ่ที่มีความสูงและลึก อันเกิดจากชั้นหินสูงและแม่น้ำโคโลราโด (Colorado River) ที่ไหลผ่านที่ราบสูงอย่างสม่ำเสมอ จึงเกิดการสึกกร่อน และพังทลายของหินเป็นเวลากว่า 225 ล้านปีมาแล้ว

เดินทางไปเที่ยวชม Horseshoe Bend ซึ่งเป็นจุดโค้งของแม่น้ำ Colorado ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยสถานที่แห่งนี้ เกิดขึ้นจากการกัดเซาะทำให้มีรูปร่างคล้ายเกือกม้า

Lake Powell เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่ง โดยสาเหตุของการเกิดแหล่งน้ำแห่งนี้  เนื่องจากการสร้างเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนกันน้ำ Colorado

เข้าสู่ที่พักที่เมือง Page ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ใน Arizona ที่มีความพิเศษอย่างมาก  เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ ซึ่งต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง

พักที่ Page

Day 4

Upper Antelope • Lower Antelope • Page

เดินทางไปชม Upper Antelope Canyon หุบเขาที่น่าพิศวงและอันตรายที่สุด การจะเข้าไปชมนั้นต้องติดต่อขอนุญาตจากทางอุทยาน Navajo เท่านั้น โดยจะมีไกด์ ซึ่งเป็นชาว Navajo เป็นผู้นำทาง Navajo Sandstone จะเกิดภาพสะท้อนที่สวยงามแปลกตาที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละฤดูกาล เนื่องจากการหักเหของแสงอาทิตย์จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลต่างๆ เช่น ฤดูร้อน แสงอาทิตย์จะเจิดจ้าเป็นพิเศษ จึงทำให้แสงเป็นโทนสีส้ม สีแดง ส่วนฤดูใบไม้ร่วง แสงอาทิตย์จะอ่อนลง

Lower Antelope Canyon เพราะเป็นลักษณะของหุบเขาหินทรายสีแดง อันเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ผ่านมาอย่างยาวนาน โดยมีการกัดเซาะของน้ำ ลม และแสงแดด จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดเป็นร่องหินต่างๆ ที่มากด้วยสีสัน

พักที่ Page

Day 5

Monument Valley • Moab

เดินทางไปยัง Monument valley เป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยซากหินรูปร่างลักษณะแปลกตา ก่อตัวขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆราวกับมนุษย์สร้าง เช่น หินรูปทรงปราสาท เป็นหินที่มีลักษณะยอดราบ และอื่นๆอีกหลายรูปแบบ โดยหุบเขาของหินประหลาดแห่งนี้ จะถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินทรายสีแดงที่มีอายุมากกว่า 50 ล้านปี

นำท่านเดินทางไปยังเมือง Moab ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆของรัฐยูท่าห์ แต่โดดเด่นไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแนว Adventure จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยให้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย

พักที่ Moab

Day 6

Canyonlands • Moab

ชม Canyonlands อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ ความโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัส มากไปด้วยสีสันที่เกิดจากการกัดเซาะของหิน ในหุบเขา Mesas และ Buttes โดยแม่น้ำ Colorado และ แม่น้ำ Green เอกลักษณ์ที่สำคัญของอุทยาน โดยเชื่อว่า ซุ้มหินโค้งเว้าเหล่านี้ ปรากฎอยู่เป็นระยะเวลานานมากกว่าล้านปีมาแล้ว

พักที่ Moab

Day 7

Arches National Park • Moab

นำท่านไปยังอุทยานแห่งชาติ Arches National Park เป็นอุทยานที่มีความโดดเด่นและพิเศษอย่างมาก เพราะมากไปด้วยหินโค้งกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะ  Land Scape เป็นสะพานหินโค้งที่ยาวที่สุด มีความสูงเหนือแองหินขนาดใหญ่ เปรียบได้กับความสูงเท่าตึก 7 ชั้น จึงกลายเป็นจุดเด่นที่สุดในอุทยานแห่งนี้

Park Avenue ซึ่งเป็นชื่อของหน้าผา ที่เด่นระฟ้า ตลอดจนความน่าอัศจรรย์ใจของแท่งหินที่เรียกว่า  Three Gossips มีลักษณะเป็นรูปคล้ายกับคนสามคนยืนเรียงรายกันอยู่ , Balanced Rock เป็นต้น

สถานที่ที่เรียกว่า Windows Section สัมผัสกับซุ้มหินโค้ง North Window และ South Window  ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับหน้าต่างบานใหญ่ๆ มองออกไปเห็นภาพทิวทัศน์จนสุดลูกหูลูกตา

Devil’s Garden เป็นสถานที่อันพิศวงและน่าค้นหา จนไม่อาจละสายตาได้เพราะคล้ายคลึงกับดินแดนในเทพนิยาย  เมื่อเดินเข้าไปประมาณ 1.5 กม. จะพบกับซุ้มหินโค้งที่มีขนาดความยาวมากกว่า 18 เมตร ได้แก่  Delicate Arch กับ Landscape Arch  ซึ่งเป็นซุ้มหินโค้งที่มีความยาวมากที่สุดในโลกอีกหนึ่งแห่งและมีชื่อเสียงโด่งดัง

พักที่ Moab

Day 8

Moab • Bryce Canyon National Park

มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติ ไบรซ์ แคนยอน (Bryce Canyon Nation Park) สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในไบรซ์แคนยอน คือ แท่งหินยอดแหลม หรือเรียกกันว่า ฮูดู (Hoodoos) เรียงรายกันเป็นแนวยาว สูงตระหง่านเสียดฟ้า ดูสวยแปลกตา เพราะมีรูปทรงที่แปลกประหลาดแต่น่าชวนมอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แท่งหินยอดแหลม กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของไบรซ์แคนยอน

พักที่ ใกล้กับ  Bryce Canyon

Day 9

Bryce Canyon • Zion National Park • Las Vegas

เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ Zion National Park  แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักเดินทาง ที่ชื่นชอบธรรมชาติ เดินป่า การผจญภัย และปีนเขาให้มาสัมผัสธรรมชาติและความท้าทาย โดยสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ในบริเวณนี้ มากไปด้วยทะเลทรายอันกว้างใหญ่

เดินทางกลับสู่เมือง Las vegas

คืนนี้พักที่ Las vegas

 

Day 10

Las Vegas • Idaho falls • Teton

เดินทางไปยังเมือง Idaho Falls โดยสายการบินภายในประเทศ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Salt Lake City 

เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน (Grand Teton National Park) สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติกันอย่างจุใจ อีกทั้งอุทยานแห่งชาติไวโอมิง ยังถือเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง

พักที่ Teton

Day 11

Teton • Yellowstone

ชมภูเขาแกรนด์ทีทอน (Grand Teton Mountain) เป็นอุทยานที่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว สภาพผืนป่าเป็นทะเลสาบ สลับกับทุ่งหญ้ากว้าง มีทัศนียภาพของภูเขาที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ที่โดดเด่นอย่างมากคือกวางมูส ซึ่งเป็นกวางขนาดใหญ่และยังมีชีวิตอยู่ในอุทยานแห่งนี้ ตลอดจนสัตว์ป่าสายพันธุ์อื่นๆ เช่น สิงโตภูเขา นกอินทรีหัวล้าน วัวกระทิง เป็นต้น

เดินทางสู่อุทยานแห่งแรกของโลก อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone Plateau)

คืนนี้พักที่ Yellow Stone

Day 12

Yellowstone National Park

อุทยานแห่งแรกของอเมริกา อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน (Yellowstone Plateau) อุทยานแห่งนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ตั้งของทะเลสาบเยลโลวสโตน หนึ่งในทะเลสาบที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และสูงที่สุดในทวิปอเมริกาเหนืออีกด้วย

นำชม แมมมอธ ฮอตสปริง (Mammoth Hot Springs) สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามตระการตาของบ่อน้ำพุร้อนอายุนับพันปีที่สลับซับซ้อนบนเนินเขา

นำท่านชม บ่อน้ำพุร้อนนอริส (Norris Gerser Basin) เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดความเปลี่ยนแปลงบ่อยที่สุดในอุทยานและยังมีอุณหภูมิที่สูงที่สุดอีกด้วย

นำชม แกรนด์แคนยอนแห่งเยลโลสโตน (Grand Canyon of Yellowstone) ซึ่งเป็นหุบเหวที่เกิดขึ้นจากเหตุภูเขาไฟระเบิดทำให้เกิดการแยกตัวของพื้นโลก ตลอดจนการเคลื่อนตัวของน้ำแข็งในยุคที่น้ำแข็งละลาย จึงกลายมาเป็นหุบเหวเช่นในปัจจุบัน

คืนนี้พักที่ Yellow Stone

Day 13

Yellowstone • Idaho falls • San Francisco

เดินทางกลับเมือง Idaho Falls (ประมาณ 2 ชม.) เพื่อเดินทางไปยังสนามบิน จุดหมายปลายทางสู่ ซานฟรานซิสโก โดยสายการบินภายในประเทศ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ Salt Lake City

เมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็ก แต่มากไปด้วยสถานท่องเที่ยวอย่างหลากหลายและคราคร่ำไปด้วยผู้คน

พักที่ San Francisco

Day 14

San Francisco • Yosemite

เดินทางสู่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี้ (Yosemite National Park) ในอดีตหุบเขาแห่งนี้ถูกน้ำแข็งตัดผ่าน จนมีกว้างของหุบเขา 1.6 กิโลเมตร มีความโดดเด่นไปด้วยภูเขาหินขนาดใหญ่สองลูกที่ตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ นั่นคือ ฮาล์ฟโดม(Half Dome) และ แอลแคปปิตอล (EI Capital)

พักที่ Yosemite

Day 15

Yellowstone

ชมทะเลสาบโมโน (Mono Lake) หรือ An Alien Landscape เป็นทะเลสาบที่มีทัศนียภาพที่น่าสนใจ เพราะบนผืนน้ำจะสลับไปด้วยโขดหินแหลมรูปทรงแปลกตา แต่ทะเลสาบแห่งนี้ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มากไปด้วยการปนเปื้อนของสารหนู

พักที่ Yosemite

Day 16

Yosemite • San Francisco

นำท่านเดินทางกลับเมือง San Francisco

ชม Golden Gate Bridge เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นและสวยงามไปด้วยทัศนียภาพ เป็นสะพานที่เชื่อมไปยังMarin Country โดยมีอายุการสร้างมากว่า 65 ปี มีกิจกรรมที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย คือ การปั่นจักรยาน หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเพลินๆ

ชมฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ (Fisherman’s Wharf) ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือของชาวประมงที่มีความสำคัญอีกหนึ่งแห่งทางด้านประวัติศาสตร์ โดยท่าเทียบเรือแห่งนี้เป็นตลาดขายส่งปลา และถูกพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

พักที่ San Francisco

Day 17

เดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ เชคอินสายการบิน EVA Air (แวะเปลี่ยนเครื่องที่ไทเป) Flight – BR7 13.00-17.30 และ BR205 20.45-23.30

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริป xxx ที่ผ่านมา

xxx xxxx xx xxxx. xxxxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

ทัวร์อเมริกา ยูท่าห์ เยลโล่สโตน

รวมอุทยานแห่งชาติ 6 แห่งชาติ จบครบในทริปเดียว สำหรับผู้โหยหาธรรมชาติอย่างเรา

จุดเด่นทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: Bangkok – Las Vegas

  •  เดินทางถึงลอสแองเจลลิส จากนั้นเดินทางไปยังเมือง ลาสเวกัส

DAY 2 : Las Vegas – Grand Canyon

  • เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park) ของมลรัฐแอริโซนา ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของมลรัฐแอริโซนา
  • เดินทางเข้าสู่ที่พัก Grand Canyon

DAY 3 :Grand canyon – Hourshoe bend – Lake powell – Page 

  • เดินทางไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของแกรนด์แคนยอน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตระการตากับการชมหุบเขาขนาดใหญ่ที่มีความสูงและลึก อันเกิดจากชั้นหินสูงและแม่น้ำโคโลราโด (Colorado River) ที่ไหลผ่านที่ราบสูงอย่างสม่ำเสมอ จึงเกิดการสึกกร่อน และพังทลายของหินเป็นเวลากว่า 225 ล้านปีมาแล้ว
  • เดินทางไปเที่ยวชม Horseshoe Bend ซึ่งเป็นจุดโค้งของแม่น้ำ Colorado ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยสถานที่แห่งนี้ เกิดขึ้นจากการกัดเซาะทำให้มีรูปร่างคล้ายเกือกม้า
  • Lake Powell เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่ง โดยสาเหตุของการเกิดแหล่งน้ำแห่งนี้  เนื่องจากการสร้างเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนกันน้ำ Colorado
  • เข้าสู่ที่พักที่เมือง Page ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ใน Arizona ที่มีความพิเศษอย่างมาก  เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ ซึ่งต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง
  • พักที่ Page

Day 4 : Upper Antelope – Lower Antelope – Page
 

  • เดินทางไปชม Upper Antelope Canyon หุบเขาที่น่าพิศวงและอันตรายที่สุด การจะเข้าไปชมนั้นต้องติดต่อขอนุญาตจากทางอุทยาน Navajo เท่านั้น โดยจะมีไกด์ ซึ่งเป็นชาว Navajo เป็นผู้นำทาง Navajo Sandstone จะเกิดภาพสะท้อนที่สวยงามแปลกตาที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละฤดูกาล เนื่องจากการหักเหของแสงอาทิตย์จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลต่างๆ เช่น ฤดูร้อน แสงอาทิตย์จะเจิดจ้าเป็นพิเศษ จึงทำให้แสงเป็นโทนสีส้ม สีแดง ส่วนฤดูใบไม้ร่วง แสงอาทิตย์จะอ่อนลง

  • Lower Antelope Canyon เพราะเป็นลักษณะของหุบเขาหินทรายสีแดง อันเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ผ่านมาอย่างยาวนาน โดยมีการกัดเซาะของน้ำ ลม และแสงแดด จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดเป็นร่องหินต่างๆ ที่มากด้วยสีสัน
  • พักที่ Page

Day 5 : Monument Valley – Moab  

  • เดินทางไปยัง Monument valley  เป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยซากหินรูปร่างลักษณะแปลกตา ก่อตัวขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆราวกับมนุษย์สร้าง เช่น หินรูปทรงปราสาท เป็นหินที่มีลักษณะยอดราบ และอื่นๆอีกหลายรูปแบบ  โดยหุบเขาของหินประหลาดแห่งนี้ จะถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินทรายสีแดงที่มีอายุมากกว่า 50 ล้านปี

  • นำท่านเดินทางไปยังเมือง Moab ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆของรัฐยูท่าห์ แต่โดดเด่นไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแนว Adventure จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยให้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย
  • พักที่ Moab

Day 6 : Canyonlands – Moab

  • ชม Canyonlands อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ ความโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัส มากไปด้วยสีสันที่เกิดจากการกัดเซาะของหิน ในหุบเขา Mesas และ Buttes โดยแม่น้ำ Colorado และ แม่น้ำ Green เอกลักษณ์ที่สำคัญของอุทยาน โดยเชื่อว่า ซุ้มหินโค้งเว้าเหล่านี้ ปรากฎอยู่เป็นระยะเวลานานมากกว่าล้านปีมาแล้ว

  • พักที่ Moab

Day 7 : Arches National Park – Moab

  • นำท่านไปยังอุทยานแห่งชาติ Arches National Park เป็นอุทยานที่มีความโดดเด่นและพิเศษอย่างมาก เพราะมากไปด้วยหินโค้งกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะ  Land Scape เป็นสะพานหินโค้งที่ยาวที่สุด มีความสูงเหนือแองหินขนาดใหญ่ เปรียบได้กับความสูงเท่าตึก 7 ชั้น จึงกลายเป็นจุดเด่นที่สุดในอุทยานแห่งนี้
  • Park Avenue ซึ่งเป็นชื่อของหน้าผา ที่เด่นระฟ้า ตลอดจนความน่าอัศจรรย์ใจของแท่งหินที่เรียกว่า  Three Gossips มีลักษณะเป็นรูปคล้ายกับคนสามคนยืนเรียงรายกันอยู่ , Balanced Rock เป็นต้น

  • สถานที่ที่เรียกว่า Windows Section สัมผัสกับซุ้มหินโค้ง North Window และ South Window  ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับหน้าต่างบานใหญ่ๆ มองออกไปเห็นภาพทิวทัศน์จนสุดลูกหูลูกตา
  • Devil’s Garden เป็นสถานที่อันพิศวงและน่าค้นหา จนไม่อาจละสายตาได้เพราะคล้ายคลึงกับดินแดนในเทพนิยาย  เมื่อเดินเข้าไปประมาณ 1.5 กม. จะพบกับซุ้มหินโค้งที่มีขนาดความยาวมากกว่า 18 เมตร ได้แก่  Delicate Arch กับ Landscape Arch  ซึ่งเป็นซุ้มหินโค้งที่มีความยาวมากที่สุดในโลกอีกหนึ่งแห่งและมีชื่อเสียงโด่งดัง
  • พักที่ Moab

DAY 8 : Moab – Bryce Canyon National Park

  • มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติ ไบรซ์ แคนยอน (Bryce Canyon Nation Park) สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในไบรซ์แคนยอน คือ แท่งหินยอดแหลม หรือเรียกกันว่า ฮูดู (Hoodoos) เรียงรายกันเป็นแนวยาว สูงตระหง่านเสียดฟ้า ดูสวยแปลกตา เพราะมีรูปทรงที่แปลกประหลาดแต่น่าชวนมอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แท่งหินยอดแหลม กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของไบรซ์แคนยอน

  • พักที่ ใกล้กับ  Bryce Canyon

DAY 9 : Bryce Canyon – Zion National Park – Las Vegas

  • เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ Zion National Park  แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักเดินทาง ที่ชื่นชอบธรรมชาติ เดินป่า การผจญภัย และปีนเขาให้มาสัมผัสธรรมชาติและความท้าทาย โดยสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ในบริเวณนี้ มากไปด้วยทะเลทรายอันกว้างใหญ่

  • เดินทางกลับสู่เมทือง Las vegas คืนนี้พักที่ Las vegas

DAY 10 : Las Vegas – Idaho falls – Teton

  • เช้า อิสระตามอัธยาศัย ช่วงบ่ายเตรียมกลับไทย 
  • เดินทางไปยังเมือง Idaho Falls โดยสายการบินภายในประเทศ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Salt Lake City 

  • เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน (Grand Teton National Park) สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติกันอย่างจุใจ อีกทั้งอุทยานแห่งชาติไวโอมิง ยังถือเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง
  • พักที่ teton

DAY 11 : Teton – Yellowstone

  • ชมภูเขาแกรนด์ทีทอน (Grand Teton Mountain) เป็นอุทยานที่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว สภาพผืนป่าเป็นทะเลสาบ สลับกับทุ่งหญ้ากว้าง มีทัศนียภาพของภูเขาที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ที่โดดเด่นอย่างมากคือกวางมูส ซึ่งเป็นกวางขนาดใหญ่และยังมีชีวิตอยู่ในอุทยานแห่งนี้ ตลอดจนสัตว์ป่าสายพันธุ์อื่นๆ เช่น สิงโตภูเขา นกอินทรีหัวล้าน วัวกระทิง เป็นต้น
  • เดินทางสู่อุทยานแห่งแรกของโลก อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone Plateau)
  • คืนนี้พักที่ Yellow Stone

DAY 12 : Yellowstone National Park

  • อุทยานแห่งแรกของอเมริกา อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน (Yellowstone Plateau) อุทยานแห่งนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ตั้งของทะเลสาบเยลโลวสโตน หนึ่งในทะเลสาบที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และสูงที่สุดในทวิปอเมริกาเหนืออีกด้วย
  • นำคณะชม แมมมอธ ฮอตสปริง (Mammoth Hot Springs) สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามตระการตาของบ่อน้ำพุร้อนอายุนับพันปีที่สลับซับซ้อนบนเนินเขา
  • นำท่านชม บ่อน้ำพุร้อนนอริส (Norris Gerser Basin) เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดความเปลี่ยนแปลงบ่อยที่สุดในอุทยานและยังมีอุณหภูมิที่สูงที่สุดอีกด้วย
  • นำชม แกรนด์แคนยอนแห่งเยลโลสโตน (Grand Canyon of Yellowstone) ซึ่งเป็นหุบเหวที่เกิดขึ้นจากเหตุภูเขาไฟระเบิดทำให้เกิดการแยกตัวของพื้นโลก ตลอดจนการเคลื่อนตัวของน้ำแข็งในยุคที่น้ำแข็งละลาย จึงกลายมาเป็นหุบเหวเช่นในปัจจุบัน 

  • คืนนี้พักที่ Yellow Stone

DAY 13 : Yellowstone – Idaho falls – San Francisco

  • เดินทางกลับเมือง Idaho Falls (ประมาณ 2 ชม.) เพื่อเดินทางไปยังสนามบิน จุดหมายปลายทางสู่ ซานฟรานซิสโก
  • เดินทางชม Golden Gate Bridge เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นและสวยงามไปด้วยทัศนียภาพ เป็นสะพานที่เชื่อมไปยัง Marin Country โดยมีอายุการสร้างมากว่า 65 ปี มีกิจกรรมที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย คือ การปั่นจักรยาน หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเพลินๆ

  • ชมฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ (Fisherman’s Wharf) ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือของชาวประมงที่มีความสำคัญอีกหนึ่งแห่งทางด้านประวัติศาสตร์ โดยท่าเทียบเรือแห่งนี้เป็นตลาดขายส่งปลา และถูกพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน
  • คืนนี้พักที่เมือง ซานฟรานซิสโก

DAY 14 : San Francisco

  •  เชคอินสายการบิน EVA Air (แวะเปลี่ยนเครื่องที่ไทเป)
  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

DAY 1: Bangkok – Las Vegas

  •  เดินทางถึงลอสแองเจลลิส จากนั้นเดินทางไปยังเมือง ลาสเวกัส

DAY 2 : Las Vegas – Grand Canyon

  • เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park) ของมลรัฐแอริโซนา ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของมลรัฐแอริโซนา
  • เดินทางเข้าสู่ที่พัก Grand Canyon

DAY 3 :Grand canyon – Hourshoe bend – Lake powell – Page 

  • เดินทางไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของแกรนด์แคนยอน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตระการตากับการชมหุบเขาขนาดใหญ่ที่มีความสูงและลึก อันเกิดจากชั้นหินสูงและแม่น้ำโคโลราโด (Colorado River) ที่ไหลผ่านที่ราบสูงอย่างสม่ำเสมอ จึงเกิดการสึกกร่อน และพังทลายของหินเป็นเวลากว่า 225 ล้านปีมาแล้ว
  • เดินทางไปเที่ยวชม Horseshoe Bend ซึ่งเป็นจุดโค้งของแม่น้ำ Colorado ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยสถานที่แห่งนี้ เกิดขึ้นจากการกัดเซาะทำให้มีรูปร่างคล้ายเกือกม้า
  • Lake Powell เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่ง โดยสาเหตุของการเกิดแหล่งน้ำแห่งนี้  เนื่องจากการสร้างเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนกันน้ำ Colorado
  • เข้าสู่ที่พักที่เมือง Page ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ใน Arizona ที่มีความพิเศษอย่างมาก  เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ ซึ่งต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง
  • พักที่ Page

Day 4 : Upper Antelope – Lower Antelope – Page
 

  • เดินทางไปชม Upper Antelope Canyon หุบเขาที่น่าพิศวงและอันตรายที่สุด การจะเข้าไปชมนั้นต้องติดต่อขอนุญาตจากทางอุทยาน Navajo เท่านั้น โดยจะมีไกด์ ซึ่งเป็นชาว Navajo เป็นผู้นำทาง Navajo Sandstone จะเกิดภาพสะท้อนที่สวยงามแปลกตาที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละฤดูกาล เนื่องจากการหักเหของแสงอาทิตย์จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลต่างๆ เช่น ฤดูร้อน แสงอาทิตย์จะเจิดจ้าเป็นพิเศษ จึงทำให้แสงเป็นโทนสีส้ม สีแดง ส่วนฤดูใบไม้ร่วง แสงอาทิตย์จะอ่อนลง

  • Lower Antelope Canyon เพราะเป็นลักษณะของหุบเขาหินทรายสีแดง อันเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ผ่านมาอย่างยาวนาน โดยมีการกัดเซาะของน้ำ ลม และแสงแดด จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดเป็นร่องหินต่างๆ ที่มากด้วยสีสัน
  • พักที่ Page

Day 5 : Monument Valley – Moab  

  • เดินทางไปยัง Monument valley  เป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยซากหินรูปร่างลักษณะแปลกตา ก่อตัวขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆราวกับมนุษย์สร้าง เช่น หินรูปทรงปราสาท เป็นหินที่มีลักษณะยอดราบ และอื่นๆอีกหลายรูปแบบ  โดยหุบเขาของหินประหลาดแห่งนี้ จะถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินทรายสีแดงที่มีอายุมากกว่า 50 ล้านปี

  • นำท่านเดินทางไปยังเมือง Moab ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆของรัฐยูท่าห์ แต่โดดเด่นไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแนว Adventure จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยให้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย
  • พักที่ Moab

Day 6 : Canyonlands – Moab

  • ชม Canyonlands อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ ความโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัส มากไปด้วยสีสันที่เกิดจากการกัดเซาะของหิน ในหุบเขา Mesas และ Buttes โดยแม่น้ำ Colorado และ แม่น้ำ Green เอกลักษณ์ที่สำคัญของอุทยาน โดยเชื่อว่า ซุ้มหินโค้งเว้าเหล่านี้ ปรากฎอยู่เป็นระยะเวลานานมากกว่าล้านปีมาแล้ว

  • พักที่ Moab

Day 7 : Arches National Park – Moab

  • นำท่านไปยังอุทยานแห่งชาติ Arches National Park เป็นอุทยานที่มีความโดดเด่นและพิเศษอย่างมาก เพราะมากไปด้วยหินโค้งกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะ  Land Scape เป็นสะพานหินโค้งที่ยาวที่สุด มีความสูงเหนือแองหินขนาดใหญ่ เปรียบได้กับความสูงเท่าตึก 7 ชั้น จึงกลายเป็นจุดเด่นที่สุดในอุทยานแห่งนี้
  • Park Avenue ซึ่งเป็นชื่อของหน้าผา ที่เด่นระฟ้า ตลอดจนความน่าอัศจรรย์ใจของแท่งหินที่เรียกว่า  Three Gossips มีลักษณะเป็นรูปคล้ายกับคนสามคนยืนเรียงรายกันอยู่ , Balanced Rock เป็นต้น

  • สถานที่ที่เรียกว่า Windows Section สัมผัสกับซุ้มหินโค้ง North Window และ South Window  ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับหน้าต่างบานใหญ่ๆ มองออกไปเห็นภาพทิวทัศน์จนสุดลูกหูลูกตา
  • Devil’s Garden เป็นสถานที่อันพิศวงและน่าค้นหา จนไม่อาจละสายตาได้เพราะคล้ายคลึงกับดินแดนในเทพนิยาย  เมื่อเดินเข้าไปประมาณ 1.5 กม. จะพบกับซุ้มหินโค้งที่มีขนาดความยาวมากกว่า 18 เมตร ได้แก่  Delicate Arch กับ Landscape Arch  ซึ่งเป็นซุ้มหินโค้งที่มีความยาวมากที่สุดในโลกอีกหนึ่งแห่งและมีชื่อเสียงโด่งดัง
  • พักที่ Moab

DAY 8 : Moab – Bryce Canyon National Park

  • มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติ ไบรซ์ แคนยอน (Bryce Canyon Nation Park) สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในไบรซ์แคนยอน คือ แท่งหินยอดแหลม หรือเรียกกันว่า ฮูดู (Hoodoos) เรียงรายกันเป็นแนวยาว สูงตระหง่านเสียดฟ้า ดูสวยแปลกตา เพราะมีรูปทรงที่แปลกประหลาดแต่น่าชวนมอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แท่งหินยอดแหลม กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของไบรซ์แคนยอน

  • พักที่ ใกล้กับ  Bryce Canyon

DAY 9 : Bryce Canyon – Zion National Park – Las Vegas

  • เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ Zion National Park  แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักเดินทาง ที่ชื่นชอบธรรมชาติ เดินป่า การผจญภัย และปีนเขาให้มาสัมผัสธรรมชาติและความท้าทาย โดยสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ในบริเวณนี้ มากไปด้วยทะเลทรายอันกว้างใหญ่

  • เดินทางกลับสู่เมทือง Las vegas คืนนี้พักที่ Las vegas

DAY 10 : Las Vegas – Idaho falls – Teton

  • เช้า อิสระตามอัธยาศัย ช่วงบ่ายเตรียมกลับไทย 
  • เดินทางไปยังเมือง Idaho Falls โดยสายการบินภายในประเทศ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Salt Lake City 

  • เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน (Grand Teton National Park) สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติกันอย่างจุใจ อีกทั้งอุทยานแห่งชาติไวโอมิง ยังถือเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง
  • พักที่ teton

DAY 11 : Teton – Yellowstone

  • ชมภูเขาแกรนด์ทีทอน (Grand Teton Mountain) เป็นอุทยานที่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว สภาพผืนป่าเป็นทะเลสาบ สลับกับทุ่งหญ้ากว้าง มีทัศนียภาพของภูเขาที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ที่โดดเด่นอย่างมากคือกวางมูส ซึ่งเป็นกวางขนาดใหญ่และยังมีชีวิตอยู่ในอุทยานแห่งนี้ ตลอดจนสัตว์ป่าสายพันธุ์อื่นๆ เช่น สิงโตภูเขา นกอินทรีหัวล้าน วัวกระทิง เป็นต้น
  • เดินทางสู่อุทยานแห่งแรกของโลก อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone Plateau)
  • คืนนี้พักที่ Yellow Stone

DAY 12 : Yellowstone National Park

  • อุทยานแห่งแรกของอเมริกา อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน (Yellowstone Plateau) อุทยานแห่งนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ตั้งของทะเลสาบเยลโลวสโตน หนึ่งในทะเลสาบที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และสูงที่สุดในทวิปอเมริกาเหนืออีกด้วย
  • นำคณะชม แมมมอธ ฮอตสปริง (Mammoth Hot Springs) สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามตระการตาของบ่อน้ำพุร้อนอายุนับพันปีที่สลับซับซ้อนบนเนินเขา
  • นำท่านชม บ่อน้ำพุร้อนนอริส (Norris Gerser Basin) เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดความเปลี่ยนแปลงบ่อยที่สุดในอุทยานและยังมีอุณหภูมิที่สูงที่สุดอีกด้วย
  • นำชม แกรนด์แคนยอนแห่งเยลโลสโตน (Grand Canyon of Yellowstone) ซึ่งเป็นหุบเหวที่เกิดขึ้นจากเหตุภูเขาไฟระเบิดทำให้เกิดการแยกตัวของพื้นโลก ตลอดจนการเคลื่อนตัวของน้ำแข็งในยุคที่น้ำแข็งละลาย จึงกลายมาเป็นหุบเหวเช่นในปัจจุบัน 

  • คืนนี้พักที่ Yellow Stone

DAY 13 : Yellowstone – Idaho falls – San Francisco

  • เดินทางกลับเมือง Idaho Falls (ประมาณ 2 ชม.) เพื่อเดินทางไปยังสนามบิน จุดหมายปลายทางสู่ ซานฟรานซิสโก โดยสายการบินภายในประเทศ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ Salt Lake City
  • เมืองซานฟรานซิสโก (c) ซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็ก แต่มากไปด้วยสถานท่องเที่ยวอย่างหลากหลายและคราคร่ำไปด้วยผู้คน

DAY 14 : San Francisco – Yosemite

  • เดินทางสู่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี้ (Yosemite National Park) ในอดีตหุบเขาแห่งนี้ถูกน้ำแข็งตัดผ่าน จนมีกว้างของหุบเขา 1.6 กิโลเมตร มีความโดดเด่นไปด้วยภูเขาหินขนาดใหญ่สองลูกที่ตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ นั่นคือ ฮาล์ฟโดม(Half Dome) และ แอลแคปปิตอล (EI Capital)

DAY 15 : Yosemite

  • ชมทะเลสาบโมโน (Mono Lake) หรือ An Alien Landscape เป็นทะเลสาบที่มีทัศนียภาพที่น่าสนใจ เพราะบนผืนน้ำจะสลับไปด้วยโขดหินแหลมรูปทรงแปลกตา แต่ทะเลสาบแห่งนี้ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มากไปด้วยการปนเปื้อนของสารหนู

DAY 16 : Yosemite – San Francisco

  • นำท่านเดินทางกลับเมือง San Francisco
  • ชม Golden Gate Bridge เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นและสวยงามไปด้วยทัศนียภาพ เป็นสะพานที่เชื่อมไปยังMarin Country โดยมีอายุการสร้างมากว่า 65 ปี มีกิจกรรมที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย คือ การปั่นจักรยาน หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเพลินๆ

  • ชมฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ (Fisherman’s Wharf) ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือของชาวประมงที่มีความสำคัญอีกหนึ่งแห่งทางด้านประวัติศาสตร์ โดยท่าเทียบเรือแห่งนี้เป็นตลาดขายส่งปลา และถูกพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

DAY 17 :  San Francisco – Bangkok

  • นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ เชคอินสายการบิน EVA Air (แวะเปลี่ยนเครื่องที่ไทเป) Flight – BR7 13.00-17.30 และ BR205 20.45-23.30

  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
07-Jul 08-Aug 09-Sep 2024 Africa

ทัวร์มาดากัสก้าร์

Madagascar

เมือง Anchorage • ชมทะเลสาบ Byers Lake  • อุทยานแห่งชาติDenal • เมือง Fairbanks • ทะเลสาบ Summit Lake • ธารน้ำแข็ง Matanuska Glacier • Alaska Sealife Center • เที่ยวอุทยานแห่งชาติ Kenai Fjords • ชมธารน้ำแข็ง Exit Glacier

short brief
สรุปทัวร์อลาสก้าโดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ – มอริเชียส
วันที่ 2 : Mauritius – Chamarel Falls – Rum Factory – Seven Coloured Earths
วันที่ 3 : Mauritius – Antananarivo
วันที่ 4 : Reptiles farm – Andasibe National Park
วันที่ 5 : Andasibe – Marozevo Exotic Farm – Lemurs Park – Antananarivo
วันที่ 6 : Antananarivo City Tour
วันที่ 7 : Antananarivo – Morondava – Betahina
วันที่ 8 : Morondava
วันที่ 9 : Morondava – Antananarivo
วันที่ 10 : Antananarivo – Reunion – Léon Dierx Museum – Jardin de l’État
วันที่ 11 : Reunion – Plaine des Sables – Piton de laFournaise – Bangkok
วันที่ 12 : Bangkok

  • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง
  • นำทริปโดย Driver Guide คนไทย (รอรับที่สนามบินปลายทาง
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท
  • พักเดี่ยว 000

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารเช้า
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • เรือข้ามฟาก (ถ้ามี)
  • ผู้นำทริปคนไทย (Driver Guide)
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ดำเนินการขอวีซ่าให้ 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และภายในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่ากิจกรรมนอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

09.30 น. พบที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เดินทางไปมอริเชียส

พักที่ Mauritius

Day 2

Mauritius • Chamarel Falls • Rum Factory • Seven Coloured Earths

เที่ยวชมเมืองพอร์ตลูอิส เมืองหลวงของสาธารณรัฐมอริเชียส หรือที่รู้จักในนาม เกาะมอริเซียส ดินแดนสวรรค์นอกชายฝั่งแอฟริกา กลางมหาสมุทรอินเดีย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึก ณ.ตลาดกลาง Central Market

ชมความงามของปากปล่องภูเขาไฟ Trou Aux Cerfs ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่กลางเมืองคูเรปิเป แวะถ่ายรูปกับจุดชมวิว Black river gorges ท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของป่าเขา และน้้ำตกที่สุดสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศมอริเชียส
 
เดินทางสู่ ทะเลสาบแห่งแม่น้ำคงคา Grand Bassin Sacred Lake เป็น ทะเลสาบอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนอินเดียในประเทศมอริเชียสสร้างขึ้นเพื่อ เป็นเกียรติแก่ พระศิวะที่พวกเขาเคารพนับถือ และในสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดฮินดู ที่ประดิษฐานของรูปเคารพของเหล่าเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ตามศาสนาฮินดู
 
เดินทางสู่ โรงงานผลิตรัม Rum Factory ซึ่งบนเกาะแห่งนี้ประชาชนนิยมปลูกอ้อย ทาให้รัมเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงมาก อิสระให้ท่านเยี่ยมชมกรรมวิธีการผลิตและทดลองดื่ม ชมน้ำตกชามาเรล Chamarel Falls มีความสูง 90 เมตร ผ่านทางเส้นทางเวิ้ง ซึ่งเป็นอ่าวที่มีความสวยงามอีกแห่งของมอริเชียส 
 
เดินทางสู่เนินทราย 7 สี Seven Coloured Earths ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของหินลาวา ซึ่งเป็นหินบะซอลล์ กลายเป็นโคลนและได้เปลี่ยนมาเป็นทรายในที่สุด ซึ่ง 7 สีนั้น ประกอบไปด้วย สีแดง น้ำตาล ม่วงเข้ม เขียว น้ำเงิน ม่วงอ่อน เหลือง จึงได้รับการขนานนามว่า เนินทรายเจ็ดสี 
 

Day 3

Mauritius • Antananarivo

อิสระช่วงเช้าเก็บสัมภาระ หรือเดินเล่นรอบๆโรงแรม

11.30 น. เดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อไปยังเมือง Antananarivo โดยสายการบิน Air Mauritius เที่ยวบินที่ MK288 เวลา 14.10 น.

15.05 น. เดินทางถึงสนามบินอิวาโต แห่งกรุงอันตานานาริโว ประเทศมาดากัสการ์ แผ่นดินมหัศจรรย์ สวรรค์ของผู้รักธรรมชาติ

นําท่านเลือกซื้อของฝาก ณ ตลาดลาดีค (La Digue) ตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าหัตถกรรมของมาดากัสการ์ เป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากที่สุด อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากที่มีตั้งแต่ ตะกร้าพื้นเมืองสีสันแสบตาผลิตภัณฑ์จากผ้าปักต่างๆ ฟอสซิลหอย หรือ จะเป็นแอมโมไนต์ หินสี พลอย และอัญมณี เครื่องดนตรีพื้นเมืองของตกแต่งบ้านอื่น ๆ อีกมากมาย

 

Day 4

Reptiles farm • Andasibe National Park

Reptiles farm เป็นฟาร์มกิ้งก่า และสัตว์แปลกต่างๆ และสัตว์ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ กิ้งก่า camelion มีสีสรรสวยงามมาก

เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ (Andasibe National Park) อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย Andasibe-Mantadia National Park อุทยานแห่งนี้ได้ถูกจารึกไว้ในมรดกโลกในปี 2007 เป็นส่วนหนึ่งของป่าฝนของ Atsinanana อุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ประมาณ 155 ตารางกิโลเมตร พื้นที่คุ้มครองอยู่ประมาณ 150 ตารางกิโลเมตรและตั้งอยู่ทางตะวันออกของอันตานานาริโว

Day 5

Andasibe • Marozevo Exotic Farm • Lemurs Park • Antananarivo

แวะชมฟาร์มมาโรเซโว (Marozevo Exotic Farm) อีกหนึ่งที่ ที่จะได้พบกับสัตว์หายากนานาชนิด เช่น กิ้งก่าคาเมเลี่ยน (Chameleon) สีสันแสบตา จิ้งหรีด กบหายาก นกแก้วสีดำ และ ผีเสื้อหลากสีสวยงาม รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ หลายสายพันธุ์สามารถพบได้ที่มาดากัสการ์เท่านั้น

จากนั้นเดินทางกลับเมือง Antananarivo ชมเมืองอันตานานาริโว มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยมาดากัสการ์ (Democratic Republic of Madagascar) เป็นเกาะใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลก รอง จาก กรีนแลนด์(Greenland) นิวกินี(Newgini) และบอร์เนียว(Borneo) วัดจากเหนือจรดใต้ยาว 1,600 กิโลเมตร มีขนาดพื้นที่เกือบเท่าครึ่งของประเทศฝรั่งเศส และใหญ่กว่าประเทศไทย 70,000 กว่าตารางกิโลเมตร

ระหว่างทางชมศูนย์อนุรักษ์ลิเมอร์ Lemurs Park ซึ่งเป็นศูนย์อนุรักษ์ลิเมอร์ที่มีชื่อเสียงแห่งเกาะมาดากัสการ์ให้ท่านได้สัมผัสลิเมอร์ และ เก็บภาพความน่ารักของลิเมอร์นานาชนิด ที่มีมากมายในศูนย์อนุรักษ์แห่งนี้ 

 

Day 6

Antananarivo City Tour

เข้าชมพระราชวังหลวงรูวา (Rova of Antana narivo) เป็นที่ประทับของประมุขของมาดากัสการ์ในสมัยราชวงศ์เมรีนา ช่วง คศ.17-18 รวมทั้งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรมาดากัสการ์ทุกพระองค์ ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงอันตานานาริโว 

ถ่ายรูปกับทําเนียบนายกรัฐมนตรี (Prime Minister Palace)

นําท่านเที่ยวชมจัตุรัสแห่งอิสรภาพ (Independence Square) สถานที่แห่งการรําลึกถึงการ ประกาศอิสระภาพของประเทศมาดากัสการ์

ชมป้อมปราการโบราณสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 15 ภายในจัดแสดงวัตถุโบราณและอาวุธที่ใช้ในการป้องกันการรุกรานจากศัตรู ซึ่งบริเวณป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นบนเนินเขา จึงทําให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองอันตานานาริโว ได้โดยรอบ 

 

Day 7

Antananarivo • Morondava • Betahina

อิสระช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้า และตลาดของที่ระลึก ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

 เหินฟ้าสู่เมือง Morondava ประตูสู่ป่าเบาบับอันขึ้นชื่อแห่งเกาะมาดากัสการ์ โดยสายการบิน Tsaradia เที่ยวบินที่ TZ702

บ่าย ถึงเมือง Morondava ตั้งอยู่ริมทะเล ซึ่งมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ มีชายฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศโมซัมบิก โดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง 

เดินทางสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นโดยการล่องเรือชมธรรมชาติของชายป่าโกงกาง ซึ่งสามารถออกสู่ทะเลได้ นาท่านเดินทางสู่ เกาะ Betahina เพื่อแวะเที่ยวหมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงการดารงชีพด้วยการจับปลาและสัตว์น้ำต่างๆในแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน 

ได้เวลาแวะถ่ายรูปกับหาดโมรอนดาวา Morondava Beach ซึ่งเป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อแห่งเมืองโมรอนดาวา อิสระให้ท่านได้เดินเล่นพร้อมเก็บภาพธรรมชาติอันสวยงามแห่งเมืองโมรอนดาวา

Day 8

Morondava

นั่งรถแบบ 4WD มุ่งหน้าสู่ ป่าแล้ง Kirindy Dry Forest (ระยะทางประมาณ 60 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชั่วโมง) หนึ่งในระบบนิเวศน์ที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก ซึ่งมีความแตกต่างจากป่าฝนที่อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบทางฝั่งตะวันออก เนื่องจากเป็นป่าที่มีต้นไม้และหญ้าแห้งขึ้นปกคลุมจนได้สมญานามว่า “ป่าแล้ง” อย่างไรก็ดีป่าแห่งนี้ยังคงเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิดไม่ว่าจะเป็น Fosa สัตว์นักล่าประจำถิ่นที่สามารถพบได้ที่มาดากัสก้าเท่านั้น หรือ ลีเมอร์บางสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในป่าแล้ง นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิดที่มีรูปร่างแปลกตา 

เดินทางสู่ Avenue of the Baobabs ซึ่งมีต้นเบาบับตลอดช่วงสองข้างทางในระหว่างรอยต่อของเมือง Belon’i Tsiribihina กับ Morondava ต้นเบาบับถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาดากัสการ์ เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุด และใหญ่ที่สุดในโลก จนได้รับสมญานามว่า Tree of life หรือต้นไม้แห่งชีวิต

แวะชมและถ่ายรูปกับต้นเบาบับรักกัน Baobab Amoureux หรือ Baobab lover ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และเพลิดเพลินกับ เบาบับ อัลเลย์ ซึ่งเป็นช่วงถนนลูกรัง ที่ท่านจะได้พบกับแนวต้นเบาบับ ที่มีรูปทรงสวยงาม และแปลกตามากมาย ทอดยาวไปตามถนนกว่า 260 เมตร และบางต้นนั้นมีความสูงกว่า 30 เมตร มีอายุมากกว่า 800 ปี ส่วนใหญ่เป็นต้นเบาบับจากสายพันธุ์ Adansonia Grandidieri รอชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามยิ่งแห่งผืนป่าเบาบับแห่งนี้

 

Day 9

Morondava - Antananarivo

อิสระช่วงเช้าเก็บสัมภาระเพื่อเตรียมตัวไปยังสนามบิน ออกเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางกลับเมือง Antananarivo โดยสายการบิน Tsaradia เที่ยวบินที่ TZ703 เวลา 14.55 น.

เดินทางถึงสนามบินเมือง Antananarivo เดินเล่นชมเมือง หรือจะแวะซื้อของฝากที่ตลาดท้องถิ่นตามอัธยาศัย

 

Day 10

Antananarivo • Reunion • Léon Dierx Museum • Jardin de l'État

ไปยังสนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางไปยังเมือง Reunion โดยสายการบิน  Air Madagascar เที่ยวบินที่ MD18 (09.10-11.50)

นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ (Léon Dierx Museum) อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวของคนรักศิลปะ โดยภายในพิพิธภัณฑ์นั้น ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1911 ภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับผลงานศิลปะร่วมสมัยและศิลปะสมัยใหม่เป็นจำนวนมาก

ชมสวนพฤกษศาสตร์ Jardin de l’État อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของเมือง โดยสวนพฤกษศาสตร์ถูกสร้างข้ึนในปีค.ศ. 1767 – 1773 อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติซึ่งเปิดทำการในสิงหาคม 1855 ภายในสวนพฤกษศาสตร์ Jardin de l’État นั้น มีการจัดแสดงเกี่ยวกับพันธุ์ไม้พื้นเมืองและพันธุ์ไม้หายากกวา่ 50 ชนิด 

ไปยัง La Roche Écrite จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สำคัญของเมืองแซงต์ เดอนีส์ โดยจุดชมวิวแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร ณ จุดชมวิวแห่งนี้ท่านจะได้ชื่นชมความงดงามของวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติภูเขาสูงชัน อันสลับซับซ้อน รวมไปถึงกิจกรรมเดินป่าตามเส้นทางอันแสนท้าทายอีกด้วย

 

Day 11

Reunion • Plaine des Sables • Piton de laFournaise • Bangkok

เดินทางสู่ทุ่งแปลน เด ซาบล์ส (Plaine des Sables) เพื่อชมหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกที่สวยงามและอศัจรรยย์ิ่ง ลัดเลาะผ่านทุ่งหญ้าปศุสัตว์ อันเขียวขจี นำท่านแวะถ่ายรูปอันนาประทับใจของทิวทัศน์เทือกเขาสลับซับซ้อนตระการตา 

มุ่งหน้าชมความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟ ปี ตงเดอลาฟูร์แนซ (Piton de laFournaise) หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกกรุ่นอยู่และมีการระเบิดอยู่อย่างต่อเนื่องทุกปีภูเขาไฟรูปโล่ตั้งอยู่บนปลายเกาะรียูเนี่ยน ทางตะวันออก มีความสูง 2,631 เมตร (8,632 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล ซึ่งบางครั้งเรียกว่าเป็นพี่น้องกับ ภูเขาไฟเกาะฮาวาย เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันทางด้านภูมิอากาศและธรรมชาติมีการระเบิดขึ้นกว่า 100ครั้ง ตั้งแต่ปีพ.ศ.2183 เป็นต้นมา และยังเป็นที่จับ ตามองมาถึงปัจจุบันการระเบิดคร้ังสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวัน ที่4 เมษายน พ.ศ. 2550 ภูเขาไฟลูกนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของเกาะรียูเนียนเมื่อประมาณ 3 ล้านปีก่อน ภูเขาไฟแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติรียูเนียน และยังได้รับการยกย่องจากองคก์ารยเูนสโกเป็นมรดกโลกอีกด้วย

(การชมบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ ทางไกด์ท้องถิ่นจะแจ้งให้ทราบอีกคร้ังเนื่องจากต้องดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก) 

18.00 น. เหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบิน AIR AUSTRAL เที่ยวบินที่ UU887

 

 

Day 12

เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริป xxx ที่ผ่านมา

xxx xxxx xx xxxx. xxxxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

ทัวร์ xxxx

xxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

xxxxxxxxxxxx

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนใขทริป 

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

ทัวร์มาดากัสก้าร์

จุดเด่นทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: Bangkok – Mauritius

  • นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถว L ประตู 5 ทีมงานอำนวยความสะดวกเช็คอิน สายการบิน AIR AUSTRAL เที่ยวบินที่ UU888 ออกเดินทางเวลา 09.50 น. บินสู่ สนามบินโรลอง การ์รอส  (ใช้เวลาบินประมาณ 7.35 ชั่วโมง)
  • เดินทางถึง สนามบินโรลอง การ์รอส (Roland Garros) เกาะรียูเนียน (Reunion) แล้วต่อเครื่องไปยังเกาะมอริเชียส
  • ออกเดินทางจากสนามบินโรลอง การ์รอส สู่สนามบินมอริเชียส โดยเที่ยวบิน UU108(ใช้เวลาบินประมาณ 45 นาที)

  • เดินทางถึงสนามบินมอริเชียส นําท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

DAY 2 :  Mauritius – Chamarel Falls – Rum Factory – Seven Coloured Earths  

  • นำท่านเที่ยวชมเมืองพอร์ตลูอิส เมืองหลวงของสาธารณรัฐมอริเชียส หรือที่รู้จักในนาม เกาะมอริเซียส ดินแดนสวรรค์นอกชายฝั่งแอฟริกา กลางมหาสมุทรอินเดีย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึก ณ.ตลาดกลาง Central Market
  • ชมความงามของปากปล่องภูเขาไฟ Trou Aux Cerfs ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่กลางเมืองคูเรปิเป
  • แวะถ่ายรูปกับจุดชมวิว Black river gorges ท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของป่าเขา และน้้ำตกที่สุดสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศมอริเชียส
  • จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบแห่งแม่น้ำคงคา Grand Bassin Sacred Lake เป็น ทะเลสาบอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนอินเดียในประเทศมอริเชียสสร้างขึ้นเพื่อ เป็นเกียรติแก่ พระศิวะที่พวกเขาเคารพนับถือ และในสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดฮินดู ที่ประดิษฐานของรูปเคารพของเหล่าเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ตามศาสนาฮินดู
  • นำท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตรัม Rum Factory ซึ่งบนเกาะแห่งนี้ประชาชนนิยมปลูกอ้อย ทาให้รัมเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงมาก อิสระให้ท่านเยี่ยมชมกรรมวิธีการผลิตและทดลองดื่ม
  • นำท่านเดินทางสู่ น้ำตกชามาเรล Chamarel Falls มีความสูง 90 เมตร ผ่านทางเส้นทางเวิ้ง ซึ่งเป็นอ่าวที่มีความสวยงามอีกแห่งของมอริเชียส
  • เดินทางสู่เนินทราย 7 สี Seven Coloured Earths ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของหินลาวา ซึ่งเป็นหินบะซอลล์ กลายเป็นโคลนและได้เปลี่ยนมาเป็นทรายในที่สุด ซึ่ง 7 สีนั้น ประกอบไปด้วย สีแดง น้ำตาล ม่วงเข้ม เขียว น้ำเงิน ม่วงอ่อน เหลือง จึงได้รับการขนานนามว่า เนินทรายเจ็ดสี

DAY 3 : Mauritius – Antananarivo

  • อิสระช่วงเช้าเก็บสัมภาระ หรือเดินเล่นรอบๆโรงแรม
  • เดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อไปยังเมือง Antananarivo โดยสายการบิน Air Mauritius เที่ยวบินที่ MK288 เวลา 14.10 น.
  • เดินทางถึงสนามบินอิวาโต แห่งกรุงอันตานานาริโว ประเทศมาดากัสการ์ แผ่นดินมหัศจรรย์ สวรรค์ของผู้รักธรรมชาติ
  • นําท่านเลือกซื้อของฝาก ณ ตลาดลาดีค (La Digue) ตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าหัตถกรรมของมาดากัสการ์ เป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากที่สุด อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากที่มีตั้งแต่ ตะกร้าพื้นเมืองสีสันแสบตาผลิตภัณฑ์จากผ้าปักต่างๆ ฟอสซิลหอย หรือ จะเป็นแอมโมไนต์ หินสี พลอย และอัญมณี เครื่องดนตรีพื้นเมืองของตกแต่งบ้านอื่น ๆ อีกมากมาย

Day 4 : Reptiles farm – Andasibe National Park

  • Reptiles farm เป็นฟาร์มกิ้งก่า และสัตว์แปลกต่างๆ และสัตว์ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ กิ้งก่า camelion มีสีสรรสวยงามมาก
  • เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ (Andasibe National Park) อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย Andasibe-Mantadia National Park อุทยานแห่งนี้ได้ถูกจารึกไว้ในมรดกโลกในปี 2007 เป็นส่วนหนึ่งของป่าฝนของ Atsinanana อุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ประมาณ 155 ตารางกิโลเมตร พื้นที่คุ้มครองอยู่ประมาณ 150 ตารางกิโลเมตรและตั้งอยู่ทางตะวันออกของอันตานานาริโว

Day 5 : Andasibe – Marozevo Exotic Farm – Lemurs Park – Antananarivo

  • แวะชมฟาร์มมาโรเซโว (Marozevo Exotic Farm) อีกหนึ่งที่ ที่จะได้พบกับสัตว์หายากนานาชนิด เช่น กิ้งก่าคาเมเลี่ยน (Chameleon) สีสันแสบตา จิ้งหรีด กบหายาก นกแก้วสีดำ และ ผีเสื้อหลากสีสวยงาม รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ หลายสายพันธุ์สามารถพบได้ที่มาดากัสการ์เท่านั้น
  • จากนั้นเดินทางกลับเมือง Antananarivo ชมเมืองอันตานานา