Categories
01 Nordic

นอร์เวย์ ล่าแสงเหนือ – โลโฟเทน ทรอมโซ

นอร์เวย์ โลโฟเทน ทรอมโซ
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ไฮไลท์
สรุปแผนเดินทาง

โปรแกรม

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ 9 ที่นั่ง สำหรับคณะ 6 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
01 Nordic Trip-Hightlight

นอร์เวย์เทรค Trolltunga Kjerag Preikestolen

นอร์เวย์เทรค Trolltunga Kjerag Preikestolen
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • พิชิต Kjeragbolten
    ก้อนหินลอยบนหน้าผาสูงกว่า 1,000 เมตร เส้นทางเดินสุดท้าทาย ใช้เวลาประมาณ 7–8 ชั่วโมง
  • ยืนบน Preikestolen
    แท่นหินธรรมชาติกลางอากาศ มองเห็นวิวฟยอร์ดยาวสุดสายตา ใช้เวลาเดินประมาณ 4–5 ชั่วโมง
  • ท้าทาย Trolltunga
    ลิ้นโทรลล์เหนือทะเลสาบสีมรกต ใช้เวลาเดินประมาณ 10–12 ชั่วโมง เหนื่อยแต่ภูมิใจ
  • นั่งรถไฟ Flåmsbana
    ผ่านน้ำตก Kjosfossen และขึ้นชมวิวที่ Stegastein Viewpoint เหนือหุบเขา
  • ล่องเรือ Nærøyfjord
    ฟยอร์ดมรดกโลก UNESCO ที่มีชื่อเสียงเรื่องความแคบ ลึก และผาสูงชัน
  • ปิดทริปที่เบอร์เกน
    เดินเล่นย่าน Bryggen บ้านไม้สีสัน แวะตลาดปลา และขึ้นกระเช้า Mount Fløyen ชมวิวเมือง
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – ออสโล

พบกันที่สนามบิน ออกเดินทางสู่ ออสโล โดยสายการบิน Thai Airways

วันที่ 2: ออสโล – สตาวังเกอร์ – ลีเซบ็อตน์

เดินทางถึงออสโล ต่อเครื่องสู่ สตาวังเกอร์
เที่ยวชมย่านเมืองเก่าและมหาวิหาร ก่อนเดินทางต่อสู่ ลีเซบ็อตน์

วันที่ 3: ลีเซบ็อตน์ – Kjeragbolten

เดินเทรคพิชิต Kjeragbolten ก้อนหินมหัศจรรย์บนหน้าผา
ใช้เวลาเดินประมาณ 7–8 ชั่วโมง

วันที่ 4: ลีเซบ็อตน์ – Jørpeland

เดินทางสู่ Jørpeland
แวะชมวิว Øygardstøl และเดินเล่นบรรยากาศเมืองเก่า

วันที่ 5: Jørpeland – Preikestolen – Odda

พิชิตหน้าผา Preikestolen ใช้เวลาเดินประมาณ 4–5 ชั่วโมง
แวะชมน้ำตก Låtefossen ก่อนเข้าพักที่ Odda

วันที่ 6: Odda – Trolltunga

ท้าทายเส้นทางเดินป่าพิชิต Trolltunga
ใช้เวลาเดินประมาณ 10–12 ชั่วโมง

วันที่ 7: Odda – Flåm – Aurland

นั่งรถไฟสาย Flåmsbana ชมน้ำตก Kjosfossen
และแวะจุดชมวิว Stegastein

วันที่ 8: Aurland – เบอร์เกน

ล่องเรือชม Nærøyfjord
แวะชมน้ำตก Tvindefossen ก่อนเดินทางสู่ เบอร์เกน
เที่ยวชมย่าน Bryggen, ตลาดปลา และขึ้นกระเช้า Mount Fløyen

วันที่ 9: เบอร์เกน – ออสโล – กรุงเทพฯ

บินภายในประเทศจาก เบอร์เกน สู่ออสโล
จากนั้นต่อเครื่องเดินทางกลับกรุงเทพฯ

วันที่ 10: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ 9 ที่นั่ง สำหรับคณะ 6 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – ออสโล

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางสู่กรุง ออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบิน Thai Airways เพื่อเริ่มต้นทริปฟยอร์ดและเส้นทางเดินเขาชื่อดังของนอร์เวย์

วันที่ 2: ออสโล – สตาวังเกอร์ – ลีเซบ็อตน์

เดินทางถึงออสโล แล้วต่อเครื่องภายในประเทศสู่เมือง สตาวังเกอร์ ใช้เวลาบินราว 50–60 นาที
จากนั้นเที่ยวชมย่านเมืองเก่า Stavanger Old Town ซึ่งโดดเด่นด้วยบ้านไม้สีขาวอายุกว่า 200 ปี และแวะชม Stavanger Cathedral โบสถ์เก่าแก่จากศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดของนอร์เวย์
ก่อนเดินทางต่อสู่ Lysebotn ใช้เวลาราว 2.5–3.5 ชั่วโมง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการพิชิต Kjerag ในวันถัดไป
พัก: Kjerag Lysebotn Camping

วันที่ 3: ลีเซบ็อตน์ – Kjeragbolten

ออกเดินเท้าพิชิต Kjeragbolten ใช้เวลาประมาณ 7–8 ชั่วโมง
เส้นทางนี้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของนอร์เวย์ เพราะมีก้อนหินมหัศจรรย์ขนาดใหญ่ค้างอยู่ระหว่างหน้าผาสูงเหนือ Lysefjord อย่างน่าหวาดเสียว เป็นจุดถ่ายภาพระดับโลก และสื่อถึงพลังของธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งที่หล่อหลอมภูมิประเทศแห่งนี้
ระหว่างทางสามารถชมวิวฟยอร์ดและภูเขาสูงอันยิ่งใหญ่ได้ตลอดเส้นทาง
พัก: Kjerag Lysebotn Camping

วันที่ 4: ลีเซบ็อตน์ – Jørpeland

เดินทางจาก Lysebotn สู่เมือง Jørpeland ใช้เวลารวมราว 3–4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางและเรือเฟอร์รี
ระหว่างทางแวะชมวิวที่ Øygardstøl จุดชมทิวทัศน์เหนือ Lysefjord และเป็นทางขึ้นสำคัญสู่ Kjerag
จากนั้นเดินเล่นในตัวเมือง Jørpeland เมืองเล็กสงบริมฟยอร์ดที่เป็นประตูสู่ Preikestolen เหมาะสำหรับพักผ่อนก่อนเดินเขาในวันรุ่งขึ้น
พัก: Jørpeland

วันที่ 5: Jørpeland – Preikestolen – Odda

ออกเดินทางพิชิต Preikestolen หรือ Pulpit Rock ใช้เวลาเดินประมาณ 4–5 ชั่วโมง
จุดเด่นคือหน้าผาหินแกรนิตทรงสี่เหลี่ยมที่ยื่นออกเหนือ Lysefjord สูงราว 604 เมตร ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดในนอร์เวย์
จากนั้นเดินทางไกลต่อไปยังน้ำตก Låtefossen ใช้เวลาราว 3.5–4.5 ชั่วโมง น้ำตกแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงสายน้ำคู่ที่ไหลมาบรรจบกันใต้สะพานหินเก่า
ก่อนเดินทางต่อสู่เมือง Odda ใช้เวลาอีกประมาณ 20 นาที เมืองเล็กกลางหุบเขาซึ่งเป็นฐานสำคัญของนักเดินเขา
พัก: Odda

วันที่ 6: Odda – Trolltunga

ท้าทายเส้นทางเดินป่า Trolltunga ใช้เวลาประมาณ 10–12 ชั่วโมง
จุดหมายคือโขดหินยื่นออกจากภูเขาคล้ายลิ้น จึงมีชื่อว่า “ลิ้นโทรลล์” ตามตำนานพื้นบ้านนอร์สที่เกี่ยวข้องกับโทรลล์ สิ่งมีชีวิตในตำนานของสแกนดิเนเวีย
พื้นที่นี้โด่งดังจากวิวทะเลสาบ Ringedalsvatnet และทัศนียภาพภูเขาสูงแบบนอร์เวย์แท้ ๆ ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ
พัก: Odda

วันที่ 7: Odda – Flåm – Aurland

เดินทางจาก Odda สู่เขต Flåm / Aurland ใช้เวลารวมราว 4.5–6 ชั่วโมง
นั่งรถไฟสาย Flåmsbana หนึ่งในเส้นทางรถไฟชมวิวที่สวยที่สุดในโลก ผ่านหุบเขาสูงชัน น้ำตก และภูมิประเทศแบบฟยอร์ด
แวะชมน้ำตก Kjosfossen ซึ่งมีเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับหญิงป่าในตำนานที่มักปรากฏตัวท่ามกลางม่านน้ำ
จากนั้นขึ้นไปยัง Stegastein Viewpoint จุดชมวิวสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ยื่นออกไปเหนือ Aurlandsfjord ให้มุมมองกว้างไกลและสวยงามมาก
พัก: Aurland

วันที่ 8: Aurland – เบอร์เกน

ล่องเรือชม Nærøyfjord ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ฟยอร์ดสายนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เพราะมีความงดงามของผาสูงชันและสายน้ำแคบลึกที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง
ต่อด้วยแวะชมน้ำตก Tvindefossen น้ำตกหลายชั้นที่มีชื่อเสียง และเคยมีความเชื่อท้องถิ่นว่าน้ำจากที่นี่มีพลังแห่งความเยาว์วัย
จากนั้นเดินทางสู่เมือง Bergen ใช้เวลาราว 3–4 ชั่วโมง เที่ยวชมย่าน Bryggen เขตท่าเรือเก่าอันเป็นมรดกโลก UNESCO ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์การค้าของชาวฮันเซอาติก
แวะตลาดปลา และขึ้นกระเช้า/รถรางสู่ Mount Fløyen เพื่อชมวิวเมืองเบอร์เกนจากมุมสูง
พัก: Bergen

วันที่ 9: เบอร์เกน – ออสโล – กรุงเทพฯ

เดินทางสู่สนามบิน และบินภายในประเทศจาก Bergen กลับ Oslo ใช้เวลาบินประมาณ 50–60 นาที
จากนั้นเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ปิดท้ายทริปนอร์เวย์ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติระดับโลก ฟยอร์ดอันยิ่งใหญ่ และเส้นทางเดินเขาสุดประทับใจ

วันที่ 10: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
พร้อมความทรงจำจากดินแดนแห่งฟยอร์ด หน้าผา และภูเขาอันยิ่งใหญ่ของนอร์เวย์

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
01 Nordic

นอร์เวย์ เบอร์เกน ฟลอม ไกแรงเกอร์

นอร์เวย์ เบอร์เกน ฟลอม ไกแรงเกอร์
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • Bergen & Bryggen Wharf — เดินเล่นย่านบ้านไม้สีสดริมฟยอร์ดในเมืองท่าที่มีเสน่ห์ที่สุดของนอร์เวย์
  • Flåmsbana — นั่งรถไฟสายโรแมนติกผ่านหุบเขา น้ำตก และวิวธรรมชาติสุดอลังการ
  • Stegastein Viewpoint— จุดชมวิวฟยอร์ดที่ยื่นออกไปกลางธรรมชาติ เห็นภูเขาและสายน้ำกว้างใหญ่
  • Geirangerfjord Cruise — ล่องเรือชมฟยอร์ดมรดกโลก รายล้อมด้วยหน้าผาสูงและน้ำตกสวย
  • Atlantic Ocean Road — ขับรถบนถนนข้ามเกาะและสะพานกลางทะเล วิวสวยระดับโลก
  • Trondheim — เมืองประวัติศาสตร์ เดินชมมหาวิหาร Nidaros และสะพานไม้แดง Gamle Bybro ปิดท้ายทริปแบบคลาสสิก
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – ออสโล

เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ออสโล เตรียมพร้อมสำหรับการผจญภัยในนอร์เวย์

วันที่ 2: ออสโล – Bergen – Voss

บินสู่เมือง Bergen เมืองท่าประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขนานนามว่า “ประตูสู่ฟยอร์ด” แวะชม Bryggen Wharf ย่านท่าเรือฮันเซียติกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO เต็มไปด้วยบ้านไม้สีสันสดใสเรียงรายริมน้ำที่มีอายุกว่าพันปี เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง Voss

วันที่ 3: Voss – Flåm – Aurland

ชมน้ำตก Tvindefossen หนึ่งในน้ำตกที่สูงและสวยงามที่สุดในนอร์เวย์ ก่อนนั่งรถไฟสาย Flåmsbana เส้นทางรถไฟที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในโลก วิ่งผ่านหุบเขา น้ำตก และภูเขาสูงชันตลอด 20 กิโลเมตร ปิดท้ายด้วยจุดชมวิว Stegastein ที่ยื่นออกไปเหนือฟยอร์ดสูงกว่า 650 เมตร วิวอลังการไม่มีที่ติ พักที่ Aurland

วันที่ 4: Aurland – Stryn – Loen

แวะชมเมือง Stryn เมืองเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบสีเขียวมรกตอันเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติแบบนอร์เวย์แท้ๆ จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง Loen

วันที่ 5: Loen – Geirangerfjord – Ålesund

ล่องเรือชม Geirangerfjord ฟยอร์ดมรดกโลก UNESCO ที่ขึ้นชื่อเรื่องหน้าผาสูงชัน น้ำตกหลายสาย อาทิ Seven Sisters และ Suitor รวมถึงฟาร์มเก่าแก่ที่เกาะอยู่บนหน้าผา ถือเป็นหนึ่งในฟยอร์ดที่งดงามที่สุดในโลก จากนั้นเดินทางสู่ Ålesund เมืองที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตนูโวสวยงามเป็นเอกลักษณ์

วันที่ 6: Ålesund – Atlantic Ocean Road – Kristiansund

ขับรถบน Atlantic Ocean Road เส้นทางระยะ 8.3 กิโลเมตรที่ได้รับการโหวตให้เป็นถนนที่สวยงามที่สุดในโลก ทอดยาวข้ามสะพานหลายแห่งเชื่อมเกาะเล็กๆ กลางทะเล ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถอยู่บนผิวน้ำ พักที่ Kristiansund

วันที่ 7: Kristiansund – Trondheim

เดินทางสู่ Trondheim เมืองหลวงเก่าแก่ของนอร์เวย์ เยี่ยมชม Nidaros Cathedral มหาวิหารโกธิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย สร้างขึ้นเหนือสุสานของ St. Olav นักบุญอุปถัมภ์ของนอร์เวย์ และเดินเล่นบนสะพาน Gamle Bybro สะพานไม้สีแดงเก่าแก่ที่มีวิวแม่น้ำ Nidelva สวยงามโรแมนติก พักที่ Trondheim

วันที่ 8: Trondheim – Oslo

เดินทางกลับสู่ออสโล

วันที่ 9: Oslo – กรุงเทพฯ

เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ พร้อมความทรงจำจากดินแดนแห่งฟยอร์ดและธรรมชาติอันงดงาม

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ 9 ที่นั่ง สำหรับคณะ 6 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – ออสโล

การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ สู่กรุงออสโล เมืองหลวงแสนสงบของนอร์เวย์ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 14–17 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสายการบินและเวลาเปลี่ยนเครื่อง วันแรกอาจยังไม่มีโปรแกรมหนักนัก แต่เพียงแค่ได้สูดอากาศเย็นๆ ของสแกนดิเนเวีย ก็เหมือนร่างกายค่อยๆ ปรับจังหวะเข้าสู่โหมด slow travel อย่างเป็นธรรมชาติ นอร์เวย์ไม่ใช่ประเทศที่ต้องรีบเที่ยว แต่เป็นดินแดนที่ยิ่งเดินทางช้าเท่าไร ยิ่งซึมซับความงามได้ลึกเท่านั้น

วันที่ 2: ออสโล – Bergen – Voss

เช้าวันนี้ออกเดินทางโดยเครื่องบินจากออสโลสู่ Bergen ใช้เวลาประมาณ 50–55 นาที เมืองนี้ได้รับฉายาว่า “ประตูสู่ฟยอร์ด” และเป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของนอร์เวย์มาตั้งแต่ยุคกลาง เสน่ห์แรกของ Bergen อยู่ที่ Bryggen Wharf ท่าเรือเก่าแก่ที่เรียงรายด้วยอาคารไม้สีสันสดใส มรดกโลก UNESCO ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าของพ่อค้าฮันเซียติกจากยุโรปเหนือ แม้จะผ่านกาลเวลา ไฟไหม้ และการบูรณะมาหลายครั้ง แต่บรรยากาศของย่านนี้ยังคงอบอุ่น คลาสสิก และมีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด

จาก Bergen เดินทางต่อสู่ Voss ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง เมืองเล็กกลางหุบเขาที่รายล้อมด้วยทะเลสาบและภูเขา เป็นเหมือนประตูอีกบานก่อนเข้าสู่ความงามของฟยอร์ดฝั่งตะวันตก คืนนี้เหมาะกับการพักผ่อนเงียบๆ ปล่อยใจให้ช้าลง และฟังเสียงธรรมชาติแทนเสียงเมือง

วันที่ 3: Voss – Flåm – Aurland

วันนี้คือหนึ่งในวันที่สวยที่สุดของทริป จาก Voss แวะชมน้ำตก Tvindefossen ใช้เวลาเดินทางราว 15–20 นาที น้ำตกสายนี้สูงราว 110 เมตร และเคยมีตำนานเล่าว่าน้ำจากที่นี่มีพลังแห่งความเยาว์วัย จึงเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ทั้งสวยและมีเรื่องเล่าชวนจินตนาการ

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ Flåm ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เพื่อขึ้นรถไฟสาย Flåmsbana เส้นทางรถไฟระยะสั้นเพียงราว 20 กิโลเมตร แต่ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดสายหนึ่งของโลก เพราะทุกนาทีที่รถไฟเคลื่อนไปข้างหน้า คือภาพของหุบเขาลึก ภูเขาสูง น้ำตก และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ดูราวกับฉากในนิทานนอร์ดิก

หลังจากนั้นเดินทางต่อสู่ Aurland ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที และขึ้นไปยังจุดชมวิว Stegastein ที่ยื่นตัวออกจากไหล่เขาสูงเหนือ Aurlandsfjord ราว 650 เมตร จุดนี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังทำให้เข้าใจว่าทำไมฟยอร์ดของนอร์เวย์จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ค่ำคืนนี้พักใน Aurland เมืองเล็กเงียบสงบริมฟยอร์ด ที่ความงามไม่ต้องพยายามอวดตัวเลยแม้แต่น้อย

วันที่ 4: Aurland – Stryn – Loen

ออกเดินทางจาก Aurland สู่ Stryn ใช้เวลาประมาณ 4.5–5.5 ชั่วโมง แม้จะเป็นวันเดินทางไกล แต่เส้นทางนี้เต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่ทำให้ไม่รู้สึกเร่งรีบ Stryn คือเมืองเล็กที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ธารน้ำแข็ง และทะเลสาบสีเขียวใส บรรยากาศของที่นี่มีความสงบอย่างแท้จริง เป็นนอร์เวย์ในแบบที่หลายคนเฝ้าฝันถึง—เรียบง่าย บริสุทธิ์ และงดงามโดยไม่ต้องปรุงแต่ง

จาก Stryn เดินทางต่อสู่ Loen ใช้เวลาประมาณ 10–20 นาที หมู่บ้านเล็กริม Nordfjord ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงและผืนน้ำเรียบนิ่ง Loen เป็นจุดหมายที่เหมาะกับการพักกายพักใจอย่างแท้จริง เพราะที่นี่ไม่ได้มีไว้เพื่อ “ทำกิจกรรมให้ครบ” แต่มีไว้เพื่อให้เราได้นั่งมองวิวตรงหน้าอย่างเต็มที่

วันที่ 5: Loen – Geirangerfjord – Ålesund

จาก Loen เดินทางสู่พื้นที่ Geirangerfjord ใช้เวลาประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมง แล้วออกล่องเรือในฟยอร์ดที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก Geirangerfjord ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO เพราะเป็นตัวแทนความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบนอร์เวย์อย่างแท้จริง ทั้งหน้าผาสูงชัน น้ำลึกสีเขียวเข้ม และน้ำตกชื่อดังอย่าง Seven Sisters และ Suitor ที่มาพร้อมตำนานโรแมนติกเล่าว่า ชายหนุ่มผู้มาสู่ขอหญิงสาวทั้งเจ็ดไม่เคยสมหวัง จนกลายเป็นสายน้ำตกที่ไหลเคียงกันมาจนถึงทุกวันนี้

ระหว่างล่องเรือจะเห็นฟาร์มโบราณที่เกาะอยู่บนไหล่ผาสูง สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนที่เคยอยู่ร่วมกับภูมิประเทศแสนท้าทายนี้อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากนั้นเดินทางต่อสู่ Ålesund ใช้เวลาประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง เมืองปลายทางของวันนี้มีเสน่ห์ต่างจากเมืองอื่น เพราะหลังเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1904 เมืองทั้งเมืองถูกสร้างขึ้นใหม่ในสไตล์อาร์ตนูโว จึงเต็มไปด้วยอาคารสีพาสเทล หอคอยโค้งมน และรายละเอียดสถาปัตยกรรมที่งดงามราวกับเมืองในยุโรปตอนกลาง

วันที่ 6: Ålesund – Atlantic Ocean Road – Kristiansund

วันนี้เป็นวันที่ถนนจะกลายเป็นไฮไลต์สำคัญ ออกเดินทางจาก Ålesund ผ่านเส้นทางเลียบชายฝั่งและมุ่งสู่ Atlantic Ocean Road ใช้เวลารวมประมาณ 3.5–4.5 ชั่วโมงก่อนถึงช่วงถนนไฮไลต์ เส้นทางสายนี้ยาวประมาณ 8.3 กิโลเมตร เชื่อมเกาะเล็กๆ ด้วยสะพานหลายช่วงทอดตัวเหนือทะเลเปิด จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในถนนที่สวยที่สุดในโลก

ความน่าสนใจของถนนเส้นนี้ไม่ใช่เพียงวิว แต่คือประสบการณ์—บางวันทะเลสงบจนดูราวกระจก บางวันคลื่นลมแรงจนรู้สึกถึงพลังดิบของมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างใกล้ชิด ถนนสายนี้จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของนอร์เวย์ ที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพและเข้าใจ

จากนั้นเดินทางต่อสู่ Kristiansund ใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที เมืองท่าขนาดกะทัดรัดที่มีประวัติผูกพันกับการประมงและปลาคอดแห้งมายาวนาน พักค้างคืนท่ามกลางบรรยากาศเมืองชายทะเลที่เงียบและจริงใจ

วันที่ 7: Kristiansund – Trondheim

ออกเดินทางสู่ Trondheim ใช้เวลาประมาณ 4.5–5.5 ชั่วโมง เมืองนี้เคยเป็นราชธานีเก่าของนอร์เวย์ และยังคงมีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ไฮไลต์สำคัญคือ Nidaros Cathedral มหาวิหารโกธิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย สร้างขึ้นเหนือสถานที่ฝังพระศพของ St. Olav กษัตริย์ผู้กลายเป็นนักบุญองค์สำคัญของประเทศ จึงถือเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของนอร์เวย์มาหลายศตวรรษ

อีกมุมที่ไม่ควรพลาดคือ Gamle Bybro สะพานไม้สีแดงเก่าแก่ที่ทอดข้ามแม่น้ำ Nidelva เมื่อยืนมองย้อนกลับไปจะเห็นแถวโกดังไม้ริมน้ำอันเป็นภาพจำของเมืองเก่า Trondheim เป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกละมุน อบอุ่น และมีชีวิตชีวาในแบบไม่โอ้อวด เหมาะกับการเดินเล่นช้าๆ มากกว่าการวิ่งเก็บสถานที่

วันที่ 8: Trondheim – Oslo

ออกเดินทางกลับสู่ออสโล โดยสามารถเลือกบินใช้เวลาประมาณ 55 นาที หรือเดินทางทางรถไฟซึ่งใช้เวลาประมาณ 6.5–7 ชั่วโมง หากมีเวลา การนั่งรถไฟถือเป็นอีกวิธีที่สวยมาก เพราะจะได้เห็นภูมิประเทศของนอร์เวย์ค่อยๆ เปลี่ยนผ่านจากเมืองประวัติศาสตร์สู่ทุ่ง ป่า และภูเขา ก่อนกลับเข้าสู่เมืองหลวง ช่วงเวลานี้เหมาะกับการทบทวนภาพทั้งหมดของทริป—ฟยอร์ดที่นิ่งสงบ น้ำตกที่ทรงพลัง ถนนเลียบทะเล และเมืองเล็กๆ ที่สอนให้เราเดินทางช้าลงอย่างมีความหมาย

วันที่ 9: Oslo – กรุงเทพฯ

ได้เวลาบอกลานอร์เวย์ และออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 14–17 ชั่วโมง แม้ทริปจะจบลง แต่ความรู้สึกจากดินแดนแห่งฟยอร์ดยังคงอยู่—ไม่ใช่แค่ภาพวิวสวยงาม หากคือจังหวะของการเดินทางที่ค่อยเป็นค่อยไป ได้มอง ได้ฟัง และได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง นี่คือเสน่ห์ของนอร์เวย์ ประเทศที่ไม่ได้ชวนให้เที่ยวอย่างรีบร้อน แต่ชวนให้ค่อยๆ ตกหลุมรักทีละวัน

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม