Categories
05-May 2024 Europe Tour

ทัวร์อิตาลีใต้

logo-freedoka

South Italy

นาโปลี • ปราสาทริมทะเล (Ovo Castle) • หอสวดมนต์ Cappella Sansevero • เมืองโบราณปอมเปอี • Amalfi coast • เมืองโพสิตาโน • เมืองราเวลโล • เมืองซอร์เรนโต้ • มหาวิหารซอร์เรนโต • ท่าเรือ Marina Grande • เกาะ คาปรี • นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี • บันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI

วันที่จัดทริป

3 – 11 พฤษภาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • นาโปลี
  • ปราสาทริมทะเล (Ovo Castle)
  • หอสวดมนต์ Cappella Sansevero
  • เมืองโบราณปอมเปอี
  • Amalfi coast
  • เมืองโพสิตาโน
  • เมืองราเวลโล
  • เมืองซอร์เรนโต้
  • มหาวิหารซอร์เรนโต
  • ท่าเรือ Marina Grande
  • เกาะ คาปรี
  • นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี
  • บันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI
short brief
สรุปย่อทัวร์อิตาลีใต้

วันที่ 1 | พบกันที่สนามบิน เดินทางไปยังนาโปลี
วันที่ 2 | ถึงเมือง Naples • เดินเล่นในเมือง Naples ชมพระอาทิตย์ตกดิน
วันที่ 3 | เที่ยวเมือง Naples • ชมหอสวดมนต์ Cappella Sansevero
วันที่ 4 | ออกจาก Naples เดินทางไปเมือง Pompei แวะชมเมืองโบราณ • เดินเล่นในมือง Amalfi coast
วันที่ 5 | เที่ยวเมือง Positano (30 นาทีจาก Amalfi) • เมือง Ravallo (1 ชั่วโมงจาก Positano) พักที่ Sorrento
วันที่ 6 | เที่ยวในเมือง Sorrento • ชมจัตุรัสทาซโซ่ • Duomo • อาราม Chiostro di San Francesco • เดินชมท่าเรือ Marina Grande
วันที่ 7 | นั่ง Ferry มาที่ Capri • เที่ยวใน Capri • จุดชมวิวที่ Tragara • จุดชมวิวที่ Belvedere di Punta Cannone
(Optional) เที่ยวรอบเกาะและกลับ Sorrento 
วันที่ 8 | จาก Sorrento นั่งรถกลับไป Napoli เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ
วันที่ 9 | เดินทางถึง กรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริปอิตาลีที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Lufthunsa เที่ยวบินที่ LH773 23.00-05.20 เปลี่ยนเครื่องที่ มิวนิค จากนั้นเดินทางไปยังเมือง นาโปลี เที่ยวบินที่ LH1888 06.45-08.25

Day 2

Naples • Old Town • Ovo Castle

ถึงนาโปลี เดินชมย่านเมืองเก่า (Centro Storico Naples) เป็นเขตเมืองเก่า ที่มีสถาปัตยกรรมอสไตล์อาร์ตนูโว ที่รวมความเก่าแก่ไว้หลายๆ อย่าง ทั้ง โบสถ์ที่สวยงาม ปูด้วยกรวด มีอุโมงค์กรีกโบราณที่ทำให้เห็นประวัติศาสตร์ยุคก่อน และประติมากรรมที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น

ชมปราสาทริมทะเล (Ovo Castle) เป็นปราสาทในสมัยศตวรรษที่ 15 มีความสำคัญต่อชาวกรีกและชาวโรมัน ที่เข้ามาครอบครอบดินแดนนี้ จุดเด่นของปราสาทสร้างขึ้นด้วยหิน มีหอคอยคู่ตั้งอยู่ สถาปัตยกรรมที่สวยงามทำให้นักท่องเที่ยวเดินชมปราสาทได้โดยรอบ และยังมีพิพิธภัณฑ์เรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษา ปราสาทนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปราสาทไข่ ซึ่งเคยถูกนำไข่มาวางใต้ฐานปราสาท เชื่อว่าหากไข่ยังสมบูรณ์ ปราสาทจะไม่ถูกทำลาย พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน และมีทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองและอ่าวเนเปิลส์

คืนนี้พักที่ Naples

Day 3

Naples • Cappella Sansevero

ชมเมืองเนเปิลส์ หรือ นาโปลี (Naples, Napoli) เมืองที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน คึกคัก เป็นเมือง ที่มีการผสมผสานศิลปะวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยจนเป็นเนื้อเดียวกัน โบสถ์เก่าๆ กับบ้านเรือนสมัยใหม่ อยู่ปะปนกันไป ไม่สามารถแยกเป็นเขตเมืองเก่ากับเมืองใหม่ได้

ชมหอสวดมนต์ Cappella Sansevero เป็นโรงสวดในเนเปิลส์ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 เป็นที่รวบรวมผลงานศิลปะเชิงศาสนาของอิตาลีจากแหล่งต่างๆ ไว้ด้วยกัน หอสวดมนต์นี้สร้างขึ้นโดยท่านดยุคในท้องถิ่นนามว่า Giovan Francesco di Sangro เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อพระแม่มารีย์ที่ช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย

คืนนี้พักที่ Naples

Day 4

Naples • Pompei • Amalfi coast

เดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (Pompei) (ประมาณ 27 Km. 30 Min) เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน ปอมเปอีเป็นเมืองเก่าที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในยุคก่อนคริสต์ศักราชเมืองปอมเปอีนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกรีกเรื่อยมา กระทั่งราว 80 ปีก่อนคริสต์ศักราชจึงถูกยึดครองเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน เดินทางถึง เมืองปอมเปอี

เข้าชมเมืองโบราณปอมเปอี ที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยลาวาเมื่อครั้งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ วิสุเวียส (MT.VESUVIUS) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 622 ซึ่งลาวาที่ทับถมกันนั้นหนาถึง 6 – 7 เมตร ทำให้เมืองนี้หายไปทั่วเมือง ปัจจุบันมีการขุดค้นพบ 3 ใน 4 ส่วนของเมืองทั้งหมด ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอีทำให้เมืองแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1997

เดินทางไปยังเมือง Amalfi coast (ประมาณ 47 Km. 1 Hr.)

เดินเล่นชมเมือง ความสวยงามของ Amalfi Coast หรือ ชายฝั่งอมาลฟี่ ดึงดูดให้ผู้คนมาเที่ยวอิตาลีอย่างล้นหลามในทุกๆปี บ้านหลากสีที่ไล่เรียงกันบนภูเขา ประกอบกับชายหาดและทะเลที่อุณหภูมิสูงกว่าตอนเหนือของประเทศ ทำให้เมืองริมทะเลแห่งนี้ เป็นที่นิยมแบบสุดๆ

คืนนี้พักที่ Amalfi coast

Day 5

Positano • Ravallo • Sorrento

เดินทางสู่ เมืองโพสิตาโน (Positano) (ประมาณ 40 Min. 18 Km.) เมืองเล็กๆแต่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลตั้งอยู่ตามหน้าผาแคบๆ อันมียอดโดมของโบสถ์ซานตา มาเรีย อัสสันต้า เป็นสัญญลักษณ์ของเมือง ผ่านชมบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่บนหน้าผา ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศชวนมองอย่างไม่กระพริบตาตลอดเส้นทางที่ผ่านจึงทำให้เมืองชายฝั่งทะเลในแคว้นคัมพาเนีย แห่งอิตาลีใต้นี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี เดินทางถึง เมืองโพสิตาโน

เดินทางต่อยังเมืองราเวลโล (Ravello) (ประมาณ 1 Hr. 23 Km.) ซึ่งหมู่บ้านเล็ก ๆ ของแคว้นคัมพาเนีย ที่มีความงามทั้งทางกายภาพและความหลากหลายทางธรรมชาติ รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จึงได้รับการบรรจุไว้รายชื่อมรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ. 1997 จากองค์การยูเนสโก

เดินทางไปเมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento) (ประมาณ 1.10 Hr. 38 Km.) เมืองตากอากาศเล็กๆที่มีชื่อเสียงมาก ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูง และไล่ระดับลงมาตามความลาดชั้นจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับหาดทรายสีเทา มีชายฝั่ง Amalf ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาว 50 กิโลเมตร

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 6

Sorrento City Tour

ชมจัตุรัสทาซโซ่ (Piazza Tasso) ให้อิสระในการเดินชมย่านกลางเมืองมีช้อปปิ้งสตรีทที่มีชื่อเสียงซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร สองฝั่งถนน ชมวิถีชีวิต บ้านเรือนและโบสถ์สไตล์บารอค

ชม Duomo เป็นมหาวิหารของซอร์เรนโต สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ได้รับการบูรณะและปรับปรุงใหม่หลายครั้งตลอดหลายศตวรรษ โดยด้านหน้าได้รับการออกแบบใหม่ในสไตล์บาโรกในศตวรรษที่ 18 เป็นมหาวิหารโรมันคาทอลิกที่อุทิศให้กับ Saints Philip and James ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองซอร์เรนโต

อาราม Chiostro di San Francesco เป็นอารามฟรานซิสกันแห่งศตวรรษที่ 14 ที่สวยงาม ถือเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง และเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมอารามยุคกลาง

เดินชมท่าเรือ Marina Grande เป็นอดีตหมู่บ้านชาวประมงที่งดงาม ตั้งอยู่เชิงหน้าผาทางใต้ของใจกลางเมืองซอร์เรนโต เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวเนเปิลส์ และสัมผัสบรรยากาศแบบชาวบ้าน

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 7

Ferry to Capri • Tragara View Point และ Belvedere di Punta Cannone • Sorrento

ขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปสู่ เกาะ คาปรี (Capri) เกาะที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเองมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟวิซูสเวียส

ขึ้นไปยังจุดชมวิว Tragara และ Belvedere di Punta Cannone มีทิวทัศน์อันน่าทึ่งของ Faraglioni สามเสาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเหนือน้ำทะเลสีฟ้าคราม สามารถมองเห็น Marina Piccola อ่าวเล็กๆ ที่สวยงาม เมือง Anacapri และชายฝั่ง Amalfi ได้อีกด้วย

นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี (คาปรีเซนเตอร์) เดินชมเขตตัว เมืองที่มีบรรยากาศน่ารัก และแวะพักที่สวนออกุสต้า พร้อมบันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI สัญลักษณ์ของเกาะคาปรี อิสระเดินเล่นตามอัธยาศัย

Optional : สามารถล่องเรือชมถ้ำต่างๆ รอบเกาะ รวมถึง Blue Grotto ถ้ำที่อยู่ในทะเลมีแสงสะท้อนสีฟ้าจากน้ำทะเลขั้นมากระทบถ้ำสวยงามยิ่งนัก

เดินทางกลับเมือง Sorrento

คืนนี้พักที่ Sorrento

Day 8

Sorrento • Naples • Airport • Bangkok

เดินทางกลับเมือง Neples (ประมาณ 50 Min. 52 Km.) เพื่อไปยังสนามบินกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Lufthanza Airlines เที่ยวบินที่ LH1879 17.35-19.20 เปลี่ยนเครื่องที่ มิวนิค LH772 22.20-14.10

Day 9

Bangkok

ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
2024 Middle East Tour

ทัวร์โซโคตรา

Socotra

มัสยิดชีคซาเยด • หาดเดลิชา • Hoq’s Cave • หาดอาเฮอร์ • อุทยานแห่งชาติ Homhil • Dihamri Marine Protected Area • Dixam Diksam • Firmhin Plateau • Aomak Beach • Detwah Lagoon • อ่าว Shuab • พระราชวังเอมิเรตส์ • Al Hosn

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • มัสยิดชีคซาเยด
  • หาดเดลิชา
  • Hoq’s Cave
  • หาดอาเฮอร์
  • อุทยานแห่งชาติ Homhil
  • Dragon’s Blood Tree
  • Bottle tree
  • Dihamri Marine Protected Area
  • Dixam Diksam
  • Firmhin Plateau
  • Aomak Beach
  • Detwah Lagoon
  • อ่าว Shuab
  • พระราชวังเอมิเรตส์
  • Al Hosn
short brief
สรุปย่อทัวร์เกาะโซโคตรา

วันที่ 1 | พบกันที่สนามบิน บินไป อาบูดาบี EY405 09.15-12.40 • มัสยิดชีคซาเยด • เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 2 | บินไปยัง เกาะโซโคตรา • Delisha Beach
วันที่ 3 | Delisha Beach • ถ้ำ Hoq’s Cave • หาด Arher Beach • เดินทางไปเมือง Ras Erissel
วันที่ 4 | ชมอุทยานแห่งชาติ Homhil • Wadi Qaria • Dihamri Marine Protected Area
วันที่ 5 | ขับรถไปที่ Kalisan Canyon • ที่ราบสูง Dixam Diksam • Firmhin Plateau
วันที่ 6 | Firmhin Plateau • Noged Zahek & Hayf • Dagub Cave • Aomak
วันที่ 7 | ไปเมือง Qalansiya • Detwah Lagoon
วันที่ 8 | Detwah Lagoon • นั่งเรือไปยังอ่าว Shuab • Hadiboh
วันที่ 9 | Hadiboh • Abu Dhabi • เที่ยวชมเมือง
วันที่ 10 | ถึงกรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 000,000 บาท

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • พาหนะรับส่งพร้อมคนไทยนำเที่ยว
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปโซโคตราที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

กรุงเทพ • อาบูดาบี • มัสยิดชีคซาเยด

Day 1

06.00 พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นออกเดินทางไปยังกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY405 09.15-12.40

ถึงเมืองอาบูดาบี ชมมัสยิดชีคซาเยด มัสยิดแห่งนี้เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาที่สำคัญในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มัสยิดแห่งนี้เปิดให้ผู้มาเยือนทุกศาสนาเข้าชม และเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามและวัฒนธรรมอาหรับ

เดินเล่นชมเมือง หรือหาร้านคาเฟ่จิบกาแฟในบรรยากาศชิวๆ ตามอัธยาศัย

คืนนี้พักที่เมือง Abu Dhabi

Day 2

อาบูดาบี • เกาะโซโคตรา • Delisha Beach

เดินทางถึงสนามบิน Hadiboh แวะที่เมือง Hadiboh เพื่อรับประทานอาหารต้อนรับ จากนั้นเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญใกล้กับเมือง

ชม หาดเดลิชา มีหาดทรายบริสุทธิ์และหินหลากสีสัน น้ำทะเลสีฟ้าของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งทำให้เป็นจุดเล่นน้ำที่สมบูรณ์แบบ งดงามราวกับภาพวาดในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน

ตรงจุดตั้งแคมป์ที่หาด Delisha จะมีเชฟที่จะรออยู่ เพลิดเพลินไปกับอาหารเย็นมื้อแรกที่ปรุงโดยเชฟฝีมือดี

พักค้างคืนที่บริเวณตั้งแคมป์ในหาด Delisha

Day 3

Delisha Beach • Hoq’s Cave • Arher Beach

หลังอาหารเช้า เดินทางไปยัง Hoq’s Cave (2.5 ชม) เดินทางผ่านความสวยงามและภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ก่อนเข้าสู่ถ้ำ Hoq หรือ ถ้ำเหยี่ยว ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง เป็นถ้ำหินปูนที่สวยงามบนเกาะโซโคตรา มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาสวยงาม
ถึงเวลาเดินทางไปยังแคมป์ถัดไป

ไปยังชายหาดอาเฮอร์ มีหาดทรายสีขาวละเอียดและน้ำทะเลใสสีฟ้าคราม ชายหาดแห่งนี้ล้อมรอบด้วยหน้าผาหินปูนและต้นมะพร้าว ชายหาดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการว่ายน้ำ อาบแดด และดำน้ำตื้น

ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เราจะไปยังเมือง Ras Erissel หนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์บนเกาะ Socotra คือจุดที่การบรรจบกันระหว่างมหาสมุทรอินเดียและทะเลอาหรับทางตะวันออกไกล

เดินทางกลับไปยังสถานที่ตั้งแคมป์อาเชอร์ เพื่อทานอาหารเย็น

พักค้างคืนที่บริเวณตั้งแคมป์ใน Arher Beach

Day 4

Arher Beach • Homhil National Park • Wadi Qaria • Dihamri Marine Protected Area

รับประทานอาหารเช้า เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติ Homhil จะพบกับ ต้นเลือดมังกร (Dragon’s Blood Tree) ต้นไม้ที่มีรูปร่างแปลกตาเหมือนร่ม เป็นสัญลักษณ์ของเกาะ Socotra และเป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นที่หาชมได้ที่นี่เท่านั้น และ Bottle tree เป็นพืชอวบน้ำที่มีลำต้นพองโตรูปร่างเหมือนขวดหรือฟักทอง ลักษณะพิเศษนี้ช่วยให้มันกักเก็บน้ำ ซึ่งสำคัญต่อการอยู่รอดในสภาพอากาศแห้งแล้งของเกาะ

มุ่งหน้ากลับไปรับประทานอาหารกลางวันที่ Wadi Qaria ขับรถไปยัง Dihamri Marine Protected Area พื้นที่กางเต็นท์ของเราคืนนี้

Day 5

Dihamri Marine Protected Area • Kalisan Canyon • Firmhin Plateau

ตื่นเช้ามาดำน้ำตื้นหรือดำน้ำดูปะการัง และปลาหลากสีสัน

ขับรถไปที่ Kalisan Canyon หนึ่งในความงามที่ยังไม่มีใครค้นพบของเกาะ มีสระน้ำจืด น้ำตก และหินรูปร่างต่างๆ มากมาย

รับประทานอาหารกลางวันพร้อมชมวิว

ขับรถไปยังที่ราบสูง Dixam Diksam เป็นพื้นที่กว้างขวางในใจกลางของ โซโคตราที่ปกคลุมไปด้วยต้นเลือดมังกร มีที่ราบหินปูนอันกว้างใหญ ทำให้เป็นสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

รับประทานอาหารเย็นและค้างคืนที่แคมป์ Firmhin Plateau ป่านับพัน ของต้นเลือดมังกร

Day 6

Firmhin Plateau • Noged Zahek & Hayf • Dagub Cave • Aomak

หลังอาหารเช้า เราจะมุ่งหน้าไปทางใต้ของเกาะ ที่ราบสูง Firmhin Plateau เป็นที่ราบสูงหินปูนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Socotra เป็นที่รู้จักจากภูมิประเทศที่แห้งแล้งและขรุขระ ต้นไม้หายาก และหน้าผาสูงชัน และเป็นที่ตั้งของพืชและสัตว์หลายชนิดที่ไม่พบที่ไหนในโลก เช่น ต้น Socotran Dragon Tree ที่มีเอกลักษณ์

ทานอาหารกลางวันที่ ถ้ำ Dagub ในเมือง Noged ถือเป็นหนึ่งในถ้ำ ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้

หลังเที่ยง แวะที่ Noged Zahek & Hayf หุบเขาแห่งนี้มีหน้าผาหินแกรนิตสูงชัน น้ำตกที่สวยงาม และพืชพรรณที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน Noged Zahek ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีประชากรประมาณ 200 คน จากนั้นไปหาด Aomak เพื่อพักผ่อนสบายๆ

ทานอาหารค่ำและพักค้างคืนใต้ท้องฟ้า ณ บริเวณแคมป์ปิ้ง Aomak Beach

Day 7

Aomak • Qalansiya • Detwah Lagoon

หลังอาหารเช้า เราจะผ่านเมือง Hadibu เพื่อเก็บของ อาหารและเครื่องดื่มที่จำเป็น จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง Qalansiya ซึ่งเป็นเมืองสำคัญ 1 ใน 2 แห่งเท่านั้นบนเกาะโซโคตร้า

ขับรถไปยังจุดชมวิวบนเนินเขาขรุขระซึ่งเป็นที่ตั้งของ Detwah Lagoon ทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากน้ำทะเลสีชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเกิดจากสาหร่าย Dunaliella salina มีนกหลายชนิด รวมถึงนกฟลามิงโก นกกระสา และนกกระเรียน

แคมป์ของเราจะอยู่ใกล้กับ Detwah ซึ่งตั้งอยู่ใต้เพิงพักแบบดั้งเดิมที่ดูแลโดยชาวท้องถิ่น

อิสระพักผ่อนบนชายหาด นอนฟังเสียงธรรมชาติ
ฟังเพลง ว่ายน้ำ เดินเล่น หรือแม้แต่เต้นรำกับคนในท้องถิ่น

พักค้างคืนที่ Camping Detwah Lagoon

Day 8

Detwah Lagoon • Shuab Bay • Hadiboh

หลังจากทานอาหารเช้า เราจะออกเดินทางจากหมู่บ้าน Qalansiyah โดยนั่งเรือไปยังอ่าว Shuab ขณะล่องเรือ เราจะได้ชมโขดหินรูปร่างสวยงามแปลกตาและนกพื้นถิ่นหลากหลายชนิด น้ำทะเลใส

จากนั้น สามารถว่ายน้ำหรือพักผ่อนบนหาดทรายอันเงียบสงบแห่งนี้ ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ

ล่องเรือกลับไปยังค่ายพักของเราที่ทะเลสาบ Detwah เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นเยี่ยมชมถ้ำ

ต่อจากนั้นเราจะขับรถกลับไปยังเมืองหลวง Hadiboh
มื้อค่ำจะเป็นที่ร้านอาหารท้องถิ่น

พักค้างคืนที่โรงแรมในเมือง Hadiboh

Day 9

Hadiboh • Abu Dhabi • City tour

เดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับเมือง อาบูดาบี โดยสายการบินภายในประเทศ

ชมและถ่ายรูปด้านนอก พระราชวังเอมิเรตส์ พระราชวังหลวงที่หรูหราซึ่งเป็นที่ประทับของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เดินเล่นเมืองเก่าของอาบูดาบีหรือที่เรียกว่า Al Hosn เป็นย่านประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นที่ตั้งของป้อมปราการ Al Hosn ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1793 และเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในอาบูดาบี เมืองเก่ายังเป็นที่ตั้งของตลาดมากมาย รวมถึงตลาดผ้า ตลาดเครื่องเทศ และตลาดทองคำเดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

คืนนี้พักที่ Abu Dhabi

Day 10

Abu Dhabi • Bangkok

เดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Etihad Airways EY404 เวลา 10.30

20.00 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
08-Aug 2024 SouthAsia Tour

ทัวร์เลห์ ซันสการ์ ปุกเตา

Leh Ladahk

Zanskar • Phuktal

เมืองเลห์ • Nubra Valley • Turtuk Village • ทะเลสาบแปงกอง • Thiksey Monastery • Shey Palace • Magnetic Hill • จุดชมวิว Sangam • วัดลามายยูรู • วัด Phuktal • Manali

วันที่จัดทริป

9 – 20 สิงหาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • เมืองเลห์
  • Shanti Stupa
  • Nubra Valley
  • Turtuk Village
  • ทะเลสาบแปงกอง
  • Thiksey Monastery
  • Shey Palace
  • Magnetic Hill
  • จุดชมวิว Sangam
  • วัดลามายยูรู
  • วัด Phuktal
  • Manali
short brief
สรุปย่อทัวร์เลห์ มะนาลี

วันที่ 1 |พบกันที่สนามบิน ออกเดินทางไปเดลี • ต่อไฟล์ทไปยังเมือง Leh
วันที่ 2 | Leh • Nubra Valley (128 Kms | approx. 4-5 hrs)
วันที่ 3 | Hunder • Turtuk • Thang • Hunder (190 Kms I approx. 6-7 hrs)
วันที่ 4 | Nubra • Pangong Lake via Shyok River Road (150 Kms | approx. 6-7 hrs)
วันที่ 5 | Pangong Lake • Leh (140 Kms | approx. 4-5 hrs)
วันที่ 6 | Leh • Lamayuru • Sham Valley (170 Kms | approx. 5-6 hrs)
วันที่ 7 | Sham Valley • Lingshed • Padum (215 kms | approx. 7-8 hrs)
วันที่ 8 | Padum Sightseeing (104 Kms | approx. 5-6 hrs)
วันที่ 9 | Padum • Jispa via Phuktal ( 150 kms | approx. 6-7 hrs)
วันที่ 10 | Jispa • Manali (95 Kms I approx. 3-4 hrs)
วันที่ 11 | Manali • Leh • Delhi • Bangkok

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 00,000 บาท

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าวีซ่า
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปเลห์ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG331 23.15-02.15

Day 2

เดลี • เลห์

รอต่อเครื่องอาคารภายในประเทศ เพื่อเดินทางสู่ เลห์ โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบินที่ 6E2006 06.30

07.50 ถึงเมืองเลห์ พักปรับสภาพร่างกายที่โรงแรมกันก่อน

ช่วงบ่ายๆเย็นๆ ออกมาเดินเล่น เยี่ยมชมตลาดเลห์ ที่คึกคัก และมีชีวิตชีวา และเหมาะแก่การหาซื้อสินค้าที่ระลึก ของกิน และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น

ชม พระราชวังเลห์ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 และเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งลาดัก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุ และงานศิลปะจากภูมิภาคนี้

เยี่ยมชม Shanti Stupa ที่สร้างขึ้นในปี 1991 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความสามัคคี เป็นจุดชมวิวเมืองเลห์และเทือกเขาหิมาลัยที่สวยงาม

พักที่เมือง Leh

Day 3

Leh • Nubra Valley (128 Kms | approx. 4-5 hrs)

เดินทางไปยัง Nubra Valley ที่อยู่ทางตอนเหนือของเลห์ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำชย็อก (Shayok river) ไหลผ่าน มีอากาศอบอุ่นกว่าเลห์ และมีความสูงที่ต่ำกว่า ทำให้อากาศสบายๆ และเหมาะแก่การปลูกผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล แอปปิคอตช่วงกรกฎาคม – สิงหาคม สองข้างทางจะเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้

ไปขี่อูฐซาฟารี (อูฐสองหนอกซึ่งพบได้เฉพาะในลาดักและมองโกเลีย) ที่เนินทรายระหว่าง Deskit และหมู่บ้าน Hundur ซึ่งเป็นเนินทรายสองลูกที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา นักท่องเที่ยวนิยมมาที่นี่เพื่อเล่นสกีบนเนินทราย ขี่อูฐ และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ Nubra Valley

Day 4

Hunder • Turtuk • Thang • Hunder (190Kms I approx. 6 - 7 hrs)

Hunder เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีประชากรประมาณ 800 คน ตั้งอยู่บนความสูง 10,800 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล

เดินทางต่อไป หมู่บ้าน Thang หมู่บ้านสุดท้ายของอินเดียบริเวณชายแดนอินเดีย – ปากีสถาน หมู่บ้านนี้ถูกชาวอินเดียยึดครองจากปากีสถาน ปี 1971

ระหว่างทางแวะ Turtuk หมู่บ้านเล็กๆ หรือ สวรรค์ลับบนดิน ที่แห่งนี้ Iow altitude วิวทิวทัศน์ที่นี่จะเป็นสีเขียวซึ่งแตกต่างจากสถานที่อื่นๆ Turtuk มีชื่อเสียงในเรื่องเส้นทางการค้าสายไหมหรือเส้นทางสายไหม ที่หมู่บ้านเป็นเชื้อชาติผสมของรัสเซียและตุรกี และมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นในลาดักห์

คืนนี้พักที่ Nubra Valley

Day 5

Nubra • Pangong Lake (150 Kms | approx 6 - 7 hrs)

เดินทางไปยัง ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) หรือ ผางกงโฉ (Pangong Tso) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือมีความสูงถึง 4320 เมตร จากระดับน้ำทะเล น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม และจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตามมุมของดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงกระทบผืนน้ำ

Pangong Lake ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขา Himalaya และ Trans-Himalaya ในภูมิภาค Ladakh ทะเลสาบยาว 134 กิโลเมตร (83 ไมล์) และกว้าง 5 กิโลเมตร (3 ไมล์) โดยพื้นที่ประมาณ 604 ตารางกิโลเมตร (233 ตารางไมล์) ประมาณ 60% ของทะเลสาบอยู่ในอินเดีย ส่วนที่เหลืออยู่ในจีน

พักที่ Pangong Lake

Day 6

Pangong Lake • Leh • Thiksey • Shey (140 Kms | approx. 4-5 hrs)

ทะเลสาบแปงกองมีลักษณะที่สวยงามและเป็นที่รู้จักในหนังสือเรื่อง “Lost Horizon” กล่าวถึงที่นี่ว่าเป็น “สวรรค์บนดิน” และก็เป็นที่รู้จักกันด้วยภาพยนตร์อินเดียชื่อดัง ” The 3 Idiots” ซึ่งถ่ายทำในสถานที่นี้ สีของน้ำในทะเลสาบ มีสีน้ำเงินเข้มถึงสีเทอร์คอยส์ ขึ้นอยู่กับแสงแดดและสภาพอากาศ
ชื่นชมกับบรรยากาศรอบๆ ทะเลสาบก่อนเดินทางกลับเมืองเลห์ (ประมาณ 5 ชม)

แวะชม Thiksey Monastery ที่มีสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับวังโปตาลา ในธิเบต จึงได้ชื่อว่าเป็นทิเบตน้อย เป็นวัดในนิกายหมวกเหลือง หรือ นิกายเกลุกปะ อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังเชย์ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย์ ซึ่งมีความสูงเท่าอาคารสองชั้น

ชม Shey Palace สร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน เนื่องจากในสมัยก่อนเมือง Shey เป็นเมืองหลวง ในช่วงฤดูร้อนของอาณาจักรลาดักห์ สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อ ระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Sangge Namgyal กำแพงพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุนี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

พักที่เมือง Leh

Day 7

Leh • Sham Valley (170 Kms | approx. 5-6 hrs)

เดินทางไป Lamayuru ระหว่างทาง
แวะชม Gurudwara Pathar Sahib ศาสนสถานสำคัญของศาสนาซิกข์ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 1600 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล เชื่อกันว่ากูรูนานัก กูรูองค์แรกของศาสนาซิกข์ เคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้ ศาสนสถานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1517 เพื่อระลึกถึงการเยือนของท่าน ว่ากันว่ากูรูนานักนั่งสมาธิอยู่ที่จุดนี้เป็นเวลาหลายวัน หินก้อนใหญ่ (Pathar) ที่กูรูนานักนั่งสมาธินั้นยังคงอยู่ภายในศาสนสถาน

แวะทดสอบความมหัศจรรย์ของ Magnetic Hill หรือเนินเขาแม่เหล็ก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งใน Leh ตั้งอยู่บนทางหลวง Leh-Kargil ห่างจาก Leh ประมาณ 30 กิโลเมตร เนินเขาแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังจากปรากฏการณ์ รถที่จอดไว้บนเนินเขาโดยไม่ได้เบรค จะไหลขึ้นเนินเอง นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์อันน่าทึ่งนี้

ชมแม่น้ำ 2 สี ณ จุดชมวิว Sangam (จุดบรรจบกันของแม่น้ำซันสการ์ ที่มีสีฟ้า และแม่น้ำสินธุที่มีสีเขียวขุ่น)

แวะถ่ายรูป อารามลิเกอร์ (Likir Monastery) วัดนิกายเกลุกปะ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในหมู่บ้าน Likir อารามแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระศรีอารยเมตไตรย ขนาดสูง 23 เมตร ที่เพิ่งสร้างเสร็จในปี 1999

พักที่ Sham Valley

Day 8

Sham Valley • Lamayuru • Padum (215 kms | approx. 7-8 hrs)

ออกเดินทางสู่ Padum เมืองเล็กๆ แต่เป็นเมืองหลวงหรือเมืองหลัก และศูนย์กลางการบริหารของซันสการ์ มีประชากรอาศัยอยู่ไม่กี่พันคน ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น มีโรงแรม โฮมสเตย์ ที่ทำการไปรษณีย์ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และ ร้านอาหารหลายแห่งสำหรับนักท่องเที่ยว

แวะชม วัดลามายยูรู (Lamayuru Monastery) วัดพุทธแบบทิเบต ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในหุบเขา Lamayuru วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 เป็นหนึ่งในอารามที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดใน Ladakh

แวะชม Lingshed Monastery เป็นวัดพุทธแบบทิเบต สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เป็นที่รู้จักจากภาพจิตรกรรมฝาผนังและประติมากรรมที่สวยงาม

คืนนี้พักที่ Padum

Day 9

Padum Sightseeing (104 Kms | approx. 5-6 hrs)

ชม พระราชวัง Zangla พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ Zanskar ปัจจุบัน พระราชวัง Zangla อยู่ในสภาพทรุดโทรม แต่ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขา Zanskar จากบนพระราชวัง

Stongdey เป็นหมู่บ้านเล็กๆ เป็นที่รู้จักจาก วัด Stongdey Monastery สร้างในศตวรรษที่ 11 เป็นวัดพุทธแบบทิเบต นิกายเกลุกปะ ที่เก่าแก่ที่สุด เป็นอันดับ 2 ในหุบเขา Zanska อยู่ห่างจาก Padum ราว 20 กิโลเมตร เป็นวัดที่เหมาะแก่การชมทิวทัศน์มุมสูงของ ซันสการ์

ชมอีก 2 วัดสำคัญ ของหุบเขาซันสการ์ วัด Karsha วัดที่ใหญ่ที่สุดของหุบเขาซันสการ์ ภายในวัดมีหินแกะสลักโบราณอยู่หลายจุด และ Sani Gompa ที่เชื่อกันว่า เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุด ของหุบเขาซันสการ์

พักที่ Padum

Day 10

Padum • Jispa via Phuktal ( 150 kms | approx. 6 - 7 hrs)

เดินทางไปยัง Jispa ผ่าน Shinku La (16,580 ฟุต) ระหว่างทางไปเยี่ยมชม Bardan Monastery อารามนี้เป็นที่รู้จักจากภาพจิตรกรรมฝาผนังและประติมากรรมที่สวยงาม รวมทั้งห้องสมุดที่มีหนังสือและต้นฉบับโบราณ

ชมวัด Phuktal ที่ก่อนปี 2023 เคยเป็นวัดที่เข้าถึงได้ ด้วยการเดินเท้าเท่านั้น ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยผู้ลี้ภัยทางศาสนาจากทิเบตและเป็นที่รู้จักจากถ้ำและภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม ตัวอาคารสร้างจากไม้และโคลนอยู่ลึกเข้าไปในหน้าผา ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังและเพดานประกอบไปด้วยอาคารย่อยๆ ประมาณ 70 อาคาร อันได้แก่ ห้องห้องสมุด สวดมนต์ และอื่นๆ ปัจจุบันวัดกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของการแสวงบุญสำหรับพุทธศาสนาในทิเบต และกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

เดินทางถึง Jispa ช่วงเย็นๆ

พักที่ Jispa

Day 11

Jispa • Manali (95 Kms I approx. 3-4 hrs) • Leh

เดินทางไป Manali ผ่านอุโมงค์ Atal มะนาลี ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ระดับความสูง 2,050 เมตร (6,730 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล และล้อมรอบด้วยภูเขาและป่าไม้ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

ผ่านชมทิวทัศน์ Lahaul Valley หุบเขาที่สวยงาม เป็นส่วนหนึ่งของเขต Lahaul และ Spiti ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องภูมิประเทศที่สูงชัน ทิวทัศน์ วัฒนธรรมพุทธ และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์

ผ่านแม่น้ำ Bhaga และ Chandra เป็นแม่น้ำสายหลักสองสายในหุบเขา Lahaul ของรัฐ Himachal Pradesh ประเทศอินเดีย แม่น้ำทั้งสองสายไหลผ่านภูมิประเทศที่สวยงาม

เดินทางถึง Manali ช่วงเที่ยงๆ ชมเมืองเก่า Old Manali ตั้งอยู่บนเนินเขาอันเงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหม่ เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบดั้งเดิม โรแมนติก และน่าค้นหา ถนนที่ปูด้วยหินเรียงรายไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และเกสท์เฮาส์แบบดั้งเดิม บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของชา Masala และเสียงดนตรีพื้นเมือง

เดินทางต่อไปยังเมืองเลห์ (ประมาณ 4 ชม)

พักที่ Leh

Day 12

Leh • Delhi • Bangkok

อิสระช่วงเช้า จนถึงเวลาเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อบินสู่เดลี โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบินที่ 6E2402 13.55-15.20 รอต่อเครื่องเข้ากรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่TG316 23.30-05.25

Day 13

Bangkok

05.25 กรุงเทพโดยสวัสดภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
12-Dec 2024 South-America Tour

ปาตาโกเนีย

Patagonia

บัวโนสไอเรส • patagonia • El Calafate • ธารน้ำแข็ง Perito Moreno •  Mirador de Los Cóndores • Mount Fitz Roy • Cerro Torre • Laguna Torre Cerro • Torres del Paine • Mirador Las Torres • Cerro Paine • Punta Arenas • Santiago 

วันที่จัดทริป

20 ธันวาคม 2024 – 5 มกราคม 2025

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • กรุงบัวโนสไอเรส
  • Plaza de Mayo
  • ถนน 9 de Julio
  • เมืองเอล คาลาฟาเต้
  • ธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโน่
  • Mirador de Los Cóndores
  • Laguna Torre
  • Torres Del Paine National Park
  • ธารน้ำแข็ง Grey Glacier
  • Base Torres: จุดชมวิวเทือกเขา Torres del Paine
  • ทะเลสาบ Pehoé
  • เมืองซานติเอโก
short brief
สรุปย่อทัวร์ปาตาโกเนีย

วันที่ 1 | สุวรรณภูมิ ออกเดินทางไปบัวโนสไอเรส
วันที่ 2 | เปลี่ยนเครื่องที่อิสตันบูล เดินทางต่อสู่บัวโนสไอเรส ถึงปลายทางเวลา 22.35
วันที่ 3 | ชมกรุงบัวโนสไอเรส / จัตุรัสพลาซ่า เดอ มาโย ผ่านชมบริเวณ Plaza de Mayo /ถนน 9 de Julio
วันที่ 4 | บินภายในไปเมืองเมืองเอลคาลาฟาเต้ / เดินเล่มชมเมือง / พักผ่อนปรับร่างกาย
วันที่ 5 | ธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโน่ ถ่ายรูปกับทะเลสาบ Lago Argentino
วันที่ 6 | หมู่บ้าน El Chalten / เดิน Mirador de Los Cóndores / จุดชมวิว Mirador de Los Cóndores
วันที่ 7 | Trek – Laguna Torre (ไปกลับ 20 กม)
วันที่ 8 | Trek – Laguna de los Tres (ไปกลับ 20 กม)
วันที่ 9 | เดินทางไปยังอุทยาน Torres del Paine
วันที่ 10 | Trek – Las Torres Base Viewpoint (ไปกลับ 21 กม 8-10 ชม)
วันที่ 11 | Trek – Francés Valley (ไปกลับ 21 กม 10-12 ชม)
วันที่ 12 | Trek – Grey Glacier Lookout (ไปกลับ 11 กม 8-9 ชม)
วันที่ 13 | เดินทางสู่เมือง Punta Arenas
วันที่ 14 | ชมเมือง Punta Arenas ช่วงเช้า • บ่ายบินไปเมือง ซานติเอโก
วันที่ 15 | City tour ซาติอาโก • ค่ำต่อเครื่องไปบัวโนสไอเรส • เชคอินสายการบิน Turkish Airlines
วันที่ 16 | กลับกรุงเทพโดย Turkish Airlines TK16 เวลา 00.05-22.45 (ถึงอิสตันบลู)
วันที่ 17 | ต่อไฟลท์ TK68 กลับกรุงเทพ เวลา 01.55 • 15.20 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 350,000 บาท 

รวม

  • ที่พักระดับ 4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • อาหารเย็นใน Las torres (4 วัน)
  • พาหนะรับส่งระหว่างเมือง
  • ค่ากิจกรรมตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ BKK-Buenos Aires
  • ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ Agentina และ Chile
  • อาหารกลางวันและเย็น (ยกเว้นอาหารเย็นใน Las torres)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปปาตาโกเนียที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Bangkok • Buenos Aires

Day 1

20.00 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
สายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK65 ออกเดินทางเวลา 22.55-05.50 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่ อิสตันบลู จากนั้น ต่อเครื่องไปยังเมือง Buenos Aires เที่ยวบินที่ TK15 เวลา 10.35-22.35 (มีแวะจอดที่ GRU)

Day 2

Buenos Aires

22.35 เดินทางถึง Buenos Aires เมืองหลวงแห่งอาร์เจนตินาขึ้นชื่อเรื่องของสภาพภูมิอากาศที่เบาสบายน่าอยู่ เปรียบเสมือน “ปารีสแห่งละตินอเมริกา” ได้รับอิทธิพลจากผู้อพยพชาวยุโรปที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ ทำให้พบเห็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย

พักที่เมือง Buenos Aires

Day 3

Buenos Aires • City Tour

ชมกรุงบัวโนสไอเรส จัตุรัสพลาซ่า เดอ มาโย ผ่านชมบริเวณ Plaza de Mayo จัตุรัสเล็กๆที่อยู่ย่านใจกลางเมือง บริเวณนี้ท่านจะพบกับ ทำเนียบสีชมพู (Casa Rosada) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่บริเวณนี้ ผ่านชมสถานที่น่าสนใจรอบๆ อาทิ ถนน 9 de Julio ที่เคยชื่อว่าเป็นถนนที่กว้างที่สุดในโลก และเป็นที่ตั้งของ Teatro Colon ซึ่งเป็นโรงละครโอเปร่าเก่าแก่ที่สุดของเมือง และที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

พักที่เมือง Buenos Aires

Day 4

Buenos Aires • El Calafate

เดินทางสู่เมืองเอล คาลาฟาเต้ (El Calafate) โดยสายการบิน Aerolineas Argentinas เที่ยวบินที่ AR1844 เวลา 09.50-13.10 น.

เดินทางถึงเมืองเอล คาลาฟาเต้ (El Calafate) เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคปาตาโกเนียในประเทศอาร์เจนตินา จังหวัดซันตาครูซ (Santa Cruz) ชื่อของเมืองมาจากพุ่มไม้เล็ก ๆ ที่มีดอกไม้สีเหลืองและผลเบอร์รี่สีน้ำเงินเข้มที่พบได้ทั่วไปใน Patagonia ตั้งอยู่ในส่วนใต้ของประเทศ ใกล้กับอุทยานแห่งชาติลอสกลาเซีย (Los Glaciares National Park) ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมือง เนื่องจากอุทยานนี้ได้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนที่สวยงามและมีกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือกทำมากมาย

คืนนี้พักที่ El Calafate

Day 5

Perito Moreno

นั่งเรือ ชม ธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโน่ (Perito Moreno) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอสกลาเซียธารน้ำแข็งสีขาวอมฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กว้างถึง 5 กิโลเมตร สูงกว่า 80 เมตร หนึ่งใน Highlight อย่างหนึ่งของการมาที่นี่คือการได้รอคอยก้อนน้ำแข็งยักษ์หล่นลงพื้นทะเลสาบ จากนั้นไป เดินกลาเซีย บนธารน้ำแข็งแห่งนี้ เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ถ่ายรูปกับทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนตินา Lago Argentino มีเนื้อที่ประมาณ 1,465 ตารางกิโลเมตร และมีความลึกถึงกว่า 500 เมตร

คืนนี้พักที่ El Calafate

Day 6

El Chalten / Mirador de Los Condores

เดินทางสู่หมู่บ้าน El Chalten เมืองเล็กๆ ห่างจาก El Calafate 220 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ซึ่งเป็นประตูสู่เส้นทาง trekking ต่างๆ มากมาย โดยรอบยอดเขา Fitz Roy ที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของดินแดนพาตาโกเนียอันเลื่องชื่อ

ช่วงบ่ายเดินไปยัง Mirador de Los Cóndores เป็นจุดชมวิวภูเขา Fitz Roy และทิวเขารอบๆ ในเทือกเขา Andes ในประเทศอาร์เจนตินา ในเขตอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares เราจะรอคอยแสงเย็นพาดลงบน Fitzroy ให้กลายเป็นสีแดงส้มสวยงามยิ่งนัก

คืนนี้พักที่ El Chalten

Day 7

Laguna Torre

เส้นทางเดินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งใน El Chaltén เส้นทางสู่ Laguna Torre เลียบแม่น้ำ Río Fitz Roy โดยตลอด มีทัศนียภาพอันน่าทึ่งของเทือกเขา Torre Massif ตลอดทั้งวัน และสามารถชมทิวทัศน์ของหุบเขาที่อยู่ติดกันและยอดเขา Fitzroy ที่ถูกบังไว้ด้านหลังยอดเขา Cerro เราออกเดินจากเนินเขาเหนือเมือง มีความชันในช่วงแรก จากนั้นเดินขึ้นลงอย่างช้าๆ เพลิดเพลินกับวิวแรกของหุบเขา Torre จากนั้นเดินผ่านป่า lenga และข้างแม่น้ำ Río Fitz Roy ที่เชี่ยวกราก เส้นทางยังคงค่อนข้างราบเรียบตลอดทั้งวัน จนกระทั่งกิโลเมตรสุดท้ายพาคุณขึ้นไปยัง Campo de Agostini และริมฝั่ง Laguna Torre ที่นี่จะได้พบกับวิวใกล้ชิดของเทือกเขา Torre Massif ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลสาบน้ำแข็ง

คืนนี้พักที่ El Chalten

Day 8

Laguna de los Tres (19 Km. 7-8 Hr.)

ออกเดินทางจากจุดเริ่มต้นเส้นทางที่ปลายสุดด้านเหนือของ Avenida San Martín เดินขึ้นเนินเข้าสู่ป่าอย่างรวดเร็ว พร้อมชมวิวแม่น้ำ Río de las Vueltas ทางด้านขวาของคุณ (เส้นทางเดียวกับ Laguna Capri) หลังจากประมาณสองไมล์ ป้ายจะแสดงสองตัวเลือก –

เดินไปทางซ้ายเพื่อเดินเท้าริม Laguna Capri หรือเดินขึ้นทางขวาเพื่อไปยัง Mirador Fitz Roy ทั้งสองตัวเลือกใช้ระยะทางใกล้เคียงกันและบรรจบกันในอีกไม่กี่กม

ข้ามผ่านทั้ง Campo Poincenot และ Campo Río Blanco ไปยังเชิงเขาหินสไลด์ จากจุดนี้เป็นท้าทายของเส้นทาง เนื่องจากความชันสูงกว่า 400 เมตร ไปยัง Laguna de los Tres เมื่อถึงทะเลสาบแล้ว หายใจเข้าลึก ๆ ใส่เสื้อผ้าเพิ่ม และเพลิดเพลินกับวิวระยะใกล้ของ Fitz Roy, Glaciar de los Tres และน้ำสีฟ้าใสอย่างน่าทึ่ง สามารถเดินไปตามริมทะเลสาบหรือเดินไปทางซ้ายประมาณหนึ่ง กม เพื่อชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของ Lago Sucia ในหุบเขาที่อยู่ติดกัน

คืนนี้พักที่ El Chalten

Day 9

Torres Del Paine National Park (7 Hr.)

เดินทางไปยัง Torres del Paine เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงอยู่ในภูมิภาคปาตาโกเนียน ในประเทศชิลี อุทยานแห่งชาติ Torres del Paine มีทิวเขาที่โด่งดังอย่าง Cuernos del Paine และ Torres del Paine ซึ่งเป็นภูเขาที่มีรูปร่างสลักตั้งตรงที่สุดและปลายที่แหลมคม

เตรียมตัวสำหรับการเดินเส้นทาง W Trek อันโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

W Trek Patagonia เป็นเส้นทางเดินป่ารูปตัว W ที่โด่งดังที่สุดในอุทยานแห่งชาติ Torres del Paine ประเทศชิลี เส้นทางนี้มีความยาวประมาณ 75 กิโลเมตร ประกอบไปด้วย

  • ธารน้ำแข็ง Grey Glacier: ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ทอดยาว 6 กิโลเมตร
  • French Valley: หุบเขาอันเขียวขจีล้อมรอบด้วยภูเขาสูง
  • Base Torres: จุดชมวิวเทือกเขา Torres del Paine สัญลักษณ์ของอุทยานฯ

พวกเขาเหล่านั้นดั้นด้นเดินทางไกลมาเพื่อสิ่งนี้ พวกเราก็เช่นกัน

คืนนี้พักที่ Las Torres

Day 10

Las Torres Base Viewpoint (Trek 21 Km. 8-10 Hr.)

เริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นเขาอย่างช้าๆผ่านทุ่งหญ้า pampas ของ Patagonia และค่อยๆชันมากขึ้นเมื่อคุณเข้าสู่หุบเขา Ascencio จนกระทั่งถึงช่องเขา Los Vientos Mountain Pass ซึ่งมีทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของภูมิประเทศและทะเลสาบโดยรอบ จากนั้นเดินต่อไปผ่าน Chileno Sector และผ่านป่าพื้นเมือง ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเดิน

ส่วนนี้ของการเดินป่าใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยเป็นเส้นทางเดินเท้าบนพื้นหินกรวด ที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ ปลายทางของเราคือจุดชมวิวของหอคอยหินแกรนิตสามแห่งอันเป็นสัญลักษณ์แห่งปาตาโกเนียและมีทะเลสาบน้ำแข็งเป็นฉากหน้า

คืนนี้พักที่ Las Torres

Day 11

Francés Valley (21 Km 10-12 Hr.)

เริ่มต้นวันด้วยทริปล่องเรือคาตามารันอันแสนสดชื่นข้ามทะเลสาบ Pehoé สีฟ้าคราม ซึ่งจะทำให้คุณได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาโดยรอบ เมื่อไปถึงอีกด้านหนึ่ง เราจะเริ่มต้นการเดินไปยังหุบเขาฟรานเซส ระหว่างทางจะได้ดื่มด่ำกับความเงียบสงบของป่าไม้และลำธารน้ำแข็ง และตื่นตาตื่นใจกับรูปทรงและสีสันของเทือกเขา Los Cuernos อันยิ่งใหญ่ เป็นจุดหมายอันยิ่งใหญ่ของการเดินที่ไม่เหมือนใคร ณ จุดชมวิวพร้อมทิวทัศน์อันน่าทึ่งของธารน้ำแข็ง Francés และส่วนอื่นๆ ของเทือกเขา Paine

คืนนี้พักที่ Las Torres

Day 12

Grey Glacier Lookout

เส้นทางนี้คดเคี้ยวผ่านพื้นที่หินและป่าพื้นเมือง ซึ่งเป็นที่อยู่ของนก Patagonian จำนวนมาก ระหว่างทางสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของธารน้ำแข็งที่อยู่บนยอดเขาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งให้ความรู้สึกที่แปลกและแตกต่าง เมื่อไปถึงจุดชมวิวแรกที่มองเห็นทะเลสาบเกรย์ จะเริ่มเห็นก้อนน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งที่ลอยอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ ขนาดอันใหญ่โตของก้อนน้ำแข็งเป็นความยิ่งใหญ่ของเส้นทางนี้

คืนนี้พักที่ Las Torres

Day 13

Punta Arenas (4 Hr.)

ก่อนเดินทางกลับ เพลิดเพลินไปกับการเดินเล่นรอบบริเวณโรงแรม สวนออร์แกนิก หรือคอกม้า ถ่ายภาพทิวทัศน์อันงดงาม และดื่มด่ำกับความรู้สึกมหัศจรรย์ของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของปาตาโกเนีย

จากนั้นเดินทางไปยังเมือง Punta Arenas เมืองนี้เป็นเมืองที่มีบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน Punta Arenas เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางการค้าและทางเศรษฐกิจ ศูนย์กลางเมืองที่มีบ้านเรือนที่สวยงามและอาคารที่เคยเป็นที่พักของนักสำรวจเมดาโน, พิพิธภัณฑ์นาวายุทธอสังหาริมทรัพย์รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองด้วย

คืนนี้พักที่ Punta Arenas

Day 14

Punta Arenas City Tour • Santiago

ช่วงเช้า ชม Monumento a Hernando de Magallanes อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการเดินทางสำรวจของ Hernando de Magallanes นักเดินเรือชาวสเปนผู้ค้นพบเส้นทางรอบโลก สู่แอนตาร์กติกา

ชม Plaza de Armas จัตุรัสโบราณแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองและอาคารทางประวัติศาสตร์อื่นๆ บริเวณโดยรอบจัตุรัสมีอาคารเก่าแก่ที่สวยงามหลายแห่ง เช่น ศาลาว่าการ โบสถ์ซานเปโดร และโรงละครแห่งชาติ

เยี่ยมชมจุดชมวิว Cerro de la Cruz เพื่อชมสีสันสดใสของเมือง ช่องแคบมาเจลลัน และเกาะ Tierra del Fuego บนขอบฟ้า จากนั้นเราจะมุ่งหน้าไปยังลานเมืองหลักซึ่งตั้งชื่อตามอดีตผู้ว่าการ Muñoz Gamero พลาซ่าแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของเมืองตั้งแต่ ปลายศตวรรษที่ 19

เดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางไปยังเมือง ซานติเอโก โดยสายการบิน Latam Airlines LA88 18.34-21.59

เดินทางถึงซานติอาโกเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของชิลี มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และก่อตั้งขึ้นมาโดยผู้ที่พิชิตชาวสเปน ตลอดหลายๆ ศตวรรษที่ผ่านมา ซานติอาโกได้เติบโต และพัฒนาให้เป็นเมืองที่ทันสมัย และมีความเป็นสากล

คืนนี้พักที่เมือง Santiago

Day 15

Santiago • Buenos Aires • Istanbul

ชมจัตุรัสกลางเมือง Plaza de Armas เป็นจัตุรัสหลักของเมืองซานติเอโก ตั้งเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง Plaza de Armas แห่งนี้ล้อมรอบด้วยอาคารสำคัญหลายแห่ง รวมถึง Metropolitan Cathedral, Central Post Office และ Palacio de la Real Audiencia เป็นต้น

เดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางกลับ Buenos Aires โดยสายการบิน LATAM Airlines เที่ยวบินที่ LA657 17.48-19.48

จากนั้นรอต่อเครื่องกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK16

Day 16

Istanbul • Bangkok

ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK16 เวลา 00.05-22.45 ถึงอิสตันบลู แวะเปลี่ยนเครื่อง

Day 17

Bangkok

บินต่อกลับกรุงเทพ TK68 เวลา 01.55-15.20 ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
07-Jul 09-Sep 2024 Mid Asia

ทัวร์คีร์กีซสถาน

Kyrgyzstan

เมืองบิชห์เคก • Suusamyr Valley • หมู่บ้าน Kyzyl Oi • ชมทะเลสาบ Song Kul Lake • เมือง Naryn 7 เมือง Bokonbayevo • Bokonbayevo Village  • ผา Skazka Canyon  • Sobor Svyatoy Troitsky • สุเหร่าดันแกน • หอคอยบูราน่า 

วันที่จัดทริป

Update เร็วๆนี้

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • เมืองบิชห์เคก
  • จัตุรัส Ala Too Square
  • Töö Ashuu Pass
  • Kyzyl Oi
  • ทะเลสาบ Song Kol Lake
  • เมือง Naryn
  • ทะเลสาบ Issyk
  • Skazka Canyon
  • Jeti Oguz Gorge
  • เมืองคาราโคล
  • สุเหร่าดันแกน
  • หอคอยบูราน่า
short brief
สรุปย่อทัวร์คีร์กีซสถาน

วันที่ 1 | Bangkok • Bishkek • เดินเล่นบริเวณจตุรัส Pobeda Square • ชมสวนสาธารณะ Dubovi Park • จัตุรัส Ala Too Square
วันที่ 2 | เดินทางข้าม Too Ashuu Pass • ไปยังหมู่บ้าน Kyzyl Oi
วันที่ 3 |เดินทางไปยัง Song Kol Lake • ชมทะเลสาบ Song Kนl Lake
วันที่ 4 | เช้าเดินเล่นตามอัธยาศัย • ไปยังเมือง Naryn เดินเล่นชมเมือง
วันที่ 5 | ไปยังเมือง Bokonbayevo ชมวิถีชีวิตคนท้องถิ่น • ไปยัง Bokonbayevo Village
วันที่ 6 | ชมความสวยงามของผา Skazka Canyon • ชม Jeti Oguz Gorge ไปเมือง เมืองคาราโคล
วันที่ 7 | ชม Sobor Svyatoy Troitsky • สุเหร่าดันแกน • เดินทางผ่านทะเลสาบ อือซิคุล • ชม หอคอยบูราน่า • เดินทางกลับเข้าสู่เมือง Bishkek
วันที่ 8 | อิสระช้อบปิ้ง และเดินทางไปสนามบิน
วันที่ 9 | ถึงกรุงเทพ

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 000,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • พาหนะรับส่งพร้อมคนไทยนำเที่ยว
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

ทริปคีร์กีซสถานที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Day 1

สนามบินสุวรรณภูมิ • Bishkek

09.30 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเช็คอินสายการบิน Air Arabia

12.15 น. ออกเดินทางสู่เมือง Bishkek โดยสายการบิน Air Arabia เที่ยวบินที่ G9824 12.15-15.40 น. เปลี่ยนเครื่องที่ ชาร์จาห์ ต่อด้วย G9351 21.30-03.20 น.

03.20 ถึงสนามบิน เมืองบิชห์เคก (Bishkek) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคีร์กีซสถาน และยังเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชุย โดยมีฉากหลังของเมืองที่สวยงามและมีแม่น้ำชุยที่ไหลผ่านในพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์สำหรับการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

เดินเล่นบริเวณจัตุรัส Pobeda Square เป็นจัตุรัสกลางเมือง ศูนย์กลางธุรกิจ ศาลาว่าการเมือง ธนาคาร ห้างร้านต่างๆ

ชมสวนสาธารณะ Dubovi Park ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมกลางแจ้งซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1984 มีงานแกะสลักคีร์กีซกว่า 200 ชิ้นกระจายอยู่รอบ ๆ พิพิธภัณฑ์ทางอากาศที่มีประติมากรรมเริ่มต้นนับเป็น 93

จัตุรัส Ala Too Square สร้างขึ้นในปี 1984 เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของ Kyrgyz SSR ซึ่งครั้งหนึ่งมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของเลนินวางอยู่ตรงกลางจัตุรัส จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเลนินสแควร์ จนกระทั่งคีร์กีซสถานได้รับอิสรภาพจากสหภาพโซเวียตในปี 2534

พักที่ Bishkek

Day 2

Bishkek • Too Ashuu Pass • Suusamyr Valley • Kyzyl Oi

เดินทางข้าม Töö Ashuu Pass ทางหลวงที่ลัดเลาะไปตามร่องเขา เพื่อไปยัง Suusamyr Valley หุบเขาที่มีความสูง 2,000-2500 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนแนวเขา Suusamyr Too กับ Kyrgyz Ala-Too ส่วนหนึ่งของภูเขาเทียนชาน ซึ่งในช่วงหน้าร้อนจะงดงามด้วยทุ่งดอกไม้มากมาย

เดินทางไปยัง Kyzyl Oi หมู่บ้านแบบชาวคีร์กีซดั้งเดิมบนที่ราบที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง หมู่บ้านคีซีลโอยได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่หนาวที่สุดในประเทศ

พักที่ Kyzyl Oi 

Day 3

Kyzyl Oi • Song Kol Lake

ออกเดินทางจาก Kyzyl Oi ผ่านเส้นทางที่สวยงามไปยัง Song Kol Lake ระหว่างทางชื่นชมกับทัศนยภาพแปลกตา 

ชมทะเลสาบ Song Kol Lake ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศคีร์กีซสถาน ทะเลสาบอยู่บนความสูงประมาณ 3,016 เมตร จากระดับน้ำทะเลมีพื้นที่ประมาณ 278 ตร.กม. ลึกประมาณ 14 เมตร ในช่วงฤดูร้อนรอบๆทะเลสาบจะเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดมากมาย

เย็นนี้ดื่มด่ำชื่นชมกับบรรยากาศที่พักแบบกระโจมริมทะเลสาบ Song Kol 

พักที่ Yurt Camp (ห้องน้ำรวม)

Day 4

Song Kol Lake • Naryn

ตื่นเช้ารับอากาศบริสุทธิ์แห่ง Songkol lake เดินเล่น ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นอำลา Yurt camp เดินทางลงสู่เขตเมือง  

เดินทางไปยังเมือง Naryn ประมาณ 120 กม. เป็นศูนย์กลางของการบริหารในภาคกลางของคีร์กีซสถาน มีประชากรประมาณ 40,000 คน ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการบนเส้นทางคาราวานในปี ค.ศ. 1868

เดินเล่นชมเมืองและมอสที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมโบราณ

พักที่ Naryn

Day 5

Naryn • Bokonbayevo • Eagle Hunting Show• Bokonbayevo Village

เดินทางไปยังเมือง Bokonbayevo (ประมาณ 5 ชม.)

มีหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่สุดทางด้านใต้ของทะเลสาบ Issyk ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนที่ยังคงฝึกนกอินทรีย์ออกล่าเหยื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานเดินทางชมวิถีชีวิตคนท้องถิ่นผู้มีความสามารถในการใช้ นกอินทรีย์ล่าเหยื่อ (Eagle-hunter) โดยจะมีการแสดงวิธีการล่าเหยื่อด้วยวิธีการดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่หาดูได้เพียงไม่กี่แห่งในโลกใบนี้

ไปยัง Bokonbayevo Village หมู่บ้านที่มีการเลี้ยงและผสมพันธุ์ม้า ชมการเลี้ยงม้าของชาวคีร์กีซซึ่งในอดีตเป็นชุมชนเร่ร่อน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ม้าร่วมกับสุนัขในการล่าในชีวิตประจำวัน

พักที่ Bel Tam Yurt Camp

Day 6

Skazka Canyon • Jeti Oguz Seven Bulls Rock • Karakol

ชมความสวยงามของผา Skazka Canyon หรือ Fairy Tale canyon ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ ของทะเลสาบ Issyk-Kul เป็น Canyon ที่มีอายุนับล้านปีที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลม

นำท่าน ชม Jeti Oguz Gorge เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่เกิดจากการกัดเซาะของกองหินตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า ‘Jeti-Oguz’ มีความหมายว่าวัวเจ็ดตัว เนื่องจากมีหินที่มีรูปทรงคล้าย ‘วัวเจ็ดตัว’ (Seven Bulls) เป็นแนวภูเขาหินสีแดงโค้งขึ้นลงเหมือนหลังวัว อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมทางธรรมชาติที่สวยงาม

ออกเดินทางไปยัง เมืองคาราโคล (Karakol) เป็นเมืองที่มีความใหญ่โตเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศรองจากเมือง จาลาล อาบัด โอสห์และบิสห์เค๊ก และอยู่ห่างจากพรมแดนของจีน ประมาณ 150 กม. มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 67,100 คน

คืนนี้พักที่ Karakol

Day 7

Sobor Svyatoy Troitsky • Dungan • Burana Tower • Bishkek

ชม Sobor Svyatoy Troitsky เมื่อเมืองคาราโคลได้กลายเป็นที่ตั้งของกองทหารของพระเจ้าซาร์แห่งอาณาจักรรัสเซียเมื่อปี ค.ศ.1869  ดินแดนแห่งนี้ก็ได้มีการสร้างโบสถ์ขึ้นมาและได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในปี ค.ศ.1889 ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายพร้อมด้วยสิ่งมีชีวิตอีกอย่างมากมาย ต่อมาอีก 6 ปีก็ได้มีการซ่อมแซมบูรณะสิ่งต่างๆจนเสร็จเรียบร้อย และในระหว่างนั้นก็พร้อมด้วยการสร้างโบสถ์ขึ้นมา และได้มีการตกแต่งให้สวยงามจนถึงทุกวันนี้

ชม สุเหร่าดันแกน (Dungan Mosque) เป็นสุเหร่าที่ตั้งอยู่ในเมืองของพวกดันแกนที่ได้อพยพมาอยู่ในบริเวณและได้สร้างชุมชนแห่งนี้ ขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1877 สุเหร่าถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1904 และเสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1907 โดยช่างสถาปนิกของชาวจีนและช่างฝีมืออีก 20 คน การก่อสร้างที่ใช้ประโยชน์ของไม้ทั้งหมดโดยมิได้ใช้ตะปู และยังมีการทาสีที่สดใสสวยงาม สีแดง สีเขียวและสีเหลือง นอกจากนั้นยังมีการวาดภาพดอกไม้ รูปสัตว์ในนิยายมังกรและนกฟีนิกซ์อีกด้วย

เดินทางต่อเลาะเลียบทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในคีร์กีซสถาน อือซิคุลเป็นทะเลสาบในเทือกเขาเทียนชาน ลึกเป็นอันดับที่ 7 และใหญ่เป็นอันดับที่ 10 ของโลกตามปริมาตร และเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองรองจากทะเลแคสเปียน อือซึก-เกิลแปลว่า ทะเลสาบอุ่น ในภาษาคีร์กีซ แม้ว่าจะล้อมรอบด้วยยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ แต่ก็ไม่เคยเป็นน้ำแข็ง

ชม หอคอยบูราน่า (Burana Tower) ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 ให้เป็นหอมินาเร่ท์ โดยข่านเนทแห่งคาราข่านนิดส์ ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวที่ถูกสร้างขึ้นในเอเชียกลาง ซึ่งต่อมาในราวศตวรรษที่ 15 ได้เกิดแผ่นดินไหวจึงทำให้ส่วนสูงลดลงมาเหลือเพียงประมาณ 35 เมตร

เดินทางกลับเข้าสู่เมือง Bishkek เมืองหลวงของสาธารณรัฐคีร์กีซ ตั้งอยู่ในเทือกเขา Tien Shan ตัวเมืองวางผังแบบตาราง มีถนนกว้างขนาบข้างด้วยคลองชลประทานและต้นไม้ขนาดใหญ่ อาคารที่มีอาคารหินอ่อนและอาคารอพาร์ตเมนต์ถูกสร้างในสมัยโซเวียตปกครอง

พักที่ Bishkek 

Day 8

Free Shopping • Bangkok

อิสระช้อบปิ้งในตลาดท้องถิ่นของเมือง Bishkek ที่มีสินค้าอันหลากหลายไม่ว่าจะเป็นผลไม้แห้งเป็นถั่วนัตหรือเป็นหัตถกรรมพื้นเมืองรวมถึงหมวกตามแบบสไตล์ของชาว nomad

13.00 น. เดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Air Arabia เที่ยวบิน G9333 15.40-17.40 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ ชาร์จาห์ ต่อด้วย เที่ยวบินที่ G9821 22.25-07.50

Day 9

Bangkok

07.50 น. ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
09-Sep 2024 North America

ทัวร์แคนาดา • Rocky • Niagara

Canada
Rocky • Niagara

Vancouver • Stanley Park • Calgary • Emerald Lake • Lake louise • Moraine Lake • Peyto Lake และ Herbert Lake • ขึ้นกระเช้า Jasper Tramway • Athabasca Falls • น้ำตก Sunwapta • ทุ่งน้ำแข็ง Columbia Icefield Skywalk • Banff Gondol • Niagara on the lake • ล่องเรือ • ช้อปปิ้ง Outlet 

 

วันที่จัดทริป

6 – 15 ตุลาคม 2024

Highlight
ไฮไลท์ทริป
  • ชม Stanley Park
  • บินสู่เมือง Calgary
  • Emerald Lake ทะเลสาบน้ำสีเขียวมรกต
  • Lake Louise ทะเลสาบที่โด่งดังแห่งเทือกเขา Rocky
  • Moraine Lake
  • ทะเลสาบ Peyto Lake
  • Herbert Lake
  • Pyramid Lake
  • ขึ้นกระเช้า Jasper Tramway
  • Columbia Icefields
  • ทะเลสาบ Minnewanka
  • น้ำตกไนแอการา
  • ล่องเรือ Hornblower
short brief
สรุปย่อทัวร์แคนาดา (บินภายในประเทศ)

วันที่ 1 |พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางสู่เมืองแวนคูเวอร์ สายการบิน EVA AIR
วันที่ 2 | ชมสวนสาธารณะ Stanley Park • เที่ยวชมเมือง Vancouver • Fly to Calgary
วันที่ 3 | Canmore • Emerald Lake • Lake Louise
วันที่ 4 | ทะเลสาบ Moraine Lake • ชมทะเลสาบ Peyto Lake และ Herbert Lake • เดินทางไปเมือง Jasper
วันที่ 5 | ทะเลสาบ Pyramid Lake • ทะเลสาบ Maligne Lake • ขึ้นกระเช้าชมวิว Jasper Tramway
วันที่ 6 | Athabasca Falls • น้ำตก Sunwapta • ทุ่งน้ำแข็ง Columbia Icefield Skywalk • Glacier Adventure • ชมโค้ง Morant’s Curve • Banff
วันที่ 7 | ขึ้น Banff Gondola • ชมทะเลสาบ Minewanka Lake • เดินทางกลับ Calgary • บินไป Toronto
วันที่ 8 | Niagara on the lake • Niagara • ล่องเรือ Horn Blower ชมน้ำตกไนแอการา
วันที่ 9 | ช้อปปิ้ง Outlet • ไปสนามบิน กลับกรุงเทพ
วันที่ 10 | ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ (เวลาข้าม Timezone)

Trip Summarize
ค่าใช้จ่ายทริป

ค่าใช้จ่ายทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ 139,000 บาท (กรุ๊ปละ 6-12 ท่าน)

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า
  • Driver Guide คนไทย (รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของไดร์เวอร์ไกด์หมดแล้ว)
  • ยานพาหนะ ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าทำวีซ่า 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 2,000,000 บาท
ไม่รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าแปลเอกสารทำวีซ่า (ถ้ามี)

เป็นไปตามพรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

  • ยกเลิกการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าทัวร์ โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าตั๋ว,ค่าวีซ่า,ค่ามัดจำโรงแรม ที่เรียกคืนไม่ได้
  • ยกเลิกการเดินทาง ก่อนเดินทาง 15-29 วัน ยึดเงิน 50% จากยอดที่ลูกค้าชำระมา ที่เหลืออีก 50% หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกการเดินทาง น้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินทั้งหมด
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการหรือเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (รวมถึงการขอวีซ่า) ทั้งไทยและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางบริษัทหรือหัวหน้าทัวร์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ทั้งสิ้น

what is roadtrip
ข้อจำกัด Road Trip
  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว

ทริป แคนาดา ที่ผ่านมา

โปรแกรมเต็ม (ยาวๆ)

Day 1

สนามบินสุวรรณภูมิ

13.30 น. พบกันที่เคาน์เตอร์สายการบิน Eva Air เพื่อเดินทางสู่เมืองแวนคูเวอร์โดยเที่ยวบิน BR68 ออกเดินทางเวลา 16.45 น. ถึงไทเป เวลา 21.30 น. แวะเปลี่ยนเครื่อง จากนั้นต่อเที่ยวบิน BR10 ออกเดินทางเวลา 23.40 น. ถึงแวนคูเวอร์เวลา 19.25 น.

Day 2

Stanley Park • Vancouver • Fly to Calgary

ชม Stanley Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองแวนคูเวอร์ ล้อมรอบไปด้วย Burrard Inlet และ English Bay อันเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญของแคนาดา โดยโอเอซิสสีเขียวแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับชาวเมืองและนักท่องเที่ยว ท่ามกลางภูมิทัศน์เมืองที่มีความหนาแน่น

เดินทางไปสนามบิน เพื่อบินต่อไปเมือง Calgary โดยสายการบินภายในประเทศ

เมืองคาลการีเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กสิกรรม และการท่องเที่ยว ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคนาดา เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดอันดับ 2 ในแคนาดา มีประชากรมากกว่า 150 เชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาร็อกกี้ จึงสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้งมากมายตลอดทั้งปี

พักที่ Calgary

Day 3

Canmore • Emerald Lake • Lake louise

ออกเดินทางจาก Calgary ไปยังเมือง Canmore เมืองเล็กๆในบรรยากาศ สบายๆ แวะพักเมื่อยจากการเดินทางด้วยร้านขายของฝาก ของที่ระลึกในราคาไม่แพง 

ชม Emerald Lake ทะเลสาบน้ำสีเขียวมรกต เกิดจากธารน้ำแข็งละลายบนเทือกเขา President Range, Mount Burgess และ Wapta Mountain ผสมกับแร่ธาตุไลม์สโตน เกิดเป็นสีสันอันงดงาม ชวนมอง

ชม Lake Louise ทะเลสาบที่โด่งดังแห่งเทือกเขา Rocky ในแคนาดา ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ รัฐแอลเบอร์ตา ทะเลสาบแห่งนี้มีสีฟ้างดงาม ค้นพบโดยนักสำรวจ Tom Willson ในปี 1882 และตั้งชื่อตามพระนามพระราชธิดาในสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย

คืนนี้พักที่ Lake Louise

Day 4

Moraine Lake • Peyto Lake และ Herbert Lake • Jasper

ชม Moraine Lake ตั้งอยู่ในหุบเขา Valley of the Ten Peaks ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงในแคนาดา ภาพทะเลสาบแห่งนี้มักปรากฎในของที่ระลึกต่างๆ เช่น โปสการ์ด ปฏิทิน และโฆษณา

ชมทะเลสาบ Peyto Lake ทะเลสาบสีฟ้าน้ำนม (Glacier Milk) ติดอันดับ 1 ใน 5 ของแคนาดา เกิดจากดินร่วนปนทรายและแร่ธาตุจากธารน้ำแข็ง เมื่อหน้าร้อนมาเยือน ดินทรายและแร่ธาตุเหล่านี้จะละลายลงมาในทะเลสาบ ทำให้น้ำมีสีฟ้าสดใส

ชม Herbert Lake ทะเลสาบขนาดใหญ่ ยาว 10 กิโลเมตร กว้าง 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามของภูเขาและป่าไม้ น้ำทะเลสาบมีความลึกเฉลี่ย 30 เมตร และลึกที่สุด 80 เมตร

เดินทางสู่เมือง Jasper เมืองที่มีขนาดเล็กกว่า Banff อยู่ทางตะวันตกของ Alberta ของแคนาดา เป็นเมืองขนาดเล็ก บรรยากาศสบาย  มีร้านค้า ร้านขายของฝาก และโบสถ์เล็กๆ ประจำเมือง เหมาะกับการเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ

คืนนี้พักที่เมือง Jasper

Day 5

Pyramid Lake • Maligne Lake • Jasper Tamway

ชมความงามของ Pyramid Lake ทะเลสาบที่น้ำใสราวกระจก สะท้อนเงาภูเขาชัดเจน จากนั้นเดินทางไปชม Patricia Lake ทะเลสาบที่ตั้งชื่อตามเจ้าหญิง Patricia แห่ง Connaught หลานสาวของ Queen Victoria

ชม Maligne Lake ทะเลสาบที่มีคนไปถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก น้ำในทะเลสาบสีเขียวมรกตเงียบสงบนิ่ง สะท้อนฉากหลังที่เป็นภูเขาสูงชันรอบทิศทาง รวมถึงเกาะ Spirit Island อันเป็นสัญลักษณ์ของทะเลสาบแห่งนี้

ขึ้นกระเช้า Jasper Tramway เพื่อสัมผัสกับเทือกเขาร๊อคกี้ในมุมสูง เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ ที่ไม่ค