Categories
10-Oct 2024 SouthAsia

ทัวร์ปากีสถาน

logo-freedoka

Pakistan

อิสลามาบัด • สการ์ดูร์ • Upper Kachura และ Lower Kachura • หมู่บ้าน Khaplu • เมือง Kharmang • น้ำตก Manthokha Waterfall • ทะเลทราย Sarfaranga Cold Desert •  Chunda valley •  ชมมัสยิด Faisal Mosque

วันที่จัดทริป

23 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • จุดชมวิว Rakaposhi View Point
  • Hunza
  • ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ Lady finger peak
  • ธารน้ำแข็งฮอปเปอร์ (Hopper Glacier)
  • Nagar Village
  • ทะเลสาบ Attabad lake
  • Skardu
  • Upper Kachura
  • Lower Kachura
  • ทะเลทรายซาฟรารังกา Sarfaranga Cold Desert
  • Kharmang ดินแดนแห่งหุบเขา
  • ทะเลทราย Katpana
  • ชมพิธีสวนสนามปิดด่านอินเดีย-ปากีสถาน
short brief
สรุปย่อทัวร์ปากีสถาน

วันที่ 1 |พบกันที่สนามบิน เดินทางไปเมืองอิสลามาบัด โดยสายการบิน Thai Airways
วันที่ 2 | เดินทางสู่ Skardu • จุดชมวิว ราคาโปชิ • เมือง GIlgit • Hunza
วันที่ 3 | ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ Lady finger peak ชม Baltit Fort • Hopper valley • Nagar Valley • Hussaini suspension bridge
วันที่ 4 | ธารน้ำแข็ง Passu Glacier • Passu cone • หมู่บ้าน Khyber Village แวะชมวิว Batura Glacier View Point ถ่ายรูปทะเลสาบ Attabad lake
วันที่ 5 | เดินทางกลับ Skardu • ชม Upper/Lower Kachura • ไปยังเมือง Shigar
วันที่ 6 | ทะเลทรายซาฟรารังกา • หมู่บ้าน Khaplu Village • ชมพระราชวังโบราณ Khaplu Fort
วันที่ 7 | เดินทางไปยังหุบเขา Kharmang • ชมน้ำตก Manthokha Waterfall • เดินทางเพื่อพักที่เมือง พักที่ Skardu
วันที่ 8 | ทะเลทราย Katpana • Chunda valley ถ่ายภาพใบไม้เปลียนสี
วันที่ 9 | บินกลับเมืองอิสลามาบัด • พิพิธภัณฑ์ตักศิลา • มัสยิด Faisal Mosque
วันที่ 10 | เดินทางสู่เมืองละฮอร์ • พิธีปิดด่าน
วันที่ 11 | กลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 69,900 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าวีซ่า
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปปากีสถานที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ • อิสลามาบัด

Day 1

16.00 น. นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG349 19.00

22.10 น. เดินทางสู่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน สร้างขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1960 เพื่อเป็นเมืองหลวงของประเทศแทนนครการาจี 

คืนนี้เข้าพักที่ ISLAMABAD 

Day 2

Fly to Skardu • Rakaposhi • GIlgit • Hunza

บินสู่ Skardu โดย Pakistan Airlines (เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง) แวะ จุดชมวิว Rakaposhi View Point ชมบรรยากาศยอดเขาและความงดงามของยอดเขาราคาโปชิอย่างใกล้ชิด จุดนี้เป็นจุดที่ 3 เทือกเขาและสองแม่น้ำไหลมาบรรจบพบกันโดยคำว่า Rakaposhi แปลว่า หิมะปกคลุม โดยภาษาท่องถิ่นจะเรียกว่า Dumani ซึ่งแปลว่า Mother of Mist หรือ Mother of Cloud) มีความสูงเป็นอันดับที่ 27 ของโลก แล้วเดินทางต่อสู่ สการ์ดู

เดินทางสู่เมือง Gilgit เป็นเมืองสำคัญทางตอนเหนือของจังหวัด Gilgit Balistan เปรียบเสมือนสำนักงานใหญ่ของพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นดั่งศูนย์กลางสำหรับการผจญภัยบนเส้นทางคาราโครัม ไฮเวย์ Karakorum highway (KKH)

เดินทางต่อสู่ Hunza ดินแดนที่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,400 เมตร ผู้คนที่นี่มีอายุยืนยาวนับ 100 ปี พืชพันธุ์หลากหลาย แม่น้ำใหญ่ไหลผ่าน เทือกเขาสูงสลับซับซ้อนยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะเชื่อมยาวไปถึงหิมาลัย

ระหว่างทางมี Photo stop ไปตลอดเส้นทาง

คืนนี้พักที่ Hunza

Day 3

Lady finger peak • Baltit Fort • Hoppar valley • Nagar Valley • Hussaini suspension bridge

เช้าไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ Lady finger peak หรือ ยอดเขานิ้วมือหญิงสาว โดยลักษณะของยอดเขานี้จะเป็นยอดแหลมๆ ซึ่งหากมองบางมุมก็จะคล้ายกับนิ้วมือของผู้หญิง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อยอดเขาแห่งนี้นั่นเอง ยอดเขานิ้วมือของหญิงสาวนี้ตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 6,000 เมตร

Baltit Fort แลนมาร์คสำคัญของหุบเขาฮุนซ่า ซึ่งเคยใช้เป็นที่อยู่ในอดีตของกลุ่มผู้ปกครองฮุนซ่า จากจุดนี้สามารถเห็นวิวรอบๆ เมืองฮุนซ่า บัลติทฟอร์ดมีอายุกว่า 700 ปี โดยได้ถูกต่อเติมส่วนต่างๆ เช่นระเบียง หน้าต่าง กำแพง เรื่อยมา ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บัลติสถานผสมผสานกับทิเบต

เดินทางสู่ฮอปเปอร์ วัลเลย์ เพื่อชมและถ่ายรูปกับธารน้ำแข็งฮอปเปอร์ (Hopper Glacier) ที่สีของธารน้ำแข็งเป็นสีเทาดำซึ่งแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากธารน้ำแข็งในบริเวณนี้ได้สั่งสมจากอดีตมาอย่าง ยาวนานรวมกับแร่ธาตุในบริเวณนี้ ได้เปลี่ยนให้น้ำแข็งกลายเป็นหินนั่นเอง

ไปยังหมู่บ้าน Nagar Village หมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมอันยาวนาน วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม และทัศนียภาพที่สวยงาม ผู้คนใน Nagar Village ขึ้นชื่อเรื่องอัธยาศัยไมตรีและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากภูมิภาคใกล้เคียง เช่น อัฟกานิสถาน จีน และทาจิกิสถาน

แวะ Hussaini Suspension Bridge สะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำของคนท้องถิ่น ซึ่งมีฉากหลังเป็นภาพของ หุบเขาพาสสุ (Passu Valley)

คืนนี้พักที่เมือง Pazzu

Day 4

Passu Glacier • Passu cone • หมู่บ้าน Khyber Village • Batura Glacier View Point • Attabad lake

ชม Passu Glacier ธารน้ำแข็งสีขาวขนาดใหญ่ที่จะต้องเดินเท้าเข้าไปใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเดินเท้าไปกลับ Photo stop กับ Gojal valley กับฉากหลังเป็นยอดเขาสูงสัณฐานแปลกตาอย่าง Passu Cathedral หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า Passu Cones

Khyber Village เป็นหมู่บ้านในหุบเขา Hunza Valley ของ Gilgit–Baltistan ในปากีสถาน แวะจุดชมวิว Batura Glacier View Point เห็นวิวภูเขา Batura ที่เป็นที่นิยมในการเดินเทรค เพราะมีภูมิประเทศที่น่าสนใจรวมถึงธารน้ำแข็ง Batura ยาว 57 กิโลเมตร แวะ Hussaini Suspension Bridge สะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำของคนท้องถิ่น ซึ่งมีฉากหลังเป็นภาพของ หุบเขาพาสสุ (Passu Valley)

ชมวิว Batura Glacier View Point ที่อดีตเคยมีหนองน้ำเล็กๆ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรู้จักในนาม Batura Lake แต่ตอนนี้ ทางน้ำเปลี่ยน ทำให้ Batura Lake น้อย ถูกน้ำพัดหายไปหมดแล้ว วิวแม่น้ำ Hunza ก็สวยงาม มีโค้ง มีหิน มุมสูงก็สวย มุมริมน้ำก็สวยถูกใจ มุมริมถนนก็สวยงาม

ชมวิวและถ่ายรูป ทะเลสาบ Attabad lake สีฟ้าเขียวแปลกตา เป็นทะเลสาบที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 2010 ทำให้ดินถล่มปิดเส้นทางน้ำไหลของ Hunza River ทะเลสาบนี้มียอดเขาสูงล้อมรอบทะเลสาบ เมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ด้านล่าง ปัจจุบันก็ยังมองเห็นซากของเมืองที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบนี้ด้วย

คืนนี้พักที่เมือง Hunza

Day 5

Skardu • Upper - Lowe Kachura • Shigar

เดินทางกลับเมือง Skardu ชม Upper Kachura พื้นที่ส่วนใหญ่ทำเกษตรเป็นสวนแอปเปิ้ลและแอพริคอท ประกอบด้วย Upper Kachura ที่ตลอดเส้นทางสามารถชมธรรมชาติสวยงามของต้น HIMALAYAN POPLAR เรียงรายนับพันต้น แนวเทือกเขาหิมาลัย และทะเลสาบสีเทอคอยส์ และ Lower Kachura สัมผัสทะเลสาบที่ตั้งอยู่ที่ความสูง 2,500 เมตร ถือเป็นแหล่งชุมชนและความเจริญ มีจุดท่องเที่ยวที่โดดเด่น ชื่อว่า “ทะเลสาบแชงกรีลา” หรือ “LOWER KACHURA LAKE” ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของแชงกรีล่า รีสอร์ท ก่อตั้งขึ้นในปี 2526

เดินทางไปยังเมือง Shigar เป็นเมืองสำคัญและชุมชนโบราณในอ้อมกอดของเทือกเขาการาโกรัม (KARAKORUM) โดยผู้คนมีเชื้อสาย Balti ของธิเบต (TIBET) และยังคงมีวัฒนธรรมแบบธิเบตปะปนอยู่ในวิถีชีวิตชาวมุสลิม

คืนนี้พักที่ Shigar

Day 6

Safararangah • Khaplu Village • Khaplu Fort

เดินทางไปยัง ทะเลทรายซาฟรารังกา Sarfaranga Cold Desert ทะเลทราย Sarfaranga Cold Desert ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,226 เมตร (7,303 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่จะมีกิจกรรมหลากหลายให้ท่านเลือกเล่น รถจิ๊บลุยทะเลทราย ขี่ม้า Atv และพาราไกด์ดิ้ง (ไม่รวมในราคาทัวร์) ชมความงามของแสงสะท้อนจากต้นไม้หลากสีที่สะท้อนกับแม่น้ำอินดุส อิสระให้เดินเล่นในหมู่บ้าน

Khaplu Village ชุมชนเล็กๆ อายุกว่า 100 ปีตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ชยอค (SHYOK RIVER) ใช้เวลาขับรถ 3 ชั่วโมงจาก SKARDU มีวิวสวยๆให้ถ่ายรูปตลอดเส้นทาาง เทือกเขาและตลิ่งที่เป็นทรายขาวตัดแม่น้ำสีฟ้าใสๆ ที่เกิดจากการละลายของหิมะบนเทือกเขาสูง เฝ้ามองดูวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่ายและเป็นมิตร

ชม Khaplu Fort พระราชวังโบราณอายุกว่า 200 ปี สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 อยู่ที่ระดับความสูง 2600 เมตร สถาปัตยกรรมและโครงสร้างของพระราชวังแห่งนี้เป็นการผสมผสานกับของศิลปะธิเบต แคชเมียร์ ลาดัก และ เอเชียกลาง

คืนนี้พักที่เมือง Khaplu

Day 7

Kharmang • Manthokha Waterfall • Skardu

Kharmang
เดินทางไปยัง Kharmang ดินแดนแห่งหุบเขา ชื่อเดิมของหุบเขาแห่งนี้คือคาร์ทิคชา แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นคาร์มัง

Kharmang
กลายเป็นเขตที่แยกออกมาในปี 2558 ก่อนหน้านั้นที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเขตสการ์ดู หุบเขาขะมังอุดมด้วยน้ำตกขนาดใหญ่ ทุ่งหญ้าเขียวขจี ทุ่งหญ้า ภูเขาสูง ผลไม้สด ทุ่งหญ้าและทุ่งหญ้าเขียวขจีที่จะทำให้ถ่ายภาพได้ทุกช่วงเวลา ระหว่างทางมีวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย

Manthokha Waterfall
ชมน้ำตก Manthokha Waterfall น้ำตกนี้สูงจากพื้นดินประมาณ 180 ฟุต และอยู่ห่างจากตัวเมืองสการ์ดูเกือบ 80 กิโลเมตร

จากนั้นเดินทางไปยัง Skardu

คืนนี้พักที่ Skardu

Day 8

Katpana • Chunda valley

ไปชม ทะเลทราย Katpana หรือที่เรียกว่าทะเลทรายเย็น เป็นทะเลทรายที่ระดับความสูง ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Skardu ในเขต Shigar ของ Gilgit-Baltistan ทะเลทรายมีเนินทรายขนาดใหญ่ที่บางครั้งปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ทะเลทราย Katpana Cold อยู่ที่ระดับความสูง 2,226 เมตร (7,303 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในทะเลทรายที่สูงที่สุดในโลก

ไปยัง Chunda valley ถ่ายภาพใบไม่เปลี่ยนสี ต้นไม้ที่พบมากที่สุดในหุบเขาชุนดาคือต้นป็อปลาร์ ต้นเบิร์ช และต้นเมเปิ้ล เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี หุบเขาจะเต็มไปด้วยเฉดสีต่างๆ เช่น สีเหลือง สีส้ม สีแดง และสีม่วง ครั้งหนึ่งเคยน้ำท่วมใหญ่ ผู้รอดชีวิตจากเมืองอื่นๆ ทั้งหมดจึงรวมตัวกันที่หุบเขานี้เพื่อให้รอดพ้นจากน้ำท่วม ระหว่างทางขึ้นสู่หมู่บ้านด้านบนมีวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมาก

คืนนี้พักที่เมือง Skardu

Day 9

Islamabad • Taxila Museum • Faisal Mosque

ไปยังสนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางกลับเมือง อิสลามาบัด โดยสายการบิน Pakistan Airlines (เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

**หากอากาศปิดบินไม่ได้เราจะเปลี่ยนเป็นนั่งรถมา อิสลมาบัดแทน ใช้เวลา 12-14 ชั่วโมง)

ชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) สถานที่จัดแสดงพุทธประติมากรรมล้ำค่า อาธิเช่น พุทธศิลป์แบบกรีก จิตรกรรม ประติมากรรม เหรียญกษาปณ์ เครื่องปั้นดินเผา และงานศิลปะอื่น ๆ นำชมโบราณสถานมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาสองแห่ง มหาวิทยาลัยจูเลียนและโมห์รา

จากนั้นถ่ายภาพที่มัสยิด (Faisal Mosque) เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย

คืนนี้พักที่ Islamabad

Day 10

Lahore • Wagha-Attari Border Ceremony • Airport • Bangkok

เดินทางไปยังเมืองละฮอร์ เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ของประเทศปากีสถานเคยเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิโมกุลและอังกฤษจึงได้เห็นการก่อสร้างสถาปัตยกรรมหลายสิ่งที่ยังคงหลงเหลือ

ชมพิธีสวนสนามปิดด่านอินเดีย-ปากีสถาน (Wagha-Attari Border Ceremony) ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกช่วงเย็นประมาณ 16.30 น. ของทุกวัน จนเป็นสัญลักษณ์แห่งการให้เกียรติ “มิตรและศัตรู” ของทั้งสองประเทศ พิธีการนี้จึงเป็นเหมือนสนามประลองขนาดย่อมที่มีไว้เพื่อประชันลีลาและความสง่างามระหว่างกัน โดยทหารปากีสถานแต่งกายในชุดทหารสีดำและสวมหมวกทรงคล้ายพัดสีดำ ส่วนทหารอินเดียจะอยู่ในชุดทหารสีน้ำตาล สวมหมวกทรงคล้ายพัดสีแดง

ถึงเวลาเดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG350 23.30-06.15 น.

(ถึงไทยเช้าวันรุ่งขึ้น)

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
10-Oct 2024 Europe

ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

Switzerland

Laufenburg • Stein Am Rhein • Colmar • เมือง Riquewihr • กรุงBern • ชมยอดเขา Montblanc • ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace • Matterhorn Glacier Paradise • Zermatt • ชมธารน้ำแข็งกราเซียร์ Rosenlaui • เขา Rigi

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • Stein Am Rhein
  • Berggasthaus Aescher
  • นั่งรถไฟท่องเที่ยวด่วนพิเศษ Bernina Express
  • รถไฟสายพิเศษ กราเซียร์ เอกซ์เพรส (Glacier Express)
  • เมืองเซอร์แมท
  • พิชิตยอดเขากอร์เนอร์กรัท
  • Matterhorn Glacier Paradise
  • เมืองเบิร์น
  • เมืองตากอากาศ Interrlaken
  • Jungfraujoch
  • กรินเดอร์วาล เฟียร์ต
  • Rigi Kulm
  • ล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น
short brief
สรุปย่อทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

วันที่ 1 | พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Zurich • Stein am Rhine • Appenzell • Ebenalp • Äscher • Chur
วันที่ 3 |Bernina Express • Landwasser Viaduct • Lavertezzo • Locarno
วันที่ 4 | Andermat • Glacier Express
วันที่ 5 | Gonnergrat • Matterhorn • Riffelsee
วันที่ 6 | Blausee • Bern • Interlaken • Grindelwald
วันที่ 7 | Eiger Express • Jungfrau • Lauterbrunnen • Murren
วันที่ 8 | Grindelwald First • Iseltwald • Lungern
วันที่ 9 | Rigi Kulm • Lake Lucerne Cruise
วันที่ 10 | Zurich Airport
วันที่ 11 | Bangkok

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 000,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปสวิตเซอร์แลนด์ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG970 01.05-07.50

Day 2

Zurich • Stein am Rhine • Appenzell • Ebenalp • Äscher • Chur

07.50 ถึงเมืองซูริค เดินทางต่อไป Stein Am Rhein เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมืองและมีถนนสายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้

เดินทางไปเมืองแอพเพนเซล (Appenzell) เมืองในนิยายของชาวสวิสฯ ชมเมือง Appenzell เมืองในนิยายของชาวสวิสฯ ตั้งอยู่ในหุบเขา อีเบนนาลพ์ (Ebenalp) เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์กับทุ่งหญ้าที่เขียวขจีผสมกับสีสันของดอกหญ้าหลากสี

ชม Berggasthaus Aescher เกสต์เฮาส์บนเชิงผาในสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บนเชิงผาที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1805 โดยเดิมนั้นใช้เป็นที่พักของคนที่ไปทำไร่ถางป่า ก่อนจะมาเปิดเป็นเกสต์เฮาส์แบบจริงจังในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้เอง

เดินทางไปเมือง Chur เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน เมืองนี้ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์ ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์

คืนนี้พักที่ Chur

Day 3

Bernina Express • Landwasser Viaduct • Lavertezzo • Locarno

นั่งรถไฟท่องเที่ยวด่วนพิเศษ Bernina Express รถไฟสายเก่าแก่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เปิดบริการตั้งแต่ปีค.ศ.1990 มีเอกลักษณ์เป็นรถไฟสีแดงสด บนทางขนาดกว้าง 1 เมตร เป็นรถไฟด่วนพิเศษ แบบตู้โดยสารชมวิวแบบพาโนราม่า ผ่านเขตใจกลางเทือกเขาแอลป์ ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ผ่านหุบเหว ลำธาร โตรกผา

รถจะผ่านสะพานกลางหุบเขา Landwasser Viaduct เส้นทางรถไฟที่เป็น Signature หนึ่งของ Swiss เป็นสะพาน ที่มีความสูง 65 เมตร ยาว 136 เมตร

ลงรถไฟที่ St. moritz แล้วเดินทางสู่ เมือง Locarno (โลคาร์โน) เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียง มีจุดเด่นในเรื่องทะเลสาบที่ใหญ่และมีความสวยงาม

เที่ยว ลาเวอร์เทซโซ (Lavertezzo) เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ ขึ้นชื่อเรื่องอาคารบ้านเรือนก่อด้วยหิน สะพานโบราณ และแม่น้ำ Verzasca ที่มีน้ำใสสะอาดเป็นสีฟ้าอมเขียว

ถ่ายรูปที่ Ponte dei Salti หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “สะพานโรมัน” เป็นสะพานหินสำหรับเดินเท้าที่มีอายุ 400 ปี สะพานแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็นจุดกระโดดหน้าผา เนื่องจากน้ำในแม่น้ำ Verzasca เบื้องล่างใสเป็นสีฟ้าเทอควอยซ์ ตัวสะพานมีราวกันตกเพียงด้านเดียว ซึ่งยิ่งเพิ่มความท้าทาย

คืนนี้พักที่ Locarno

Day 4

Andermat • Glacier Express • Zermatt

เดินทางไป เมืองอันเดอร์มัท (Andermatt) หมู่บ้านที่มีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นจุดบรรจบกันของช่องเขาที่สำคัญสามช่องเขา ได้แก่ ช่องเขาโอเบอร์อัลพ์ทางทิศตะวันออก, ช่องเขาก็อทฮาร์ททางทิศใต้ และช่องเขาฟัวร์คาทางทิศตะวันออก

เราจะเริ่มต้นขึ้นรถไฟสายพิเศษ กราเซียร์ เอกซ์เพรส (Glacier Express) ที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตัวโดยสารออกแบบให้ชมพาโนรามาวิว รถไฟด่วนขบวนนี้ได้ชื่อว่าเป็นรถไฟที่วิ่งช้าที่สุดในโลก สัมผัสกับภูมิประเทศแบบสวิสเซอร์แลนด์อย่างเต็มที่ ปลายทางของรถไฟคือ เมืองแซร์มัท (Zermatt)

เมืองเซอร์แมท (Zermatt) เมือง Signature แห่งสวิสเซอร์แลนด์ เมืองผู้เป็นเจ้าของมงกุฎแห่งสวิสหรือ Matterhorn อันเลื่องชื่อ ตั้งตะหง่านเป็นฉากของเมือง มีร้านค้ามากมายให้เดินเล่นชอปปิ้ง เมืองชนบทเล็กๆ ที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขา มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งการรักษาธรรมชาติ การไม่อนุญาตให้ใช้รถยนต์แล่นในเมือง แต่ให้ใช้จักรยาน หรือรถไฟฟ้าแทน

คืนนี้พักที่ Zermatt

Day 5

Gonnergrat • Matterhorn • Riffelsee

ตื่นเช้ารับแสงแรกแห่งวันที่สาดกระทบยอดเขาแมทเทอฮอร์นให้กลายเป็นสีส้ม พาขึ้นรถรางสายพิเศษ พิชิตยอดเขากอร์เนอร์กรัท (Gornergrat) ผ่านธรรมชาติทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่สวยงามทั้งสองข้างทางสู่ยอดเขากอร์เนอร์กรัท (หรือยอดเขาทรอบโบโลน) อันเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของ สวิตเซอร์แลนด์ที่ใครๆก็จำได้ ชมความงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (จากจุดชมวิวกรอนเนอแกรต) ซึ่งมีความสูงกว่า 4,478 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ชมทะเลสาบริฟเฟล (Riffelsee) เป็นทะเลสาบขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,571 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ที่สูงตระหง่าน ทะเลสาบริฟเฟลเป็นที่รู้จักจากทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาแมท
เทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่สะท้อนกับน้ำถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม


ชม Matterhorn Glacier Paradise เป็นสถานีกระเช้าไฟฟ้าที่สูงที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,883 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ให้บริการนักท่องเที่ยวจาก Zermatt ไปยังจุดชมวิวที่งดงามของเทือกเขาแอลป์เมื่อถึงจุดชมวิวจะเห็นทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขา Matterhorn และยอดเขาอื่นๆ กว่า 38 แห่งในเทือกเขาแอลป์ สามารถเดินเล่นบนระเบียงชมวิวที่กว้างใหญ่ และชมธารน้ำแข็ง Matterhorn Glacier ด้วย

พักที่ zermatt

Day 6

Blausee • Bern • Interlaken • Grindelwald

เดินทางไปชม ทะเลสาบ Blausee แปลว่าทะเลสาบสีฟ้า เป็นทะเลสาบขนาดย่อมล้อมรอบไปด้วยป่าขนาดเล็กที่มีเอกชนเป็นเจ้าของ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์ปลาเทราต์ เด่นดังในเรื่องสีของน้ำที่ใสเหมือนผลึกคริสตัลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ จนมองเห็นปลาเทราต์ที่แหวกว่ายไปมา

เดินทางไปยัง เมืองเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ มีการวางผังเมืองได้อย่างดีเยี่ยม สร้างบนเนินเขา ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ให้บรรยากาศแบบยุโรปยุกกลาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกโดยยูเนสโกตั้งแต่ปี 1983

  • ชม บ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Pit) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมือง ตามตำนานเล่าว่ากษัตริย์ในตอนนั้นกำลังหาชื่อเมืองจึงได้ออกไปล่าสัตว์ และตั้งชื่อจากสัตว์ที่ตัวเองได้ออกล่าได้ตัวแรกคือ หมีนั้นเอง ดังนั้น Berchthold v.von Zähringen จึงได้นำรูปหมี ที่ตัวเองล่านำมาเป็นสัญลักษณ์ประจำ นครหลวงเบิร์น
  • Bundeshaus (รัฐสภา) อาคารรัฐสภาสวิส สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก
  • Einsteinhaus (บ้านไอน์สไตน์) บ้านที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อาศัยอยู่และพัฒนาทฤษฎีสัมพัทธภาพ
  • Zytglogge (หอนาฬิกา) หอนาฬิกาโบราณ สัญลักษณ์ของเมืองเบิร์น สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12

กลับสู่ อินทาลาเก้น (Interlaken) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบ Thun และ Breienz คืนนี้เราจะไปพักที่ กรินเดลวาลด์ (Grindelwald) หมู่บ้านเล็กๆ ใจกลางหุบเขาบน เทือกเขา Burnese Alps แห่งรัฐเบิร์น (Bern) ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่กลับมีวิวสวยหลักล้าน รายล้อมไปด้วยทิวทัศน์สุดอลังการของเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ ทิวสน และทุ่งหญ้าสีเขียวขจี เป็นจุดหมายของนักสกีหิมะในยามหน้าหนาว และคนที่โหยหาอากาศบริสุทธิ์

คืนนี้พักที่ Grindelwald

Day 7

Eiger Express • Jungfrau • Lauterbrunnen • Murren

ขึ้นกระเช้า Eiger Express กระเช้าตัวใหม่ล่าสุดเป็นกระเช้าหรือกอนโดล่าสามขาที่ทันสมัยที่สุดในโลกเป็นระบบผสมผสานของกระเช้าลอยฟ้าและกระเช้าไฟฟ้าเข้าด้วยกันมีความมั่นคงต่อแรงลม โดยจะขึ้นจากสถานีกรินเดิลวัลท์ไปยังสถานีอายเกอร์กลาเซียร์ Eiger Express ในเวลาเพียง 15 นาที

จากนั้นโดยสารรถไฟต่อขึ้นสู่ยอดเขาจุงฟราว Jungfraujoch ที่ได้ชื่อว่าเป็น TOP OF EUROPE เมื่อถึงยอดเขาแล้วจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของยอดเขามากมายที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี เก็บภาพบรรยากาศของจุงฟราวยอค บนความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,454 เมตรเเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป

เดินทางไปยังหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเน่นน์ (Lauterbrunnen) หมู่บ้านในหุบเขาที่เงียบสงบ ได้ชื่อว่าเป็นหุบเขารูปตัวยูที่ชันที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของหมู่บ้านนี้จะเป็นน้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Falls) น้ำตกที่สวยเป็นอันดับต้นๆของยุโรป

เดินทางสู่ เมืองมูร์เริน (Murren) เมืองเล็กๆน่ารักๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางสู่ยอดเขา Jungfrau เดินเล่นชมเมือง ใช้ชีวิต Slow life สบายๆในวันที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ Grindelwald

Day 8

Grindelwald First • Iseltwald • Lungern

ไปยัง กรินเดอร์วาล เฟียร์ต (Grindelwald First) หนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นกระเช้ากอนโดล่า สู่ด้านบน ที่ความสูงระดับ 2,168 เมตร พระเอกแห่งเขาด้านกิจกรรมที่สนุกสนานตื่นเต้น โดยใช้เวลาโดยสารกระเช้าเพียง 25 นาที สู่ยอดเขา จากนั้นจะพาไปเดิน Cliffwalk เส้นทางเลียบหน้าผาที่สวยที่สุด (นอกจากนั้นยังสามารถซื้อกิจกรรมเพิ่มเติมได้)

เดินทางไปยังเมือง ไอเซิลวาล์ด (Iseltwald) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ติดทะเลสาบเบรียนทซ์ (Lake Brienz) ถ่ายรูปกับปราสาทซีเบิร์ก (Seeburg Castle) เป็นปราสาทตั้งตระหง่านกลางทะเลสาบ และเป็นฉากหลังในซีรีส์เกาหลีชื่อดัง Crash Landing on You อีกด้วย

ถึงเมือง Lungern เมืองน่ารักๆอีกเมืองที่ไม่ควรมองข้าม เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่สวยงาม ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลสาบ Lungern สีเขียวมรกต ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ ภูเขา เบื้องหลังหมู่บ้านเป็นยอดเขา Brienzer Rothorn ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามได้จากยอดเขา

ไป เมืองลูเซิร์น (Lucerne) ชมสะพานไม้ Chapel Bridge และ หอคอยน้ำ Wasserturm ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 14 โดยมีตัวสะพานที่เปรียบเสมือนกับปราการของเมือง ส่วนหอคอยน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นหอสังเกตการณ์และคุมขังนักโทษ

คืนนี้พักที่ Lucerne

Day 9

Rigi Kulm • Lake Lucerne Cruise

ขึ้นเขา Rigi Kulm เป็นเทือกเขาในภาคกลางของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่รู้จักกันในฐานะ “ราชินีแห่งเทือกเขา” โดยยอดที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 1,797.5 เมตร ไฮไลท์ของยอดเขาริกิก็คือสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง ซึ่งมีทั้งยอดเขาอื่นๆ รวมทั้งทะเลสาบน้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบ

ล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Cruise) ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่4 ของประเทศมีความงดงามของทัศนียภาพอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยยอดเขาริกิ (Mount Rigi) และยอดเขาพิลาตุส (Mount Pilatus) ทำให้วิวทิวทัศน์ดูงดงามยิ่งขึ้นทะเลสาบลูเซิร์น ได้ชื่อว่าสวยสุดในสวิตเซอร์แลนด์ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอกบานสะพรั่ง

คืนนี้พักที่ Lucerne

Day 10

Lucerne • Zurich • Airport

เดินทางกลับเมืองซูริค เพื่อไปยังสนามบินกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG971 13.30-05.30

Day 11

Bangkok

05.30 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
10-Oct 2024 Europe

ทัวร์โครเอเชีย มอนเตเนโกร

Croatia • Montenegro

กรุงซาเกรบ • โบสถ์เซ็นต์มาร์ค • อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ • ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak • เมืองซาดาร์ • เมืองสปลิต • พระราชวังดิโอคลิเธียน • ดูบรอฟนิก • เดินเล่นที่ถนนสตราดัน • มอนเตเนโกร • ชมเมืองเก่า • Our Lady of the Rocks • lovcern national park  • อุทยานแห่งชาติ dumitor • Dumitor National Park 

วันที่จัดทริป

11 – 27 ตุลาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • กรุงซาเกรบ
  • อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่
  • ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak
  • เมืองซาดาร์
  • เมืองสปลิต
  • ดูบรอฟนิก
  • ประเทศมอนเตเนโกร
  • Kotor bay
  • lovcern national park
  • อุทยานแห่งชาติ Dumitor
  • เดินข้ามสะพาน Tara Bridge
short brief
สรุปย่อทัวร์ Croatia Montenegro

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Zagreb • St. Mark’s Church • City tour
วันที่ 3 | Zagreb • Plitvicka • ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak
วันที่ 4 | Plitvicka • Zadar • City tour • ไปเมืองโทรเกียร์ • ป้อมคาเมอร์เลนโก้ • เขตเมืองเก่า
วันที่ 5 | Trogir • Split • Palace of the Emperor Diocletian • ศาลาว่าการเมือง • People Square • Dubrovnik
วันที่ 6 | Dubrovnik • City Tour • เดินเล่นที่ถนนสตราดัน
วันที่ 7 | ถ่ายรูปจุดชมวิว • ข้ามพรมแดนสู่ ประเทศมอนเตเนโกร • เมือง Kotor Bay • ชมเมืองเก่า • เดินเล่นที่จัตุรัสกลางเมือง
วันที่ 8 | Kotor • Our Lady of the Rocks • ชมเกาะ Sveti Đorđe • ไปเมือง Budva • ชมSveti Stefan • lovcen national park ไปเมือง Podgorica
วันที่ 9 | Podgorica • อุทยานแห่งชาติ durmitor • เดินทางต่อสู่ Tara Canyon • ข้ามสะพาน Tara Bridge
วันที่ 10 | เดินทางไป Podgorica • ต่อเครื่องกลับกรุงเทพ
วันที่ 11 | เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 109,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป โครเอเชีย ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Day 1

สนามบินสุวรรณภูมิ

พบกันที่สุวรรณภูมิ เชคอินสายการบิน Austrian Airline เที่ยวบินที่ OS26 23.40-05.35 แวะเปลี่ยนเครื่องที่เวียนนา จากนั้นต่อด้วย OS683 10.10-11.00

Day 2

Zagreb • St. Mark's Church • City Tour

ถึงกรุงซาเกรบเมืองหลวงของโครเอเชีย เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 เขต คือ อัพเพอร์ ทาวน์เขตเมืองเก่าบนเขาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และ โลเวอร์ทาวน์ เขตการค้าสมัยใหม่ที่ขยายตัวออกมาตามหลัง

 

ชม โบสถ์เซ็นต์มาร์ค สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ถือเป็นโบสถ์ Signature ของ Croatia มีความโดดเด่นด้วยหลังคาที่ปูกระเบื้องโมเสกเป็นรูปปราสาทสีขาวบนพื้นสีแดง คู่กับสัญลักษณ์ของโครเอเชีย สโลเวเนีย และดัลเมเชีย ทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่บนลวดลายตารางหมากรุกแดงขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโครเอเชียอีกด้วย พาชมสถานที่ที่น่าสนใจ

 

• โรงละครแห่งชาติซาเกรบ ในสไตล์นีโอบาทร็อค อาคารแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปตัว U และรายล้อมไปด้วยสวนสาธารณะจนได้รับฉายาว่า เกือกม้าสีเขียว

อาคารรัฐสภาที่บอกเล่าถึงความเป็นมาของชนชาติโครแอตซึ่งแยกตัวเองจากยูโกสลาเวียในอดีต

มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่นในนิกายโรมันคาทอลิก ศาสนสถานอายุกว่า 800 ปี สไตล์นีโอโกธิค สัญลักษณ์ของเมืองซาเกรบ เป็นอาคารที่สูงที่สุดในโครเอเชียด้วยความสูงกว่า 108 เมตร 

กำแพงหินโบราณ ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 สร้างเพื่อป้องกันศัตรูในอดีตอันได้แก่ชาวออตโตมัน มีภาพพระแม่มารีที่อยู่ภายในโบสถ์ใต้ประตูเมืองที่รอดจากไฟไหม้ใหญ่ปี ค.ศ. 1731 อย่างปาฏิหาริย์ 

 

คืนนี้พักที่ เมือง Zagreb

Day 3

Zagreb • Plitvicka

เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (2.30 ชม) มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือก Pljesevica, Mala Kapela และ Medvedak ทะเลสาบถูกแบ่งเป็นชั้นบนและชั้นล่าง มีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้

ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยาน ชมความงามของอุทยานตอนล่างและชมความงดงามของ Big Waterfalls

คืนนี้พักกันที่ Plitvicka

Day 4

Plitvicka • Zadar • City Tour • Trogir

เดินทางสู่ เมืองซาดาร์ ZADAR อดีตเมืองหลวงเก่าของภูมิภาคดัลเมเชีย (Dalmatia) ( 2 ชม.) เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยโรมัน เป็นย่านค้าขายทางเรือที่สำคัญ ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อาธิเช่น 

จตุรัสกลางเมืองซาดาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง บรรยากาศของเมืองเก่า ชมความเก่าแก่ของ โบสถ์ St. Simeon โบสถ์เก่าแก่ที่มีประวัติอันยาวนาน 

โรมันฟอรัม (Roman Forum) สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออกของทะลุเอเดรียติก (Adriatic Sea) 

ลานประชุมกลางเมือง ที่ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง

ชม โบสถ์เซนต์ โดแนท (St.Donatus Church) เป็นโบสถ์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 ประจำเมืองซาดาร์

ชม มหาวิหารเซนต์อนาตาเซีย (St.Anastasia Cathedral) คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทียซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 4 ถึง 5 แม้จะถูกทำลายในสงครามมาแล้วแต่ก็ยังคงสภาพความสวยความให้เห็นจนถึงปัจจุบัน

พบกับการบรรเลงดนตรีโดยออร์แกนทะเล (Morske Orgulje) ได้รับรางวัล European Prize ซึ่งออร์แกนทะเลเกิดจากโพรงท่อขนาดใหญ่ 35 ท่อภายในลานบันไดหินอ่อนความยาว 230 ฟุตเลียบทะเลเอเดรียติค เมื่อน้ำทะเลไหลท่วมเข้ามาในท่อของบันไดขั้นที่ต่ำกว่า อากาศภายในจะถูกดันให้ไหลออกมาทางท่อของบันไดขั้นบน เกิดเป็นระดับเสียงต่างๆ ตามจังหวะธรรมชาติของคลื่นลม

เดินทางสู่ เมืองโทรเกียร์ (TROGIR) เมืองโบราณบนเกาะเล็กๆ ซึ่งในอดีตเคยถูกปกครองโดยพวกกรีกและโรมัน แต่ปัจจุบันมีการอนุรักษ์เป็นเมืองเก่า และได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกมีป้อมปราการที่สง่างาม โบสถ์อันสวยงาม ยุคโรมาเนสก์ อาคารที่โดดเด่นแบบเรอเนสซองส์และบาโรคจากยุคเวนิเชียน ชม 

ป้อมคาเมอร์เลนโก้ (Kamerlengo Fortress) ที่สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันยังคงเหลือ กำแพงเมือง ตัวปราสาท และป้อมปราการบางส่วน ถือว่ายังคงความสมบูรณ์แบบและสวยงาม

ชม เขตเมืองเก่าของโทรเกียร์ที่มีอดีตถึง 2,300 ปี ที่รับอิทธิพลจากกรีก โรมัน เวนิซ จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความผสมผสาน

คืนนี้พักกันที่ เมือง Trogir

Day 5

Trogir • Split • City Tour • Dubrovnik

เดินทางสู่เมือง สปลิต (SPLIT) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโครเอเชีย เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และการคมนาคมของแคว้นดัลเมเชีย นอกจากนี้สปลิตยังเป็นเมืองชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชียที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,700 ปี ชม

• พระราชวังดิโอคลิเธียน (Palace of the Emperor Diocletian) สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิไดโอคลีเชียนปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

• ศาลาว่าการเมือง ซึ่งเป็นอาคารสไตล์เรอเนสซองส์ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจัตุรัส 

• พีเพิลสแควร์ (People Square) ศูนย์กลางทางธุรกิจ และการบริหารเมื่อสมัยศตวรรษที่ 15 

เดินทางสู่ เมือง Dubrovnik (ประมาณ 3ชม) 

คืนนี้พักกันที่เมือง Dubrovnik

Day 6

Dubrovnik • City Tour

ดูบรอฟนิกเป็นเมืองที่งดงามตั้งอยู่ริมชายฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติกในโครเอเชีย เมืองนี้เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม กำแพงเมืองอันยิ่งใหญ่ และภูมิทัศน์ที่สวยงาม เมืองดูบรอฟนิกได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก วันสบายๆริมทะเลในวันอากาศสดชื่น วันนี้เราจะพาชม

กำแพงเมืองโบราณ กำแพงแห่งนี้สร้างตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 และมีความยาวถึงประมาณ 1,940 เมตร และมีความสูง 25 เมตร ตลอดแนวกำแพงมีหอคอยหลากหลายรูปทรงสลับกันไป กำแพงเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีความมั่นคงและแข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำทะเลอะเดรียติก

เดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า ชม น้ำพุ Onofrio ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่สถาปนิกผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้

The Cathedral Treasury หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับ ชาวเวนิชในอดีต 

หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock) ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่สัญลักษณ์ทรงกลมใต้นาฬิกาที่ใช้แทนพระจันทร์เพื่อบอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยโบราณ

พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s Palace) ผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค, เรเนซองส์และบาโรค

สปอนซา พาเลส (Sponza Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นสถานที่ราชการ

เดินเล่นที่ถนนสตราดัน ถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร ที่สองข้างทางรายล้อมไปด้วยอาคารสไตล์โรมัน โกธิค และร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม ร้านขายของที่ระลึกต่างๆ มากมาย ให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย 

คืนนี้พักที่เมือง Dubrovnik

Day 7

Montenegro • Kotor bay

แวะถ่ายภาพจุดชมวิวที่เป็น Signature ของ เมือง Dubrovnik 

ข้ามพรมแดนสู่ ประเทศมอนเตเนโกร แปลว่า Black Mountain หรือ ภูเขาสีดำปัจจุบันมอนเตเนโกรพยายามร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป 

ถึงเมือง Kotor Bay ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอ่าว Kotor ทางตอนใต้ของประเทศมอนเตเนโกร เมืองนี้เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม กำแพงเมืองอันยิ่งใหญ่ และภูมิทัศน์ที่สวยงาม เมือง Kotor ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

เดินชมเมืองเก่าที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองยาว 4.5 กิโลเมตร ชมมหาวิหารเซนต์ทริฟูนเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดใน Kotor สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 มหาวิหารแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบโรมันและโกธิกผสมผสาน ชมหอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 หอนาฬิกาแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์

เดินเล่นที่จัตุรัสกลางเมือง มีร้านค้า ร้านอาหาร ให้ได้ชิม ช้อป แชะ

พักที่เมือง Kotor

Day 8

Kotor • Our Lady of the Rocks • Sveti Đorđe • Budva • Sveti Stefan • lovcern national park • Podgorica

ชม Our Lady of the Rocks สร้างขึ้นเมื่อปี 1452 ตามตำนานกล่าวว่ามีลูกเรือสองคนกลับจากการเดินทางที่แสนลำบาก ระหว่างทางได้ค้นพบสัญลักษณ์ของพระแม่มารีและพระบุตรที่อยู่บนก้อนหินในอ่าว พวกเขาจึงต้องการจะสร้างโบสถ์ขึ้นตรงนั้น ทั้งสองคนใช้หินก้อนเล็กๆค่อยๆก่อสร้างขึ้นเป็นโบสถ์เล็กๆ และต่อมากลายเป็นธรรมเนียมที่ชาวกะลาสีจะวางก้อนหินลงในน้ำรอบๆโบสถ์ก่อนเดินทางเพื่อเป็นการขอพรอย่างหนึ่ง ประเพณีนี้ยังคงปฏิบัติต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน  

ชมเกาะ Sveti Đorđe เป็นหนึ่งในสองเกาะเล็กเกาะน้อยนอกชายฝั่ง Perast ซึ่ง แตกต่างจาก Our Lady of the Rocks เป็นเกาะธรรมชาติ เกาะนี้มีอาราม Saint George Benedictine สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และเป็นสุสานเก่าแก่สำหรับขุนนางยุคก่อน 

เดินทางสู่เมือง Budva รีสอร์ทริมทะเล แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของ Montenegro แหล่งท่องเที่ยวหลักคือเมืองเก่าซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดบนชายฝั่ง Adriatic ภายในเมือง ชมป้อมปราการ และช้อปปิ้งของฝากเล็กๆน้อยๆ

ชม Sveti Stefan อดีตเคยเป็นเมืองหลวงแห่ง Paštrovići และเคยเป็นเมืองในอารักขาของเวนิส ในช่วงยุคปี คศ. 1500 ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็น โรงแรม 5 ดาว ชมหาดกรวดสีชมพูและน้ำทะเลสีฟ้าครามทำให้บริเวณนี้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนมาเยี่ยมชมตั้งแต่ยุคปี คศ 1930 

เดินทางสู่ lovcern national park พาคุณไปสูดอากาศบริสุทธิ์ บนยอดเขาพร้อมกับถ่ายรูปจากจุดชมวิวสุดเก๋ไม่มีซ้ำใคร

จากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงแห่งมอนเตเนโกร “พอดโกริกา”

คืนนี้พักกันที่เมือง Podgorica

Day 9

Podgorica • Dumitor • Ostrog Monastery • Tara canyon • Tara Bridge

หลังอาหารเช้า มุ่งหน้าขึ้นเหนือ สู่อุทยานแห่งชาติ dumitor ระหว่างทางแวะชม Ostrog monastery อารามแห่งนี้ถูกฝังอยู่ในหน้าผาหินขนาดใหญ่ดูแปลกตา ก่อตั้งโดย Vasilije เมืองหลวงของบิชอปแห่งเฮอร์เชโกวีนาในศตวรรษที่ 17 เป็นอารามในนิกายเซอร์เบียออร์โธดอกซ์เซอร์เบีย จากวัดสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของที่ราบ Bjelopavlići 

เดินทางต่อสู่ Tara Canyon เกิดจากแม่น้ำทารา มีความยาว 146 กม. แต่สิ่งที่น่าสนใจคือที่นี่เป็นแคนยอนที่ยาวที่สุดในยุโรป และเป็นอันดับสองของโลกรองจากแกรนด์แคนยอน ที่ความยาว 78 กิโลเมตรและลึก 1,300 เมตร และถูกรับรองให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

พาเดินข้ามสะพาน Tara Bridge เป็นสะพานข้ามแคยอน วัดใจกับความสูงและสายน้ำเบื้องล่าง

คืนนี้พักที่เมือง Žabljak

Day 10

Podgorica • Airport • Bangkok

เดินทางสู่สนามบิน เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS728 14.55-16.15 เปลี่ยนเครื่องที่เวียนนา ต่อด้วย OS25 23.35-14.50

Day 11

ฺBangkok

14.50 น. ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
06-Jun 10-Oct 12-Dec 2024 Europe

ทัวร์โดโลไมท์ ชิงเคว เทเร​

Italy Dolomite Cinque Terre

หมู่บ้านชิงเควเตเร่ • เมืองเวโรน่า • Bolzano • ทะเลสาบ Carezza • Cortina d’ Ampezzo • Tre cime • ทะเลสาบ Braies • ภูเขา Seceda • Sella pass • วาล ดิ ฟุเนส • Duomo

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริปโดโลไมท์ ชิงเควเทเร
  • เมืองออร์ทิเซ่
  • ขึ้นกระเช้า Alpe di Siusi
  • ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
  • หมู่บ้าน วาล ดิ ฟุเนส
  • ทะเลสาบ Misurina
  • เมือง Cortina d’ Ampezzo
  • Lake of Carezza
  • ชมบ้านจูเลียต Casa di Giulietta
  • หมู่บ้าน Cinque Terre
  • Lake Como
  • ชมมหาวิหารดูโอโม
short brief
สรุปย่อทัวร์โดโลไมท์ ชิงเควเทเร

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | เดินทางถึง Milan ไปยังเมือง Sirmione เดินทางต่อสู่เมือง Bolzano ไป Ortisei
วันที่ 3 | ขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิว บ่ายขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
วันที่ 4 | ชมหมู่บ้าน Val di Funes • ทะเลสาบ Braies • ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo • ชมทะเลสาบ Misurina • ไปเมือง Cortina d’ Ampezzo
วันที่ 5 | ชมจุดชมวิว Giau Pass ข้ามผ่าน Pordoi pass ชม Lake of Carezza เดินทางไปเมือง Verona
วันที่ 6 | ชมบ้านจูเลียต Casa di Giulietta เดินทางไปยัง ลา สเปเซีย (La Spezia)
วันที่ 7 | เที่ยวหมู่บ้าน Cinque Terre ไปยัง Lake Como
วันที่ 8 | ทะเลสาบ Como เดินทางกลับ Milan ชม Duomo
วันที่ 9 | อิสระช่วงเช้า ไปสนามบินกลับกรุงเทพ
วันที่ 10 | ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 109,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปโดโลไมท์ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบิน เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG940 00.40-07.35

Day 2

มิลาน • Sirmione • Bolzano • Ortisei • Val gardena

เดินทางถึงมิลาน จากนั้นไปยังเมือง Sirmione เมืองอันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 2000 ปี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นออกไป ในทะเลสาบการ์ด้าซึ่งมีความยาวกว่า 55 กม. เมืองนี้จึงถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบ ชมเมืองและร่องรอยประวัติศาสตร์ ในตัวเทืองมีร้านของฝากและร้านอาหารให้ได้แวะเดินเล่นถ่ายรูปได้

เดินทางต่อสู่เมือง Bolzano เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคSouth Tyrol ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมัน รองลงมาเป็น ภาษาอิตาลี แวะชมวิหาร Chiesa dei Domenican ย่านใจกลางเมือง และอนุสาวรีย์ที่จตุรัสกลางเมือง Pizza delle Erbe เดินเล่นแถบถนนคนเดิน Pizza Walther

เดินทางไปยังเมือง ออร์ทิเซ่ (Ortisei) เป็นหมู่บ้านตากอากาศเล็กๆ มีพื้นที่ติดกับออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งเทือกเขาโดโลไมท์ด้วย 

คืนนี้พักที่ Val Gardena

 

Day 3

Alpe di Siusi • Seceda • Val gardena

พาขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิวที่สามารถเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มเขาใน Dolomite วิวเนินสูงๆต่ำๆเป็นฉากหน้า และกลุ่มยอดอันโดดเด่นอยู่เบื้องหลัง ภูเขาทั้งหมด 6 ยอด โอบล้อมภูเขาลูกน้อยไว้ตรงกลาง ยอดซ้ายสุดชื่อ Langkofel (เยอรมัน) และ Sassolungo (อิตาลี)

ช่วงบ่าย ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda เป็นภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงในเทือกเขา Dolomites ตั้งอยู่ในหุบเขา Val Gardena ภูเขา Seceda สูง 2,519 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นที่รู้จักจากยอดเขาที่เป็นเอกลักษณ์รูปทรงสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นกลุ่มภูเขา Sella group และ Sussolungo ท่านจะได้เที่ยว ถ่ายรูปกันจนอิ่ม

คืนนี้พักที่ Val Gardena

Day 4

Val di funes • ทะเลสาบ Braies • ทะเลสาบ Misurina • Tre Cime • ไปเมือง Cortina d’ Ampezzo

พาไปชมหมู่บ้านเล็กๆ วาล ดิ ฟุเนส (Val di Funes) ที่โด่งดังจากภาพโบสถ์ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาฟันเลื่อย ทีใครๆจะต้องจำได้เมื่อมาเยือน Dolomite หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรประมาณ 200 คน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว มีเสน่ห์แบบดั้งเดิมของอิตาลี 

ชมความงามของ ทะเลสาบบรายเอียซ (Braies) เขตอุทยานแห่งชาติ FANES SENNES BRAIES ตามตำนานกล่าวว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์ ที่คอยคุ้มครองดูแลเหมืองทองคำใต้พิภพอีกด้วย 

ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo ยอดภูเขาหินปูนสามลูกที่เรียงติดกัน ว่ากันว่าเป็นยอดเขาที่ดังและสวยที่สุดของ Dolomites ฝั่งตะวันออก

ชมทะเลสาบ Misurina ที่มีเอกลักษณ์เป็นอาคารสีเหลืองตัดกับท้องฟ้าและทะเลสาบสีครามสวยงามยิ่งนัก ทะเลสาบนี้ยาวถึง 2.6 กิโลเมตร ลึกกว่า 5 เมตร ส่วนอาคารสีเหลืองเป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ จึงยืนยัดได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีอากาศบริษุทธิ์เป้นอย่างมาก 

จากนั้นจึงเดินทางกันต่อ มุ่งสู่เมือง Cortina d’ Ampezzo เป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่ในตอนกลางของหุบเขาอัมเปซโซ ในทิวเขา Dolomites อีกทั้งยังเป็นสถานที่ไว้ใช้จัดโอลิมปิกในฤดูหนาวอีกด้วย 

คืนนี้พักที่ Cortina d’ Ampezzo

Day 5

Cortina d' Ampezzo • Giau Pass • Pordoi Pass • Lake of Carezza • Verona

แวะ Giau Pass จุดชมวิวที่อยู่บน Mountain Pass สูงกว่า 2236 เมตร เห็นวิวรอบด้าน 360 องศา ภาพที่ถ่ายบ่อยมากเป็นมุมทางด้านทิศเหนือ เห็นทุ่งหญ้ากับภูเขารูปทรงสามเหลี่ยม

ข้ามผ่าน Pordoi pass อยู่ระหว่าง กลุ่ม ella-Marmolada ที่ยิ่งใหญ่ โดยมีระดับความสูงถึง 2239 เมตร

ชม Lake of Carezza เป็นทะเลสาบที่มีน้ำสีเขียวมรกตและทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา ทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,519 เมตรจากระดับน้ำทะเล และล้อมรอบไปด้วยป่าสน เป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและช่างภาพ เป็นภาพทะเลสาบและทิวต้นสนฉากหลังเป็นภูเขาหิมะอันสวยงาม

เดินทางไปเมือง Verona เมืองแห่งตำนานรักของโรมิโอจูเรียต ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเวนิส แต่มีความโรแมนติคที่ไม่แพ้กันเลย ทั้งทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม โรงละคร งานจัดแสดงต่างๆ และที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีเลยนั่นคือ เรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มสาว โรมีโอจูเลียต ที่ถูกนำมาเรียงร้อยเรื่องราว

คืนนี้พักที่ Verona

Day 6

Verona - La Spezia

ชมบ้านจูเลียต Casa di Giulietta บ้านหลังนี้มีความคล้ายในประพันธ์ ซึ่งก่อนหน้านั้นบ้านหลังนี้เป็นของตระกูล Capello สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 มีความคล้ายคลึงกับบ้านของจูเลียตในนิยายมาก แต่ก็ได้ถูกทิ้งร้างมีต้นไม้เลื้อยรกรุงรังเต็มอาคาร จนกระทั่งมีการพยายามฟื้นฟูบ้านหลังนี้ขึ้นมาใหม่ในศตวรรษที่ 20

เดินทางไปยัง ลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสําคัญทางด้านการค้าและการทหาร เป็นเมืองที่เราจะนั่งรถไฟเข้าสู่ Cinque terre

คืนนี้พักที่ La spezia

Day 7

Cinque Terre • Lake Como

พาชมหมู่บ้าน Cinque Terre ที่มีความหมายว่า 5 แผ่นดิน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานย้อนกลับไปถึงศรตวรรษที่ 11 โดยมี Vernazza และ Manarola เป็นสองหมู่บ้านแรกก่อนหมู่บ้านอื่นๆจะเติบโตตามมา หมู่บ้านเหล่านี้ได้เสื่อมโทรมลงในศตวรรษที่ 16 เมื่อมีการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อจาก La spezia ผ่านหมู่บ้านเหล่านี้ คนในหมู่บ้านนี้จึงได้อพยพย้ายถิ่นฐานออกไปจากที่นี่ จนกระทั้งการท่องเที่ยวกลับมาสร้างความคึกคักอีกครั้งในช่วงปี 1970 เมืองมรดกโลกแห่งนี้ประกอบด้วยหมู่บ้านทั้งหมด 5 แห่ง Monterosso al Mare , Vernazza , Corniglia , Manarola และ Riomaggiore

เดินทางไปยัง Lake Como เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีชื่อเสียงในด้านความสวยงามของธรรมชาติ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโคโม ที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของอิตาลี ทางเหนือของทะเลสาบคือ เทือกเขาแอลป์ยาวเหยียดสุดสายตาเป็นกําแพงธรรมชาติที่สร้างฉากหลังอันงดงามอลังการให้กับดินแดนบริเวณนี้ Lake Como ได้รับสมญานามให้เป็นราชินีแห่งทะเลสาป

คืนนี้พักที่ Lake Como

 

Day 8

Lake Como • ไปเมืองมิลาน

ชื่นชมบรรยากาศรอบๆ ทะเลสาบโคโม (Lake Como) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของอิตาลี มีความสวยงามของทิวทัศน์ ล้อมรอบด้วยภูเขาแอลป์ที่สูงตระหง่าน

เดินทางกลับเมืองมิลาน เมืองสำคัญของประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ โดยถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในระดับเดียวกับ นิวยอร์ค ปารีส ลอนดอน และ โรม

ชมมหาวิหาร แห่งมิลาน ดูโอโม (Duomo) เป็นมหาวิหารประจำเมือง ที่ใหญ่เป็นอับดับสองรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบกอธิค และใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี มหาวิหารดูโอโมมีความยาว 157 เมตร กว้าง 92 เมตร และสูง 108 เมตร หลังคาของมหาวิหารเป็นหลังคาหินอ่อนแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม ยอดแหลมบนหลังคาสูง 106 เมตร มีรูปปั้นพระแม่มาเรียทองคำประดับอยู่

คืนนี้พักที่ Milan

Day 9

มิลาน • สนามบินกลับกรุงเทพ

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ จากนั้นเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG941 14.05-05.55

Day 10

กรุงเทพ

05.55 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
04-Apr 10-Oct 12-Dec 2024 Africa

ทัวร์โมรอคโค

MOROCCO

Casablanca •  Rabat • Chefchaouen •  Fez • Makhzen • ทะเลทรายซาฮาร่า • Merzouga • Ouarzazate • Atlas • Saadian Tombs • Bahia Palace • Koutoubia Mosque • Ali ben Youssef Medersa

วันที่จัดทริป

3 – 13 พฤษภาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริปโมรอคโค
  • ศิลปะแขกมัวร์อันโด่งดัง
  • Hassan II Mosque ใหญ่อันดับ 5 ของโลก
  • Hassan Tower และสุสานกษัตริย์
  • คุมโทนด้วยสีฟ้าหลายเฉดที่เมือง Chefchaoune
  • Medina of Fes ตลาดโบราณในเมืองหมื่นตรอก
  • ประสบการณ์พักที่ Desert camp ที่ Sahara Desert
  • Marrakech สัมผัสวัฒนธรรมอย่างผสมผสาน
short brief
สรุปย่อทัวร์โมรอคโค

วันที่ 1 |สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Casablanca • สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 • Rabat • Kasbah of the Oudayas • Mohammed V Mausoleum and Hassan Tower
วันที่ 3 | Chefchaouen • Plaza Uta el-Hammam • Kasbah
วันที่ 4 | ช่วงเช้า Chefchaouen • Volubilis • Fes
วันที่ 5 | Madarsa Bou Inania • ชม Kairaouine Mosque & University • ชม Chouara Tannery • Dar El-Makhzen Palace ชมและช้อปในเมืองเก่า Old Medina
วันที่ 6 | เดินทางเข้าสู่ Merzuga • ทะเลทรายซาฮาร่า
วันที่ 7 | ชม Fossil Museum • ช่องเขา Todra Gorge • ไปเมือง Ouarzazate
วันที่ 8 | เดินทางไปเมือง Ait banhatduo • เทือกเขา Atlas • แวะเยี่ยมชม Menara Gardens เดินทางสู่เมือง Marakesh • เดินเล่น Rahba Kedima Square และ Jama El Fna Square
วันที่ 9 | ประตูเมือง Bab Agnaou • Saadian Tombs • อาคาร Bahia Palace 7 มัสยิดKoutoubia Mosque • เยี่ยมชม Ali ben Youssef Madrasa
วันที่ 10 | เดินทางสู่เมืองคาซาบลังกา ไปสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ
วันที่ 11 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 69,900 บาท
  • พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 16,000 บาท

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าวีซ่า
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ค่าเครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปโมรอคโคที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ • คาซาบลังก้า

Day 1

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรรภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Emirate Airlines เที่ยวบินที่ EK385 01.15-04.45 เปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ จากนั้นต่อด้วย EK751 07.30-12.55

Day 2

Casablanca • Rabat

12.55 ถึงสนามบินนานาชาติโมฮัมเหม็ดที่ 5 แห่งเมืองคาซาบลังกา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันออกของประเทศ เมืองคาซาบลังกายังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมร็อกโก โดยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ

ชม สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (ถ่ายรูปด้านนอก) สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1993 ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโก สุเหร่ามีขนาดใหญ่มาก จุคนได้ราว 25,000 คน เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโก จัดลำดับเป็นสุเหร่าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในคาซาบลังกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

เดินทางสู่เมือง Rabat เมืองหลวงของประเทศโมรอคโค ถูกสถาปนาขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองในช่วงปี 1912 แทนที่เมืองเฟสเนื่องจากเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงในเมืองเฟส

ชม Oudaya Kasbah ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ป้อมอูดายานี้สร้างขึ้นโดยสเปนเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมร็อกโก บริเวณด้านในมีสวนดอกไม้และชุมชนชาวเมือง (Metina) และบ้านเรือนส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยสีฟ้า-ขาว

ชม Mohamed V Mausoleum and Hassan Tower สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งประจำเมือง Rabat ภายในเป็นสุสานที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ Hassan II และเจ้าชาย Abdallah ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมประจำราชวงศ์ Alaouite ที่เป็นอาคารสีขาว และมีหลังคาสีเขียว ซึ่งสีเขียวนั้นถือว่าเป็นสีประจำศาสนาอิสลามอีกด้วย ด้านหน้าของสุสาน

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Rabat

Day 3

Chefchaouen • Plaza Uta el-Hammam • Kasbah

ไปเมือง Chefchaouen เมืองเก่าแก่ขนาดเล็ก เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองเชฟชาอูน คือ บ้านเรือนสีฟ้าและสีขาวที่รายล้อมอยู่โดยรอบ

Chefchaouen เป็นเมืองเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1471 รวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบันก็ราว ๆ 547 ปี แล้ว เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ Moulay Ali ibn Rashid al-Alami ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นป้อมปราการในการต่อสู้กับโปรตุเกสที่เข้ามารุกรานโมร็อกโกทางเหนือ โดยหลังจากการรุกรานครั้งนั้นก็มีชาวมอริสคอส (Moriscos) และชาวยิว (Jew) ตั้งรกรากอยู่ที่เมืองแห่งนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ชมจัตุรัสอูตา เอล ฮัมมัม (Plaza Uta el-Hammam) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเชฟชาอูน จัตุรัสแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยอาคารสีฟ้าสดใส ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย ที่นี่เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน ชมวิวผู้คน และถ่ายรูปกับอาคารสีฟ้า

Kasbah ป้อมปราการเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุและงานศิลปะ ป้อมปราการประกอบด้วยกำแพงสูง หอคอย และประตู ตลอดจนมัสยิดและอดีตพระราชวัง ได้รับการบูรณะใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงโบราณวัตถุและงานศิลปะจากภูมิภาค รวมถึงเครื่องประดับ อาวุธ และเครื่องปั้นดินเผา พิพิธภัณฑ์ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของ Chefchaouen และ Kasbah

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Chefchaouen

Day 4

Chefchaouen • Volubilis • Fes

เดินเล่นชมเมือง Chefchaouen กันที่ Old Medina ตามอัธยาศัย แวะหามุมแปลกถ่ายรูปรวมถุงช้อปปิ้งจะจ่ายสินค้าพื้นเมืองราคาย่อมเยาสีสันสดใสได้จากที่นี่

เดินทางไป Volubilis เมืองเกษตรกรรมโรมันโบราณที่อยู่ในโมร็อกโก และเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี 1997 เชื่อกันว่าเมืองนี้สร้างขึ้นประมาณ 300 ปีก่อนครัสตกาล ก่อนจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 18 ทำให้เหลือเพียงซากปรักหักพังให้ได้ชมกัน

เดินทางไป Fes เมืองมรดกโลกอันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศโมร็อกโก และยังเคยเป็นเมืองหลวงของโมร็อกโกเมื่อปี ค.ศ.1925 สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ อิดริส (Idrisid Dynasty) โดยสุลต่าน โมเลย์ อิดริส ที่ 1 (Moulay Idriss I) ในปัจจุบันเมืองเฟซได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมยุคเก่าในโมร็อกโก และเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรม

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Fes

Day 5

Madarsa Bou Inania • Kairaouine Mosque & University • Chouara Tannery • Darel • Old Medina

ชม Madarsa Bou Inania เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่สร้างขึ้นราวปี 1351 คำว่า Bou Inania ซึ่งเป็นชื่อของโรงเรียนสอนศาสนานั้นมาจากชื่อของสุลต่าน Abou Inan นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาไม่กี่แห่งที่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามได้เข้าไปเยือนอีกด้วย

ชม Kairaouine Mosque & University พื้นที่ที่มีทั้งมัสยิดและมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกในประเทศโมร็อกโก ได้ดำเนินการเปิดสอนศาสนาอิสลามมาอย่างยาวนาน ทำให้เป็นมหาวิทยาลัยทางศาสนาอิสลมที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดในโลก

ชม Chouara Tannery เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องหนังมาก ใครมาเยือนก็จะต้องซื้อหาเครื่องหนังติดมือไปเป็นของฝาก สาเหตุที่เมืองแห่งนี้โด่งดังในเรื่องเครื่องหนังเนื่องจากกรรมวิธีในการฟอกหนังนั้นทำด้วยมือทั้งหมด และเป็นวิธีการที่สืบทอดกันมากว่าพันปีแล้วนั่นเอง ลานฟอกหนังในเมือง Fez ถือว่าเป็นลานฟอกหนังที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศโมร็อกโกเลยทีเดียว

Dar El-Makhzen Palace ที่ประทับของสุลต่านแห่งโมร็อกโก สร้างขึ้นโดยมูเลย์ อีสมาอิล ในช่วงศตวรรษที่ 17 เพดานแกะสลักไม้และลายหินอ่อนปัจจุบันพระวังถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จำนวน 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมร็อกโกและพิพิธภัณฑ์ของโบราณ

ชมและช้อปในเมืองเก่า Old Medina ที่อดีตเคยเป็นเมืองหลวง ของประเทศเป็นเวลาหลายปี รวมถึงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์เมืองหนึ่งของศาสนาอิสลาม ในเขตย่านเมืองเก่า มีตรอก ซอก ซอยมากกว่า 10,000 ซอย ขนาดซอยที่แคบที่สุด มีขนาดความกว้างประมาณ 50 ซ.ม.เท่านั้น

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Fes

Day 6

Merzugar • Sahara Desert

เช้าตรู่ โบกมืออำลาเมืองเก่าเฟสแล้วเตรียมตัวออกเดินทางไกล วันนี้เราจะเดินทางไกลกันสักหน่อย ออกเดินทางมุ่งหน้าลงใต้สู่เมืองเมอซูการ์ ประตูสูงดินแดนทะเลทรายซาฮารา

เดินทางเข้าสู่ Merzuga เมืองที่ถือได้ว่าเป็นประตูสู่ซาฮาร่า ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่วิวที่เต็มไปด้วยเนินทราย ถึงที่พัก เก็บสัมภาระ ก่อนนำท่านเปิดประสบการณ์ ขี่อูฐ เพื่อเดินทางเข้าสู่ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา

เดินทางเข้าสู่ ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เมื่อราว 1,000 ปีที่ผ่านมาเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เนื่องจากสมัยก่อนทะเลทรายแห่งนี้เคยเป็นแม่น้ำมาก่อนนั่นเอง แดดล่มลมตก สัมผัสประสบการณ์ปีนเขาทราย (Sand Dune) ณ ยอดเขา เราจะมองเห็นเม็ดทรายที่สะท้อนแสงเป็นสีชมพูอ่อนหวาน และเลื่อมเงาที่เกิดจากลอนทราย กลายเป็นคลื่นทะเลทรายที่สวยงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคณะอูฐที่เดินมาตามสันทราย เหมือนกับสารคดีที่เราคุ้นเคยกันแต่เด็กอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว

คืนนี้เราจะพักกันที่ Desert camp

Day 7

Fossil Museum • Todra Gorge • Ouarzazate

ชม Fossil Museum ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตต่างๆในอดีตที่ถูกทับถมในชั้นหิน เช่นพืช ปลา หอย ฯลฯ ซากฟอสซิลนั้นสามารถบอกอะไรได้หลายๆอย่าง ทั้งสภาพแวดล้อมในอดีต การดำรงชีวิต การวิวัฒนาการต่างๆ

Todra Gorge เป็นช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่กลางแม่น้ำ ด้วยความที่มีแม่น้ำไหลผ่านช่องเขาบริเวณนี้จึงมีลักษณะรูปทรงแปลกตาออกไปไม่เหมือนกับที่อื่นๆ พื้นที่บริเวณนี้ยังมีคนท้องถิ่นอาศัยอยู่ ถ้าโชคดีทุกท่านจะได้พบชาวบ้านที่ลากจูงลา อูฐ และแพะออกมาหาอาหารกินกันด้วย

Ouarzazate เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองสู่ทะเลทราย ทำให้เมืองวอซาเซทมีภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่องเข้ามาถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็น The Mummy, Games of Thrones เป็นต้น เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นเมืองทางยุทธศาสตร์มาก่อน ฝรั่งเศสได้พัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการบริหารงาน แต่เนื่องจากภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นทะเลทราย ในเวลาต่อมา จึงถูกพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวแทน

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Ouazazate

Day 8

Ait banhatduo • เทือกเขา Atlas • Marakesh

เมือง Ait banhatduo เป็นเมืองที่ก่อสร้างหินทรายและเป็นเมืองที่อยู่ในรายชื่อที่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก้อีกด้วย ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ จุดพักของคณะคาราวาน ที่มาจากซาฮาร่ามุ่งหน้าไปยังมาราเกซ เมืองนี้เคยมีทีมงานภาพยนตร์มาใช้โลเคชั่นแห่งนี้ในการถ่ายทำหนังมาแล้วกว่า 10 เรื่อง เช่น Lawrence of Arabia และ Gladiator

ข้าม เทือกเขา Atlas เทือกเขาที่ตั้งชื่อตามเทพ Atlas ที่มีตำนานกล่าวว่าเทพ Atlas พยายามโค่นล้มเทพเซอุส (Zeus) แต่ว่าไม่สำเร็จ จึงถูกจับและลงโทษด้วยการให้แบกเอาโลกไว้บนศีรษะ ระหว่างทางจอดให้ท่านได้ถ่ายรูปถนนที่ผ่านสู่เทือกเขาแห่งนี้อันเหมือนผ้าพับ ในจุดที่จอดรถได้ ระหว่างทาง

แวะเยี่ยมชม Menara Gardens เป็นสวนที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เพราะแต่เดิมถูกสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำ แวดล้อมด้วยต้นมะกอกและต้นสน ภายในสวนมีอาคารและมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ของเทือกเขาแอตลาสดูสวยงาม

ออกเดินทางสู่เมือง Marakesh เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโมร็อกโก นอกจากนั้นยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโมร็อกโกอีกด้วย โดยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะเดียวกันยังมีภาพยนตร์หลายเรื่อง ได้มาถ่ายทำโดยใช้โลเคชั่นของเมือง ทำให้เห็นความสวยงามและบรรยากาศสุดโรแมนติกของเมืองได้เป็นอย่างดี

Rahba Kedima Square จัตุรัสการค้าที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในเขตเมืองเก่าของมาราเกรซ อยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสกลาง มีสินค้าหลากหลายให้ท่านได้เลือกเดินช้อปปิ้งหรือถ่ายรูป

Jama El Fna Square เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองอันเลื่องชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก ในอดีตเคยเป็นลานประหาร แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นลานการค้าที่คึกคัก ร้านขายของและร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมาก จะเริ่มเปิดร้านในช่วงเย็นๆ

คืนนี้พักที่เมือง Marakesh

Day 9

Bab Agnaou • Saadian Tombs • Bahia Palace • Koutoubia Mosque • Ali ben Youssef Medersa

ไปชม Bab Agnaou ประตูเมืองหนึ่งใน 19 ประตูเมืองของเมืองมาราเกซ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ในขณะที่ประตูอื่นๆเป็นทางเข้าของเมืองแต่ประตูนี้จะเป็นทางเข้าของราชวงศ์ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเขตเมืองชั้นใน

ชม Saadian Tombs มีการตบแต่งในศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้คือความงามของเสาคอลัมน์หินอ่อน ในห้องโถงขนาดใหญ่ รวมถึงลวดลายปูนปั้นที่อยู่บนผนังและตามเพดาน

ชม Bahia Palace สร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa อาคารถูกออกแบบเป็นแนวสมัยใหม่ โดยตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้นแบบ stucco มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสก แต่เนื่องจากมีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลาย ๆ อย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว

Koutoubia Mosque มัสยิดที่มีหอคอยสูงกว่า 70 เมตร ทำให้ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนในตัวเมืองก็จะสามารถเห็นมัสยิดแห่งนี้ได้ มัสยิดกูตูเบียสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 และยังได้ชื่อว่าเป็นอนุสรณ์สถานของชาวมุสลิมที่สมบูรณ์ที่สุดในดินแดนแอฟริกาเหนือ (เปิดให้เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น ที่จะเข้าไปถึงชั้นในของสุเหร่าได้ รวมทั้งจุดชมวิวที่อยู่บนยอดสุเหร่าด้วย)

เยี่ยมชม Ali ben Youssef Madrasa โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่14 และเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโกอีกด้วย

คืนนี้พักที่เมือง Marakesh

Day 10

Casablanca • Bangkok

ออกเดินทางสู่สนามบิน Casablanca (ประมาณ 2.40 ชม) เตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทยโดยสายการบิน Emirate Airlines เที่ยวบินที่ EK752 14.55-01.15 เปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ต่อด้วย EK376 03.45-13.00

Day 11

Bangkok

13.00 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
09-Sep 10-Oct 2024 Scandinavia

ทัวร์นอร์เวย์ โลโฟเทน เบอร์เกน

Norway • Lofoten • Bergen

โลโฟเทน • ทรอมโซ • Arctic Cathedral  • หมู่บ้าน Hamnoy •  Nusfjord • Reine • Uttakleiv Beach • Henningsvear • Bergen • Flamsbana • ล่องเรือ Naeroyfjord • สต๊อกโฮม

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • ทรอมโซ สถานที่ที่ดีที่สุดในโลกในการชมแสงเหนือ
  • Sami Village เรียนรู้วิถีชาวเผ่าท้องถิ่นผู้เลี้ยงกวางเรนเดียร์
  • Reine หมู่บ้านชาวประมงที่มีจุดชมวิวงามล้ำๆ
  • Hamnoy ซิกเนเจอร์แห่ง Lofoten
  • Uttakleiv Beach หาดหินชื่อดัง อีกสถานที่ชมแสงเหนือที่มีฉากหน้าเป็นห้วงมหาสมุทร
  • Henningsvaer เมืองชาวประมงที่กลายเป็นเมืองอาร์ทๆ เล็กๆ ให้ได้เดินแบบ ชิคๆคูลๆ รวมถึงสนามบอลที่โอมล้อมด้วยหน้าผาหิน 
  • Ramberg Beach เมื่อน้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและบ้านสีแดงสด
  • บินสู่ เบอร์เกน เมืองท่าระดับโลก และอ่าวจอดเรือที่มีบ้านเรือนสีสันสดใส
  • รถไฟสายฟลอมบาสนา รถไฟสายโรแมนติกแห่งนอร์เวย์ สักครั้งในชีวิตที่ต้องไป
  • เมืองฟลอม และจุดชมวิว Stegastein มองเห็น Aurlandfjorden
  • ล่องเรือชม NarroyFjorden
short brief
สรุปทัวร์นอร์เวย์โดยย่อ

วันที่ 1 | สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Oslo • Tromso • City Tour
วันที่ 3 | Reindeer and Sami village
วันที่ 4 | Harstad • วิวภูเขาเคิปเพน • Kasfjord City – Mini Town • Trondenes Church
วันที่ 5 | Uttakleiv and Haukland Beach • Ramberg beach • สะพานข้ามเกาะ Fredvang • Hamnoy
วันที่ 6 | ชมเมือง Svolvaer • หมู่บ้านสุดเกาะ A • หมู่บ้านโบราณ Nusfjord • หมู่บ้านไฮไลท์ Reine • จุดชมวิวสะพาน Reinebrua
วันที่ 7 | หมู่บ้านสีเหลือง Sakrisoy • Henningsvaer • Svolvaer
วันที่ 8 | เบอร์เกน • เดินชมอ่าวเบอร์เกน • ชมแหล่งมรดกโลก Bryggen Wharf • ขึ้นกระเช้าชมเมือง
วันที่ 9 | นั่งรถไฟสายฟลอมบาสน่า • ผ่าน Mydral • เมือง Flam • Stegastein
วันที่ 10 | ล่องเรือ Naeroyfjord • Bergen • น้ำตก Tvindafossen
วันที่ 11 | บินสู่ Oslo • เดินทางกลับประเทศไทย
วันที่ 12 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 149,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป นอร์เวย์ ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Bangkok • Oslo

Day 1

21.30 พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG954 เวลา 00.25-07.25 เดินทางไปยัง Oslo