Categories
Europe

ทัวร์ออสเตรีย เชค

logo-freedoka

Austria • Czech

Vienna • พระราชวัง Schönbrunn Palace • Grinzing • Melk • วิหาร Melk Abbey • เหมืองเกลือ • Hallstatt • Salzburg • เมืองเทพนิยาย Krumlov • Prague • ย่าน Lesser Town • Prague Castle • Telc

วันที่จัดทริป

3 – 12 ตุลาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • Salzburg
  • สวนมิราเบล
  • ชม ป้อม Hohensalzburg Fortress
  • Hallstatt Salt Mine เหมืองเกลือแห่งฮัลล์สตัทท์
  • หมู่บ้านมรดกโลก ฮัลล์สตัทท์
  • เชสกี้ ครุมลอฟ
  • กรุง Prague
  • สะพานชาร์ลส์
  • Town Hall Clock
  • วิหารสตีฟท์เมลค์
  • พระราชวัง Schönbrunn
  • เมืองบราติสลาวา
  • Grinzing
short brief
สรุปย่อทัวร์ออสเตรีย

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางไปยัง Vienna
วันที่ 2 | เมือง Salzburg • ป้อม Hohen • สวนมิราเบล • สะพาน Salzach • ถนน Getreidegasse
วันที่ 3 | ทะเลสาบ Mondsee • Hallstatt • รถรางไปจุดชมวิว • เหมืองเกลือ
วันที่ 4 | เมืองเทพนิยาย Krumlov • วิวโค้งแม่นํ้าวัลตาวา • เดินชมเมืองเก่า
วันที่ 5 | หอคอยชมเมือง Krumlov • Prague
วันที่ 6 | สะพานชาร์ลส์ • ย่าน Lesser Town • Prague Castle • นาฬิกาดาราศาสตร์ • Old Twon • Pentrin Tower • จุดชมวิว 3 สะพาน
วันที่ 7 | เมือง Telc • เมือง Melk
วันที่ 8 | Bratislava • พระราชวัง Schönbrunn Palace • Grinzing
วันที่ 9 | Oldtwon • Airport
วันที่ 10 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป ออสเตรีย ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

เดินทางสู่เวียนนา โดยสายการบิน Austrian Airline เที่ยวบินที่ OS26 23.40-05.35

Day 2

เมือง Salzburg • ป้อม Hohen • สวนมิราเบล • สะพาน Salzach • ถนน Getreidegasse

05.35 น. ถึงเวียนนา จากนั้นเดินทางสู่ Salzburg (3.30ชม) เมืองแห่งเสียงดนตรีนี้ เป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลก “โมสาร์ท”

ชม สวนมิราเบล (Mirabell Garden) วังฤดูร้อนตั้งอยู่ริมแม่น้ำซาลซัค ในสไตล์สวนบาโรก ในฤดูใบไม้ผลิมีการประดับไม้ดอก น้ำพุม้าปีกาซัส รูปปั้นต่างๆ สะท้อนถึงองค์ประกอบระหว่าง ดิน น้ำ ลมและไฟ รวมถึงรูปปั้นคนตัวเล็กในสวน ที่จำลองมาจากคนจริงในสมัย 1700s

เดินข้ามสะพาน Staatsbrucke ที่มีกุญแจคู่รักคล้องอยู่เต็มราวสะพาน ชม ป้อม Hohensalzburg Fortress ที่ถูกสร้างขึ้นมากว่า 1000 ปี ต่อมาได้มีการสร้างและต่อเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงศตวรรษที่ 17 ใช้เป็นที่พักของอาร์ชบิชอปผู้ครองนคร ป้อมขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการอนุรักษ์ไว้ในยุโรปกลาง ชมวิวเมือง Salzburg จากมุมสูงได้ทั้งเมือง

ถนนเกไทรย์เดอกาสเซอ Getreidegasse ถนนสายเล็กๆผ่ากลางเมืองเก่า บ้านเรือนรูปแบบอาคารพาณิชย์ ตั้งขนานไปกับถนนสายนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่นคือป้ายเหล็กดัดที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างเป็นภาพปูนปั้นแกะสลัก ปัจจุบันเป็นย่าน shopping ที่มีร้านค้าแบรนด์เนมมากมาย รวมถึงบ้านที่โมสาร์ทเคยอาศัยอยู่

คืนนี้พักที่ Salzburg

Day 3

ทะเลสาบ Mondsee • Hallstatt • รถรางไปจุดชมวิว • เหมืองเกลือ

เดินทางสู่เมือง Mondsee “มอนด์” แปลว่า พระจันทร์ และ “ซี” แปลว่า ทะเลสาบ ภายในตัวเมืองมีบ้านเรือนปลูกอยู่ริมทะเลสาบพระจันทร์ น่ารักและสวยงาม แวะถ่ายรูปกับทะเลสาบ Mond see

พาชมวิวมุมสูงโดยรถรางไฟฟ้า สู่จุดชมวิวแบบพาโนรามาของเมือง ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมยื่นออกไป เรียกว่า Skywalk Platform ‘Welterbeblick’ มีความสูง 360 เมตร

ชมเหมืองเกลือ Hallstatt Salt Mine เหมืองเกลือแห่งฮัลล์สตัทท์ อันเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานมากว่า 5000 ปี จนเรียกยุคนั้นว่า Hallstatt Iron Age เนื่องจากสมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร เกลือจึงมีความสำคัญมาก เรียกได้ว่าที่ตรงไหนมีเกลือ ก็เปรียบเหมือนมีทองนั่นเอง ในปัจจุบัน Hallsatt salt mine ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกสำหรับการเดินทางเข้าสู่เหมือง เราจะเปลี่ยนเป็นชุดหมีสีแดงและสีเขียว โดยวิทยากร จะนำบรรยายประวัติศาสตร์การทำเหมือง ระหว่างนี้ก็จะมีกิจกรรมสนุกๆให้ได้ทำกัน

ชมหมู่บ้านมรดกโลก ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ซึ่งเป็นหมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 4500 ปี เมืองแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีมนต์เสน่ห์จับใจ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอันถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงชัน ตัวบ้านได้ถูกสร้างลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆตามแนวเขาริมทะเลสาบ เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจและไม่ค่อยได้เห็นกันนัก

คืนนี้พักที่ Hallstatt

Day 4

เมืองเทพนิยาย Krumlov • วิวโค้งแม่นํ้าวัลตาวา • หอคอยชมเมือง • เดินชมเมืองเก่า

เดินทางไปยังเมือง Krumlov เชสกี้ ครุมลอฟ ซึ่งถือเป็นเมืองมรดกโลกอันเก่าแก่ สุดแสนจะน่ารัก มีอาคารโบราณมากกว่า 300 แห่ง โดยสถาปัตยกรรมของปราสาทส่วนใหญ่ถูกตกแต่งแบบศิลปะโกธิค , เรเนซองส์ และ บารอก ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ในสมัยก่อนเมืองแห่งนี้ได้เกิดการล่มสลาย เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้น จึงได้มีการฟื้นฟูเมืองขึ้นมาใหม่ จนกระทั่ง ในปี 1992 องค์การยูเนสโกจึงยกให้เป็นเมืองมรดกโลก

ชมวิวโค้งแม่น้ำวัลตาวา ที่เห็นสามสะพานเรียงกันราวกับภาพในฝัน มองเห็นเป็นโค้งน้ำรูปตัว S ไปตามเนินเขา ซึ่งแม่น้ำวัลตาวา เป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองมาตั้งแต่โบราณ

ชมวิวเมืองจาก หอคอยชมเมือง บนหอคอยที่สูงที่สุดอันดับสองของประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่จะได้ภาพเมืองตุ๊กตาหลังคาสีส้ม ที่เคยได้เห็นตาม Postcard

เดินชมเมืองเก่า เมืองที่น่ารักที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เมืองนี้ต้องมีเวลาเดินถ่ายรูป เพราะในบรรยากาศละมุนละไม จะแวะดื่มกาแฟ ตามร้านคาเฟ่เล็กๆ น่ารักริมแม่น้ำ เดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มีร้านขายของที่ระลึกสวยๆ หรือ จะเดินเล่นชมเมืองเก่าตามแนวโค้งของแม่น้ำวัลตาวาที่อ่อนโยน

คืนนี้พักที่ Krumlov

Day 5

หอคอยชมเมือง Krumlov • Prague

ไปยังหอคอยชมเมือง Krumlov ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเก่าของ Cesky Krumlov เป็นหอคอยทรงกลมสูง 5 ชั้น สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เป็นส่วนหนึ่งของปราสาท Krumlov สามารถมองเห็นหอคอยได้จากทุกที่ในเมืองเก่า สามารถขึ้นบันได 162 ขั้นไปยังยอดหอคอยเพื่อชมวิวเมืองแบบ 360 องศา วิวจากยอดหอคอยนั้นสวยงามมาก มองเห็นหลังคาสีแดงของเมืองเก่า แม่น้ำ Vltava ที่คดเคี้ยว และปราสาท Krumlov อยู่ไกลๆ

เดินทางสู่กรุง Prague เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเช็กเกีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัลตาวา ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว กรุงปรากเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของโลก

คืนนี้พักที่ Prague

Day 6

สะพานชาร์ลส์ • ย่าน Lesser Town • Prague Castle • นาฬิกาดาราศาสตร์ • Old Twon • Pentrin Tower • จุดชมวิว 3 สะพาน

เดินเที่ยว สะพานชาร์ลส์ อันสวยงามและมีชื่อเสียง ซึ่งต้องมาก่อนคลื่นมหาชนจะมาถึง พร้อมเก็บรูปตัวเองกับบรรยากาศอันแสนสวยและสงบ ให้สมกับการเป็นสะพานอันดับ 1 ในโลก ที่ทุกคนจะต้องดั้นด้นมาถึงให้ได้ ชื่นชมรูปปั้นนักบุญคนสำคัญที่ยืนเรียงรายบนสองฝั่งสะพาน โดยเฉพาะนักบุญเนโปมุก พร้อมสัมผัสกับหมาน้อย ใต้แท่นของนักบุญตามความเชื่อ แล้วท่านจะได้กลับมาอีกครั้ง

เดินเล่น ย่าน Lesser Town ที่มีบรรยากาศของเมืองเก่าคลาสสิคและนิยมใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์

ปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) สร้างอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918

ชม หอนาฬิกาดาราศาสตร์ อันเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกทั่วสารทิศให้มารวมตัวกัน เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนครบชั่วโมงจะมีการแสดงเล็กๆจากตุ๊กตาในนาฬิกาดาราศาสตร์

เดินชม เมืองเก่า “โอลด์ทาวน์” ตามรอยเส้นทางพระราชดำเนินของเจ้าผู้ครองกรุงปรากในอดีตซึ่งมีจตุรัสเมืองเก่าอยู่ใจกลางเมือง รอบๆเขตเมืองเก่ามีตึกแถวอาคารโบราณ สีหวานสไตล์ร็อคโคโค ที่หน้ามุขตกแต่งด้วยภาพเขียนภาพแกะสลักและลวดลายปูนปั้นที่งามวิจิตร แต่ละแห่งจะมีเลขบ้านและรูปสัตว์หลากหลายชนิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาดูได้ยาก

พาชม จุดชมวิว 3 สะพาน มุม Unseen ที่มองเห็นหลายสะพานที่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา

คืนนี้พักที่ Prague

Day 7

เมือง Telc • เมือง Melk • กรินซิ่ง

ชมเมือง Telc เมืองมรดกโลกอีกแห่งของประเทศเช็กที่มีความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ เมือง Telc ได้ก่อตั้งขึ้นกว่า 800 ปีมาแล้ว ซึ่งเคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่าง โบฮีเมีย โมราเวีย และออสเตรีย ต่อมาในสมัยศตวรรษที่ 17 ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ได้มีการสร้างอาคาร บ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างเรเนซองส์และบารอก ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกตาอย่างลงตัวจึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก

เดินทางสู่เมือง Melk อันเป็นเมืองที่อยู่ไปทางตะวันตกของเวียนนาประมาณ 1.30 ชั่วโมง ชม เมือง Melk ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของศาสนสถานขนาดใหญ่ (วัดของชาวคริสต์ ที่เรียกว่า Melk Abbey)

เยี่ยมชม วิหารสตีฟท์เมลค์ (Stift Melk) ที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาริมแม่น้ำดานูบ ซึ่งปัจจุบันเป็นสำนักสงฆ์ที่มีความสำคัญยิ่งในการอบรมบาทหลวงและเหล่านักร้องรุ่นเยาว์ที่ขับกล่อมในโบสถ์หลวง วิหารหลังนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของที่นี่ หากใครมาเยือนเมืองนี้ก็ต้องแวะมาให้ได้ สำหรับทางลงของตัวปราสาท เป็นที่ตั้งของเมืองเล็กๆ มีเวลาให้ทุกท่านได้เดินหามุมเก๋ๆเพื่อถ่ายรูปกัน โดยเฉพาะในตัวโบสถ์ที่มีภาพวาด ที่นับได้ว่าสวยงามที่สุดในออสเตรีย

Melk Abbey วิหารนิกายเบเนดิกซ์แห่ง Melk สร้างขึ้นในปี ค.ศ 976 และบรูณะใหม่ในปี ค.ศ 1701 – 1736 ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะบารอกแบบออสเตรียสร้างโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงของ ออสเตรีย คือ Jakob Prandtauer

คืนนี้พักที่ Vienna

Day 8

ชมพระราชวัง Schönbrunn Palace • Bratislava

ไปเยี่ยมชม พระราชวังเชินน์บรุนน์ ซึ่งเป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ที่สร้างเพื่อประชันความวิจิตรโอฬารกับพระราชวังแวร์ซาย ด้านนอกสร้างตามแบบศิลปะบารอกซึ่งกำลังอยู่ในยุคทอง ส่วนด้านในตกแต่งด้วยศิลปะแบบร็อกโคโคที่เน้นความประณีตอ่อนช้อย โปร่งเบา สบายตา ตามพระบัญชาของพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรเซีย แวดล้อมด้วยอุทยาน สวนดอกไม้แบบบารอก อันสวยงาม ใจกลางอุทยานคือ ลานน้ำพุเนปจูนที่น่าตื่นตา

เดินทางสู่ เมืองบราติสลาวา (Bratislava) เมืองหลวงของสาธารณรัฐ สโลวาเกีย อยู่ติดออสเตรีย และฮังการี เป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่มีอาณาเขตติดต่อกับ 2 ประเทศ เดินเล่นถนนไมเคิล อันเป็นที่ตั้งของอาคารเก่าหลากสีสันในสไตล์อาร์ตนูโว โดยมีอดีตอาคารรัฐสภา ที่ปัจจุบันกลายเป็นหอสมุดประจำเมือง แต่ที่เติมบรรยากาศคลาสสิกให้แก่ถนนไมเคิล นั้นก็คือ Michael’s Gate ประตูเมืองเพียงหลังเดียวจากจำนวน 4 หลังที่ยังหลงเหลืออยู่จากศตวรรษที่ 13 โดดเด่นเป็นตระหง่านตรงที่ยอดโดมทรงหัวหอมที่ทำเป็น 3 ชั้น ลดหลั่นกัน

ไปดูรูปปั้นบรอนซ์ของนโปเลียน ที่ยืนเท้าเก้าอี้แบบไม่ยอมสวมรองเท้า เป็นการทำขึ้นเพื่อระลึกถึงครั้งที่นโปเลียนยกทัพมาบุกเมืองบราติสลาวาถึงสองครั้งสองครา

คืนนี้พักที่เมือง Bratislava

Day 9

เดินเล่นเมืองเก่า

พาชม Grinzing เป็นหมู่บ้านไวน์ที่มีเสน่ห์ ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเวียนนา ออสเตรีย ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องไร่องุ่น โรงไวน์ ร้านอาหารแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Heuriger ที่จุดชมวิวเราสามารถดูทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเวียนนา ที่ขนาบด้วยแม่น้ำดานูบ

จากนั้นพาเดินเล่นในเขตเมืองเก่า เริ่มต้นที่

  • พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) อดีตพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก
  • รัฐสภาออสเตรีย (Austrian Parliament Building) อาคารรัฐสภาที่มีสถาปัตยกรรมแบบกรีกโบราณ
  • โรงละครโอเปร่าแห่งชาติเวียนนา (Vienna State Opera) โรงละครโอเปร่าที่มีชื่อเสียงระดับโลก
  • มหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Cathedral) มหาวิหารโรมันคาทอลิกที่มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคอันงดงาม เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวียนนา
  • ถนน Graben ถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม ร้านกาแฟ และร้านอาหาร

อิสระช้อปปิ้งถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควรเดินทางต่อไปยังสนามบินเพื่อกลับ กรุงเทพ โดยสายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS25 23.35-14.50 น.

Day 10

14.50 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
04-Apr 2024 Europe

ทัวร์กรีซ

Greece

เอเธนส์ • เกาะซานโตรินี • เกาะ Mykonos

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริปกรีซ
  • Meteora
  • ปราสาทโยอานนีนา
  • ชมหาด Navagio
  • อะโครโพลิส
  • มหาวิหารพาเธนอน
  • เกาะซานโตรินี
  • หมู่บ้านเอีย
  • เกาะ Mykonos
  • Mykonos Famous Windmill
  • จัตุรัสซินตักมา
short brief
สรุปย่อทัวร์กรีซ

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรรภูมิ
วันที่ 2 | ถึงเมืองเอเธนส์ ไปเมือง Kalampaka เยี่ยมชม Meteora ไปเมือง Ioannina (โยอานนีนา) ชมปราสาทโยอานนีนา
วันที่ 3 | ไปยังเมือง Lefkada เที่ยวชมเมือง เดินชมหมู่บ้าน Karya
วันที่ 4 | ไปยังเมือง Kyllini ชมหาด Navagio
วันที่ 5 | เดินทางกลับ Athens ชม อะโครโพลิส ชมมหาวิหารพาเธนอน เดินเล่นย่าน Plaka
วันที่ 6 | เดินทางไปซาโตรินีโดยเรือเฟอรี่
วันที่ 7 | ไปหมู่บ้านฟีร่า ชมหมู่บ้านเอีย เย็นๆไปจุดชมพระอาทิตย์ตก
วันที่ 8 | นั่งเรือเพื่อไปยังเกาะ Mykonos เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 9 | ชมเมืองเก่ามิโคนอส ชม Little Venice ชมกังหันลม 5 หลัง Mykonos Famous Windmill
วันที่ 10 | เรือเฟอรี่ไปยังเอเธนส์
วันที่ 11 | ชมจัตุรัสซินตักมา อิสระ ถึงเวลาไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ
วันที่ 12 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริปกรีซ

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 139,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป กรีซ ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

17.30 น. พบกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอิน
สายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR835 ออกเดินทางเวลา 20.00-23.00 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา เดินทางต่อสู่เอเธนส์ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR211 เวลา 01.50 น.

Day 2

Athens • Kalampaka • Meteora • Ioannina Castle

06.40 น. เดินทางถึงสนามบินเอเธนส์ เดินทางไปเมือง Kalampaka เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในประเทศกรีซ เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Meteora อารามลอยฟ้าแห่งกรีซ ซึ่งเป็นแอ่งเนินหินปูนที่สูงขึ้นจากพื้นดินและมีวัดสร้างขึ้นบนยอดเนินหินชั้นสอง นับแต่ศตวรรษที่ 14-16 จนถึงปัจจุบัน สถานที่เหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม และถูกจัดอันดับเป็นมรดกโลกของยูเนสโก

เยี่ยมชม Meteora หนึ่งในสถานที่พิเศษสุดและไม่เหมือนใคร ป่าหิน Meteora เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่น่าประทับใจ ชม Meteora Klöster วัดหรือสำนักสงฆ์ ตั้งอยู่บนยอดเขาหิน โดยยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทั้งทางศาสนาและความสำคัญของธรรมชาติ

เดินทางไปเมือง Ioannina ชมปราสาทโยอานนีนา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 482 โดยมีราชวงศ์ของผู้ปกครองในช่วงนั้นคือราชวงศ์ของสลลาฮุดีน ปราสาทนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงอันหนาแน่นและมีลักษณะเป็นพื้นที่ป้องกันที่เหมาะสม ปราสาทมีกำแพงกั้นรอบทั้งหมด ปราสาทโยอานนีนาเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมปราสาทยุโรปในสมัยนั้น ปราสาทมีส่วนผสมผสานของสไตล์บิซันตีน และสไตล์ออทโตกอน

พักที่เมือง Ioannina

Day 3

Lefkada • City Tour • Castle of Agia Mavra • Karya

เดินทางไปยังเมือง Lefkada (ประมาณ 4.30 ชม.) เมืองเก่าที่รายล้อมด้วยถนนในย่านช้อปปิ้ง และสถานที่เที่ยวมากมาย

ชมเมืองและเดินเล่นรอบๆ ชื่นชมสถาปัตยกรรมแบบเวนิสโบราณ ชมโบสถ์ Pantokratoras , และเยี่ยมชม Monastery of Panagia Faneromeny Lefkada Town

ชม Castle of Agia Mavra ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยผู้ครองแถบของซานตามาอูราเนี่ยน ออร์ซินี (John Orsini) เพื่อใช้เป็นป้อมปราการ ป้องกันเกาะนี้จากการปกครองของโจรสลัดและการบุกโจมตี ปราสาทตั้งอยู่บนที่ดินแคบๆที่เชื่อมระหว่างเกาะเลฟคาดากับดินแดนใหญ่ของกรีซ ทำให้สามารถควบคุมเส้นทางทะเลได้ มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสไตล์บีซันตีน สไตล์เวเนเซียน และ สไตล์ออตโตมัน

เดินชมหมู่บ้าน Karya มีชื่อเสียงในด้านงานปักลูกไม้คุณภาพ ซึ่งเลียนแบบลูกไม้ลายดั้งเดิม ชมหมู่บ้าน Eglouvi เป็นหนึ่งในหมู่บ้านบนภูเขาที่สวยที่สุดของ Lefkada และมีสถาปัตยกรรมดั้งเดิมหมู่บ้านมีผู้อาศัยอยู่ประมาณ 180 คนซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่รู้จักกันดีในการผลิตถั่วเลนทิล

คืนนี้พักที่เมือง Lefkada

Day 4

Kyllini • Navagio

ออกเดินทางไปยังเมือง Kyllini จากนั้นไปยังท่าเรือเฟอรี่ เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะ Zakynthos (เดินทางประมาณ 1.30 ชม)

ชมหาด Navagio หรือที่รู้จักกันในชื่อ Shipwreck Beach หาดชื่อดังที่สุดของเกาะซาคินทอส ล้อมรอบด้วยหน้าผาสีขาวสูงชันหาดทรายขาวดุจไข่มุก น้ำทะเลสีฟ้า หาดทรายสีขาว และซากเรืออัปปางที่เกยตื้นอยู่บนชายหาด ที่นี่ถูกล้อมรอบไปด้วยเกาะและหน้าผาสูงชัน ชายหาดนี้ยังได้ชื่อว่าสวยจนติดอันดับโลก

พักที่เมือง Zakynthos

Day 5

Zakynthos • Athens • ACROPOLIS • PARTHENON • PLAKA

เดินทางกลับ Athens

ชม อะโครโพลิส (Acropolis) ป้อมปราการหรือเมืองบนเทือกเขาสูงมีสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่

ชมมหาวิหารพาเธนอน (Parthenon) เป็นวิหารที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงในด้านความงดงาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีเอเธนา หรือเทพีแห่งปัญญาและความรอบรู้ เเละวิหารอิเรคทีออน มีรูปปั้นเทพี 6 นาง ที่ทำหน้าที่เป็นเสาใช้ศีรษะค้ำยันหลังคาซึ่งมีชื่อเรียกว่า คารีอาทีด แต่รูปปั้นบนระเบียงที่ทุกท่านเห็นเป็นเพียงแบบจำลองจากของเดิมเท่านั้น ของจริงจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์อะโครโพลิส

ไปยังย่าน Plaka เป็นย่านตลาดเก่าแก่ที่สุดของกรุงเอเธนส์ ได้รับการปิดการจราจรด้วยรถยนต์ มีเพียงรถจักรยานยนต์ หรือ รถการส่งมอบสินค้าเท่านั้น ครั้งหนึ่งเป็นย่านไนท์คลับ แต่ได้ปิดตัวลงเมื่อรัฐบาลออกกฎหมาย ทำให้มีร้านค้ามากมาย ทั้งสินค้าแบรนด์เนม และร้านค้าริมทางเดิน ร้านเครื่องประดับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมาย

พักที่เมือง Athens

Day 6

Zakynthos • Athens • Santorini

เดินทางไปยังเกาะซานโตรินีโดยเรือเฟอรี่

เกาะแห่งนี้มีขนาดเล็กโดยมีความยาวเพียง 18 กม. มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอันดับ 1 ในหมู่เกาะคิคลาดีส (Cyclades) มีชาวกรีกอาศัยอยู่บนเกาะเพียงหมื่นกว่าคน งดงาม โรแมนติก ด้วยกลุ่มบ้านเรือนทรงกระบอกสีขาวสะอาดตา ยอดโบสถ์ทรงโดมรายล้อมรอบด้วยสีฟ้าสดจากทุกทิศประตูหน้าต่าง งดงามดั่งภาพในโปสการ์ดท่องเที่ยว

พักที่เมือง Santorini

Day 7

Fira • Oia • View Point

เดินทางไป หมู่บ้านฟีร่า เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดบนเกาะ Santorini ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงจากทะเล 250 เมตร จุดนี้เราจะมองเห็นเรือ Ferry ขนาดใหญ่ เข้าจอดเทียบท่าและมองเห็นวิวพาโนราม่าของทะเลเมดิเตอเรเนียนได้อย่างสุดลูกหูลูกตา มีเวลาอิสระให้ท่านเดินเล่น ดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าสีคราม

ชมหมู่บ้านเอีย (Oia) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของซานโตรินี่ ชาวบ้านในเมืองนี้มักสร้างบ้านทรงกลมสีขาว หลังคาเป็นรูปโดมทาด้วยสีน้ำเงินเข้ม และบ้านที่มีโครงไม้เหมือนกังหันลมติดอยู่ที่ตัวบ้าน ซึ่งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ถือเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเมืองนี้ เดินเล่นลัดเลาะตามตรอกซอกซอยน้อยใหญ่

ไปยังจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดระดับโลก ฉากหน้าเป็นเมืองเอียอันแสนโรแมนติกอันคุ้นตา แต่งแต้มด้วยสีชมพูพาสเทลหวานจับใจ รอคอยตะวันตกลงสู่ทะเลอีเจี้ยน ดังภาพวาดอันยิ่งใหญ่ที่ได้มาเห็นด้วยตาตนเอง

พักที่เมือง Santorini

Day 8

Ferry to Mykonos • City Tour

ไปยังท่าเรือเพื่อไปยังเกาะ Mykonos โดยเรือ Speed Ferry SEAJETS สู่เกาะมิโคนอส เกาะที่อยู่ในกลุ่มเกาะ Cyclades ในตอนกลางของกลุ่มหมู่เกาะกรีซ

เดินเล่นชมเมือง Mykonos ลัดเลาะซอกซอยเล็กๆ ถ่ายรูปกับบ้านเรือนขาวตัดฟ้า และร้านเก๋ๆ ริมทาง รวมถึงเลือกซื้อของฝากน่ารักๆ ฝากคนที่คุณคิดถึง ที่มิโคนอสมีเอกลักษณ์ คือ ตรอกเล็กตรอกน้อย แต่ละบ้านก็มีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ที่นี่จึงเดินซอกซอนตามซอยได้แบบไม่รู้เบื่อ รวมถึงช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง หรือจะนั่งดื่มคอกเทลชิวๆ

พักที่เมือง Mykonos

Day 9

Mykonos Old Town • Little Venice • Mykonos Famous Windmill

ชมเมืองเก่ามิโคนอส เอกลักษณ์อาคารบ้านเรือนทาสีขาวสะอาด ตัดกับประตูหน้าต่างที่ทาสีฟ้าสด และโบสถ์ที่ทาสีหลังคาโดมโค้งด้วยสีแดงจัด ในช่วงแสงอาทิตย์สีอ่อนๆ กำลังพาดผ่านประตูสีฟ้าและผนังบ้านสีขาว

ชม Little Venice คล้ายกับที่เมืองเวนิซ อิตาลี เดินเที่ยวคอร่า (Chora) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเกาะ ประกอบไปด้วยร้านค้าและบ้านเรือนมากมายซึ่งเชื่อมกันด้วยทางเดินแคบๆ บางช่วงให้เฉพาะคนเดินเท่านั้น

สะดุดตากับ กังหันลม 5 หลัง Mykonos Famous Windmill ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะนี้อันโดดเด่นให้คนทั่วทุกมุมโลกได้จดจำ

พักที่เมือง Mykonos

Day 10

Ferry to Athens

เดินทางกลับสู่เอเธนส์ โดยเรือ highspeed feery เอเธนส์ เป็นเมืองหลวงของประเทศกรีซ และยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศ ใช้ชื่อตามพระเจ้าอะธีนาในปุราณวิทยา เป็นหนี่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในช่วงระยะเวลามากกว่า 3,400 ปี และมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ประมาณช่วงสหัสวรรษที่ 11 และ 7 ก่อนคริสตกาล

พักที่เมือง Athens

Day 11

Syntagma Square • Airport

ชมจัตุรัสซินตักมา (Syntagma Square) เป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการรัฐบาลและอาคารรัฐสภาซึ่งสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวรูปเกือกม้า สร้างโดยจักรพรรดิเฮรอด อัตติคุส ในบริเวณนี้ทุกๆ ชั่วโมงจะมีการเปลี่ยนการ์ดทหารกรีกบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมชื่นชม จากนั้นแวะเดินเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

เดินทางไปยังสนามบิน ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบิน QR208 19.40-00.05 โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา ต่อด้วย QR836 02.15-13.10

Day 12

Bangkok

13.10 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
09-Sep 10-Oct 2024 Northernlight Scandinavia

ทัวร์นอร์เวย์ โลโฟเทน

Norway • Tromso • Lofoten

Tromso • ชมมหาวิหารไม้ •  Arctic Cathedral • Harstad • Svolvear • Henningsvaer • หาด Uttakleiv Beach • Haukland Beach • สะพาน Fredvang • Hamnoy • Å village • Ramberg Beach 

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • ทรอมโซ สถานที่ที่ดีที่สุดในโลกในการชมแสงเหนือ
  • Sami Village เรียนรู้วิถีชาวเผ่าท้องถิ่นผู้เลี้ยงกวางเรนเดียร์
  • Reine หมู่บ้านชาวประมงที่มีจุดชมวิวงามล้ำๆ
  • Hamnoy ซิกเนเจอร์แห่ง Lofoten
  • Uttakleiv Beach หาดหินชื่อดัง อีกสถานที่ชมแสงเหนือที่มีฉากหน้าเป็นห้วงมหาสมุทร
  • Henningsvaer เมืองชาวประมงที่กลายเป็นเมืองอาร์ทๆ เล็กๆ ให้ได้เดินแบบ ชิคๆคูลๆ รวมถึงสนามบอลที่โอมล้อมด้วยหนาผาหิน 
  • Ramberg Beach เมื่อน้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าและบ้านสีแดงสด
short brief
สรุปย่อทัวร์นอร์เวย์ โลโฟเทน

วันที่ 1 | Bangkok • Oslo
วันที่ 2 | บินภายในไปยังเมือง Tromso • พาขึ้นกระเช้าไฟฟ้า Fjellheisen • ชมอ่าวและท่าเรือ
วันที่ 3 | Reindeer and Sami village
วันที่ 4 | Harstad • วิวภูเขาเคิปเพน • Kasfjord City – Mini Town • Trondenes Church
วันที่ 5 | ชมเมือง Svolvaer • หมู่บ้านสุดเกาะ A • หมู่บ้านโบราณ Nusfjord • หมู่บ้านไฮไลท์ Reine • จุดชมวิวสะพาน Reinebrua
วันที่ 6 | Uttakleiv and Haukland Beach • Ramberg beach • สะพานข้ามเกาะ Fredvang • Hamnoy
วันที่ 7 | หมู่บ้านสีเหลือง Sakrisoy • Henningsvaer • Svolvaer
วันที่ 8 | แวะถ่ายรูป Ramberg Beach และไปสนามบินไปยังเมือง Oslo
วันที่ 9 | อิสระช่วงเช้า และไปสนามบินขึ้นเครื่องกลับไทย
วันที่ 10 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 119,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป นอร์เวย์ ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Bangkok • Oslo

Day 1

21.30 พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG954 เวลา 00.25-07.25 เดินทางไปยัง Oslo

Day 2

Oslo • Tromso City tour

07.25 เดินทางถึง Oslo จากนั้นต่อเครื่องภายในไปยังเมือง Tromso โดยสายการบิน SK4416 เวลา 11.35-13.25 (เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง) เมืองทรอมโซ ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติก 350 กม. เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตอาร์กติก

  • มหาวิหารอาร์กติก สถาปัตยกรรมอันโดดเด่น สร้างด้วยคอนกรีตสีขาว รูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายภูเขาน้ำแข็ง ประดับด้วยกระจกสีที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ยามค่ำคืนไฟส่องสว่างจากภายในสร้างบรรยากาศงดงามตระการตา
  • มหาวิหารทรอมโซ โบสถ์ลูเธอรันในเมือง ทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์ เป็นมหาวิหารประจำสังฆมณฑลทรอมโซ และเป็นอาสนวิหารของบิชอปแห่งทรอมโซ
  • Fjellheisen กระเช้าไฟฟ้าที่พาคุณขึ้นสู่ยอดเขา Storsteinen ชมวิวเมือง ทรอมโซ แบบพาโนรามา 360 องศา ทิวทัศน์ของ ฟยอร์ด ทะเลสาบ และเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน
  • ชมอ่าวและท่าเรือ ในเขตเมืองทรอมโซชมบ้านสีสันสดใสในบรรยากาศสุดชิล

พักที่ Tromso

Day 3

Reindeer Farm and Sami village

ชมฟาร์มกวางเรนเดียร์และวัฒนธรรมซามิ ฟาร์มแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ กวางเรนเดียร์หลายร้อยตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวซามิ

หมู่บ้านซามิตั้งอยู่ใกล้กับฟาร์ม สัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของชาวซามิ ซึ่งชาวซามิเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบอาร์กติก หมู่บ้านซามิมีพิพิธภัณฑ์ โรงเลี้ยงกวางเรนเดียร์ และร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารซามิแบบดั้งเดิม มีร้านขายของที่ระลึกซึ่งขายสินค้าที่ทำจากหนังกวางเรนเดียร์และเขาสัตว์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลาย

คืนนี้พักที่ Tromso

Day 4

Harstad • Mt. Keipen • Kasfjord City • Mini Town • Trondenes Church

ออกเดินทางจาก Tromso มุ่งหน้าสู่เมือง Harstad (300 km 4Hr)

ถึง Harstad พาเดินสู่จุดชมวิว Mount Keipen (ขึ้นกับสภาพอากาศและหิมะ) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเมือง เส้นทางเดินสู่ยอดเขามีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที จากยอดเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองฮาร์สตัดและบริเวณโดยรอบได้ (โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นกับสภาพหิมะระหว่างทาง)

ชม Kasfjord City – Mini Town เป็นเมืองจำลอง เมืองประกอบด้วยอาคารเล็ก ๆ กว่า 100 หลัง รวมถึงร้านค้า โบสถ์ เวทีดนตรี และแม้แต่สนามกีฬาโอลิมปิก ส่วนใหญ่ของเมืองสร้างขึ้นด้วยวัสดุรีไซเคิล

แวะชม Trondenes Church โบสถ์หินที่อยู่เหนือสุดของโลก สร้างขึ้นในยุคกลางตอนปลาย โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สวยงามและมีสมบัติล้ำค่ามากมายและการตกแต่งภายในที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ Harstad

Day 5

หมู่บ้านสุดเกาะ Å • หมู่บ้านโบราณ Nusfjord • หมู่บ้านไฮไลท์ Reine

พาชมหมู่บ้าน Å village ออกเสียงว่า ออ เป็นหมู่บ้านชาวประมง ที่อยู่ปลายสุดของถนนสาย E10 และด้วยความบังเอิญ Å ก็เป็นตัวอักษรตัวสุดท้ายในอักษรนอร์เวย์อีกด้วย

ชม Nusfjord เป็นหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในนอร์เวย์ และ Rorbuer ของหมู่บ้านนี้เป็นโนบูเออร์ดั้งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 รวมถึงยังค้นพบหลักฐานว่าหมู่บ้านนี้มีคนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ 425 ก่อนคริสตกาล

ชมหมู่บ้านชาวประมง Reine หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่และโด่งดังที่สุดของ Lofoten พาไปจุดชมวิวที่มองเห็นโค้งอ่าวที่จอดเรืออันมีฉากหลังเป็นขุนเขาสูงชันและฉากหน้าเป็นบ้านชาวประมงสีแดงตั้งเรียงรายอยู่

ไปยังจุดชมวิวสะพาน Reinebrua สะพานแห่งนี้เชื่อมระหว่างหมู่บ้าน Reine กับเกาะ Sakrisøy จากสะพาน จะสามารถชมวิวของหมู่บ้าน Reine ฟยอร์ด Reine และภูเขา Reinebringen ได้

คืนนี้พักที่ Hamnoy

Day 6

Uttakleiv and Haukland Beach • สะพานข้ามเกาะFredvang • Hamnoy

ชม Uttakleiv Beach หาดที่มีชื่อเสียงที่สุดใน โลโฟเทน เป็นหาดที่มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายเป็นรูปทรงแปลกตา

Haukland Beach หาดยอดนิยม เป็นทั้งจุดถ่ายแสงเหนือ / Seascape และเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเขาหลากหลายเส้นทาง

พาชม สะพาน Fredvangskrysset  ที่มีลักษณะเฉพาะตัวของนอร์เวย์ มีลักษณะคล้ายกับ Ocean Road สร้างขึ้นเมื่อปี 1988 นี้เอง เชื่อมต่อ เกาะ Fredvang กับโลกภายนอก

พาเข้าที่พักที่หมู่บ้านอันเลื่องชื่อ Hamnoy เป็นหมู่บ้านที่มีฉากธรรมชาติงดงามมาก มีทิวเขาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง และมีบ้านชาวประมงสีแดงตั้งอยู่ริมโขดหิน อันเป็นภาพจำของคนทั้งโลกที่มีต่อ Lofoten

พาถ่ายรูปที่จุดชมวิวหลักของเมืองโลโฟเทนบนจุดชมวิวหลักหน้าหมู่บ้าน Hamnoy ที่ถือว่าเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของช่างภาพทั่วโลก และที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งมุมที่ดีที่สุดของการดูแสงเหนือบนเกาะโลโฟเทน 

คืนนี้พักที่ Hamnoy 

Day 7

ชมเมือง Svolvaer • ไปพักที่เมือง Henningsvaer • Svolvaer

เดินทางสู่เมือง Svolvaer (150km 3Hr) เมืองที่มีประวัติยาวนานถึงการตั้งถิ่นฐานในเขต Nordland กว่า 1200 ปี เมืองเเห่งนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรของเหล่าสัตว์น้ำ จนกลายเป็นเเหล่งจับปลาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ มีการติดต่อซื้อขายกับโลกภายนอก รวมถึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของหมู่เกาะ Lofoten

พาชม Henningsvaer เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่สวยเหมือนโปสการ์ด ปัจจุบันชาวบ้านยังคงทำประมงกันอย่างคึกคัก มีประชากรประมาณ 500 คน

ในสมัยก่อนเข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น จนได้รับฉายาว่า “เวนิสแห่งโลโฟเทน” เมื่อมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เมืองแห่งนี้ก็คึกคักขึ้น มีร้านค้าร้านอาหารน่ารักๆ ให้เดินเล่นแบบชิคๆ รวมถึงจุดถ่ายบ้านเรือนอันมีภูเขาสูงชันเป็นฉากหลัง ที่ปลายเกาะมีสนามฟุตบอลที่สร้างอยู่กลางเขาหินที่โอบล้อมอันโด่งดังไปทั่วโลก

คืนนี้พักที่ Svolvaer

Day 8

Ramberg Beach • Svolvear • Oslo

แวะถ่ายรูปที่ Ramberg Beach ทรายสีขาวและน้ำทะเลสีเทอควอยซ์ตัดกันสวยเป็นอย่างมาก

เดินทางไปสนามบิน เชคอินสายการบิน Wideroe Airline เดินทางกลับสู่กรุง Oslo เที่ยวบินที่ WF831 13.30-13.55 เปลี่ยนเครื่องที่ Bodo จากนั้นต่อด้วย SK4113 14.45-16.15 (เที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Day 9

ออสโล • สนามบินกลับกรุงเทพ

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ เดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG955 14.15-06.15

Day 10

เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
03-Mar 10-Oct 2024 2025 Iceland-Greenlad-Faroe

ทัวร์ไอซ์แลนด์ แกรนด์

Iceland Grand

4 เส้นทาง รอบใหญ่ประเทศไอซ์แลนด์ คิดค้นใหม่ไม่ซ้ำใคร ออกล่าแสงเหนือทุกคืน

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight

ไฮไลท์ทริปไอซ์แลนด์แกรนด์

  • Kirkjufell ภูเขารูปหมวก
  • Hvitserkur หินรูปช้าง
  • ถนนคนเดิน Akureyri Gerartogata
  • น้ำตก Signature ของ Iceland อาธิ
    • Kirkjufell foss / Godafoss / Dettisfoss / Skagafoss / Seljalandfoss / Selfoss
  • ทะเลสาบน้ำแข็ง Jokulsalon และหาด Daimon beach
  • ถ้ำน้ำแข็ง (ตค- มีค)
  • ทุ่งมอส-ลาวา กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
  • หาดทรายดำ เขาหินบะซอลท์
  • เส้นทางวงกลมทองคำ Golden Circle
  • เมืองเรยาวิค
  • ชมปลาวาฬ
  • แช่น้ำแร่บลูลากูน บ่อน้ำแร่ที่พลาดไม่ได้ในการมาเยือน Iceland
short brief

สรุปย่อทัวร์ไอซ์แลนด์แกรนด์

วันที่ 1 | Bangkok • Copenhagen
วันที่ 2 | Keflavik • Kirkjufell
วันที่ 3 |  Hvitserkur • Akureyri • Gerartogata Street • Akureyrarkirkja
วันที่ 4 | Godafoss • Myvatn Thermal Area• Hverarondor Hverir• Dettifoss • Egilsstaðir
วันที่ 5 | Hengifoss • East Fjord • Vestrahorn • Hofn
วันที่ 6 | Jokulsarlon & Diamond Beach • Ice cave • Skaftafell & Moss Lava Field • Vik
วันที่ 7 | Dyrholaey & Black Beach • Reynisfjara Beach & Hálsanefshellir Cave • Skógafoss • Seljalandsfoss
วันที่ 8 | Golden Circle • Geysir • Gullfoss • Thingvellir 
วันที่ 9 | Hallgrímskirkja• Sun Voyager (Solar) • Harpa •Whale Watching • BlueLagoon
วันที่ 10 | Fly to Copenhagen• เดินทางกลับไทย
วันที่ 11 | Bangkok

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 129,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรฟ์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป ไอซ์แลนด์ ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

22.30 นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินการบินไทย เที่ยวบินที่ TG950 เวลา 01.20-07.40 

Day 2

Keflavik • Kirkjufell

เดินทางถึงโคเปนเฮเกน จากนั้นรอต่อเครื่องภายในไปยัง Keflavik โดยสายการบิน Play Airlines เที่ยวบินที่ OG 901 เวลา 11.45-12.15 ไกด์รอรับที่สนามบิน

Keflavik เป็นเมืองในภูมิภาคเรคยาเนส (Reykjanes) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์

เมื่อถึง Reykjavik พาเดินทางไปที่ Kirkjufell ภูเขาทรงหมวก อีกหนึ่ง Signature สำคัญของ Iceland ที่ไม่ควรพลาดมาถ่ายรูป มีฉากหน้าเป็นน้ำตกและเป็นภูเขาทรงหมวกเป็นพระเอก ในวันฟ้าเปิดและค่า KP สูง จะได้เห็นแสงเหนือเต้นระยิบระยับเป็นดังม่านแห่งท้องฟ้า โดยมีฉากหลังเป็นหมู่ดาวระยิบระยับ

พักที่ Reykjavik

Day 3

Hvitserkur • Akureyri • Gerartogata Street • Akureyrarkirkja

เดินทางสู่ Hvitserkur แปลว่า เสื้อเชิร์ตสีขาว มาจากขี้นกที่ปกคลุมหินจำนวนมากจนกลายเป็นสีขาว ตำนานกล่าวว่ามีอสูรกายเผ่าโทรลหาอาหารในเวลากลางคืน และเผลอลืมตัวจนไปถูกแสงแดดในยามเช้า แต่โทรลไม่สามารถทนต่อแสงแดดได้ ร่างกายจึงถูกแผดเผาอย่างรุนแรงและกลายเป็นหินในที่สุด

จากนั้นเดินทางเข้าเมือง Akureyri เมืองใหญ่อันดับสองของไอซ์แลนด์ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์อีกด้วย บ้านเรือนถูกปลูกสร้างจากไม้ ทาสีสันสดใสตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ 

ชมโบสถ์อาคูเรย์รี่ (Akureyrarkirkja) อายุกว่า 80 ปี ในโบสถ์มีท่อออร์แกนถึง 3200 อัน มีภาพของพระเยซูและเรือตามความเชื่อของชาวนอร์ดิกโบราณ

เดินเล่นชมเมืองเล็กๆ และถนนคนเดินเกเรอโตรกาตา (Gerartogata) ถนนสายหลักของเมือง มีร้านค้าเล็กๆน้อยๆให้ได้แวะชม

คืนนี้พักที่ Akureyri

Day 4

Godafoss• Myvatn Thermal Area • Hverarondor Hverir • Dettifoss • Egilsstaðir

ชม Goda Foss น้ำตกแห่งพระเจ้า เกิดจากสายน้ำตกของโกดาฟอสส์ที่มีลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลมและตกลงมายังแอ่งขนาดใหญ่ตรงกลาง ในฤดูหนาวเส้นทางจะปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน น้ำในแอ่งบางส่วนจับตัวเป็นน้ำแข็ง

ชม Myvatn Thermal Area เป็นแหล่งพลังงานใต้ภิภพใจกลางประเทศไอซ์แลนด์ มีจุดชมวิวที่น่าสนใจ อาธิเช่น Kafka Thermal Plant โรงไฟฟ้าจากพลังงานใต้ภิภพ

ชม Hverarondor Hverir ทางออกของพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ ก่อให้เกิดเป็นบ่อโคลนเดือดและควันกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากหลุม 

ชม Dettifoss น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง Prometeus 

เดินทางเข้าสู่ เมือง Egilsstaðir ที่ถือว่าเป็นเมืองหลักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ ที่เป็นทั้งศูนย์กลางเดินทาง มีสนามบิน โรงเรียน และสถานที่สําคัญทางราชการต่างๆ

พักที่เมือง Egilsstaðir

Day 5

Hengifoss • East Fjord • Vestrahorn • Hofn

พาชม Hengifoss น้ำตกแปลกตาทีซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง Egilsstaðir น้ำตกนี้มีความสูงประมาณ 128 เมตร และมีหินที่มีลายสีแดงน้ำตาลเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอยู่ด้านหน้าของน้ำตก (กรณีที่สภาพอากาศไม่อำนวย เราขอเปลี่ยนแปลงโปรแกรมตามสถานการณ์)

ผ่านเขต East Fjord เป็นภูมิภาค ทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในตอนตะวันออกของไอซ์แลนด์ (Iceland) ภูมิภาคนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง โขดหินชัน ซึ่งพื้นที่ East Fjord นี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์

แวะถ่ายรูปที่ Vestrahorn สถานที่ ที่นักถ่ายภาพชื่นชมมากๆ ด้วยบรรยากาศของเขาที่มีรูปร่างน่าประทับใจเรียกว่า The Batman Mountain เนื่องจากรูปร่างของเขาที่มีความคล้ายกับคาเต็นของแบทแมน มีหาดทรายสีดำ ตัดกับหญ้าสีทอง เป็นฉากที่แปลกตาและน่าถ่ายรูปเป็นอย่างมาก

เข้าสู่เมือง Hofn เมืองเล็กๆ มีประชากรไม่ถึง 2,000 คน อาชีพหลักคือการทำประมง ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ เคยใช้ในภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty มาแล้ว 

คืนนี้พักที่ Hofn

Day 6

Jokulsarlon & Diamond Beach • Ice cave • Skaftafell & Moss Lava Field • Vik

พาชมโจกุลซาลอน ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุด เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1934-1935 ชม Iceburg ขนาดใหญ่ลอยอยู่ในทะเลสาบ 

ไม่ห่างจากโจกุลซาลอน ชมชายหาดดำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งก้อนใสๆ เล็กใหญ่เรียงทั่วชายหาด เมื่อยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะแวววาวจึงได้ชื่อว่า Diamond Beach 

เข้าชม ถ้ำคริสตัล (Ice Cave) (พย – มีค) เป็นถ้ำในทะเลสาบแช่แข็งที่เกิดจากธารน้ำแข็ง สวีนาเฟลล์โจกุล (Svinafellsjokull Glacier) ถ้ำแห่งนี้มีปากถ้ำที่เป็นปล่องน้ำแข็งสูงประมาณ 22 ฟุต ความความโดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ก็คือ ผนังน้ำแข็ง ที่เป็นก้อนน้ำแข็งสีฟ้าอ่อนเหมือนกับก้อนคริสตัล ให้ความรู้สึกเหมือนเราท่องไปในดินแดนพิศวง *ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำแข็ง ถ้าไม่สามารถไปได้จะพาไปทำกิจกรรมอื่น

ผ่านอุทยานแห่งชาติสกัฟตาเฟลล์ พบกับธารน้ำแข็งหลายสายที่ก่อตัวขึ้นมาหลายพันปี จากนั้นไปถ่ายรูปที่ทุ่งหญ้ามอสที่ปกคลุมอยู่บนหินลาวา สุดลูกหูลูกตา เมื่อได้ภาพออกมา จะสวยงามแปลกตาเหมือนไม่ได้อยู่ในโลกมนุษย์

เข้าสู่เมือง Vik เป็นเมืองเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งใต้ของไอซ์แลนด์ มีร้านอาหาร Supermarket และร้านขายของและเสื้อผ้าให้ได้เลือกซื้อ

คืนนี้พักที่ ViK

Day 7

Dyrholaey & Black Beach • Reynisfjara Beach & Hálsanefshellir Cave • Skógafoss • Seljalandsfoss

ชมแหลม Dyrholaey จุดชมวิวหาดลาวาสีดำสนิท เมื่อขึ้นไปด้านบนผาจะมองเห็นแหลมหินที่มีโพรงขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล รวมถึงประภาคารสีเหลืองสดใส ในหน้าร้อนนกพัฟฟินจะอพยพกันมาอยู่บริเวณนี้

ไปถ่ายรูปกับแท่งหินบะซอลต์ริมชายหาดดำ  Reynisfjara Beach & Hálsanefshellir Cave ไฮไลท์ของนักท่องเที่ยวที่จะต้องปีนป่ายไปยืนบนแท่งหินนี้ จนได้รูปสวยงามแปลกตา ติดกันนั้นมีโพรงถ้ำ มีความสูง 120 เมตร ดูลึกลับเหมือนอยู่อีกดินแดนหนึ่ง 

ชม Skogafoss อีกหนึ่งน้ำตกไฮไลท์ที่ตกจากหน้าผาสูงถึง 62 เมตร สามารถชมความงามได้ทั้งด้านล่างและด้านบน ในวันที่อากาศเป็นใจจะได้เห็นรุ้งพาดผ่านน้ำตกแห่งนี้

ชม Seljalandsfoss น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 60 เมตรผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปชมด้านหลังม่านน้ำตกได้ ทำให้ได้มุมที่แปลกตาของน้ำตก

พักที่เมือง Selfoss

Day 8

Golden Circle • Geysir • Gullfoss • Thingvellir

เดินทางเข้าสู่เขต Golden Circle ชม Geysir น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นสูงกว่า 30 เมตร ทุกๆ 5-10 นาที เกิดจากน้ำในโพรงใต้ดิน ได้รับความร้อนจากพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือด จึงดันน้ำในโพรงขึ้นมา ให้กลายเป็นน้ำพุร้อน 

ชม Gullfoss ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 3 ที่ไอซ์แลนด์ที่ต้องมาเยือน Gull แปลว่า ทองคำ และ Foss แปลว่าน้ำตก รวมกันหมายถึง น้ำตกทองคำ

ชม Thingvellir อุทยานแห่งชาติแห่งแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ เป็นรอยเปลือกโลกที่เชื่อมระหว่างทวีปยุโรป และทวีปอเมริกา และยังเป็นที่ตั้งสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์อีกด้วย

เดินทางเข้าพักที่เมือง Reykjavik

Day 9

Hallgrímskirkja• Sun Voyager (Solar) • Harpa • Whale Watching • BlueLagoon

พาชม Hallgrímskirkja โบสถ์สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ (74.5 เมตร) เป็นสถาปัตยกรรม แนวอิมเพรสชั่นนิส เริ่มก่อสร้าง ค.ศ. 1945-1986 บริเวณด้านหน้าของโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของเลฟร์ อีริกสัน ที่เชื่อกันว่าเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางไปถึงทวีปอเมริกาเหนือ ก่อนหน้าคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเกือบ 500 ปี 

ชม Sun Voyager (Solar) สร้างขึ้นเมื่อปี 1990 ชนะเลิศจากการประกวดประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองกรุงเรคยาวิกครบ 200 ปี แทนความหมายของเรือแห่งความฝันที่ออกเดินทางไปตามทิศทางแห่งดวงอาทิตย์ ไปสู่ดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ

ถ่ายรูปกับ Harpa อาคารแห่งนี้ตกแต่งด้วยกระจก 6 เหลี่ยม ยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดเป็นประกาย หลากสีสันแตกต่างกันออกไปตามมุมมองที่เรายืนชมอยู่

บ่าย พาล่องเรือชมปลาวาฬในเรคยาวิก (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) เรือไปยังบริเวณที่มีโอกาสพบเห็นปลาวาฬมากที่สุด ระหว่างทาง ไกด์จะคอยให้ความรู้เกี่ยวกับปลาวาฬและสัตว์ทะเลอื่นๆ อีกด้วย ปลาวาฬที่พบเห็นบ่อยที่สุดในบริเวณอ่าวไอซ์แลนด์ ได้แก่ ปลาวาฬหลังค่อม ปลาวาฬสีน้ำเงิน ปลาวาฬเพชฌฆาต และวาฬหัวทุย มีโอกาสสูงที่จะได้เห็นปลาวาฬหลังค่อม ซึ่งเป็นปลาวาฬขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยปลาวาฬหลังค่อมสามารถโตได้ถึง 30 เมตร และมีน้ำหนักได้ถึง 150 ตัน นอกจากปลาวาฬแล้ว ยังสามารถพบเห็นสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น โลมา สิงโตทะเล แมวน้ำ และนกทะเล เป็นต้น

ไป Blue Lagoon เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองเคฟลาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้มีชื่อเสียงจากน้ำสีฟ้าใสราวกับคริสตัลและสรรพคุณด้านความงาม บ่อน้ำพุร้อน Blue Lagoon เป็นแหล่งน้ำพุร้อนเพียงแห่งเดียวในโลกที่มีแร่ธาตุซิลิกาเข้มข้นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการบำรุงผิว นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาแช่น้ำเพื่อผ่อนคลายและบำรุงผิว

คืนนี้พักที่ Keflavik

 

Day 10

Fly to Copenhagen • เดินทางกลับไทย

ถึงเวลาเดินทางสู่สนามบิน เช็คอินสายการบิน Play Airlines เที่ยวบินที่ OG900 06.20-11.30 ถึงโคเปนฮาเก้น จากนั้นรอต่อเครือ่งกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways ฌเที่ยวบินที่ TG951 เวลา 14.25-06.00

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
05-May 06-Jun 07-Jul 08-Aug 09-Sep 10-Oct 2024 UK

ทัวร์ไอร์แลนด์

ทัวร์ไอร์แลนด์

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • ออกเดินทางสู่ London
  • เดินทางถึงลอนดอน จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง Belfast City โดยสายการบินภายในประเทศ
  • นำท่านเดินทางไปยังเมือง Belfast เมืองแห่งท่าเรือ เก็บภาพกับไฮไลท์กับ Titanic Museum เรื่องราวโศกนาฏกรรมอันก้องโลก
  • พาท่านไปเดินเล่นย่าน George Market มีสินค้าหลากหลายทั้งงานฝีมือ อาหาร เครื่องดื่ม ร้านบูติก ฯลฯ
  • จากนั้นชม Belfast City Hall ศาลาว่าการเมืองเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของที่นี่
  • เดินไปชม Belfast Cathedral กันต่อ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1899 แต่มาสิ้นสุดที่ปี 1981 ในด้านทิศใต้ของโบสถ์เป็นหลุมฝังศพของวีรบุรุษสหภาพแรงงาน Sir Edward
  • เดินชมกำแพงสันติภาพ Peace Wall เริ่มก่อสร้างกำแพงสันติภาพแห่งแรกขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 ส่วนประกอบของกำแพงมีทั้งอิฐ เหล็ก และเหล็กกล้า บางแห่งยังมีตาข่ายเหล็กหรือลวดหนามเสริมขึ้นไปเหนือขอบกำแพงอีกด้วย
  • เก็บภาพกับไฮไลท์ของชนบทกับ The Dark Hedges หรือ อุโมงค์ต้นบีชอายุราว 200 ปี
  • จากนั้นชม Carrick-a-Rede Rope Bridge หรือสะพานเชือก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
  • ชม Giant’s Causeway ซึ่งเป็นหินทรงหกเหลี่ยมที่เรียงตัวกันราวแท่งดินสอ ตั้งอยู่ที่เกาะไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งจัดอยู่ใน 1 ใน 100 สถานที่ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย
  • เมือง Portrush ชม Dunluce Castle ซึ่งเป็นปราสาทยุคกลาง ตอนนี้จะเห็นแค่ปรักหักพัง ตั้งอยู่บนขอบของหินบะซอลต์ ใน County Artrim
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Bushmills
  • ชมชายหาด Downhill Beach ซึ่งยาวกว่า 11 กิโลเมตรนี้นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะที่ตั้งของวัด The Mussenden Temple ทั้งชายหาด
  • เดินชมโบสถ์ Columb Cathedral และ เสา War Memorial tower
  • นำท่านไปยังเมือง Londonderry ชม The Guildhall ตั้งอยู่บริเวณริมเขตกำแพงเมืองเก่า อาคารหินทรายสีแดงสไตล์นีโอโกธิคและทิวดอร์ (Tudor) นี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 1887 โดยกลุ่ม The Honorable The Irish Society
  • ชมบริเวณ Mullaghmore Head เห็นหาดลักษณะเป็นหินแผ่นใหญ่เอียงรับคลื่นจากมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีฉากหลังเป็น Benbulben Mountain เห็นอยู่ไกลๆ
  • นำท่านไปยังเมือง Sligo ชม Benbulben Mountain เป็นภูเขาที่โดดเด่นที่สุดของไอร์แลนด์
  • ระหว่างทาง ชม Killary fjord
  • Kylemore Abbey Kylemore Abbey ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของ Connemara บริเวณริมทะเลสาบ Pollacapall และทะเลสาบ Kylemore ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1867-1871
  • คืนนี้พักที่ เมือง Sligo
  • ชม Galway Cathedral ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Corrib ใจกลางเมือง Galway ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายของยุค 1950 โดยนับเป็นมหาวิหารที่สร้างจากหินที่ใหม่ที่สุดของยุโรป
  • ปราสาท Dunguaire Castle ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้าน Kinvara ปัจจุบันปราสาทได้ตกเป็นทรัพย์สินของ Shannon Development
  • ชมหมู่บ้านชาวประมง Kinvara ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สวยงามแปลกตา และขึ้นชื่อในเรื่องเพลงไอริช
  • ไปยัง The Burren National Park สถานที่นี้เป็นที่รวบรวมและแสดงพันธุ์ไม้ หิน และสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ใน The Burren
  • เยี่ยมชมหอคอย O’Brien’s Tower พร้อมชมวิดีโอแบบ Interactive ที่ Visitor’s Center และเดินเล่นบนคลิฟบอร์ดโดยชมทัศนียภาพอันงดงามของทะเลและหมู่เกาะอารัน
  • Clift of Moher หน้าผาที่ตั้งตระหง่านริมมหาสมุทรแอตแลนติกอายุกว่า 350 ล้านปี และยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีกด้วย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Doolin
  • ชม Adare Desmond Castle ปราสาทที่เป็นป้อมปราการ เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12
  • Limerick City เมืองริมฝั่งแม่น้ำแชนนอน เมืองนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม (City of Culture) และมีชื่อเสียงในฐานะสวรรค์ของคนที่หลงใหลด้านศิลปะ
  • ชม Ballydavid หมู่บ้านพื้นเมืองบริเวณคาบสมุทร Dingle ในปี ค.ศ. 2003 ได้ยกเลิกชื่อภาษาอังกฤษและใช้ชื่อในภาษาไอริชเป็นทางการคือ Baile na nGall
  • ปราสาท Gallarus (Gallarus Castle) สร้างโดยอัศวินแห่ง Kerry ผู้สืบทอดราชวงศ์ Geraldine ในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันยังเป็นมรดกของชาวไอริชอีกด้วย
  • ชม King John’s Castle ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Limerrick ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ช่วงหนึ่ง ปราสาทถูกใช้เป็นฐานทัพและศูนย์บัญชาการทางทหารสำหรับภูมิภาค Shannon ปัจจุบัน King John’s Castle ได้รับการบูรณะและเปิดให้เข้าชมนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุต่างๆตลอดปี
  • เดินทางไปยัง Slea Head แวะถ่ายรูปที่แหลม Dunmore Head และ Dunquin
  • ชม Ballyferriter หมู่บ้านพื้นเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาไอริช
  • ชมเมือง Dingle เมืองเล็กๆในเขต Dingle peninsula มีเส้นทางเลียบชายฝั่ง จะพบกับวัดเก่าแก่ และซากปรักหักพัง และโบสถ์โบราณ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Dingle
  • เดินทางไปยังเมือง Killarney เมืองที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
  • จากนั้นเดินทางไปยัง Waterville หมู่บ้านเล็กๆน่ารัก เป็นหมู่บ้านที่ชาร์ลี แชปลิน (Chalis Chaplin) นักแสดงตลกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกชอบมาพักผ่อนตากอากาศ
  • เมือง Caherdaniel เมืองที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งของ Derrynane Bay เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ที่ Daniel O’Connell ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายด้วย
  • ผ่านชม หมู่บ้าน Sneem หมู่บ้านที่มีสีสันสดใสเหมือนลูกกวาดหลากสีอยู่รวมกัน เมือง Kenmare เมืองเล็กๆที่มีชื่อหมายถึง “หัวของทะเล” หรือก็คือ Killarney Bay ขับผ่านเส้นทาง Moll’Gap ถนนสาย N71 ที่เชื่อมระหว่างเมือง Kenmare กับเมือง Killarney นั่นเอง
  • เดินทางไปยัง จุดชมวิว Ladies View อยู่กึ่งกลางของ Ring of Kerry หัวใจของอุทยานแห่งนี้เลยก็ว่าได้
  • อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ (Killarney National Park) อุทยานที่เต็มไปด้วยป่าไม้ เทือกเขา ทะเลสาบ มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 10,236 เฮกเตอร์
  • ไปยัง ปราสาทรอสส์ (Ross Castle) ปราสาทรอสส์ เป็นปราสาทในสมัยศตวรรษที่ 15 เป็นบ้านของบรรพบุรุษครอบครัว O’Donoghue clan
  • ชม โบสถ์แดเนียลโอคอร์เนล (Daniel O’Connell Memorial Church) โบสถ์ประจำเมือง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Daniel O’Connell ผู้นำการปลดแอคคาทอลิก มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคยุคกลาง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Portmagee
  • นั่งเรือชมเกาะ Skellig Michael** หากใครเป็นแฟนภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ก็คงจะคุ้นกันไม่ใช่น้อย เพราะเกาะแห่งนี้ถูกใช้ถ่ายทำเป็นดาว Arch-To ที่ซ่อนตัวของลุค สกายวอคเกอร์นั่นเอง เกาะแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO อีกด้วย

*ขึ้นกับสภาพอากาศ หากลมแรงเรืออาจยกเลิกได้

  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Killarney
  • นำท่านเที่ยวชม Mary’s Cathedral โบสถ์เก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 สร้างในพื้นที่ของกษัตริย์ Donal Mor O’Brien กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์มันสเตอร์
  • ชม ปราสาทบลาร์นีย์ (Blarney Castle) ปราสาทหินที่ถูกสร้างโดย Cormac McCarthy กษัตริย์แห่งมันสเตอร์ในสมัยนั้น ที่
  • ปราสาทแบล็คร็อค (Blackrock Castle) ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู หลังจากในยุคที่กษัตริย์อังกฤษส่งผู้แทนมายึดครองบริเวณนี้ ก็ได้คืนปราสาทให้ชาวเมืองในปี ค.ศ. 1608
  • จากนั้นเดินทางไปยัง เมือง Cobh นำท่านชม มหาวิหารเซนท์โคลมาน ( Colman’s Cathedral) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อโบสถ์แห่งโคฟ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1868 สไตล์กอธิค สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาวิหารแห่งนี้คือกระดิ่งที่ประดับรอบทั้ง 49 ใบ
  • พักกันที่เมือง Cobh
  • ร็อค ออฟ คาเชล (Rock of Cashel) หนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญของไอร์แลนด์ เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งมันสเตอร์ จนในปี ค.ศ. 1101 Muirchertach Ua Briain กษัตริย์แห่งมันสเตอร์ก็ได้บริจาคโบสถ์แห่งนี้ให้กับคริสตจักร
  • ไปยัง Thomastown เมืองในเขต Kilkenny ชม โบสถ์เจอร์พอยต์ (Jerpoint Abbey) ศาสนสถานที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์ แต่เดิมเป็นที่พำนักอาศัยของพระกลุ่มคริสเตียน
  • นำชม โบสถ์เซนท์คานิซ (Canice’s Cathedral) ศาสนสถานสำคัญในเมืองคิลเคนนีย์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองมาจากโบสถ์เซนท์แพททริคในเมืองดับลิน
  • ปราสาทคิลเคนนีย์ (Kilkenny Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1195 ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญริมฝั่งแม่น้ำ Nore
  • เดินทางไปยังเมือง Dublin เมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ ชมทิวทัศน์บนสะพานที่แสนจะโรแมนติก และจิบเบียร์พร้อมเดินชมย่านถนนคนเดินที่คึกคักในยามค่ำคืน
  • ชม The Guinness Storehouse โรงงานผลิตเบียร์ดำที่มีชื่อเสียงที่สุดในไอร์แลนด์และของโลกมากกว่า 200 ปี
  • พักกันที่ Dublin
  • ชมมหาวิหารเซนต์แพทริค (Patrick’s Cathedral) ซึ่งเดิมเป็นโบสถ์ไม้ สร้างขึ้นในปี 1191 และได้รับการขนานนามให้เป็นมหาวิหารในปี 1224 มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เซ็นต์แพททริค ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ได้กลายมาเป็นมหาวิหารแห่งชาติของไอร์แลนด์
  • ชม The Custom House ในดับลิน เป็นอาคารสมัยศตวรรษที่ 18 แบบนีโอคลาสสิกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมสิ่งแวดล้อมมรดกและรัฐบาลท้องถิ่น
  • เดินทางกลับลอนดอน โดยสายการบิน ภายในประเทศ
  • เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนไขทริป 

คือการเดินทางด้วยรถตู้คันเล็ก กลุ่มละ 6 ท่าน มึความคล่องตัวและ Flexible มากกว่าการเดินทางด้วยรถใหญ่

อย่างไรก็ตาม Road Trip มีข้อจำกัดบางประการ 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • xxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม