Categories
Trip-Hightlight 12 China

เขาไกรลาส จุดหมายแห่งศรัทธา (11 วัน มีเทรครอบเขา)

เขาไกรลาส จุดหมายแห่งศรัทธา (11 วัน มีเทรครอบเขา)
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • บินข้ามเทือกเขาหิมะสู่ลาซา เมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,600 เมตร แค่ก้าวแรกก็รู้สึกได้ว่าโลกใบนี้ต่างออกไป
  • ยืนตรงหน้าพระราชวังโปตาลา สัมผัสความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีภาพถ่ายไหนถ่ายทอดได้ครบ แล้วเดินทักษิณาวัตรที่ถนนแปดเหลี่ยมท่ามกลางชาวทิเบตที่หมุนกงล้อสวดมนต์ไปตลอดทาง
  • ทะเลสาบยัมดร็อก สีเทอร์ควอยซ์ที่ตัดกับยอดหิมะ — หนึ่งในวิวที่สวยที่สุดที่เคยเห็นมาในชีวิต
  • ธารน้ำแข็งกาโรลาและเจดีย์คุมบุมที่ชิกาเซ่ สองสิ่งที่อยู่ห่างกันแค่ไม่กี่กิโลเมตร แต่ทำให้หัวใจหยุดนิ่งได้พร้อมกัน
  • วัดตาชิหลุนโปและวัดซากยา บทเรียนประวัติศาสตร์ทิเบตที่ไม่มีในหนังสือเรียนเล่มไหน
  • Everest Base Camp — ยืนอยู่ตรงนั้น มองยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกแบบพาโนรามา ความรู้สึกมันเกินคำบรรยาย
  • ทะเลสาบมานาสโรวาร์ ทะเลสาบน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก นั่งเงียบๆ ริมน้ำแล้วรู้สึกว่าจิตใจมันล้างสะอาดจริงๆ
  • เดินเท้า 3 วันรอบเขาไกรลาส (Kora) ข้ามช่องเขาดอลมา-ลา ทดสอบทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ทุกก้าวคือประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม
  • อาณาจักรกู่เก้อ นครถ้ำสีทองกลางหุบเขาดิน ดินแดนที่เคยรุ่งเรืองแล้วหายไป รู้สึกเหมือนได้ค้นพบความลับที่โลกลืมไปแล้ว

การเดินทาง

  • เราจะเดินทางด้วยรถ SUV หรือ รถ Minibus (ขึ้นกับจำนวนสมาชิกทริป)
  • โรงแรมระหว่างทาง(เมืองใหญ่จะเป็น 4 ดาว) และบินเส้นทางเทรค จะเป็นแค่โรงเตี้ยมเล็กๆ พอให้ซุกหัวนอน)
  • สายการบิน เราจะเดินทางโดย สายการบิน China Eastern Airlines บินไปยังเมืองลาซา โดยมีการเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ทั้งไปและกลับ และมีบินภายใน จากอารี-ลาซา 1 ขา

    การเดินเทรค
    การเดินเทรคเส้นทางในทิเบตจากลาซาสู่ไกรลาสและอาณาจักรกู่เก้อเป็นการผจญภัยที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการเดินเทรคในระดับความสูงสูงเช่นนี้ จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวทั้งร่างกายและอุปกรณ์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากได้

    1. การเตรียมร่างกาย
    การฝึกฝน:
    ฝึกเดินในที่สูง: ควรฝึกเดินในภูเขาหรือที่สูงเพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับการขาดออกซิเจนและการเดินในเส้นทางที่สูงชัน. หากไม่สามารถฝึกในที่สูงได้ การเดินขึ้นบันไดหรือเดินในเส้นทางที่มีความชันก็เป็นการเตรียมตัวที่ดี.
    การฝึกความแข็งแรง: ฝึกการเดินเป็นระยะเวลานาน ๆ และการยกน้ำหนักเพื่อสร้างความแข็งแรงของขาและกล้ามเนื้อแกนกลาง.
    ฝึกการหายใจ: การฝึกหายใจลึก ๆ และการฝึกหายใจอย่างมีสติจะช่วยให้สามารถรับมือกับความสูงได้ดีขึ้น.

    การปรับสภาพร่างกาย:

  • การเดินในระดับความสูงสูง ๆ เช่นในทิเบตอาจทำให้เกิดอาการ AMS (Acute Mountain Sickness) หรือการเจ็บป่วยจากการขาดออกซิเจน, ควรให้เวลาในการปรับตัวที่เมืองลาซาก่อนเริ่มเดินทางจริง. ควรเดินเล่นหรือออกกำลังกายในพื้นที่ระดับสูงเพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น.

    2. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
    การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการเดินเทรคเส้นทางนี้ เพราะอุปกรณ์ที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถเดินได้สะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีลมแรง

    อุปกรณ์เสื้อผ้า

  • เสื้อผ้าชั้นใน (Base Layer):
  • เสื้อผ้ากันเหงื่อ (เช่น
  • เสื้อผ้าสังเคราะห์หรือผ้า Merino wool): ควรเลือก
    • เสื้อผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดีเพื่อไม่ให้ร่างกายเย็น.
      กางเกงชั้นในที่ระบายเหงื่อ: เลือกกางเกงที่ทำจากวัสดุที่แห้งเร็ว เช่น ผ้า Merino wool หรือเส้นใยสังเคราะห์.
      เสื้อผ้าระดับกลาง (Mid Layer):
      เสื้อกันหนาว (Fleece หรือ Down): เสื้อที่สามารถให้ความอบอุ่นและยังคงระบายความชื้นได้ดี.
      กางเกงกันหนาว: เลือกกางเกงที่สามารถป้องกันความหนาวเย็นจากลมและหิมะได้.
      เสื้อผ้าชั้นนอก (Outer Layer):
      แจ็คเก็ตกันลมและกันฝน (Waterproof & Windproof Jacket): ควรมีเสื้อกันลมที่สามารถป้องกันความหนาวเย็นและฝนได้.
      กางเกงกันน้ำ: ควรเลือกกางเกงที่สามารถกันน้ำได้และทนต่อการเดินในพื้นที่ที่มีความชื้น.
      ถุงมือ:
      ถุงมือกันหนาว: ควรมีถุงมือที่ทนต่อความหนาวเย็น และเลือกถุงมือที่เหมาะสำหรับการเดินในพื้นที่สูง
      ถุงมือกันน้ำ: ใช้เมื่อจำเป็นเมื่อเดินผ่านพื้นที่ที่มีหิมะหรือฝนตก
      หมวก:
      หมวกปีกกว้าง: สำหรับป้องกันแสงแดดในตอนกลางวัน.
      หมวกกันหนาว: ควรมีหมวกที่สามารถป้องกันความหนาวในตอนเช้าหรือเย็น.
      รองเท้าเดินป่า (Trekking Boots):
      ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินในภูเขาและสามารถรับมือกับสภาพถนนที่ไม่เรียบได้. ควรเลือกแบบที่กันน้ำ, มีการยึดเกาะที่ดี และรองรับแรงกระแทกได้ดี.

อุปกรณ์สำหรับการเดินทาง

  • เป้เดินป่า (Backpack):
    ควรเลือกเป้ที่มีขนาดพอเหมาะสำหรับการเดินในระยะยาว โดยมีช่องเก็บของและระบบระบายอากาศเพื่อให้สะดวกในการเดิน.
    เป้สำรอง: สำหรับการเดินในเส้นทาง Kora ควรเตรียมเป้เล็กสำหรับใส่สิ่งของจำเป็นระหว่างเดิน.
  • กระติกน้ำและระบบกรองน้ำ:
    กระติกน้ำที่สามารถเก็บน้ำได้เพียงพอสำหรับการเดินหลายชั่วโมง.

อุปกรณ์การปฐมพยาบาล:

  • ยาประจำตัว (หากมี)
  • ยาแก้ปวด, ยาสำหรับการปรับสภาพร่างกายที่สูง เช่น Diamox (ใช้ป้องกัน AMS)
  • พลาสเตอร์, ผ้าพันแผล, ยาฆ่าเชื้อ, และอุปกรณ์อื่น ๆ ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น.
  • ไฟฉาย/headlamp:
    ไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่สำรองเพื่อใช้ในยามค่ำคืน
  • เครื่องมือสื่อสาร:
    โทรศัพท์มือถือ (ถ้ามีสัญญาณ) หรือเครื่องวิทยุที่สามารถติดต่อกับทีมได้ในกรณีฉุกเฉิน.
    อุปกรณ์เพิ่มเติม:
  • แว่นกันแดด (ระดับ UV สูง)
  • ครีมกันแดดและลิปบาล์ม (ป้องกันการไหม้จากแดดที่ระดับสูง)
  • ชุดอุปกรณ์ถ่ายภาพ (หากต้องการบันทึกทริป)

    3. การปฏิบัติในพื้นที่สูง (การดูแลตัวเอง)

  • การปรับตัว: ให้เวลากับการปรับสภาพร่างกายที่ลาซาเพื่อให้สามารถรับมือกับการเดินในพื้นที่สูงได้.
    การพักผ่อน: หยุดพักให้บ่อยๆ ในระหว่างการเดิน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและปรับตัว.
    การดื่มน้ำและรับประทานอาหาร: ควรดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

    4. เคล็ดลับในการเดินรอบเขาไกรลาส
    การเดินในระดับสูง: ระดับความสูงในเส้นทาง Kora สูงถึง 5,636 เมตร การเดินในเส้นทางนี้ต้องใช้พละกำลังและศรัทธา ควรเดินอย่างช้า ๆ และไม่เร่งรีบ.
    การข้ามช่องเขาดอลมา-ลา: นี่เป็นจุดที่สูงที่สุดในเส้นทาง Kora และถือเป็นการทดสอบศรัทธาและความแข็งแกร่ง. ควรตั้งใจและมีกำลังใจดี

สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา
บินสู่ลาซา แวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง พักผ่อนปรับสภาพร่างกายเพื่อเตรียมตัวบนที่สูง

วันที่ 2: ลาซา
เที่ยวชมพระราชวังโปตาลา สักการะวัดโจคัง และเดินถนนแปดเหลี่ยมใจกลางเมืองเก่าทิเบต

วันที่ 3: ลาซา – ชิกาเซ่
ชมทะเลสาบยัมดร็อก ธารน้ำแข็งกาโรลา และแวะวัดไปจู่พร้อมเจดีย์คุมบุมอันโดดเด่น

วันที่ 4: ชิกาเซ่ – ทิงริ
เยี่ยมชมวัดตาชิหลุนโปและวัดซากยา ก่อนเดินทางสู่ทิงริ ประตูสู่เอเวอเรสต์

วันที่ 5: ทิงริ – Everest Base Camp – ซากา
ชมวิวเอเวอเรสต์แบบพาโนรามาที่ EBC และวัดรองบุก ก่อนเดินทางต่อผ่านทะเลสาบเปกูสู่ซากา

วันที่ 6: ซากา – ดาร์เชน
เดินทางสู่ดาร์เชน จุดเริ่มต้นรอบเขาไกรลาส พร้อมแวะทะเลสาบมานาสโรวาร์และกงจูโช

วันที่ 7: ดาร์เชน – วัดเดียปุก
เริ่ม Trekking Kora วันแรก เดินเส้นทางทิศตะวันตก และพักที่วัดเดียปุกพร้อมวิวไกรลาสด้านเหนือ

วันที่ 8: วัดเดียปุก – ซุลท์ริปุก
เดินข้ามดอลมา-ลา จุดสูงสุดของเส้นทาง ท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขาหิมะอันยิ่งใหญ่

วันที่ 9: ซุลท์ริปุก – ดาร์เชน
เดินช่วงสุดท้ายของ Kora กลับสู่ดาร์เชน และพักผ่อนหลังจบภารกิจแสวงบุญรอบเขาไกรลาส

วันที่ 10: ดาร์เชน – กู่เก้อ – อาลี
สำรวจวัดโทหลิงและซากอาณาจักรกู่เก้อ ก่อนเดินทางต่อสู่เมืองอาลี

วันที่ 11: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ
บินออกจากอาลีกลับลาซาและต่อเครื่องสู่กรุงเทพฯ ปิดท้ายการเดินทางสุดประทับใจ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ SUV หรือ minibus ตามจำนวนผู้ร่วมเดินทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว ในเมือง และที่พักสไตล์โรงเตี้ยม ระหว่างเดินเทร 2 คืน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ค่าใบอนุญาติพิเศษ
  • ไกด์นำทางชาวธิเบต
  • จามรีแบกของส่วนกลาง
  • ประกันการเดินทาง

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ลูกหาบ และม้า
  • Oxygen กระป๋อง
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Day 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา

เดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ แวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ก่อนถึงลาซา เมืองหลวงแห่งทิเบตที่ตั้งอยู่สูงราว 3,656 เมตร ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 6–9 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับไฟลท์ วันนี้เหมาะสำหรับพักผ่อนและปรับสภาพร่างกายให้คุ้นกับระดับความสูง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางบนที่ราบสูงทิเบต

ที่พัก: ลาซา

Day 2: ลาซา

เที่ยวชม พระราชวังโปตาลา สัญลักษณ์สำคัญของทิเบต อดีตเคยเป็นทั้งพระราชวังและศูนย์กลางการปกครองขององค์ดาไลลามะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบนเนินเขาแดง จากนั้นสักการะพระพุทธรูปโจโวอันศักดิ์สิทธิ์ที่วัดโจคัง ซึ่งถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดของชาวทิเบต แล้วเดินชมถนนแปดเหลี่ยม Barkhor เส้นทางแสวงบุญเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศศรัทธา

ที่พัก: ลาซา

Day 3: ลาซา – ทะเลสาบยัมดร็อก – ธารน้ำแข็งกาโรลา – วัดไปจู่ – ชิกาเซ่

เดินทางจากลาซาสู่ชิกาเซ่ ระยะทางประมาณ 350–380 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–9 ชั่วโมง ระหว่างทางแวะชมทะเลสาบยัมดร็อก หนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต น้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์งดงาม เชื่อกันว่าเป็นทะเลสาบแห่งพลังชีวิตของชาวทิเบต ต่อด้วยธารน้ำแข็งกาโรลา ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลตัวลงมาใกล้ถนนอย่างน่าตื่นตา แล้วแวะวัดไปจู่ ชมเจดีย์คุมบุมอันมีชื่อเสียง ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านศิลปะพุทธแบบทิเบตผสมเนปาลและจีน

ที่พัก: ชิกาเซ่

Day 4: ชิกาเซ่ – วัดตาชิหลุนโป – วัดซากยา – ทิงริ

ออกเดินทางสู่ทิงริ ระยะทางประมาณ 300–350 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมง เริ่มจากชมวัดตาชิหลุนโป อารามหลวงสำคัญ and เป็นที่ประทับของปันเชนลามะ มีประวัติยาวนานตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 จากนั้นแวะวัดซากยา อารามเก่าแก่ที่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจทางศาสนาและการเมืองของทิเบต โดดเด่นด้วยคัมภีร์โบราณจำนวนมาก ก่อนเดินทางต่อสู่ทิงริ เมืองหน้าด่านสู่เอเวอเรสต์

ที่พัก: ทิงริ

Day 5: ทิงริ – Everest Base Camp – วัดรองบุก – ทะเลสาบเปกู – ซากา

เดินทางไกลประมาณ 450–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 9–11 ชั่วโมง ช่วงเช้าเข้าสู่เขต Everest Base Camp จุดชมยอดเขาเอเวอเรสต์ที่สูงที่สุดในโลกอย่างใกล้ชิดแบบพาโนรามา พร้อมแวะวัดรองบุก วัดที่อยู่ใกล้เอเวอเรสต์มากที่สุด และมีตำนานผูกพันกับนักบวชผู้แสวงธรรมกลางหุบเขาสูง จากนั้นเดินทางผ่านทะเลสาบเปกู และชมวิวเทือกเขารวมถึงยอดชิชาปังมา หนึ่งในยอดเขาสูงกว่า 8,000 เมตร ก่อนถึงเมืองซากา

ที่พัก: ซากา

Day 6: ซากา – ทะเลสาบมานาสโรวาร์ – กงจูโช – ดาร์เชน

เดินทางประมาณ 480–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง มุ่งหน้าสู่ดาร์เชน เมืองตั้งต้นของการแสวงบุญรอบเขาไกรลาส ระหว่างทางแวะทะเลสาบมานาสโรวาร์ ทะเลสาบน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฮินดู พุทธ เชน และบอนต่างยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางแห่งความบริสุทธิ์ เชื่อกันว่าการได้มาถึงหรือชำระร่างกายที่นี่คือบุญสูงสุด จากนั้นชมทะเลสาบกงจูโช ท่ามกลางภูมิประเทศอันเวิ้งว้างและสงบลึกซึ้ง

ที่พัก: ดาร์เชน

Day 7: ดาร์เชน – Trekking Kora Day 1 – วัดเดียปุก

เริ่มต้นเดินเท้ารอบเขาไกรลาสวันแรก ระยะเดินประมาณ 18–20 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6–8 ชั่วโมง เส้นทางค่อยๆ ไต่ผ่านหุบเขาด้านตะวันตกสู่วัดเดียปุก จุดสำคัญที่สามารถมองเห็นเขาไกรลาสด้านเหนือได้อย่างชัดเจนที่สุด เขาไกรลาสได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางจักรวาลตามคติของหลายศาสนา การเดิน Kora จึงไม่ใช่เพียงการเดินเขา แต่คือการแสวงบุญชำระจิตใจ

ที่พัก: วัดเดียปุก / เกสต์เฮาส์อย่างง่าย

Day 8: วัดเดียปุก – ดอลมา-ลา – ซุลท์ริปุก

วันนี้เป็นช่วงที่หนักที่สุดของการเดิน Kora ระยะประมาณ 20–22 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง ต้องข้ามช่องเขาดอลมา-ลาซึ่งสูงราว 5,630 เมตร ชาวแสวงบุญเชื่อว่าการข้ามจุดนี้เปรียบเสมือนการละทิ้งบาปและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ระหว่างทางจะได้เห็นทิวทัศน์ภูเขาหิมะ ธงมนต์ และภูมิประเทศสูงชันอันยิ่งใหญ่ ก่อนลงสู่ที่พักบริเวณซุลท์ริปุก

ที่พัก: ซุลท์ริปุก / เกสต์เฮาส์อย่างง่าย

Day 9: ซุลท์ริปุก – ดาร์เชน

เดินเท้าช่วงสุดท้ายของการแสวงบุญ ระยะประมาณ 10–14 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3–5 ชั่วโมง เส้นทางวันนี้ค่อนข้างง่ายกว่า เดินผ่านลำธารและที่ราบก่อนกลับถึงดาร์เชน เป็นวันแห่งความสำเร็จของการพิชิตเส้นทาง Kora รอบเขาไกรลาสครบสมบูรณ์ ซึ่งตามความเชื่อถือว่าเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่และเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายลึกซึ้งที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

ที่พัก: ดาร์เชน

Day 10: ดาร์เชน – กู่เก้อ – วัดโทหลิง – อาลี

เดินทางประมาณ 250–300 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6–8 ชั่วโมง เพื่อสำรวจดินแดนอันลึกลับของอาณาจักรกู่เก้อ อาณาจักรโบราณที่รุ่งเรืองหลังยุคจักรวรรดิทิเบตและมีชื่อเสียงด้านศิลปกรรมพุทธแบบผสมผสาน อินเดีย เนปาล และทิเบต ชมวัดโทหลิง ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาสำคัญในแถบตะวันตกของทิเบต และซากเมืองกู่เก้อ เมืองถ้ำกลางหุบเขาดินสีทองที่ยังคงบรรยากาศแห่งอารยธรรมที่สูญหาย

ที่พัก: อาลี

Day 11: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ

เดินทางสู่สนามบิน Gunsa Airport เพื่อบินกลับลาซา แล้วต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 7–10 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับตารางบิน ปิดท้ายการเดินทางสู่ดินแดนหลังคาโลก พร้อมความประทับใจจากลาซา เอเวอเรสต์ เขาไกรลาส และอารยธรรมโบราณแห่งตะวันตกของทิเบต

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
12 China

มหัศจรรย์ ซินเจียงเหนือ x เส้นทางสายไหม สวยดังภาพวาด

มหัศจรรย์ ซินเจียงเหนือ x เส้นทางสายไหม สวยดังภาพวาด
ไฮไลท์และรูปแบบทริป

ทริปนี้เราจะพาไปเดินทางช้าๆ ซึมซับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและร่องรอยอารยธรรมบนเส้นทางสายไหม นี่คือ 6 ไฮไลท์ที่เราไม่อยากให้คุณพลาดครับ

  • อุทยานคานาสือและหมู่บ้านเหอมู่: สูดอากาศบริสุทธิ์ชมทะเลสาบเปลี่ยนสีและหมู่บ้านไม้กลางหุบเขาที่สวยสงบราวกับเทพนิยาย
  • เมืองผีอู่เอ่อเหอ: ตื่นตากับกลุ่มหินทรายรูปร่างแปลกตาที่ถูกสายลมแกะสลักมานับล้านปีจนดูเร้นลับและยิ่งใหญ่
  • ทะเลสาบเทียนฉือ: ปล่อยใจให้ผ่อนคลายไปกับผืนน้ำสีฟ้าใสบนเทือกเขาเทียนซานที่งดงามจนได้ชื่อว่าเป็นสระน้ำสวรรค์
  • ภูเขาหมิงซาซานและหาดวงพระจันทร์: นั่งมองโอเอซิสรูปพระจันทร์เสี้ยวกลางทะเลทรายกว้างใหญ่ที่ทำให้เราทึ่งในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
  • ถ้ำม่อเกาคู: ย้อนเวลาสัมผัสความศรัทธาผ่านงานพุทธศิลป์และจิตรกรรมฝาผนังพันปีบนเส้นทางสายไหม
  • ภูเขา 5 สี ตานเสีย: ตกหลุมรักความอลังการของภูเขาสีรุ้งที่สลับซับซ้อนเหมือนธรรมชาติกำลังโชว์ฝีมือวาดภาพให้เราดู
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เฉินตู
เดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงเฉินตู และพักค้างคืนที่เฉินตู

วันที่ 2: เฉินตู – อัลไต – ปู้เอ่อจิ้น
บินสู่อัลไต เดินทางต่อไปปู้เอ่อจิ้น ชมอุทยานชายหาด 5 สี และชมพระอาทิตย์ตก

วันที่ 3: ปู้เอ่อจิ้น – เหอมู่ชุน – คานาสือ
เดินทางไปหมู่บ้านเหอมู่ ชมบรรยากาศหมู่บ้านโบราณ ก่อนเข้าพักที่คานาสือ

วันที่ 4: คานาสือ
เที่ยวอุทยานคานาสือ ชมศาลาชมปลา คุ้งเทวดา และทะเลสาบวงพระจันทร์

วันที่ 5: คานาสือ – อู่เอ่อเหอ – ตู๋ซานจื่อ
เดินทางสู่อู่เอ่อเหอ ชมเมืองผี และไปพักต่อที่ตู๋ซานจื่อ

วันที่ 6: ตู๋ซานจื่อ – อูรูมูฉี
ชมหุบเขาตู๋ซานจื่อ แวะทะเลสาบเทียนฉือ และช้อปปิ้งที่ตลาดบาร์ซ่าใหญ่

วันที่ 7: อูรูมูฉี – หลิ่วหยวน – ตุนหวง
นั่งรถไฟด่วนไปหลิ่วหยวน เดินทางต่อสู่ตุนหวง และเที่ยวตลาดกลางคืน

วันที่ 8: ตุนหวง
ชมภูเขาหมิงซาซาน หาดวงพระจันทร์ และถ้ำม่อเกาคู

วันที่ 9: ตุนหวง – จางเย่
เดินทางโดยรถไฟไปจางเย่ ชมวัดพระองค์ใหญ่ และภูเขา 5 สีตานเสีย

วันที่ 10: จางเย่ – หลานโจว
นั่งรถไฟไปหลานโจว เที่ยวชมแม่น้ำเหลือง อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง สะพานเหล็ก สวนกังหันน้ำ และถนนคนเดิน

วันที่ 11: หลานโจว – กรุงเทพฯ
ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ก่อนเดินทางสู่สนามบินและกลับกรุงเทพฯ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus สำหรับคณะ 10-12 ท่าน
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด ทางด่วนทั้งหมด
  • รวมอาหารทุกมื้อ
  • โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เฉิงตู
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญทางประวัติศาสตร์ การค้า และวัฒนธรรมของจีนตะวันตก เหมาะเป็นเมืองพักก่อนต่อเส้นทางขึ้นซินเจียง
พักที่ **เฉิงตู**

วันที่ 2: เฉิงตู – อัลไต – ปู้เอ่อร์จิน
บินสู่เขตอัลไต แล้วเดินทางต่อไปเมืองปู้เอ่อร์จิน ระยะทางประมาณ 100–120 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง จากนั้นชมอุทยานชายหาด 5 สี ซึ่งมีชั้นหินและหน้าผาหลากสีจากการกัดเซาะของลมและน้ำ เป็นจุดชมวิวเด่นของแม่น้ำเอ่อร์ฉีซือ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่สีของผืนดินจะยิ่งชัดเจนงดงาม
พักที่ **ปู้เอ่อร์จิน**

วันที่ 3: ปู้เอ่อร์จิน – เหอมู่ชุน – คานาสือ
ออกเดินทางสู่หมู่บ้านเหอมู่ ระยะทางประมาณ 160–180 กม. ใช้เวลา 4–5 ชั่วโมง เป็นหมู่บ้านชนเผ่าถูหว่าเก่าแก่ รายล้อมด้วยป่าสน ทุ่งหญ้า และลำธาร ได้บรรยากาศสงบแบบดั้งเดิม จากนั้นเดินทางต่อไปคานาสือ ระยะทางประมาณ 70–100 กม. ใช้เวลา 2–3 ชั่วโมง พื้นที่นี้มีชื่อเสียงจากธรรมชาติบริสุทธิ์และตำนาน “สัตว์ประหลาดแห่งทะเลสาบคานาส” ที่เล่าขานกันมานาน
พักที่ **คานาสือ**

วันที่ 4: อุทยานคานาสือ
เที่ยวชมอุทยานคานาสือ ดินแดนทะเลสาบกลางหุบเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวธรรมชาติที่สวยที่สุดของซินเจียง แวะศาลาชมปลา จุดชมวิวสูงที่มองเห็นทะเลสาบคานาสได้กว้างไกล พร้อมเรื่องเล่าถึงปลายักษ์ลึกลับในทะเลสาบ ต่อด้วยคุ้งเทวดาและทะเลสาบวงพระจันทร์ ซึ่งเป็นจุดชมธรรมชาติเด่นของลำน้ำและผืนป่าที่เปลี่ยนสีสวยมากในฤดูใบไม้ร่วง
พักที่ **คานาสือ**

วันที่ 5: คานาสือ – อู่เอ่อเหอ – เมืองผี – ตู๋ซานจื่อ
ออกเดินทางค่อนข้างไกลสู่เขตอู่เอ่อเหอ ระยะทางรวมประมาณ 450–500 กม. ใช้เวลา 7–9 ชั่วโมง ระหว่างทางชมเมืองผี หรือ Wuerhe Ghost City พื้นที่หินรูปร่างประหลาดที่เกิดจากการกร่อนของลม จนดูเหมือนปราสาทหรือซากเมืองโบราณ จึงมีที่มาของชื่อ “เมืองผี” เพราะเมื่อกระแสลมพัดแรงจะเกิดเสียงคล้ายเสียงคร่ำครวญ จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองตู๋ซานจื่อ
พักที่ **ตู๋ซานจื่อ**

วันที่ 6: ตู๋ซานจื่อ – อูรูมูฉี
เข้าชมหุบเขาตู๋ซานจื่อ แคนยอนขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมเป็นเวลายาวนาน จนเกิดหน้าผาและร่องหุบสีแดงน้ำตาลสวยแปลกตา จากนั้นเดินทางสู่อูรูมูฉี ระยะทางประมาณ 250–300 กม. ใช้เวลา 3–4 ชั่วโมง แล้วเที่ยวทะเลสาบเทียนฉือ หรือ “ทะเลสาบสวรรค์” ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาเทียนซาน มีตำนานเชื่อมโยงกับสวรรค์และราชินีแห่งทิศตะวันตกในความเชื่อจีน ก่อนปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งที่ตลาดบาร์ซ่าใหญ่ ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมมุสลิมและเส้นทางสายไหมอย่างชัดเจน
พักที่ **อูรูมูฉี**

วันที่ 7: อูรูมูฉี – หลิ่วหยวน – ตุนหวง
เดินทางไปสถานีรถไฟเพื่อโดยสารรถไฟความเร็วสูงสู่หลิ่วหยวน ใช้เวลาประมาณ 3.5–5 ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อรถสู่ตุนหวง ระยะทางประมาณ 120–130 กม. ใช้เวลา 1.5–2 ชั่วโมง ตุนหวงเป็นเมืองโอเอซิสสำคัญบนเส้นทางสายไหม อดีตเคยเป็นจุดพักของพ่อค้า พระ และกองคาราวาน ตอนค่ำเดินเล่นและช้อปปิ้งที่ตลาดกลางคืน
พักที่ **ตุนหวง**

วันที่ 8: ตุนหวง
เที่ยวภูเขาหมิงซาซาน เนินทรายกว้างใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องเสียงลมพัดผ่านเม็ดทรายจนเกิดเสียงคล้ายดนตรีธรรมชาติ ชมทะเลสาบวงพระจันทร์ โอเอซิสกลางทะเลทรายที่มีรูปทรงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว และเป็นภาพจำของตุนหวง จากนั้นเข้าชมถ้ำม่อเกาคู มรดกโลกสำคัญซึ่งเป็นคลังศิลปะพุทธศาสนาบนเส้นทางสายไหม สร้างต่อเนื่องหลายยุคสมัย และมีภาพจิตรกรรม-ประติมากรรมล้ำค่าจำนวนมาก
พักที่ **ตุนหวง**

วันที่ 9: ตุนหวง – จางเย่
เดินทางโดยรถไฟสู่เมืองจางเย่ ใช้เวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมง จากนั้นชมวัดพระองค์ใหญ่ หรือวัดต้าฝอซื่อ ซึ่งมีพระพุทธรูปปางปรินิพพานขนาดใหญ่ และเกี่ยวข้องกับประวัติการเผยแผ่พุทธศาสนาในดินแดนจีนตะวันตก ต่อด้วยภูเขา 5 สีตานเสีย ซึ่งมีชื่อเสียงจากชั้นหินหลากสีที่เกิดจากการทับถมของแร่ธาตุและการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยายาวนานนับล้านปี
พักที่ **จางเย่**

วันที่ 10: จางเย่ – หลานโจว
เดินทางโดยรถไฟสู่เมืองหลานโจว ใช้เวลาประมาณ 3–5 ชั่วโมง เมืองนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญริมแม่น้ำเหลืองและเป็นหนึ่งในเมืองหลักบนเส้นทางสายไหม ชมวิวแม่น้ำเหลือง แม่น้ำสายประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แม่ธารแห่งอารยธรรมจีน” แวะอนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการหล่อเลี้ยงผู้คน ชมสะพานเหล็กจงซาน สะพานสำคัญยุคแรกเหนือแม่น้ำเหลือง และสวนกังหันน้ำที่สะท้อนภูมิปัญญาการชลประทานของชาวจีน ก่อนช้อปปิ้งที่ถนนคนเดิน
พักที่ **หลานโจว**

วันที่ 11: หลานโจว – กรุงเทพฯ
ช้อปปิ้งหรือพักผ่อนตามอัธยาศัย จนถึงเวลาเดินทางไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ปิดท้ายทริปเส้นทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และอารยธรรมสายไหมอย่างประทับใจ
พักที่ –

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม

ทัวร์ซินเจียงเหนือ x เส้นทางสายไหม
สู่ดินแดนแสนงามดังภาพวาด

Hi-light

🏔️ เจาะลึกซินเจียงเหนือ ทะลุเส้นทางสายไหม 11 วัน

มหากาพย์การเดินทางสู่ดินแดนที่ธรรมชาติและอารยธรรมมาบรรจบกัน

เตรียมตัวออกเดินทางสู่ “ซินเจียง” ดินแดนที่รวมความที่สุดของโลกไว้ด้วยกัน ทริปนี้จะพาคุณไปสัมผัสความดิบของขุนเขา ผสานความขลังของเส้นทางสายไหม ตั้งแต่เฉินตู อัลไต คานาสือ ไปจนถึงตุนหวงและจางเย่ ทุกจุดเช็คอินคือความสุนทรีย์ระดับมาสเตอร์พีซที่คุ้มค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

  • Chengdu: The Warm-up วอร์มอัพร่างกายด้วยหม่าล่าต้นตำรับในเมืองแห่งความชิลและบ้านเกิดน้องแพนด้า ก่อนเริ่มผจญภัยจริง

  • The Rainbow Beach: แสงสุดท้ายริมน้ำ รอชมแสงอาทิตย์สาดกระทบหินหลากสี ตัดกับน้ำสีฟ้าเข้มที่อุทยานชายหาด 5 สี เป็นช็อตที่ช่างภาพต้องร้องว้าวกับประติมากรรมธรรมชาติ

  • Hemu Village: หมู่บ้านในม่านหมอก หลุดเข้าโลกนิทานในหมู่บ้านไม้โบราณของชาวถูวา ท่ามกลางป่าสนและไอหมอก ให้ฟีลลิ่งความเอ็กซ์คลูซีฟและเงียบสงบจนเหมือนเวลาหยุดเดิน

  • Kanas Lake: ตำนานสีมรกต พิสูจน์ตำนานสัตว์ประหลาดในทะเลสาบสีมรกต และขึ้นศาลาชมปลาเพื่อเก็บภาพพาโนรามาของคุ้งน้ำรูปทรงถั่วที่สวยแปลกตาในทุกฤดูกาล

  • Urho Ghost City: มนต์เสน่ห์เมืองผี ฟังเสียงลมหวีดหวิวในแพะเมืองผี ประติมากรรมธรรมชาติที่ถูกลมกัดเซาะจนดูขลัง ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกดาว

  • Dushanzi Grand Canyon: พลังแห่งพสุธา สัมผัสความยิ่งใหญ่ของแกรนด์แคนยอนแห่งซินเจียง ผาหินสูงชันตัดกับทุ่งหญ้าเขียว เป็นมุมภาพที่ดูยิ่งใหญ่ตระการตา

  • Heavenly Lake: ไข่มุกเทียนซาน ชมทะเลสาบเทียนฉือ น้ำใสราวกระจกสะท้อนเงายอดเขาหิมะ มอบความสุนทรีย์ทางสายตาขั้นสุด

  • Mogao Caves: ศิลปะพันปี ดื่มด่ำงานพุทธศิลป์และภาพเขียนสีมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และปริศนาห้องสมุดลับ

  • The Oasis: โอเอซิสพระจันทร์เสี้ยว ตื่นตากับเนินทรายหมิงซาซานและหาดวงพระจันทร์ จุดตัดของความร้อนระอุและความชุ่มชื้นที่ลงตัวอย่างเหลือเชื่อกลางทะเลทราย

  • Zhangye Danxia: ภูเขาสายรุ้ง เก็บภาพภูเขาลายริ้วสีแดงส้มสลับเหลือง ช่วงบ่ายแสงแดดจะขับสีให้ชัดเจนเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ธรรมชาติบรรจงสร้าง

  • Lanzhou: วิถีริมแม่น้ำเหลือง สัมผัสความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำเหลือง ชมกังหันน้ำโบราณและสะพานเหล็กแห่งแรก ปิดท้ายทริปด้วยความประทับใจที่ไม่รู้ลืม

ค่าทริปและการจองทริป​
  • ค่าทริป
    • ท่านละ xx,000 บาท (พักห้องคู่หรือ 3 คน)
  • วันเดินทาง  
    • สอบถามทีมงาน
  • สนใจจองทริป
    • ทักเราที่ Line @painaima
    • โทร 089-4789334
เงื่อนไขทริป

✅️ เดินทางโดยมินิบัสส่วนตัว 
✅️ โรงแรมที่พัก 4 ดาว 
✅️ อาหารดีทุกมื้อ
✅️ มีช่างภาพ ถ่ายรูปสวยๆ ให้
✅️ ประกันอุบัตเหตระหว่างเดินทาง
✅️ คนไทยฟรีวีซ่า
✅️ ไม่ต้องลงร้าน รัฐบาลจีน

ค่าทริป ไม่รวม

⛔ ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน (เราจัดหาให้ได้)
⛔ ทิปไกด์

โปรแกรมทริป คานาสือ ซินเจียงเหนือ 11 วัน

 วันที่ 1: กรุงเทพ – เฉินตู
จุดเริ่มต้นการเดินทางสู่ดินแดนหลังม่านไม้ไผ่

เริ่มต้นทริปด้วยการบินลัดฟ้าสู่ “เฉินตู” ใช้เวลาบินประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อพักผ่อนและปรับเวลาเตรียมร่างกายให้พร้อม ที่นี่คือเมืองแห่งความชิลและเป็นบ้านเกิดของหมีแพนด้า ใครมาถึงแล้วต้องลองชิมหม่าล่าต้นตำรับให้ลิ้นชาเล่นๆ เป็นการวอร์มอัพก่อนเจอของจริงในวันรุ่งขึ้น



วันที่ 2: อัลไต – ปู้เอ่อจิ้น

วันแห่งการไล่ล่าแสงสุดท้ายบนประติมากรรมธรรมชาติ

วันนี้เราจะบินภายในประเทศข้ามภูมิภาคสู่ “ซินเจียงเหนือ” ดินแดนที่ภูมิประเทศแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง ไฮไลท์คือการไปชม “อุทยานชายหาด 5 สี” (Five-colored Beach) ริมแม่น้ำเอ๋อเอ่อฉีซือ ความเจ๋งคือหินที่นี่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำจนเป็นรูปร่างแปลกตา ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองจะสาดกระทบหินหลากสี ตัดกับน้ำสีฟ้าเข้ม เป็นภาพที่สวยสะกดใจ



วันที่ 3: เหอมู่ชุน – คานาสือ

วันแห่งการหลุดเข้าไปในหมู่บ้านนิทานกลางหุบเขา

เตรียมเมมโมรี่กล้องไว้เยอะๆ เพราะวันนี้เราจะนั่งรถลัดเลาะเข้าสู่ “หมู่บ้านเหอมู่” หมู่บ้านไม้โบราณของ ชาวถูวา (Tuwa) ชนเผ่าดั้งเดิมที่สืบเชื้อสายมาจากทหารของเจงกิสข่าน บรรยากาศที่นี่เงียบสงบมาก บ้านไม้ที่มีควันไฟลอยอ้อยอิ่งท่ามกลางป่าสนและภูเขาหิมะ ให้ความรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน

วันที่ 4: อุทยานคานาสือ
วันแห่งการพิสูจน์ตำนานสัตว์ประหลาดในทะเลสาบสีมรกต

เจาะลึก “อุทยานคานาสือ” กันเต็มวัน เราจะขึ้นไปที่ “ศาลาชมปลา” ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดพอสมควรแต่วิวข้างบนคุ้มค่าเหนื่อยมาก เพราะจะเห็น ทะเลสาบคานาสือ รูปทรงถั่วได้ทั้งใบ จากนั้นไปเช็คอินจุดชมวิวไฮไลท์อย่าง “คุ้งเทวดา” และ “ทะเลสาบวงพระจันทร์” ที่สีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ



วันที่ 5: อู่เอ่อเหอ – ตู๋ซานจื่อ

วันแห่งการฟังเสียงลมหวีดหวิวในเมืองร้างพันปี

เปลี่ยนบรรยากาศจากป่าสนสู่ความเวิ้งว้างที่ “เมืองผีอู่เอ่อเหอ” (Urho Ghost City) ที่นี่คือ แพะเมืองผี (Yardang Landform) ที่ลมกัดเซาะหินจนเป็นรูปร่างคล้ายปราสาทหรือสัตว์ต่างๆ เวลาลมพัดแรงๆ จะเกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงร้องโหยหวน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าทึ่ง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เมือง ตู๋ซานจื่อ



วันที่ 6: ตู๋ซานจื่อ – อูรูมูฉี

วันแห่งความยิ่งใหญ่ของหุบเขาและวัฒนธรรมผสมผสาน

ตื่นตากับ “หุบเขาตู๋ซานจื่อ” แกรนด์แคนยอนแห่งซินเจียงที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ผาหินสูงชันตัดกับทุ่งหญ้าเขียวขจี จากนั้นไปเยือน “ทะเลสาบเทียนฉือ” ไข่มุกแห่ง เทือกเขาเทียนซาน น้ำใสราวกระจกสะท้อนเงายอดเขาหิมะ ปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นที่ “ตลาดบาร์ซ่าใหญ่” ใน อูรูมูฉี สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมอุยกูร์



วันที่ 7: หลิ่วหยวน – ตุนหวง

วันแห่งการนั่งรถไฟความเร็วสูงสู่โอเอซิสกลางทะเลทราย

บอกลาซินเจียงแล้วกระโดดขึ้นรถไฟความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่ “ตุนหวง” ประตูสู่เส้นทางสายไหมใน มณฑลกานซู ระหว่างทางจะได้เห็นวิว ทะเลทรายโกบี สุดลูกหูลูกตา พอถึงตุนหวงต้องไม่พลาด “ตลาดกลางคืน” แหล่งรวมสตรีทฟู้ด ลองชิมโยเกิร์ตท้องถิ่นหรือบาร์บีคิวสไตล์ตะวันตกเฉียงเหนือ



วันที่ 8: ตุนหวง

วันแห่งการย้อนเวลาสู่อารยธรรมพุทธศิลป์และเนินทรายร้องไห้

วันนี้คือที่สุดของประวัติศาสตร์ เริ่มที่ “ถ้ำม่อเกาคู” มรดกโลกที่เก็บรวบรวมภาพเขียนสีและพระพุทธรูปแกะสลักกว่าพันปี ต่อด้วย “ภูเขาหมิงซาซาน” เนินทรายที่ส่งเสียงได้ยามลมพัด และไฮไลท์สำคัญคือ “หาดวงพระจันทร์” โอเอซิสรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มีน้ำขังตลอดปีท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ



วันที่ 9: จางเย่

วันแห่งสีสันของขุนเขาและศรัทธาอันยิ่งใหญ่

เดินทางสู่เมือง จางเย่ เพื่อชม “ภูเขาสายรุ้งตานเสีย” (Danxia Landform) ภูเขาที่มีลวดลายริ้วสีแดง ส้ม เหลือง สลับกันเหมือนภาพวาดสีน้ำมัน นอกจากนี้ยังได้ไปสักการะ “วัดพระองค์ใหญ่” ชมพระนอนในร่มที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งมีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก



วันที่ 10: หลานโจว

วันแห่งวิถีชีวิตริมแม่น้ำเหลืองและกังหันน้ำโบราณ

ล่องลงใต้สู่ “หลานโจว” เมืองเอกของมณฑลกานซู จุดที่ แม่น้ำเหลือง (ฮวงโห) ไหลผ่านกลางเมือง เราจะได้เห็น “สวนกังหันน้ำ” ภูมิปัญญาชลประทานโบราณขนาดยักษ์ และ “สะพานเหล็กจงซาน” สะพานข้ามแม่น้ำเหลืองแห่งแรก อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับ “อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง”



วันที่ 11: หลานโจว – กรุงเทพ

วันแห่งการเก็บตกความทรงจำก่อนอำลา

วันสุดท้ายใช้เวลาสบายๆ เก็บตกของฝาก ไม่ว่าจะเป็น อินทผลัม กุหลาบอบแห้ง หรือสินค้าพื้นเมือง ก่อนเดินทางไปสนามบิน หลานโจว เพื่อบินตรงกลับกรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจเต็มกระเป๋า

บันทึกเดินทาง มากกว่าแค่การเดินทาง: ฮีลใจในหมู่บ้านนิทานและขุนเขาพันปี ที่ซินเจียงเหนือ


เคยไหมครับ? ที่รู้สึกว่าโลกหมุนเร็วเกินไปจนอยากจะกดปุ่มหยุดเวลา การตัดสินใจเก็บกระเป๋าออกเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การไป เที่ยวจีน เพื่อเช็คอินแลนด์มาร์ค แต่เป็นการพาหัวใจไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและร่องรอยอารยธรรมที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไม้ไผ่ บนเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างความดิบของ ซินเจียงเหนือ และความขลังของ เส้นทางสายไหม เข้าด้วยกัน เป็น เที่ยวจีน 11 วัน ที่เหมือนได้หลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่งเลยทีเดียว

ลมหายใจแห่งขุนเขาและหมู่บ้านในนิทาน

วินาทีแรกที่เท้าสัมผัสผืนดินของ ซินเจียง ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเข้าสู่ฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี ภาพของบ้านไม้ซุงโบราณที่เรียงรายลดหลั่นกันไปตามเนินเขา มีฉากหลังเป็นป่าสนเปลี่ยนสีและยอดเขาหิมะ คือเสน่ห์ของ หมู่บ้านเหอมู่ ที่ยากจะละสายตา ที่นี่เป็นถิ่นฐานของ ชาวถูวา (Tuwa) ชนเผ่าดั้งเดิมที่มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า พวกเขาคือลูกหลานทหารของเจงกิสข่าน ยามเช้าที่แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านม่านหมอกและควันไฟที่ลอยอ้อยอิ่งจากปล่องควันบ้านไม้ เป็นสุนทรียภาพของการเดินทางที่ชวนให้รู้สึกสงบและอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด

ปริศนาใต้ผืนน้ำและกระจกเงาแห่งเทือกเขา

ลึกเข้าไปในอ้อมกอดของ เทือกเขาอัลไต ความเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยความน่าค้นหาของ อุทยานคานาสือ ทะเลสาบสีมรกตรูปทรงถั่วที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าสน ความมหัศจรรย์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่สีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับ “สัตว์ประหลาดแห่งคานาสือ” สิ่งมีชีวิตลึกลับใต้ผืนน้ำ และหากใครหลงใหลในความนิ่งสงบ ทะเลสาบเทียนฉือ หรือ ไข่มุกแห่งเทือกเขาเทียนซาน คืออีกหนึ่งจุดหมายที่น้ำใสราวกระจกสะท้อนเงายอดเขาหิมะจนแยกไม่ออกว่าไหนคือฟ้า ไหนคือน้ำ

เสียงกระซิบจากสายลมและประติมากรรมธรรมชาติ

ยามเมื่อสายลมพัดผ่านโขดหินรูปร่างประหลาดที่ เมืองผีอู่เอ่อเหอ (Urho Ghost City) เสียงหวีดหวิวที่เกิดขึ้นคล้ายเสียงร้องโหยหวนจนเป็นที่มาของชื่อสถานที่ แต่ในความน่ากลัวนั้นกลับแฝงไปด้วยความงามของ แพะเมืองผี (Yardang Landform) ที่ถูกลมกัดเซาะมานับพันปี ตัดสลับกับความยิ่งใหญ่ของ แกรนด์แคนยอนตู๋ซานจื่อ หุบเขาที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ผาหินสูงชันตัดกับทุ่งหญ้าเขียวขจี สร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในพลังของธรรมชาติที่มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราไม่อาจเทียบได้

รอยต่อแห่งกาลเวลาบนเส้นทางสายไหม

จากความเขียวขจีของซินเจียง การเดินทางพาเราเปลี่ยนบรรยากาศสู่ความเวิ้งว้างของ ทะเลทรายโกบี มุ่งหน้าสู่ ตุนหวง โอเอซิสกลางทะเลทรายที่เป็นดั่งประตูสู่ เส้นทางสายไหม ในอดีต ไฮไลท์ที่ทำให้ต้องทึ่งคือ ถ้ำม่อเกาคู มรดกโลกที่เก็บซ่อนพุทธศิลป์ล้ำค่า ทั้งภาพเขียนสีและพระพุทธรูปแกะสลักอายุกว่าพันปี เรื่องราวของห้องสมุดลับที่ถูกปิดตายและค้นพบโดยบังเอิญยังคงเป็นปริศนาที่น่าค้นหา

สีสันแห่งศรัทธาและเสียงเพลงจากผืนทราย

ท่ามกลางความร้อนระอุของทะเลทราย ยังมีความมหัศจรรย์ของเนินทรายที่ส่งเสียงได้ยามต้องลมที่ ภูเขาหมิงซาซาน และภาพของโอเอซิสรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มีน้ำขังตลอดปีอย่าง หาดวงพระจันทร์ และเมื่อเดินทางต่อมาถึงเมือง จางเย่ สายตาของเราก็ถูกดึงดูดด้วย ภูเขาสายรุ้งตานเสีย (Danxia Landform) ภูเขาหินทรายที่มีลวดลายริ้วสีแดง ส้ม เหลือง สลับกันราวกับจิตรกรเอกสะบัดพู่กันระบายสีลงบนผืนโลก เป็นจุดที่ต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่นอน แต่เป็นการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ตั้งแต่ หม่าล่ารสจัดจ้านที่เฉินตู ไปจนถึงวิถีชีวิตริม แม่น้ำเหลืองที่หลานโจว ทุกย่างก้าวคือการค้นพบ และความประทับใจที่คุณจะหาไม่ได้จากทริปไหนๆ แล้วคุณจะรู้ว่า ซินเจียงเหนือ ยังมีมุมมองสวยงามที่ คนไทยยังรู้จักไม่เยอะ รอให้คุณไปสัมผัสครับ

Categories
12 China

เขาไกรลาส (8 วัน-ไม่มีเทรค)

เขาไกรลาส (8 วัน-ไม่มีเทรค)
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • พระราชวังโปตาลา: สัมผัสความยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์แห่งทิเบต ศูนย์รวมจิตวิญญาณที่ตั้งตระหง่านท้ากาลเวลา
  • ทะเลสาบยัมดร็อก: ปล่อยใจไปกับผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์ที่ตัดกับภูเขาหิมะ สวยสงบจนเหมือนเวลาหยุดเดิน
  • Everest Base Camp: พิชิตความฝันที่จุดชมวิวหลังคาโลก มองยอดเขาเอเวอเรสต์แบบพาโนรามาให้รางวัลกับชีวิต
  • ทะเลสาบมานซาโรวาร์: ซึมซับพลังงานบริสุทธิ์ที่ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก สถานที่ชำระล้างจิตใจให้เบาสบาย
  • อาณาจักรกู่เก้อ: สำรวจนครถ้ำโบราณสุดลึกลับกลางหุบเขา สวยแปลกตาเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา
บินสู่ลาซา เข้าที่พักและพักผ่อนเพื่อปรับร่างกายให้พร้อมกับการเดินทางบนที่สูง

วันที่ 2: ลาซา
เที่ยวชมพระราชวังโปตาลา วัดโจคัง และเดินเล่นถนนแปดเหลี่ยม สัมผัสศรัทธาและวิถีชีวิตชาวทิเบต

วันที่ 3: ลาซา – ทะเลสาบยัมดร็อก – ธารน้ำแข็งกาโรลา – ชิกาเซ่
ชมทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์สุดงดงาม และสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธารน้ำแข็งกาโรลา

วันที่ 4: ชิกาเซ่ – วัดตาชิหลุนโป – วัดซากยา – ทิงรี
สักการะวัดสำคัญของปันเชนลามะ แวะชมวัดซากยา ก่อนเดินทางสู่ทิงรี

วันที่ 5: ทิงรี – Everest Base Camp – วัดรองบุก – ทะเลสาบเปกู – ซากา
เช็คอินเอเวอเรสต์เบสแคมป์ ชมวิวเอเวอเรสต์แบบพาโนรามา และเดินทางต่อสู่ซากา

วันที่ 6: ซากา – ทะเลสาบมานซาโรวาร์ – ดาร์เชน
มุ่งหน้าสู่ดาร์เชน แวะสัมผัสพลังศรัทธาที่ทะเลสาบมานซาโรวาร์อันศักดิ์สิทธิ์

วันที่ 7: ดาร์เชน – วัดโทหลิง – อาณาจักรกู่เก้อ – อาลี
สำรวจดินแดนโบราณ ชมวัดโทหลิงและซากอาณาจักรกู่เก้อที่งดงามและลึกลับ

วันที่ 8: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ
เดินทางสู่สนามบินอาลี บินกลับลาซา และต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus สำหรับคณะ 10-12 ท่าน / รถตู้สำหรับคณะไม่เกิน 8 ท่าน
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • รวมอาหารทุกมื้อ
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว ในเขตเมือง และที่พักแบบ Guest House ตอนเดินเทรค
  • รวมวีซ่าเข้าเขตพิเศษ เฉพาะคนไทย
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • ค่าทิป

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Day 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา

เดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ แวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ก่อนเข้าสู่ลาซา เมืองหลวงของทิเบต ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 6–9 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับไฟลต์ เมื่อถึงแล้วควรพักผ่อนและปรับสภาพร่างกาย เพราะลาซาอยู่สูงราว 3,650 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหมาะสำหรับเริ่มต้นการเดินทางแบบค่อยเป็นค่อยไป

ที่พัก: โรงแรมเมืองลาซา

Day 2: ลาซา – พระราชวังโปตาลา – วัดโจคัง – ถนนบาร์คอร์

เที่ยวชมสถานที่สำคัญใจกลางลาซา ใช้เวลาเดินทางภายในเมืองไม่นาน พระราชวังโปตาลา เป็นสัญลักษณ์สูงสุดของทิเบต เดิมเคยเป็นที่ประทับขององค์ทะไลลามะ สร้างโดดเด่นบนเนินเขาและเป็นศูนย์กลางทั้งการเมืองและศาสนา วัดโจคัง เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวทิเบต ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปโจโวศากยมุนีที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้จากทั่วดินแดน ถนนบาร์คอร์ เป็นย่านแสวงบุญเก่าแก่ที่ล้อมรอบวัดโจคัง เต็มไปด้วยบรรยากาศวัฒนธรรมทิเบต ร้านค้า และผู้ศรัถทาที่เดินหมุนประคำสวดมนต์

ที่พัก: โรงแรมเมืองลาซา

Day 3: ลาซา – ทะเลสาบยัมดr็อก – ธารน้ำแข็งกาโรลา – ชิกาเซ่

เดินทางจากลาซาสู่ชิกาเซ่ ระยะทางรวมประมาณ 360–380 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–9 ชั่วโมง ทะเลสาบยัมดร็อก เป็นหนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต มีชื่อเสียงเรื่องน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใส ชาวทิเบตเชื่อว่าเป็นทะเลสาบแห่งจิตวิญญาณ ธารน้ำแข็งกาโรลา เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลตัวลงมาจากยอดเขาสูง ดูโดดเด่นตัดกับภูมิประเทศแห้งแล้งโดยรอบ เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่น่าประทับใจมาก จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองชิกาเซ่ เมืองใหญ่อันดับสองของทิเบต

ที่พัก: ที่พักเมืองชิกาเซ่

Day 4: ชิกาเซ่ – วัดตาชิหลุนโป – วัดซากยา – ทิงรี

เดินทางจากชิกาเซ่ไปทิงรี ระยะทางรวมประมาณ 330–360 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมง วัดตาชิหลุนโป เป็นอารามสำคัญของนิกายเกลุก และเป็นที่ประทับดั้งเดิมของปันเชนลามะ ภายในมีสถาปัตยกรรมงดงามและพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เป็นที่เคารพศรัทธา วัดซากยา โดดเด่นด้วยกำแพงสีเทาแดงขาวอันเป็นเอกลักษณ์ เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของนิกายซากยา และมีชื่อเสียงด้านการเก็บรักษาคัมภีร์โบราณจำนวนมาก จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทิงรี เมืองเล็กที่เปรียบเสมือนประตูสู่เขตเอเวอเรสต์

ที่พัก: ที่พักอำเภอทิงรี

Day 5: ทิงรี – Everest Base Camp – วัดรองบุก – ทะเลสาบเปกู – ซากา

วันนี้เป็นวันเดินทางไกล ระยะทางรวมประมาณ 500–550 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 9–11 ชั่วโมง Everest Base Camp เป็นไฮไลต์ของการเดินทาง จุดหมายที่เปิดมุมมองสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์อย่างยิ่งใหญ่ เป็นความฝันของนักเดินทางจำนวนมาก วัดรองบุก อยู่ใกล้เอเวอเรสต์และได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นวัดที่สูงที่สุดในโลก เป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมและจุดชมวิวภูเขาระดับตำนาน ระหว่างทางแวะชมทะเลสาบเปกู และมองเห็นยอดเขาชิชาปังมา ซึ่งเป็นยอดเขาสูงกว่า 8,000 เมตรที่ตั้งอยู่ในทิเบตทั้งหมด ถึงเมืองซากาในช่วงค่ำ

ที่พัก: ที่พักเมืองซากา

Day 6: ซากา – ทะเลสาบมานซาโรวาร์ – ดาร์เชน

เดินทางต่อสู่ดาร์เชน ระยะทางประมาณ 480–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง ทะเลสาบมานซาโรวาร์ เป็นทะเลสาบน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในความเชื่อของชาวฮินดู พุทธ เชน และบอน เชื่อกันว่าการได้มาถึงหรือได้สัมผัสน้ำจากทะเลสาบแห่งนี้เป็นการชำระล้างบาปและเสริมสิริมงคล ดาร์เชน เป็นเมืองหน้าด่านและจุดเริ่มต้นของการแสวงบุญรอบเขาไคลาส ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ดุจศูนย์กลางจักรวาล

ที่พัก: ที่พักเมืองดาร์เชน

Day 7: ดาร์เชน – วัดโทหลิง – ซากอาณาจักรกู่เก้อ – อาลี

เดินทางไกลสู่เขตตะวันตกของทิเบต ระยะทางประมาณ 380–450 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง วัดโทหลิง เป็นวัดสำคัญในภูมิภาคงารี สร้างขึ้นในยุคฟื้นฟูพุทธศาสนาในทิเบตตะวันตก และมีความเกี่ยวข้องกับการเผยแผ่ศิลปะและพระธรรมจากอินเดีย ซากอาณาจักรกู่เก้อ เป็นโบราณสถานกลางหุบเขาที่เคยรุ่งเรืองราวคริสต์ศตวรรษที่ 10–17 เมืองนี้สร้างลดหลั่นบนหน้าผา เต็มไปด้วยถ้ำ ป้อม และวัดโบราณ ก่อนล่มสลายลงอย่างลึกลับ จึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ลี้ลับและน่าค้นหาที่สุดของทิเบต เดินทางต่อเข้าเมืองอาลี

ที่พัก: ที่พักเมืองอาลี

Day 8: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ

เดินทางสู่สนามบินอาลี จากนั้นบินกลับลาซาและต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 6–9 ชั่วโมงตามตารางบิน ปิดท้ายการเดินทางในดินแดนหลังคาโลกพร้อมความทรงจำจากเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ และอารยธรรมโบราณแห่งทิเบต 

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม