Categories
10-Oct 2024 Aus-Nz Tour Uncategorized

ทัวร์นิวซีแลนด์ เกาะใต้

logo-freedoka

New Zealand South

Lake Tekapo • อุทยานแห่งชาติเมาท์คุก • Moeraki boulders • ล่องเรือ MILFORD MONARCH CRUISE •
ล่องเรือ TSS Earnslaw • ขึ้นกระเช้า Skyline Gondola • ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ • Hokitika Gorge • อาเธอร์ส พาส •
แคสเซิล ฮิลล์ • ล่องเรือชม วาฬยักษ์

วันที่จัดทริป

4 – 14 ตุลาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • Lake Tekapo
  • อุทยานแห่งชาติเมาท์คุก (Mt. cook)
  • Moeraki boulders
  • เมืองดะนีดิน
  • ถนนบอลด์วิน
  • ศูนย์นกรอยัลอัลบาทรอส (Royal Albatross Centre)
  • ล่องเรือ MILFORD MONARCH CRUISE
  • สะพานคาวารัว (Kawarau Bridge)
  • ล่องเรือ TSS Earnslaw
  • ขึ้นกระเช้า Skyline Gondola
  • Wanaka Lake
  • ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef Glacier)
  • Hokitika Gorge
  • เมืองเกรย์เมาท์ (Greymouth)
  • อาเธอร์ส พาส (Arthur’s Pass)
  • แคสเซิล ฮิลล์ (Castle Hill)
  • ล่องเรือชม วาฬยักษ์ (sperm whale)
short brief
สรุปย่อทัวร์นิวซีแลนด์ เกาะใต้

วันที่ 1 | Bangkok
วันที่ 2 | Christchurch • ทะเลสาบ เทคาโป • Mt cook
วันที่ 3 | Moeraki Boulders Beach • Dunedin city tour
วันที่ 4 | Otago Peninsula • Royal Albatross Centre • Te anua
วันที่ 5 | มิลฟอร์ดซาวด์ • เดินทางกลับ Queenstown
วันที่ 6 | ชมเมืองควีนทาวน์ • สะพานคาวารัว • ล่องเรือ TSS Earnslaw • ขึ้นกระเช้า Skyline Gondola ชมวิวมุมสูง
วันที่ 7 | แอร์โรว์ทาวน์ • Wanaka • Hasst
วันที่ 8 | Franz Jozep Glacier • Hokitika • Grey Mouth
วันที่ 9 | Kaikoura
วันที่ 10 | Whale watching • Christchurch
วันที่ 11 | Bangkok

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 129,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)
  • พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 39,000 บาท

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปนิวซีแลนด์ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สุวรรณภูมิ เตรียมตัวเชคอินสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ709 เวลา 15.30-18.55 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Singapore ต่อด้วยเที่ยวบินที่ SQ297 19.50-10.30 โดยไกด์จะรอรับที่สนามบินปลายทาง

Day 2

Christchurch • Tekapo • Mt.cook

10.30 เดินทางถึงสนามบินไครสต์เชิร์ช เมืองหลวงแห่งเกาะใต้ รับสัมภาระจากนั้น

เดินทางต่อสู่เมืองเทคาโป ชม ทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) ที่สวยงามและเงียบสงบน้ำในทะเลสาบมีสีเขียวอมฟ้าหรือบางท่านเรียกว่าทะเลสาบสีน้ำนม สีพิเศษนี้เกิดจากแร่ธาตุผสมกับธารน้ำแข็งของภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปีไหลลงมาสู่ทะเลสาบ

อนุสาวรีย์สุนัขต้อนแกะ และใกล้ๆ กันนั้นจะได้เห็นโบสถ์ขนาดเล็ก CHURCH OF GOOD SHEPHERD โบสถ์ที่เล็กที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์

ชมทะเลสาบปูคากิ จุดชมวิวของอุทยานแห่งชาติเมาท์คุก (Mt. cook) บริเวณเทือกเขาเซาท์เทิร์นแอลป์ ยอดเขาเมาท์คุกที่มีความสูงถึง 3,754 เมตร ยอดเขามีหิมะและธารน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Mt.cook

Day 3

Moeraki Boulders Beach • Dunedin city tour

ไปชม Moeraki boulders ซึ่งเป็นหินรูปทรงกลมที่ใช้เวลาฟอร์มตัวมากว่า 55 ล้านปี มีหินยักษ์ Moeraki เกิดจากการที่คลื่นลมได้กัดกร่อน หินดินดาน (Mudstone) โดยหินมีลักษณะค่อนข้างกลมเป็นส่วนใหญ่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 – 1 เมตร (ประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด) และส่วนที่เหลืออีก 2 ใน 3 มีขนาดประมาณ 1.5 – 2.2 เมตร

เดินทางไป เมืองดะนีดิน (Dunedin) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สกอตแลนด์แห่งนิวซีแลนด์ “เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของนิวซีแลนด์ คือ มหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago) อีกด้วย

ถ่ายรูปกับ First Church of Otago โบสถ์เก่าแก่แห่งนิกายเพรสไบเทเรียนแห่งแรกของเมืองดะนีดิน ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1848 เมื่อครั้งชาวสกอตมาตั้งรกรากที่ประเทศนิวซีแลนด์

ไปถนนบอลด์วิน (Baldwin Street) ถนนซึ่งได้ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊กว่าเป็นถนนสายที่ชันที่สุดในโลก โดยมีระดับองศาความชันถึง 38 องศา

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Dunedin

Day 4

Otago Peninsula • Royal Albatross Centre • Te anua

เข้าชมศูนย์นกรอยัลอัลบาทรอส (Royal Albatross Centre) แหล่งเพาะพันธุ์ของนกอัลบาทรอสแห่งเดียวในโลก พบกับนกทะเลอัลบาทรอสกว่า 200 ตัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของศูนย์ รวมทั้งสัตว์ป่าอื่น ๆ อีก 20 สายพันธุ์

เดินทางสู่เมือง Te Anau เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ ริมทะเลสาบ Te Anau ในฟยอร์ดแลนด์โดยอุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ (Fiordland National Park) ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 12,000 ตารางกิโลเมตร อีกทั้งที่นี่ยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่ UNESCO ยกย่องอีกด้วย

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Te Anua

Day 5

Te Anua • Millford • Queentown

เดินทางสู่ มิลฟอร์ดซาวด์ โดยถนนสู่ มิลฟอร์ดซาวด์ เข้าสู่แนวป่าและสูงขึ้นเรื่อยๆ มีน้ำตกเป็นร้อยๆสายตกมาจากหน้าผาเป็นถนนที่สวยมากเส้นหนึ่งในโลกก็ว่าได้

ล่องเรือ MILFORD MONARCH CRUISE ชมความงามของธรรมชาติ ตื่นตาตื่นใจกับภาพของสายน้ำตกอันสูงตระหง่านของ น้ำตกโบเวน ซึ่งมีความสูง160เมตร จากหน้าผา ชมแมวน้ำนอนอาบแดดบนโขดหินอย่างสบายใจ

เดินทางไปยังเมือง Queenstown เมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ขนาดใหญ่ที่ชื่อ The Remarkables อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามบนชายฝั่งของทะเลสาบวาคาติ ได้ชื่อว่า “Adventure Capital of the World”

คืนนี้พักที่เมือง Queenstown

Day 6

ชมเมือง Queenstown • Kawarau Bridge • TSS Earnslaw • Skyline Gondola

เดินเที่ยวชมเมืองหรือช้อปปิ้งร้านค้าต่างๆ ในตัวเมือง แวะชมสะพานคาวารัว (Kawarau Bridge) ซึ่งเป็นสะพานแห่งแรกของโลกที่ใช้สำหรับบันจี้จัมพ์ อดีตเป็นเมืองทำเหมืองเก่าที่มีเสน่ห์ซึ่งล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำแอร์โรว์สีเงิน

ล่องเรือ TSS Earnslaw เรือกลไฟโบราณ เรือจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ TSS Earnslaw 1912 เดินทางประมาณ 2,000 เที่ยวต่อปี ใชัถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงประมาณ 1 ตันต่อชั่วโมง ล่องเรือชมความงามของทะเลสาบวาคาทีปู มีความยาว 84 กม. เป็นทะเลสาบที่ยาวเป็นอันดับสองในนิวซีแลนด์

ขึ้นกระเช้า Skyline Gondola ชมวิวมุมสูงของเมือง

คืนนี้พักที่เมือง Queenstown

Day 7

Arrow Town • Wanaka • Hasst

เดินทางสู่ แอร์โรว์ทาวน์ (Arrowtown city) ชมเมืองของนักขุดทอง “แอร์โรว์ทาวน์” ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขุดทองเก่าที่อนุรักษ์เอาไว้อย่างดีที่สุด

ไปยัง Wanaka Lake ชมต้นไม้ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางทะเลสาบ Wanaka เป็นเอกลักษณ์ของทะเลสาบนี้

ผ่านเมือง Hasst เป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ท่ามกลางเทือกเขา Southern Alps และ Westland Tai Poutini National Park

ชมจุดชมวิว Knights Point Lookout ถ่ายรูปมุมสูงริมทะเลสาบขนาดใหญ่

Lake Matheson ถ่ายรูปทะเลสาบขนาดใหญ่กับเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำของเทือกเขา Southern Alps

คืนนี้พักที่ Franz Jozep

Day 8

Franz Jozep Glacier • Hokitika • Greymouth

ชมธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef Glacier) บริเวณรอบธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ จะมีเส้นทางเดินเท้าให้เลือกอยู่หลายระดับ

ไปยัง Hokitika เมืองศูนย์กลางการผลิตหินสีเขียวหรือหยก ชาวเมารีเชื่อกันว่าหินสีเขียวนี้จะช่วยรักษาความสงบ แข็งแรง และจะนำอำนาจมาสู่ตนและครอบครัว

ชมแครนยอน Hokitika Gorge ที่งดงามแห่งเมือง ข้ามสะพานแขวนเหนือแม่น้ำสีฟ้าคราม

เดินทางสู่เมืองเกรย์เมาท์ (Greymouth) เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรประมาณ 10,000 คน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศนิวซีแลนด์ เป็นศูนย์กลางทางการค้าของเขตนี้ และเคยเป็นเมืองที่นักขุดทองตั้งหลักแหล่งเพื่อหาทอง

ชม เมืองจำลองยุคขุดทอง (Shanty Town) ซึ่งจำลองเป็นเหมืองขุดทองเก่าและมีรถจักรไอน้ำให้นั่งชมทัศนียภาพ และมีการสาธิตการร่อนทอง ให้ท่านได้ทดลองร่อนทอง และเก็บเป็นที่ระลึก

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Greymouth

Day 9

Kaikoura City

เดินทางไปยัง Kaikoura ซึ่งถนนเส้นนี้เลียบไปกับทางรถไฟ สาย TRANZ ALPINE TRAIN ผ่านทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์แห่งซีกโลกใต้ ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเส้นทางซึ่งโอบล้อมด้วยภูเขาหิมะ และต้นไม้หลากสี เปลี่ยนไปตามฤดูกาลที่สวยที่สุด สลับกับภูเขาเขียวขจี และฝูงแกะน่ารักยืนเรียงรายเล็มหญ้า

ผ่าน อาเธอร์ส พาส (Arthur’s Pass) ตั้งชื่อตาม Sir Arthur Dudley Dobson ซึ่งเป็นผู้สำรวจพื้นที่แถวนี้ เป็นเส้นทางการคมนาคมที่สวยงามมาก ผ่านแนวเขาสูงที่สำคัญ

แวะชม แคสเซิล ฮิลล์ (Castle Hill) ซึ่งถูกใช้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำ หนังฟอร์มยักษ์อย่าง The Lord of The Rings Trilogy และ The Hobbit บริเวณนี้เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีก้อนหินขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ไปจนถึงขนาดยักษ์ เป็นพันๆ หมื่นๆ ก้อน กระจัดกระจายรวมกันไปตามเนินเขาทุ่งหญ้าสีเขียวขจี ซึ่งดูสวยงามและแปลกตาเป็นอย่างมาก

ถึงเมือง ไคคูร่า (Kaikoura City) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักริมฝั่งทะเลทางตะวันออก ในอดีตเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของเมืองท่าเรือ ล่าปลาวาฬ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1843-1922 และยังเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการเพาะปลูกและเลี้ยงแกะ เมืองไคคูร่ามีชื่อเสียงด้านการจัดทัวร์ชมวาฬเป็นอย่างมาก และยังเป็นเจ้าแรกในนิวซีแลนด์ที่จัดให้มีทัวร์ชมวาฬ

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Kaikoura

Day 10

Whale watching • Christchurch

ล่องเรือชม วาฬยักษ์ (sperm whale) สัตว์สง่างามที่สุดของโลกในธรรมชาติของแดนกีวี เชิญชมชมวาฬอย่างใกล้ชิด โดยลงเรือยอร์ชลำใหญ่ที่มีความจุได้ถึง 40-50 คน สู่กลางทะเลเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การผจญภัย พบกับโลมาสีเทา นกทะเลหลากชนิด แมวน้ำ และวาฬอีกหลากหลายพันธุ์ ที่แวะเวียนเข้ามาเยือนชายฝั่ง ในบางฤดูกาลอีกด้วย ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 2 ชั่วโมง (การล่องเรือชมวาฬ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน)

เดินทางกลับ เมืองไครสท์เชิร์ช เมืองใหญ่อันดับสามของประเทศนิวซีแลนด์

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Christchurch

Day 11

Christchurch • Bangkok

เดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางกลับ กรุงเทพ โดยสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ298 11.50-17.40 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Singapore จากนั้นต่อด้วยเที่ยวบินที่ SQ720 18.30

20.00 ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
06-Jun 07-Jul 2024 Scandinavia Uncategorized

ทัวร์หมู่เกาะแฟโร

Faroe Islands

Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • เกาะ kalsoy • หมู่บ้าน Trøllanes • Klaksvík • Torshavn •  Drangarnir • Múlafossur • Trælanípan • เกาะ Mykines ชมนกพัฟฟิน

วันที่จัดทริป

14 – 23 มิถุนายน 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • Trøllkonufingur
  • หมู่บ้านไคว์วิค
  • หมู่บ้าน Saksun
  • เกาะ kalsoy
  • ประภาคาร Kallur
  • หมู่บ้าน Trøllanes
  • Klaksvík
  • Viðareiði
  • Torshavn Old Town
  • Tinganes
  • จุดชมวิว Drangarnir
  • น้ำตก Múlafossur
  • ทะเลสาบ Trælanípan
  • เกาะ Mykines ชมนกพัฟฟิน
short brief
สรุปย่อทัวร์หมู่เกาะแฟโร

วันที่ 1 | พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Arriving at Faroe island • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • หมู่บ้าน Kirkjubøur
วันที่ 3 | เดินทางไปหมู่บ้าน Saksun • Eiði • Gjogv
วันที่ 4 | Kasoy Island • Kallur lighthouse • Trøllanes village • Klaksvík • ชุมชน Viðareiði • Viðoy
วันที่ 5 | Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn • Tinganes
วันที่ 6 | ล่องเรือ Drangarnir • หมู่บ้าน Gasadalur • Múlafossur Waterfall • Bøur Village
วันที่ 7 | ทะเลสาบ Trælanípan
วันที่ 8 | นั่งเรือ ferry ไปยัง Mykines Island Hike ชมรอบเกาะ
วันที่ 9 | บินกลับ Copenhagen • ต่อเครื่องกลับไทย
วันที่ 10 | ถึง กทม โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 139,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปหมู่เกาะแฟโรที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Bangkok • Copenhagen

Day 1

22.30 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG950 เวลา 01.20-07.40

Day 2

Arriving at Faroe island • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • หมู่บ้าน Kirkjubøur

07.40 ถึง Copenhagen ต่อเครื่องภายในไปยังสนามบิน Sorvagur แห่งแฟโร โดยสายการบิน SAS 1777 11.10-12.15

ชม Trøllkonufingur (Witches Finger) เสาหินรูปร่างประหลาดและโดดเด่นที่ขึ้นตรงชายฝั่ง Vágar คนแฟโรตั้งชื่อนี้เป็นเพราะมีลักษณะที่คล้ายนิ้วของแม่มดและมีตำนานว่าแม่มดได้สร้างเสาหินนี้ขึ้นมายังชายฝั่งอีกด้วย

ชมหมู่บ้านไคว์วิค (Kvívík) หนึ่งในหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดบนหมู่เกาะแฟโร ปัจจุบันมีการค้นพบหลักฐานที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งในสมัยก่อนตั้งแต่ในสมัยประมาณศตวรรษที่ 18

Kirkjubøur หมู่บ้านที่อยู่ทางตอนใต้ของ เกาะ Streymoy เกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ โบสถ์หินโบราณแมกนาส (Magnus Catherdral) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยชาวไวกิ้งในยุคกลาง

พักที่เมือง Torshavn

Day 3

หมู่บ้าน Saksun • Eiði • Gjogv

เดินทางสู่ หมู่บ้าน Saksun อีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีเสน่ห์อันโดดเด่นด้วยบ้านและโบสถ์ที่มีหลังคาปกคลุมด้วยผืนหญ้า ชมบรรยากาศของทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยภูเขา

เดินทางขึ้นเหนือสู่ ชม หมู่บ้าน Eiði ที่ตั้งอยู่บนปลายแหลมของเกาะ Eysturoy ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งมาก่อน สันนิษฐานว่าชาวไวกิ้งได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ปัจจุบัน Eiði เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีประชากรประมาณ 600 คน

ชมหมู่บ้าน Gjogv หมู่บ้านอันเก่าแก่ที่ถูกกล่าวถึงตั้งแต่ปี 1584 อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานบ่งบอกว่าหมู่บ้านนี้มีอายุยาวนานกว่านั้น อาชีพหลักของคนในหมู่บ้านคือ การตกปลาและขายปลาแห้ง

พักที่เมือง Torshavn 

Day 4

Kalsoy Island • Kallur lighthouse • Trøllanes village • Klaksvík • ชุมชน Viðareiði • Viðoy

นั่งเรือเฟอรี่ไปยังเกาะ Kalsoy เป็นหนึ่งในหมู่เกาะแฟโร ซึ่งเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟ 18 เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เกาะนี้มีประชากรประมาณ 75 คน และขึ้นชื่อเรื่องหน้าผาสูงชัน ทิวทัศน์ที่สวยงาม และประภาคาร Kallur

ชม ประภาคาร Kallur ประภาคารตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 490 ฟุต (150 ม.) เหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่อง No Time to Die

ชมหมู่บ้าน Trøllanes หมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักกันดีจากบ้านที่มีหลังคาหญ้า

เดินทางกลับ Klaksvík เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของหมู่เกาะแฟโร ตั้งอยู่บนเกาะ Borðoy ทางตอนเหนือของหมู่เกาะ เป็นศูนย์กลางการค้าและการประมง และยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว

Viðareiði เป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะ Viðoy ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้มีประชากรประมาณ 60 คน และขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและทะเล หมู่บ้านนี้มีถนนสายเดียวที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก

พักที่เมือง Torshavn

Day 5

Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn • Tinganes

ชมหมู่บ้าน Vestmanna เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนเกาะ Streymoy ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักจากหน้าผาสูงชันและถ้ำทะเลที่สวยงาม

ชมเมืองเก่า Torshavn Old Town ที่ยังมีบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านสีแดงหลังคาหญ้ารวมถึงสภาแห่งแรกของหมู่เกาะแฟโร ชมอ่าวจอดเรือและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ รวมถึงร้านค้า คาเฟ่เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตเมืองเก่า ให้ได้เสพย์อารมณ์สุนทรีย์ ปล่อยชีวิตให้ไหลช้าๆ ตามสไตล์ชาวไวกิ้ง

เดินเล่นใน Tinganes และช้อปปิ้งในเมืองเก่า “Ting” แปลว่า “รัฐสภา” เป็นศูนย์กลางของอำนาจในหมู่เกาะแฟโรตั้งแต่ยุคไวกิ้ง ประมาณปี ค.ศ. 900 แหลมหินนี้เคยใช้เป็นสถานที่สำหรับการประชุมรัฐสภาประจำปี เป็นบริเวณที่เก่าแก่ที่สุดของธอร์ฮาวน์ ให้ท่านเดินเที่ยวชมบ้านไม้สีแดงและมีหลังคาหญ้าปกคลุม อาคารนี้ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 นอกจากนี้ยังมีสำนักนายกรัฐมนตรี และสถานที่ราชการอื่นๆ ของเกาะแฟโรอยู่ที่นี่

คืนนี้พักที่ Torshavn

Day 6

ล่องเรือ Drangarnir • หมู่บ้าน Gasadalur • Múlafossur Waterfall • Bøur Village

ล่องเรือไปยังจุดชมวิว Drangarnir มองเห็นหินที่ขึ้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ความอัศจรรย์คือหินนั้นมีรูขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของเกาะแฟโร เรือจะพาชมถ้ำ และหลืบผาอีกด้านของภูเขาที่ไม่ค่อยมีคนได้ไปชม

ชมหมู่บ้าน Gasadalur หมู่บ้านอันมีภาพโด่งดังไปทั่วโลกเพราะที่นี่คือจุดชมน้ำตกอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะแฟโรนั่นเองนั่นคือ น้ำตกมูลาฟอส เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่เปรียบเสมือนซิกเนเจอร์ของหมู่เกาะแฟโร

ชมน้ำตก Múlafossur เป็นน้ำตกที่สวยงามตั้งอยู่บนเกาะ Vagar ของหมู่เกาะแฟโร น้ำตกนี้สูงประมาณ 60 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่มหาสมุทรแอตแลนติก

เดินทางต่อสู่ หมู่บ้านโบ (Bøur Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขาหินเลียบฝั่งทะเลหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีความสวยงามมาก อยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะ Vágar ในหมู่เกาะแฟโร ตั้งอยู่ใน Sorvagsfjord ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและทัศนียภาพอันงดงามของทะเล อีกทั้งเกาะ Tindholmur ที่เต็มไปด้วยหินซึ่งมียอดเขามากมาย หมู่บ้านแห่งนี้มีบ้านไม้เก่าแก่ที่มีเสน่ห์และโบสถ์แบบดั้งเดิมจากปี ค.ศ. 1865 ใกล้กับ Tindholmur มีหินที่เรียกว่า Eiriksboði

พักที่เมือง Sørvágur

Day 7

ทะเลสาบ Trælanípan

เดิน trek ระยะสั้น (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. มายังทะเลสาบ Trælanípan ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล เมื่อถ่ายรูปออกมาจะเห็นเป็นภาพลวงตา เหมือนกับภูเขาเป็นแอ่งและมีน้ำอยู่ข้างใน และลอยอยู่บนมหาสมุทร ซึ่งจริงๆ แล้วทะเลสาบ Sørvágsvatn ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงแค่ 30 เมตรเท่านั้น และที่ปลายสุดของทะเลสาบจะมีน้ำตก Bøsdalafossur อีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามแปลกตา

พักที่เมือง Sørvágur

Day 8

นั่งเรือ Ferry ไปยัง Mykines Island Hike ชมรอบเกาะ

นั่งเรือ Ferry ไปยังเกาะ Mykines เกาะ Mykines เปรียบเสมือนบ้านเกิดของนกพัฟฟิน ชมนกตัวน้อยจงอยปากสีส้มอันแสนน่ารัก หรือหากมีแรงก็สามารถเดินขึ้นเขาไปยังประภาคารที่ปลายเกาะ Mykinesholmur ได้ (ขึ้นกับระยะเวลาที่เรือรอรับกลับ)

การเดินรอบเกาะ จะสามารถเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของหมู่เกาะแฟโร มีความยาวประมาณ 4 กม.และใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เส้นทางเริ่มต้นที่หมู่บ้าน Mykines และมุ่งหน้าขึ้นไปยังยอดเขา Knúkur ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเกาะ จากยอดเขา ชมวิวที่สวยงามของเกาะ Mykines อื่นๆ รวมถึงเกาะ Vágar และ Tindhólmur เส้นทางจากนั้นจะลงไปทางทิศตะวันตกของเกาะ ผ่านทุ่งหญ้าและหน้าผาสูงชัน ระหว่างทาง จะได้เห็นนกทะเลหลายชนิด รวมถึงนกพัฟฟิน นกนางนวล และนกกระเรียน

พักที่เมือง Sørvágur

Day 9

บินกลับ Copenhagen • ต่อเครื่องกลับไทย

เดินทางไปยังสนามบิน กลับเมือง Copenhagen โดยสายการบิน Atlantic Airways RC450 08.20-11.25

เดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG951 14.25-06.00

Day 10

Bangkok

06.00 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Uncategorized

ทัวร์มรัคอู โมนยวา อินเล ถ้ำพินดยา – Unseen พม่า

ทัวร์พม่า Unseen • มรัคอู • โมนยวา • อินเล • พะอัน

พม่า ไม่ได้มีแค่ชเวดากอง ความบริสุทธิ์ Unseen ของพม่า ยังมีอีกหลายที่ ที่ทำให้คุณประทับใจในความดิบ ดั้งเดิมของชีวิต ที่ยังไม่เปลี่ยนไปตามกระแสโลกมากนัก เรารวบรวมทริป Unseen พม่า เอาไว้หลายรูปแบบ ให้ได้เลือกเดินทาง แต่ละเส้นทางมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เมืองโมนยวา • ชมถ้ำโพวินต่อง • เจดีย์อลันทยาร์ • วัดโพธิ์ตาต่อง • เมืองสกายน์ • ภูเขาสกายน์ • มัณฑะเลย์ • บินภายในไปเมืองเฮโฮ • ทะเลสาบอินเล • เมืองพินดยา • ถ้ำพินดยา

จุดเด่นทริป

เมืองมรัคอู

เมืองสกายน์และโมนยวา

เมืองอินและถ้ำพินดยา

เมืองพะอัน

โปรแกรมเต็ม

DAY 1 : Bangkok – Yangon – Sittwe – Mrauk U (-/L/D)

  • พบกันที่สนามบินดอนเมือง เดินทางสู่ย่างกุ้งด้วย Air Asiaต่อเครื่องสู่เมืองซิตตเว โดยสายการบินในประเทศ
  • เมืองซิตตเว สำเนียงพม่าจะออกเสียงเป็น ซิตตุ่ย เมืองเอกของรัฐยะไข่ เคยเป็นเมืองชายทะเลที่สวยที่สุดของอ่าวเบงกอล ปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยสิ่งก่อสร้างของเมืองท่าอาณานิคม และเต็มไปด้วยกลิ่นอายบรรยากาศวัฒนธรรมชาวยะไข่ซึ่งแตกต่างไปจากชาวพม่า โดยชาวยะไข่จะบอกว่า เขาเป็นชาวยะไข่ ไม่ใช่ ชาวพม่า
  • เดินทางต่อด้วยรถสู่เมืองมรัคอู แวะนมัสการพระ Mahamuni Kyauk-Taw Mahamuni ซึ่งเป็นวัดพุทธที่มีชื่อเสียงและสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาวยะไข่

DAY 2 : Chin Village  (B/L/D)

  • เดินทางไปยังหมู่บ้านชิน ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชนเผ่าหนึ่งในเมืองมรัคอูที่ยังคงมีวิถีชีวิตแบบโบราณกันอยู่ หมู่บ้านนี้ยังไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้กัน สร้างบ้านอยู่ในกระท่อมหลังเล็กๆ และใช้แพไม้ไผ่เป็นยานพาหนะเอกลักษณ์ของหญิงชาวชิน คือจะสักหน้าเป็นลายเหมือนใยแมงมุม และเจาะหูกว้าง ซึ่งในปัจจุบันก็นับว่าจะลดน้อยถอยลงทุกที หญิงที่สักอยู่ก็มีอายุกัน 60 กว่าขึ้นไปแล้ว และต่างจะล้มหายตายจาก เด็กยุคใหม่ไม่ได้ถ่ายทอด ดังนั้นต้องรีบไปดู
  • ชมพระอาทิตย์ตกที่เนินเขา Shwe-Taung

DAY 3 :  Mrauk u  (B/L/D)

  • ชมตลาดเช้าในเมืองมรัคอู ชมวิถีชีวิตและเลือกซื้อของพื้นเมืองของผู้คนในราชอาณาจักรยะไข่โบราณ
  • ชม Htukkant Thein Temple วัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองมรัคอู ถูกออกให้ใช้งานเป็นทั้งวัดและป้อมปราการด้วย นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้อาจจะใช้เป็นที่หลบภัยของชาวพุทธในยามศึกสงคราม ใจกลางของวัดเป็นโดมรูปเห็ดรายรอบด้วยสถูปเล็กๆทั้ง 4 ภายในมีพระพุทธรูปทั้งหมด 180 องค์ ชม
  • ชม วัดโกตองพญา หรือ วัดพระเก้าหมื่น เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองมรัคอู ตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา บางคนใคร่คิดไปถึง บุโรพุทโธ ที่อินโดนีเซีย มีเจดีย์ องค์เล็กๆตั้งอยู่รอบๆเจดีย์ที่อยู่ตรงกลาง ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแกะสลัก 90,000 องค์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง
  • ชม Lay Myet Hna Temple เจดีย์สี่หน้า สร้างโดยหินทรายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่ ยอดเป็นรูปทรงเห็ดและรายล้อมด้วยเจดีย์รองทั้งสี่มุม ภายในมีฐานเจดีย์ขนาดใหญ่รูปทรงแปดเหลี่ยม มีพระพุทธรูป 8 องค์  ประดิษฐานอยู่และผนังชั้นนอกตรงกันข้ามกันน้ำมีพระพุทธรูปอีก 20 องค์รวมกันทั้งสิ้นเป็น 28 แทนความหมายของพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ตามคัมภีร์พระไตรปิฎก
  • ชมวัดซิตตองพญา หรือ วัดพระแปดหมื่น เป็นวัดที่มีระเบียงคดคล้ายอุโมงค์ประดับด้วยรูปจิตรกรรมนูนสูงเกี่ยวกับพุทธชาดก และภายในวิหารมีการแกะสลักพระพุทธรูป 80,000 องค์  สร้างขึ้นโดยกษัตริย์มินปินเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะที่มีต่อชาวเบงกอล
  • ชม วัดทุกขันธ์เทียน สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2113 ภายในวัดมีภาพแกะสลักผู้หญิงชาวยะไข่โบราณซึ่งมีทรงผมแตกต่างกันถึง 64 แบบ กำลังบูชาพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ตามช่องผนัง วัดอันดอว์เทียน เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้าที่กษัตริย์มินบินนำมาจากศรีลังกา
  • ชม Ratana ManAung เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์มีลักษณะสัณฐานเป็นรูปแปดเหลี่ยม ที่ได้รับการเคารพมากที่สุด วัดถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อรัตนทั้งสามแห่งพุทธศาสนาคือพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ Pitakataik สร้างโดยกษัตริย์ Meng Phalaung ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงองค์หนึ่งของเมืองมรัคอู ภายในประดิษฐานประไตรปิฏกที่ได้รับมาจากศรีลังกา
  • ชมเจดีย์ศากยะมนัง สร้างขึ้นในปี 1629 สูง 35 เมตร เป็นเจดีย์ย่อมุมที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะพม่าและไทใหญ่ และเจดีย์ Ratanamanaung เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปที่ทำจากหิน สักการะพระพุทธรูป Nan-Oo และ เจดีย์ Mingalamanaung
  • ชม เจดีย์ Lawka manaung สร้างขึ้นเมื่อปี 1658 เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ มีเฉลียงทั้งหมดสี่ชั้น ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหิน โดยรอบตบแต่งด้วยประติมากรรมหินในรูปแบบต่างๆ และสักการะพระพุทธรูป Parabaw เป็นพระพุทธรูปที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเมื่อกว่า 1276 ปีมาแล้ว
  • ชมพระอาทิตย์ตกที่เนินเขา Harritaung

DAY 4 :  Mruak U – Sittwe – Yangon – Bangkok  (B/L/-)

  • เดินทางกลับสู่เมืองซิตตุ่ยด้วยเรือเร็ว ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางที่ล่องเรือ เราจะได้เก็บบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำ จะได้เห็นวิถีชีวิตพื้นบ้าน ของชาวประมงท้องถิ่นที่กางเรือใบด้วยผ้าโสร่ง ตามแบบฉบับของชาวยะไข่ท้องถิ่น
  • ชมเมือง Sittwe เดินเล่นตลาดพื้นเมืองยะไข่ ตลาดนี้เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด มีอาหารทะเล อาหารพื้นบ้านและสินค้าพื้นเมืองหลากหลายชนิด อาหารทะเลที่นี่ราคาถูกมากๆ
  • เดินทางไปสนามบินเพื่อโดยสารเครื่องบินภายในประเทศสู่ย่างกุ้งแล้วต่อเครื่องสู่ดอนเมือง โดยสายการบิน Air Asia
  • ค่ำๆเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

Day 1 : Bangkok – Mandalay – Monywa (BLD)

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (T1)
  • เดินทางถึงมัณฑะเลย์
  • เดินทางสู่ เมืองโมนยวา (Monywa) เมืองเล็กๆ เมืองโมนยวาตั้งอยู่ในรัฐสกาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองสกายน์อดีตเมืองหลวงแห่งหนึ่งของพม่าเมืองโมนยวานี้ในอดีตเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของพม่าและอินเดีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชินด์วิน (Chindwin)
  • พักที่ เมือง Monywa

Day 2 :  Monywa (B/L/D)

  • ชม ถ้ำโพวินต่อง (Pho Win Taung) หมู่ถ้ำหินทรายที่ประกอบไปด้วยถ้ำเล็กๆ ภายในถ้ำแต่ละถ้ำประกอบไปด้วยมีจิตรกรรมฝาผนัง และเพดานหลากหลายสี ที่มีมากกว่า 4000 ลวดลายเลยทีเดียว โดยมากจิตรกรรมเหล่านี้เป็นภาพวาด เล่าเรื่องราวชีวิตของชาวพม่า และเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา
  • ชม Shwe Ba Taung มหัศจรรย์หมู่ถ้ำทั้ง 46 ถ้ำ ที่มีรูปทรงและการตบแต่งกันอย่างสิ้นเชิง หมู่ถ้ำเหล่านี้ถูกขุดลึกแนวดิ่งลงไปในชั้นหินภูเขาไฟถึง 8 เมตร คล้ายเป็นเมืองใต้ดิน อายุของพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในถ้ำแห่งนี้ย้อนไปในศตวรรษที่ 13 
  • ชม เจดีย์ อลันทยาร์ (Alantayar) ภายในวัดโพธิตาต่อง (Bhodhi Tataung) ซึ่งด้านหลังองค์เจดีย์นั้นมี พระนอนเซ่วต่าลอง ที่กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์(พระนอน)ที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่สองของโลกประดิษฐานอยู่ และ พระยืนเลจูนแซะจ่า (Laykyun Setkya) ซึ่งองค์พระสูงถึง 132 เมตรเห็นแต่ไกลบนยอดเขา 
  • นำท่านชม วัดโพธิ์ตาต่อง (Bodhi Tataung) ที่ภายในมีพระพุทธรูปจำนวนถึง 1,000 องค์ ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ทั้งหมด 1,000 ต้น ที่นี่ท่านจะสามารถมองเห็นองค์พระและต้นโพธิ์ประดิษฐานอยู่เรียงเป็นแถวสุดลูกหูลูกตาเป็นภาพที่แปลกตาอย่างยิ่ง
  • นำชม วัดเจดีย์สัมพุทเธ (Thanbodhay Temple) หรือที่ชาวพม่าเรียกว่า เจดีย์ ตัม โบ้ม เด่ พญา เจดีย์สำคัญแห่งเมืองโมนยวาที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.1846  และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2486 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เจดีย์องค์นี้มีความคล้ายคลึงกับบุโรพุทโธของประเทศอินโดนีเซีย เพราะมีโครงสร้างเลียนแบบเขาพระสุเมรุคือประกอบด้วยเจดีย์หลักแทนเขาพระสุเมรุ และเจดีย์เล็กๆ ถึง 845 องค์ ล้อมรอบเป็นชั้นๆ

Day 3 : Monywa – Sagaing (B/L/D)

  • จากนั้นเดินทางสู่ เมืองสกายน์ ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ชมทัศนียภาพของเมืองสกายน์ ลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ สกายน์เป็นราชธานีได้เพียง 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับชัยชนะจึงย้ายเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำอิรวดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมา
  • ชมเจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ.1636 ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา
  • นำทุกท่านเดินทางสู่ภูเขาสกายน์ (Sagaing Hill) บนภูเขาแห่งนี้สามารถ มองเห็นเมืองสกายน์และเจดีย์โดยรอบได้อย่างชัดเจน
  • บริเวณกลางเนินเขาจะมีวัดอูมินทอนซ์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัด 30 ถ้ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 45 องค์ บริเวณสูงสุดของ เนินเขาจะมีวัดซุนอูพอนยาชิน สิ่งที่น่าสนใจ ภายในวัด คือ เจดีย์ที่สูงถึง 29.3 เมตร ภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งชาวพม่าถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่มักเดินทางมาสักการะ และถ่ายรูปแขวนไว้จำนวนมาก
  • พักที่ เมือง Sagaing

Day 4 :  Mandalay – Heho – Inle Lake (B/L/D)

  • เช้าตรู่ไปยังสนามบินเพื่อเดินทางต่อไปที่ เมืองเฮโฮ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองหลวงเก่าของรัฐฉาน (Shan State) นั่งรถจากสนามบินไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปชมทะเลสาบอินเล (Inle Lake)  เกิดจากลำธารหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาที่ทอดขนานไปทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออก มีน้ำไหลจากทะเลสาบไปลงแม่นํ้าสาละวิน รอบทะเลสาบมีชุมชนชาวอินตาอยู่มากกว่า 200 แห่ง
  • นำท่านลงเรือเพื่อเดินทางสู่ ทะเลสาบอินเล ลงเรือยนต์ (ลำละ 5-6 ท่าน) มีเสื้อชูชีพบริการท่านเพื่อความปลอดภัย ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบ ระหว่างทาง ท่านจะได้พบการพายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอินตา
  • พักที่ทะเลสาบ Inle  

Day 5 : Inle Lake – Pindaya (B/L/D) 

  • อำลาทิวทัศน์อันสงบแห่งสายน้ำและระลอกคลื่นอันเงียบสงบ เดินทางไปยังเมือง Pindaya ระหว่างทาง ท่านจะได้พบกับทิวทัศน์อันงดงาม และชนเผ่าต่างๆของรัฐฉาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวปะโอ ซึ่งมีเอกลักษณ์ในการแต่งตัวด้วยผ้าสีดำและโพกศรีษะด้วยผ้าสีสันสดใส เพราะเชื่อกันว่าชาวปะโอมีต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์มาจากพญานาคผู้สง่างาม
  • เยี่ยมชมถ้ำพินดยา ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานภายในถ้ำมากกว่า 8,000 องค์ หลากยุคหลากสมัยถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่นี่ที่เกิดจากการที่มีความเชื่อที่ว่าหากผู้ใดได้สร้างพระหรือเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชา ผู้นั้นก็จะได้บุญกุศลไปในภายภาคหน้า หลังจากนั้น นำท่านเดินเก็บภาพต้นไม้ยักษ์ Banyan Tree Garden ซึ่งมีอายุหลายร้อยปีหลายคนโอบไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งมีจำนวนนับร้อยๆต้น 
  • ชมการทำกระดาษชานแบบดั้งเดิม และ อุตสาหกรรมการทำร่ม และชมทะเลสาป ปินดายา
  • พักที่เมือง Pindaya

Day 6 : Pindaya – Heho – Yangon – Bangkok (B/L/-) 

  • ช่วงเช้าให้ท่านเดินเล่นเที่ยวชมรอบๆเมือง Pindaya จนถึงเวลาเดินทางไปกลับเมือง Heho และไปยังสนามบินภายในประเทศเพื่อกลับสู่เมืองย่างกุ้ง
  • เดินทางกลับย่างกุ้งโดยสายการบินภายในประเทศ
  • เตรียมตัวเชคอินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 *** โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของเวลา ***

Day 1 : Bangkok – Mandalay – Monywa (BLD)

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (T1)
  • เดินทางถึงมัณฑะเลย์
  • เดินทางสู่ เมืองโมนยวา (Monywa) เมืองเล็กๆ เมืองโมนยวาตั้งอยู่ในรัฐสกาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองสกายน์อดีตเมืองหลวงแห่งหนึ่งของพม่าเมืองโมนยวานี้ในอดีตเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของพม่าและอินเดีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชินด์วิน (Chindwin)
  • พักที่ เมือง Monywa

Day 2 :  Monywa (B/L/D)

  • ชม ถ้ำโพวินต่อง (Pho Win Taung) หมู่ถ้ำหินทรายที่ประกอบไปด้วยถ้ำเล็กๆ ภายในถ้ำแต่ละถ้ำประกอบไปด้วยมีจิตรกรรมฝาผนัง และเพดานหลากหลายสี ที่มีมากกว่า 4000 ลวดลายเลยทีเดียว โดยมากจิตรกรรมเหล่านี้เป็นภาพวาด เล่าเรื่องราวชีวิตของชาวพม่า และเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา
  • ชม Shwe Ba Taung มหัศจรรย์หมู่ถ้ำทั้ง 46 ถ้ำ ที่มีรูปทรงและการตบแต่งกันอย่างสิ้นเชิง หมู่ถ้ำเหล่านี้ถูกขุดลึกแนวดิ่งลงไปในชั้นหินภูเขาไฟถึง 8 เมตร คล้ายเป็นเมืองใต้ดิน อายุของพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในถ้ำแห่งนี้ย้อนไปในศตวรรษที่ 13 
  • ชม เจดีย์ อลันทยาร์ (Alantayar) ภายในวัดโพธิตาต่อง (Bhodhi Tataung) ซึ่งด้านหลังองค์เจดีย์นั้นมี พระนอนเซ่วต่าลอง ที่กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์(พระนอน)ที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่สองของโลกประดิษฐานอยู่ และ พระยืนเลจูนแซะจ่า (Laykyun Setkya) ซึ่งองค์พระสูงถึง 132 เมตรเห็นแต่ไกลบนยอดเขา 
  • นำท่านชม วัดโพธิ์ตาต่อง (Bodhi Tataung) ที่ภายในมีพระพุทธรูปจำนวนถึง 1,000 องค์ ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ทั้งหมด 1,000 ต้น ที่นี่ท่านจะสามารถมองเห็นองค์พระและต้นโพธิ์ประดิษฐานอยู่เรียงเป็นแถวสุดลูกหูลูกตาเป็นภาพที่แปลกตาอย่างยิ่ง
  • นำชม วัดเจดีย์สัมพุทเธ (Thanbodhay Temple) หรือที่ชาวพม่าเรียกว่า เจดีย์ ตัม โบ้ม เด่ พญา เจดีย์สำคัญแห่งเมืองโมนยวาที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.1846  และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2486 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เจดีย์องค์นี้มีความคล้ายคลึงกับบุโรพุทโธของประเทศอินโดนีเซีย เพราะมีโครงสร้างเลียนแบบเขาพระสุเมรุคือประกอบด้วยเจดีย์หลักแทนเขาพระสุเมรุ และเจดีย์เล็กๆ ถึง 845 องค์ ล้อมรอบเป็นชั้นๆ

Day 3 : Monywa – Sagaing (B/L/D)

  • จากนั้นเดินทางสู่ เมืองสกายน์ ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ชมทัศนียภาพของเมืองสกายน์ ลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ สกายน์เป็นราชธานีได้เพียง 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับชัยชนะจึงย้ายเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำอิรวดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมา
  • ชมเจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ.1636 ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา
  • นำทุกท่านเดินทางสู่ภูเขาสกายน์ (Sagaing Hill) บนภูเขาแห่งนี้สามารถ มองเห็นเมืองสกายน์และเจดีย์โดยรอบได้อย่างชัดเจน
  • บริเวณกลางเนินเขาจะมีวัดอูมินทอนซ์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัด 30 ถ้ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 45 องค์ บริเวณสูงสุดของ เนินเขาจะมีวัดซุนอูพอนยาชิน สิ่งที่น่าสนใจ ภายในวัด คือ เจดีย์ที่สูงถึง 29.3 เมตร ภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งชาวพม่าถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่มักเดินทางมาสักการะ และถ่ายรูปแขวนไว้จำนวนมาก
  • พักที่ เมือง Sagaing

Day 4 :  Mandalay – Heho – Inle Lake (B/L/D)

  • เช้าตรู่ไปยังสนามบินเพื่อเดินทางต่อไปที่ เมืองเฮโฮ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองหลวงเก่าของรัฐฉาน (Shan State) นั่งรถจากสนามบินไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปชมทะเลสาบอินเล (Inle Lake)  เกิดจากลำธารหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาที่ทอดขนานไปทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออก มีน้ำไหลจากทะเลสาบไปลงแม่นํ้าสาละวิน รอบทะเลสาบมีชุมชนชาวอินตาอยู่มากกว่า 200 แห่ง
  • นำท่านลงเรือเพื่อเดินทางสู่ ทะเลสาบอินเล ลงเรือยนต์ (ลำละ 5-6 ท่าน) มีเสื้อชูชีพบริการท่านเพื่อความปลอดภัย ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบ ระหว่างทาง ท่านจะได้พบการพายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอินตา
  • พักที่ทะเลสาบ Inle  

Day 5 : Inle Lake – Pindaya (B/L/D) 

  • อำลาทิวทัศน์อันสงบแห่งสายน้ำและระลอกคลื่นอันเงียบสงบ เดินทางไปยังเมือง Pindaya ระหว่างทาง ท่านจะได้พบกับทิวทัศน์อันงดงาม และชนเผ่าต่างๆของรัฐฉาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวปะโอ ซึ่งมีเอกลักษณ์ในการแต่งตัวด้วยผ้าสีดำและโพกศรีษะด้วยผ้าสีสันสดใส เพราะเชื่อกันว่าชาวปะโอมีต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์มาจากพญานาคผู้สง่างาม
  • เยี่ยมชมถ้ำพินดยา ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานภายในถ้ำมากกว่า 8,000 องค์ หลากยุคหลากสมัยถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่นี่ที่เกิดจากการที่มีความเชื่อที่ว่าหากผู้ใดได้สร้างพระหรือเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชา ผู้นั้นก็จะได้บุญกุศลไปในภายภาคหน้า หลังจากนั้น นำท่านเดินเก็บภาพต้นไม้ยักษ์ Banyan Tree Garden ซึ่งมีอายุหลายร้อยปีหลายคนโอบไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งมีจำนวนนับร้อยๆต้น 
  • ชมการทำกระดาษชานแบบดั้งเดิม และ อุตสาหกรรมการทำร่ม และชมทะเลสาป ปินดายา
  • พักที่เมือง Pindaya

Day 6 : Pindaya – Heho – Yangon – Bangkok (B/L/-) 

  • ช่วงเช้าให้ท่านเดินเล่นเที่ยวชมรอบๆเมือง Pindaya จนถึงเวลาเดินทางไปกลับเมือง Heho และไปยังสนามบินภายในประเทศเพื่อกลับสู่เมืองย่างกุ้ง
  • เดินทางกลับย่างกุ้งโดยสายการบินภายในประเทศ
  • เตรียมตัวเชคอินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 *** โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของเวลา ***

วันที่จัด

รวม-ไม่รวม

แกลลอรี่ทัวร์พม่า

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม