ทริปนี้เราจะพาไปเดินทางช้าๆ ซึมซับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและร่องรอยอารยธรรมบนเส้นทางสายไหม นี่คือ 6 ไฮไลท์ที่เราไม่อยากให้คุณพลาดครับ
วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เฉินตู
เดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงเฉินตู และพักค้างคืนที่เฉินตู
วันที่ 2: เฉินตู – อัลไต – ปู้เอ่อจิ้น
บินสู่อัลไต เดินทางต่อไปปู้เอ่อจิ้น ชมอุทยานชายหาด 5 สี และชมพระอาทิตย์ตก
วันที่ 3: ปู้เอ่อจิ้น – เหอมู่ชุน – คานาสือ
เดินทางไปหมู่บ้านเหอมู่ ชมบรรยากาศหมู่บ้านโบราณ ก่อนเข้าพักที่คานาสือ
วันที่ 4: คานาสือ
เที่ยวอุทยานคานาสือ ชมศาลาชมปลา คุ้งเทวดา และทะเลสาบวงพระจันทร์
วันที่ 5: คานาสือ – อู่เอ่อเหอ – ตู๋ซานจื่อ
เดินทางสู่อู่เอ่อเหอ ชมเมืองผี และไปพักต่อที่ตู๋ซานจื่อ
วันที่ 6: ตู๋ซานจื่อ – อูรูมูฉี
ชมหุบเขาตู๋ซานจื่อ แวะทะเลสาบเทียนฉือ และช้อปปิ้งที่ตลาดบาร์ซ่าใหญ่
วันที่ 7: อูรูมูฉี – หลิ่วหยวน – ตุนหวง
นั่งรถไฟด่วนไปหลิ่วหยวน เดินทางต่อสู่ตุนหวง และเที่ยวตลาดกลางคืน
วันที่ 8: ตุนหวง
ชมภูเขาหมิงซาซาน หาดวงพระจันทร์ และถ้ำม่อเกาคู
วันที่ 9: ตุนหวง – จางเย่
เดินทางโดยรถไฟไปจางเย่ ชมวัดพระองค์ใหญ่ และภูเขา 5 สีตานเสีย
วันที่ 10: จางเย่ – หลานโจว
นั่งรถไฟไปหลานโจว เที่ยวชมแม่น้ำเหลือง อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง สะพานเหล็ก สวนกังหันน้ำ และถนนคนเดิน
วันที่ 11: หลานโจว – กรุงเทพฯ
ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ก่อนเดินทางสู่สนามบินและกลับกรุงเทพฯ
ค่าทริป
ราคานี้รวม
ราคานี้ไม่รวม
จองทริป/สอบถาม
วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เฉิงตู
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญทางประวัติศาสตร์ การค้า และวัฒนธรรมของจีนตะวันตก เหมาะเป็นเมืองพักก่อนต่อเส้นทางขึ้นซินเจียง
พักที่ **เฉิงตู**
วันที่ 2: เฉิงตู – อัลไต – ปู้เอ่อร์จิน
บินสู่เขตอัลไต แล้วเดินทางต่อไปเมืองปู้เอ่อร์จิน ระยะทางประมาณ 100–120 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง จากนั้นชมอุทยานชายหาด 5 สี ซึ่งมีชั้นหินและหน้าผาหลากสีจากการกัดเซาะของลมและน้ำ เป็นจุดชมวิวเด่นของแม่น้ำเอ่อร์ฉีซือ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่สีของผืนดินจะยิ่งชัดเจนงดงาม
พักที่ **ปู้เอ่อร์จิน**
วันที่ 3: ปู้เอ่อร์จิน – เหอมู่ชุน – คานาสือ
ออกเดินทางสู่หมู่บ้านเหอมู่ ระยะทางประมาณ 160–180 กม. ใช้เวลา 4–5 ชั่วโมง เป็นหมู่บ้านชนเผ่าถูหว่าเก่าแก่ รายล้อมด้วยป่าสน ทุ่งหญ้า และลำธาร ได้บรรยากาศสงบแบบดั้งเดิม จากนั้นเดินทางต่อไปคานาสือ ระยะทางประมาณ 70–100 กม. ใช้เวลา 2–3 ชั่วโมง พื้นที่นี้มีชื่อเสียงจากธรรมชาติบริสุทธิ์และตำนาน “สัตว์ประหลาดแห่งทะเลสาบคานาส” ที่เล่าขานกันมานาน
พักที่ **คานาสือ**
วันที่ 4: อุทยานคานาสือ
เที่ยวชมอุทยานคานาสือ ดินแดนทะเลสาบกลางหุบเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวธรรมชาติที่สวยที่สุดของซินเจียง แวะศาลาชมปลา จุดชมวิวสูงที่มองเห็นทะเลสาบคานาสได้กว้างไกล พร้อมเรื่องเล่าถึงปลายักษ์ลึกลับในทะเลสาบ ต่อด้วยคุ้งเทวดาและทะเลสาบวงพระจันทร์ ซึ่งเป็นจุดชมธรรมชาติเด่นของลำน้ำและผืนป่าที่เปลี่ยนสีสวยมากในฤดูใบไม้ร่วง
พักที่ **คานาสือ**
วันที่ 5: คานาสือ – อู่เอ่อเหอ – เมืองผี – ตู๋ซานจื่อ
ออกเดินทางค่อนข้างไกลสู่เขตอู่เอ่อเหอ ระยะทางรวมประมาณ 450–500 กม. ใช้เวลา 7–9 ชั่วโมง ระหว่างทางชมเมืองผี หรือ Wuerhe Ghost City พื้นที่หินรูปร่างประหลาดที่เกิดจากการกร่อนของลม จนดูเหมือนปราสาทหรือซากเมืองโบราณ จึงมีที่มาของชื่อ “เมืองผี” เพราะเมื่อกระแสลมพัดแรงจะเกิดเสียงคล้ายเสียงคร่ำครวญ จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองตู๋ซานจื่อ
พักที่ **ตู๋ซานจื่อ**
วันที่ 6: ตู๋ซานจื่อ – อูรูมูฉี
เข้าชมหุบเขาตู๋ซานจื่อ แคนยอนขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมเป็นเวลายาวนาน จนเกิดหน้าผาและร่องหุบสีแดงน้ำตาลสวยแปลกตา จากนั้นเดินทางสู่อูรูมูฉี ระยะทางประมาณ 250–300 กม. ใช้เวลา 3–4 ชั่วโมง แล้วเที่ยวทะเลสาบเทียนฉือ หรือ “ทะเลสาบสวรรค์” ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาเทียนซาน มีตำนานเชื่อมโยงกับสวรรค์และราชินีแห่งทิศตะวันตกในความเชื่อจีน ก่อนปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งที่ตลาดบาร์ซ่าใหญ่ ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมมุสลิมและเส้นทางสายไหมอย่างชัดเจน
พักที่ **อูรูมูฉี**
วันที่ 7: อูรูมูฉี – หลิ่วหยวน – ตุนหวง
เดินทางไปสถานีรถไฟเพื่อโดยสารรถไฟความเร็วสูงสู่หลิ่วหยวน ใช้เวลาประมาณ 3.5–5 ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อรถสู่ตุนหวง ระยะทางประมาณ 120–130 กม. ใช้เวลา 1.5–2 ชั่วโมง ตุนหวงเป็นเมืองโอเอซิสสำคัญบนเส้นทางสายไหม อดีตเคยเป็นจุดพักของพ่อค้า พระ และกองคาราวาน ตอนค่ำเดินเล่นและช้อปปิ้งที่ตลาดกลางคืน
พักที่ **ตุนหวง**
วันที่ 8: ตุนหวง
เที่ยวภูเขาหมิงซาซาน เนินทรายกว้างใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องเสียงลมพัดผ่านเม็ดทรายจนเกิดเสียงคล้ายดนตรีธรรมชาติ ชมทะเลสาบวงพระจันทร์ โอเอซิสกลางทะเลทรายที่มีรูปทรงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว และเป็นภาพจำของตุนหวง จากนั้นเข้าชมถ้ำม่อเกาคู มรดกโลกสำคัญซึ่งเป็นคลังศิลปะพุทธศาสนาบนเส้นทางสายไหม สร้างต่อเนื่องหลายยุคสมัย และมีภาพจิตรกรรม-ประติมากรรมล้ำค่าจำนวนมาก
พักที่ **ตุนหวง**
วันที่ 9: ตุนหวง – จางเย่
เดินทางโดยรถไฟสู่เมืองจางเย่ ใช้เวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมง จากนั้นชมวัดพระองค์ใหญ่ หรือวัดต้าฝอซื่อ ซึ่งมีพระพุทธรูปปางปรินิพพานขนาดใหญ่ และเกี่ยวข้องกับประวัติการเผยแผ่พุทธศาสนาในดินแดนจีนตะวันตก ต่อด้วยภูเขา 5 สีตานเสีย ซึ่งมีชื่อเสียงจากชั้นหินหลากสีที่เกิดจากการทับถมของแร่ธาตุและการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยายาวนานนับล้านปี
พักที่ **จางเย่**
วันที่ 10: จางเย่ – หลานโจว
เดินทางโดยรถไฟสู่เมืองหลานโจว ใช้เวลาประมาณ 3–5 ชั่วโมง เมืองนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญริมแม่น้ำเหลืองและเป็นหนึ่งในเมืองหลักบนเส้นทางสายไหม ชมวิวแม่น้ำเหลือง แม่น้ำสายประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แม่ธารแห่งอารยธรรมจีน” แวะอนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการหล่อเลี้ยงผู้คน ชมสะพานเหล็กจงซาน สะพานสำคัญยุคแรกเหนือแม่น้ำเหลือง และสวนกังหันน้ำที่สะท้อนภูมิปัญญาการชลประทานของชาวจีน ก่อนช้อปปิ้งที่ถนนคนเดิน
พักที่ **หลานโจว**
วันที่ 11: หลานโจว – กรุงเทพฯ
ช้อปปิ้งหรือพักผ่อนตามอัธยาศัย จนถึงเวลาเดินทางไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ปิดท้ายทริปเส้นทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และอารยธรรมสายไหมอย่างประทับใจ
พักที่ –
🏔️ เจาะลึกซินเจียงเหนือ ทะลุเส้นทางสายไหม 11 วัน
มหากาพย์การเดินทางสู่ดินแดนที่ธรรมชาติและอารยธรรมมาบรรจบกัน
เตรียมตัวออกเดินทางสู่ “ซินเจียง” ดินแดนที่รวมความที่สุดของโลกไว้ด้วยกัน ทริปนี้จะพาคุณไปสัมผัสความดิบของขุนเขา ผสานความขลังของเส้นทางสายไหม ตั้งแต่เฉินตู อัลไต คานาสือ ไปจนถึงตุนหวงและจางเย่ ทุกจุดเช็คอินคือความสุนทรีย์ระดับมาสเตอร์พีซที่คุ้มค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต
Chengdu: The Warm-up วอร์มอัพร่างกายด้วยหม่าล่าต้นตำรับในเมืองแห่งความชิลและบ้านเกิดน้องแพนด้า ก่อนเริ่มผจญภัยจริง
The Rainbow Beach: แสงสุดท้ายริมน้ำ รอชมแสงอาทิตย์สาดกระทบหินหลากสี ตัดกับน้ำสีฟ้าเข้มที่อุทยานชายหาด 5 สี เป็นช็อตที่ช่างภาพต้องร้องว้าวกับประติมากรรมธรรมชาติ
Hemu Village: หมู่บ้านในม่านหมอก หลุดเข้าโลกนิทานในหมู่บ้านไม้โบราณของชาวถูวา ท่ามกลางป่าสนและไอหมอก ให้ฟีลลิ่งความเอ็กซ์คลูซีฟและเงียบสงบจนเหมือนเวลาหยุดเดิน
Kanas Lake: ตำนานสีมรกต พิสูจน์ตำนานสัตว์ประหลาดในทะเลสาบสีมรกต และขึ้นศาลาชมปลาเพื่อเก็บภาพพาโนรามาของคุ้งน้ำรูปทรงถั่วที่สวยแปลกตาในทุกฤดูกาล
Urho Ghost City: มนต์เสน่ห์เมืองผี ฟังเสียงลมหวีดหวิวในแพะเมืองผี ประติมากรรมธรรมชาติที่ถูกลมกัดเซาะจนดูขลัง ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกดาว
Dushanzi Grand Canyon: พลังแห่งพสุธา สัมผัสความยิ่งใหญ่ของแกรนด์แคนยอนแห่งซินเจียง ผาหินสูงชันตัดกับทุ่งหญ้าเขียว เป็นมุมภาพที่ดูยิ่งใหญ่ตระการตา
Heavenly Lake: ไข่มุกเทียนซาน ชมทะเลสาบเทียนฉือ น้ำใสราวกระจกสะท้อนเงายอดเขาหิมะ มอบความสุนทรีย์ทางสายตาขั้นสุด
Mogao Caves: ศิลปะพันปี ดื่มด่ำงานพุทธศิลป์และภาพเขียนสีมรดกโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และปริศนาห้องสมุดลับ
The Oasis: โอเอซิสพระจันทร์เสี้ยว ตื่นตากับเนินทรายหมิงซาซานและหาดวงพระจันทร์ จุดตัดของความร้อนระอุและความชุ่มชื้นที่ลงตัวอย่างเหลือเชื่อกลางทะเลทราย
Zhangye Danxia: ภูเขาสายรุ้ง เก็บภาพภูเขาลายริ้วสีแดงส้มสลับเหลือง ช่วงบ่ายแสงแดดจะขับสีให้ชัดเจนเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ธรรมชาติบรรจงสร้าง
Lanzhou: วิถีริมแม่น้ำเหลือง สัมผัสความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำเหลือง ชมกังหันน้ำโบราณและสะพานเหล็กแห่งแรก ปิดท้ายทริปด้วยความประทับใจที่ไม่รู้ลืม
✅️ เดินทางโดยมินิบัสส่วนตัว
✅️ โรงแรมที่พัก 4 ดาว
✅️ อาหารดีทุกมื้อ
✅️ มีช่างภาพ ถ่ายรูปสวยๆ ให้
✅️ ประกันอุบัตเหตระหว่างเดินทาง
✅️ คนไทยฟรีวีซ่า
✅️ ไม่ต้องลงร้าน รัฐบาลจีน
ค่าทริป ไม่รวม
⛔ ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน (เราจัดหาให้ได้)
⛔ ทิปไกด์
วันที่ 1: กรุงเทพ – เฉินตู
จุดเริ่มต้นการเดินทางสู่ดินแดนหลังม่านไม้ไผ่
เริ่มต้นทริปด้วยการบินลัดฟ้าสู่ “เฉินตู” ใช้เวลาบินประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อพักผ่อนและปรับเวลาเตรียมร่างกายให้พร้อม ที่นี่คือเมืองแห่งความชิลและเป็นบ้านเกิดของหมีแพนด้า ใครมาถึงแล้วต้องลองชิมหม่าล่าต้นตำรับให้ลิ้นชาเล่นๆ เป็นการวอร์มอัพก่อนเจอของจริงในวันรุ่งขึ้น
วันที่ 2: อัลไต – ปู้เอ่อจิ้น
วันแห่งการไล่ล่าแสงสุดท้ายบนประติมากรรมธรรมชาติ
วันนี้เราจะบินภายในประเทศข้ามภูมิภาคสู่ “ซินเจียงเหนือ” ดินแดนที่ภูมิประเทศแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง ไฮไลท์คือการไปชม “อุทยานชายหาด 5 สี” (Five-colored Beach) ริมแม่น้ำเอ๋อเอ่อฉีซือ ความเจ๋งคือหินที่นี่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำจนเป็นรูปร่างแปลกตา ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองจะสาดกระทบหินหลากสี ตัดกับน้ำสีฟ้าเข้ม เป็นภาพที่สวยสะกดใจ
วันที่ 3: เหอมู่ชุน – คานาสือ
วันแห่งการหลุดเข้าไปในหมู่บ้านนิทานกลางหุบเขา
เตรียมเมมโมรี่กล้องไว้เยอะๆ เพราะวันนี้เราจะนั่งรถลัดเลาะเข้าสู่ “หมู่บ้านเหอมู่” หมู่บ้านไม้โบราณของ ชาวถูวา (Tuwa) ชนเผ่าดั้งเดิมที่สืบเชื้อสายมาจากทหารของเจงกิสข่าน บรรยากาศที่นี่เงียบสงบมาก บ้านไม้ที่มีควันไฟลอยอ้อยอิ่งท่ามกลางป่าสนและภูเขาหิมะ ให้ความรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน
วันที่ 4: อุทยานคานาสือ
วันแห่งการพิสูจน์ตำนานสัตว์ประหลาดในทะเลสาบสีมรกต
เจาะลึก “อุทยานคานาสือ” กันเต็มวัน เราจะขึ้นไปที่ “ศาลาชมปลา” ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดพอสมควรแต่วิวข้างบนคุ้มค่าเหนื่อยมาก เพราะจะเห็น ทะเลสาบคานาสือ รูปทรงถั่วได้ทั้งใบ จากนั้นไปเช็คอินจุดชมวิวไฮไลท์อย่าง “คุ้งเทวดา” และ “ทะเลสาบวงพระจันทร์” ที่สีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
วันที่ 5: อู่เอ่อเหอ – ตู๋ซานจื่อ
วันแห่งการฟังเสียงลมหวีดหวิวในเมืองร้างพันปี
เปลี่ยนบรรยากาศจากป่าสนสู่ความเวิ้งว้างที่ “เมืองผีอู่เอ่อเหอ” (Urho Ghost City) ที่นี่คือ แพะเมืองผี (Yardang Landform) ที่ลมกัดเซาะหินจนเป็นรูปร่างคล้ายปราสาทหรือสัตว์ต่างๆ เวลาลมพัดแรงๆ จะเกิดเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงร้องโหยหวน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าทึ่ง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เมือง ตู๋ซานจื่อ
วันที่ 6: ตู๋ซานจื่อ – อูรูมูฉี
วันแห่งความยิ่งใหญ่ของหุบเขาและวัฒนธรรมผสมผสาน
ตื่นตากับ “หุบเขาตู๋ซานจื่อ” แกรนด์แคนยอนแห่งซินเจียงที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ผาหินสูงชันตัดกับทุ่งหญ้าเขียวขจี จากนั้นไปเยือน “ทะเลสาบเทียนฉือ” ไข่มุกแห่ง เทือกเขาเทียนซาน น้ำใสราวกระจกสะท้อนเงายอดเขาหิมะ ปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นที่ “ตลาดบาร์ซ่าใหญ่” ใน อูรูมูฉี สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมอุยกูร์
วันที่ 7: หลิ่วหยวน – ตุนหวง
วันแห่งการนั่งรถไฟความเร็วสูงสู่โอเอซิสกลางทะเลทราย
บอกลาซินเจียงแล้วกระโดดขึ้นรถไฟความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่ “ตุนหวง” ประตูสู่เส้นทางสายไหมใน มณฑลกานซู ระหว่างทางจะได้เห็นวิว ทะเลทรายโกบี สุดลูกหูลูกตา พอถึงตุนหวงต้องไม่พลาด “ตลาดกลางคืน” แหล่งรวมสตรีทฟู้ด ลองชิมโยเกิร์ตท้องถิ่นหรือบาร์บีคิวสไตล์ตะวันตกเฉียงเหนือ
วันที่ 8: ตุนหวง
วันแห่งการย้อนเวลาสู่อารยธรรมพุทธศิลป์และเนินทรายร้องไห้
วันนี้คือที่สุดของประวัติศาสตร์ เริ่มที่ “ถ้ำม่อเกาคู” มรดกโลกที่เก็บรวบรวมภาพเขียนสีและพระพุทธรูปแกะสลักกว่าพันปี ต่อด้วย “ภูเขาหมิงซาซาน” เนินทรายที่ส่งเสียงได้ยามลมพัด และไฮไลท์สำคัญคือ “หาดวงพระจันทร์” โอเอซิสรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มีน้ำขังตลอดปีท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ
วันที่ 9: จางเย่
วันแห่งสีสันของขุนเขาและศรัทธาอันยิ่งใหญ่
เดินทางสู่เมือง จางเย่ เพื่อชม “ภูเขาสายรุ้งตานเสีย” (Danxia Landform) ภูเขาที่มีลวดลายริ้วสีแดง ส้ม เหลือง สลับกันเหมือนภาพวาดสีน้ำมัน นอกจากนี้ยังได้ไปสักการะ “วัดพระองค์ใหญ่” ชมพระนอนในร่มที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งมีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก
วันที่ 10: หลานโจว
วันแห่งวิถีชีวิตริมแม่น้ำเหลืองและกังหันน้ำโบราณ
ล่องลงใต้สู่ “หลานโจว” เมืองเอกของมณฑลกานซู จุดที่ แม่น้ำเหลือง (ฮวงโห) ไหลผ่านกลางเมือง เราจะได้เห็น “สวนกังหันน้ำ” ภูมิปัญญาชลประทานโบราณขนาดยักษ์ และ “สะพานเหล็กจงซาน” สะพานข้ามแม่น้ำเหลืองแห่งแรก อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับ “อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง”
วันที่ 11: หลานโจว – กรุงเทพ
วันแห่งการเก็บตกความทรงจำก่อนอำลา
วันสุดท้ายใช้เวลาสบายๆ เก็บตกของฝาก ไม่ว่าจะเป็น อินทผลัม กุหลาบอบแห้ง หรือสินค้าพื้นเมือง ก่อนเดินทางไปสนามบิน หลานโจว เพื่อบินตรงกลับกรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจเต็มกระเป๋า
เคยไหมครับ? ที่รู้สึกว่าโลกหมุนเร็วเกินไปจนอยากจะกดปุ่มหยุดเวลา การตัดสินใจเก็บกระเป๋าออกเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การไป เที่ยวจีน เพื่อเช็คอินแลนด์มาร์ค แต่เป็นการพาหัวใจไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและร่องรอยอารยธรรมที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไม้ไผ่ บนเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างความดิบของ ซินเจียงเหนือ และความขลังของ เส้นทางสายไหม เข้าด้วยกัน เป็น เที่ยวจีน 11 วัน ที่เหมือนได้หลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่งเลยทีเดียว
วินาทีแรกที่เท้าสัมผัสผืนดินของ ซินเจียง ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเข้าสู่ฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี ภาพของบ้านไม้ซุงโบราณที่เรียงรายลดหลั่นกันไปตามเนินเขา มีฉากหลังเป็นป่าสนเปลี่ยนสีและยอดเขาหิมะ คือเสน่ห์ของ หมู่บ้านเหอมู่ ที่ยากจะละสายตา ที่นี่เป็นถิ่นฐานของ ชาวถูวา (Tuwa) ชนเผ่าดั้งเดิมที่มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า พวกเขาคือลูกหลานทหารของเจงกิสข่าน ยามเช้าที่แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านม่านหมอกและควันไฟที่ลอยอ้อยอิ่งจากปล่องควันบ้านไม้ เป็นสุนทรียภาพของการเดินทางที่ชวนให้รู้สึกสงบและอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด
ลึกเข้าไปในอ้อมกอดของ เทือกเขาอัลไต ความเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยความน่าค้นหาของ อุทยานคานาสือ ทะเลสาบสีมรกตรูปทรงถั่วที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าสน ความมหัศจรรย์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่สีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับ “สัตว์ประหลาดแห่งคานาสือ” สิ่งมีชีวิตลึกลับใต้ผืนน้ำ และหากใครหลงใหลในความนิ่งสงบ ทะเลสาบเทียนฉือ หรือ ไข่มุกแห่งเทือกเขาเทียนซาน คืออีกหนึ่งจุดหมายที่น้ำใสราวกระจกสะท้อนเงายอดเขาหิมะจนแยกไม่ออกว่าไหนคือฟ้า ไหนคือน้ำ
ยามเมื่อสายลมพัดผ่านโขดหินรูปร่างประหลาดที่ เมืองผีอู่เอ่อเหอ (Urho Ghost City) เสียงหวีดหวิวที่เกิดขึ้นคล้ายเสียงร้องโหยหวนจนเป็นที่มาของชื่อสถานที่ แต่ในความน่ากลัวนั้นกลับแฝงไปด้วยความงามของ แพะเมืองผี (Yardang Landform) ที่ถูกลมกัดเซาะมานับพันปี ตัดสลับกับความยิ่งใหญ่ของ แกรนด์แคนยอนตู๋ซานจื่อ หุบเขาที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ผาหินสูงชันตัดกับทุ่งหญ้าเขียวขจี สร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในพลังของธรรมชาติที่มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราไม่อาจเทียบได้
จากความเขียวขจีของซินเจียง การเดินทางพาเราเปลี่ยนบรรยากาศสู่ความเวิ้งว้างของ ทะเลทรายโกบี มุ่งหน้าสู่ ตุนหวง โอเอซิสกลางทะเลทรายที่เป็นดั่งประตูสู่ เส้นทางสายไหม ในอดีต ไฮไลท์ที่ทำให้ต้องทึ่งคือ ถ้ำม่อเกาคู มรดกโลกที่เก็บซ่อนพุทธศิลป์ล้ำค่า ทั้งภาพเขียนสีและพระพุทธรูปแกะสลักอายุกว่าพันปี เรื่องราวของห้องสมุดลับที่ถูกปิดตายและค้นพบโดยบังเอิญยังคงเป็นปริศนาที่น่าค้นหา
ท่ามกลางความร้อนระอุของทะเลทราย ยังมีความมหัศจรรย์ของเนินทรายที่ส่งเสียงได้ยามต้องลมที่ ภูเขาหมิงซาซาน และภาพของโอเอซิสรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มีน้ำขังตลอดปีอย่าง หาดวงพระจันทร์ และเมื่อเดินทางต่อมาถึงเมือง จางเย่ สายตาของเราก็ถูกดึงดูดด้วย ภูเขาสายรุ้งตานเสีย (Danxia Landform) ภูเขาหินทรายที่มีลวดลายริ้วสีแดง ส้ม เหลือง สลับกันราวกับจิตรกรเอกสะบัดพู่กันระบายสีลงบนผืนโลก เป็นจุดที่ต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่นอน แต่เป็นการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ตั้งแต่ หม่าล่ารสจัดจ้านที่เฉินตู ไปจนถึงวิถีชีวิตริม แม่น้ำเหลืองที่หลานโจว ทุกย่างก้าวคือการค้นพบ และความประทับใจที่คุณจะหาไม่ได้จากทริปไหนๆ แล้วคุณจะรู้ว่า ซินเจียงเหนือ ยังมีมุมมองสวยงามที่ คนไทยยังรู้จักไม่เยอะ รอให้คุณไปสัมผัสครับ