Categories
05-May 06-Jun 2024 Europe

ทัวร์โดโลไมท์ ทัสคานี ชิงเควเทเร​

logo-freedoka

Italy Dolomite Tuscany Cinque Terre

เมือง Sirmione • เมือง Bolzano • ทะเลสาบ Carezza • Pordoi pass • หมู่บ้าน Colle Santa Lucia • Cortina d’ Ampezzo • Misurina Lake • Braies Lake • ภูเขา Seceda • Montalcino • Cinque Terre 

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริปโดโลไมท์ ทัสคานี
  • เมืองออร์ทิเซ่
  • ขึ้นกระเช้า Alpe di Siusi
  • ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
  • หมู่บ้าน วาล ดิ ฟุเนส
  • ทะเลสาบ Misurina
  • เมือง Cortina d’ Ampezzo
  • Lake of Carezza
  • เมือง San Gimignano
  • หมู่บ้าน Mntalcino
  • เมือง Pienza
  • ชมหอเอนเมืองปิซ่า
  • หมู่บ้าน Cinque Terre
  • Lake Como
  • ชมมหาวิหารดูโอโม
short brief
สรุปย่อทัวร์โดโลไมท์ ทัสคานี

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | ถึงมิลาน • เมือง Sirmione • เมือง Bolzano • เมือง Ortisei
วันที่ 3 | ขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิว บ่าย ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
วันที่ 4 | ชมหมู่บ้าน Val di Funes • ทะเลสาบ Braies ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo • ชมทะเลสาบ Misurina • เมือง Cortina d’ Ampezzo
วันที่ 5 | ชมจุดชมวิว Giau Pass • Pordoi pass • ชม Lake of Carezza ไปเมือง Verona
วันที่ 6 | ไปเมือง San Gimignano • หมู่บ้าน Montalcino • โบสถ์ Sant’Antimo
วันที่ 7 | ไปเมือง Pienza • San Quirico d’Orcia • แวะชมเมือง Bagno Vignoni
วันที่ 8 | เมือง Siena • Pisa • ไปยัง La Spezia
วันที่ 9 | ชมหมู่บ้าน Cinque Terre • เดินทางกลับมิลาน
วันที่ 10 | เข้าเมือง Milan • ชมโบสถ์ Duomo • ไปสนามบิน
วันที่ 11 | ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 119,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปอิตาลีที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบิน เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG940 00.40-07.35

Day 2

ถึงมิลาน • เมือง Sirmione • เมือง Bolzano • Ortisei

เดินทางถึงมิลาน จากนั้นไปยังเมือง Sirmione เมืองอันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 2000 ปี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นออกไป ในทะเลสาบการ์ด้าซึ่งมีความยาวกว่า 55 กม. เมืองนี้จึงถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบ ชมเมืองและร่องรอยประวัติศาสตร์ ในตัวเทืองมีร้านของฝากและร้านอาหารให้ได้แวะเดินเล่นถ่ายรูปได้

เดินทางต่อสู่เมือง Bolzano เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคSouth Tyrol ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมัน รองลงมาเป็น ภาษาอิตาลี แวะชมวิหาร Chiesa dei Domenican ย่านใจกลางเมือง และอนุสาวรีย์ที่จตุรัสกลางเมือง Pizza delle Erbe เดินเล่นแถบถนนคนเดิน Pizza Walther

เดินทางไปยังเมือง ออร์ทิเซ่ (Ortisei) เป็นหมู่บ้านตากอากาศเล็กๆ มีพื้นที่ติดกับออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งเทือกเขาโดโลไมท์ด้วย

คืนนี้พักที่ Val Gardena

Day 3

Alpe di Siusi • Seceda • Val gardena

พาขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิวที่สามารถเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มเขาใน Dolomite วิวเนินสูงๆต่ำๆเป็นฉากหน้า และกลุ่มยอดอันโดดเด่นอยู่เบื้องหลัง ภูเขาทั้งหมด 6 ยอด โอบล้อมภูเขาลูกน้อยไว้ตรงกลาง ยอดซ้ายสุดชื่อ Langkofel (เยอรมัน) และ Sassolungo (อิตาลี)

ช่วงบ่าย ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda เป็นภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงในเทือกเขา Dolomites ตั้งอยู่ในหุบเขา Val Gardena ภูเขา Seceda สูง 2,519 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นที่รู้จักจากยอดเขาที่เป็นเอกลักษณ์รูปทรงสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นกลุ่มภูเขา Sella group และ Sussolungo ท่านจะได้เที่ยว ถ่ายรูปกันจนอิ่ม

คืนนี้พักที่ Val Gardena

Day 4

Val di funes • ทะเลสาบ Braies • ทะเลสาบ Misurina • Tre Cime • ไปเมือง Cortina d’ Ampezzo

พาไปชมหมู่บ้านเล็กๆ วาล ดิ ฟุเนส (Val di Funes) ที่โด่งดังจากภาพโบสถ์ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาฟันเลื่อย ทีใครๆจะต้องจำได้เมื่อมาเยือน Dolomite หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรประมาณ 200 คน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว มีเสน่ห์แบบดั้งเดิมของอิตาลี

ชมความงามของ ทะเลสาบบรายเอียซ (Braies) เขตอุทยานแห่งชาติ FANES SENNES BRAIES ตามตำนานกล่าวว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์ ที่คอยคุ้มครองดูแลเหมืองทองคำใต้พิภพอีกด้วย

ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo ยอดภูเขาหินปูนสามลูกที่เรียงติดกัน ว่ากันว่าเป็นยอดเขาที่ดังและสวยที่สุดของ Dolomites ฝั่งตะวันออก

ชมทะเลสาบ Misurina ที่มีเอกลักษณ์เป็นอาคารสีเหลืองตัดกับท้องฟ้าและทะเลสาบสีครามสวยงามยิ่งนัก ทะเลสาบนี้ยาวถึง 2.6 กิโลเมตร ลึกกว่า 5 เมตร ส่วนอาคารสีเหลืองเป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ จึงยืนยัดได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีอากาศบริษุทธิ์เป้นอย่างมาก

จากนั้นจึงเดินทางกันต่อ มุ่งสู่เมือง Cortina d’ Ampezzo เป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่ในตอนกลางของหุบเขาอัมเปซโซ ในทิวเขา Dolomites อีกทั้งยังเป็นสถานที่ไว้ใช้จัดโอลิมปิกในฤดูหนาวอีกด้วย

คืนนี้พักที่ Cortina d’ Ampezzo

Day 5

Cortina d' Ampezzo • Giau Pass • Pordoi Pass • Carezza Lake • Bolzano • Verona

ชมจุดชมวิว Giau Pass จุดชมวิวที่อยู่บน Mountain Pass สูงกว่า 2236 เมตร เห็นวิวรอบด้าน 360 องศา ภาพที่ถ่ายบ่อยมากเป็นมุมทางด้านทิศเหนือ เห็นทุ่งหญ้ากับภูเขารูปทรงสามเหลี่ยม

ข้ามผ่าน Pordoi pass อยู่ระหว่าง กลุ่ม ella-Marmolada ที่ยิ่งใหญ่ โดยมีระดับความสูงถึง 2239 เมตร

ชม Lake of Carezza เป็นทะเลสาบที่มีน้ำสีเขียวมรกตและทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา ทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,519 เมตรจากระดับน้ำทะเล และล้อมรอบไปด้วยป่าสน เป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและช่างภาพ เป็นภาพทะเลสาบและทิวต้นสนฉากหลังเป็นภูเขาหิมะอันสวยงาม

เดินทางไปเมือง Verona เมืองแห่งตำนานรักของโรมิโอจูเรียต ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเวนิส แต่มีความโรแมนติคที่ไม่แพ้กันเลย ทั้งทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม โรงละคร งานจัดแสดงต่างๆ และที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีเลยนั่นคือ เรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มสาว โรมีโอจูเลียต ที่ถูกนำมาเรียงร้อยเรื่องราว

คืนนี้พักที่ Verona

Day 6

Verona • San Gimignano • Montalcino

ไปเมือง San Gimignano เมืองเล็กๆ ที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดในแคว้นทัสคานี ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณ เป็นเมืองแห่งสุดยอดสถาปัตยกรรมยุคกลาง เป็นเมืองเดียวในอิตาลีที่สามารถอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมยุคกลางไว้ได้อย่างครบถ้วน จนได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO

เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านมอนทาลชิโน่ (Montalcino) ระหว่างทางผ่านหมู่บ้าน San Quirico d’Orcia ที่ทัศนียภาพสวยงาม มอนทาลชิโน่เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีชื่อเสียงเรื่องไวน์ที่ดังที่สุดในอิตาลีเรื่องไวน์ ชื่อว่า บูเนลโล

แวะถ่ายรูปกับโบสถ์ประจำเมือง โบสถ์ Sant’Antimo มีลักษณะสถาปัตยกรรมโรมานิกคลาสสิกที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยมีคาบเพดานคู่แบบสลับกันระหว่างหินและอิฐ บรรยากาศภายในโบสถ์เป็นอันสวยงามและเงียบสงบ

คืนนี้พักที่เมือง Montalcino

Day 7

Pienza • San Quirico d’Orcia • Bagno vigone • Montalcino

ไปเมือง Pienza เป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงามตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นหุบเขา Val d’Orcia เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1996

ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยชาวโรมัน ได้รับการบูรณะใหม่ในศตวรรษที่ 15 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ซึ่งต้องการสร้างเมืองในอุดมคติของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา เมืองได้รับการวางผังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีถนนที่ปูด้วยหินและอาคารสไตล์เรอเนสซองส์ที่สวยงาม

ระหว่างทางสู่เมือง Pienza และ San Quirico d’Orcia พบเนินหญ้าที่สวยงามตลอดข้างทาง จะได้พบกับทัศนียภาพแบบแคว้นทัสคานีแท้ๆ อันสวยงามหาที่ใดเหมือน แวะถ่ายรูป Cypress Grove อันเป็นหนึ่งในจุดชมวิวมหาชนของแคว้นทัสคานี

แวะชมเมือง Bagno Vignoni เมืองแห่งน้ำพุร้อนและสปาโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ที่นี่เป็นจุดแวะพักสำหรับผู้แสวงบุญที่จะเดินทางไปยังกรุงโรม

คืนนี้พักที่เมือง Montalcino

 

Day 8

Siena - Pisa • La spezia

เดินทางไปเมือง Siena แคว้นทัสคานี ที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในสมัยช่วงยุคกลางของประเทศอิตาลี เซียน่า ซึ่งเป็นเมืองคู่แข่งสำคัญของฟลอเรนซ์ในอดีต แต่ตอนหลังถูกยึดรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฟลอเรนซ์ เป็นเมือง UNESCO อีกเมืองหนึ่งของแคว้นทัสคานี่

ชมหอเอนเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หอเอนเมืองปิซ่า หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 8 ชั้น อดีตเป็นที่ตั้งของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

จากนั้นไปยัง ลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสําคัญทางด้านการค้าและการทหาร เป็นเมืองที่เราจะนั่งรถไฟเข้าสู่ Cinque terre

คืนนี้พักที่ La spezia

Day 9

Cinque Terre • มิลาน

พาชมหมู่บ้าน Cinque Terre ที่มีความหมายว่า 5 แผ่นดิน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานย้อนกลับไปถึงศรตวรรษที่ 11 โดยมี Vernazza และ Manarola เป็นสองหมู่บ้านแรกก่อนหมู่บ้านอื่นๆจะเติบโตตามมา หมู่บ้านเหล่านี้ได้เสื่อมโทรมลงในศตวรรษที่ 16 เมื่อมีการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อจาก La spezia ผ่านหมู่บ้านเหล่านี้ คนในหมู่บ้านนี้จึงได้อพยพย้ายถิ่นฐานออกไปจากที่นี่ จนกระทั้งการท่องเที่ยวกลับมาสร้างความคึกคักอีกครั้งในช่วงปี 1970 เมืองมรดกโลกแห่งนี้ประกอบด้วยหมู่บ้านทั้งหมด 5 แห่ง Monterosso al Mare , Vernazza , Corniglia , Manarola และ Riomaggiore

เดินทางกลับเมืองมิลาน (ประมาณ 3 ชม)

คืนนี้พักที่ Milan

Day 10

มิลาน • ดูโอโม • สนามบินกลับกรุงเทพ

ชม มหาวิหารแห่งมิลาน ดูโอโม (Duomo) มหาวิหารประจำเมือง ที่ใหญ่เป็นอับดับสอง รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรม แบบกอธิคและใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี มหาวิหารดูโอโมมีความยาว 157 เมตร กว้าง 92 เมตร และสูง 108 เมตร หลังคาเป็นหลังคาหินอ่อนแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม ยอดแหลมบนหลังคาสูง 106 เมตร มีรูปปั้นพระแม่มาเรียทองคำประดับอยู่

ได้เวลาสมควร เดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG941 14.05-05.55

Day 11

กรุงเทพ

05.55 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
06-Jun 10-Oct 12-Dec 2024 Europe

ทัวร์โดโลไมท์ ชิงเคว เทเร​

Italy Dolomite Cinque Terre

หมู่บ้านชิงเควเตเร่ • เมืองเวโรน่า • Bolzano • ทะเลสาบ Carezza • Cortina d’ Ampezzo • Tre cime • ทะเลสาบ Braies • ภูเขา Seceda • Sella pass • วาล ดิ ฟุเนส • Duomo

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริปโดโลไมท์ ชิงเควเทเร
  • เมืองออร์ทิเซ่
  • ขึ้นกระเช้า Alpe di Siusi
  • ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
  • หมู่บ้าน วาล ดิ ฟุเนส
  • ทะเลสาบ Misurina
  • เมือง Cortina d’ Ampezzo
  • Lake of Carezza
  • ชมบ้านจูเลียต Casa di Giulietta
  • หมู่บ้าน Cinque Terre
  • Lake Como
  • ชมมหาวิหารดูโอโม
short brief
สรุปย่อทัวร์โดโลไมท์ ชิงเควเทเร

วันที่ 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | เดินทางถึง Milan ไปยังเมือง Sirmione เดินทางต่อสู่เมือง Bolzano ไป Ortisei
วันที่ 3 | ขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิว บ่ายขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda
วันที่ 4 | ชมหมู่บ้าน Val di Funes • ทะเลสาบ Braies • ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo • ชมทะเลสาบ Misurina • ไปเมือง Cortina d’ Ampezzo
วันที่ 5 | ชมจุดชมวิว Giau Pass ข้ามผ่าน Pordoi pass ชม Lake of Carezza เดินทางไปเมือง Verona
วันที่ 6 | ชมบ้านจูเลียต Casa di Giulietta เดินทางไปยัง ลา สเปเซีย (La Spezia)
วันที่ 7 | เที่ยวหมู่บ้าน Cinque Terre ไปยัง Lake Como
วันที่ 8 | ทะเลสาบ Como เดินทางกลับ Milan ชม Duomo
วันที่ 9 | อิสระช่วงเช้า ไปสนามบินกลับกรุงเทพ
วันที่ 10 | ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 109,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปโดโลไมท์ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบิน เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG940 00.40-07.35

Day 2

มิลาน • Sirmione • Bolzano • Ortisei • Val gardena

เดินทางถึงมิลาน จากนั้นไปยังเมือง Sirmione เมืองอันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 2000 ปี มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นออกไป ในทะเลสาบการ์ด้าซึ่งมีความยาวกว่า 55 กม. เมืองนี้จึงถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบ ชมเมืองและร่องรอยประวัติศาสตร์ ในตัวเทืองมีร้านของฝากและร้านอาหารให้ได้แวะเดินเล่นถ่ายรูปได้

เดินทางต่อสู่เมือง Bolzano เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคSouth Tyrol ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมัน รองลงมาเป็น ภาษาอิตาลี แวะชมวิหาร Chiesa dei Domenican ย่านใจกลางเมือง และอนุสาวรีย์ที่จตุรัสกลางเมือง Pizza delle Erbe เดินเล่นแถบถนนคนเดิน Pizza Walther

เดินทางไปยังเมือง ออร์ทิเซ่ (Ortisei) เป็นหมู่บ้านตากอากาศเล็กๆ มีพื้นที่ติดกับออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งเทือกเขาโดโลไมท์ด้วย 

คืนนี้พักที่ Val Gardena

 

Day 3

Alpe di Siusi • Seceda • Val gardena

พาขึ้น Alpe di Siusi ขึ้นกระเช้าสู่ จุดชมวิวที่สามารถเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของกลุ่มเขาใน Dolomite วิวเนินสูงๆต่ำๆเป็นฉากหน้า และกลุ่มยอดอันโดดเด่นอยู่เบื้องหลัง ภูเขาทั้งหมด 6 ยอด โอบล้อมภูเขาลูกน้อยไว้ตรงกลาง ยอดซ้ายสุดชื่อ Langkofel (เยอรมัน) และ Sassolungo (อิตาลี)

ช่วงบ่าย ขึ้นกระเช้าสู่ ภูเขา Seceda เป็นภูเขาที่สวยงามและมีชื่อเสียงในเทือกเขา Dolomites ตั้งอยู่ในหุบเขา Val Gardena ภูเขา Seceda สูง 2,519 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นที่รู้จักจากยอดเขาที่เป็นเอกลักษณ์รูปทรงสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นกลุ่มภูเขา Sella group และ Sussolungo ท่านจะได้เที่ยว ถ่ายรูปกันจนอิ่ม

คืนนี้พักที่ Val Gardena

Day 4

Val di funes • ทะเลสาบ Braies • ทะเลสาบ Misurina • Tre Cime • ไปเมือง Cortina d’ Ampezzo

พาไปชมหมู่บ้านเล็กๆ วาล ดิ ฟุเนส (Val di Funes) ที่โด่งดังจากภาพโบสถ์ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาฟันเลื่อย ทีใครๆจะต้องจำได้เมื่อมาเยือน Dolomite หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรประมาณ 200 คน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว มีเสน่ห์แบบดั้งเดิมของอิตาลี 

ชมความงามของ ทะเลสาบบรายเอียซ (Braies) เขตอุทยานแห่งชาติ FANES SENNES BRAIES ตามตำนานกล่าวว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์ ที่คอยคุ้มครองดูแลเหมืองทองคำใต้พิภพอีกด้วย 

ผ่านชม Tre Cime di Lavaredo ยอดภูเขาหินปูนสามลูกที่เรียงติดกัน ว่ากันว่าเป็นยอดเขาที่ดังและสวยที่สุดของ Dolomites ฝั่งตะวันออก

ชมทะเลสาบ Misurina ที่มีเอกลักษณ์เป็นอาคารสีเหลืองตัดกับท้องฟ้าและทะเลสาบสีครามสวยงามยิ่งนัก ทะเลสาบนี้ยาวถึง 2.6 กิโลเมตร ลึกกว่า 5 เมตร ส่วนอาคารสีเหลืองเป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ จึงยืนยัดได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีอากาศบริษุทธิ์เป้นอย่างมาก 

จากนั้นจึงเดินทางกันต่อ มุ่งสู่เมือง Cortina d’ Ampezzo เป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่อยู่ในตอนกลางของหุบเขาอัมเปซโซ ในทิวเขา Dolomites อีกทั้งยังเป็นสถานที่ไว้ใช้จัดโอลิมปิกในฤดูหนาวอีกด้วย 

คืนนี้พักที่ Cortina d’ Ampezzo

Day 5

Cortina d' Ampezzo • Giau Pass • Pordoi Pass • Lake of Carezza • Verona

แวะ Giau Pass จุดชมวิวที่อยู่บน Mountain Pass สูงกว่า 2236 เมตร เห็นวิวรอบด้าน 360 องศา ภาพที่ถ่ายบ่อยมากเป็นมุมทางด้านทิศเหนือ เห็นทุ่งหญ้ากับภูเขารูปทรงสามเหลี่ยม

ข้ามผ่าน Pordoi pass อยู่ระหว่าง กลุ่ม ella-Marmolada ที่ยิ่งใหญ่ โดยมีระดับความสูงถึง 2239 เมตร

ชม Lake of Carezza เป็นทะเลสาบที่มีน้ำสีเขียวมรกตและทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา ทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,519 เมตรจากระดับน้ำทะเล และล้อมรอบไปด้วยป่าสน เป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและช่างภาพ เป็นภาพทะเลสาบและทิวต้นสนฉากหลังเป็นภูเขาหิมะอันสวยงาม

เดินทางไปเมือง Verona เมืองแห่งตำนานรักของโรมิโอจูเรียต ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเวนิส แต่มีความโรแมนติคที่ไม่แพ้กันเลย ทั้งทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม โรงละคร งานจัดแสดงต่างๆ และที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีเลยนั่นคือ เรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มสาว โรมีโอจูเลียต ที่ถูกนำมาเรียงร้อยเรื่องราว

คืนนี้พักที่ Verona

Day 6

Verona - La Spezia

ชมบ้านจูเลียต Casa di Giulietta บ้านหลังนี้มีความคล้ายในประพันธ์ ซึ่งก่อนหน้านั้นบ้านหลังนี้เป็นของตระกูล Capello สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 มีความคล้ายคลึงกับบ้านของจูเลียตในนิยายมาก แต่ก็ได้ถูกทิ้งร้างมีต้นไม้เลื้อยรกรุงรังเต็มอาคาร จนกระทั่งมีการพยายามฟื้นฟูบ้านหลังนี้ขึ้นมาใหม่ในศตวรรษที่ 20

เดินทางไปยัง ลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสําคัญทางด้านการค้าและการทหาร เป็นเมืองที่เราจะนั่งรถไฟเข้าสู่ Cinque terre

คืนนี้พักที่ La spezia

Day 7

Cinque Terre • Lake Como

พาชมหมู่บ้าน Cinque Terre ที่มีความหมายว่า 5 แผ่นดิน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานย้อนกลับไปถึงศรตวรรษที่ 11 โดยมี Vernazza และ Manarola เป็นสองหมู่บ้านแรกก่อนหมู่บ้านอื่นๆจะเติบโตตามมา หมู่บ้านเหล่านี้ได้เสื่อมโทรมลงในศตวรรษที่ 16 เมื่อมีการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อจาก La spezia ผ่านหมู่บ้านเหล่านี้ คนในหมู่บ้านนี้จึงได้อพยพย้ายถิ่นฐานออกไปจากที่นี่ จนกระทั้งการท่องเที่ยวกลับมาสร้างความคึกคักอีกครั้งในช่วงปี 1970 เมืองมรดกโลกแห่งนี้ประกอบด้วยหมู่บ้านทั้งหมด 5 แห่ง Monterosso al Mare , Vernazza , Corniglia , Manarola และ Riomaggiore

เดินทางไปยัง Lake Como เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีชื่อเสียงในด้านความสวยงามของธรรมชาติ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโคโม ที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของอิตาลี ทางเหนือของทะเลสาบคือ เทือกเขาแอลป์ยาวเหยียดสุดสายตาเป็นกําแพงธรรมชาติที่สร้างฉากหลังอันงดงามอลังการให้กับดินแดนบริเวณนี้ Lake Como ได้รับสมญานามให้เป็นราชินีแห่งทะเลสาป

คืนนี้พักที่ Lake Como

 

Day 8

Lake Como • ไปเมืองมิลาน

ชื่นชมบรรยากาศรอบๆ ทะเลสาบโคโม (Lake Como) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของอิตาลี มีความสวยงามของทิวทัศน์ ล้อมรอบด้วยภูเขาแอลป์ที่สูงตระหง่าน

เดินทางกลับเมืองมิลาน เมืองสำคัญของประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ โดยถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในระดับเดียวกับ นิวยอร์ค ปารีส ลอนดอน และ โรม

ชมมหาวิหาร แห่งมิลาน ดูโอโม (Duomo) เป็นมหาวิหารประจำเมือง ที่ใหญ่เป็นอับดับสองรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบกอธิค และใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี มหาวิหารดูโอโมมีความยาว 157 เมตร กว้าง 92 เมตร และสูง 108 เมตร หลังคาของมหาวิหารเป็นหลังคาหินอ่อนแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงาม ยอดแหลมบนหลังคาสูง 106 เมตร มีรูปปั้นพระแม่มาเรียทองคำประดับอยู่

คืนนี้พักที่ Milan

Day 9

มิลาน • สนามบินกลับกรุงเทพ

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ จากนั้นเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG941 14.05-05.55

Day 10

กรุงเทพ

05.55 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
06-Jun 07-Jul 08-Aug 2024 Scandinavia

ทัวร์กรีนแลนด์ แฟโร

Greendland • Faroe

GreenLand • แฟโร • หมู่เกาะแฟโร • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้าน Eiði • ทะเลสาบ Trælanípan • หมู่บ้าน Gasadalur • เมืองเก่า Torshavn • Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • Ilulissat • Disko Bay • ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย

วันที่จัดทริป

14 – 26 มิถุนายน 2024

21 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2024

4 – 16 สิงหาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริปกรีนแลนด์แฟโร
กรีนแลนด์
  • ธารน้ำแข็ง Eqip sermia ฟังเสียงผาน้ำแข็งที่แตกออกจากกลาเซียขนาดใหญ่
  • อ่าว ดิสโก้เบย์ 
  • ทะเลไอซ์เบิร์ก ก้อนน้ำแข็งขนาดตึก 20 ชั้น ที่ลอยอยู่กวางมหาสุทร
  • ดูฝูงปลาวาฬพ่อแม่ลูก แหวกว่ายเล่นน้ำกลางอ่าว
  • เมือง Illulissat เมืองศูนย์กลางกิจกรรมแห่ง Greenland
  • เดินกลาเซีย 360 ที่แคกเกอรุสซวก
เกาะแฟโร
  • ทะเลสาบมายา Trælanípan ที่ดูเหมือนทะเลสาบลอยอยู่เหนือมหาสมุทร
  • น้ำตก Múlafossur ซิกเนเจอร์ของแฟโรที่ใครเห้นก็จะต้องถามว่าที่ไหนกันนะ 
  • ล่องเรือชมน้องนกพัฟฟิน ดูฝูงนกตัวน้อยปากส้มบินฉวัดเฉวียนนับพันๆตัว
  • ล่องเรือชมถ้ำกลางมหาสมุทรจากมุมที่แปลกตา
  • หมู่บ้าน Vestmanna 
  • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn
short brief
สรุปทัวร์กรีนแลนด์ แฟโรโดยย่อ

วันที่ 1 | Bangkok • Copenhagen
วันที่ 2 | Faroe island • Trøllkonufingur • Kvívík Village • Kirkjubøur Village
วันที่ 3 | หมู่บ้าน Eiði • หมู่บ้าน Gjogv • เดินทางไปเมือง Klaksvík • หมู่บ้าน Viðareiði
วันที่ 4 | ทะเลสาบTrælanípan • ล่องเรือ Drangarnir • ชมหมู่บ้าน Gasadalur • น้ำตก Múlafossur Waterfall
วันที่ 5 | หมู่บ้าน Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn
วันที่ 6 | บินกลับ Copenhagen • Nyhavn • น้ำพุ Gefion Fountain • Little mermaid • ป้อม 5 ดาว
วันที่ 7 | บินไปเมือง Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • ธารน้ำแข็งรัสเซล
วันที่ 8 | บินไปเมือง Ilulissat • เดินTrail ไปถ่ายรูป Disco Bay
วันที่ 9 | ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay • นั่งเรือชมปลาวาฬ
วันที่ 10 | ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย • Zion Church • เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 11 | บินกลับ Copenhagen (ใช้เวลาทั้งวัน)
วันที่ 12 | สนามบิน Copenhagen • กรุงเทพ
วันที่ 13 | ถึงกรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 199,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip (แฟโร)

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24-26 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปกรีนแลนด์ เกาะแฟโรที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

22.30 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG950 เวลา 01.20-07.40

Day 2

Faroe island • Trøllkonufingur • Kvívík Village • Kirkjubøur Village

07.40 ถึงโคเปนเฮเกน ต่อเครื่องภายในไปยังสนามบิน Sorvagur แห่งแฟโร โดยสายการบิน SAS เที่ยวบินที่ SK1777 เวลา 11.25-12.40

ชม Trøllkonufingur (Witches Finger) เสาหินรูปร่างประหลาดและโดดเด่นที่ขึ้นตรงชายฝั่ง Vágar คนแฟโรได้ตั้งชื่อนี้เป็นเพราะมีลักษณะที่คล้ายนิ้วของแม่มดและมีตำนานว่าแม่มดได้สร้างเสาหินนี้ขึ้นมายังชายฝั่งอีกด้วย

ชมหมู่บ้านไคว์วิค (Kvívík) หนึ่งในหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดบนหมู่เกาะแฟโร ปัจจุบันมีการค้นพบหลักฐานที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งในสมัยก่อนตั้งแต่ในสมัยประมาณศตวรรษที่ 18

Kirkjubøur หมู่บ้านที่อยู่ทางตอนใต้ของ เกาะ Streymoy เกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ โบสถ์หินโบราณแมกนาส (Magnus Catherdal) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยชาวไวกิ้งในยุคกลาง

พักที่เมือง Torshavn 

Day 3

Eiði Village • Gjogv Village • Klaksvík • Viðareiði

เดินทางขึ้นเหนือสู่ ชม หมู่บ้าน Eiði ที่ตั้งอยู่บนปลายแหลมของเกาะ Eysturoy ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งมาก่อน

ชมหมู่บ้าน Gjogv หมู่บ้านอันเก่าแก่คิดถูกกล่าวถึงตั้งแต่ปี 1584 แต่เหมือนหลักฐานจะบ่งบอกว่าหมู่บ้านนี้มีอายุยาวนานกว่านั้น อาชีพหลักของคนในหมู่บ้านคือการตกปลาและขายปลาแห้ง

เดินทางไปเมือง Klaksvík เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของหมู่เกาะแฟโร รองจากTórshavn เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ก่อตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 เจริญรุ่งเรืองขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 จากการประมงและการค้ามีเศรษฐกิจที่หลากหลาย อุตสาหกรรมหลักของเมือง ได้แก่ การประมง อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และการท่องเที่ยว

ไปยัง Viðareiði ชุมชนเล็กๆ สุดสายปลายถนนของหมู่เกาะแฟโรหมู่บ้านเล็กๆที่มีโบสถ์สีขาวโดดเด่นตั้งอยู่ริมหน้าผาและมีฉากหลังเป็นภูเขารูปทรงพีระมิดสูงชั้น

พักที่เมือง Torshavn

Day 4

ทะเลสาบ Trælanípan • Drangarnir • Gasadalur • Múlafossur Waterfall

เดิน trek ระยะสั้น (เที่ยวละประมาณ 2 ชม มายังทะเลสาบ Trælanípan ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล เมื่อถ่ายรูปออกมาจะเห็นเป็นภาพลวงตา เหมือนกับภูเขาเป็นแอ่งและมีน้ำอยู่ข้างในและลอยอยู่บนมหาสมุทร ซึ่งจริงๆ แล้วทะเลสาบ Sørvágsvatn ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะฟาโร ที่เห็นอยู่นี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงแค่ 30 เมตรเท่านั้น และที่ปลายสุดของทะเลสาบจะมีน้ำตก Bøsdalafossur อีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามแปลกตาของเกาะ

พาล่องเรือไปยังจุดชมวิว Drangarnir มองเห็นหินที่ขึ้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ความอัศจรรย์คือหินนั้นมีรูขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของเกาะแฟโร เรือจะพาชมถ้ำ และหลืบผาอีกด้านของภูเขาที่ไม่ค่อยมีคนได้ไปชม

ชมหมู่บ้าน Gasadalur หมู่บ้านอันมีภาพโด่งดังไปทั่วโลกเพราะที่นี่คือจุดชมน้ำตกอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะแฟโรนั่นเองนั่นคือ น้ำตกมูลาฟอส เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่เปรียบเสมือนซิกเนเจอร์ของหมู่เกาะแฟโร

ชมน้ำตก Múlafossur เป็นน้ำตกที่สวยงามตั้งอยู่บนเกาะ Vagar ของหมู่เกาะแฟโร น้ำตกนี้สูงประมาณ 60 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่มหาสมุทรแอตแลนติก

พักที่เมือง Torshavn

Day 5

Vestmanna • Torshavn

ชมหมู่บ้าน Vestmanna เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนเกาะ Streymoy ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักจากหน้าผาสูงชันและถ้ำทะเลที่สวยงาม

ชมเมืองเก่า Torshavn Old Town ที่ยังมีบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านสีแดงหลังคาหญ้ารวมถึงสภาแห่งแรกของหมู่เกาะแฟโร ชมอ่าวจอดเรือและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ รวมถึงร้านค้า คาเฟ่เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตเมืองเก่า ให้ได้เสพย์อารมณ์สุนทรีย์ ปล่อยชีวิตให้ไหลช้าๆ ตามสไตล์ชาวไวกิ้ง

เดินเล่นใน Tinganes และช้อปปิ้งในเมืองเก่า Ting แปลว่า รัฐสภา เป็นศูนย์กลางของอำนาจในหมู่เกาะแฟโรตั้งแต่ยุคไวกิ้ง ประมาณปี ค.ศ. 900 แหลมหินนี้เคยใช้เป็นสถานที่สำหรับการประชุมรัฐสภาประจำปี เป็นบริเวณที่เก่าแก่ที่สุดของธอร์ฮาวน์ ให้ท่านเดินเที่ยวชมบ้านไม้สีแดงและมีหลังคาหญ้าปกคลุม อาคารนี้ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 นอกจากนี้ยังมีสำนักนายกรัฐมนตรี และสถานที่ราชการอื่นๆ ของเกาะแฟโรอยู่ที่นี่

คืนนี้พักที่ Torshavn 

Day 6

copenhagen • Nyhavn • Gefion Fountain • little mermaid • Kastellet

ไปสนามบิน บินภายในกลับเมืองโคเปน โดยสายการบิน SAS

เดินเล่นย่านท่าเรือเก่าอันมีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่ Nyhavn เป็นหนึ่งในจุดหมายไม่ควรพลาดสำหรับการมาเยือนเมืองหลวงของเดนมาร์ก ท่าเรือเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 17 เรียงรายไปด้วยบ้านทรงทาวน์เฮาส์ บาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารสีสันสดใส 

ชม Gefion Fountain น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออนเป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในรูปทรงที่แปลกตา มองดูคล้ายกับเป็นธารน้ำตกจำลอง ตั้งอยู่ในบริเวณหน้าท่าเรือเมืองโคเปนเฮเกน 

ไปดู เงือกน้อย little mermaid สัญลักษณ์ของเมืองโคเปนฮาเก้น ที่กำลังนั่งรอเจ้าชายตามเทพนิยายอันเลื่องชื่อ ของนักเล่านิทานระดับโลกฮันส์คริสเตียน-แอนเดอร์สัน

ชมป้อมคาสเทลเลท (Kastellet) เป็นป้อมรูปดาวที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ไม่กี่แห่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในยุโรปเหนือ ข้างในเป็นอาคารสีแดงๆ หลายตึก

คืนนี้พักที่ Copenhagen 

Day 7

Kangerlussuaq • Ice Cap Point 660 • Russell Glacier

บินภายในไปเมือง Kangerlussuaq โดยสายการบิน Air Greenland เที่ยวบินที่ GL781 เวลา 10.00-11.40 (ใช้เวลาบิน 4.40 ชม)

จากนั้น ออกเดินทางสู่ Ice Cap Point 660 ชั้นน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นโลก (แถบขั้วโลกเหนือและใต้) อีกหนึ่งประสบการณ์อันน่าจดจำที่จะได้อยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมทั้งประเทศคิดเป็น 10% ของโลก ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากแอนตาร์กติกา

สัมผัสกับธารน้ำแข็งรัสเซล (Russell Glacier) หน้าผาน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่มีความสูงกว่า 60 เมตรเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้า จินตนาการรูปลักษณ์คล้ายดั่งสัตว์ในเขตขั้วโลกเหนือ อาทิ หมีขาว แมวน้ำ หรือธารน้ำตก อันเป็นประติมากรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

คืนนี้พักที่ Kangerlussuaq

Day 8

Ilulissat • Short walk Disco Bay

ออกเดินทางไปยังเมือง llulissat โดยสายการบิน Air Geenland

เดิน Trail ไปถ่ายรูป ที่ Disko Bay เป็นสถานที่ที่สวยงามและน่าทึ่งสำหรับถ่ายภาพ มีเส้นทางที่จะนำไปสู่จุดชมวิวที่สวยงามของอ่าวและภูเขาโดยรอบ เมื่อเดินไปถึงธารน้ำแข็งแล้ว สามารถเดินขึ้นไปบนธารน้ำแข็งและถ่ายรูปทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวและภูเขาโดยรอบได้ น้ำแข็งเป็นสีขาวราวกับหิมะและสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ทำให้เกิดภาพที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ ilulissat

Day 9

ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay • นั่งเรือชมปลาวาฬ

ล่องเรือชม Iceberg ที่ Disko Bay ช่วงพระอาทิตย์เที่ยงคืน จะเห็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ มีแผ่นน้ำแข็งลอยน้ำขนาดใหญ่โตมากมายกระจัดกระจายอยู่ตามผืนน้ำ รวมพื้นที่ทั้งหมดของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ราว 4,000 ตารางกิโลเมตร

พาชมปลาวาฬ พบว่าดินแดนขั้วโลกเหนือแห่งนี้มีปลาวาฬกว่า 15 ชนิด ที่สามารถพบเห็นได้ โดยเฉพาะ วาฬหลังค่อม วาฬฟิน และวาฬมิงก์ นำท่านออกสำรวจปลาวาฬอย่างใกล้ชิด

คืนนี้พักที่ ilulissat

Day 10

ธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย • Zion Church

ชมธารน้ำแข็ง อิควิป เซอร์เมีย หรือรู้จักกันในชื่อ Eqi กล่าวได้ว่าเป็นธารน้ำแข็งเก่าแก่อายุหลายหมื่นปี ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพียงแห่งเดียวที่มนุษย์สามารถเข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิดที่สุด จัดเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2004 เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจซึ่งก้อนน้ำแข็งจำนวนมหาศาลไหลลงทะเลทาง Ilulissat Icefjord (อิลลูลิแซท ไอซ์ฟยอร์ด) ถือได้ว่าเป็นที่สุดของธารน้ำแข็งทางฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ 

ชม โบสถ์ Zion Church ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในกรีนแลนด์ยุคนั้น โบสถ์ Zion สร้างขึ้นด้วยอิฐสีแดงและหินแกรนิต มีหลังคาสีฟ้าและระฆังทองเหลือง โบสถ์มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีพื้นที่สำหรับผู้มาเยี่ยมชมประมาณ 100 คน 

คืนนี้พักที่ Ilulissat

Day 11

บินกลับเมืองโคเปน (ใช้เวลาทั้งวัน)

เดินทางไปสนามบินเพื่อกลับเมืองโคเปน โดยสายการบิน Air Greenland แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Kangerlussuaq (ใช้เวลาทั้งวัน) ถึงโคเปนช่วงค่ำๆ เข้าพักผ่อนที่โรงแรม

พักที่ Copenhagen 

Day 12

สนามบินโคเปน • กรุงเทพ

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ ไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG951 เวลา 14.25-06.00

Day 13

06.00 เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
06-Jun 07-Jul 2024 Scandinavia Uncategorized

ทัวร์หมู่เกาะแฟโร

Faroe Islands

Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • เกาะ kalsoy • หมู่บ้าน Trøllanes • Klaksvík • Torshavn •  Drangarnir • Múlafossur • Trælanípan • เกาะ Mykines ชมนกพัฟฟิน

วันที่จัดทริป

14 – 23 มิถุนายน 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • Trøllkonufingur
  • หมู่บ้านไคว์วิค
  • หมู่บ้าน Saksun
  • เกาะ kalsoy
  • ประภาคาร Kallur
  • หมู่บ้าน Trøllanes
  • Klaksvík
  • Viðareiði
  • Torshavn Old Town
  • Tinganes
  • จุดชมวิว Drangarnir
  • น้ำตก Múlafossur
  • ทะเลสาบ Trælanípan
  • เกาะ Mykines ชมนกพัฟฟิน
short brief
สรุปย่อทัวร์หมู่เกาะแฟโร

วันที่ 1 | พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
วันที่ 2 | Arriving at Faroe island • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • หมู่บ้าน Kirkjubøur
วันที่ 3 | เดินทางไปหมู่บ้าน Saksun • Eiði • Gjogv
วันที่ 4 | Kasoy Island • Kallur lighthouse • Trøllanes village • Klaksvík • ชุมชน Viðareiði • Viðoy
วันที่ 5 | Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn • Tinganes
วันที่ 6 | ล่องเรือ Drangarnir • หมู่บ้าน Gasadalur • Múlafossur Waterfall • Bøur Village
วันที่ 7 | ทะเลสาบ Trælanípan
วันที่ 8 | นั่งเรือ ferry ไปยัง Mykines Island Hike ชมรอบเกาะ
วันที่ 9 | บินกลับ Copenhagen • ต่อเครื่องกลับไทย
วันที่ 10 | ถึง กทม โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 139,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดรเว่อร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip

 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปหมู่เกาะแฟโรที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Bangkok • Copenhagen

Day 1

22.30 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG950 เวลา 01.20-07.40

Day 2

Arriving at Faroe island • เสาหิน Trøllkonufingur • หมู่บ้านไคว์วิค • หมู่บ้าน Kirkjubøur

07.40 ถึง Copenhagen ต่อเครื่องภายในไปยังสนามบิน Sorvagur แห่งแฟโร โดยสายการบิน SAS 1777 11.10-12.15

ชม Trøllkonufingur (Witches Finger) เสาหินรูปร่างประหลาดและโดดเด่นที่ขึ้นตรงชายฝั่ง Vágar คนแฟโรตั้งชื่อนี้เป็นเพราะมีลักษณะที่คล้ายนิ้วของแม่มดและมีตำนานว่าแม่มดได้สร้างเสาหินนี้ขึ้นมายังชายฝั่งอีกด้วย

ชมหมู่บ้านไคว์วิค (Kvívík) หนึ่งในหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดบนหมู่เกาะแฟโร ปัจจุบันมีการค้นพบหลักฐานที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งในสมัยก่อนตั้งแต่ในสมัยประมาณศตวรรษที่ 18

Kirkjubøur หมู่บ้านที่อยู่ทางตอนใต้ของ เกาะ Streymoy เกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ โบสถ์หินโบราณแมกนาส (Magnus Catherdral) ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยชาวไวกิ้งในยุคกลาง

พักที่เมือง Torshavn

Day 3

หมู่บ้าน Saksun • Eiði • Gjogv

เดินทางสู่ หมู่บ้าน Saksun อีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีเสน่ห์อันโดดเด่นด้วยบ้านและโบสถ์ที่มีหลังคาปกคลุมด้วยผืนหญ้า ชมบรรยากาศของทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยภูเขา

เดินทางขึ้นเหนือสู่ ชม หมู่บ้าน Eiði ที่ตั้งอยู่บนปลายแหลมของเกาะ Eysturoy ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยของชาวไวกิ้งมาก่อน สันนิษฐานว่าชาวไวกิ้งได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ปัจจุบัน Eiði เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีประชากรประมาณ 600 คน

ชมหมู่บ้าน Gjogv หมู่บ้านอันเก่าแก่ที่ถูกกล่าวถึงตั้งแต่ปี 1584 อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานบ่งบอกว่าหมู่บ้านนี้มีอายุยาวนานกว่านั้น อาชีพหลักของคนในหมู่บ้านคือ การตกปลาและขายปลาแห้ง

พักที่เมือง Torshavn 

Day 4

Kalsoy Island • Kallur lighthouse • Trøllanes village • Klaksvík • ชุมชน Viðareiði • Viðoy

นั่งเรือเฟอรี่ไปยังเกาะ Kalsoy เป็นหนึ่งในหมู่เกาะแฟโร ซึ่งเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟ 18 เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เกาะนี้มีประชากรประมาณ 75 คน และขึ้นชื่อเรื่องหน้าผาสูงชัน ทิวทัศน์ที่สวยงาม และประภาคาร Kallur

ชม ประภาคาร Kallur ประภาคารตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 490 ฟุต (150 ม.) เหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่อง No Time to Die

ชมหมู่บ้าน Trøllanes หมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักกันดีจากบ้านที่มีหลังคาหญ้า

เดินทางกลับ Klaksvík เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของหมู่เกาะแฟโร ตั้งอยู่บนเกาะ Borðoy ทางตอนเหนือของหมู่เกาะ เป็นศูนย์กลางการค้าและการประมง และยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว

Viðareiði เป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะ Viðoy ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้มีประชากรประมาณ 60 คน และขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและทะเล หมู่บ้านนี้มีถนนสายเดียวที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก

พักที่เมือง Torshavn

Day 5

Vestmanna • เดินเล่นเมืองเก่า Torshavn • Tinganes

ชมหมู่บ้าน Vestmanna เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนเกาะ Streymoy ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ เป็นที่รู้จักจากหน้าผาสูงชันและถ้ำทะเลที่สวยงาม

ชมเมืองเก่า Torshavn Old Town ที่ยังมีบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมโบราณ บ้านสีแดงหลังคาหญ้ารวมถึงสภาแห่งแรกของหมู่เกาะแฟโร ชมอ่าวจอดเรือและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ รวมถึงร้านค้า คาเฟ่เล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตเมืองเก่า ให้ได้เสพย์อารมณ์สุนทรีย์ ปล่อยชีวิตให้ไหลช้าๆ ตามสไตล์ชาวไวกิ้ง

เดินเล่นใน Tinganes และช้อปปิ้งในเมืองเก่า “Ting” แปลว่า “รัฐสภา” เป็นศูนย์กลางของอำนาจในหมู่เกาะแฟโรตั้งแต่ยุคไวกิ้ง ประมาณปี ค.ศ. 900 แหลมหินนี้เคยใช้เป็นสถานที่สำหรับการประชุมรัฐสภาประจำปี เป็นบริเวณที่เก่าแก่ที่สุดของธอร์ฮาวน์ ให้ท่านเดินเที่ยวชมบ้านไม้สีแดงและมีหลังคาหญ้าปกคลุม อาคารนี้ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 นอกจากนี้ยังมีสำนักนายกรัฐมนตรี และสถานที่ราชการอื่นๆ ของเกาะแฟโรอยู่ที่นี่

คืนนี้พักที่ Torshavn

Day 6

ล่องเรือ Drangarnir • หมู่บ้าน Gasadalur • Múlafossur Waterfall • Bøur Village

ล่องเรือไปยังจุดชมวิว Drangarnir มองเห็นหินที่ขึ้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ความอัศจรรย์คือหินนั้นมีรูขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของเกาะแฟโร เรือจะพาชมถ้ำ และหลืบผาอีกด้านของภูเขาที่ไม่ค่อยมีคนได้ไปชม

ชมหมู่บ้าน Gasadalur หมู่บ้านอันมีภาพโด่งดังไปทั่วโลกเพราะที่นี่คือจุดชมน้ำตกอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะแฟโรนั่นเองนั่นคือ น้ำตกมูลาฟอส เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำตกที่เปรียบเสมือนซิกเนเจอร์ของหมู่เกาะแฟโร

ชมน้ำตก Múlafossur เป็นน้ำตกที่สวยงามตั้งอยู่บนเกาะ Vagar ของหมู่เกาะแฟโร น้ำตกนี้สูงประมาณ 60 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่มหาสมุทรแอตแลนติก

เดินทางต่อสู่ หมู่บ้านโบ (Bøur Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขาหินเลียบฝั่งทะเลหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีความสวยงามมาก อยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะ Vágar ในหมู่เกาะแฟโร ตั้งอยู่ใน Sorvagsfjord ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและทัศนียภาพอันงดงามของทะเล อีกทั้งเกาะ Tindholmur ที่เต็มไปด้วยหินซึ่งมียอดเขามากมาย หมู่บ้านแห่งนี้มีบ้านไม้เก่าแก่ที่มีเสน่ห์และโบสถ์แบบดั้งเดิมจากปี ค.ศ. 1865 ใกล้กับ Tindholmur มีหินที่เรียกว่า Eiriksboði

พักที่เมือง Sørvágur

Day 7

ทะเลสาบ Trælanípan

เดิน trek ระยะสั้น (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. มายังทะเลสาบ Trælanípan ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล เมื่อถ่ายรูปออกมาจะเห็นเป็นภาพลวงตา เหมือนกับภูเขาเป็นแอ่งและมีน้ำอยู่ข้างใน และลอยอยู่บนมหาสมุทร ซึ่งจริงๆ แล้วทะเลสาบ Sørvágsvatn ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแฟโร สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงแค่ 30 เมตรเท่านั้น และที่ปลายสุดของทะเลสาบจะมีน้ำตก Bøsdalafossur อีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามแปลกตา

พักที่เมือง Sørvágur

Day 8

นั่งเรือ Ferry ไปยัง Mykines Island Hike ชมรอบเกาะ

นั่งเรือ Ferry ไปยังเกาะ Mykines เกาะ Mykines เปรียบเสมือนบ้านเกิดของนกพัฟฟิน ชมนกตัวน้อยจงอยปากสีส้มอันแสนน่ารัก หรือหากมีแรงก็สามารถเดินขึ้นเขาไปยังประภาคารที่ปลายเกาะ Mykinesholmur ได้ (ขึ้นกับระยะเวลาที่เรือรอรับกลับ)

การเดินรอบเกาะ จะสามารถเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของหมู่เกาะแฟโร มีความยาวประมาณ 4 กม.และใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เส้นทางเริ่มต้นที่หมู่บ้าน Mykines และมุ่งหน้าขึ้นไปยังยอดเขา Knúkur ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเกาะ จากยอดเขา ชมวิวที่สวยงามของเกาะ Mykines อื่นๆ รวมถึงเกาะ Vágar และ Tindhólmur เส้นทางจากนั้นจะลงไปทางทิศตะวันตกของเกาะ ผ่านทุ่งหญ้าและหน้าผาสูงชัน ระหว่างทาง จะได้เห็นนกทะเลหลายชนิด รวมถึงนกพัฟฟิน นกนางนวล และนกกระเรียน

พักที่เมือง Sørvágur

Day 9

บินกลับ Copenhagen • ต่อเครื่องกลับไทย

เดินทางไปยังสนามบิน กลับเมือง Copenhagen โดยสายการบิน Atlantic Airways RC450 08.20-11.25

เดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG951 14.25-06.00

Day 10

Bangkok

06.00 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
05-May 06-Jun 07-Jul 08-Aug 09-Sep 10-Oct 2024 UK

ทัวร์ไอร์แลนด์

ทัวร์ไอร์แลนด์

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • ออกเดินทางสู่ London
  • เดินทางถึงลอนดอน จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง Belfast City โดยสายการบินภายในประเทศ
  • นำท่านเดินทางไปยังเมือง Belfast เมืองแห่งท่าเรือ เก็บภาพกับไฮไลท์กับ Titanic Museum เรื่องราวโศกนาฏกรรมอันก้องโลก
  • พาท่านไปเดินเล่นย่าน George Market มีสินค้าหลากหลายทั้งงานฝีมือ อาหาร เครื่องดื่ม ร้านบูติก ฯลฯ
  • จากนั้นชม Belfast City Hall ศาลาว่าการเมืองเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของที่นี่
  • เดินไปชม Belfast Cathedral กันต่อ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1899 แต่มาสิ้นสุดที่ปี 1981 ในด้านทิศใต้ของโบสถ์เป็นหลุมฝังศพของวีรบุรุษสหภาพแรงงาน Sir Edward
  • เดินชมกำแพงสันติภาพ Peace Wall เริ่มก่อสร้างกำแพงสันติภาพแห่งแรกขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 ส่วนประกอบของกำแพงมีทั้งอิฐ เหล็ก และเหล็กกล้า บางแห่งยังมีตาข่ายเหล็กหรือลวดหนามเสริมขึ้นไปเหนือขอบกำแพงอีกด้วย
  • เก็บภาพกับไฮไลท์ของชนบทกับ The Dark Hedges หรือ อุโมงค์ต้นบีชอายุราว 200 ปี
  • จากนั้นชม Carrick-a-Rede Rope Bridge หรือสะพานเชือก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
  • ชม Giant’s Causeway ซึ่งเป็นหินทรงหกเหลี่ยมที่เรียงตัวกันราวแท่งดินสอ ตั้งอยู่ที่เกาะไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งจัดอยู่ใน 1 ใน 100 สถานที่ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย
  • เมือง Portrush ชม Dunluce Castle ซึ่งเป็นปราสาทยุคกลาง ตอนนี้จะเห็นแค่ปรักหักพัง ตั้งอยู่บนขอบของหินบะซอลต์ ใน County Artrim
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Bushmills
  • ชมชายหาด Downhill Beach ซึ่งยาวกว่า 11 กิโลเมตรนี้นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะที่ตั้งของวัด The Mussenden Temple ทั้งชายหาด
  • เดินชมโบสถ์ Columb Cathedral และ เสา War Memorial tower
  • นำท่านไปยังเมือง Londonderry ชม The Guildhall ตั้งอยู่บริเวณริมเขตกำแพงเมืองเก่า อาคารหินทรายสีแดงสไตล์นีโอโกธิคและทิวดอร์ (Tudor) นี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 1887 โดยกลุ่ม The Honorable The Irish Society
  • ชมบริเวณ Mullaghmore Head เห็นหาดลักษณะเป็นหินแผ่นใหญ่เอียงรับคลื่นจากมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีฉากหลังเป็น Benbulben Mountain เห็นอยู่ไกลๆ
  • นำท่านไปยังเมือง Sligo ชม Benbulben Mountain เป็นภูเขาที่โดดเด่นที่สุดของไอร์แลนด์
  • ระหว่างทาง ชม Killary fjord
  • Kylemore Abbey Kylemore Abbey ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของ Connemara บริเวณริมทะเลสาบ Pollacapall และทะเลสาบ Kylemore ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1867-1871
  • คืนนี้พักที่ เมือง Sligo
  • ชม Galway Cathedral ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Corrib ใจกลางเมือง Galway ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายของยุค 1950 โดยนับเป็นมหาวิหารที่สร้างจากหินที่ใหม่ที่สุดของยุโรป
  • ปราสาท Dunguaire Castle ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้าน Kinvara ปัจจุบันปราสาทได้ตกเป็นทรัพย์สินของ Shannon Development
  • ชมหมู่บ้านชาวประมง Kinvara ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สวยงามแปลกตา และขึ้นชื่อในเรื่องเพลงไอริช
  • ไปยัง The Burren National Park สถานที่นี้เป็นที่รวบรวมและแสดงพันธุ์ไม้ หิน และสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ใน The Burren
  • เยี่ยมชมหอคอย O’Brien’s Tower พร้อมชมวิดีโอแบบ Interactive ที่ Visitor’s Center และเดินเล่นบนคลิฟบอร์ดโดยชมทัศนียภาพอันงดงามของทะเลและหมู่เกาะอารัน
  • Clift of Moher หน้าผาที่ตั้งตระหง่านริมมหาสมุทรแอตแลนติกอายุกว่า 350 ล้านปี และยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีกด้วย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Doolin
  • ชม Adare Desmond Castle ปราสาทที่เป็นป้อมปราการ เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12
  • Limerick City เมืองริมฝั่งแม่น้ำแชนนอน เมืองนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม (City of Culture) และมีชื่อเสียงในฐานะสวรรค์ของคนที่หลงใหลด้านศิลปะ
  • ชม Ballydavid หมู่บ้านพื้นเมืองบริเวณคาบสมุทร Dingle ในปี ค.ศ. 2003 ได้ยกเลิกชื่อภาษาอังกฤษและใช้ชื่อในภาษาไอริชเป็นทางการคือ Baile na nGall
  • ปราสาท Gallarus (Gallarus Castle) สร้างโดยอัศวินแห่ง Kerry ผู้สืบทอดราชวงศ์ Geraldine ในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันยังเป็นมรดกของชาวไอริชอีกด้วย
  • ชม King John’s Castle ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Limerrick ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ช่วงหนึ่ง ปราสาทถูกใช้เป็นฐานทัพและศูนย์บัญชาการทางทหารสำหรับภูมิภาค Shannon ปัจจุบัน King John’s Castle ได้รับการบูรณะและเปิดให้เข้าชมนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุต่างๆตลอดปี
  • เดินทางไปยัง Slea Head แวะถ่ายรูปที่แหลม Dunmore Head และ Dunquin
  • ชม Ballyferriter หมู่บ้านพื้นเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาไอริช
  • ชมเมือง Dingle เมืองเล็กๆในเขต Dingle peninsula มีเส้นทางเลียบชายฝั่ง จะพบกับวัดเก่าแก่ และซากปรักหักพัง และโบสถ์โบราณ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Dingle
  • เดินทางไปยังเมือง Killarney เมืองที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
  • จากนั้นเดินทางไปยัง Waterville หมู่บ้านเล็กๆน่ารัก เป็นหมู่บ้านที่ชาร์ลี แชปลิน (Chalis Chaplin) นักแสดงตลกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกชอบมาพักผ่อนตากอากาศ
  • เมือง Caherdaniel เมืองที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งของ Derrynane Bay เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ที่ Daniel O’Connell ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายด้วย
  • ผ่านชม หมู่บ้าน Sneem หมู่บ้านที่มีสีสันสดใสเหมือนลูกกวาดหลากสีอยู่รวมกัน เมือง Kenmare เมืองเล็กๆที่มีชื่อหมายถึง “หัวของทะเล” หรือก็คือ Killarney Bay ขับผ่านเส้นทาง Moll’Gap ถนนสาย N71 ที่เชื่อมระหว่างเมือง Kenmare กับเมือง Killarney นั่นเอง
  • เดินทางไปยัง จุดชมวิว Ladies View อยู่กึ่งกลางของ Ring of Kerry หัวใจของอุทยานแห่งนี้เลยก็ว่าได้
  • อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ (Killarney National Park) อุทยานที่เต็มไปด้วยป่าไม้ เทือกเขา ทะเลสาบ มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 10,236 เฮกเตอร์
  • ไปยัง ปราสาทรอสส์ (Ross Castle) ปราสาทรอสส์ เป็นปราสาทในสมัยศตวรรษที่ 15 เป็นบ้านของบรรพบุรุษครอบครัว O’Donoghue clan
  • ชม โบสถ์แดเนียลโอคอร์เนล (Daniel O’Connell Memorial Church) โบสถ์ประจำเมือง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Daniel O’Connell ผู้นำการปลดแอคคาทอลิก มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคยุคกลาง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Portmagee
  • นั่งเรือชมเกาะ Skellig Michael** หากใครเป็นแฟนภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ก็คงจะคุ้นกันไม่ใช่น้อย เพราะเกาะแห่งนี้ถูกใช้ถ่ายทำเป็นดาว Arch-To ที่ซ่อนตัวของลุค สกายวอคเกอร์นั่นเอง เกาะแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO อีกด้วย

*ขึ้นกับสภาพอากาศ หากลมแรงเรืออาจยกเลิกได้

  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Killarney
  • นำท่านเที่ยวชม Mary’s Cathedral โบสถ์เก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 สร้างในพื้นที่ของกษัตริย์ Donal Mor O’Brien กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์มันสเตอร์
  • ชม ปราสาทบลาร์นีย์ (Blarney Castle) ปราสาทหินที่ถูกสร้างโดย Cormac McCarthy กษัตริย์แห่งมันสเตอร์ในสมัยนั้น ที่
  • ปราสาทแบล็คร็อค (Blackrock Castle) ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู หลังจากในยุคที่กษัตริย์อังกฤษส่งผู้แทนมายึดครองบริเวณนี้ ก็ได้คืนปราสาทให้ชาวเมืองในปี ค.ศ. 1608
  • จากนั้นเดินทางไปยัง เมือง Cobh นำท่านชม มหาวิหารเซนท์โคลมาน ( Colman’s Cathedral) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อโบสถ์แห่งโคฟ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1868 สไตล์กอธิค สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาวิหารแห่งนี้คือกระดิ่งที่ประดับรอบทั้ง 49 ใบ
  • พักกันที่เมือง Cobh
  • ร็อค ออฟ คาเชล (Rock of Cashel) หนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญของไอร์แลนด์ เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งมันสเตอร์ จนในปี ค.ศ. 1101 Muirchertach Ua Briain กษัตริย์แห่งมันสเตอร์ก็ได้บริจาคโบสถ์แห่งนี้ให้กับคริสตจักร
  • ไปยัง Thomastown เมืองในเขต Kilkenny ชม โบสถ์เจอร์พอยต์ (Jerpoint Abbey) ศาสนสถานที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์ แต่เดิมเป็นที่พำนักอาศัยของพระกลุ่มคริสเตียน
  • นำชม โบสถ์เซนท์คานิซ (Canice’s Cathedral) ศาสนสถานสำคัญในเมืองคิลเคนนีย์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองมาจากโบสถ์เซนท์แพททริคในเมืองดับลิน
  • ปราสาทคิลเคนนีย์ (Kilkenny Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1195 ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญริมฝั่งแม่น้ำ Nore
  • เดินทางไปยังเมือง Dublin เมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ ชมทิวทัศน์บนสะพานที่แสนจะโรแมนติก และจิบเบียร์พร้อมเดินชมย่านถนนคนเดินที่คึกคักในยามค่ำคืน
  • ชม The Guinness Storehouse โรงงานผลิตเบียร์ดำที่มีชื่อเสียงที่สุดในไอร์แลนด์และของโลกมากกว่า 200 ปี
  • พักกันที่ Dublin
  • ชมมหาวิหารเซนต์แพทริค (Patrick’s Cathedral) ซึ่งเดิมเป็นโบสถ์ไม้ สร้างขึ้นในปี 1191 และได้รับการขนานนามให้เป็นมหาวิหารในปี 1224 มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เซ็นต์แพททริค ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ได้กลายมาเป็นมหาวิหารแห่งชาติของไอร์แลนด์
  • ชม The Custom House ในดับลิน เป็นอาคารสมัยศตวรรษที่ 18 แบบนีโอคลาสสิกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมสิ่งแวดล้อมมรดกและรัฐบาลท้องถิ่น
  • เดินทางกลับลอนดอน โดยสายการบิน ภายในประเทศ
  • เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนไขทริป 

คือการเดินทางด้วยรถตู้คันเล็ก กลุ่มละ 6 ท่าน มึความคล่องตัวและ Flexible มากกว่าการเดินทางด้วยรถใหญ่

อย่างไรก็ตาม Road Trip มีข้อจำกัดบางประการ 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • xxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
06-Jun 07-Jul 2024 Europe

ทัวร์โพรวองซ์ ฝรั่งเศส

France • Provence

Milan • Eze -Nice • หมู่บ้านเซนต์ปอลเดอวองซ์ • จุดชมวิว Calanque de Port Miou • Marseille • Aix en Provence • บ้านนอสตราดามุส • เดอ โพรวองซ์ • ประตูชัยแห่งโอรองช์ • หมู่บ้านกอร์เดส์ Gordes • manosque-Notre-Dame de Romigier • ทะเลสาบ Lac de Sainte-Croix • Palais De Princes • Duomo

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • เมืองนีซ
  • Monaco ville
  • Cours Saleya Flower Market
  • ทะเลสาบ Lac de Sainte-Croix
  • Moustiers Sainte Marie
  • เมือง Valensole
  • หมู่บ้านกอร์เดส
  • Senanque Abbey
  • Pont du gard
  • Calanque de Portmiou
  • เมือง มาร์เซย์
short brief
สรุปย่อทัวร์ฝรั่งเศส

วันที่ 1 |พบกันที่สนามบินสุวรรรภูมิ
วันที่ 2 | Nice • Monaco ville • Basilica Notre Dame
วันที่ 3 | ตลาด Cours Saleya Flower Market • Monaco ville • หมู่บ้านเซนต์ปอลเดอวองซ์ • Grasse
วันที่ 4 | ทะเลสาบ Lac de Sainte-Croix • Moustiers Sainte Marie
วันที่ 5 | Valensole • Gordes
วันที่ 6 | Sénanque Abbey • Roussillon • Avignon
วันที่ 7 | Pont du gard • Les Baux-de-Provence • Saint-Rémy-de-Provence • บ้านนอสตราดามุสที่เมืองซาลง เดอ โพรวองซ์
วันที่ 8 | เดินชมตลาดเช้าแบบ Provençale • Cassis • จุดชมวิว Calanque de Port Miou • Marseille • มหาวิหาร โนเทรอะดาม เดอ ลาการ์ด
วันที่ 9 | Aix • Nice Airport
วันที่ 10 | เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 000,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปโพรวองซ์ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบิน สุวรรณภูมิ สู่เมืองนีซประเทศฝรั่งเศส โดยสายการบิน Emirate Airways EK371 03.30-06.50 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ต่อด้วย EK77 08.45-13.40

Day 2

Nice • Monaco ville • Basilica Notre Dame

13.40 ถึงเมืองนีซ ที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 5 ของประเทศฝรั่งเศส โดยมีชายหาดหินที่สวยงาม เมืองแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองชั้นนำของรีสอร์ทแถบเฟรนช์ริเวียรา มีความสำคัญคือ เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส โดยจะพาทุกท่านเลาะเลียบทะเลลิกูเรียนรับลมเย็นๆชมความงามริมฝั่งทะเล

นำชมโมนาโควิลล์ เมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางท้องทะเลสวย, หมู่ตึกระฟ้าและทิวเขาอันงดงาม เข้าสู่มหาวิหารที่เคยใช้จัดงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสของ เจ้าหญิงเกรซเคลลีแห่งโมนาโค สตรีผู้สูงศักดิ์ที่ชีวิตเปรียบเสมือนเทพนิยายจากหญิงสาวธรรมดาที่โชคชะตาพลิกผันให้เป็นเจ้าหญิงในพระราชวัง วันนี้เธอเป็นตำนานที่ไม่ใช่เพียงเจ้าหญิงผู้เลอโฉม แต่เธอนำพาชื่อเสียงให้ โมนาโคเป็นที่รู้จักด้านสาธารณะประโยชน์ องค์กรการกุศลต่างๆ มากมาย

จากนั้นพาท่านไปถ่ายรูปกับ Basilica Notre Dame ถือเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนีซ เป็นสถานที่ที่เก่าแก่ของโครงสร้างศาสนาสมัยใหม่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของย่านเมืองใหม่ หลังจาก Comte de Nice กลายเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส

พักที่เมือง Nice

Day 3

ตลาด Cours Saleya Flower Market • หมู่บ้านเซนต์ปอลเดอวองซ์ • Grasse

เดินเที่ยวชมตลาด Cours Saleya Flower Market เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงของเมือง ให้ท่านได้เห็นบรรยากาศสีสันของผักผลไม้สดๆที่น่ารับประทาน และสีสันของดอกไม้สวยๆ

พาท่านเยือนหมู่บ้านเซนต์ปอลเดอวองซ์ เมืองโบราณที่สร้างด้วยหิน ล้อมรอบด้วยกำแพงเมือง โดยตั้งอยู่บนเนินสูง ที่มองเห็นชายหาดริเวียร่า ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันจับใจของทัศนียภาพ อิสระให้เดินเล่นในตรอกแคบๆ ของหมู่บ้านมีร้านขายงานศิลปะ และของที่ระลึก เรียงรายงดงามราวกับภาพวาด

เดินทางสู่ เมือง Grasse เมืองแห่งโลกน้ำหอม

ค่ำนี้พักที่เมือง Grasse

Day 4

Lac de Sainte-Croix • Moustiers Sainte Marie

ชม ทะเลสาบ Lac de Sainte-Croix ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้น เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 ถึง ปี 1974 (ใช้เวลา 4 ปี ตัวทะเลสาบเป็นที่ตั้งของเขื่อนโค้งเสริมคอนกรีตโดยใช้ชื่อของเขื่อนว่า Sainte-Croix เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีความจุน้ำถึง 761 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนนี้ผลิตไฟฟ้าจากน้ำในเขื่อนได้ถึง 142,000,000 กิโลวัตต์ต่อปี ความสูงของตัวเขื่อนสูง 94 เมตรจากทะเลสาบ และเขื่อนแห่งนี้ สามารถมองเห็นหมู่บ้าน Les Salles-sur-Verdon ซึ่งไม่ได้เป็นหมู่บ้านดั้งเดิม เพราะหมู่บ้านดั้งเดิมที่เคยอยู่ติดกับทะเลสาบชื่อ Sainte-Croix-de-Verdon ได้จมอยู่ใต้ทะเลสาบไปแล้ว

เดินทางสู่ เมืองมูสติเย แซงก์ มารี (Moustiers Sainte Marie) เมืองที่มีชื่อเสียงในโพรวองซ์ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 หรือเรียกอีกชื่อว่าหมู่บ้านแห่งดวงดาว เป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดจนได้รับคัดเลือกให้เป็น Un Les Plus Beaux Village de France (one of The Most Beautiful Villages of France) ตัวหมู่บ้านหินแห่งนี้ ตั้งอยู่ใต้ชะง่อนเขา มีดาวสีทองผูกไว้ระหว่างสองยอดเขา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน ดวงดาว (l’Etoile)

พักที่ Moustiers Sainte Marie

Day 5

Valensole • Gordes

เดินทางสู่ เมือง Valensole เส้นทางสู่ทุ่งลาเวนเดอร์ ซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้ เพราะเมืองนี้จะมีทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยงามและกว้างใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส

ชม หมู่บ้านกอร์เดส Gordes ตั้งอยู่บนยอดเขา เหนือหุบเขา Luberon ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่ มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ลักษณะเมืองเป็นการสร้างขึ้นบนยอดเขาและปลูกบ้านลดหลั่นกันลงมาตามไหล่เขา โดยมีบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงาม รายล้อมด้วยบรรยากาศแบบชนบทดั้งเดิมของโพรวองซ์ บริเวณด้านนอกของหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหินที่มีอายุยาวนานมากกว่า 6,000 ปี

คืนนี้พักที่เมือง Gordes

Day 6

Sénanque Abbey • Roussillon • Avignon

ชมสัญลักษณ์ที่เป็นไฮไลท์ของแคว้นโพรวองซ์ที่ โบสถ์เซ-นองก์ อับบีย์ (Senanque Abbey) เพราะเป็นโบสถ์โบราณที่ปรากฏคู่กับทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในภาพถ่ายซึ่งใช้ในการโปรโมทการท่องเที่ยวของโพรวองส์นั่นเอง

ชม หมู่บ้านครูสสิยง (Roussillon) หมู่บ้านที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันอันหลากหลาย บ้านแต่ละหลังถูกทาด้วยสีส้มสด จึงกลายเป็นหมู่บ้านที่แสนน่ารัก ปัจจุบัน หมู่บ้านแห่งนี้ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาชมความน่ารักของตัวบ้าน ประกอบกับเป็นสถานที่ซึ่งสามารถ เดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

เที่ยวชม เมือง อาวิญง (Avignon) ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่ 539 ปี ก่อนคริสตศักราช และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพระสันตะปาปา

พักที่ Avigon

Day 7

Pont du gard • Les Baux-de-Provence • Saint-Rémy-de-Provence • บ้านนอสตราดามุส

เดินเที่ยว สะพานแห่งการ์ด (Pont du gard) จากนั้นไปต่อกันที่ สะพานเซนต์เบเนเซ่ (Pont de St Benezet) หรือสะพานแห่งเมืองอาวิญง (Pont d’Avignon) เป็นสะพานที่สร้างด้วยคอนกรีตโบราณ เพื่อข้ามแม่น้ำ Rhone เดิมมีความยาวถึง 947 เมตร แต่ปัจจุบันเหลือความยาวเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

ชม Les Baux-de-Provence เป็นหมู่บ้านบนยอดเขาในเทือกเขา Alpilles เป็นที่รู้จักจากทิวทัศน์อันงดงาม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน หมู่บ้านนี้มีถนนแคบๆ บ้านหิน และร้านค้ามากมาย สามารถเดินเล่นในหมู่บ้าน ช้อปปิ้งของที่ระลึก และเพลิดเพลินกับบรรยากาศ

ชม หมู่บ้าน แซ็ง เรมี เดอ โพรว็องซ์ (St.Remy de Provence) หมู่บ้านเล็กๆ น่ารัก ซึ่งมีความสำคัญคือ เป็นบ้านเกิดของนอสตาดามุส เลขที่ 6 และยังมีโรงพยาบาลที่เคยเป็นสถานที่พักรักษาของแวนโก๊ะ อีกด้วย

ชมบ้านนอสตราดามุส หรือ มิเชล เดอ นอสเตรอดัม (Michel de Nostredame) ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายยิว ซึ่งเกิดที่ เมืองแซงต์ เรมี Saint Rémy de Provence หลังจากที่จบการศึกษาแพทย์ เขาได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่ Salon de Provence ปัจจุบันบ้านของเขาได้จัดเป็นพิพิธภัณท์ให้เยี่ยมชม เรื่องราวความเป็นมาของนอสตราดามุส

คืนนี้พักที่เมือง Aix

Day 8

Provençale • Cassis • จุดชมวิว Calanque de Port Miou • Marseille • มหาวิหาร โนเทรอะดาม เดอ ลาการ์ด

เดินชมตลาดเช้าแบบ Provençale สัมผัสวิถีชีวิตของชาวโพรวองซ์ เยี่ยมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ผักและผลไม้สดๆ จากไร่

เดินทางสู่ เมืองคัสซิส เยี่ยมชม คัสซิส ( Cassis ) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลกันมาเยี่ยมชมท่าเรือเล็กๆ และชมสีสันของบ้านเรือนตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองนี้

จากนั้นไปถ่ายรูปกับวิวสวยๆ บนจุดชมวิว Calanque de Portmiou ซึ่งเป็นท่าจอดเรือยอร์ชในโตรกเขาริมทะเลที่สวยงาม

ชม เมือง มาร์เซย์ (Marseille) เที่ยวชม มหาวิหาร โนเทรอะดาม เดอ ลาการ์ด (Basilique Notre-Dame de la Garde) อันเป็นที่สักการะของชาวมาร์เซย์และ ชาวเรือมายาวนาน เนื่องจาก มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองลงมาแล้วเห็นทัศนียภาพอันสวยงาม

คืนนี้พักที่เมือง Aix

Day 9

Aix • Nice Airport

เดินทางไปยังสนามบิน Nice เพื่อกลับกรุงเทพ (ประมาณ 2 ชม)

กลับกรุงเทพโดยสายการบิน Emirate Airlines เที่ยวบินที่ EK78 15.55-00.10 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ต่อด้วย EK384 02.50-12.30

Day 10

เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา