Categories
05-May 2024 Europe Tour

ทัวร์อิตาลีใต้

logo-freedoka

South Italy

นาโปลี • ปราสาทริมทะเล (Ovo Castle) • หอสวดมนต์ Cappella Sansevero • เมืองโบราณปอมเปอี • Amalfi coast • เมืองโพสิตาโน • เมืองราเวลโล • เมืองซอร์เรนโต้ • มหาวิหารซอร์เรนโต • ท่าเรือ Marina Grande • เกาะ คาปรี • นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี • บันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI

วันที่จัดทริป

3 – 11 พฤษภาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • นาโปลี
  • ปราสาทริมทะเล (Ovo Castle)
  • หอสวดมนต์ Cappella Sansevero
  • เมืองโบราณปอมเปอี
  • Amalfi coast
  • เมืองโพสิตาโน
  • เมืองราเวลโล
  • เมืองซอร์เรนโต้
  • มหาวิหารซอร์เรนโต
  • ท่าเรือ Marina Grande
  • เกาะ คาปรี
  • นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี
  • บันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI
short brief
สรุปย่อทัวร์อิตาลีใต้

วันที่ 1 | พบกันที่สนามบิน เดินทางไปยังนาโปลี
วันที่ 2 | ถึงเมือง Naples • เดินเล่นในเมือง Naples ชมพระอาทิตย์ตกดิน
วันที่ 3 | เที่ยวเมือง Naples • ชมหอสวดมนต์ Cappella Sansevero
วันที่ 4 | ออกจาก Naples เดินทางไปเมือง Pompei แวะชมเมืองโบราณ • เดินเล่นในมือง Amalfi coast
วันที่ 5 | เที่ยวเมือง Positano (30 นาทีจาก Amalfi) • เมือง Ravallo (1 ชั่วโมงจาก Positano) พักที่ Sorrento
วันที่ 6 | เที่ยวในเมือง Sorrento • ชมจัตุรัสทาซโซ่ • Duomo • อาราม Chiostro di San Francesco • เดินชมท่าเรือ Marina Grande
วันที่ 7 | นั่ง Ferry มาที่ Capri • เที่ยวใน Capri • จุดชมวิวที่ Tragara • จุดชมวิวที่ Belvedere di Punta Cannone
(Optional) เที่ยวรอบเกาะและกลับ Sorrento 
วันที่ 8 | จาก Sorrento นั่งรถกลับไป Napoli เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ
วันที่ 9 | เดินทางถึง กรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปอิตาลีที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Lufthunsa เที่ยวบินที่ LH773 23.00-05.20 เปลี่ยนเครื่องที่ มิวนิค จากนั้นเดินทางไปยังเมือง นาโปลี เที่ยวบินที่ LH1888 06.45-08.25

Day 2

Naples • Old Town • Ovo Castle

ถึงนาโปลี เดินชมย่านเมืองเก่า (Centro Storico Naples) เป็นเขตเมืองเก่า ที่มีสถาปัตยกรรมอสไตล์อาร์ตนูโว ที่รวมความเก่าแก่ไว้หลายๆ อย่าง ทั้ง โบสถ์ที่สวยงาม ปูด้วยกรวด มีอุโมงค์กรีกโบราณที่ทำให้เห็นประวัติศาสตร์ยุคก่อน และประติมากรรมที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น

ชมปราสาทริมทะเล (Ovo Castle) เป็นปราสาทในสมัยศตวรรษที่ 15 มีความสำคัญต่อชาวกรีกและชาวโรมัน ที่เข้ามาครอบครอบดินแดนนี้ จุดเด่นของปราสาทสร้างขึ้นด้วยหิน มีหอคอยคู่ตั้งอยู่ สถาปัตยกรรมที่สวยงามทำให้นักท่องเที่ยวเดินชมปราสาทได้โดยรอบ และยังมีพิพิธภัณฑ์เรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษา ปราสาทนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปราสาทไข่ ซึ่งเคยถูกนำไข่มาวางใต้ฐานปราสาท เชื่อว่าหากไข่ยังสมบูรณ์ ปราสาทจะไม่ถูกทำลาย พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน และมีทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองและอ่าวเนเปิลส์

คืนนี้พักที่ Naples

Day 3

Naples • Cappella Sansevero

ชมเมืองเนเปิลส์ หรือ นาโปลี (Naples, Napoli) เมืองที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน คึกคัก เป็นเมือง ที่มีการผสมผสานศิลปะวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยจนเป็นเนื้อเดียวกัน โบสถ์เก่าๆ กับบ้านเรือนสมัยใหม่ อยู่ปะปนกันไป ไม่สามารถแยกเป็นเขตเมืองเก่ากับเมืองใหม่ได้

ชมหอสวดมนต์ Cappella Sansevero เป็นโรงสวดในเนเปิลส์ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 เป็นที่รวบรวมผลงานศิลปะเชิงศาสนาของอิตาลีจากแหล่งต่างๆ ไว้ด้วยกัน หอสวดมนต์นี้สร้างขึ้นโดยท่านดยุคในท้องถิ่นนามว่า Giovan Francesco di Sangro เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อพระแม่มารีย์ที่ช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย

คืนนี้พักที่ Naples

Day 4

Naples • Pompei • Amalfi coast

เดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (Pompei) (ประมาณ 27 Km. 30 Min) เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน ปอมเปอีเป็นเมืองเก่าที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในยุคก่อนคริสต์ศักราชเมืองปอมเปอีนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกรีกเรื่อยมา กระทั่งราว 80 ปีก่อนคริสต์ศักราชจึงถูกยึดครองเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน เดินทางถึง เมืองปอมเปอี

เข้าชมเมืองโบราณปอมเปอี ที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยลาวาเมื่อครั้งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ วิสุเวียส (MT.VESUVIUS) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 622 ซึ่งลาวาที่ทับถมกันนั้นหนาถึง 6 – 7 เมตร ทำให้เมืองนี้หายไปทั่วเมือง ปัจจุบันมีการขุดค้นพบ 3 ใน 4 ส่วนของเมืองทั้งหมด ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอีทำให้เมืองแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1997

เดินทางไปยังเมือง Amalfi coast (ประมาณ 47 Km. 1 Hr.)

เดินเล่นชมเมือง ความสวยงามของ Amalfi Coast หรือ ชายฝั่งอมาลฟี่ ดึงดูดให้ผู้คนมาเที่ยวอิตาลีอย่างล้นหลามในทุกๆปี บ้านหลากสีที่ไล่เรียงกันบนภูเขา ประกอบกับชายหาดและทะเลที่อุณหภูมิสูงกว่าตอนเหนือของประเทศ ทำให้เมืองริมทะเลแห่งนี้ เป็นที่นิยมแบบสุดๆ

คืนนี้พักที่ Amalfi coast

Day 5

Positano • Ravallo • Sorrento

เดินทางสู่ เมืองโพสิตาโน (Positano) (ประมาณ 40 Min. 18 Km.) เมืองเล็กๆแต่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลตั้งอยู่ตามหน้าผาแคบๆ อันมียอดโดมของโบสถ์ซานตา มาเรีย อัสสันต้า เป็นสัญญลักษณ์ของเมือง ผ่านชมบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่บนหน้าผา ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศชวนมองอย่างไม่กระพริบตาตลอดเส้นทางที่ผ่านจึงทำให้เมืองชายฝั่งทะเลในแคว้นคัมพาเนีย แห่งอิตาลีใต้นี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี เดินทางถึง เมืองโพสิตาโน

เดินทางต่อยังเมืองราเวลโล (Ravello) (ประมาณ 1 Hr. 23 Km.) ซึ่งหมู่บ้านเล็ก ๆ ของแคว้นคัมพาเนีย ที่มีความงามทั้งทางกายภาพและความหลากหลายทางธรรมชาติ รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จึงได้รับการบรรจุไว้รายชื่อมรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ. 1997 จากองค์การยูเนสโก

เดินทางไปเมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento) (ประมาณ 1.10 Hr. 38 Km.) เมืองตากอากาศเล็กๆที่มีชื่อเสียงมาก ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูง และไล่ระดับลงมาตามความลาดชั้นจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับหาดทรายสีเทา มีชายฝั่ง Amalf ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาว 50 กิโลเมตร

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 6

Sorrento City Tour

ชมจัตุรัสทาซโซ่ (Piazza Tasso) ให้อิสระในการเดินชมย่านกลางเมืองมีช้อปปิ้งสตรีทที่มีชื่อเสียงซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร สองฝั่งถนน ชมวิถีชีวิต บ้านเรือนและโบสถ์สไตล์บารอค

ชม Duomo เป็นมหาวิหารของซอร์เรนโต สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ได้รับการบูรณะและปรับปรุงใหม่หลายครั้งตลอดหลายศตวรรษ โดยด้านหน้าได้รับการออกแบบใหม่ในสไตล์บาโรกในศตวรรษที่ 18 เป็นมหาวิหารโรมันคาทอลิกที่อุทิศให้กับ Saints Philip and James ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองซอร์เรนโต

อาราม Chiostro di San Francesco เป็นอารามฟรานซิสกันแห่งศตวรรษที่ 14 ที่สวยงาม ถือเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง และเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมอารามยุคกลาง

เดินชมท่าเรือ Marina Grande เป็นอดีตหมู่บ้านชาวประมงที่งดงาม ตั้งอยู่เชิงหน้าผาทางใต้ของใจกลางเมืองซอร์เรนโต เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวเนเปิลส์ และสัมผัสบรรยากาศแบบชาวบ้าน

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 7

Ferry to Capri • Tragara View Point และ Belvedere di Punta Cannone • Sorrento

ขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปสู่ เกาะ คาปรี (Capri) เกาะที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเองมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟวิซูสเวียส

ขึ้นไปยังจุดชมวิว Tragara และ Belvedere di Punta Cannone มีทิวทัศน์อันน่าทึ่งของ Faraglioni สามเสาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเหนือน้ำทะเลสีฟ้าคราม สามารถมองเห็น Marina Piccola อ่าวเล็กๆ ที่สวยงาม เมือง Anacapri และชายฝั่ง Amalfi ได้อีกด้วย

นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี (คาปรีเซนเตอร์) เดินชมเขตตัว เมืองที่มีบรรยากาศน่ารัก และแวะพักที่สวนออกุสต้า พร้อมบันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI สัญลักษณ์ของเกาะคาปรี อิสระเดินเล่นตามอัธยาศัย

Optional : สามารถล่องเรือชมถ้ำต่างๆ รอบเกาะ รวมถึง Blue Grotto ถ้ำที่อยู่ในทะเลมีแสงสะท้อนสีฟ้าจากน้ำทะเลขั้นมากระทบถ้ำสวยงามยิ่งนัก

เดินทางกลับเมือง Sorrento

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 8

Sorrento • Naples • Airport • Bangkok

เดินทางกลับเมือง Neples (ประมาณ 50 Min. 52 Km.) เพื่อไปยังสนามบินกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Lufthanza Airlines เที่ยวบินที่ LH1879 17.35-19.20 เปลี่ยนเครื่องที่ มิวนิค LH772 22.20-14.10

Day 9

Bangkok

ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
05-May 2024 Aus-Nz

ทัวร์นิวซีแลนด์ เหนือ-ใต้

New Zealand North South

Aucklandเดินเล่นย่านดาวน์ทาวน์ • ชมบ้านฮอบบิท• โรโตรัว • เมืองเทาโป •เมืองไวโตโม่ • ล่องเรือชม ปลาวาฬยักษ์ • มิลฟอร์ดซาวน์ • ล่องเรือ Milford Monarch Cruise • เมืองควีนทาวน์ • Skyline Gondola • เมืองแอร์โรทาวน์ • Christchurch

วันที่จัดทริป

26 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริปนิวซีแลนด์
  • Auckland เมืองหลวงของ New Zealand
  • ชมบ้านฮอบบิท และเมืองโรโตรัว
  • ถ้ำเรืองแสงเมืองไวโตโม่
  • Milford sound ชมความงดงามของฟยอร์ด
  • เมืองหลวงแห่งการผจญภัย Queenstown
  • Mt. Cook สูงที่สุดของ New Zealand
  • 3 ทะเลสาบสวยอลังการ Te anua, Tekapo และ Pukaki
short brief
สรุปย่อทัวร์นิวซีแลนด์

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | ถึงซิดนีย์ รอเปลี่ยนเครื่อง ต่อด้วย QF143 เวลา 08.55-14.00 ถึง Auckland เดินเล่นย่านดาวน์ทาวน์
วันที่ 3 | ชมบ้านฮอบบิท • เมืองโรโตรัว
วันที่ 4 | เมืองเทาโป • น้ำตกฮูก้า • ถ้ำเรืองแสงเมืองไวโตโม่
วันที่ 5 | Fly to Dunedin • Moeraki Boulders Beach • Dunedin city tour
วันที่ 6 | Otago Peninsula • Royal Albatross Centre • Te anua
วันที่ 7 | มิลฟอร์ดซาวน์ • เดินทางกลับ Queenstown
วันที่ 8 | ชมเมืองควีนทาวน์ • สะพานคาวารัว • ล่องเรือ TSS Earnslaw • ขึ้นกระเช้า Skyline Gondola ชมวิวมุมสูง
วันที่ 9 | แอร์โรทาวน์ • ทะเลสาบเทคาโป • โบสถ์ Church of Good Sheperd • ทะเลสาบปูคากิ
วันที่ 10 | Mt.Cook • Christchruch city tour
วันที่ 11 | Day trip to Kaikoura (Whale watching)
วันที่ 12 | เดินทางกลับไทย

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริปนิวซีแลนด์

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 129,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปนิวซีแลนด์ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

15.00 พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Qantas Airways เที่ยวบินที่ QF296 18.10-06.25 เปลี่ยนเครื่องที่ Sydney

Day 2

Sydney • Auckland • ย่านดาวน์ทาวน์

06.25 ถึงเมือง Sydney ต่อด้วย QF143 เวลา 08.55-14.00 เดินทางถึง เมืองโอ๊คแลนด์ (Auckland city) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและทันสมัยบนมหาสมุทรแปซิฟิก โอบล้อมไปด้วยหมู่เกาะกว่า 50 เกาะ เป็นเมืองที่สำคัญทางด้านการค้า การศึกษา และการเงินของนิวซีแลนด์ อีกทั้งที่นี่ยังมีท่าเรือริมอ่าวที่สวยงาม

เดินเล่นย่านดาวน์ทาวน์ ย่านกลางเมืองที่ถนนควีน เป็นถนนสายหลักของย่านดาวน์ทาวน์ ทอดยาวจากท่าเรือโอ๊คแลนด์ไปจนถึงย่านไบรท์มาร์ท ถนนควีนมีร้านค้าปลีกมากมาย รวมถึงร้านบูติก ร้านค้าปลอดภาษี และร้านขายของที่ระลึก โอ๊คแลนด์โดเมน เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโอ๊คแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของย่านดาวน์ทาวน์ สวนสาธารณะแห่งนี้มีเนื้อที่ 164 เฮกตาร์ (405 เอเคอร์) และประกอบด้วยพื้นที่ธรรมชาติ พื้นที่นันทนาการ และพื้นที่วัฒนธรรม

พักที่เมือง Auckland

Day 3

Auckland • Hobbiton • Rotorua

ชมบ้านฮอบบิท (Hobbiton Movie Set) สถานที่หลักสำหรับถ่ายทำฉากภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงจำนวนหลายเรื่อง เช่น ปีเตอร์แจ็คสัน เเละลอร์ดออฟเดอะริงส์ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลนิวซีแลนด์ ได้ตัดสินใจปรับให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมือง

เดินทางสู่ เมืองโรโตรัว (Rotorua) เป็นเมืองของนิวซีแลนด์ที่เรียกได้ว่า “เมืองแห่งสปาและการท่องเที่ยว” เพราะเป็นแหล่งรวมน้ำแร่ น้ำพุร้อน บ่อโคลนเดือดนอกจากนี้ยังเป็นเมืองโบราณที่สั่งสมวัฒนธรรมของชาวเมารี ทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เราจะใช้เวลาเดินทางไปเมืองนี้ประมาณ 3 ชั่วโมง

คืนนี้พักที่เมือง Rotorua

Day 4

Rotorua • Lake taupo • Huka Falls • Waitomo • Auckland

เดินทางสู่เมืองเทาโป (Taupo) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบเพื่อชมทะเลสาบเทาโป (Lake Taupo) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนิวซีแลนด์ และเป็นแหล่งที่อยู่ของปลาเทร้าสีรุ้ง (Rainbow Trout) ซึ่งทะเลสาบเกิดจากการที่ภูเขาไฟระเบิด และทำลายส่วนยอดของภูเขาไฟไปเมื่อราว 2,000 ปีมาแล้ว ตั้งอยู่ใกล้กับต้นน้ำไวกาโต ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในนิวซีแลนด์

ชมน้ำตกฮูก้า (Huka Falls) ต้นน้ำของแม่น้ำไวกาโต ไหลผ่านชั้นหินที่เป็นหน้าผาสูง 11 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นี่มีกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นคือการนั่งเรือเร็ว เจ็ทโบ๊ท (Jet boat adventure) และกระโดดบันจี้ (Bungy Jump) ที่เป็นกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาถึงประเทศนิวซีแลนด์

เดินทางสู่ เมืองไวโตโม่ (Waitomo) ที่มีสถานที่สำคัญอีกแห่งที่จะพลาดไม่ได้ เมื่อมาเที่ยวเกาะเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ คือ เข้าชม ถ้ำไวโตโม่ (Waitomo Glowworm Caves) ถ้ำที่มีหนอนเรืองแสง เปรียบเสมือนได้ดูดาวอยู่ใต้โลก นอกจากนี้ยังมีหินงอก หินย้อยที่งดงามเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากนั้นเดินทางสู่โอ๊คแลนด์

เข้าที่พักที่เมือง Auckland

Day 5

Dunedin • Moeraki Boulders Beach

จากโอ๊คแลนด์เดินทางสู่ Dunedin ด้วยสายการบิน Air new Zealand

ดะนีดิน ก่อตั้งขึ้นโดยชาวสก็อตในปี 1848 และยังคงรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ได้ ดะนีดินเป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมอันงดงาม เนินเขาสูงชัน และมีสัตว์ป่าที่หลากหลาย

เดินทางไปชมหาด Moeraki Boulders เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่บนชายฝั่ง Otago ของเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ชายหาดมีชื่อเสียงในด้านก้อนหินกลมมนขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายหิน ก้อนหินเหล่านี้เรียกว่า “Concretions” และก่อตัวขึ้นเมื่อแคลเซียมคาร์บอเนตค่อยๆ ละลายลงในชั้นตะกอนใต้ทะเล เมื่อเวลาผ่านไป แร่ธาตุจะแข็งตัวกลายเป็นก้อนหินกลม เนื่องจากกระบวนการทางธรณีวิทยา ก้อนหิน Moeraki Boulders มีขนาดต่างๆ กัน โดยบางก้อนมีขนาดใหญ่เท่ากับรถยนต์ขนาดเล็ก ก้อนหินมีอายุประมาณ 65 ล้านปี และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้มาเยือนนิวซีแลนด์

จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองดะนีดิน เยี่ยมชมสถานีรถไฟดะนีดิน เป็นอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง สร้างขึ้นในปี 1873 สถานีรถไฟแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมแบบโรมันเรเนซองส์

เดินเล่นบนถนน Baldwin Street ถนน Baldwin Street ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนที่ชันที่สุดในโลก ถนนสายนี้ยาว 350 เมตร (1,150 ฟุต) และมีความลาดชัน 1 ใน 2.86 (หรือ 35 องศา)

พักที่เมือง Dunedin

Day 6

Otago • Royal albatross • Te Anau

เดินทางสู่ คาบสมุทร Otago เป็นที่ตั้งของสัตว์ป่าที่หลากหลาย รวมถึงเพนกวิน นกอัลบาทรอส และแมวน้ำ

พาชมศูนย์อนุรักษ์นกอัลบาทรอสหลวง ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Otagoเป็นสถานที่เพาะพันธุ์นกอัลบาทรอสหลวงเพียงแห่งเดียวบนพื้นดิน

นกอัลบาทรอสเป็นนกทะเลขนาดใหญ่ที่มีปีกยาวเรียวและลำตัวอ้วนกลม พบได้ในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ มหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และมหาสมุทรอินเดีย นกอัลบาทรอสเป็นนกทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยบางชนิดมีปีกกว้างถึง 3เมตร

พาชมปราสาทลาร์นาค คฤหาสน์สไตล์บารอนเนียลที่สร้างขึ้นในปี 1871 ปราสาทแห่งนี้เปิดให้เข้าชมเป็นพิพิธภัณฑ์

จากนั้นเดินทางไปยังเมือง Te Anau เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Te Anau ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติ Fiordland National Park ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

พักที่เมือง Te Anua

Day 7

Milford • Fjord Land • Milford Monarch Cruise • Queenstown

เดินทางสู่ มิลฟอร์ดซาวน์ โดยถนนสู่ มิลฟอร์ด ซาวด์ ตัดเลียบทะเลสาบเตอานาว (Lake Te Anau) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศเดินทางต่อเส้นทางถนนจะเริ่มเข้าสู่แนวป่าและสูงขึ้นเรื่อยๆ มีน้ำตกเป็นร้อยๆสายตกมาจากหน้าผาบนเส้นทางที่เราใช้เดินทางสู่มิลฟอร์ดซาวด์ จึงนับว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนที่สวยมากเส้นหนึ่งในโลกก็ว่าได้

ในดินแดนส่วนที่เป็นฟยอร์ดแลนด์ (Fjord Land) ซึ่งถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของขั้วโลกใต้ ซึ่งมีในลักษณะนี้เพียง 2 แห่งในโลก กล่าวคือภูมิประเทศแบบทะเลที่เคยเป็นธารน้ำแข็งในยุคโบราณ กัดเซาะหินทำให้น้ำท่วมแทนที่กลายเป็นอ่าวลึก

นำท่าน ล่องเรือ Milford Monarch Cruise ชมความงามของธรรมชาติ ตื่นตาตื่นใจกับภาพของสายน้ำตกอันสูงตระหง่านของ น้ำตกโบเวน ซึ่งมีความสูง160เมตร จากหน้าผา ชมแมวน้ำนอนอาบแดดบนโขดหินอย่างสบายใจ

คืนนี้พักที่เมือง Queenstown

Day 8

Queenstown • City Tour

ชมสะพานคาวารัว Kawarau Bridge ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของบันจี้จัมพ์ ซึ่งเป็นเมืองทำเหมืองเก่าที่มีเสน่ห์ซึ่งล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำแอร์โรว์สีเงิน

ล่องเรือ TSS Earnslaw เรือกลไฟโบราณ เพื่อล่องเรือชม ความงามของทะเลสาบวาคาทีปู เป็นทะเลสาบที่ยาวเป็นอันดับสองในนิวซีแลนด์ ชมทัศนียภาพสองฝั่งทะเลสาบ สาบที่สวยงาม

ขึ้นกระเช้า Skyline Gondola ชมวิวมุมสูงของเมือง มีจุดชมวิวต่างๆ อยู่มากมายอยู่โดยรอบ ที่โอบล้อมไปด้วย Coronet Peak (ยอดเขาโคโรเน็ต พีค) และ The Remarkables (เดอะ รีมาร์คคะเบิล)

เดินเล่นชมเมือง และ/หรือช้อปปิ้งของฝากในเมือง ที่มีวิวสวยตระการตา

Option สามารถเลือกทำกิจกรรมที่สนใจได้เพิ่มเติม

  • บันจี้จัมพ์แห่งแรกในโลก
  • Shotover Jet

คืนนี้พักที่เมือง Queenstown 

Day 9

Arrow Town • Tekapo • Church of Good Sheperd • Lake Pukaki • Mount Cook

เดินทางสู่ แอร์โรทาวน์ (Arrowtown City) ชมเมืองของนักขุดทอง “แอร์โรว์ทาวน์” ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุดทองเก่าที่อนุรักษ์เอาไว้อย่างดีที่สุด

เดินทางต่อสู่ทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) ที่สวยงามและเงียบสงบน้ำในทะเลสาบมีสีเขียวอมฟ้าหรือบางท่านเรียกว่าทะเลสาบสีน้ำนม สีพิเศษนี้เกิดจากแร่ธาตุผสมกับธารน้ำแข็งของภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปีไหลลงมาสู่ทะเลสาบ

ชมโบสถ์ขนาดเล็ก Church of Good Sheperd โบสถ์ที่เล็กที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ ที่ยังคงใช้ในการการประกอบพิธีทางศาสนาอยู่จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ท่านจะประทับใจกับวิวของทะเลสาบเทคาโป และยอดเขาที่สวยงามราวกับภาพวาด

ชมทะเลสาบปูคากิ Lake Pukaki ที่มีความงดงามดั่งภาพวาด ทะเลสาบปูคากิเกิดจากน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งบนเทือกเขาแอลป์ใต้ น้ำในทะเลสาบมีสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใส ตัดกับเทือกเขาแอลป์ใต้ที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามตระการตา

แวะจุดชมวิวของ อุทยานแห่งชาติเมาท์คุ้ก (Mt. Cook) บริเวณเทือกเขาเซาท์เทิร์นแอลป์ ยอดเขามีหิมะและธารน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี

คืนนี้พักที่ Mount Cook

Day 10

Christchurch • City Tour

เดินทางเข้าสู่เมือง Christchurch เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะใต้ประเทศนิวซีแลนด์

เดินเล่นชมเมือง Christchruch แวะ New Regent Street ที่ครองตำแหน่งเป็นถนนที่สวยที่สุดของนิวซีแลนด์ประสบการณ์การช็อปปิ้งของคุณจะไม่เหมือนใคร เป็นสถานที่ที่จะเป็นถ้าคุณเป็นแฟนของเครื่องประดับทำมือ ไม่ควรพลาด

ถ่ายรูปด้านนอกมหาวิหารไครสต์เชิร์ช เป็นมหาวิหารที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1865 มหาวิหารแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 2011 แต่ปัจจุบันได้ทำการบูรณะเสร็จสิ้นแล้ว

คืนนี้พักที่เมือง Christchurch

Day 11

Day trip to Kaikoura (ชมปลาวาฬ)

เดินทางสู่เมืองไคคัวร่า (2.30 ชม) เพื่อล่องเรือชมปลาวาฬยักษ์ (Sperm Whale) ปลาวาฬยักษ์พันธุ์ซเพิม สัตว์สง่างามที่สุดของโลกในธรรมชาติของแดนกีวี เชิญชมปลาวาฬยักษ์อย่างใกล้ชิด โดยลงเรือลำใหญ่ที่มีความจุได้ถึง 40-50 คน สู่กลางทะเลเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การผจญภัย พบกับปลาโลมาสีเทา นกทะเลหลากชนิด แมวน้ำ และปลาวาฬอีกหลากหลายพันธุ์ ที่แวะเวียนเข้ามาเยือนชายฝั่ง ในบางฤดูกาลอีกด้วย ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางกลับโรงแรม

คืนนี้พักที่เมือง Christchurch

Day 12

Christchurch • Bangkok

เดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางกลับ กรุงเทพ โดยสายการบิน Qantas Airways เที่ยวบินที่ QF138 เวลา 06.05-07.35 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Sydney จากนั้นต่อด้วยเที่ยวบินที่ QF295 เวลา 09.50

16.40 ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
05-May 06-Jun 2024 Europe

ทัวร์โดโลไมท์ ทัสคานี ชิงเควเทเร​

Italy Dolomite Tuscany Cinque Terre

เมือง Sirmione • เมือง Bolzano • ทะเลสาบ Carezza • Pordoi pass • หมู่บ้าน Colle Santa Lucia • Cortina d’ Ampezzo • Misurina Lake • Braies Lake • ภูเขา Seceda • Montalcino • Cinque Terre 

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริปโดโลไมท์ ทัสคานี
  • เมืองออร์ทิเซ่
  • ขึ้นกระเช้า Alpe di Siusi
  • ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
  • หมู่บ้าน วาล ดิ ฟุเนส
  • ทะเลสาบ Misurina
  • เมือง Cortina d’ Ampezzo
  • Lake of Carezza
  • เมือง San Gimignano
  • หมู่บ้าน Mntalcino
  • เมือง Pienza
  • ชมหอเอนเมืองปิซ่า
  • หมู่บ้าน Cinque Terre
  • Lake Como
  • ชมมหาวิหารดูโอโม
short brief
สรุปย่อทัวร์โดโลไมท์ ทัสคานี

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | ถึงมิลาน • เมือง Sirmione • เมือง Bolzano • เมือง Ortisei
วันที่ 3 | ขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิว บ่าย ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
วันที่ 4 | ชมหมู่บ้าน Val di Funes • ทะเลสาบ Braies ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo • ชมทะเลสาบ Misurina • เมือง Cortina d’ Ampezzo
วันที่ 5 | ชมจุดชมวิว Giau Pass • Pordoi pass • ชม Lake of Carezza ไปเมือง Verona
วันที่ 6 | ไปเมือง San Gimignano • หมู่บ้าน Montalcino • โบสถ์ Sant’Antimo
วันที่ 7 | ไปเมือง Pienza • San Quirico d’Orcia • แวะชมเมือง Bagno Vignoni
วันที่ 8 | เมือง Siena • Pisa • ไปยัง La Spezia
วันที่ 9 | ชมหมู่บ้าน Cinque Terre • เดินทางกลับมิลาน
วันที่ 10 | เข้าเมือง Milan • ชมโบสถ์ Duomo • ไปสนามบิน
วันที่ 11 | ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 119,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปอิตาลีที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบิน เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG940 00.40-07.35

Day 2

ถึงมิลาน • เมือง Sirmione • เมือง Bolzano • Ortisei

เดินทางถึงมิลาน จากนั้นไปยังเมือง Sirmione เมืองอันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 2000 ปี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นออกไป ในทะเลสาบการ์ด้าซึ่งมีความยาวกว่า 55 กม. เมืองนี้จึงถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบ ชมเมืองและร่องรอยประวัติศาสตร์ ในตัวเทืองมีร้านของฝากและร้านอาหารให้ได้แวะเดินเล่นถ่ายรูปได้

เดินทางต่อสู่เมือง Bolzano เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคSouth Tyrol ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมัน รองลงมาเป็น ภาษาอิตาลี แวะชมวิหาร Chiesa dei Domenican ย่านใจกลางเมือง และอนุสาวรีย์ที่จตุรัสกลางเมือง Pizza delle Erbe เดินเล่นแถบถนนคนเดิน Pizza Walther

เดินทางไปยังเมือง ออร์ทิเซ่ (Ortisei) เป็นหมู่บ้านตากอากาศเล็กๆ มีพื้นที่ติดกับออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งเทือกเขาโดโลไมท์ด้วย

คืนนี้พักที่ Val Gardena

Day 3

Alpe di Siusi • Seceda • Val gardena

พาขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิวที่สามารถเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มเขาใน Dolomite วิวเนินสูงๆต่ำๆเป็นฉากหน้า และกลุ่มยอดอันโดดเด่นอยู่เบื้องหลัง ภูเขาทั้งหมด 6 ยอด โอบล้อมภูเขาลูกน้อยไว้ตรงกลาง ยอดซ้ายสุดชื่อ Langkofel (เยอรมัน) และ Sassolungo (อิตาลี)

ช่วงบ่าย ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda เป็นภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงในเทือกเขา Dolomites ตั้งอยู่ในหุบเขา Val Gardena ภูเขา Seceda สูง 2,519 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นที่รู้จักจากยอดเขาที่เป็นเอกลักษณ์รูปทรงสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นกลุ่มภูเขา Sella group และ Sussolungo ท่านจะได้เที่ยว ถ่ายรูปกันจนอิ่ม

คืนนี้พักที่ Val Gardena

Day 4

Val di funes • ทะเลสาบ Braies • ทะเลสาบ Misurina • Tre Cime • ไปเมือง Cortina d’ Ampezzo

พาไปชมหมู่บ้านเล็กๆ วาล ดิ ฟุเนส (Val di Funes) ที่โด่งดังจากภาพโบสถ์ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาฟันเลื่อย ทีใครๆจะต้องจำได้เมื่อมาเยือน Dolomite หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรประมาณ 200 คน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว มีเสน่ห์แบบดั้งเดิมของอิตาลี

ชมความงามของ ทะเลสาบบรายเอียซ (Braies) เขตอุทยานแห่งชาติ FANES SENNES BRAIES ตามตำนานกล่าวว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์ ที่คอยคุ้มครองดูแลเหมืองทองคำใต้พิภพอีกด้วย

ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo ยอดภูเขาหินปูนสามลูกที่เรียงติดกัน ว่ากันว่าเป็นยอดเขาที่ดังและสวยที่สุดของ Dolomites ฝั่งตะวันออก

ชมทะเลสาบ Misurina ที่มีเอกลักษณ์เป็นอาคารสีเหลืองตัดกับท้องฟ้าและทะเลสาบสีครามสวยงามยิ่งนัก ทะเลสาบนี้ยาวถึง 2.6 กิโลเมตร ลึกกว่า 5 เมตร ส่วนอาคารสีเหลืองเป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ จึงยืนยัดได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีอากาศบริษุทธิ์เป้นอย่างมาก

จากนั้นจึงเดินทางกันต่อ มุ่งสู่เมือง Cortina d’ Ampezzo เป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่ในตอนกลางของหุบเขาอัมเปซโซ ในทิวเขา Dolomites อีกทั้งยังเป็นสถานที่ไว้ใช้จัดโอลิมปิกในฤดูหนาวอีกด้วย

คืนนี้พักที่ Cortina d’ Ampezzo

Day 5

Cortina d' Ampezzo • Giau Pass • Pordoi Pass • Carezza Lake • Bolzano • Verona

ชมจุดชมวิว Giau Pass จุดชมวิวที่อยู่บน Mountain Pass สูงกว่า 2236 เมตร เห็นวิวรอบด้าน 360 องศา ภาพที่ถ่ายบ่อยมากเป็นมุมทางด้านทิศเหนือ เห็นทุ่งหญ้ากับภูเขารูปทรงสามเหลี่ยม

ข้ามผ่าน Pordoi pass อยู่ระหว่าง กลุ่ม ella-Marmolada ที่ยิ่งใหญ่ โดยมีระดับความสูงถึง 2239 เมตร

ชม Lake of Carezza เป็นทะเลสาบที่มีน้ำสีเขียวมรกตและทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา ทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,519 เมตรจากระดับน้ำทะเล และล้อมรอบไปด้วยป่าสน เป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและช่างภาพ เป็นภาพทะเลสาบและทิวต้นสนฉากหลังเป็นภูเขาหิมะอันสวยงาม

เดินทางไปเมือง Verona เมืองแห่งตำนานรักของโรมิโอจูเรียต ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเวนิส แต่มีความโรแมนติคที่ไม่แพ้กันเลย ทั้งทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม โรงละคร งานจัดแสดงต่างๆ และที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีเลยนั่นคือ เรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มสาว โรมีโอจูเลียต ที่ถูกนำมาเรียงร้อยเรื่องราว

คืนนี้พักที่ Verona

Day 6

Verona • San Gimignano • Montalcino

ไปเมือง San Gimignano เมืองเล็กๆ ที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดในแคว้นทัสคานี ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณ เป็นเมืองแห่งสุดยอดสถาปัตยกรรมยุคกลาง เป็นเมืองเดียวในอิตาลีที่สามารถอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมยุคกลางไว้ได้อย่างครบถ้วน จนได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO

เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านมอนทาลชิโน่ (Montalcino) ระหว่างทางผ่านหมู่บ้าน San Quirico d’Orcia ที่ทัศนียภาพสวยงาม มอนทาลชิโน่เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีชื่อเสียงเรื่องไวน์ที่ดังที่สุดในอิตาลีเรื่องไวน์ ชื่อว่า บูเนลโล

แวะถ่ายรูปกับโบสถ์ประจำเมือง โบสถ์ Sant’Antimo มีลักษณะสถาปัตยกรรมโรมานิกคลาสสิกที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยมีคาบเพดานคู่แบบสลับกันระหว่างหินและอิฐ บรรยากาศภายในโบสถ์เป็นอันสวยงามและเงียบสงบ

คืนนี้พักที่เมือง Montalcino

Day 7

Pienza • San Quirico d’Orcia • Bagno vigone • Montalcino

ไปเมือง Pienza เป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงามตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นหุบเขา Val d’Orcia เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1996

ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยชาวโรมัน ได้รับการบูรณะใหม่ในศตวรรษที่ 15 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ซึ่งต้องการสร้างเมืองในอุดมคติของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา เมืองได้รับการวางผังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีถนนที่ปูด้วยหินและอาคารสไตล์เรอเนสซองส์ที่สวยงาม

ระหว่างทางสู่เมือง Pienza และ San Quirico d’Orcia พบเนินหญ้าที่สวยงามตลอดข้างทาง จะได้พบกับทัศนียภาพแบบแคว้นทัสคานีแท้ๆ อันสวยงามหาที่ใดเหมือน แวะถ่ายรูป Cypress Grove อันเป็นหนึ่งในจุดชมวิวมหาชนของแคว้นทัสคานี

แวะชมเมือง Bagno Vignoni เมืองแห่งน้ำพุร้อนและสปาโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ที่นี่เป็นจุดแวะพักสำหรับผู้แสวงบุญที่จะเดินทางไปยังกรุงโรม

คืนนี้พักที่เมือง Montalcino

 

Day 8

Siena - Pisa • La spezia

เดินทางไปเมือง Siena แคว้นทัสคานี ที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในสมัยช่วงยุคกลางของประเทศอิตาลี เซียน่า ซึ่งเป็นเมืองคู่แข่งสำคัญของฟลอเรนซ์ในอดีต แต่ตอนหลังถูกยึดรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฟลอเรนซ์ เป็นเมือง UNESCO อีกเมืองหนึ่งของแคว้นทัสคานี่

ชมหอเอนเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หอเอนเมืองปิซ่า หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 8 ชั้น อดีตเป็นที่ตั้งของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

จากนั้นไปยัง ลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสําคัญทางด้านการค้าและการทหาร เป็นเมืองที่เราจะนั่งรถไฟเข้าสู่ Cinque terre

คืนนี้พักที่ La spezia

Day 9

Cinque Terre • มิลาน

พาชมหมู่บ้าน Cinque Terre ที่มีความหมายว่า 5 แผ่นดิน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานย้อนกลับไปถึงศรตวรรษที่ 11 โดยมี Vernazza และ Manarola เป็นสองหมู่บ้านแรกก่อนหมู่บ้านอื่นๆจะเติบโตตามมา หมู่บ้านเหล่านี้ได้เสื่อมโทรมลงในศตวรรษที่ 16 เมื่อมีการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อจาก La spezia ผ่านหมู่บ้านเหล่านี้ คนในหมู่บ้านนี้จึงได้อพยพย้ายถิ่นฐานออกไปจากที่นี่ จนกระทั้งการท่องเที่ยวกลับมาสร้างความคึกคักอีกครั้งในช่วงปี 1970 เมืองมรดกโลกแห่งนี้ประกอบด้วยหมู่บ้านทั้งหมด 5 แห่ง Monterosso al Mare , Vernazza , Corniglia , Manarola และ Riomaggiore

เดินทางกลับเมืองมิลาน (ประมาณ 3 ชม)

คืนนี้พักที่ Milan

Day 10

มิลาน • ดูโอโม • สนามบินกลับกรุงเทพ

ชม มหาวิหารแห่งมิลาน ดูโอโม (Duomo) มหาวิหารประจำเมือง ที่ใหญ่เป็นอับดับสอง รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรม แบบกอธิคและใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี มหาวิหารดูโอโมมีความยาว 157 เมตร กว้าง 92 เมตร และสูง 108 เมตร หลังคาเป็นหลังคาหินอ่อนแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม ยอดแหลมบนหลังคาสูง 106 เมตร มีรูปปั้นพระแม่มาเรียทองคำประดับอยู่

ได้เวลาสมควร เดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG941 14.05-05.55

Day 11

กรุงเทพ

05.55 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
05-May 06-Jun 07-Jul 08-Aug 09-Sep 10-Oct 2024 UK

ทัวร์ไอร์แลนด์

ทัวร์ไอร์แลนด์

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • ออกเดินทางสู่ London
  • เดินทางถึงลอนดอน จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง Belfast City โดยสายการบินภายในประเทศ
  • นำท่านเดินทางไปยังเมือง Belfast เมืองแห่งท่าเรือ เก็บภาพกับไฮไลท์กับ Titanic Museum เรื่องราวโศกนาฏกรรมอันก้องโลก
  • พาท่านไปเดินเล่นย่าน George Market มีสินค้าหลากหลายทั้งงานฝีมือ อาหาร เครื่องดื่ม ร้านบูติก ฯลฯ
  • จากนั้นชม Belfast City Hall ศาลาว่าการเมืองเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของที่นี่
  • เดินไปชม Belfast Cathedral กันต่อ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1899 แต่มาสิ้นสุดที่ปี 1981 ในด้านทิศใต้ของโบสถ์เป็นหลุมฝังศพของวีรบุรุษสหภาพแรงงาน Sir Edward
  • เดินชมกำแพงสันติภาพ Peace Wall เริ่มก่อสร้างกำแพงสันติภาพแห่งแรกขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 ส่วนประกอบของกำแพงมีทั้งอิฐ เหล็ก และเหล็กกล้า บางแห่งยังมีตาข่ายเหล็กหรือลวดหนามเสริมขึ้นไปเหนือขอบกำแพงอีกด้วย
  • เก็บภาพกับไฮไลท์ของชนบทกับ The Dark Hedges หรือ อุโมงค์ต้นบีชอายุราว 200 ปี
  • จากนั้นชม Carrick-a-Rede Rope Bridge หรือสะพานเชือก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
  • ชม Giant’s Causeway ซึ่งเป็นหินทรงหกเหลี่ยมที่เรียงตัวกันราวแท่งดินสอ ตั้งอยู่ที่เกาะไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งจัดอยู่ใน 1 ใน 100 สถานที่ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย
  • เมือง Portrush ชม Dunluce Castle ซึ่งเป็นปราสาทยุคกลาง ตอนนี้จะเห็นแค่ปรักหักพัง ตั้งอยู่บนขอบของหินบะซอลต์ ใน County Artrim
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Bushmills
  • ชมชายหาด Downhill Beach ซึ่งยาวกว่า 11 กิโลเมตรนี้นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะที่ตั้งของวัด The Mussenden Temple ทั้งชายหาด
  • เดินชมโบสถ์ Columb Cathedral และ เสา War Memorial tower
  • นำท่านไปยังเมือง Londonderry ชม The Guildhall ตั้งอยู่บริเวณริมเขตกำแพงเมืองเก่า อาคารหินทรายสีแดงสไตล์นีโอโกธิคและทิวดอร์ (Tudor) นี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 1887 โดยกลุ่ม The Honorable The Irish Society
  • ชมบริเวณ Mullaghmore Head เห็นหาดลักษณะเป็นหินแผ่นใหญ่เอียงรับคลื่นจากมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีฉากหลังเป็น Benbulben Mountain เห็นอยู่ไกลๆ
  • นำท่านไปยังเมือง Sligo ชม Benbulben Mountain เป็นภูเขาที่โดดเด่นที่สุดของไอร์แลนด์
  • ระหว่างทาง ชม Killary fjord
  • Kylemore Abbey Kylemore Abbey ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของ Connemara บริเวณริมทะเลสาบ Pollacapall และทะเลสาบ Kylemore ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1867-1871
  • คืนนี้พักที่ เมือง Sligo
  • ชม Galway Cathedral ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Corrib ใจกลางเมือง Galway ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายของยุค 1950 โดยนับเป็นมหาวิหารที่สร้างจากหินที่ใหม่ที่สุดของยุโรป
  • ปราสาท Dunguaire Castle ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้าน Kinvara ปัจจุบันปราสาทได้ตกเป็นทรัพย์สินของ Shannon Development
  • ชมหมู่บ้านชาวประมง Kinvara ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สวยงามแปลกตา และขึ้นชื่อในเรื่องเพลงไอริช
  • ไปยัง The Burren National Park สถานที่นี้เป็นที่รวบรวมและแสดงพันธุ์ไม้ หิน และสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ใน The Burren
  • เยี่ยมชมหอคอย O’Brien’s Tower พร้อมชมวิดีโอแบบ Interactive ที่ Visitor’s Center และเดินเล่นบนคลิฟบอร์ดโดยชมทัศนียภาพอันงดงามของทะเลและหมู่เกาะอารัน
  • Clift of Moher หน้าผาที่ตั้งตระหง่านริมมหาสมุทรแอตแลนติกอายุกว่า 350 ล้านปี และยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีกด้วย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Doolin
  • ชม Adare Desmond Castle ปราสาทที่เป็นป้อมปราการ เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12
  • Limerick City เมืองริมฝั่งแม่น้ำแชนนอน เมืองนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม (City of Culture) และมีชื่อเสียงในฐานะสวรรค์ของคนที่หลงใหลด้านศิลปะ
  • ชม Ballydavid หมู่บ้านพื้นเมืองบริเวณคาบสมุทร Dingle ในปี ค.ศ. 2003 ได้ยกเลิกชื่อภาษาอังกฤษและใช้ชื่อในภาษาไอริชเป็นทางการคือ Baile na nGall
  • ปราสาท Gallarus (Gallarus Castle) สร้างโดยอัศวินแห่ง Kerry ผู้สืบทอดราชวงศ์ Geraldine ในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันยังเป็นมรดกของชาวไอริชอีกด้วย
  • ชม King John’s Castle ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Limerrick ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ช่วงหนึ่ง ปราสาทถูกใช้เป็นฐานทัพและศูนย์บัญชาการทางทหารสำหรับภูมิภาค Shannon ปัจจุบัน King John’s Castle ได้รับการบูรณะและเปิดให้เข้าชมนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุต่างๆตลอดปี
  • เดินทางไปยัง Slea Head แวะถ่ายรูปที่แหลม Dunmore Head และ Dunquin
  • ชม Ballyferriter หมู่บ้านพื้นเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาไอริช
  • ชมเมือง Dingle เมืองเล็กๆในเขต Dingle peninsula มีเส้นทางเลียบชายฝั่ง จะพบกับวัดเก่าแก่ และซากปรักหักพัง และโบสถ์โบราณ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Dingle
  • เดินทางไปยังเมือง Killarney เมืองที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
  • จากนั้นเดินทางไปยัง Waterville หมู่บ้านเล็กๆน่ารัก เป็นหมู่บ้านที่ชาร์ลี แชปลิน (Chalis Chaplin) นักแสดงตลกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกชอบมาพักผ่อนตากอากาศ
  • เมือง Caherdaniel เมืองที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งของ Derrynane Bay เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ที่ Daniel O’Connell ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายด้วย
  • ผ่านชม หมู่บ้าน Sneem หมู่บ้านที่มีสีสันสดใสเหมือนลูกกวาดหลากสีอยู่รวมกัน เมือง Kenmare เมืองเล็กๆที่มีชื่อหมายถึง “หัวของทะเล” หรือก็คือ Killarney Bay ขับผ่านเส้นทาง Moll’Gap ถนนสาย N71 ที่เชื่อมระหว่างเมือง Kenmare กับเมือง Killarney นั่นเอง
  • เดินทางไปยัง จุดชมวิว Ladies View อยู่กึ่งกลางของ Ring of Kerry หัวใจของอุทยานแห่งนี้เลยก็ว่าได้
  • อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ (Killarney National Park) อุทยานที่เต็มไปด้วยป่าไม้ เทือกเขา ทะเลสาบ มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 10,236 เฮกเตอร์
  • ไปยัง ปราสาทรอสส์ (Ross Castle) ปราสาทรอสส์ เป็นปราสาทในสมัยศตวรรษที่ 15 เป็นบ้านของบรรพบุรุษครอบครัว O’Donoghue clan
  • ชม โบสถ์แดเนียลโอคอร์เนล (Daniel O’Connell Memorial Church) โบสถ์ประจำเมือง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Daniel O’Connell ผู้นำการปลดแอคคาทอลิก มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคยุคกลาง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Portmagee
  • นั่งเรือชมเกาะ Skellig Michael** หากใครเป็นแฟนภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ก็คงจะคุ้นกันไม่ใช่น้อย เพราะเกาะแห่งนี้ถูกใช้ถ่ายทำเป็นดาว Arch-To ที่ซ่อนตัวของลุค สกายวอคเกอร์นั่นเอง เกาะแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO อีกด้วย

*ขึ้นกับสภาพอากาศ หากลมแรงเรืออาจยกเลิกได้

  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Killarney
  • นำท่านเที่ยวชม Mary’s Cathedral โบสถ์เก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 สร้างในพื้นที่ของกษัตริย์ Donal Mor O’Brien กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์มันสเตอร์
  • ชม ปราสาทบลาร์นีย์ (Blarney Castle) ปราสาทหินที่ถูกสร้างโดย Cormac McCarthy กษัตริย์แห่งมันสเตอร์ในสมัยนั้น ที่
  • ปราสาทแบล็คร็อค (Blackrock Castle) ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู หลังจากในยุคที่กษัตริย์อังกฤษส่งผู้แทนมายึดครองบริเวณนี้ ก็ได้คืนปราสาทให้ชาวเมืองในปี ค.ศ. 1608
  • จากนั้นเดินทางไปยัง เมือง Cobh นำท่านชม มหาวิหารเซนท์โคลมาน ( Colman’s Cathedral) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อโบสถ์แห่งโคฟ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1868 สไตล์กอธิค สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาวิหารแห่งนี้คือกระดิ่งที่ประดับรอบทั้ง 49 ใบ
  • พักกันที่เมือง Cobh
  • ร็อค ออฟ คาเชล (Rock of Cashel) หนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญของไอร์แลนด์ เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งมันสเตอร์ จนในปี ค.ศ. 1101 Muirchertach Ua Briain กษัตริย์แห่งมันสเตอร์ก็ได้บริจาคโบสถ์แห่งนี้ให้กับคริสตจักร
  • ไปยัง Thomastown เมืองในเขต Kilkenny ชม โบสถ์เจอร์พอยต์ (Jerpoint Abbey) ศาสนสถานที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์ แต่เดิมเป็นที่พำนักอาศัยของพระกลุ่มคริสเตียน
  • นำชม โบสถ์เซนท์คานิซ (Canice’s Cathedral) ศาสนสถานสำคัญในเมืองคิลเคนนีย์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองมาจากโบสถ์เซนท์แพททริคในเมืองดับลิน
  • ปราสาทคิลเคนนีย์ (Kilkenny Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1195 ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญริมฝั่งแม่น้ำ Nore
  • เดินทางไปยังเมือง Dublin เมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ ชมทิวทัศน์บนสะพานที่แสนจะโรแมนติก และจิบเบียร์พร้อมเดินชมย่านถนนคนเดินที่คึกคักในยามค่ำคืน
  • ชม The Guinness Storehouse โรงงานผลิตเบียร์ดำที่มีชื่อเสียงที่สุดในไอร์แลนด์และของโลกมากกว่า 200 ปี
  • พักกันที่ Dublin
  • ชมมหาวิหารเซนต์แพทริค (Patrick’s Cathedral) ซึ่งเดิมเป็นโบสถ์ไม้ สร้างขึ้นในปี 1191 และได้รับการขนานนามให้เป็นมหาวิหารในปี 1224 มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เซ็นต์แพททริค ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ได้กลายมาเป็นมหาวิหารแห่งชาติของไอร์แลนด์
  • ชม The Custom House ในดับลิน เป็นอาคารสมัยศตวรรษที่ 18 แบบนีโอคลาสสิกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมสิ่งแวดล้อมมรดกและรัฐบาลท้องถิ่น
  • เดินทางกลับลอนดอน โดยสายการบิน ภายในประเทศ
  • เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนไขทริป 

คือการเดินทางด้วยรถตู้คันเล็ก กลุ่มละ 6 ท่าน มึความคล่องตัวและ Flexible มากกว่าการเดินทางด้วยรถใหญ่

อย่างไรก็ตาม Road Trip มีข้อจำกัดบางประการ 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • xxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม