Categories
07-Jul 08-Aug China Tour

ทัวร์เขาไกรลาส ขุนเขาแห่งศรัทธา

logo-freedoka

Kailash

เมืองลาซา • Potala Palace • วัดเซรา • Barkhor Street • Yamdrok lake • ธารน้ำแข็ง Kharola Glacier • เจดีย์เจียนเซ่ คุมบุม • วัดทาชิลุนโป 
อาราม • Rongbuk Monastery • ชมยอดเขาเอเวอเรสต์ • หรือ ทะเลสาบมาปาม • ภูเขาไกรลาส • วัดโถหลิง 

วันที่จัดทริป

28 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • เมืองลาซา
  • พระราชวังฤดูหนาว (Potala Palace)
  • วัดเซรา
  • Barkhor Street หรือ ถนนแปดเหลี่ยม
  • Yamdrok lake
  • ธารน้ำแข็ง Kharola Glacier
  • เจดีย์เจียนเซ่ คุมบุม (Gyangtse Kumbum Stupa)
  • วัดทาชิลุนโป (Tashilhunpo Monastery)
  • อาราม Rongbuk Monastery
  • ชมยอดเขาเอเวอเรสต์
  • ทะเลสาบมานัสโรวาร์ หรือ ทะเลสาบมาปาม
  • ภูเขาไกรลาส หรือ กังรินโปเซ
  • วัดโถหลิง (Tholing Monastery)
short brief
สรุปย่อทัวร์ไกรลาส

วันที่ 1 | Bangkok • Kunming • Lhasa
วันที่ 2 | Potala Palace • Sera Monastery • Barkhor Street
วันที่ 3 | Lhasa • Yamdrok lake • Karola Glacier • Gyantse Shigatse
วันที่ 4 | Shigatse • Tashi Lhunpo Monastery • Rongbuk
วันที่ 5 | EBC • Paiku Lake • Saga
วันที่ 6 | Saga • Zhongba • Lake Manasarovar • Chiu Gompa • Pulan
วันที่ 7 | Pulan • Darchen • Mt.Kailash
วันที่ 8 | Zanda • Guge Kingdom • Tholing monastery • Gar
วันที่ 9 | Ngari • Lhaza • Bangkok

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • พาหนะรับส่งพร้อมคนไทยนำเที่ยว
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริป ไกรลาส ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

กรุงเทพ • คุนหมิง • ลาซา

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน CHINA EASTERN AIRLINES (MU9622) 07.50-11.30 เดินทางไปยังเมืองลาซา โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ต่อด้วย MU9737 15.25-18.05

18.05 ถึงเมืองลาซา เมืองหลวงของทิเบต เป็นดินแดนสวรรค์บนฟ้าที่เรียกขานกันว่า “หลังคาโลก” ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,650 เมตร ออกซิเจนที่ลาซาจึงค่อนข้างเบาบาง ปัจจุบันทิเบตเป็นเขตปกครองตนเองเทียบเท่ามณฑลหนึ่งของประเทศจีน ในปี ค.ศ. 1951 ทางประเทศจีนได้ใช้กำลังทหารจากเมืองเฉินตูบุกเข้ายึดครองทิเบต ทำให้องค์ดาไลลามะ ต้องอพยพออกจากทิเบตพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกประมาณ 5 หมื่นคนและได้ไปตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ของตนเองในประเทศอินเดียและเนปาลเพราะเนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก มีความกดดันอากาศสูงกว่าปกติอาจจะทำให้มีอาการอ่อนเพลียบ้าง หรือปวดศีรษะ บางทีอาจท้องเสีย ท่านต้องพักผ่อนมากๆ ที่สำคัญ ไม่ควรอาบน้ำ สระผม หรือสูบบุหรี่ทันที

คืนนี้พักที่ Lasha

Day 2

พระราชวังโปตาลา • วัดเซรา • ช้อปปิ้งถนนแปดเหลี่ยม

ชมสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าและถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมชั้นยอดของทิเบต นั่นคือ พระราชวังฤดูหนาว (Potala Palace) โปตาลาของดาไลลามะ (คำว่า โปตาลา หมายถึง ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของพระโพธิสัตว์) เป็นอาคารขนาดใหญ่หลากสีสันทั้งขาว แดง และเหลือง ซึ่งแต่ละสีจะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงลักษณะของการใช้งาน พระราชวังโปตาลามีทั้งหมด 13 ชั้น มากกว่า 1,000 ห้อง ผู้ไปเยือนจึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ต่างๆทั่วทั้งเมืองลาซาได้อย่างถนัดตา

เยี่ยมชม วัดเซรา (Sera Monasty) ในภาษาทิเบต คำว่า “เซรา” แปลว่า สวนกุหลาบป่า เพราะในอดีตนั้นบริเวณนี้เคยเป็นดงดอกกุหลาบจำนวนมากนั่นเอง วัดเซราตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาตาติปู สร้างเมื่อ ค.ศ. 1419 โดยศิษย์รูปหนึ่งของท่านซองฆะปะ ท่านซองฆะปะนั้นเป็นผู้ปฏิรูปและก่อตั้งพุทธศาสนาลัทธิเกลุคปะ และยังเป็นอาจารย์ของดาไลลามะที่ 1 อีกด้วย

ช้อปปิ้งเดินเลือกซื้อเลือกชมสินค้าได้อย่างอิสระ ที่ตลาดท้องถิ่น Barkhor Street หรือ ถนนแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลาซา บริเวณนี้นับว่าเป็นศูนย์รวมของศาสนาและวัฒนธรรมของชาวทิเบต ตลอดจนเหล่าบรรดา สินค้าหัตกรรมพื้นบ้านต่างๆ ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ทำให้เห็นวัฒนธรรม และวิถีของชาวทิเบตที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมอยู่เสมอ

คืนนี้พักที่ Lasha

Day 3

เมืองซิกัตเซ่ • Yamdrok lake • ธารน้ำแข็ง Kharola Glacier • เจดีย์ เจียนเซ่ คุมบุม

ไปยังเมืองซิกัตเซ่ โดยระหว่างทางแวะชมหนึ่งในสามทะเลสาบอันศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดของทิเบต Yamdrok lake (สามทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ คือ Namtso, Manasarovar, Yamdrok) ทะเลสาบแห่งนี้มีที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำ Yarlong Tsangpo ในเขต Shannan และห่างจากทิเบตไปทางทิศใต้ราว 100 กม.

ชมความมหัศจรรย์ของธารน้ำแข็ง Kharola Glacier ได้อย่างถนัดตา ถือว่าเป็นการชมธารน้ำแข็งที่ใกล้ชิดมากๆ

ชม เจดีย์เจียนเซ่ คุมบุม (Gyangtse Kumbum Stupa) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตและยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้ชาวทิเบตรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก โดยความพิเศษของเจดีย์แห่งนี้คือตรงกลางของสถูปเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนเส้นทางอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะนำไปสู่การปลดปล่อยทางจิตวิญญาณหรือมัณฑาลา (Mandala) นอกจากนี้ท่านจะได้ชมศิลปะอันสวยงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังที่รังสรรค์ขึ้นจากฝีมือของชาวเนปาล ซึ่งได้วาดไว้ตั้งแต่เมื่อศตวรรษที่ 15

คืนนี้พักที่ Shigatse

Day 4

วัดทาชิลุนโป • อาราม Rongbuk Monastery

ชม วัดทาชิลุนโป (Tashilhunpo Monastery) ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1447 โดยองค์ดาไลลามะที่ 1 ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานและลูกศิษย์ของซองคาปา วัดทาชิลุนโป มีความสำคัญคือ เป็นที่พำนักของปัญเชนลามะ ที่ถือได้ว่าเป็นผู้นำทางศาสนาระดับสูงรองลงมาจากดาไลลามะ ภายในบริเวณวัดมีการสร้างสถูปอย่างยิ่งใหญ่ โดยใช้ทองคำและเครื่องประดับอื่นๆที่มีค่า เนื่องจากสถูปแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาพระศพขององค์ดาไลลามะ และปันเชนลามะ รวม 10 พระองค์ นอกจากนี้ยังมีรูปเคารพของพระศรีอริยเมต-ไตรย ซึ่งมีขนาดใหญ่สูง 26 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายใน

ชมอาราม Rongbuk Monastery โดยเดินเท้าเพื่อข้ามช่องเขานันปามายังวัดแห่งนี้ อันถือได้ว่าเป็นที่พึ่งทางจิตใจและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการแสวงบุญของชาวเชอร์ปา ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาเอเวอเรสต์ในเขตฆัมบู ประเทศเนปาล จึงนับได้ว่าอารามแห่งนี้เป็นศาสนสถานทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง และยังเป็นอารามที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ที่ระดับความสูง 5,154 เมตรจากระดับน้ำทะเล สำหรับด้านหน้าจะมี Chorten (สถูปทิเบต) สีขาวขนาดใหญ่ โดยสถูปนี้สูงถึง 30 เมตร นับเป็นสถูปที่ใหญ่ที่สุดในทิเบต

คืนนี้พักที่ Rongbuk

Day 5

ชมยอดเขาเอเวอเรสต์ • ทะเลสาบไพกู • เมือง Saga

ชมความงดงามอันน่าอัศจรรย์ของยอดเขาทรงสามเหลี่ยมที่เด่นตระหง่านอยู่ช่องเขา หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เอเวอเรสต์” ท้าลมหนาวท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วภูเขา

ชม ทะเลสาบไพกู Peiku Lake ทะเลสาปรูปร่างเก๋ๆ เพราะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับปาท่องโก๋ ล้อมรอบไปด้วยทิวเขาสูงตระหง่านที่มีความสูงราว 5700-6000 เมตร ส่วนหัวของทะเลสาบหันไปทางทิศเหนือ และตอนท้ายของทะเลซึ่งเป็นทางทิศใต้นั้น มีลักษณะเป็นแอ่งขนาดใหญ่กว่าตอนกลางของทะเลที่มีลักษณะยาวคอด จึงมีรูปร่างเหมือนกับปาท่องโก๋นั่นเอง โดยตัังอยู่บนความสูง 4,591 เมตร ทางตอนใต้ของแม่น้ำยาร์ลุงซางโป หรือแม่น้ำพรมบุตร ส่วนน้ำในทะเลสาบนั้นเป็นน้ำที่ไหลมาจากธารน้ำแข็งทางตอนเหนือเรื่อยมาจนถึงตอนใต้ และไม่มีน้ำไหลออกมาหลายพันปีแล้ว จึงทำให้มีสภาพเป็นน้ำกร่อย โดยรอบของทะเลสาบอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและสัตว์ป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ม้าป่า ลาป่า เป็นต้น

เดินทางไปยัง เมือง Saga (เดินทางประมาณ 8 ชม.) โดยระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติที่สรรค์สร้างได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วยเนินเขาที่สูงและกว้างใหญ่ มีทุ่งหญ้าขึ้นเป็นหย่อมๆ และทุ่งหญ้ากว้างในที่ลุ่มน้ำขัง ชมวิถีชีวิตของสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจามรี แพะ แกะ ที่ออกหากินกลางทุ่งและริมแม่น้ำ จนกระทั่งถึงช่วงเย็นๆ จะเดินทางถึงเมืองซาก้า

คืนนี้พักที่ Saga

Day 6

เดินทางไปจงป้า • ทะเลสาบมานัสโรวาร์ • Chiu Gompa • Pulan

เดินทางไปยังจงป้า (ประมาณ 4 ชม.) เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาบชิงหู (Qinghu) เมืองนี้เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมทิเบตแบบดั้งเดิมและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 โดยลามะชื่อจงคาปา (Zongkapa) ผู้ก่อตั้งนิกายเกลุก (Geluk) ซึ่งเป็นนิกายที่ใหญ่ที่สุดในทิเบต จงคาปาเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับเมืองจงป้าและใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กของเขาที่นั่น เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดกานเด็น (Ganden) ซึ่งเป็นวัดหลักของนิกายเกลุก

ชมทะเลสาบมานัสโรวาร์ หรือ ทะเลสาบมาปาม (Mapham Yum-Tso) หมายถึง ทะเลสาบแห่งชัยชนะ ลักษณะของน้ำทะเลสาบที่นี่จะเป็นสีฟ้า ตัดสลับกับทุ่งหญ้าสีแดงอันกว้างใหญ่ และมีเทือกเขาหิมะกูร์ล่ามันดาทาโดดเด่นเป็นฉากอยู่เบื้องหลัง

ชมวัด Chiu Gompa เป็นหนึ่งในวัดทิเบตที่เก่าแก่และสำคัญที่สุด สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11 และได้รับการบูรณะมาเป็นระยะ ๆ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหนือหมู่บ้านเล็กๆ ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์อันตระการตาของเทือกเขาหิมาลัย ประกอบด้วยอาคารหลายหลัง รวมถึงวิหารหลัก และหอระฆัง อาคารเหล่านี้ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมทิเบตแบบดั้งเดิม เป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญสำหรับชาวทิเบต ในแต่ละปี ผู้คนจากทั่วทิเบตและที่อื่นๆ จะมาเยี่ยมชมวัดเพื่อนมัสการพระและเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา

เดินทางไปเมือง Pulan

คืนนี้พักที่ Pulan

Day 7

ไปเมือง Darchen • ภูเขาไกรลาส

เดินทางไปยังเมือง Darchen ชุมชนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในอำเภอผู่หราง ซึ่งถือเป็นด่านหน้าสำหรับผู้จาริกแสวงบุญชาวบอน (Bonpo) พุทธ ฮินดู และเชน

ภูเขาไกรลาส หรือ กังรินโปเซ (“ไกรลาส” หรือ “ไกลาส” เป็นคำวิเศษณ์ในภาษาสันสกฤต แปลว่า “สีเงินยวง”) เป็นยอดเขาแห่งหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย ที่ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยมีอายุมากกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว อีกทั้งยังถือได้ว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาต่างๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณที่ถือกำเนิดในประเทศอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ ฮินดู เซน และบอนของชาวทิเบตโบราณ เพราะแต่ละศาสนามีความเชื่อว่า ภูเขาไกรลาสแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลและเชื่อว่า เขาไกรลาส คือ เขาพระสุเมรุ ตามหลักความเชื่อจักรวาลในพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันเขาไกรลาสยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ ในทวีปเอเซีย นอกจากนี้ ภูเขาไกรลาส ยังมีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 22,020 ฟุต เป็นภูเขาสูงลำดับที่ 32 ของโลก และสูงเป็นลำดับที่ 19 ของเทือกเขาหิมาลัย ที่โอบล้อมภูเขาไกรลาสไว้อย่างสวยงาม ระหว่างนี้ ท่านจะได้ชมภาพที่ผู้ศรัทธาจากหลากหลายศาสนา เดินทางมาจาริกแสวงบุญ ด้วยการเดินเท้าอย่างสำรวมไปยังจุดสักการะของแต่ละศาสนา เดินผ่านประตู Star Gate ที่ชาวทิเบตมีความเชื่อมาแต่เดิมว่า หากใครได้เดินผ่านประตูแห่งนี้แล้วจะได้ไปสู่ภพภูมิใหม่ที่ดี

คืนนี้พักที่ แถวๆ เขาไกรลาส

Day 8

เมืองกู่เก๋อ • วัดโถหลิง

เดินทางไปเมืองกู่เก๋อ เป็นดินแดนที่ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอะรีหรือทิเบตตะวันตกในปัจจุบัน บริเวณใกล้กับชายแดนจีน-อินเดีย มีเมืองหลวงเดิมชื่อซานด้า (Zanda) มีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสัตเลจหรือแม่น้ำแดง ชมความสวยงามแปลกตาของภูมิประเทศที่ปรากฎอยู่โดยรอบเมืองซานด้า ที่มีลักษณะเป็นโตรกผาสูง สาเหตุเนื่องมาจากน้ำกัดเซาะหินทรายแดงเป็นเวลานานจนกลายเป็นร่องลึก แต่เดิมมีการสันนิษฐานว่า พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่มาก่อน แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการยกตัวของเทือกเขาหิมาลัย จึงทำให้บริเวณนี้ต้องถูกยกตัวสูงตามไปด้วย น้ำในทะเลสาบจึงแห้งขอดไปในที่สุด ขณะที่พื้นดินที่อยู่ก้นทะเลสาบได้ถูกน้ำและลมกัดเซาะเป็นเวลานานนับล้านปี จึงเกิดภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นโตรกผาสูง คล้ายคลึงกับแกรนด์แคนยอนของอเมริกานั่นเอง

วัดโถหลิง (Tholing Monastery) อยู่ในเมืองซานด้า เป็นพุทธสถานที่สำคัญที่สุดของทิเบตตะวันตก คำว่า Tholing ภาษาทิเบตแปลว่าบินอยู่บนฟ้าตลอดกาล ในวัดมีภาพจิตกรรมฝาผนังอันวิจิตรงดงามด้วยโทนสีอ่อนต่างจากภาพอื่นๆ ที่ใช้สีฉูดฉาดเน้นสีแดงเป็นหลัก ยังมีภาพเล่าพระราชประวัติของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ และนิพพาน จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมือง Gar County

คืนนี้พักที่ Gar

Day 9

Ngari • เดินทางกลับลาซา • สนามบิน

เดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ โดยสายการบิน Tibet Airlines เที่ยวบินที่ TV9944 10.00-12.00 บินกลับเมืองลาซา จากนั้นต่อเครื่องกลับกรุงเทพ โดยสาบการบิน China Eastern Airlines เที่ยวบินที่ MU9738 15.45-17.55 ต่อด้วย MU9621 20.45

22.15 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
China Japan Tour

ทัวร์จิ่วจ้ายโกว

Jiuzhaigou

นครเฉินตู • อุทยานแห่งชาติหวงหลง • อุทยานแห่งชาติแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว • บึงน้ำ 5 สี • น้ำตกโน่ยื่อหล่าง • ทะเลสาบไผ่ลูกศร • ทะเลสาบหมีแพนด้า • ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี • ลำธารไข่มุก • เมืองโบราณหวงหลงซี • ล่องเรือชมเกาะเล่อซาน •
นั่งรถของอุทยานขึ้นภูเขา • องค์ผู่เสียนทรงช้าง • วัดเป้ากั๋ว • ถนนโบราณควานไจ่เซี่ยงจื่อ

วันที่จัดทริป

18 – 26 ตุลาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • นครเฉินตู
  • อุทยานแห่งชาติหวงหลง
  • อุทยานแห่งชาติแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว
  • บึงน้ำ 5 สี
  • น้ำตกโน่ยื่อหล่าง
  • ทะเลสาบไผ่ลูกศร
  • ทะเลสาบหมีแพนด้า
  • ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี
  • ลำธารไข่มุก
  • เมืองโบราณหวงหลงซี
  • ล่องเรือชมเกาะเล่อซาน
  • เขาง๊อไบ๊
  • นั่งรถของอุทยานขึ้นภูเขา
  • องค์ผู่เสียนทรงช้าง
  • วัดเป้ากั๋ว
  • ถนนโบราณควานไจ่เซี่ยงจื่อ
short brief
สรุปย่อทัวร์จิ่วจ้ายโกว

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ • เฉินตู • เม่าเสี้ยน
วันที่ 2 | ทะเลสาบเตียซี • หวงหลง (รวมกระเช้า) • ชวนจู่ซื่อ
วันที่ 3 |ชวนจู่ซื่อ • จิ่วจ้ายโกว วันที่ 1 (ใช้รถเมล์ท้องถิ่น)
วันที่ 4 | จิ่วจ้ายโกว วันที่ 2 (ใช้รถเมล์ท้องถิ่น)
วันที่ 5 | จิ่วจ้ายโกว วันที่ 3 (ใช้รถเมล์ท้องถิ่น) • โชว์ธิเบต
วันที่ 6 | นั่งรถไฟความเร็วสูงกลับเฉินตู • เอ๋อเหมยซาน
วันที่ 7 | ยอดเขาจินติ่ง (ใช้รถอุทยาน(ไม่ใช่รถเหมา) + รวมรถกระเช้าขึ้นและลง) • วัดเป้ากั๋ว
วันที่ 8 | เล่อซาน • ล่องเรือชมหลวงพ่อโต • เฉินตู
วันที่ 9 | ซอยกว้างแคบ • สนามบิน • กรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 62,900 บาท

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • พาหนะรับส่งพร้อมคนไทยนำเที่ยว
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปจิ่วจ้ายโกวที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

กรุงเทพ • เฉินตู • เม่าเสี้ยน

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิไปยังเมืองเฉินตู ประเทศจีน โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG618 10.50-15.00

เดินทางถึงนครเฉินตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวนและมีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศจีน ภูมิประเทศของเฉินตูรายรอบไปด้วยเทือกเขา และมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีฤดูร้อนที่อบอุ่นและฤดูหนาวที่ไม่หนาวนัก ประชากรส่วนหนึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย เช่นชาวยี่, ธิเบต, เมี้ยว, หุย และเซี่ยง

เดินทางต่อไปยังเมืองเม่าเสี้ยน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ซึ่งประชากรของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าเชียง และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หมีแพนด้า

คืนนี้พักที่ เมืองเม่าเสี้ยน

Day 2

ทะเลสาบเตียซี • หวงหลง (รวมกระเช้า) • ชวนจู่ซื่อ

แวะชม ทะเลสาบเตี๋ยซี ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ผิวน้ำราบเรียบ ปราศจากริ้วคลื่น หรือแท่งตอไม้ และสีของทะเลสาปเข้มสดไร้เงาสะท้อน ตั้งอยู่ระดับความสูงเกือบ 3,000 เมตร เป็นทะเลสาบสีเขียวเทอร์คอยซ์ เป็นทะเลสาปที่ใหญ่ตระการตา ทะเลสาบเต๋อซีเป็นผลพวงจากการเกิดแผ่นดินใหวอย่างรุนแรงบ่อยครั้งและได้กลืนเมืองทั้งเมืองอยู่ใต้ทะเลสาบ

เดินทางไปยังอุทยานหวงหลง (Huanglong) ขึ้นกระเช้า ค่อยๆไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อชมความงามของธรรมชาติ

อุทยานแห่งชาติหวงหลง เป็นลำธารสายหนึ่งที่ไหลมาจากภูเขาหิมะ ผ่านกาลเวลานับพันๆ ปี จนหินปูนเกิดการตกตะกอนทับถมกันจนกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดต่างๆกว่า 4,000 ชั้น สูงตั้งแต่ 1.5 – 4.5 เมตร น้ำสีรุ้งในอ่าง เปรียบดั่งสระเล่นน้ำของเหล่านางฟ้า สระต่างๆมีความลดหลั่นกันเป็นระยะทางกว่า 3,000 เมตร ขอบสระมีรูปร่างต่างๆ เกิดเป็นความมหัศจรรย์ที่งดงาม จนเป็นที่มาของชื่อ หวงหลง หรือมังกรเหลือง

คืนนี้พักที่ ชวนจู่ซื่อ

Day 3

อุทยานจิ่วจ้ายโกว วันที่ 1 • ชมโชว์

เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว เปลี่ยนขึ้นรถโดยสารของอุทยาน เพื่อชมมรดกโลกอุทยานแห่งชาติธารสวรรค์ มีอาณาบริเวณถึง 148,260 เอเคอร์ (ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร) ภายในอาณาบริเวณอุทยานจิ่วจ้ายโกว ประกอบด้วยภูเขาและหุบเขาอันสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่มีระดับพื้นดินที่ลดหลั่นกัน จึงทำให้เกิดแอ่งน้ำน้อยใหญ่มากมายถึง 114 แอ่ง กลุ่มน้ำตกใหญ่น้อยรวมถึง 17 กลุ่ม และแม่น้ำซึ่งไหลมาจากหุบเขาอีก 5 สาย

ชม ทะเลสาบยาว ซึ่งเป็นทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุด และกว้างที่สุด ของอุทยานจิ่วจ้ายโกว ระดับน้ำลึกที่สุดมีความลึกถึง 100 กว่าเมตร จากนั้นไปชมบึงน้ำ 5 สี บึงน้ำที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่จัดว่ามีความใสมาก สีของน้ำเป็นโทนสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ขับรับกับโทนสีเหลือง และเขียวของทิวป่าสนที่เป็นฉากหลังได้อย่างงดงาม

ช่วงบ่าย เดินเท้าจากที่รับประทานอาหารกลางวัน ไปยัง น้ำตกโน่ยื่อหล่าง ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 2,365 เมตร กว้าง 320 เมตร สูง 25 เมตร เป็นน้ำตกหินปูนที่กว้างที่สุดของอุทยานจิ่วจ้ายโกว และกว้างที่สุดในประเทศจีน จากนั้นนำท่านขึ้นทางฝั่งซ้ายของจิ่วจ้ายโกว

ชม ทะเลสาบแรด เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่อันดับ 2 ของ อุทยานจิ่วจ้ายโกว รองจากทะเลสาบยาว และเป็นทะเลสาบที่มีวิวเปลี่ยนเยอะที่สุด เงาสะท้อนสวยงามอันดับ 1 โดยรอบทะเลสาบเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ในฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อนจะเป็นสีเขียวทั้งหมด ในฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะเป็นสีแดง ส่วนต้นจะเป็นสีเขียว เงาสะท้อนบนพื้นน้ำยิ่งสวยงามมาก โดยเฉพาะส่วนของน้ำสีครามผืนใหญ่กลางทะเลสาบ

ต่อด้วย ทะเลสาบเสือ สูงจากระดับน้ำทะเล 2,298 เมตร ทะเลสาบนี้น้ำลึกและเงียบสงบ

เดินลัดเลาะไปตาม หมู่ทะเลสาบซู่เจิ้ง ชมน้ำตกซู่เจิ้ง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,295 เมตร กว้าง 62 เมตร สูง 25 เมตร ยอดน้ำตกกว้าง 72 เมตร น้ำตกซู่เจิ้ง มีลักษณะเหมือนกับดอกบัว น้ำที่ไหลมาจากทะเลสาบข้างบน ถูกต้นไม้แยกเป็นสายน้ำเล็กๆ หลายพันสาย สุดท้ายก็มารวมกันที่ยอดน้ำตกเทลงมาทีเดียว ให้ท่านได้อิสระกับการบันทึกถ่ายภาพและดื่มด่ำกับธรรมชาติ ที่สวยสดงดงามได้อย่างเต็มที่

คืนนี้พักที่ จิ่วจ้ายโกว

Day 4

อุทยานจิ่วจ้ายโกว วันที่ 2

เข้าชมอุทยานจิ่วจ้ายโกวเป็นวันที่สอง โดยเริ่มต้นด้วย ทะเลสาบไผ่ลูกศร ต่อที่ทะเลสาบหมีแพนด้า ซึ่งก่อนที่จะเปิดเป็นอุทยาน ทั้งสองทะเลสาบนี้เป็นที่อาศัยของหมีแพนด้า เพราะมีต้นไผ่เยอะ แหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ มักมีชาวบ้านพบหมีแพนด้ามาเล่นน้ำที่ทะเลสาบ จึงตั้งชื่อว่าทะเลสาบหมีแพนด้า

จากทะเลสาบหมีแพนด้า เดินลัดเลาะธรรมชาติด้านใน ระยะทางประมาณ 2 กม. ตลอดสองข้างทางจะมีลำธารไหลเลาะริมทางเดิน ท่ามกลางใบไม้ที่กำลังผลัดใบ มุ่งหน้าสู่ ไฮไลท์ของจิ่วจ้ายโกว ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี หรือ ทะเลสาบหางนกยูง (เป็นทะเลสาบหางนกยูง เมื่อมองลงมาจากด้านบน) สูงจากระดับน้ำทะเล 2,472 เมตร ลึก 5 เมตร เป็นทะเลสาบที่มีวิวสวยอันดับต้นๆ ของอุทยานจิ่วจ้ายโกว เนื่องมาจากการกระจายตัวของตะกอนหินปูน สาหร่าย และพืชน้ำ ทำให้เกิดสีสันที่มีความหลากหลายเป็นจุดที่คนนิยมมาถ่าย Pre-Wedding กันมากที่สุด เพราะมีวิวที่สวยงาม และมีจุดถ่ายรูปมากมายเลยทีเดียว ให้เวลาท่านเต็มที่กับการถ่ายรูป

บ่ายไปยัง ลำธารไข่มุก สูงจากระดับน้ำทะเล 2,433 เมตร เป็นลำธารที่ไหลจากลานหินผาอันกว้างใหญ่ เดินเล่นเลาะลำธารที่จะไหลรวมกันไปบรรจบเป็น น้ำตกธารไข่มุก ซึ่งยอดน้ำตกกว้าง 310 เมตร ความสูง 40 เมตร มีสายน้ำที่ทอดยาวเป็นระยะยาวถึง 310 เมตร ไม่ขาดสาย ส่องประกายระยิบระยับ เป็นน้ำตกที่มีความงามราวกับเส้นไข่มุก แล้วจึงไปพบกันบริเวณหมู่บ้านซู่เจิ้ง อยู่ฝั่งตรงข้ามกับลำธารซู่เจิ้ง เป็นหมู่บ้านที่มีของที่ระลึกขาย (วิวรอบหมู่บ้านสวยงาม เหมาะแก่การถ่ายภาพในช่วงบ่าย-เย็น)

คืนนี้พักที่ จิ่วจ้ายโกว

Day 5

อุทยานจิ่วจ้ายโกว วันที่ 3 • ชวนจู่ซื่อ

เข้าชมอุทยานจิ่วจ้ายโกวอีกวัน เป็นวันสุดท้าย เก็บตกสถานที่สวยๆ ในอุทยานอีกครั้ง น้ำตก ทะเลสาบต่างๆ ทั้งฝั่งขวาและซ้าย

ชมการแสดงโชว์ทิเบต ชมการร่ายรำอันตระการตาและชมการแสดงวัฒนธรรมประเพณีพื้นเมืองที่สวยงามของชนเผ่าจ้าง(ทิเบต) ในโรงละครที่ตกแต่งในแบบทิเบตไม่ว่าจะชายหรือหญิงจะมีเสียงร้องที่สูงมากๆ

คืนนี้พักที่ จิ่วจ้ายโกว

Day 6

ชวนจู่ซื่อ • นั่งรถไฟความเร็วสูงกลับเฉินตู • เล่อซาน

ไปยังสถานีรถไฟนั่งรถไฟความเร็วสูงจากชวนจู่ซื่อกลับไปยังเมืองเฉินตู

และเดินทางสู่ เขาง๊อไบ๊ ในภาษาจีนกลางเรียกว่า “เอ๋อเหมยซาน” (Mount Emei) ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ทิวเขามีลักษณะเหมือนคิ้ว นักพรตในลัทธิเต๋าเริ่มเข้ามาสร้างศาลเจ้าในเทือกเขาแห่งนี้ในศตวรรษที่ 2 หลังจากนั้นศาสนาก็เริ่มเฟื่องฟูมาจนถึงศตวรรษที่ 6 เอ๋อเหมยซานจึงกลายมาเป็น 1 ใน 4 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา (เอ๋อเหมยซาน, อู่ไถซาน, จิ่วหัวซาน, ผู่โถซาน)

คืนนี้พักที่ เอ๋อเหมยซาน

Day 7

ยอดเขาจินติ่ง • วัดเป้ากั๋ว

เปลี่ยนนั่งรถของอุทยานขึ้นภูเขา จากนั้น โดยสารกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขาจินติ่งที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,077 เมตร ชมทิวทัศน์อันสลับซับซ้อนของขุนเขาเหนือชั้นเมฆที่สวยงาม

นมัสการ องค์ผู่เสียนทรงช้าง พระพักตร์ 10 ทิศ สูง 48 เมตร ลักษณะพิเศษขององค์พระปฏิมาจะเป็นพระโพธิสัตว์ทรงคชสารเป็นช้างเผือก 6 งา ชมตำหนักทอง ตำหนักเงิน ตำหนักสำริด และตำหนักเหล็ก ซึ่งประหนึ่งว่าได้จำลอง 4 พุทธคีรี ท่านจะได้เห็นวิวทิวทัศน์อันสลับซับซ้อนของขุนเขาที่อยู่เหนือชั้นเมฆ เป็นวิวที่มีความสวยงามดุจดั่งอยู่บนเมืองสวรรค์

เดินทางสู่ วัดเป้ากั๋ว เป็นวัดที่ใหญ่และสวยงามที่สุดของง๊อไบ๊ เดิมชื่อว่าฮุ่ยจงถัง สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เพื่อบูชาพระโพธิสัตว์ผู่เสียน โพธิสัตว์แห่งปัญญาผู้สถิตย์ ณ เขาง๊อไบ๊ ซึ่งเป็นความเชื่อของ 3 ศาสนาคือ พุทธ เต๋า และลัทธิขงจื๊อ ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของที่ราบภูเขาฟ่งหวง สูงจากระดับน้ำทะเล 533 เมตร ต่อมารัชสมัยคังซีฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ชิงได้ ได้เปลี่ยนชื่อจากวัดฮุ่ยจงถังมาเป็นวัดเป้ากั๋วมาจนปัจจุบัน

ถึงเวลาเดินทางกลับเมืองเฉินตู

คืนนี้พักที่ เฉินตู

Day 8

เล่อซาน ล่องเรือหลวงพ่อโต • เฉินตู

ล่องเรือชมเกาะเล่อซาน ซึ่งมีรูปพรรณดั่งพระกลางทะเล สักการะหลวงพ่อโตเล่อซาน พระพุทธรูปองค์นี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 90 ปี โดยหลวงพ่อไท่หง ใช้เงินบริจาคของชาวบ้าน เพื่อเป็นสิริมงคลและปกป้องภัยน้ำท่วมจากแม่น้ำหมิงเจียง ที่มีความยาวกว่า 600 กิโลเมตร

พระพักตร์ของหลวงพ่อโตหันออกไปสู่แม่น้ำ หมิงเจียงเป็นพระพุทธรูปนั่งที่สกัดเข้าไปในภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงถึง 71 เมตร

เดินทางกลับเมืองเฉินตู (ประมาณ 2 ชม)

คืนนี้พักที่ เฉินตู

Day 9

ซอยกว้างแคบ • สนามบิน • กรุงเทพ

เที่ยวชม ถนนโบราณควานไจ่เซี่ยงจื่อ แปลเป็นไทยได้ใจความ “ซอยกว้างแคบ” จัดว่ามีเสน่ห์ของความเป็นอาคาร ตกแต่งด้วยเรื่องราววิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนจีนเฉิงตูในสมัยโบราณ แต่ผสมความทันสมัยใส่เข้าไปได้อย่างลงตัว ถนนคนเดินมี 3 ซอย แต่ละซอยมีความยาวประมาณ 400 เมตร มีร้านค้าเล็กๆ ตั้งเรียงรายอยู่ในแต่ละซอยและตรอกให้เดิน
ช้อปปิ้งอย่างเพลิดเพลิน ทั้งร้านหนังสือ ร้านชา-กาแฟ บาร์ เสื้อผ้า ไปจนถึงร้านอาหารนานาชนิด รวมร้านค้าทุกซอยแล้วมีจำนวนหลายร้อยร้านค้า

ถึงเวลาเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG619 15.15

18.20 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
China

ทัวร์จีน โหลวผิง เขาหมื่นยอด กุ้ยหยาง

ทัวร์จีน โหลวผิง เขาหมื่นยอด กุ้ยหยาง

ชมความงามของทุ่งดอกไม้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ แห่งมณฑลยูนนาน

สรุปทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: กรุงเทพฯ-คุนหมิง-เมืองโหลวผิง

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 612 ออกเดินทางบินตรงสู่สนามบินคุนหมิง เที่ยวเวลา 10.55 น.
  • ถึงสนามบินคุนหมิงแห่งใหม่ ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าแล้ว นำทุกท่านออกเดินทางออกจากเมืองคุนหมิง สู่เมืองโหลวผิง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3.30 ชั่วโมง 

  • พักที่โหลวผิง

DAY 2 : โหลวผิง-ซิงอี้-เขาเหมื่นยอด-หุบเขาหมาหลิ่งเหอ-ซิงอี้

  • ออกเดินทางสู่ทุ่งมัสตาร์ดสีเหลือง ที่ปลูกในลักษณะสนามก้นหอย ซึ่งถือว่าเป็นจุดถ่ายภาพแห่งใหม่ ที่มีช่างภาพชาวจีนนิยมกันมาถ่ายรูป ที่นี่ดอกไม้จะขดตัวเป็นรูปก้นหอย ทั่วทั้งหุบเขา เป็นภาพที่สวยงาม แปลกตามาก
  • จากนั้นนำท่านทุ่งมัสตาร์ดสีเหลืองอีกจุด ที่บานสะพรั่งทั่วท้องทุ่ง ณ จุดชมวิวเทือกเขาไก่ทอง ซึ่งนับเป็นจุดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการชมทุ่งดอกมัสตาร์ด เนื่องด้วยเป็นพื้นที่ราบ จึงสามารถปลูกดอกมัสตาร์ดได้จำนวนมาก อีกทั้งภูมิประเทศ ที่ล้อมรอบด้วย ภูเขาน้อยใหญ่ ทำให้ที่นี่เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวและช่างภาพเป็นอย่างมาก เราจะนั่งรถเกวียน เข้าไปสู่ใจกลางทุ่งมัสตาร์ดสีเหลือง และเดินขึ้นเนินไปถ่ายภาพทุ่งจากมุมสูง อันเป็นมุมที่แปลกตาไม่ซ้ำใครระหว่างทางมี ชาวบ้านมาขายของมากมายหลายอย่างเช่น น้ำผึ้ง ข้าวเหนียวสี ขนมพื้นเมือง และอื่นๆอีกมากมาย
  • จากนั้นเดินทางไปยังหุบเขาหม่าหลิงเหอ หรือ หุบเขาแห่งน้ำตกร้อยสาย ที่ห่างจากตัวเมืองไม่ไกล หุบเขาแห่งน้ำตกร้อยสายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติ มีทัศนียภาพอันแสนอัศจรรย์ที่แสดงสภาพภูมิลักษณ์แบบคาสต์ (Karst Landform) หุบเขานี้มีลักษณะเป็นหุบเหวหินปูนความยาวกว่า 15 กิโลเมตร ในช่วงฤดูน้ำหลากจะมีน้ำตกชั้นเล็กชั้นน้อยกว่าร้อยสาย เราจะนำท่านเดินไปชมวิวถ่ายภาพในหุบเขาแห่งนี้

  • นำท่านชมป่าเขาหมื่นยอด ทอดตัวในแนวฝั่งตะวันออก-ตกของแม่น้ำหม่าหลิง ด้วยภูมิประเทศอันแปลกตาและธรณีวิทยาอันน่าอัศจรรย์ ทำให้เกิด ยอดเขาเล็กใหญ่ เรียงตัวสลับกันคล้ายฟันปลาฉลาม เรียงตัวยาว กว่า 200 กิโลเมตร และกว้าง ถึง 30-50 กิโลเมตร

  • เราจะเดินทางชมอุทยานแห่งนี้ด้วยรถไฟฟ้าของทางอุทยาน ซึ่งจะจอดให้เราได้ถ่ายรูปมุมเด็ดๆ ของเขาหมื่นยอดแห่งนี้

  • ได้เวลาสมควร เดินทางกลับเมืองซิงอี้ 
  • พักที่ซิงอี้

DAY 3 : ซิงอี้ – อุทยานน้ำตกหวงโกซู่-น้ำตกหวงโก๋ซู่)-กุ้ยหยาง

  • เดินทางสู่อุทยานน้ำตกหวงกั่วซู่ นับเป็นดินแดนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจีน มีความสูงถึง 74 เมตร  ทำให้นักท่องเที่ยวแม้จะอยู่ในบริเวณที่ห่างไกลน้ำตกประมาณ 50-60 เมตร ก็สามารถเปียกได้ เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของน้ำตกแห่งนี้ คือ มีถ้ำอยู่หลังน้ำตก นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปในถ้ำเพื่อชมน้ำตกจากด้านหลังได้ ถ้ำนี้จะอยู่ระดับกลางๆ ของน้ำตก และมีความยาวกว่า 100 เมตร มีลักษณะคู่ขนานไปกับน้ำตก ภายในถ้ำมีช่องหน้าต่างประมาณ 6 ช่อง ไม่เพียงแต่มองเห็นน้ำตกที่ไหลเชี่ยวลงสู่พื้นข้างล่างเท่านั้น แต่ยังสามารถเอามือไปจับน้ำตกอีกด้วย นอกจากนี้ น้ำตกแห่งนี้ ยังเป็นที่ถ่ายทำ ภาพยนต์สุดฮิต ที่ชื่อเรื่องว่า “ไซอิ๋ว” ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่มีชื่อเสียงของประเทศจีน

  • พาท่านเดินผ่านม่านน้ำตก/สะพานข้ามดวงดาว/ชมมินิป่าหิน/สวนหย่อมธรรมชาติ/ถ้ำเทียนซินเฉียว/สะพานฟ้า ดื่มด่ำกับธรรมชาติ อันสดชื่นกันเต็มที่

  •  

    จนสมควรแก่เวลา พาท่านออกเดินทางสู่เมือง กุ้ยหยาง เป็นเมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจวที่อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
  • อิสระเดินเล่นในเมืองตามอัธยาศัย
  • พักกุ้ยหยาง 

Day 4 :กุ้ยหยาง-เมืองเจิ้งหยวน-ร่องชมเมืองโบราณ-สะพานจู้เซิ่งเฉียว

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรมจากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองโบราณเซินหยวน Zhenyuan Old Town เมืองจีนฝั่งใต้ เมืองที่มีเสน่ห์โอบล้อมด้วยแม่น้ำในขุนเขา เมืองสถาปัตยกรรม แบบโบราณ ของชนชาวฮั่น อยู่ในมลฑล Guizhou (กุ้ยโจ่ว) โอบล้อมด้วย แม่น้ำ Wuyang River

  • พาท่านล่องเรือ สัมผัสบรรยากาศเมืองโบราณในอีกรูปแบบ เดินเที่ยวชมเมืองเก่า ตึกราบ้านช่องที่สวยงาม
  • อิสระเดินเล่นในเมือง พาท่านไปถ่ายรูปแสงสีที่สะพานจู้เซิ่งเฉียว ซึ่งเปลี่ยนสีในทุก 5 วินาที ประดับประดาแสงสีสวยงาม…จากนั้นเข้าที่พักพักผ่อนตามอัธยาศัย (และเตรียมแยกแพคกระเป๋าเล็กสำหรับค้าง 1 คืน ในคืนพรุ่งนี้)

Day 5 : วัดวั่น-บ้านตระกูลฟู่-บ้านตระกูลหยวน(ชมเฒ้าฟู่)-เมืองซีเจียง-
หมู่บ้านม้ง-ชนเผ่าชาวเหมียว

  • พาท่านเที่ยวชม สถานที่สำคัญในเมืองเก่า อาทิเช่น วัดวั่น/บ้านตระกูลฟู่/บ้านตระกูลหยวน(ชมเฒ้าฟู่)จนได้เวลาอันสมควร พาท่านออกเดินทางสู่เมืองซีเจียง

  • พาท่านเดินทางสู่หมู่บ้านชนเผ่าม้งพันครัวเรือนซีเจียง (Xijiang Miao Village) เป็นหมู่บ้านม้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ที่ประกอบด้วย 1,200 ครอบครัว ประชากรกว่า 6,000 คน ซึ่ง 99% เป็นชาวม้ง หมู่บ้านชาวม้งซีเจียงเป็นหมู่บ้านทางประวัติและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงระดับมณฑล เป็นหนึ่งในหมู่บ้านและตำบลที่ได้รับการอนุรักษ์และสร้างสรรค์เป็นหลัก13แห่งของมณฑลกุ้ยโจว ถูกเรียกว่าเป็น”หอศิลปะชนชาติและวัฒนธรรมชนชาติม้ง” เป็น”หินซากที่มีชีวิต”ในการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนชาติม้ง ที่นี่ไม่เพียงแต่มีทิวทัศน์ธรรมชาติ ยังมีบรรยากาศชนชาติม้งที่มีมนต์เสน่ห์ด้วย ในหมู่บ้านชาวม้ง แขกสามารถรับประทานอาหารชาวม้งที่มีลักษณะพิเศษ รับการคารวะเหล้าจากสาวๆชาวม้ง รับฟังเพลงชาวม้งที่ไพเราะ ชมการแสดงขลุ่ยและกลองทองแดงของชนชาติม้ง

  • จากนั้นเข้าที่พักพักผ่อนตามอัธยาศัยในหมู่บ้านม้ง

Day 6 : หมู่บ้านม้ง-190km กุ้ยหยาง-(รถไฟ)คุนหมิง

  • อิสระเดินเล่น สัมผัสบรรยากาศยามเช้าภายในหมู่บ้านม้ง

  • พาท่านเดินทางกลับสู่เมืองกุ้ยหยาง ระยะทางประมาณ 190 กิโล เพื่อเปลี่ยนพาหนะเป็นรถไฟ (รถนอน) ขบวน K337/22.09-06.52 เพื่อเดินทางกลับสู่คุนหมิง

Day 7 : คุนหมิง – กรุงเทพ

  • เดินทางถึงเมืองคุนหมิง พาท่านรับประทานอาหารเช้า และล้างหน้าล้างตา ก่อนนำทุกท่านชมความงามของดอกซากุระ หนึ่งเดียวแห่งเมืองคุนหมิง

  • ชมความงามของดอกไม้สีชมพูที่สวยงามไม่แพ้ ซากุระแห่งญี่ปุ่นได้ที่สวนซากุระแห่งคุนหมิง ในที่นี้ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวคุนหมิง ไม่ว่ากลุ่มผู้คนที่ออกมาเที่ยว ปิกนิก หรือแม้แต้รำไทเก๊ก

    **ความงามของดอกซากุระขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ไม่สามารถระบุวันเวลาได้แน่นอน**

  •  จากนั้น เตรียมตัวเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเช็คอินเที่ยวบิน TG 612 สายการบินไทย  ออกเดินทางเที่ยวเวลา 15.20 น.

  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ตามเวลาในประเทศไทยด้วยความประทับใจ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
09-Sep 10-Oct 2024 China

ทัวร์จีน ตุนหวง จางเยี่ย

ทัวร์จีน ตุนหวง จางเยี่ย

หุบเขาสายรุ้ง สู่ทะเลทรายตุนหวง นอนบนรถไฟไปบนเส้นทางสายไหม

สรุปทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: กรุงเทพ – เฉินตู – หลานโจว

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินสายการบิน THAI AIRWAYS เจ้าหน้าที่คอยเตรียมเอกสารและอำนวยความสะดวกให้ท่าน
  • ออกเดินทางสู่นครเฉินตู โดยสายการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบิน TG618 บินตรงสู่สนามบินเฉินตู
  • ถึงสนามบินเฉินตู ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง แล้วนำท่านต่อเครื่องไปยังเมืองหลานโจว
  • เหินฟ้าสู่เมืองหลานโจว โดยสายการบิน  CHINA EASTERN AIRLINE เที่ยวบิน MU2414
  • ถึงเมืองหลานโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู่ มณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นจุดผ่านของเส้นทางสายไหมอันลือชื่อ เป็นเมืองอุตสาหกรรมปิโตรเลี่ยมและเครื่องจักรกลหนัก ในสมัยโบราณเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของพวกซีหยง จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

DAY 2 : หลานโจว – กังหันวิดน้ำโบราณ-อนุเสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง – จางเยี่ย (รถไฟความเร็วสูง)

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านสู่ชม กังหันวิดน้ำโบราณ  เป็นของชาวลุ่มน้ำหวงเหอสมัยโบราณ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสวนอนุสาวรีย์ของมารดาแม่น้ำเหลือง

  • จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง หรือ หวงเหอหมู่ชิง เป็นรูปนอนตะแคง ศอกดันศีรษะหันมองลูกน้อยที่นอนอิงแอบอยู่ข้างๆ มารดา  สายตาที่นางมองดูลูกน้อยนั้น เป็นแววตาที่ช่างอบอุ่นด้วยความรักเป็นที่สุด

  • รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นนำท่านไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อเดินทางไปยังจางเยี่ย (รถไฟขบวนที่ D2751 เวลา 14.10-17.23)
  • รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พร้อมเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

DAY 3 : จางเยี่ย – ต้าฝอซื่อ – ผิงซานหู

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระใหญ่ หรือ วัดต้าฝอซื่อ สร้างในปีค.ศ.1098 สมัยซีเซี๊ยะ ภายในวิหารใหญ่เป็นที่ประดิษฐานของพระนอนศักดิ์สิทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน มีความยาว 34.5 เมตร ฐานสูง 1.2 เมตร พระอังสา(ไหล่) กว้าง 7.5 เมตร พระกรรณ(หู) ยาว 4 เมตร สามารถให้คนนั่งเรียงกันได้ถึง 8 คน พระบาทยาว 5.2 เมตร

  • รับประทารอาหารเที่ยง จากนั้นนำท่านชมความงดงามของ ผิงซานหู เป็นหุบเขาธรรมชาติแปลกตาที่เต็มไปด้วยสีสรร และรูปร่างต่างๆมากมายแล้วแต่จินตนาการ
  • รับประทานอาหารเย็น จากนั้นนำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

Day 4 : หม่าถีซื่อ – ตานเสีย – ตุนหวง (นอนบนรถไฟ)

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม จากนั้นนำท่านไปชม หมู่พุทธคูหาหม่าถีซื่อ Mait Si Grottoes หมู่พุทธคูหา คือ วัดเหนือ วัดใต้ พระสหัสพุทธคูหา วัดเจดีย์ทอง หมู่บ้านพุทธคูหาพระอวโลกิเตศวรบน-กลาง-ล่าง  นับรวมได้ กว่า 70 พุทธคูหา  ตั้งอยู่บนหน้าผาหินทรายแดง ของภูเขาตันหลิ่งซาน ตอนหนึ่ง ของเทือกเขาฉีเหลียนซาน ในเขตของชนกลุ่มน้อยหวีกู้จู๋ ทางตอนใต้ของจางเย่ หมู่พุทธคูหา เหล่านี้ มีอายุ มานานกว่า 1,600 ปี แล้ว เริ่ม ตั้งแต่สมัยราชวงค์จิ้นตะวันออก มีการขุดและปั้นรูปเคารพต่างๆ ขึ้นในคูหา ถ้ำต่อเนื่องมาอีกในหลายยุคสมัย ยุครุ่งเรืองมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่รวมถึง 300 รูป ร่วมสมัยเดียวกับหมู่ถ้ำ โม่เกา ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของจางเย่

  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เขตภูมิทัศน์จางเย่ฉีเหลียนซานตันเสียตี้เม่า Zhangye Qilianshan Danxia Landform หรือ หรือเรียกกันว่าภูเขาสายรุ้ง โขดภูหินทรายแดงหลากสี หวู่ไฉ่ซาน Rainbow Mountain จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ในเขตภูเขาฉีเหลียนซาน  ครอบคลุมอาณา บริเวณกว้างขวางถึง 300 ตร.กม. อยู่บนระดับ   ความสูง 2,000-3,800 ม.จากระดับน้ำทะเล ในทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่ามีอายุมานานกว่า 2 ล้านปี ผ่านการกัดกร่อนของธรรมชาติ สายลม แสงแดด และ ความแห้ง  แล้งของภูมิประเทศ เผยให้เห็นถึงชั้นของแร่ธาตุใต้ดินที่บ้างเป็นริ้วเลื่อมลายหลากสีสัน พาดผ่านทั้งเนินภู  แลซับซ้อน บ้างเป็นหุบโตรกลึกชัน บ้างคล้ายดั่งปราสาทในดินแดนเทพนิยาย และ อื่น ๆ อีกมากมาย ตามจินตนาการอันหลากหลาย
  • รับประทานอาหารเย็น

  • จนถึงเวลานำท่านไปยังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปยังตุนหวง ขบวนที่ K9667 เวลา 00:06-07.13
    ***คืนนี้สัมผัสการนอนบนรถไฟ แบบตู้นอน ห้องละ 4 ท่าน***

Day 5 : พักผ่อนโรงแรม – ทะเลทรายหมิงซาซาน(รถกอล์ฟ) – ทะเลสาบเสี้ยวพระจันทร์

  • เดินทางถึงเมืองตุนหวง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู ทางภาคตะวันตกของจีน เป็นเมืองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีน ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญจากจีนไปยังเขตซีอวี้ เอเชียกลางและยุโรป และเคยเป็นชุมทางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต

  • รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเข้าเช็คอินที่โรงแรม เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย หรืออาจจะออกมาเดินเล่นพักผ่อนอริยาบท แถวๆโรงแรม

  • จนถึงเวลาช่วงบ่าย นำท่านเดินทางไปยังทะเลทรายหมิงซาซาน ซึ่งเป็นเนินทรายสูงพอสมควร เมื่อท่านขึ้นถึงยอดเขาท่านสามารถไถลลื่นลงมาสู่เชิงเขาด้านล่าง หากโอกาสเหมาะท่านอาจได้ยินเสียงลมสะท้อนเป็นเสียงคล้าย การลั่นกลองรบ เสียงม้าร้อง เสียงสู้รบและเสียงคนร้อง ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเคยมีกองทัพถูกพายุทรายพัดกระหน่ำและถูกฝังทั้งเป็นทั้งกองทัพอยู่ใต้ภูเขาลูกนี้ ดังนั้นเมื่อท่านลื่นไถลลงมาจากยอดเนินจึงอาจมีเสียงประหลาดเกิดขึ้น และมักจะเกิดขึ้นเมื่อท่านลื่นลงจากยอดเขา
  • ท่านจะได้ชมทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่อยู่ในบริเวณทะเลทรายแห่งนี้  เป็นทะเลสาบกลางทะเลทรายที่น่ามหัศจรรย์ ท่ามกลางเนินทรายที่ล้อมรอบ
  • รับประทานอาหารเย็น จากนั้นนำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

Day 6 : ถ้ำโม่เกา – หย่าตัน – หลานโจว(รถไฟ)

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม 

  • จากนั้นนำท่านชมชมถ้ำโม่เกา มรดกโลกที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก “โม่เกา” เป็นถ้ำที่มีคูหาใหญ่น้อยถึง 495 คูหา มีภาพวาดสีบนผนังสวยงาม มีพระพุทธรูปแกะสลัก และ  องค์เจ้าแม่กวนอิม ในคูหาต้นๆเป็นผลงานการบุกเบิกของพระสงฆ์เล่อจุนในปี ค.ศ. 366 ส่วนคูหาสุดท้ายขุดเมื่อยุคที่มองโกลมีชัยชนะเหนืออาณาจักรจีนในปี ค.ศ. 1277 ดังนั้นประติมากรรมหรือจิตรกรรมที่ท่านจะได้ชมที่ถ้ำโมเกาแห่งนี้ เกิดจากความเพียรพยายามของจิตรกรและช่างหลากยุคหลายสมัย ตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่นับเนื่องยาวนานเกือบ 1,000 ปี

  • รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง หย่าตัน คำนี้เป็นคำเรียกโดยรวมของลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแนวเขาที่ถูกกัดเซาะโดยแรงลมเป็นเวลาหลายปี จนมีสภาพแปลกตา จนดูเหมือนน่าสะพึงกลัว ฉะนั้นคำว่าหย่าตัน อาจพบได้หลายๆ ที่ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวของจีน แต่ที่พวกเราไปกันนั้นคือ หย่าตันที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว 

  • โดยอุทยานหย่าตันนั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ของทะเลทรายโกบี ซึ่งแท่นต่างๆ ที่โผล่ขึ้นมานั่นจะถูกเรียกรวมๆ ว่าแท่นโกบีดำ (ปกติจะเรียกแค่ว่าแท่นโกบี)

  • รับประทานอาหารเย็น จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสถานีรถไฟ เพื่อเดินทางกลับหลานโจว ขบวนที่ Y669 เวลา 20.07-07.28 

    ***คืนนี้นอนบนรถไฟ แบบตู้ละ 4 เตียงนอน***

Day 7 : หลานโจว – เฉินตู – ถนนกว้างแคบ

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางกลับสู่เฉินตู โดยสายการบินภายในประเทศ
  • เหินฟ้าสู่เฉินตู โดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA4208
  • ถึงสนามบินเฉินตู จากนั้น นำท่านไปเดินเล่นย่าน ถนนกว้างแคบ ก่อนเคยเป็นที่อาศัยของเหล่าบรรดานายทหารน้อยใหญ่ ได้ปรับปรุงมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ย้อนยุคและสวยงามคลาสสิคมาก ถนนสายนี้มีสินค้าต่างๆมากมายให้ท่านเลือกซื้อกับบรรยากาศถนนโบราณ อิสระให้ท่านช็อปปิ้งตามอัธยาศัย
  • รับประทานอาหารเย็น ที่ ภัตตาคาร จากนั้นเข้าที่พักพักผ่อนที่โรงแรม

DAY 8 : เฉินตู – ถนนคนเดินชุนซีลู่ – กรุงเทพ

  • รับประทานอาหารเช้า ที่ โรงแรม
    จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินชุนซีลู่ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ มากมาย ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และในประเทศ อาทิ เสื้อผ้า, รองเท้า, เครื่องหนัง, กระเป๋าเดินทาง, นาฬิกา, เกมส์, ของที่ระลึกต่างๆ ฯลฯ ตามอัธยาศัย
  • รับประทานอาหารเที่ยง ที่ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • เหินฟ้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิฯ ประเทศไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 613 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม