การเดินทาง
การเดินเทรค
การเดินเทรคเส้นทางในทิเบตจากลาซาสู่ไกรลาสและอาณาจักรกู่เก้อเป็นการผจญภัยที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการเดินเทรคในระดับความสูงสูงเช่นนี้ จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวทั้งร่างกายและอุปกรณ์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากได้
1. การเตรียมร่างกาย
การฝึกฝน:
ฝึกเดินในที่สูง: ควรฝึกเดินในภูเขาหรือที่สูงเพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับการขาดออกซิเจนและการเดินในเส้นทางที่สูงชัน. หากไม่สามารถฝึกในที่สูงได้ การเดินขึ้นบันไดหรือเดินในเส้นทางที่มีความชันก็เป็นการเตรียมตัวที่ดี.
การฝึกความแข็งแรง: ฝึกการเดินเป็นระยะเวลานาน ๆ และการยกน้ำหนักเพื่อสร้างความแข็งแรงของขาและกล้ามเนื้อแกนกลาง.
ฝึกการหายใจ: การฝึกหายใจลึก ๆ และการฝึกหายใจอย่างมีสติจะช่วยให้สามารถรับมือกับความสูงได้ดีขึ้น.
การปรับสภาพร่างกาย:
2. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการเดินเทรคเส้นทางนี้ เพราะอุปกรณ์ที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถเดินได้สะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีลมแรง
อุปกรณ์เสื้อผ้า
อุปกรณ์สำหรับการเดินทาง
อุปกรณ์การปฐมพยาบาล:
3. การปฏิบัติในพื้นที่สูง (การดูแลตัวเอง)
4. เคล็ดลับในการเดินรอบเขาไกรลาส
การเดินในระดับสูง: ระดับความสูงในเส้นทาง Kora สูงถึง 5,636 เมตร การเดินในเส้นทางนี้ต้องใช้พละกำลังและศรัทธา ควรเดินอย่างช้า ๆ และไม่เร่งรีบ.
การข้ามช่องเขาดอลมา-ลา: นี่เป็นจุดที่สูงที่สุดในเส้นทาง Kora และถือเป็นการทดสอบศรัทธาและความแข็งแกร่ง. ควรตั้งใจและมีกำลังใจดี
วันที่ 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา
บินสู่ลาซา แวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง พักผ่อนปรับสภาพร่างกายเพื่อเตรียมตัวบนที่สูง
วันที่ 2: ลาซา
เที่ยวชมพระราชวังโปตาลา สักการะวัดโจคัง และเดินถนนแปดเหลี่ยมใจกลางเมืองเก่าทิเบต
วันที่ 3: ลาซา – ชิกาเซ่
ชมทะเลสาบยัมดร็อก ธารน้ำแข็งกาโรลา และแวะวัดไปจู่พร้อมเจดีย์คุมบุมอันโดดเด่น
วันที่ 4: ชิกาเซ่ – ทิงริ
เยี่ยมชมวัดตาชิหลุนโปและวัดซากยา ก่อนเดินทางสู่ทิงริ ประตูสู่เอเวอเรสต์
วันที่ 5: ทิงริ – Everest Base Camp – ซากา
ชมวิวเอเวอเรสต์แบบพาโนรามาที่ EBC และวัดรองบุก ก่อนเดินทางต่อผ่านทะเลสาบเปกูสู่ซากา
วันที่ 6: ซากา – ดาร์เชน
เดินทางสู่ดาร์เชน จุดเริ่มต้นรอบเขาไกรลาส พร้อมแวะทะเลสาบมานาสโรวาร์และกงจูโช
วันที่ 7: ดาร์เชน – วัดเดียปุก
เริ่ม Trekking Kora วันแรก เดินเส้นทางทิศตะวันตก และพักที่วัดเดียปุกพร้อมวิวไกรลาสด้านเหนือ
วันที่ 8: วัดเดียปุก – ซุลท์ริปุก
เดินข้ามดอลมา-ลา จุดสูงสุดของเส้นทาง ท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขาหิมะอันยิ่งใหญ่
วันที่ 9: ซุลท์ริปุก – ดาร์เชน
เดินช่วงสุดท้ายของ Kora กลับสู่ดาร์เชน และพักผ่อนหลังจบภารกิจแสวงบุญรอบเขาไกรลาส
วันที่ 10: ดาร์เชน – กู่เก้อ – อาลี
สำรวจวัดโทหลิงและซากอาณาจักรกู่เก้อ ก่อนเดินทางต่อสู่เมืองอาลี
วันที่ 11: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ
บินออกจากอาลีกลับลาซาและต่อเครื่องสู่กรุงเทพฯ ปิดท้ายการเดินทางสุดประทับใจ
ค่าทริป
ราคานี้รวม
ราคานี้ไม่รวม
จองทริป/สอบถาม
Day 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา
เดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ แวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ก่อนถึงลาซา เมืองหลวงแห่งทิเบตที่ตั้งอยู่สูงราว 3,656 เมตร ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 6–9 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับไฟลท์ วันนี้เหมาะสำหรับพักผ่อนและปรับสภาพร่างกายให้คุ้นกับระดับความสูง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางบนที่ราบสูงทิเบต
ที่พัก: ลาซา
Day 2: ลาซา
เที่ยวชม พระราชวังโปตาลา สัญลักษณ์สำคัญของทิเบต อดีตเคยเป็นทั้งพระราชวังและศูนย์กลางการปกครองขององค์ดาไลลามะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบนเนินเขาแดง จากนั้นสักการะพระพุทธรูปโจโวอันศักดิ์สิทธิ์ที่วัดโจคัง ซึ่งถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดของชาวทิเบต แล้วเดินชมถนนแปดเหลี่ยม Barkhor เส้นทางแสวงบุญเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศศรัทธา
ที่พัก: ลาซา
Day 3: ลาซา – ทะเลสาบยัมดร็อก – ธารน้ำแข็งกาโรลา – วัดไปจู่ – ชิกาเซ่
เดินทางจากลาซาสู่ชิกาเซ่ ระยะทางประมาณ 350–380 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–9 ชั่วโมง ระหว่างทางแวะชมทะเลสาบยัมดร็อก หนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต น้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์งดงาม เชื่อกันว่าเป็นทะเลสาบแห่งพลังชีวิตของชาวทิเบต ต่อด้วยธารน้ำแข็งกาโรลา ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลตัวลงมาใกล้ถนนอย่างน่าตื่นตา แล้วแวะวัดไปจู่ ชมเจดีย์คุมบุมอันมีชื่อเสียง ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านศิลปะพุทธแบบทิเบตผสมเนปาลและจีน
ที่พัก: ชิกาเซ่
Day 4: ชิกาเซ่ – วัดตาชิหลุนโป – วัดซากยา – ทิงริ
ออกเดินทางสู่ทิงริ ระยะทางประมาณ 300–350 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมง เริ่มจากชมวัดตาชิหลุนโป อารามหลวงสำคัญ and เป็นที่ประทับของปันเชนลามะ มีประวัติยาวนานตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 จากนั้นแวะวัดซากยา อารามเก่าแก่ที่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจทางศาสนาและการเมืองของทิเบต โดดเด่นด้วยคัมภีร์โบราณจำนวนมาก ก่อนเดินทางต่อสู่ทิงริ เมืองหน้าด่านสู่เอเวอเรสต์
ที่พัก: ทิงริ
Day 5: ทิงริ – Everest Base Camp – วัดรองบุก – ทะเลสาบเปกู – ซากา
เดินทางไกลประมาณ 450–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 9–11 ชั่วโมง ช่วงเช้าเข้าสู่เขต Everest Base Camp จุดชมยอดเขาเอเวอเรสต์ที่สูงที่สุดในโลกอย่างใกล้ชิดแบบพาโนรามา พร้อมแวะวัดรองบุก วัดที่อยู่ใกล้เอเวอเรสต์มากที่สุด และมีตำนานผูกพันกับนักบวชผู้แสวงธรรมกลางหุบเขาสูง จากนั้นเดินทางผ่านทะเลสาบเปกู และชมวิวเทือกเขารวมถึงยอดชิชาปังมา หนึ่งในยอดเขาสูงกว่า 8,000 เมตร ก่อนถึงเมืองซากา
ที่พัก: ซากา
Day 6: ซากา – ทะเลสาบมานาสโรวาร์ – กงจูโช – ดาร์เชน
เดินทางประมาณ 480–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง มุ่งหน้าสู่ดาร์เชน เมืองตั้งต้นของการแสวงบุญรอบเขาไกรลาส ระหว่างทางแวะทะเลสาบมานาสโรวาร์ ทะเลสาบน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฮินดู พุทธ เชน และบอนต่างยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางแห่งความบริสุทธิ์ เชื่อกันว่าการได้มาถึงหรือชำระร่างกายที่นี่คือบุญสูงสุด จากนั้นชมทะเลสาบกงจูโช ท่ามกลางภูมิประเทศอันเวิ้งว้างและสงบลึกซึ้ง
ที่พัก: ดาร์เชน
Day 7: ดาร์เชน – Trekking Kora Day 1 – วัดเดียปุก
เริ่มต้นเดินเท้ารอบเขาไกรลาสวันแรก ระยะเดินประมาณ 18–20 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6–8 ชั่วโมง เส้นทางค่อยๆ ไต่ผ่านหุบเขาด้านตะวันตกสู่วัดเดียปุก จุดสำคัญที่สามารถมองเห็นเขาไกรลาสด้านเหนือได้อย่างชัดเจนที่สุด เขาไกรลาสได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางจักรวาลตามคติของหลายศาสนา การเดิน Kora จึงไม่ใช่เพียงการเดินเขา แต่คือการแสวงบุญชำระจิตใจ
ที่พัก: วัดเดียปุก / เกสต์เฮาส์อย่างง่าย
Day 8: วัดเดียปุก – ดอลมา-ลา – ซุลท์ริปุก
วันนี้เป็นช่วงที่หนักที่สุดของการเดิน Kora ระยะประมาณ 20–22 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง ต้องข้ามช่องเขาดอลมา-ลาซึ่งสูงราว 5,630 เมตร ชาวแสวงบุญเชื่อว่าการข้ามจุดนี้เปรียบเสมือนการละทิ้งบาปและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ระหว่างทางจะได้เห็นทิวทัศน์ภูเขาหิมะ ธงมนต์ และภูมิประเทศสูงชันอันยิ่งใหญ่ ก่อนลงสู่ที่พักบริเวณซุลท์ริปุก
ที่พัก: ซุลท์ริปุก / เกสต์เฮาส์อย่างง่าย
Day 9: ซุลท์ริปุก – ดาร์เชน
เดินเท้าช่วงสุดท้ายของการแสวงบุญ ระยะประมาณ 10–14 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3–5 ชั่วโมง เส้นทางวันนี้ค่อนข้างง่ายกว่า เดินผ่านลำธารและที่ราบก่อนกลับถึงดาร์เชน เป็นวันแห่งความสำเร็จของการพิชิตเส้นทาง Kora รอบเขาไกรลาสครบสมบูรณ์ ซึ่งตามความเชื่อถือว่าเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่และเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายลึกซึ้งที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
ที่พัก: ดาร์เชน
Day 10: ดาร์เชน – กู่เก้อ – วัดโทหลิง – อาลี
เดินทางประมาณ 250–300 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6–8 ชั่วโมง เพื่อสำรวจดินแดนอันลึกลับของอาณาจักรกู่เก้อ อาณาจักรโบราณที่รุ่งเรืองหลังยุคจักรวรรดิทิเบตและมีชื่อเสียงด้านศิลปกรรมพุทธแบบผสมผสาน อินเดีย เนปาล และทิเบต ชมวัดโทหลิง ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาสำคัญในแถบตะวันตกของทิเบต และซากเมืองกู่เก้อ เมืองถ้ำกลางหุบเขาดินสีทองที่ยังคงบรรยากาศแห่งอารยธรรมที่สูญหาย
ที่พัก: อาลี
Day 11: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ
เดินทางสู่สนามบิน Gunsa Airport เพื่อบินกลับลาซา แล้วต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 7–10 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับตารางบิน ปิดท้ายการเดินทางสู่ดินแดนหลังคาโลก พร้อมความประทับใจจากลาซา เอเวอเรสต์ เขาไกรลาส และอารยธรรมโบราณแห่งตะวันตกของทิเบต