Categories
01 Nordic Trip-Hightlight

นอร์เวย์เทรค Trolltunga Kjerag Preikestolen

นอร์เวย์เทรค Trolltunga Kjerag Preikestolen
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • พิชิต Kjeragbolten
    ก้อนหินลอยบนหน้าผาสูงกว่า 1,000 เมตร เส้นทางเดินสุดท้าทาย ใช้เวลาประมาณ 7–8 ชั่วโมง
  • ยืนบน Preikestolen
    แท่นหินธรรมชาติกลางอากาศ มองเห็นวิวฟยอร์ดยาวสุดสายตา ใช้เวลาเดินประมาณ 4–5 ชั่วโมง
  • ท้าทาย Trolltunga
    ลิ้นโทรลล์เหนือทะเลสาบสีมรกต ใช้เวลาเดินประมาณ 10–12 ชั่วโมง เหนื่อยแต่ภูมิใจ
  • นั่งรถไฟ Flåmsbana
    ผ่านน้ำตก Kjosfossen และขึ้นชมวิวที่ Stegastein Viewpoint เหนือหุบเขา
  • ล่องเรือ Nærøyfjord
    ฟยอร์ดมรดกโลก UNESCO ที่มีชื่อเสียงเรื่องความแคบ ลึก และผาสูงชัน
  • ปิดทริปที่เบอร์เกน
    เดินเล่นย่าน Bryggen บ้านไม้สีสัน แวะตลาดปลา และขึ้นกระเช้า Mount Fløyen ชมวิวเมือง
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – ออสโล

พบกันที่สนามบิน ออกเดินทางสู่ ออสโล โดยสายการบิน Thai Airways

วันที่ 2: ออสโล – สตาวังเกอร์ – ลีเซบ็อตน์

เดินทางถึงออสโล ต่อเครื่องสู่ สตาวังเกอร์
เที่ยวชมย่านเมืองเก่าและมหาวิหาร ก่อนเดินทางต่อสู่ ลีเซบ็อตน์

วันที่ 3: ลีเซบ็อตน์ – Kjeragbolten

เดินเทรคพิชิต Kjeragbolten ก้อนหินมหัศจรรย์บนหน้าผา
ใช้เวลาเดินประมาณ 7–8 ชั่วโมง

วันที่ 4: ลีเซบ็อตน์ – Jørpeland

เดินทางสู่ Jørpeland
แวะชมวิว Øygardstøl และเดินเล่นบรรยากาศเมืองเก่า

วันที่ 5: Jørpeland – Preikestolen – Odda

พิชิตหน้าผา Preikestolen ใช้เวลาเดินประมาณ 4–5 ชั่วโมง
แวะชมน้ำตก Låtefossen ก่อนเข้าพักที่ Odda

วันที่ 6: Odda – Trolltunga

ท้าทายเส้นทางเดินป่าพิชิต Trolltunga
ใช้เวลาเดินประมาณ 10–12 ชั่วโมง

วันที่ 7: Odda – Flåm – Aurland

นั่งรถไฟสาย Flåmsbana ชมน้ำตก Kjosfossen
และแวะจุดชมวิว Stegastein

วันที่ 8: Aurland – เบอร์เกน

ล่องเรือชม Nærøyfjord
แวะชมน้ำตก Tvindefossen ก่อนเดินทางสู่ เบอร์เกน
เที่ยวชมย่าน Bryggen, ตลาดปลา และขึ้นกระเช้า Mount Fløyen

วันที่ 9: เบอร์เกน – ออสโล – กรุงเทพฯ

บินภายในประเทศจาก เบอร์เกน สู่ออสโล
จากนั้นต่อเครื่องเดินทางกลับกรุงเทพฯ

วันที่ 10: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ 9 ที่นั่ง สำหรับคณะ 6 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – ออสโล

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางสู่กรุง ออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบิน Thai Airways เพื่อเริ่มต้นทริปฟยอร์ดและเส้นทางเดินเขาชื่อดังของนอร์เวย์

วันที่ 2: ออสโล – สตาวังเกอร์ – ลีเซบ็อตน์

เดินทางถึงออสโล แล้วต่อเครื่องภายในประเทศสู่เมือง สตาวังเกอร์ ใช้เวลาบินราว 50–60 นาที
จากนั้นเที่ยวชมย่านเมืองเก่า Stavanger Old Town ซึ่งโดดเด่นด้วยบ้านไม้สีขาวอายุกว่า 200 ปี และแวะชม Stavanger Cathedral โบสถ์เก่าแก่จากศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดของนอร์เวย์
ก่อนเดินทางต่อสู่ Lysebotn ใช้เวลาราว 2.5–3.5 ชั่วโมง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการพิชิต Kjerag ในวันถัดไป
พัก: Kjerag Lysebotn Camping

วันที่ 3: ลีเซบ็อตน์ – Kjeragbolten

ออกเดินเท้าพิชิต Kjeragbolten ใช้เวลาประมาณ 7–8 ชั่วโมง
เส้นทางนี้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของนอร์เวย์ เพราะมีก้อนหินมหัศจรรย์ขนาดใหญ่ค้างอยู่ระหว่างหน้าผาสูงเหนือ Lysefjord อย่างน่าหวาดเสียว เป็นจุดถ่ายภาพระดับโลก และสื่อถึงพลังของธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งที่หล่อหลอมภูมิประเทศแห่งนี้
ระหว่างทางสามารถชมวิวฟยอร์ดและภูเขาสูงอันยิ่งใหญ่ได้ตลอดเส้นทาง
พัก: Kjerag Lysebotn Camping

วันที่ 4: ลีเซบ็อตน์ – Jørpeland

เดินทางจาก Lysebotn สู่เมือง Jørpeland ใช้เวลารวมราว 3–4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางและเรือเฟอร์รี
ระหว่างทางแวะชมวิวที่ Øygardstøl จุดชมทิวทัศน์เหนือ Lysefjord และเป็นทางขึ้นสำคัญสู่ Kjerag
จากนั้นเดินเล่นในตัวเมือง Jørpeland เมืองเล็กสงบริมฟยอร์ดที่เป็นประตูสู่ Preikestolen เหมาะสำหรับพักผ่อนก่อนเดินเขาในวันรุ่งขึ้น
พัก: Jørpeland

วันที่ 5: Jørpeland – Preikestolen – Odda

ออกเดินทางพิชิต Preikestolen หรือ Pulpit Rock ใช้เวลาเดินประมาณ 4–5 ชั่วโมง
จุดเด่นคือหน้าผาหินแกรนิตทรงสี่เหลี่ยมที่ยื่นออกเหนือ Lysefjord สูงราว 604 เมตร ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดในนอร์เวย์
จากนั้นเดินทางไกลต่อไปยังน้ำตก Låtefossen ใช้เวลาราว 3.5–4.5 ชั่วโมง น้ำตกแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงสายน้ำคู่ที่ไหลมาบรรจบกันใต้สะพานหินเก่า
ก่อนเดินทางต่อสู่เมือง Odda ใช้เวลาอีกประมาณ 20 นาที เมืองเล็กกลางหุบเขาซึ่งเป็นฐานสำคัญของนักเดินเขา
พัก: Odda

วันที่ 6: Odda – Trolltunga

ท้าทายเส้นทางเดินป่า Trolltunga ใช้เวลาประมาณ 10–12 ชั่วโมง
จุดหมายคือโขดหินยื่นออกจากภูเขาคล้ายลิ้น จึงมีชื่อว่า “ลิ้นโทรลล์” ตามตำนานพื้นบ้านนอร์สที่เกี่ยวข้องกับโทรลล์ สิ่งมีชีวิตในตำนานของสแกนดิเนเวีย
พื้นที่นี้โด่งดังจากวิวทะเลสาบ Ringedalsvatnet และทัศนียภาพภูเขาสูงแบบนอร์เวย์แท้ ๆ ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ
พัก: Odda

วันที่ 7: Odda – Flåm – Aurland

เดินทางจาก Odda สู่เขต Flåm / Aurland ใช้เวลารวมราว 4.5–6 ชั่วโมง
นั่งรถไฟสาย Flåmsbana หนึ่งในเส้นทางรถไฟชมวิวที่สวยที่สุดในโลก ผ่านหุบเขาสูงชัน น้ำตก และภูมิประเทศแบบฟยอร์ด
แวะชมน้ำตก Kjosfossen ซึ่งมีเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับหญิงป่าในตำนานที่มักปรากฏตัวท่ามกลางม่านน้ำ
จากนั้นขึ้นไปยัง Stegastein Viewpoint จุดชมวิวสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ยื่นออกไปเหนือ Aurlandsfjord ให้มุมมองกว้างไกลและสวยงามมาก
พัก: Aurland

วันที่ 8: Aurland – เบอร์เกน

ล่องเรือชม Nærøyfjord ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ฟยอร์ดสายนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เพราะมีความงดงามของผาสูงชันและสายน้ำแคบลึกที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง
ต่อด้วยแวะชมน้ำตก Tvindefossen น้ำตกหลายชั้นที่มีชื่อเสียง และเคยมีความเชื่อท้องถิ่นว่าน้ำจากที่นี่มีพลังแห่งความเยาว์วัย
จากนั้นเดินทางสู่เมือง Bergen ใช้เวลาราว 3–4 ชั่วโมง เที่ยวชมย่าน Bryggen เขตท่าเรือเก่าอันเป็นมรดกโลก UNESCO ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์การค้าของชาวฮันเซอาติก
แวะตลาดปลา และขึ้นกระเช้า/รถรางสู่ Mount Fløyen เพื่อชมวิวเมืองเบอร์เกนจากมุมสูง
พัก: Bergen

วันที่ 9: เบอร์เกน – ออสโล – กรุงเทพฯ

เดินทางสู่สนามบิน และบินภายในประเทศจาก Bergen กลับ Oslo ใช้เวลาบินประมาณ 50–60 นาที
จากนั้นเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ปิดท้ายทริปนอร์เวย์ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติระดับโลก ฟยอร์ดอันยิ่งใหญ่ และเส้นทางเดินเขาสุดประทับใจ

วันที่ 10: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
พร้อมความทรงจำจากดินแดนแห่งฟยอร์ด หน้าผา และภูเขาอันยิ่งใหญ่ของนอร์เวย์

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
08 Africa Trip-Hightlight

มาดากัสการ์ The Baobab Road

มาดากัสการ์ The Baobab Road
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ถนนสายต้นเบาบับ (Avenue of the Baobabs) ซึมซับพลังจากต้นไม้ยักษ์พันปีท่ามกลางแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่สวยจนลืมหายใจ
  • Great Tsingy ป่าหินแหลมมรดกโลก ชวนมาปีนป่ายท้าทายตัวเองเพื่อพบกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ลึกลับและยิ่งใหญ่
  • ล่องเรือแม่น้ำมานัมโบโลและ Small Tsingy ปล่อยใจให้ช้าลง ฟังเสียงสายน้ำ พร้อมตามหาสัตว์ป่าและพืชพรรณแปลกตา
  • พระราชวัง Rova บนยอดเขา พาไปเดินเล่นย้อนรอยอดีตพร้อมชมวิวเมืองหลวงอันตานานาริโวจากมุมสูงแบบสุดสายตา
  • ตลาดท้องถิ่นมาดากัสการ์ เดินเล่นสัมผัสวิถีชีวิต อุดหนุนวานิลลาหอมๆ และงานคราฟต์ทำมือเพื่อเก็บเป็นความทรงจำกลับบ้าน
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: สุวรรณภูมิ – อันตานานาริโว
พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมออกเดินทางสู่กรุงอันตานานาริโว ประเทศมาดากัสการ์

วันที่ 2: อันตานานาริโว
เดินทางถึงช่วงบ่าย เข้าที่พัก และอิสระเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองหลวงและวิถีชีวิตท้องถิ่น

วันที่ 3: อันตานานาริโว – มอรอนดาวา – ถนนต้นเบาบับ
บินสู่มอรอนดาวา เที่ยวชม Avenue of the Baobabs แลนด์มาร์กดัง ชมต้นเบาบับยักษ์อายุนับพันปี

วันที่ 4: มอรอนดาวา – Bekopaka – Tsingy du Bemaraha
ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ถนนต้นเบาบับ แล้วนั่งรถ 4×4 สู่หมู่บ้าน Bekopaka ประตูสู่อุทยานหินปูนมรดกโลก

วันที่ 5: Small Tsingy – แม่น้ำมานัมโบโล
สำรวจ Small Tsingy ชมหินปูนรูปร่างแปลกตา และล่องเรือแม่น้ำมานัมโบโลชมธรรมชาติและสัตว์ป่า

วันที่ 6: Great Tsingy
ผจญภัยใน Great Tsingy พื้นที่มรดกโลกยูเนสโก ชมป่าหินแหลมคม พร้อมพืชและสัตว์หายาก

วันที่ 7: Bekopaka – มอรอนดาวา – ถนนต้นเบาบับ
เดินทางกลับมอรอนดาวา ชมทุ่งหญ้าสะวันนาระหว่างทาง และปิดท้ายด้วยพระอาทิตย์ตกที่ถนนต้นเบาบับ

วันที่ 8: มอรอนดาวา – อันตานานาริโว
บินกลับเมืองหลวง เที่ยวชมพระราชวัง Rova เดินตลาดท้องถิ่นและย่านเก่า

วันที่ 9: อันตานานาริโว
อิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง เช่น วานิลลา งานหัตถกรรม และอัญมณี ก่อนเตรียมตัวเดินทางกลับ

วันที่ 10: กรุงเทพฯ
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากมาดากัสการ์

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด ทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว
  • วีซ่า
  • อาหารทุกมื้อ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทาง (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – สุวรรณภูมิ – เริ่มต้นการเดินทาง

สถานที่: สนามบินสุวรรณภูมิ พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมออกเดินทางสู่กรุงอันตานานาริโว เมืองหลวงของมาดากัสการ์ โดยสายการบิน Ethiopian Airlines (ET) เป็นวันเริ่มต้นทริปเพื่อมุ่งหน้าสู่เกาะใหญ่ลึกลับแห่งมหาสมุทรอินเดีย

ที่พัก: พักบนเครื่อง / ไม่มีที่พักในมาดากัสการ์

วันที่ 2: อันตานานาริโว

สถานที่: เมืองอันตานานาริโว เดินทางถึงอันตานานาริโวช่วงบ่าย จากนั้นเข้าโรงแรมและพักผ่อนตามอัธยาศัย เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเมืองและวัฒนธรรมของประเทศ สร้างอยู่บนเนินเขาหลายลูก จึงมีบรรยากาศเมืองเก่าผสมชีวิตท้องถิ่นที่มีเสน่ห์ เหมาะสำหรับเริ่มทำความรู้จักมาดากัสการ์

ที่พัก: Antananarivo

วันที่ 3: อันตานานาริโว – มอรอนดาวา – Avenue of the Baobabs

สถานที่: มอรอนดาวา, ถนนสายต้นเบาบับ บินภายในประเทศจากอันตานานาริโวสู่มอรอนดาวา ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางต่อไปยัง Avenue of the Baobabs ระยะทางราว 20 กิโลเมตรจากตัวเมือง จุดนี้เป็นภาพจำของมาดากัสการ์ โดดเด่นด้วยต้นเบาบับยักษ์อายุนับร้อยถึงพันปี ชาวพื้นถิ่นมองว่าเบาบับเป็น “ต้นไม้แห่งชีวิต” เพราะสามารถเก็บน้ำไว้ในลำต้นและมีประโยชน์ต่อชุมชน

ที่พัก: Morondava

วันที่ 4: มอรอนดาวา – Bekopaka

สถานที่: ถนนต้นเบาบับ, Bekopaka, อุทยานแห่งชาติ Tsingy du Bemaraha ตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ถนนต้นเบาบับ ก่อนออกเดินทางด้วยรถ 4×4 สู่หมู่บ้าน Bekopaka ใช้เวลาประมาณ 8–10 ชั่วโมง ระยะทางราว 200 กิโลเมตร แต่ใช้เวลานานเพราะสภาพถนนและต้องข้ามแพบางช่วง Bekopaka เป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติ Tsingy du Bemaraha มรดกโลกยูเนสโก อันมีชื่อเสียงจากภูมิประเทศหินปูนแหลมคมที่เกิดจากการกัดเซาะนับล้านปี

ที่พัก: Bekopaka

วันที่ 5: Small Tsingy – แม่น้ำมานัมโบโล

สถานที่: Small Tsingy, แม่น้ำมานัมโบโล สำรวจเขต Small Tsingy ซึ่งเป็นส่วนที่เข้าถึงง่ายกว่า เหมาะสำหรับเริ่มต้นทำความรู้จักภูมิประเทศแบบ “ป่าหิน” ที่แปลกตา ชมหินปูนแหลมคม สะพานไม้ จุดชมวิว และระบบนิเวศเฉพาะถิ่น จากนั้นล่องเรือในแม่น้ำมานัมโบโล ชมหน้าผา ถ้ำ และธรรมชาติสองฝั่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและนกท้องถิ่น

ที่พัก: Bekopaka

วันที่ 6: Great Tsingy

สถานที่: Great Tsingy เที่ยวชม Great Tsingy ใช้เวลาเกือบเต็มวัน เป็นไฮไลต์สำคัญของอุทยาน ต้องมีไกด์ท้องถิ่นและใช้อุปกรณ์ช่วยปีนป่ายในบางช่วง เส้นทางพาดผ่านป่าหินปูนแหลมคม สะพานแขวน และจุดชมวิวอันน่าตื่นตา พื้นที่นี้มีความสำคัญทั้งทางธรณีวิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์หายากหลายชนิด รวมถึงลีเมอร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมาดากัสการ์ ที่พัก: Bekopaka

วันที่ 7: Bekopaka – มอรอนดาวา

สถานที่: ทุ่งหญ้าสะวันนา, ถนนต้นเบาบับ เดินทางกลับมอรอนดาวาด้วยรถ 4×4 ใช้เวลาประมาณ 8–10 ชั่วโมง ระหว่างทางชมทิวทัศน์ทุ่งหญ้าสะวันนาและวิถีชีวิตชนบทของชาวมาลากาซี ช่วงเย็นแวะชมพระอาทิตย์ตกที่ถนนต้นเบาบับอีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แสงสีทองส่องกระทบลำต้นยักษ์อย่างงดงาม จนกลายเป็นหนึ่งในภาพคลาสสิกที่สุดของมาดากัสการ์

ที่พัก: Morondava

วันที่ 8: มอรอนดาวา – อันตานานาริโว

สถานที่: อันตานานาริโว, Rova of Antananarivo, ตลาดท้องถิ่น, ย่านเก่า บินกลับสู่อันตานานาริโว ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง จากนั้นเที่ยวชมเมืองหลวง ขึ้นเนินไปยังพระราชวัง Rova หรือ Queen’s Palace อดีตพระราชวังแห่งราชวงศ์เมรีนา สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17–19 และเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ จากจุดนี้สามารถมองเห็นวิวเมืองได้กว้างสวยงาม ก่อนเดินเที่ยวตลาดท้องถิ่นและย่านเก่าที่สะท้อนเสน่ห์ของเมืองบนเนินเขา

ที่พัก: Antananarivo

วันที่ 9: อันตานานาริโว

สถานที่: ตลาดท้องถิ่น, ร้านสินค้าพื้นเมือง วันสุดท้ายในมาดากัสการ์สำหรับพักผ่อนและเลือกซื้อของฝาก เช่น วานิลลาคุณภาพสูง งานหัตถกรรมไม้ ผ้าทอพื้นเมือง และอัญมณี มาดากัสการ์เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตวานิลลาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก จึงถือเป็นของฝากเด่นที่ไม่ควรพลาด

ที่พัก: Antananarivo

วันที่ 10: อันตานานาริโว – กรุงเทพฯ

สถานที่: สนามบินอันตานานาริโว – กรุงเทพฯ เตรียมตัวออกเดินทางกลับประเทศไทย และเดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ปิดท้ายการเดินทางสู่ดินแดนธรรมชาติแปลกตาและหนึ่งในประเทศที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  / เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม