นามิเบีย ซิมบับเว แซมเบียร์ บอสวาน่า
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
- น้ำตกวิคตอเรียและสระปีศาจ
พาไปยืนฟังเสียงคำรามของม่านน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ แล้วแช่น้ำริมหน้าผาวัดใจ ที่จะกลายเป็นความทรงจำไปตลอดชีวิต - อุทยานแห่งชาติโชเบ
นั่งรถรับลมชมชีวิตสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด ทั้งฝูงช้างและสิงโต ให้เราได้กลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่แท้จริงอีกครั้ง - แซนด์วิชฮาร์เบอร์
ชมความมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ ในจุดที่ผืนทะเลทรายสีทองทอดตัวลงสู่อ้อมกอดของมหาสมุทรแอตแลนติกแบบไร้รอยต่อ - ทะเลทรายซอสซุสไฟล์และดูน 45
ทิ้งรอยเท้าบนเนินทรายสีแดงสดที่สวยที่สุดในโลก แล้วปล่อยใจไปกับความเงียบสงบของซากต้นไม้โบราณ - เมืองร้างโคลมันสคอป
เดินสำรวจอดีตเมืองเหมืองเพชรที่ถูกกาลเวลาและผืนทรายกลืนกิน จนกลายเป็นความงามที่ดูลึกลับและมีเสน่ห์ - อ่าววาลวิสเบย์
แวะทักทายฝูงนกฟลามิงโกสีชมพูนับพันตัวที่เดินเล่นริมชายฝั่ง เป็นภาพความน่ารักที่ช่วยฮีลใจจากการเดินทางได้ดีเยี่ยม
สรุปแผนเดินทาง
วันที่ 1: ประเทศไทย → วิคตอเรียฟอลล์
ออกเดินทางจากประเทศไทย มุ่งหน้าสู่ วิคตอเรียฟอลล์
วันที่ 2: วิคตอเรียฟอลล์, ซิมบับเว
เดินทางถึงสนามบิน VFA จากนั้นเที่ยวชม น้ำตกวิคตอเรียฝั่งซิมบับเว หนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ช่วงเย็นล่องเรือ Sun Downer Cruise ชมพระอาทิตย์ตกเหนือสายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของแอฟริกา
พัก: KolmanskopTown
วันที่ 3: โชเบ, บอตสวานา
ออกเดินทางแบบ Day Trip สู่อุทยานแห่งชาติ โชเบ (Chobe National Park) ประเทศบอตสวานา
ทำกิจกรรม Game Drive ชมสัตว์ป่าในถิ่นอาศัยธรรมชาติ เช่น ช้าง สิงโต ควายป่า และสัตว์ซาฟารีหลากหลายชนิด
พัก: Victoria Falls Town
วันที่ 4: วิคตอเรียฟอลล์, แซมเบีย
ข้ามพรมแดนสู่ประเทศแซมเบีย เพื่อชม วิคตอเรียฟอลล์ จากอีกมุมหนึ่ง
สัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำที่ Devil’s Pool จุดธรรมชาติสุดตื่นเต้นริมหน้าผาน้ำตก พร้อมชม Armchair Falls และ Eastern Cataract
พัก: Victoria Falls Town
วันที่ 5: วินด์ฮุก → Spitzkoppe
บินกลับสู่กรุง วินด์ฮุก (Windhoek) ประเทศนามิเบีย
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง Spitzkoppe ชมภูเขาหินแกรนิตรูปร่างโดดเด่นกลางทะเลทราย หนึ่งในแลนด์มาร์กธรรมชาติที่งดงามของนามิเบีย
วันที่ 6: Moon Valley → Swakopmund → Walvis Bay
เที่ยวชม Moon Valley หุบเขาพระจันทร์ที่มีภูมิประเทศแปลกตาคล้ายพื้นผิวต่างดาว
ชมต้น Welwitschia mirabilis พืชทะเลทรายโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ของนามิเบีย
จากนั้นสำรวจเมืองชายฝั่ง Swakopmund ก่อนเดินทางต่อสู่ Walvis Bay
พัก: Walvis Bay
วันที่ 7: Walvis Bay → Sandwich Harbour → Sossusvlei
ชมฝูงฟลามิงโกบริเวณ Walvis Bay เมืองชายฝั่งที่มีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์
จากนั้นผจญภัยสู่ Sandwich Harbour จุดที่เนินทรายสูงตระหง่านมาบรรจบกับมหาสมุทรแอตแลนติก
เดินทางต่อสู่เขต Namib-Naukluft National Park
พัก: Sossusvlei
วันที่ 8: Sossusvlei, นามิเบีย
เที่ยวชมอุทยาน Sossusvlei ไฮไลต์สำคัญของทะเลทรายนามิบ
ปีนเนินทรายชื่อดังอย่าง Big Daddy, Big Mama และ Dune 45 พร้อมชมภูมิประเทศทะเลทรายสีส้มอันกว้างใหญ่
แวะชมต้นไม้โบราณกลางทะเลทราย หนึ่งในภาพจำสุดคลาสสิกของนามิเบีย
วันที่ 9: Kolmanskop → Lüderitz
เดินทางสู่เมืองร้าง Kolmanskop อดีตเมืองเหมืองเพชรที่เคยรุ่งเรือง ก่อนถูกทรายทะเลทรายค่อย ๆ กลืนกิน
ชมอาคารเก่าแก่ที่ถูกปกคลุมด้วยทราย ให้บรรยากาศลึกลับและสวยงามไม่เหมือนที่ใด
จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองชายฝั่ง Lüderitz
พัก: Lüderitz
วันที่ 10: Lüderitz → วินด์ฮุก
ออกเดินทางจาก Lüderitz กลับสู่กรุง วินด์ฮุก
พักผ่อนระหว่างทาง และชมภูมิประเทศกว้างใหญ่ของนามิเบีย
วันที่ 11: วินด์ฮุก → สนามบิน
ช่วงเช้าเดินเล่นชมเมือง วินด์ฮุก เมืองหลวงของนามิเบีย
จากนั้นเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเช็คอินเที่ยวบินกลับประเทศไทย
วันที่ 12: ประเทศไทย
เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากน้ำตกวิคตอเรีย ซาฟารีบอตสวานา และทะเลทรายนามิเบีย
การจองทริป
ค่าทริป
- สอบถามทีมงาน
ราคานี้รวม
- รถ 9 ที่นั่ง สำหรับคณะ 6 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
- ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
- โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
- ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)
ราคานี้ไม่รวม
- ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
- อาหารกลางวันและเย็น
- ค่าวีซ่า
จองทริป/สอบถาม
- คุณลานนี่
- Tel: 089-478-9334
- Line OA: @painaima
- Email: painaima@gmail.com
- จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม
วันที่ 1: ออกเดินทางจากประเทศไทยสู่วิคตอเรียฟอลส์
เดินทางระหว่างประเทศ ใช้เวลารวมประมาณ 15–20 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับไฟลต์และเวลาต่อเครื่อง เพื่อมุ่งหน้าสู่เมือง วิคตอเรียฟอลส์ ประตูสู่หนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ที่พัก: บนเครื่องบิน / ตามไฟลต์เดินทาง
วันที่ 2: วิคตอเรียฟอลส์ ฝั่งซิมบับเว
ถึงสนามบิน Victoria Falls (VFA) เวลา 12.10 น. จากนั้นเดินทางเข้าเมืองประมาณ 20–30 นาที
ชมน้ำตกวิคตอเรียฝั่งซิมบับเว ซึ่งเป็นฝั่งที่เห็นแนวน้ำตกได้กว้างและอลังการที่สุด น้ำตกแห่งนี้ชาวท้องถิ่นเรียกว่า “Mosi-oa-Tunya” แปลว่า “ควันที่ส่งเสียงคำราม” และ เดวิด ลิฟวิงสโตน เป็นชาวยุโรปคนแรกที่บันทึกการค้นพบในปี 1855
ช่วงเย็นล่องเรือ Sun Downer Cruise บนแม่น้ำแซมเบซี ชมพระอาทิตย์ตกและบรรยากาศแม่น้ำสายสำคัญของแอฟริกา
ที่พัก: KolmanskopTown
วันที่ 3: อุทยานแห่งชาติโชเบ, บอตสวานา
เดินทางแบบ Day Trip ข้ามพรมแดนไปอุทยานแห่งชาติ โชเบ ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงต่อเที่ยว จากวิคตอเรียฟอลส์
โชเบมีชื่อเสียงเรื่องประชากรช้างจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกา เหมาะสำหรับ Game Drive ส่องสัตว์อย่างช้าง สิงโต ควายป่า และสัตว์ซาฟารีอื่น ๆ โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำโชเบที่อุดมสมบูรณ์
ที่พัก: Victoria Falls Town
วันที่ 4: วิคตอเรียฟอลส์ ฝั่งแซมเบีย
ข้ามพรมแดนสู่แซมเบีย ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 1–2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
ชมน้ำตกวิคตอเรียจากอีกมุมหนึ่ง ซึ่งใกล้ชิดกับสายน้ำและหน้าผามากกว่า จุดเด่นคือ Devil’s Pool สระธรรมชาติริมผาน้ำตกที่เปิดให้ลงเล่นได้ตามฤดูกาล
รวมถึงจุดชม Armchair Falls และ Eastern Cataract ซึ่งเผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ของหน้าผาหินบะซอลต์ที่เกิดจากการกัดเซาะยาวนานนับล้านปี
ที่พัก: Victoria Falls Town
วันที่ 5: บินสู่วินด์ฮุก – เดินทางต่อสู่ Spitzkoppe
บินกลับสู่ วินด์ฮุก จากนั้นเดินทางทางรถต่อไปยัง Spitzkoppe ระยะทางประมาณ 280–320 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4–5 ชั่วโมง
พื้นที่นี้โดดเด่นด้วยภูเขาหินแกรนิตขนาดมหึมากลางภูมิประเทศแห้งแล้ง จนได้รับฉายาว่า “Matterhorn of Namibia” และยังมีภาพเขียนสีบนหินของชนพื้นเมืองซานในบางจุด
ที่พัก: Spitzkoppe
วันที่ 6: Moon Valley – Welwitschia – Swakopmund – Walvis Bay
เดินทางจาก Spitzkoppe ผ่าน Moon Valley และต้น Welwitschia ไปยัง Swakopmund และพักที่ Walvis Bay รวมระยะทางประมาณ 250–350 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4–6 ชั่วโมง
แวะชม Moon Valley ภูมิประเทศขรุขระแปลกตาราวพื้นผิวดวงจันทร์ และชม Welwitschia mirabilis พืชโบราณหายากที่อาจมีอายุหลายร้อยถึงกว่าพันปี
ก่อนสำรวจ Swakopmund เมืองชายฝั่งบรรยากาศยุโรปยุคอาณานิคมเยอรมัน
ที่พัก: วาลวิสเบย์ นามิเบีย
วันที่ 7: Walvis Bay – Sandwich Harbour – Namib-Naukluft
ช่วงเช้าสำรวจอ่าว Walvis Bay ชมฝูงนกฟลามิงโกสีชมพูซึ่งมักรวมตัวตามพื้นที่ชุ่มน้ำ
จากนั้นผจญภัยที่ Sandwich Harbour จุดเด่นของนามิเบียที่เนินทรายสูงไหลจรดมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นภูมิทัศน์ที่โด่งดังและเข้าถึงได้ด้วยรถ 4×4
ก่อนเดินทางต่อสู่เขต Namib-Naukluft / Sossusvlei ระยะทางประมาณ 300–350 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 5–6 ชั่วโมง
ที่พัก: Sossusvlei
วันที่ 8: Sossusvlei – Big Daddy – Big Mama – Dune 45
สำรวจอุทยาน ซอสซุสไฟล์ หนึ่งในไฮไลต์ของทะเลทรายนามิบ ซึ่งเป็นทะเลทรายเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ชมและปีนเนินทรายชื่อดัง เช่น Big Daddy, Big Mama รวมถึง Dune 45 ที่มีสันทรายสีแดงสวยโดดเด่น โดยสีแดงเกิดจากการสะสมของแร่เหล็กในเม็ดทรายเป็นเวลายาวนาน
นอกจากนี้ยังชมต้นไม้แห้งโบราณในพื้นที่ Deadvlei ซึ่งกลายเป็นภาพจำของนามิเบีย
ที่พัก: Sossusvlei
วันที่ 9: Sossusvlei – Kolmanskop – Lüderitz
เดินทางไปยังเมืองร้าง Kolmanskop ระยะทางประมาณ 500–520 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6–7 ชั่วโมง
เมืองนี้เคยรุ่งเรืองจากการทำเหมืองเพชรในต้นศตวรรษที่ 20 ภายใต้อิทธิพลเยอรมัน ก่อนถูกทิ้งร้างเมื่อทรัพยากรลดลง และทรายจากทะเลทรายค่อย ๆ กลืนอาคารจนกลายเป็นสถานที่ถ่ายภาพชื่อดัง
จากนั้นเข้าพักที่เมืองชายฝั่ง Lüderitz
ที่พัก: Lüderitz
วันที่ 10: Lüderitz – Windhoek
เดินทางกลับกรุง วินด์ฮุก ระยะทางประมาณ 680–700 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–9 ชั่วโมง
เหมาะเป็นวันเดินทางยาวเพื่อกลับเข้าสู่เมืองหลวงของนามิเบีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและวัฒนธรรมของประเทศ
ที่พัก: Windhoek
วันที่ 11: เที่ยววินด์ฮุก – เดินทางสู่สนามบิน
ช่วงเช้าเดินเล่นในเมือง วินด์ฮุก สามารถชมบรรยากาศเมืองที่ผสมผสานระหว่างแอฟริกันและยุโรป
จากนั้นเดินทางสู่สนามบิน ใช้เวลาประมาณ 40–50 นาที เพื่อเตรียมตัวบินกลับประเทศไทย
ที่พัก: บนเครื่องบิน
วันที่ 12: เดินทางถึงประเทศไทย
เดินทางถึงไทยโดยสวัสดิภาพ
สิ้นสุดทริปแอฟริกาตอนใต้ที่รวมทั้งธรรมชาติ น้ำตก ซาฟารี ทะเลทราย และเมืองร้างประวัติศาสตร์
นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
เงื่อนไขการยกเลิกทริป