Categories
Trip-Hightlight 02 Iceland-Greenland-Faroe

กรีนแลนด์ ตามหาภูเขาน้ำแข็งยักษ์

กรีนแลนด์ ตามหาภูเขาน้ำแข็งยักษ์
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • เดินเล่น Nuuk เมืองหลวงเล็ก ๆ ชมบ้านไม้สีสันสดใสและโบสถ์แดงริมท่าเรือ
  • ล่องเรือไป Kangeq หมู่บ้านร้างกลางฟยอร์ด สัมผัสบรรยากาศเงียบสงบและชมมัมมี่ Qilakitsoq อายุ 500 ปีที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
  • บินต่อสู่ Ilulissat เมืองภูเขาน้ำแข็ง ล่องเรือชมวาฬและภูเขาน้ำแข็งยักษ์
  • ล่องเรือชมธารน้ำแข็ง Eqi Sermia และ Ilulissat Icefjord มรดกโลก ช่วงแสงเย็นน้ำแข็งเปลี่ยนสีสวยงาม
  • เดินเทรล Blue Trail เลียบ Icefjord ชมวิวภูเขาน้ำแข็งและทุ่งทุนดรา
  • ปิดท้ายด้วยการเดินเล่นใน Ilulissat ก่อนบินกลับโคเปนเฮเกนและกรุงเทพฯ ทริปนี้เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและความทรงจำที่ไม่ลืม
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ → โคเปนเฮเกน
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

วันที่ 2: โคเปนเฮเกน → Nuuk
ต่อเครื่องสู่เมืองหลวงกรีนแลนด์ เที่ยว Old Colonial Harbour ถ่ายรูป Hans Egede Statue และชม Nuuk Cathedral

วันที่ 3: Nuuk – Kangeq
ล่องเรือสู่หมู่บ้านร้าง Kangeq ชมร่องรอยอดีต และเข้าชม Greenland National Museum ดู Qilakitsoq Mummies

วันที่ 4: Nuuk → Ilulissat
บินสู่ Ilulissat ชมเมือง แวะ Zion Church และ Ilulissat Art Museum ก่อนล่องเรือชมวาฬท่ามกลางภูเขาน้ำแข็ง

วันที่ 5: Ilulissat – Eqi Sermia – Icefjord
ล่องเรือสู่ธารน้ำแข็ง Eqi Sermia ชมปรากฏการณ์น้ำแข็งถล่ม และล่องเรือชม Ilulissat Icefjord ยามเย็น

วันที่ 6: Ilulissat
เดินเทรล Blue Trail เต็มวัน ชมวิว Icefjord และภูเขาน้ำแข็งตระการตาตลอดเส้นทาง

วันที่ 7: Ilulissat → โคเปนเฮเกน
อิสระช่วงเช้า ก่อนเดินทางกลับโคเปนเฮเกน และเข้าที่พักพักผ่อน

วันที่ 8: โคเปนเฮเกน → กรุงเทพฯ
อิสระช่วงเช้า ก่อนเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินกลับประเทศไทย

วันที่ 9: กรุงเทพฯ
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความทรงจำจากแดนขั้วโลก

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • ค่าเรือ และรถรับส่ง ตลอดทริป
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Day 1: กรุงเทพฯ – โคเปนเฮเกน

ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ สู่กรุง โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 14–18 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสายการบินและเวลาแวะต่อเครื่อง เป็นวันเริ่มต้นของทริปสแกนดิเนเวียเพื่อเชื่อมต่อสู่ กรีนแลนด์

ที่พัก: พักบนเครื่อง / ตามเที่ยวบิน

Day 2: โคเปนเฮเกน – Nuuk

เดินทางถึง โคเปนเฮเกน แล้วต่อเครื่องบินสู่เมือง Nuuk เมืองหลวงของ กรีนแลนด์ ใช้เวลาบินประมาณ 4.5–5 ชั่วโมง เมืองนี้เป็นเมืองหลวงที่อยู่ใกล้เขตอาร์กติกมากที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของชาวกรีนแลนด์

เที่ยวชม Old Colonial Harbour ท่าเรือเก่า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองในยุคอาณานิคมเดนมาร์ก รายล้อมด้วยบ้านไม้หลากสีแบบดั้งเดิม
แวะถ่ายรูปกับ Hans Egede Statue มิชชันนารีชาวนอร์เวย์-เดนมาร์กผู้ก่อตั้งนิคม Nuuk ในปี 1728
ชม Nuuk Cathedral หรือโบสถ์สีแดง สัญลักษณ์สำคัญของเมือง สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเรียบง่ายแบบลูเธอรัน

ที่พัก: Nuuk

Day 3: Kangeq – Greenland National Museum

นั่งเรือลัดเลาะฟยอร์ดจาก Nuuk สู่ Kangeq ใช้เวลาประมาณ 45 นาที–1 ชั่วโมง หมู่บ้านประมงเก่าที่ถูกทิ้งร้าง บริเวณนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเป็นพื้นที่ที่ Hans Egede เดินทางมาถึง กรีนแลนด์ ครั้งแรกในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18
เดินชมซากบ้านไม้เก่าและบรรยากาศเงียบสงบของชุมชนริมทะเลอาร์กติก เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอินูอิต

กลับเข้าเมืองและเข้าชม Greenland National Museum พิพิธภัณฑ์สำคัญที่สุดของประเทศ จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณคดีของชาวกรีนแลนด์
ไฮไลต์คือ Qilakitsoq Mummies มัมมี่หญิงและเด็กชาวอินูอิตอายุกว่า 500 ปี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในการค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดในอาร์กติก และช่วยให้เข้าใจการแต่งกาย ความเชื่อ และชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต

ที่พัก: Nuuk

Day 4: Nuuk – Ilulissat

เดินทางโดยเครื่องบินจาก Nuuk สู่เมือง Ilulissat ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง เมืองนี้มีชื่อเสียงระดับโลกจากภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ไหลออกมาจากธารน้ำแข็ง Sermeq Kujalleq

เที่ยวชมตัวเมือง Ilulissat เมืองเล็กริมอ่าวที่มีบ้านสีสดตัดกับภูมิประเทศน้ำแข็ง
แวะชม Zion Church โบสถ์ไม้สีน้ำตาลแดงริมอ่าว สร้างขึ้นในปี 1779 ถือเป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่และเป็นภาพจำของเมือง
เข้าชม Ilulissat Art Museum ซึ่งตั้งอยู่ในบ้านเดิมของ Knud Rasmussen นักสำรวจขั้วโลกผู้มีชื่อเสียง และจัดแสดงศิลปะที่สะท้อนชีวิตและธรรมชาติของกรีนแลนด์

ช่วงเย็นล่องเรือ Whale Watching ออกสู่ทะเลใกล้เมือง ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อตามหา วาฬหลังค่อม และ วาฬมิงค์ ซึ่งมักปรากฏตัวในช่วงฤดูร้อนท่ามกลางฉากหลังของภูเขาน้ำแข็ง

ที่พัก: Ilulissat

Day 5: Eqi Sermia Glacier – Ilulissat Icefjord

ออกเดินทางล่องเรือเต็มวันสู่ Eqi Sermia Glacier ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 3–5 ชั่วโมงต่อเที่ยว ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและชนิดเรือ ธารน้ำแข็งแห่งนี้มีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์ calving หรือการแตกถล่มของผืนน้ำแข็งลงสู่ทะเล เสียงแตกดังสนั่นเป็นหนึ่งในภาพธรรมชาติที่น่าประทับใจที่สุดของกรีนแลนด์

ช่วงบ่ายหรือเย็น ล่องเรือชม Ilulissat Icefjord อย่างใกล้ชิด เขตฟยอร์ดน้ำแข็งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เพราะเป็นพื้นที่ที่ธารน้ำแข็งผลิตภูเขาน้ำแข็งจำนวนมหาศาลตลอดปี
จุดเด่นคือภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์รูปร่างแปลกตาที่ลอยเต็มผืนน้ำ โดยเฉพาะช่วงแสงเย็นที่ผิวน้ำแข็งจะสะท้อนสีทองสวยงามมาก

ที่พัก: Ilulissat

Day 6: Blue Trail Trekking

เดินเทรลเส้นทาง Blue Trail แบบเต็มวัน ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 3–5 ชั่วโมง ตามจังหวะการเดินและเวลาหยุดชมวิว เส้นทางนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่สวยที่สุดของ Ilulissat

ระหว่างทางจะได้ชมวิวชายฝั่งของ Icefjord ทุ่งทุนดรา เนินหิน และภูเขาน้ำแข็งที่อัดแน่นอยู่ในปากอ่าว เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสภูมิประเทศอาร์กติกอย่างใกล้ชิด
ความสำคัญของพื้นที่นี้อยู่ที่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบธารน้ำแข็งที่เคลื่อนตัวเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และสะท้อนพลังของธรรมชาติในเขตขั้วโลกได้อย่างชัดเจน

ที่พัก: Ilulissat

Day 7: Ilulissat – โคเปนเฮเกน

ช่วงเช้าอิสระเก็บภาพบรรยากาศสุดท้ายของเมืองน้ำแข็ง ก่อนเดินทางสู่สนามบิน
บินจาก Ilulissat กลับ โคเปนเฮเกน โดยใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 6–8 ชั่วโมง และมักมีการแวะเปลี่ยนเครื่องระหว่างทาง เป็นวันสำหรับอำลาดินแดนอาร์กติกและกลับเข้าสู่เมืองหลวงของเดนมาร์ก

ที่พัก: โคเปนเฮเกน

Day 8: โคเปนเฮเกน – กรุงเทพฯ

ช่วงเช้าอิสระสำหรับพักผ่อนหรือเลือกซื้อของฝากใน โคเปนเฮเกน ก่อนเดินทางสู่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องกลับ กรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 14–18 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเที่ยวบินและเวลาเปลี่ยนเครื่อง

ที่พัก: พักบนเครื่อง / ตามเที่ยวบิน

Day 9: กรุงเทพฯ

เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความทรงจำจาก กรีนแลนด์ ดินแดนแห่งฟยอร์ด ภูเขาน้ำแข็ง และประวัติศาสตร์ของชาวอินูอิต

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
01 Nordic Trip-Hightlight

นอร์เวย์ล่าแสงเหนือ โลโฟเทน ฟลอม เบอร์เกน

นอร์เวย์ โลโฟเทน ฟลอม
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • Henningsvær – เวนิสแห่งโลโฟเทน
    หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยทะเลและภูเขา ไฮไลท์คือสนามฟุตบอลกลางวิวสุดอลังการที่หลายคนยกให้สวยที่สุดในโลก เป็นมุมที่ทำให้รู้สึกว่าโลโฟเทนมีเสน่ห์เกินคำบรรยาย
  • Uttakleiv / Haukland / Ramberg Beach – หาดสวยละมุนของนอร์เวย์
    หาดทรายขาวอมชมพู ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสและฉากหลังเป็นภูเขา บรรยากาศสงบ สวยแบบนุ่มลึก เหมาะกับการเดินเล่นช้าๆ และเก็บภาพธรรมชาติที่ดูเหมือนหลุดจากโปสการ์ด
  • Reine & Sakrisøy – ภาพจำที่สวยที่สุดของโลโฟเทน
    หมู่บ้านชาวประมงสีแดงสดกลางอ้อมกอดของฟยอร์ดและขุนเขา พร้อมบ้านสีเหลืองมัสตาร์ดสุดไอคอนิกที่ Sakrisøy เป็นจุดที่ใครมาโลโฟเทนก็ต้องอยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
  • Nusfjord – หมู่บ้านชาวประมงโบราณที่เหมือนเวลาหยุดเดิน
    เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความเรียบง่ายและดั้งเดิม บ้านไม้ ท่าเรือ และเรื่องราววิถีชีวิตชาวประมงที่ยังคงกลิ่นอายอดีตไว้อย่างสมบูรณ์ เดินแล้วให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น และมีชีวิตชีวาแบบนอร์เวย์แท้ๆ
  • Flåm Railway & Stegastein – เส้นทางวิวฟยอร์ดที่ต้องไปสักครั้ง
    นั่งรถไฟสายโรแมนติกผ่านหุบเขา น้ำตก และธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่ ก่อนขึ้นไปยืนบนจุดชมวิว Stegastein ที่ยื่นออกไปเหนือฟยอร์ด เป็นโมเมนต์ที่ทั้งตื่นเต้นและเงียบงามในเวลาเดียวกัน
  • Nærøyfjord & Bergen – ปิดท้ายด้วยฟยอร์ดระดับโลกและเมืองน่ารักริมทะเล
    ล่องเรือชม Nærøyfjord ฟยอร์ดมรดกโลก UNESCO ที่แคบ งดงาม และเต็มไปด้วยพลังของธรรมชาติ แล้วค่อยไปซึมซับเสน่ห์เมืองเบอร์เกนกับท่าเรือไม้สีสด Bryggen Wharf ที่ทั้งคลาสสิก อบอุ่น และมีชีวิตชีวาแบบเมืองยุโรปเหนือ
สรุปแผนเดินทาง

Day 1: กรุงเทพฯ – ออสโล

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิช่วงค่ำ เตรียมตัวออกเดินทางสู่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบิน Thai Airways

Day 2: ออสโล – สโวลแวร์

เดินทางถึงกรุงออสโล ก่อนต่อเที่ยวบินภายในประเทศสู่เมือง สโวลแวร์ (Svolvær) เมืองศูนย์กลางของหมู่เกาะโลโฟเทน

ชมวิวภูเขา The Goat แลนด์มาร์กสำคัญของเมือง พร้อมสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตชาวประมงอันเรียบง่าย

Day 3: สโวลแวร์ – Henningsvær – Uttakleiv – Haukland – Ramberg – Hamnøy

ออกเดินทางเที่ยวชมเส้นทางธรรมชาติอันงดงามของโลโฟเทน

แวะหมู่บ้านชาวประมง Henningsvær ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ก่อนเดินทางต่อสู่ชายหาดชื่อดังอย่าง Uttakleiv Beach และ Haukland Beach

ชมวิวทะเล ภูเขา และหาดทรายสีขาวอมชมพู ก่อนเดินทางต่อผ่าน Ramberg สู่หมู่บ้าน Hamnøy หนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของโลโฟเทน

Day 4: Hamnøy – Reine – Å – Sakrisøy – Fredvang – Nusfjord – สโวลแวร์

เจาะลึกหมู่บ้านไฮไลต์ของหมู่เกาะโลโฟเทน เริ่มจาก Reine หมู่บ้านริมฟยอร์ดที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูง

เดินทางต่อสู่หมู่บ้าน Å หมู่บ้านปลายสุดของเส้นทางโลโฟเทน แวะชมบรรยากาศสีสันสดใสของ Sakrisøy และเส้นทางวิวสวยบริเวณ Fredvang

ก่อนปิดท้ายที่ Nusfjord หมู่บ้านชาวประมงโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงาม แล้วเดินทางกลับสู่สโวลแวร์

Day 5: สโวลแวร์ – เบอร์เกน – วอสส์

เดินทางจากโลโฟเทนสู่เมือง เบอร์เกน (Bergen) เมืองท่าสำคัญทางฝั่งตะวันตกของนอร์เวย์

จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง วอสส์ (Voss) เมืองตากอากาศท่ามกลางภูเขา ทะเลสาบ และธรรมชาติอันเงียบสงบ

Day 6: วอสส์ – Flåm – Stegastein – Nærøyfjord – Tvindefossen – วอสส์

สัมผัสหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดของนอร์เวย์

นั่งรถไฟสายโรแมนติกสู่เมือง Flåm ชมวิวหุบเขาและธรรมชาติระหว่างทาง

เดินทางสู่จุดชมวิว Stegastein Viewpoint เพื่อชมทัศนียภาพฟยอร์ดจากมุมสูง

จากนั้นล่องเรือชม Nærøyfjord ฟยอร์ดมรดกโลกที่มีชื่อเสียง ก่อนแวะชมน้ำตก Tvindefossen และเดินทางกลับสู่เมืองวอสส์

Day 7: วอสส์ – เบอร์เกน

เดินทางกลับสู่เมืองเบอร์เกน เที่ยวชมย่านประวัติศาสตร์ Bryggen Wharf อาคารไม้สีสันสดใสริมท่าเรืออันเป็นเอกลักษณ์

ขึ้นรถรางสู่ยอดเขา Fløyen เพื่อชมวิวเมืองเบอร์เกนจากมุมสูง

จากนั้นอิสระเดินเล่น ช้อปปิ้ง หรือเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

Day 8: เบอร์เกน – ออสโล – กรุงเทพฯ

เดินทางสู่สนามบินเมืองเบอร์เกน เพื่อบินกลับมายังกรุงออสโล

จากนั้นเตรียมตัวออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Thai Airways

Day 9: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากทริปนอร์เวย์อันงดงาม ทั้งหมู่เกาะโลโฟเทน เมืองริมฟยอร์ด และธรรมชาติระดับโลกของนอร์เวย์

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ 9 ที่นั่ง สำหรับคณะ 6 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
โปรแกรมเต็ม

Day 1: กรุงเทพฯ – ออสโล

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 21.30 น. เพื่อออกเดินทางสู่กรุงออสโล โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG954 ใช้เวลาบินประมาณ 11–12 ชั่วโมงข้ามทวีปสู่ดินแดนสแกนดิเนเวีย
พักผ่อนบนเครื่องบิน

Day 2: ออสโล – สโวลแวร์

เดินทางถึงออสโล และต่อเที่ยวบินภายในประเทศสู่เมืองสโวลแวร์ (Svolvær) ใช้เวลาบินรวมต่อเครื่องประมาณ 3–5 ชั่วโมง เมืองนี้ถือเป็นประตูสำคัญสู่หมู่เกาะโลโฟเทน และเป็นศูนย์กลางการประมงที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์ จากตัวเมืองสามารถชมวิวภูเขา Svolværgeita หรือ The Goat ซึ่งเป็นยอดหินคู่สัญลักษณ์ของเมือง ได้เห็นบรรยากาศท่าเรือ บ้านเรือนริมอ่าว และวิถีชีวิตชาวประมงที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน

พักที่ Svolvær

Day 3: สโวลแวร์ – Henningsvær – Uttakleiv – Haukland – Ramberg – Hamnøy

ออกเดินทางท่องเที่ยวในหมู่เกาะโลโฟเทน โดยใช้เวลาเดินทางระหว่างจุดต่างๆ รวมประมาณ 4–5 ชั่วโมง
เริ่มที่ Henningsvær หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ได้รับสมญาว่าเป็น “เวนิสแห่งโลโฟเทน” เพราะตั้งอยู่บนเกาะเล็กหลายเกาะเชื่อมต่อกันด้วยสะพาน จุดเด่นคือสนามฟุตบอลกลางทะเลที่โด่งดังไปทั่วโลก จากนั้นเดินทางสู่หาด Uttakleiv และ Haukland ชายหาดชื่อดังที่มีทั้งภูเขา ทะเล และแสงธรรมชาติสวยงาม เป็นจุดชมวิวที่แสดงให้เห็นความมหัศจรรย์ของโลโฟเทนได้อย่างชัดเจน ก่อนแวะ Ramberg Beach ชายหาดทรายขาวอมชมพูที่มีฉากหลังเป็นภูเขาและหมู่บ้านเล็กๆ บรรยากาศสงบงดงาม

พักที่ Hamnøy

Day 4: Hamnøy – Reine – Å – Sakrisøy – Fredvang – Nusfjord – Svolvær

เดินทางท่องเที่ยวต่อในเขตใต้ของโลโฟเทน ระยะทางรวมค่อนข้างไกล ใช้เวลาเดินทางและแวะเที่ยวประมาณ 6–8 ชั่วโมง
ชมหมู่บ้าน Reine ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของนอร์เวย์ ด้วยภาพบ้านชาวประมงสีแดงริมฟยอร์ดที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูง ต่อด้วยหมู่บ้าน Å ซึ่งเป็นปลายสุดของถนนสาย E10 และเคยเป็นชุมชนประมงปลาค็อดสำคัญในอดีต จากนั้นแวะ Sakrisøy เพื่อถ่ายภาพกับบ้านสีเหลืองมัสตาร์ดอันเป็นเอกลักษณ์ และแวะสะพาน Fredvang จุดชมวิวที่สวยมากอีกแห่งหนึ่ง ก่อนปิดท้ายที่ Nusfjord หมู่บ้านชาวประมงโบราณที่อนุรักษ์ไว้ได้สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ เคยรุ่งเรืองจากอุตสาหกรรมปลาค็อดตากแห้งซึ่งเป็นสินค้าสำคัญของภูมิภาคมานานหลายร้อยปี

พักที่ Svolvær

Day 5: สโวลแวร์ – เบอร์เกน – วอสส์

เดินทางจากสโวลแวร์โดยเครื่องบินสู่เมืองเบอร์เกน ใช้เวลารวมต่อเครื่องประมาณ 4–6 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองวอสส์ (Voss) ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง วอสส์เป็นเมืองตากอากาศกลางหุบเขาที่มีชื่อเสียงด้านธรรมชาติและกิจกรรมผจญภัย ทั้งยังเป็นจุดพักสำคัญสำหรับเส้นทางฟยอร์ดของนอร์เวย์ เมืองนี้รายล้อมด้วยทะเลสาบ ภูเขา และลำน้ำ ให้บรรยากาศเงียบสงบและสดชื่น

พักที่ Voss

Day 6: วอสส์ – Flåm – Stegastein – Nærøyfjord – Tvindefossen – วอสส์

วันนี้เดินทางท่องเที่ยวเส้นทางฟยอร์ดที่ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ ใช้เวลาเดินทางทั้งวันประมาณ 8–10 ชั่วโมง
เริ่มต้นด้วยการนั่งรถไฟสาย Flåm Railway เส้นทางรถไฟสายสั้นแต่สวยติดอันดับโลก สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมหมู่บ้านฟลอมกับเส้นทางรถไฟหลัก ผ่านหุบเขาสูงชัน น้ำตก และทิวทัศน์ธรรมชาติอันน่าประทับใจ จากนั้นขึ้นจุดชมวิว Stegastein ซึ่งยื่นออกไปเหนือฟยอร์ดราวกับลอยอยู่กลางอากาศ เปิดมุมมองกว้างไกลเหนือ Aurlandsfjord ต่อด้วยการล่องเรือชม Nærøyfjord ฟยอร์ดแคบที่สวยงามและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เพราะมีภูมิประเทศที่โดดเด่นและยังคงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ก่อนแวะชม Tvindefossen น้ำตกชื่อดังที่มีตำนานเล่าว่า ผู้ที่ได้ดื่มน้ำจากที่นี่จะมีความอ่อนเยาว์และสุขภาพดี

พักที่ Voss

Day 7: วอสส์ – เบอร์เกน

เดินทางจากวอสส์สู่เบอร์เกน ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
เที่ยวชมเมืองเบอร์เกน เมืองท่าสำคัญเก่าแก่ของนอร์เวย์ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าของสันนิบาตฮันเซียติก เริ่มที่ย่าน Bryggen Wharf เขตท่าเรือเก่าซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดดเด่นด้วยอาคารไม้สีสันสดใสที่สะท้อนความรุ่งเรืองทางการค้าในยุคกลาง จากนั้นขึ้นรถรางไฟฟ้า Fløibanen สู่ยอดเขา Fløyen เพื่อชมวิวเมืองเบอร์เกน มหาสมุทร และแนวภูเขาโดยรอบแบบพาโนรามา ก่อนอิสระเดินเล่น ช้อปปิ้ง หรือเลือกชิมอาหารทะเลสดที่ตลาดปลาซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเมือง

พักที่ Bergen

Day 8: เบอร์เกน – ออสโล – กรุงเทพฯ

เดินทางจากเบอร์เกนกลับสู่ออสโลโดยเที่ยวบินภายใน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และเผื่อเวลาต่อเครื่องสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
จากนั้นเตรียมออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG955 เวลา 13.20 น. ปิดท้ายการเดินทางแห่งนอร์เวย์ด้วยความทรงจำของฟยอร์ด หมู่บ้านชาวประมง และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
พักผ่อนบนเครื่องบิน

Day 9: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงประเทศไทย เวลา 06.20 น. โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากดินแดนฟยอร์ดและหมู่เกาะโลโฟเทน

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม