Categories
Trip-Hightlight 06 South America

อเมริกาใต้ ปาตาโกเนีย อาเจน ชิลี

อเมริกาใต้ ปาตาโกเนีย อาเจน + ชิลี
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ย่าน La Boca และ San Telmo: เดินทอดน่องเสพสีสันในบัวโนสไอเรส เมืองยุโรปที่มีหัวใจละตินอเมริกาเพื่อค่อยๆ ปรับจังหวะชีวิต
  • ยอดเขา Fitz Roy: เดินเท้าเข้าหาภูเขาหินแกรนิตสัญลักษณ์ของปาตาโกเนีย เพื่อทบทวนว่าร่างกายและใจเราพาไปได้ไกลแค่ไหน
  • ธารน้ำแข็ง Perito Moreno: ยืนมองกำแพงน้ำแข็งสีฟ้าครามและฟังเสียงการแตกตัว เพื่อรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ยังมีชีวิต
  • ทะเลสาบและจุดชมวิว Torres del Paine: ปล่อยใจให้ช้าลง ซึมซับความกว้างใหญ่ของยอดเขาแปลกตาและสายลมแรงแห่งปาตาโกเนีย
  • จุดชมวิว Base Towers: ท้าทายขีดจำกัดเดินเข้าหาหอคอยหินสามยอด รางวัลแห่งความพยายามที่ทำให้เรากลับมาเชื่อมั่นในตัวเอง
สรุปแผนเดินทาง

Day 1 | Bangkok – Buenos Aires

  • เดินทางไกลจากกรุงเทพฯ สู่บัวโนสไอเรส เช็คอินและพักผ่อน ปรับร่างกายกับเวลาใหม่

Day 2 | Buenos Aires

  • เดินเล่นในย่าน La Boca และ San Telmo ซึมซับสีสัน ศิลปะ และบรรยากาศละตินของเมือง

Day 3 | Buenos Aires – El Calafate – El Chaltén

  • บินลงใต้สู่ Patagonia แล้วนั่งรถต่อเข้า El Chaltén เมืองเล็กท่ามกลางภูเขา

Day 4 | El Chaltén

  • เดินวอร์มอัปเบา ๆ รอบเมือง ชมวิวภูเขา ลองจังหวะลมและอากาศของ Patagonia

Day 5 | El Chaltén – Fitz Roy Trek

  • วันเดินไฮไลต์สู่ Fitz Roy / Laguna de los Tres เต็มวัน ท่ามกลางวิวภูเขาและทะเลสาบสวยตระการตา

Day 6 | El Chaltén – El Calafate

  • เช้าพักฟื้นสบาย ๆ ใน El Chaltén ก่อนเดินทางกลับสู่ El Calafate ช่วงบ่าย

Day 7 | El Calafate – Perito Moreno Glacier

  • ชมธารน้ำแข็ง Perito Moreno จากทางเดินชมวิว สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบใกล้ชิด

Day 8 | El Calafate – Torres del Paine

  • เดินทางข้ามพรมแดนจากอาร์เจนตินาเข้าสู่ชิลี มุ่งหน้าสู่อุทยาน Torres del Paine

Day 9 | Torres del Paine

  • เที่ยวชมจุดวิวสำคัญของอุทยาน เดินสั้น ๆ ดูทะเลสาบ ภูเขา และสัตว์ป่าท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่

Day 10 | Torres del Paine – Base Towers Trek / Optional Scenic Route

  • เลือกเดิน Base Towers แบบเต็มวัน หรือพักผ่อนและเที่ยวชมวิวเส้นทางเบา ๆ ตามสไตล์ที่เหมาะกับตัวเอง

Day 11 | Torres del Paine – Puerto Natales – Santiago

  • อำลา Patagonia เดินทางสู่ Puerto Natales แล้วบินต่อเข้าสู่เมือง Santiago

Day 12 | Santiago – São Paulo – Bangkok

  • เที่ยว Santiago แบบสบาย ๆ ช่วงเช้า ก่อนออกเดินทางกลับไทย via São Paulo

Day 13 | In Transit

  • ใช้เวลาอยู่ระหว่างการเดินทางกลับบ้าน พร้อมทบทวนภาพความทรงจำจาก Patagonia

Day 14 | Arrive Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมเรื่องราวและความภูมิใจจากทริปปลายโลก

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • ที่พัก ระดับ 4 ดาว 
  • รถรับส่งตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทาง

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Day 1: Bangkok – Buenos Aires

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ Buenos Aires ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 24–30 ชั่วโมง รวมต่อเครื่อง เป็นวันเริ่มต้นของการข้ามซีกโลกจากเอเชียสู่อเมริกาใต้
เมือง Buenos Aires คือเมืองหลวงของอาร์เจนตินา ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในคริสต์ศตวรรษที่ 16 และเป็นศูนย์กลางสำคัญทั้งด้านการเมือง ศิลปะ และวัฒนธรรมละติน
พัก: Buenos Aires

Day 2: Buenos Aires City Walk

เที่ยว Buenos Aires แบบสบาย ๆ ภายในเมือง

  • La Boca ย่านเก่าแก่ริมท่าเรือ เด่นด้วยบ้านหลากสีและถนน Caminito ที่มีทั้งศิลปะ ดนตรี และบรรยากาศแทงโก้ เล่ากันว่าบ้านสีสดเกิดจากการนำสีเรือที่เหลือมาใช้ทาผนังบ้าน

  • San Telmo ย่านประวัติศาสตร์ที่ยังคงเสน่ห์ของถนนหิน อาคารยุคอาณานิคม ร้านกาแฟ และตลาดท้องถิ่น เหมาะกับการเริ่มทำความรู้จักจังหวะชีวิตแบบอเมริกาใต้

    พัก: Buenos Aires

Day 3: Buenos Aires – El Calafate – El Chaltén

บินจาก Buenos Aires ไป El Calafate ใช้เวลาประมาณ 3–3.5 ชั่วโมง จากนั้นนั่งรถต่อไป El Chaltén อีกประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทางราว 215 กิโลเมตร
El Calafate เป็นเมืองประตูสู่ Patagonia ฝั่งอาร์เจนตินา ส่วน El Chaltén เป็นหมู่บ้านเล็กที่มีชื่อเสียงในฐานะเมืองหลวงแห่งการ trekking ของอาร์เจนตินา
ชื่อ “Chaltén” มาจากภาษาพื้นเมือง Tehuelche หมายถึง “ภูเขาที่มีควัน” ซึ่งใช้เรียกยอด Fitz Roy เพราะมักมีเมฆคลุมยอด
พัก: El Chaltén

Day 4: El Chaltén Warm-up Walk

เดินวอร์มอัพรอบเมือง ระยะสั้นประมาณ 2–5 กิโลเมตร

  • Mirador Los Cóndores / Mirador Las Águilas จุดชมวิวที่มองเห็นเมือง El Chaltén หุบเขา และแนวภูเขาโดยรอบ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับปรับร่างกายให้คุ้นกับลมแรงและสภาพอากาศของ Patagonia

  • หากอากาศดี อาจมองเห็นแนวภูเขาและนกคอนดอร์ ซึ่งเป็นนกขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมแถบแอนดีส

    พัก: El Chaltén

Day 5: Fitz Roy Trekking Day

เดินเส้นทาง Laguna de los Tres เพื่อชมยอด Mount Fitz Roy ระยะประมาณ 20–22 กิโลเมตร ใช้เวลา 8–10 ชั่วโมง
Fitz Roy เป็นยอดเขาหินแกรนิตที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของ Patagonia ตั้งชื่อตาม Robert FitzRoy กัปตันเรือ HMS Beagle แต่ในวัฒนธรรมพื้นเมือง ภูเขานี้ถูกมองว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยพลังธรรมชาติ
ไฮไลต์คือวิวภูเขาสูงชันสะท้อนกับทะเลสาบสีฟ้าใส ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพจำของอาร์เจนตินา
พัก: El Chaltén

Day 6: El Chaltén – El Calafate

ช่วงเช้าพักผ่อนหรือเดินเล่นรอบเมือง ก่อนนั่งรถกลับ El Calafate ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
El Calafate ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Lago Argentino และได้ชื่อมาจากพุ่มไม้ calafate ซึ่งมีผลเบอร์รี่พื้นถิ่น
มีความเชื่อท้องถิ่นว่าถ้าใครได้กินผล calafate จะได้กลับมา Patagonia อีกครั้ง
พัก: El Calafate

Day 7: Perito Moreno Glacier

เดินทางจาก El Calafate ไป Perito Moreno Glacier ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงต่อเที่ยว ระยะทางราว 80 กิโลเมตร
ธารน้ำแข็งแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares และเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งไม่กี่แห่งของโลกที่ยังคงเคลื่อนตัวและมีมวลน้ำแข็งค่อนข้างสมดุล
โดดเด่นด้วยกำแพงน้ำแข็งสูงมหึมา สีฟ้าขาวสวยงาม และบางจังหวะอาจได้เห็นน้ำแข็งแตกตัวลงสู่ทะเลสาบ เป็นภาพธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่มาก
พัก: El Calafate

Day 8: El Calafate – Torres del Paine

เดินทางข้ามพรมแดนจากอาร์เจนตินาเข้าสู่ชิลี ใช้เวลาประมาณ 5–7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขั้นตอนชายแดน
จุดหมายคือ Torres del Paine National Park อุทยานแห่งชาติชื่อดังระดับโลกในชิลี มีชื่อเสียงจากภูเขาหินแกรนิต ทะเลสาบสีฟ้า ธารน้ำแข็ง และทุ่งกว้าง
คำว่า “Paine” มาจากภาษาพื้นเมือง Tehuelche เชื่อว่าหมายถึง “สีฟ้า”
พัก: Torres del Paine

Day 9: Torres del Paine Scenic Active Day

เที่ยวชมวิวภายในอุทยานโดยรถและเดินสั้น ๆ

  • Laguna Amarga ทะเลสาบที่สะท้อนภาพยอดเขา Torres ได้สวย โดยเฉพาะในวันที่ลมนิ่ง

  • Fauna Trail จุดสังเกตสัตว์ป่า เช่น กวานาโก สุนัขจิ้งจอก และนกพื้นถิ่น

  • Mirador Cuernos จุดชมยอด Cuernos del Paine ภูเขาทรงแปลกที่ดูเหมือนเขาสัตว์

  • Lago Pehoé ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ที่เป็นภาพสัญลักษณ์ของอุทยาน

  • Mirador Cóndor / Mirador Río Serrano จุดชมวิวมุมกว้าง เห็นทั้งภูเขา ทะเลสาบ และความยิ่งใหญ่ของภูมิประเทศ

    อุทยานแห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นเขตสงวนชีวมณฑลโดย UNESCO และเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก

    พัก: Torres del Paine

Day 10: Base Towers Trek / Optional Scenic Route

สำหรับผู้ที่พร้อม เดิน Base Towers Trek ระยะประมาณ 18–22 กิโลเมตร ใช้เวลา 8–10 ชั่วโมง
เส้นทางนี้พาไปยังจุดชมวิวหอคอยหินแกรนิตสามยอด ซึ่งเป็นภาพสัญลักษณ์ของ Torres del Paine และเป็นที่มาของชื่อ “Torres” หรือ “หอคอย”
ช่วงสุดท้ายของเส้นทางค่อนข้างชัน แต่เมื่อถึงด้านบนจะเห็นยอดหินสูงตั้งตระหง่านเหนือทะเลสาบสีฟ้า
ผู้ที่ไม่ต้องการเดินหนัก สามารถเลือกเส้นทางชมวิวเบา ๆ ภายในอุทยานแทนได้
พัก: Torres del Paine

Day 11: Torres del Paine – Puerto Natales – Santiago

เดินทางออกจากอุทยานไป Puerto Natales ใช้เวลาประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง จากนั้นบินต่อไป Santiago โดยปกติต้องมีเวลาเชื่อมต่อและใช้เวลาเดินทางรวมหลายช่วง
Puerto Natales เป็นเมืองเล็กริมฟยอร์ด ก่อตั้งขึ้นช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 และเติบโตจากการเลี้ยงแกะ ก่อนจะกลายเป็นประตูหลักสู่อุทยาน Torres del Paine
พัก: Santiago

Day 12: Santiago City Tour – São Paulo – Bangkok

เที่ยวใน Santiago แบบคร่าว ๆ ก่อนเดินทางกลับ
Santiago เป็นเมืองหลวงของชิลี ก่อตั้งในปี 1541 โดยนักสำรวจชาวสเปน Pedro de Valdivia เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ มีฉากหลังเป็นเทือกเขา Andes ที่โดดเด่น
จากนั้นเดินทางสู่สนามบิน บินไป São Paulo และต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 24–30 ชั่วโมง
พัก: บนเครื่องบิน

Day 13: In Transit

อยู่ระหว่างการเดินทางกลับประเทศไทย เป็นวันพักระหว่างไฟลต์และการข้ามทวีป
เหมาะกับการทบทวนภาพความทรงจำตลอดทริป Patagonia ตั้งแต่ Buenos Aires, Fitz Roy, Perito Moreno Glacier จนถึง Torres del Paine
พัก: บนเครื่องบิน

Day 14: Arrive Bangkok

เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
ปิดท้ายทริป Patagonia ดินแดนปลายโลกที่มีชื่อเสียงเรื่องภูเขาหิน ธารน้ำแข็ง และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เป็นการเดินทางที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นเส้นทางที่ทำให้หลายคนได้เห็นพลังใจและความอดทนของตัวเอง
พัก: กรุงเทพฯ / เดินทางกลับบ้าน

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
06 South America

อเมริกาใต้ มาชูปิคชู อูยูนี่ อีกัวซู่

อเมริกาใต้ มาชูปิคชู อูยูนี่ อีกัวซู่
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • น้ำตกอีกัวซู (บราซิลและอาร์เจนตินา) ปล่อยใจไปกับความยิ่งใหญ่ของม่านน้ำตกที่ทรงพลังที่สุดในโลก พร้อมรับละอองน้ำเย็นฉ่ำที่จุดชมวิวคอปีศาจ
  • มาชูปิกชู (เปรู) ซึมซับมนต์ขลังของนครสาบสูญแห่งอินคา หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ซ่อนตัวอย่างสงบเงียบท่ามกลางสายหมอกและขุนเขา
  • ภูเขาสายรุ้ง (เปรู) ท้าทายตัวเองก้าวขึ้นไปชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่สาดสีสันแร่ธาตุลงบนภูเขาทั้งลูกราวกับงานศิลปะชิ้นเอก
  • ทะเลเกลืออูยูนี (โบลิเวีย) ปลดปล่อยความรู้สึกไปกับผืนเกลือสีขาวที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ให้คุณได้ถ่ายรูปสนุกๆ ราวกับเดินอยู่บนกระจกสะท้อนแผ่นฟ้า
  • ทะเลทรายอะตากามา (ชิลี) ทิ้งความวุ่นวายแล้วไปนอนเอนกายดูดาวนับล้านดวงกลางทะเลทราย ที่ได้ชื่อว่ามีท้องฟ้ามืดสนิทและใสกระจ่างที่สุดในโลก
  • รูปปั้นพระเยซูคริสต์ (บราซิล) กางแขนรับพลังงานดีๆ บนยอดเขาคอร์โควาโด พร้อมชมวิวเมืองริโอเดจาเนโรที่โอบล้อมด้วยทะเลและภูเขาแบบพาโนรามา
สรุปแผนเดินทาง
วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เซาเปาโล

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ออกเดินทางสู่เมือง เซาเปาโล ประเทศบราซิล โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา

วันที่ 2: เซาเปาโล

เดินทางถึงประเทศบราซิล เข้าสู่ตัวเมือง เซาเปาโล
พักผ่อนในย่าน Jardins ตามอัธยาศัย ย่านพักผ่อนและช้อปปิ้งยอดนิยมของเมือง

วันที่ 3: เซาเปาโล – ฟอซโดอีกัวซู

บินสู่เมือง ฟอซโดอีกัวซู (Foz do Iguaçu)
เที่ยวชมน้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล ชมทัศนียภาพน้ำตกอันยิ่งใหญ่แบบพาโนรามา พร้อมสนุกกับกิจกรรม Macuco Safari ล่องเรือเข้าใกล้สายน้ำตกสุดตื่นตา

วันที่ 4: อีกัวซู ฝั่งอาร์เจนตินา – ฟอซโดอีกัวซู

ข้ามแดนสู่อาร์เจนตินา เพื่อเที่ยวชมอุทยานน้ำตกอีกัวซูฝั่งอาร์เจนตินา
ชมไฮไลต์สำคัญ Devil’s Throat จุดชมน้ำตกขนาดมหึมาที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่ง จากนั้นแวะชมจุดชมวิว 3 ประเทศ จุดบรรจบของบราซิล อาร์เจนตินา และปารากวัย

วันที่ 5: ฟอซโดอีกัวซู – ซานติอาโก

บินสู่กรุง ซานติอาโก (Santiago) ประเทศชิลี
เที่ยวชม Plaza de Armas จัตุรัสกลางเมือง มหาวิหารประจำเมือง และอาคารสำคัญโดยรอบ จากนั้นขึ้นชมวิวเมืองที่ Cerro San Cristóbal จุดชมวิวชื่อดังของซานติอาโก

วันที่ 6: ซานติอาโก – คุซโก

บินสู่เมือง คุซโก (Cusco) ประเทศเปรู เมืองเก่าแก่กลางเทือกเขาแอนดีส
พักผ่อนเพื่อปรับตัวกับระดับความสูง ช่วงเย็นเดินเล่นย่าน Plaza de Armas ศูนย์กลางเมืองคุซโกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์

วันที่ 7: คุซโก – Aguas Calientes

เที่ยวชมเมือง คุซโก เมืองหลวงเก่าของอาณาจักรอินคา
จากนั้นนั่งรถไฟผ่านเส้นทาง Sacred Valley ชมวิวหุบเขาและธรรมชาติอันงดงาม เดินทางสู่เมือง Aguas Calientes เมืองฐานสำหรับขึ้นชมมาชูปิกชู

วันที่ 8: มาชูปิกชู – คุซโก

ขึ้นชม มาชูปิกชู (Machu Picchu) ยามเช้า เมืองโบราณกลางหุบเขาที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเปรู
สัมผัสบรรยากาศอารยธรรมอินคาและวิวภูเขาอันงดงาม จากนั้นเดินทางกลับสู่เมือง คุซโก ในช่วงเย็น

วันที่ 9: คุซโก – Rainbow Mountain

เดินทางสู่ Rainbow Mountain หรือภูเขาสายรุ้ง
ชมทิวทัศน์สีสันธรรมชาติของชั้นแร่บนภูเขา ท่ามกลางฉากหลังของเทือกเขาแอนดีส จากนั้นเดินทางกลับเมืองคุซโกเพื่อพักผ่อน

วันที่ 10: คุซโก – ลาปาซ

บินสู่กรุง ลาปาซ (La Paz) ประเทศโบลิเวีย เมืองหลวงบนที่สูงที่โอบล้อมด้วยภูเขา
เที่ยวชม ตลาดแม่มด (Witches’ Market) ชมจัตุรัส Murillo Square และนั่งกระเช้า Mi Teleférico เพื่อชมวิวเมืองจากมุมสูง

วันที่ 11: ลาปาซ – อูยูนี

บินสู่เมือง อูยูนี (Uyuni) ประตูสู่ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เที่ยวชม Salar de Uyuni ทะเลเกลือกว้างสุดสายตา หนึ่งในภูมิประเทศที่แปลกตาและงดงามที่สุดในโลก พร้อมแวะชม สุสานรถไฟเก่า

วันที่ 12: อูยูนี – ทะเลทรายดาลี – Laguna Colorada – Laguna Verde

ออกเดินทางชมภูมิประเทศแปลกตาของโบลิเวียตอนใต้
ชม ทะเลทรายดาลี (Dalí Desert) พื้นที่ทะเลทรายที่มีรูปทรงหินและภูมิทัศน์เหนือจริง แวะชม ต้นไม้หิน, Laguna Colorada ทะเลสาบสีแดง และ Laguna Verde ทะเลสาบสีเขียว

วันที่ 13: โบลิเวีย – San Pedro de Atacama

ข้ามพรมแดนจากโบลิเวียเข้าสู่ประเทศชิลี
เดินทางสู่เมือง San Pedro de Atacama เมืองทะเลทรายชื่อดังของชิลี ช่วงค่ำร่วมทัวร์ดูดาวกลางทะเลทราย สัมผัสท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ใสและเต็มไปด้วยดวงดาว

วันที่ 14: San Pedro de Atacama – Calama – ริโอเดจาเนโร

เดินทางสู่สนามบินที่เมือง Calama
จากนั้นบินต่อไปยังเมือง ริโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) ประเทศบราซิล เมืองริมทะเลที่มีสีสันและมีชื่อเสียงระดับโลก

วันที่ 15: ริโอเดจาเนโร – เซาเปาโล

เที่ยวชมรูปปั้น Christ the Redeemer แลนด์มาร์กสำคัญของริโอเดจาเนโร
เดินเล่นชายหาดชื่อดัง Copacabana และ Ipanema จากนั้นขึ้นชมวิวที่ Sugarloaf Mountain ก่อนบินกลับสู่เมือง เซาเปาโล

วันที่ 16: เซาเปาโล – กรุงเทพฯ

ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Qatar Airways
แวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา และเดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากทริปอเมริกาใต้

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • ที่พัก ระดับ 4 ดาว 
  • รถรับส่งตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทาง

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เซาเปาโล, บราซิล
เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังเซาเปาโล โดยสายการบิน Qatar Airways เส้นทาง กรุงเทพฯ – โดฮา – เซาเปาโล ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 20–24 ชั่วโมงรวมต่อเครื่อง
เซาเปาโลเป็นมหานครใหญ่ที่สุดของบราซิล และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของอเมริกาใต้

**พัก: บนเครื่องบิน / เซาเปาโล**

วันที่ 2: ถึงเซาเปาโล – ย่าน Jardins
ถึงสนามบิน Guarulhos แล้วเดินทางเข้าเมืองประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เข้าพักย่าน Jardins ซึ่งเป็นย่านหรูที่ขึ้นชื่อเรื่องที่พัก ร้านอาหาร และบรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับพักฟื้นจากการเดินทางไกล
ย่านนี้เป็นหนึ่งในย่านพักอาศัยสำคัญของเมือง และสะท้อนภาพลักษณ์ทันสมัยของเซาเปาโลได้ดี

**พัก: เซาเปาโล (ย่าน Jardins)**

วันที่ 3: เซาเปาโล – ฟอซโดอีกัวซู – น้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล
บินภายในประเทศจากเซาเปาโลสู่ฟอซโดอีกัวซู ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
เที่ยว Parque Nacional do Iguaçu ชมน้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล ซึ่งเด่นเรื่องวิวมุมกว้างแบบพาโนรามา เดินเส้นทาง Trilha das Cataratas ระยะประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อชมม่านน้ำตก ละอองน้ำ และสายรุ้ง
พิเศษกับ Macuco Safari นั่งเรือเข้าใกล้น้ำตก สัมผัสพลังของสายน้ำอย่างใกล้ชิด
น้ำตกอีกัวซูถือเป็นหนึ่งในระบบน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และชื่อ “Iguaçu” มาจากภาษาพื้นเมืองกวารานี แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่”

**พัก: ฟอซโดอีกัวซู, บราซิล**

วันที่ 4: น้ำตกอีกัวซูฝั่งอาร์เจนตินา – จุดชมวิว 3 ประเทศ
ข้ามพรมแดนจากบราซิลสู่อาร์เจนตินา ใช้เวลาเดินทางรวมพิธีผ่านแดนประมาณ 1–2 ชั่วโมง
เที่ยว Parque Nacional Iguazú ฝั่งอาร์เจนตินา ซึ่งเด่นเรื่องทางเดินที่เข้าใกล้น้ำตกมากกว่า ไฮไลต์คือ Devil’s Throat หรือ “คอปีศาจ” จุดที่กระแสน้ำมหาศาลไหลตกลงอย่างรุนแรง เป็นจุดที่น่าตื่นตาที่สุดของทั้งอุทยาน
ช่วงบ่ายแวะ Hito Tres Fronteras จุดชมวิวจุดบรรจบของ 3 ประเทศ คือ บราซิล อาร์เจนตินา และปารากวัย

**พัก: ฟอซโดอีกัวซู, บราซิล**

วันที่ 5: ฟอซโดอีกัวซู – ซานติอาโก, ชิลี
บินจากฟอซโดอีกัวซูสู่ซานติอาโก ใช้เวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเที่ยวบินและการต่อเครื่อง
เที่ยว Plaza de Armas จัตุรัสเก่าแก่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของซานติอาโกมาตั้งแต่ยุคสเปน และชม Catedral Metropolitana มหาวิหารสำคัญของเมือง
ช่วงเย็นขึ้น Cerro San Cristóbal จุดชมวิวเด่นของซานติอาโก มองเห็นตัวเมืองและแนวเทือกเขาแอนดีส
ซานติอาโกเป็นเมืองหลวงของชิลี และเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ

**พัก: ซานติอาโก**

วันที่ 6: ซานติอาโก – คุซโก, เปรู
บินจากซานติอาโกสู่คุซโก ใช้เวลาประมาณ 5–8 ชั่วโมงรวมต่อเครื่อง
คุซโกตั้งอยู่สูงราว 3,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิอินคา จึงควรใช้วันแรกเพื่อพักปรับตัวกับความสูง
เดินเล่น Plaza de Armas และชม Catedral del Cuzco ซึ่งเป็นมหาวิหารสำคัญที่สร้างทับบนรากฐานของอารยธรรมเดิม สะท้อนการผสมผสานระหว่างโลกอินคากับสเปน

**พัก: คุซโก**

วันที่ 7: คุซโก – Aguas Calientes
ชม Qorikancha หรือวิหารแห่งดวงอาทิตย์ หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวอินคา เดิมเคยกรุผนังด้วยแผ่นทองคำเพื่อถวายแด่เทพสุริยะ
ช่วงบ่ายนั่งรถไฟ Inca Rail ผ่าน Sacred Valley ไปยัง Aguas Calientes ใช้เวลาประมาณ 3.5–4.5 ชั่วโมง
เมืองนี้เป็นประตูสู่มาชูปิกชู และมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติให้พักผ่อนก่อนเที่ยววันรุ่งขึ้น

**พัก: Aguas Calientes**

วันที่ 8: มาชูปิกชู – กลับคุซโก
นั่งรถบัสขึ้นมาชูปิกชู ใช้เวลาประมาณ 25–30 นาที
มาชูปิกชูเป็นนครหินโบราณของชาวอินคาที่สร้างอยู่บนสันเขาสูง และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 15 สมัยจักรพรรดิ Pachacuti
จุดเด่นคือผังเมืองหินที่กลมกลืนกับภูเขาและธรรมชาติอย่างน่าทึ่ง สำหรับผู้พร้อมทางร่างกาย อาจเลือกขึ้น Huayna Picchu เพื่อชมวิวมุมสูง
ช่วงเย็นเดินทางกลับคุซโก

**พัก: คุซโก**

วันที่ 9: Rainbow Mountain
ออกเดินทางแต่เช้าสู่ Vinicunca หรือ Rainbow Mountain ใช้เวลาเดินทางจากคุซโกประมาณ 3–4 ชั่วโมงต่อเที่ยว และมีช่วงเดินเทรคขึ้นจุดชมวิวอีกประมาณ 1.5–3 ชั่วโมงตามสภาพร่างกาย
ภูเขานี้มีชื่อเสียงจากชั้นแร่หลากสีตามธรรมชาติ จนเกิดเป็นลายสีคล้ายสายรุ้ง และอยู่สูงราว 5,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ระหว่างทางอาจพบอัลปาก้าและลามะ ซึ่งเป็นสัตว์พื้นถิ่นสำคัญของเทือกเขาแอนดีส

**พัก: คุซโก**

วันที่ 10: คุซโก – ลาปาซ, โบลิเวีย
บินจากคุซโกสู่ลาปาซ ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง
เที่ยว Mercado de las Brujas หรือตลาดแม่มด ซึ่งขายสมุนไพร เครื่องราง และของใช้ในพิธีตามความเชื่อพื้นเมืองแอนดีส สะท้อนวัฒนธรรมผสมระหว่างชนพื้นเมืองกับความเชื่อดั้งเดิม
จากนั้นชมจัตุรัส Murillo ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของเมือง และนั่ง Mi Teleférico กระเช้าลอยฟ้าที่ทำให้เห็นภูมิประเทศของลาปาซซึ่งทอดตัวตามหุบเขาสูงอย่างโดดเด่น

**พัก: ลาปาซ**

วันที่ 11: ลาปาซ – อูยูนี – Salar de Uyuni
บินจากลาปาซสู่อูยูนี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เที่ยว Salar de Uyuni ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกิดจากการระเหยของทะเลสาบโบราณจนเหลือผืนเกลือมหาศาลสุดสายตา
จุดเด่นคือพื้นสีขาวกว้างใหญ่และภาพถ่ายมุมมองลวงตา จากนั้นแวะ Cementerio de Trenes หรือสุสานรถไฟ ซึ่งเป็นซากรถไฟจากยุครุ่งเรืองการขนส่งแร่ของโบลิเวีย

**พัก: อูยูนี**

วันที่ 12: ทะเลทรายดาลี – Árbol de Piedra – Laguna Colorada – Laguna Verde
เดินทางท่องพื้นที่ธรรมชาติทางตอนใต้ของโบลิเวีย ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างยาวเกือบทั้งวัน ราว 6–10 ชั่วโมงรวมแวะจุดต่างๆ
ชม Desierto de Dalí ทะเลทรายที่ภูมิประเทศดูเหนือจริงคล้ายภาพวาดของศิลปินซัลบาดอร์ ดาลี
แวะ Árbol de Piedra หรือ “ต้นไม้หิน” หินรูปทรงประหลาดที่เกิดจากแรงลมกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน
ต่อด้วย Laguna Colorada ทะเลสาบสีแดงที่เกิดจากแร่ธาตุและสาหร่าย เป็นแหล่งอาศัยของนกฟลามิงโก
และ Laguna Verde ทะเลสาบสีเขียวใกล้แนวภูเขาไฟ ซึ่งสีของน้ำเกิดจากองค์ประกอบแร่ในธรรมชาติ

**พัก: บริเวณเส้นทางอูยูนี / ใกล้พรมแดน**

วันที่ 13: ข้ามพรมแดนสู่ San Pedro de Atacama, ชิลี
เดินทางข้ามพรมแดนจากโบลิเวียสู่ชิลี ใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมงรวมขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
San Pedro de Atacama เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายอะตากามา หนึ่งในพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในโลก แต่มีภูมิทัศน์โดดเด่นทั้งทะเลทราย ภูเขาไฟ และท้องฟ้าใส
ช่วงค่ำร่วม Stargazing Tour เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในจุดดูดาวที่ดีที่สุดในโลก จากท้องฟ้ามืดสนิทและมลภาวะแสงต่ำมาก

**พัก: San Pedro de Atacama**

วันที่ 14: San Pedro de Atacama – Calama – ริโอเดจาเนโร, บราซิล
เดินทางจาก San Pedro de Atacama ไปสนามบิน Calama ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมงทางรถ
จากนั้นบินไปริโอเดจาเนโร โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ซานติอาโก ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 8–12 ชั่วโมง
ริโอเดจาเนโรเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของบราซิล มีชื่อเสียงด้านชายหาด ดนตรี และวัฒนธรรมเมืองชายทะเล
หากมีเวลา สามารถเดินเล่นย่าน Ipanema หรือ Copacabana ซึ่งเป็นชายหาดระดับตำนานของเมือง

**พัก: ริโอเดจาเนโร**

วันที่ 15: ริโอเดจาเนโร – Christ the Redeemer – Sugarloaf – เซาเปาโล
เที่ยว Corcovado เพื่อชม Christ the Redeemer รูปปั้นพระเยซูคริสต์ผู้ไถ่ สัญลักษณ์สำคัญของบราซิล และหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
จากนั้นแวะ Copacabana และ Ipanema ชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของริโอ สะท้อนเสน่ห์ชีวิตเมืองริมทะเล
ช่วงเย็นขึ้น Sugarloaf Mountain จุดชมวิวพาโนรามาเหนืออ่าวกวานาบารา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิวคลาสสิกที่สุดของบราซิล
หลังเที่ยว บินกลับเซาเปาโล ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

**พัก: เซาเปาโล / บนเครื่องบิน**

วันที่ 16: เซาเปาโล – กรุงเทพฯ
ออกเดินทางจากเซาเปาโลกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Qatar Airways แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 20–24 ชั่วโมง
สิ้นสุดการเดินทางทวีปอเมริกาใต้ ครบทั้งธรรมชาติระดับโลก มรดกอารยธรรมอินคา เมืองหลวงบนที่สูง และแลนด์มาร์กสำคัญของบราซิล

**พัก: บนเครื่องบิน**

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม