Categories
14 South Asia

อินเดีย เลห์ ลาดักห์ ปุกเตา Unseen

อินเดีย Unseen เลห์ ปุกเตา มะนาลี
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • พิชิตถนนคาร์ดุงลา หนึ่งในเส้นทางรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลก ปล่อยใจให้โลดแล่นไปกับวิวเทือกเขาหิมาลัยสุดอลังการ
  • ขี่อูฐสองหนอกกลางทะเลทรายฮุนเดอร์ แล้วไปซึมซับวิถีชีวิตเรียบง่ายที่หมู่บ้านเทอร์ทุคสุดขอบชายแดนปากีสถาน
  • ปล่อยใจริมทะเลสาบแปงกอง ชมผืนน้ำเค็มบนที่สูงเปลี่ยนสีตามแสงแดด ตามรอยหนัง 3 Idiots ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบกอดเรา
  • เดินเล่นบนดินแดนพระจันทร์ลามะยูรู ชมภูมิประเทศแปลกตาที่เหมือนพาเราหลุดไปเดินอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์จริงๆ
  • ตื่นตากับวัดพุกตาล อารามเก่าแก่ที่สร้างแนบชิดติดหน้าผาสูงชัน สัมผัสพลังแห่งศรัทธาที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึก
  • สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดที่มะนาลี เมืองตากอากาศสุดชิลที่โอบล้อมด้วยป่าสนและภูเขาสีเขียวขจีฮีลใจขั้นสุด
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เดลี – Leh
พบกันที่สนามบิน เดินทางสู่เดลีและต่อเครื่องไป Leh เพื่อพักผ่อนและปรับร่างกายกับระดับความสูง

วันที่ 2: Leh – Nubra Valley
ออกเดินทางจาก Leh สู่ Nubra Valley ผ่าน Khardung La Pass หนึ่งในถนนที่สูงที่สุดในโลก พร้อมชมวิวภูเขาสูงของลาดัก

วันที่ 3: Nubra – Hunder – Turtuk – Thang – Nubra
เที่ยวชมเนินทรายและอูฐสองหนอกที่ Hunder เยือนหมู่บ้าน Turtuk และ Thang ใกล้ชายแดนปากีสถาน ก่อนกลับพักที่ Nubra

วันที่ 4: Nubra – Pangong Lake
เดินทางสู่ Pangong Lake ผ่านเส้นทาง Shyok River Road ชมทะเลสาบน้ำเค็มสีสันงดงามกลางหุบเขาสูง

วันที่ 5: Pangong Lake – Leh
เดินทางกลับ Leh พร้อมชมทิวทัศน์ธรรมชาติของลาดักตลอดเส้นทาง

วันที่ 6: Leh – Lamayuru – Sham Valley
ออกเดินทางสู่ Lamayuru หรือ Moonland ชมภูมิประเทศแปลกตาและอารามเก่าแก่ ก่อนพักที่ Sham Valley

วันที่ 7: Sham Valley – Lingshed – Padum
เดินทางผ่านหมู่บ้านห่างไกลอย่าง Lingshed สู่ Padum ศูนย์กลางสำคัญของหุบเขาซันสการ์

วันที่ 8: Padum
เที่ยวชมเมือง Padum เยี่ยมชมวัด หมู่บ้าน และเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวซันสการ์

วันที่ 9: Padum – Phuktal Gompa – Jispa
ออกเดินทางจาก Padum แวะชมวัด Phuktal Gompa อารามริมหน้าผาอันโดดเด่น ก่อนเดินทางต่อไปยัง Jispa

วันที่ 10: Jispa – Manali
เดินทางสู่ Manali เมืองท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติสวยงามของรัฐหิมาจัลประเทศ

วันที่ 11: Manali – Leh – Delhi
เดินทางออกจาก Manali มุ่งหน้าสู่ Leh และต่อเครื่องไปยัง Delhi

วันที่ 12: Delhi – กรุงเทพฯ
เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากการเดินทางในลาดักและซันสการ์

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ minibus สไตล์ อินเดีย
  • โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว (อินเดีย)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • วีซ่า
  • ทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับ
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • ทิปหัวหน้าทัวร์ (ตามสมัครใจในบริการ ไม่มีบังคับ)

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Day 1: กรุงเทพฯ – เดลี – Leh

เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเดลี และต่อเครื่องสู่เมือง Leh เมืองหลวงเก่าของอาณาจักรลาดัก ตั้งอยู่กลางหุบเขาสูง รายล้อมด้วยภูเขาสีน้ำตาลสลับหิมะ เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมพุทธแบบทิเบตและจุดเริ่มต้นสำคัญของการเดินทางในลาดัก

ที่พัก: Leh

Day 2: Leh – Khardung La Pass – Nubra Valley

ออกเดินทางจาก Leh ไป Nubra Valley ระยะทางประมาณ 120–130 กม. ใช้เวลาราว 5–6 ชม. ผ่าน Khardung La Pass ช่องเขาสูงชื่อดังที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าคาราวานสายโบราณ เชื่อมลาดักกับเอเชียกลาง จากนั้นลงสู่ Nubra Valley หุบเขาที่ได้ชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งดอกไม้” โอบล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำ

ที่พัก: Nubra

Day 3: Hunder – Turtuk – Thang – Nubra

เที่ยว Hunder หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงจากเนินทรายกลางหุบเขาและอูฐสองหนอก ซึ่งเป็นมรดกจากเส้นทางสายไหมในอดีต จากนั้นไป Turtuk ระยะทางจาก Hunder ราว 85–90 กม. ใช้เวลาประมาณ 2.5–3 ชม. หมู่บ้านเก่าใกล้ชายแดนปากีสถาน มีวัฒนธรรมแบบบัลติที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นในลาดัก และต่อไป Thัง อีกประมาณ 10–15 กม. เป็นหมู่บ้านชายแดนที่สามารถมองเห็นแนวเขตแดนได้ ก่อนเดินทางกลับ Nubra

ที่พัก: Nubra

Day 4: Nubra – Shyok River Road – Pangong Lake

เดินทางจาก Nubra ไป Pangong Lake ระยะทางประมาณ 170–180 กม. ใช้เวลาราว 6–7 ชม. โดยใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำ Shyok ซึ่งให้ทิวทัศน์สวยแปลกตา Pangong Lake เป็นทะเลสาบน้ำเค็มบนที่สูงที่ทอดยาวข้ามพรมแดนอินเดีย–ทิเบต มีชื่อเสียงจากสีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามแสงแดดและช่วงเวลา และเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากภาพยนตร์ 3 Idiots

ที่พัก: Pangong Lake

Day 5: Pangong Lake – Leh

เดินทางกลับ Leh ระยะทางประมาณ 160 กม. ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชม. ระหว่างทางชมภูมิประเทศที่เปลี่ยนจากทะเลสาบสีฟ้าเข้มสู่แนวเขาหินสูง เมือง Leh เป็นทั้งศูนย์กลางการค้าเก่าและชุมชนสำคัญของชาวลาดักที่ยังคงกลิ่นอายทิเบตไวอย่างชัดเจน

ที่พัก: Leh

Day 6: Leh – Lamayuru – Sham Valley

ออกเดินทางจาก Leh ไป Lamayuru ระยะทางประมาณ 115–125 กม. ใช้เวลาราว 3–4 ชม. Lamayuru มีชื่อเล่นว่า “Moonland” เพราะภูมิประเทศรอบอารามมีลักษณะขรุขระคล้ายพื้นผิวดวงจันทร์ และเป็นที่ตั้งของ Lamayuru Monastery หนึ่งในอารามที่เก่าแก่ที่สุดในลาดัก มีตำนานเล่าว่าพื้นที่นี้เคยเป็นทะเลสาบใหญ่ก่อนพระอาจารย์มาทำให้แห้ง ต่อจากนั้นเที่ยว Sham Valley พื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องหมู่บ้านสีเขียว อารามเก่า และวิถีชีวิตท้องถิ่น

ที่พัก: Sham

Day 7: Sham Valley – Lingshed – Padum

วันนี้เป็นวันเดินทางไกล มุ่งหน้าสู่ Lingshed และต่อไป Padum ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 8–10 ชม. ตามสภาพถนนและเส้นทางภูเขา Lingshed เป็นหมู่บ้านห่างไกลที่มีชื่อเสียงด้านการเดินเทรคและบรรยากาศสงบแบบดั้งเดิม ก่อนเข้าสู่ Padum เมืองสำคัญที่สุดของหุบเขา Zanskar ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าและศาสนาของภูมิภาค

ที่พัก: Padum

Day 8: เที่ยว Padum

เที่ยวชมเมือง Padum และหมู่บ้านรอบๆ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวซันสการ์ ซึ่งดำรงวัฒนธรรมพุทธแบบทิเบตไว้อย่างเข้มแข็ง ชมวัดเก่า บ้านเรือนท้องถิ่น และภูมิประเทศหุบเขาสูงที่ทำให้พื้นที่นี้เคยถูกตัดขาดจากโลกภายนอกในฤดูหนาวอยู่เป็นเวลานาน

ที่พัก: Padum

Day 9: Padum – Phuktal Gompa – Jispa

ออกเดินทางจาก Padum ไป Jispa เป็นวันเดินทางยาวประมาณ 10–12 ชม. แล้วแต่สภาพถนนและจุดแวะ ระหว่างทางผ่าน Phuktal Gompa อารามชื่อดังที่สร้างเกาะอยู่กับหน้าผาอย่างน่าอัศจรรย์ เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ปลีกวิเวกของนักบวชมาตั้งแต่โบราณ ก่อนเดินทางต่อสู่ Jispa หมู่บ้านเล็กริมแม่น้ำ Bhaga ที่มีวิวภูเขาสวยและอากาศสงบ

ที่พัก: Jispa

Day 10: Jispa – Manali

เดินทางจาก Jispa ไป Manali ระยะทางประมาณ 135–140 กม. ใช้เวลาราว 5–6 ชม. ผ่านเส้นทางภูเขาสูงอันงดงาม Manali เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของรัฐหิมาจัลประเทศ รายล้อมด้วยป่าสน แม่น้ำ และยอดเขา เป็นเมืองพักผ่อนยอดนิยมมาตั้งแต่ยุคอาณานิคมอังกฤษ

ที่พัก: Manali

Day 11: Manali – Leh – Delhi

เดินทางออกจาก Manali เพื่อไปยัง Leh และต่อเครื่องไป Delhi เป็นวันสำหรับการเดินทางเชื่อมต่อกลับเข้าสู่เมืองใหญ่ ปิดท้ายเส้นทางจากดินแดนภูเขาสูงของลาดักและซันสการ์สู่เมืองหลวงของอินเดีย 

Day 12: Delhi – กรุงเทพฯ

เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ สิ้นสุดการเดินทางผ่านลาดัก นูบร้า ปางกอง ซันสการ์ และหิมาลัยตอนเหนือ ซึ่งเป็นเส้นทางที่โดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรมพุทธทิเบต และหมู่บ้านห่างไกลอันมีเอกลักษณ์ ที่พัก: –

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
12 China

เขาไกรลาส (8 วัน-ไม่มีเทรค)

เขาไกรลาส (8 วัน-ไม่มีเทรค)
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • พระราชวังโปตาลา: สัมผัสความยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์แห่งทิเบต ศูนย์รวมจิตวิญญาณที่ตั้งตระหง่านท้ากาลเวลา
  • ทะเลสาบยัมดร็อก: ปล่อยใจไปกับผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์ที่ตัดกับภูเขาหิมะ สวยสงบจนเหมือนเวลาหยุดเดิน
  • Everest Base Camp: พิชิตความฝันที่จุดชมวิวหลังคาโลก มองยอดเขาเอเวอเรสต์แบบพาโนรามาให้รางวัลกับชีวิต
  • ทะเลสาบมานซาโรวาร์: ซึมซับพลังงานบริสุทธิ์ที่ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก สถานที่ชำระล้างจิตใจให้เบาสบาย
  • อาณาจักรกู่เก้อ: สำรวจนครถ้ำโบราณสุดลึกลับกลางหุบเขา สวยแปลกตาเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา
บินสู่ลาซา เข้าที่พักและพักผ่อนเพื่อปรับร่างกายให้พร้อมกับการเดินทางบนที่สูง

วันที่ 2: ลาซา
เที่ยวชมพระราชวังโปตาลา วัดโจคัง และเดินเล่นถนนแปดเหลี่ยม สัมผัสศรัทธาและวิถีชีวิตชาวทิเบต

วันที่ 3: ลาซา – ทะเลสาบยัมดร็อก – ธารน้ำแข็งกาโรลา – ชิกาเซ่
ชมทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์สุดงดงาม และสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธารน้ำแข็งกาโรลา

วันที่ 4: ชิกาเซ่ – วัดตาชิหลุนโป – วัดซากยา – ทิงรี
สักการะวัดสำคัญของปันเชนลามะ แวะชมวัดซากยา ก่อนเดินทางสู่ทิงรี

วันที่ 5: ทิงรี – Everest Base Camp – วัดรองบุก – ทะเลสาบเปกู – ซากา
เช็คอินเอเวอเรสต์เบสแคมป์ ชมวิวเอเวอเรสต์แบบพาโนรามา และเดินทางต่อสู่ซากา

วันที่ 6: ซากา – ทะเลสาบมานซาโรวาร์ – ดาร์เชน
มุ่งหน้าสู่ดาร์เชน แวะสัมผัสพลังศรัทธาที่ทะเลสาบมานซาโรวาร์อันศักดิ์สิทธิ์

วันที่ 7: ดาร์เชน – วัดโทหลิง – อาณาจักรกู่เก้อ – อาลี
สำรวจดินแดนโบราณ ชมวัดโทหลิงและซากอาณาจักรกู่เก้อที่งดงามและลึกลับ

วันที่ 8: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ
เดินทางสู่สนามบินอาลี บินกลับลาซา และต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus สำหรับคณะ 10-12 ท่าน / รถตู้สำหรับคณะไม่เกิน 8 ท่าน
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • รวมอาหารทุกมื้อ
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว ในเขตเมือง และที่พักแบบ Guest House ตอนเดินเทรค
  • รวมวีซ่าเข้าเขตพิเศษ เฉพาะคนไทย
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • ค่าทิป

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Day 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา

เดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ แวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ก่อนเข้าสู่ลาซา เมืองหลวงของทิเบต ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 6–9 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับไฟลต์ เมื่อถึงแล้วควรพักผ่อนและปรับสภาพร่างกาย เพราะลาซาอยู่สูงราว 3,650 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหมาะสำหรับเริ่มต้นการเดินทางแบบค่อยเป็นค่อยไป

ที่พัก: โรงแรมเมืองลาซา

Day 2: ลาซา – พระราชวังโปตาลา – วัดโจคัง – ถนนบาร์คอร์

เที่ยวชมสถานที่สำคัญใจกลางลาซา ใช้เวลาเดินทางภายในเมืองไม่นาน พระราชวังโปตาลา เป็นสัญลักษณ์สูงสุดของทิเบต เดิมเคยเป็นที่ประทับขององค์ทะไลลามะ สร้างโดดเด่นบนเนินเขาและเป็นศูนย์กลางทั้งการเมืองและศาสนา วัดโจคัง เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวทิเบต ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปโจโวศากยมุนีที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้จากทั่วดินแดน ถนนบาร์คอร์ เป็นย่านแสวงบุญเก่าแก่ที่ล้อมรอบวัดโจคัง เต็มไปด้วยบรรยากาศวัฒนธรรมทิเบต ร้านค้า และผู้ศรัถทาที่เดินหมุนประคำสวดมนต์

ที่พัก: โรงแรมเมืองลาซา

Day 3: ลาซา – ทะเลสาบยัมดr็อก – ธารน้ำแข็งกาโรลา – ชิกาเซ่

เดินทางจากลาซาสู่ชิกาเซ่ ระยะทางรวมประมาณ 360–380 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–9 ชั่วโมง ทะเลสาบยัมดร็อก เป็นหนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต มีชื่อเสียงเรื่องน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใส ชาวทิเบตเชื่อว่าเป็นทะเลสาบแห่งจิตวิญญาณ ธารน้ำแข็งกาโรลา เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลตัวลงมาจากยอดเขาสูง ดูโดดเด่นตัดกับภูมิประเทศแห้งแล้งโดยรอบ เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่น่าประทับใจมาก จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองชิกาเซ่ เมืองใหญ่อันดับสองของทิเบต

ที่พัก: ที่พักเมืองชิกาเซ่

Day 4: ชิกาเซ่ – วัดตาชิหลุนโป – วัดซากยา – ทิงรี

เดินทางจากชิกาเซ่ไปทิงรี ระยะทางรวมประมาณ 330–360 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมง วัดตาชิหลุนโป เป็นอารามสำคัญของนิกายเกลุก และเป็นที่ประทับดั้งเดิมของปันเชนลามะ ภายในมีสถาปัตยกรรมงดงามและพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เป็นที่เคารพศรัทธา วัดซากยา โดดเด่นด้วยกำแพงสีเทาแดงขาวอันเป็นเอกลักษณ์ เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของนิกายซากยา และมีชื่อเสียงด้านการเก็บรักษาคัมภีร์โบราณจำนวนมาก จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทิงรี เมืองเล็กที่เปรียบเสมือนประตูสู่เขตเอเวอเรสต์

ที่พัก: ที่พักอำเภอทิงรี

Day 5: ทิงรี – Everest Base Camp – วัดรองบุก – ทะเลสาบเปกู – ซากา

วันนี้เป็นวันเดินทางไกล ระยะทางรวมประมาณ 500–550 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 9–11 ชั่วโมง Everest Base Camp เป็นไฮไลต์ของการเดินทาง จุดหมายที่เปิดมุมมองสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์อย่างยิ่งใหญ่ เป็นความฝันของนักเดินทางจำนวนมาก วัดรองบุก อยู่ใกล้เอเวอเรสต์และได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นวัดที่สูงที่สุดในโลก เป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมและจุดชมวิวภูเขาระดับตำนาน ระหว่างทางแวะชมทะเลสาบเปกู และมองเห็นยอดเขาชิชาปังมา ซึ่งเป็นยอดเขาสูงกว่า 8,000 เมตรที่ตั้งอยู่ในทิเบตทั้งหมด ถึงเมืองซากาในช่วงค่ำ

ที่พัก: ที่พักเมืองซากา

Day 6: ซากา – ทะเลสาบมานซาโรวาร์ – ดาร์เชน

เดินทางต่อสู่ดาร์เชน ระยะทางประมาณ 480–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง ทะเลสาบมานซาโรวาร์ เป็นทะเลสาบน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในความเชื่อของชาวฮินดู พุทธ เชน และบอน เชื่อกันว่าการได้มาถึงหรือได้สัมผัสน้ำจากทะเลสาบแห่งนี้เป็นการชำระล้างบาปและเสริมสิริมงคล ดาร์เชน เป็นเมืองหน้าด่านและจุดเริ่มต้นของการแสวงบุญรอบเขาไคลาส ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ดุจศูนย์กลางจักรวาล

ที่พัก: ที่พักเมืองดาร์เชน

Day 7: ดาร์เชน – วัดโทหลิง – ซากอาณาจักรกู่เก้อ – อาลี

เดินทางไกลสู่เขตตะวันตกของทิเบต ระยะทางประมาณ 380–450 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง วัดโทหลิง เป็นวัดสำคัญในภูมิภาคงารี สร้างขึ้นในยุคฟื้นฟูพุทธศาสนาในทิเบตตะวันตก และมีความเกี่ยวข้องกับการเผยแผ่ศิลปะและพระธรรมจากอินเดีย ซากอาณาจักรกู่เก้อ เป็นโบราณสถานกลางหุบเขาที่เคยรุ่งเรืองราวคริสต์ศตวรรษที่ 10–17 เมืองนี้สร้างลดหลั่นบนหน้าผา เต็มไปด้วยถ้ำ ป้อม และวัดโบราณ ก่อนล่มสลายลงอย่างลึกลับ จึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ลี้ลับและน่าค้นหาที่สุดของทิเบต เดินทางต่อเข้าเมืองอาลี

ที่พัก: ที่พักเมืองอาลี

Day 8: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ

เดินทางสู่สนามบินอาลี จากนั้นบินกลับลาซาและต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 6–9 ชั่วโมงตามตารางบิน ปิดท้ายการเดินทางในดินแดนหลังคาโลกพร้อมความทรงจำจากเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ และอารยธรรมโบราณแห่งทิเบต 

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
07 USA & Canada

แคนาดา เดอะร๊อกกี้ Lake louise – Moraine – Jasper

แคนาดา เดอะร๊อกกี้ Lake louise - Moraine - Jasper
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • Lake Louise: ปล่อยใจมองผิวน้ำสีฟ้ามรกตสะท้อนเงาภูเขาน้ำแข็ง สวยสงบจนต้องตกหลุมรัก
  • Moraine Lake: นั่งนิ่งๆ ซึมซับความงามของทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ที่มีฉากหลังเป็นยอดเขาทั้งสิบ
  • Columbia Icefields: เดินย่ำบนทุ่งธารน้ำแข็งยักษ์ สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแบบใกล้ชิด
  • Peyto Lake: ทอดสายตามองทะเลสาบสีฟ้าน้ำนมจากมุมสูง ความงามที่ธรรมชาติปั้นแต่งมาอย่างพอดี
  • Spirit Island: ล่องเรือในความเงียบสงบสู่เกาะเล็กๆ กลางน้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปในความฝัน
  • Banff Gondola: นั่งกระเช้าขึ้นยอดเขาชมวิว 360 องศาของเมืองแบมฟ์ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาแบบเต็มตา
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1 – สุวรรณภูมิ – แวนคูเวอร์ – แคลกะรี – Johnston Canyon – Lake Louise
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่แคนาดา แวะเที่ยว Johnston Canyon และชมพระอาทิตย์ตกที่ Lake Louise

วันที่ 2 – Lake Louise – Moraine Lake – Emerald Lake
ชม 3 ทะเลสาบชื่อดังของเทือกเขาร็อกกี้ ทั้ง Lake Louise, Moraine Lake และ Emerald Lake

วันที่ 3 – Icefields Parkway – Peyto Lake – Herbert Lake – Columbia Icefields – Jasper
เดินทางบนเส้นทาง Icefields Parkway แวะชมทะเลสาบสีสวย ธารน้ำแข็ง Columbia Icefields และ Skywalk ก่อนถึง Jasper

วันที่ 4 – Jasper – Pyramid Lake – Patricia Lake – Maligne Lake – Spirit Island
เที่ยวทะเลสาบสวยรอบ Jasper ล่องชมวิว Maligne Lake และขึ้น Jasper Tramway ชมวิวมุมสูง

วันที่ 5 – Jasper – Athabasca Falls – Sunwapta Falls – Morant’s Curve – Banff
ชมน้ำตกจากธารน้ำแข็ง เดินทางกลับผ่าน Icefields Parkway แวะ Morant’s Curve ก่อนถึง Banff

วันที่ 6 – Banff – Sulphur Mountain – Calgary – Vancouver
ขึ้น Banff Gondola ชมวิวบนยอดเขา ก่อนเดินทางสู่สนามบินแคลกะรีและต่อเครื่องกลับ

วันที่ 7 – ระหว่างการเดินทาง
เดินทางข้ามเขตเวลา พักผ่อนบนเครื่องบิน

วันที่ 8 – กรุงเทพฯ
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ 7 ที่นั่ง สำหรับคณะ 4-5 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – แวนคูเวอร์ – แคลกะรี – Johnston Canyon – Lake Louise

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยสายการบิน Air Canada แวะเปลี่ยนเครื่องที่แวนคูเวอร์ แล้วบินต่อสู่เมืองแคลกะรี จากนั้นเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ แวะเที่ยว Johnston Canyon ระยะทางจากแคลกะรีประมาณ 165 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง จุดเด่นคือเส้นทางเดินเลียบลำธารและผาหินปูนในหุบเขา ชมความงามของน้ำตกที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งมานานนับพันปี ก่อนเดินทางต่อสู่ Lake Louise ระยะทางประมาณ 60 กม. ใช้เวลาราว 45 นาที เพื่อชมบรรยากาศยามเย็นของทะเลสาบชื่อดังแห่งเทือกเขาร็อกกี้

ที่พัก: Lake Louise

วันที่ 2: Lake Louise – Moraine Lake – Emerald Lake

เริ่มต้นเที่ยว Lake Louise ทะเลสาบสีฟ้ามรกตที่มีฉากหลังเป็นธารน้ำแข็งวิกตอเรีย ได้ชื่อจากเจ้าหญิงหลุยส์ แคโรไลน์ อัลเบอร์ตา พระราชธิดาแห่งสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย จากนั้นไป Moraine Lake ระยะทางประมาณ 14 กม. ใช้เวลาราว 25 นาที ทะเลสาบแห่งนี้โด่งดังจากภาพสะท้อนของหุบเขา Ten Peaks และเคยปรากฏบนธนบัตรแคนาดา ต่อด้วย Emerald Lake ในอุทยานแห่งชาติโยโฮ ระยะทางจาก Lake Louise ประมาณ 65 กม. ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง จุดเด่นคือผืนน้ำสีเขียวมรกตที่เกิดจากตะกอนธารน้ำแข็งละเอียดสะท้อนแสง

ที่พัก: Lake Louise

วันที่ 3: Lake Louise – Icefields Parkway – Peyto Lake – Herbert Lake – Columbia Icefields – Jasper

ออกเดินทางบนเส้นทาง Icefields Parkway ถนนสายชมวิวระดับโลกจาก Lake Louise สู่ Jasper ระยะทางรวมประมาณ 230 กม. ใช้เวลาขับราว 4–5 ชั่วโมงไม่รวมแวะเที่ยว ระหว่างทางแวะ Herbert Lake จุดถ่ายภาพเงาสะท้อนภูเขาที่สงบนิ่ง และ Peyto Lake ทะเลสาบสีฟ้าน้ำนมรูปทรงคล้ายหัวหมาป่า สีสันเกิดจากผงหินธารน้ำแข็งในน้ำ จากนั้นไป Columbia Icefields ทุ่งน้ำแข็งขนาดใหญ่แห่งเทือกเขาร็อกกี้ ซึ่งมีอายุหลายพันปี และชม Columbia Glacier Skywalk ทางเดินพื้นกระจกที่ยื่นออกเหนือหุบเขา ก่อนเดินทางถึงเมือง Jasper เมืองเล็กกลางหุบเขาที่ให้บรรยากาศเงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ

ที่พัก: Jasper

วันที่ 4: Jasper – Pyramid Lake – Patricia Lake – Maligne Lake – Spirit Island – Jasper Tramway

เที่ยวรอบเมือง Jasper เริ่มที่ Pyramid Lake และ Patricia Lake ซึ่งอยู่ห่างตัวเมืองเพียง 5–10 กม. ใช้เวลาขับประมาณ 10–15 นาที ทั้งสองแห่งมีชื่อเสียงเรื่องผืนน้ำใสสะท้อนแนวสนและเทือกเขาอย่างงดงาม จากนั้นเดินทางสู่ Maligne Lake ระยะทางประมาณ 50 กม. ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบธารน้ำแข็งที่สวยที่สุดในแคนาดา และมี Spirit Island เกาะเล็กสัญลักษณ์สำคัญของแจสเปอร์ที่โด่งดังจากภาพถ่ายทั่วโลก ช่วงบ่ายขึ้น Jasper Tramway เพื่อชมวิวมุมสูงของเทือกเขาร็อกกี้และเมือง Jasper แบบกว้างไกล

ที่พัก: Jasper

วันที่ 5: Jasper – Athabasca Falls – Sunwapta Falls – Morant’s Curve – Banff

ออกจาก Jasper มุ่งหน้ากลับสู่ Banff โดยแวะ Athabasca Falls ระยะทางจาก Jasper ประมาณ 30 กม. ใช้เวลาราว 30 นาที แม้น้ำตกจะไม่สูงมากแต่โดดเด่นด้วยพลังน้ำเชี่ยวกรากที่กัดเซาะหินแคนยอนอย่างรุนแรง ต่อไป Sunwapta Falls ระยะทางอีกประมาณ 30 กม. ใช้เวลาราว 25 นาที น้ำตกแห่งนี้เกิดจากแม่น้ำที่ได้รับน้ำจากธารน้ำแข็ง จึงมีสีน้ำขุ่นฟ้าเป็นเอกลักษณ์ ระหว่างทางแวะ Morant’s Curve จุดถ่ายภาพโค้งทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ Canadian Pacific Railway ซึ่งเป็นมุมคลาสสิกของเทือกเขาร็อกกี้ จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง Banff ระยะทางรวมจาก Jasper ประมาณ 290 กม. ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงไม่รวมแวะ

ที่พัก: Banff

วันที่ 6: Banff – Banff Gondola – Calgary – Vancouver

เที่ยว Banff Gondola ขึ้นสู่ยอด Sulphur Mountain ใช้เวลาเพียงประมาณ 8 นาที เพื่อชมวิวเมืองแบมฟ์ เทือกเขาร็อกกี้ และหุบเขาโดยรอบแบบ 360 องศา ภูเขานี้มีชื่อจากบ่อน้ำพุร้อนกำมะถันที่ค้นพบในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ จากนั้นเดินทางไปสนามบินแคลกะรี ระยะทางประมาณ 130 กม. ใช้เวลาราว 1.5–2 ชั่วโมง เพื่อขึ้นเครื่องบินไปแวนคูเวอร์ และต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ

ที่พัก: บนเครื่องบิน

วันที่ 7: เดินทางข้ามเส้นเวลาสากล

อยู่ระหว่างการเดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากเป็นเที่ยวบินระยะไกลและมีการเปลี่ยนเครื่อง รวมถึงผลจากการข้ามเขตเวลา

ที่พัก: บนเครื่องบิน

วันที่ 8: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาร็อกกี้แคนาดา

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
10 NZ & AUS

นิวซีแลนด์ เกาะใต้ ควีนส์ทาวน์ มิลฟอร์ด เมาท์คุก อาเธอพาส

นิวซีแลนด์ เกาะใต้ ควีนส์ทาวน์ มิลฟอร์ด เมาท์คุก อาเธอพาส
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ถ้ำหนอนเรืองแสงทีอานาว ปล่อยใจให้สงบแล้วล่องเรือเข้าไปชมแสงระยิบระยับในถ้ำมืดที่สวยราวกับมีกาแล็กซีส่วนตัว
  • มิลฟอร์ดซาวด์ ล่องเรือชมฟยอร์ดมรดกโลก สัมผัสความยิ่งใหญ่ของผืนน้ำและขุนเขาที่ช่วยชาร์จพลังใจได้ดีเยี่ยม
  • ทะเลสาบเทคาโปและเมาท์คุก นั่งทอดสายตามองผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์ที่มีฉากหลังเป็นยอดเขาหิมะ เป็นภาพจำที่ฮีลใจสุดๆ
  • นั่งรถไฟ TranzAlpine ปล่อยความเหนื่อยล้าไปกับเส้นทางรถไฟที่สวยระดับโลก ซึมซับวิวทุ่งหญ้าและภูเขาผ่านหน้าต่างบานใหญ่
  • ธารน้ำแข็งฟ็อกซ์กลาเซียร์ เปิดมุมมองใหม่ด้วยการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมความอลังการของธารน้ำแข็งสีฟ้าขาวที่ธรรมชาติปั้นแต่งมาอย่างดี
  • ควีนส์ทาวน์และบ็อบส์พีค ขึ้นกระเช้าชมวิวเมืองแบบพาโนรามา แล้วลงมาเดินทอดน่องซึมซับไวบ์เมืองริมทะเลสาบที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – ซิดนีย์ – ควีนส์ทาวน์
เดินทางออกจากกรุงเทพฯ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ซิดนีย์ มุ่งหน้าสู่ควีนส์ทาวน์

วันที่ 2: ควีนส์ทาวน์ – ทีอานาว
ถึงควีนส์ทาวน์แล้วเดินทางต่อสู่ทีอานาว ชมถ้ำหนอนเรืองแสง Te Anau Glowworm Caves และพักค้างคืนที่ทีอานาว

วันที่ 3: ทีอานาว – มิลฟอร์ดซาวด์ – ควีนส์ทาวน์
ล่องเรือชมมิลฟอร์ดซาวด์ในอุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ ก่อนกลับควีนส์ทาวน์และขึ้นกระเช้าชมวิวที่บ็อบส์พีค

วันที่ 4: ควีนส์ทาวน์
เที่ยวชม Skippers Canyon และล่องเรือไอน้ำ TSS Earnslaw ไปยัง Walter Peak High Country Farm

วันที่ 5: ควีนส์ทาวน์ – เมาท์คุก – Lake Tekapo – ไครสต์เชิร์ช
เดินทางผ่านเมาท์คุกและ Lake Tekapo ชมวิวทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์และภูเขาสวยงาม ก่อนถึงไครสต์เชิร์ช

วันที่ 6: ไครสต์เชิร์ช – TranzAlpine – ฟ็อกซ์
นั่งรถไฟสาย scenic TranzAlpine ผ่านภูมิประเทศอันงดงาม แล้วเดินทางต่อสู่เมืองฟ็อกซ์

วันที่ 7: ฟ็อกซ์กลาเซียร์ – วานากา – ควีนส์ทาวน์
ชมฟ็อกซ์กลาเซียร์ พร้อมเลือกกิจกรรมเสริมเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นแวะวานากาและกลับควีนส์ทาวน์

วันที่ 8: ควีนส์ทาวน์ – กรุงเทพฯ
เดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจจากการเที่ยวเกาะใต้ของนิวซีแลนด์

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ 10 ที่นั่ง สำหรับคณะ 6-7 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – ซิดนีย์ – ควีนส์ทาวน์

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ซิดนีย์ เพื่อมุ่งหน้าสู่ควีนส์ทาวน์ เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของเกาะใต้ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งการผจญภัยและธรรมชาติอันงดงาม

ที่พัก: พักบนเครื่อง / ระหว่างเดินทาง

วันที่ 2: ควีนส์ทาวน์ – ทีอานาว

เดินทางถึงควีนส์ทาวน์ เมืองริมทะเลสาบวาคาติปู (Lake Wakatipu) ทะเลสาบรูปสายฟ้าที่มีตำนานเมารีเล่าว่าเกิดจากร่างของยักษ์ในอดีต จากนั้นเดินทางต่อสู่ทีอานาว ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ช่วงบ่ายชม Te Anau Glowworm Caves ถ้ำหนอนเรืองแสงที่มีชื่อเสียง จุดเด่นคือแสงระยิบระยับจากตัวอ่อนแมลงชนิดพิเศษที่เกาะอยู่ตามผนังถ้ำ ดูคล้ายท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ที่พัก: ทีอานาว

วันที่ 3: ทีอานาว – มิลฟอร์ดซาวด์ – ควีนส์ทาวน์

ออกเดินทางสู่ Milford Sound ระยะทางจากทีอานาวประมาณ 120 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2–2.5 ชั่วโมง ล่องเรือชมฟยอร์ดระดับโลกในเขตอุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ (Fiordland National Park) พื้นที่มรดกโลกที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง จนกลายเป็นผาหินสูงชัน น้ำตก และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ จากนั้นเดินทางกลับควีนส์ทาวน์ ใช้เวลารวมประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง–5 ชั่วโมง แล้วขึ้นกระเช้าสู่ Bob’s Peak จุดชมวิวสำคัญของเมือง สามารถมองเห็นวิวพาโนรามาของควีนส์ทาวน์ ทะเลสาบวาคาติปู และแนวเทือกเขาโดยรอบ

ที่พัก: ควีนส์ทาวน์

วันที่ 4: ควีนส์ทาวน์

ชม Skippers Canyon หุบเขาลึกคดเคี้ยวที่มีประวัติสำคัญในยุคตื่นทองของนิวซีแลนด์ช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นเส้นทางที่โด่งดังทั้งด้านภูมิประเทศสุดหวาดเสียวและการเป็นหนึ่งในโลเคชันถ่ายทำภาพยนตร์ The Lord of the Rings จากนั้นล่องเรือ TSS Earnslaw เรือกลไฟเก่าแก่ที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1912 ข้ามทะเลสาบวาคาติปูไปยัง Walter Peak High Country Farm ฟาร์มชนบทที่สะท้อนวิถีชีวิตเกษตรกรรมของนิวซีแลนด์ พร้อมชมบรรยากาศทุ่งหญ้าและการเลี้ยงแกะ

ที่พัก: ควีนส์ทาวน์

วันที่ 5: ควีนส์ทาวน์ – เมาท์คุก – ทะเลสาบเทคาโป – ไครสต์เชิร์ช

ออกเดินทางไกลจากควีนส์ทาวน์สู่เขตเมาท์คุก ระยะทางรวมถึงไครสต์เชิร์ชประมาณ 600 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางตลอดวันราว 8–9 ชั่วโมง แวะชม Aoraki / Mount Cook ยอดเขาสูงที่สุดของนิวซีแลนด์ ซึ่งชาวเมารีถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ และบริเวณทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ที่มีฉากหลังเป็นยอดเขาหิมะ จากนั้นแวะ Lake Tekapo ทะเลสาบสีฟ้าน้ำนมที่เกิดจากตะกอนธารน้ำแข็งในเขต Mackenzie Basin เป็นหนึ่งในจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยที่สุดของเกาะใต้ ก่อนเดินทางต่อสู่ไครสต์เชิร์ช เมืองใหญ่ที่สุดของเกาะใต้ ซึ่งได้รับฉายาว่า “Garden City” เพราะมีสวนสวยและบรรยากาศเมืองอังกฤษ

ที่พัก: ไครสต์เชิร์ช

วันที่ 6: ไครสต์เชิร์ช – TranzAlpine – ฟ็อกซ์

นั่งรถไฟ TranzAlpine หนึ่งในเส้นทางรถไฟชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก วิ่งผ่านทุ่งราบแคนเทอร์เบอรี เทือกเขาแอลป์ตอนใต้ ป่าฝน และแม่น้ำสายต่างๆ เป็นเส้นทางที่ทำให้เห็นภูมิประเทศหลากหลายของเกาะใต้ในวันเดียว จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถสู่เมืองฟ็อกซ์ ใช้เวลารวมคร่าวๆ ประมาณ 5–6 ชั่วโมง เมืองเล็กบนชายฝั่งตะวันตกที่เป็นประตูสู่ Fox Glacier ธารน้ำแข็งชื่อดังของภูมิภาค

ที่พัก: ฟ็อกซ์

วันที่ 7: ฟ็อกซ์ – วานากา – ควีนส์ทาวน์

ชม Fox Glacier ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาสูงสู่พื้นที่ระดับต่ำได้ใกล้กว่าธารน้ำแข็งหลายแห่งทั่วโลก จึงเป็นจุดเด่นทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก ผู้สนใจสามารถเลือกกิจกรรมเสริม เช่น เฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็งเพื่อเห็นภาพมุมสูงอย่างชัดเจน จากนั้นเดินทางสู่วานากา ระยะทางประมาณ 260 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3.5–4 ชั่วโมง เมืองเล็กริมทะเลสาบที่มีบรรยากาศสงบ งดงาม และเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติมากกว่าความคึกคัก ก่อนเดินทางกลับควีนส์ทาวน์ ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เพื่อเลือกซื้อของฝากและพักผ่อนตามอัธยาศัย

ที่พัก: ควีนส์ทาวน์

วันที่ 8: ควีนส์ทาวน์ – กรุงเทพฯ

เดินทางออกจากควีนส์ทาวน์เพื่อกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ปิดท้ายการเดินทางบนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ที่เต็มไปด้วยทะเลสาบ ภูเขา ฟยอร์ด ธารน้ำแข็ง และเมืองธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
09 Russia

รัสเซีย ไบคาล The Frozen Lake

รัสเซีย ไบคาล The Frozen Lake
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • นั่งสุนัขลากเลื่อนและสโนว์โมบิลที่ลิสต์เวียนก้า ปล่อยใจให้เบาสบายไปกับสายลมหนาวและหิมะขาวโพลนแบบใกล้ชิด
  • นั่งสกีลิฟต์สู่เนินหินเชียร์สกี ทอดสายตาชมวิวทะเลสาบไบคาลมุมสูงที่กว้างไกลสุดขอบฟ้า ให้ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติช่วยฮีลใจ
  • รับพลังงานบวกที่สถูปพุทธทิเบตบนเกาะโอกอย พร้อมชมความมหัศจรรย์ของแหลมมังกรที่ทอดตัวลงสู่ผืนน้ำแข็งอย่างสง่างาม
  • เยือนโขดหินชามานที่แหลมบูรคาน แลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะโอลคอนเพื่อซึมซับความเงียบสงบและมนต์ขลังของจิตวิญญาณแห่งไบคาล
  • สำรวจแหลมโคบอยและหินสามพี่น้อง ตื่นตากับประติมากรรมน้ำแข็งสีฟ้าตามธรรมชาติที่สวยงามราวกับหลุดไปในโลกแห่งความฝัน
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – อิรคุตสก์
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่อิรคุตสก์ เพื่อเริ่มต้นทริปทะเลสาบไบคาล

วันที่ 2: ลิสต์เวียนก้า – ทะเลสาบไบคาล
สนุกกับกิจกรรมฤดูหนาว ทั้งสุนัขลากเลื่อน Snowmobile Ski Lift ชมเนินหิน และพิพิธภัณฑ์ไบคาล

วันที่ 3: เกาะโอลคอน – เกาะโอกอย
เดินทางสู่เกาะโอลคอน พร้อมชมสถูปพุทธแบบทิเบต และ Cape Dragon บนเกาะโอกอย

วันที่ 4: เกาะโอลคอน – แหลมบูรคาน
เที่ยวชมไฮไลต์สำคัญของเกาะโอลคอน ทั้งโขดหินชามาน หินสามพี่น้อง และแหลมโคบอย

วันที่ 5: เกาะโอลคอน – อิรคุตสก์
อำลาเกาะโอลคอน และเดินทางกลับสู่เมืองอิรคุตสก์

วันที่ 6: อิรคุตสก์ – กรุงเทพฯ
เดินทางไปสนามบิน เพื่อออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus สำหรับคณะ 10-12 ท่าน

  • ค่าน้ำมัน ที่จอด ทางด่วนทั้งหมด

  • รวมอาหารทุกมื้อ

  • โรงแรมที่พักระดับ 3 ดาว

  • รวมกิจกรรมตามระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – อิรคุตสก์

เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่อิรคุตสก์ เมืองใหญ่สำคัญของไซบีเรียตะวันออก ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 7–10 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเที่ยวบินและเวลาต่อเครื่อง เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างรัสเซีย มองโกเลีย และจีน และยังเป็นประตูหลักสู่ทะเลสาบไบคาล จากนั้นเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับการเดินทางในวันถัดไป

ที่พัก: Irkutsk Hotel / Courtyard by Marriott Irkutsk City Center / โรงแรมในเมืองอิรคุตสก์

วันที่ 2: หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า – ทดลองนั่งสุนัขลากเลื่อน – ทดลองขับ Snowmobile – นั่ง Ski Lift สู่เนินหินเชียร์สกี – พิเพิธภัณฑ์ไบคาล

ออกเดินทางจากอิรคุตสก์สู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ระยะทางประมาณ 70 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 1–1.5 ชั่วโมง หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบไบคาลและเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวหลักที่เข้าถึงง่ายที่สุดของไบคาล ทดลองนั่งสุนัขลากเลื่อนและขับสโนว์โมบิล เพื่อสัมผัสวิถีการเดินทางแบบฤดูหนาวของชาวไซบีเรีย จากนั้นนั่ง Ski Lift ขึ้นสู่จุดชมวิวบนเนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทะเลสาบไบคาลมุมสูงและจุดที่แม่น้ำอังการาไหลออกจากทะเลสาบ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไหลออกจากไบคาล แวะชมพิพิธภัณฑ์ไบคาล เรียนรู้เรื่องกำเนิดทะเลสาบไบคาล ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลกและมีอายุเก่าแก่หลายล้านปี รวมถึงสัตว์เฉพาะถิ่น เช่น แมวน้ำไบคาล จากนั้นเดินทางกลับอิรคุตสก์

ที่พัก: Irkutsk Hotel / Courtyard by Marriott Irkutsk City Center / โรงแรมในเมืองอิรคุตสก์

วันที่ 3: เกาะโอลคอน – สถูปพุทธแบบทิเบต – Cape Dragon Island Ogoy

ออกเดินทางจากอิรคุตสก์สู่เกาะโอลคอน ระยะทางประมาณ 280–300 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 5–6 ชั่วโมงรวมช่วงข้ามฟากหรือเส้นทางน้ำแข็งตามฤดูกาล เกาะโอลคอนเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในทะเลสาบไบคาล และถือเป็นศูนย์รวมความเชื่อและพลังศักดิ์สิทธิ์ของชาวบูเรียต ระหว่างทางเที่ยวชมเกาะโอกอย ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถูปพุทธแบบทิเบต หรือ Stupa of Enlightenment สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและการขจัดอุปสรรค ชาวท้องถิ่นเชื่อว่าการมาเยือนด้วยจิตใจสงบจะเป็นสิริมงคล Cape Dragon เป็นจุดถ่ายภาพเด่นของเกาะโอกอย เพราะแนวหินและสันน้ำแข็งมีรูปร่างคล้ายมังกรทอดตัวยื่นสู่ทะเลสาบ เข้าที่พักบนเกาะโอลคอน

ที่พัก: Baikal View Hotel / Hotel Nikita Homestead / ที่พักบนเกาะโอลคอน

วันที่ 4: แหลมบูรคาน – โขดหินชามาน – หินสามพี่น้อง (Three Brother Rock) – แหลมโคบอย

เที่ยวชมเกาะโอลคอนแบบเต็มวัน โดยเริ่มที่แหลมบูรคาน หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของทะเลสาบไบคาล และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเกาะ บริเวณนี้มีโขดหินชามาน หรือ Shaman Rock ซึ่งตามตำนานเชื่อว่าเป็นที่สถิตของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และในอดีตใช้ประกอบพิธีกรรมของหมอผี จากนั้นชม Three Brother Rock หรือหินสามพี่น้อง ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าเป็นพี่น้องที่ถูกสาปให้กลายเป็นหิน จึงเป็นอีกจุดที่มีทั้งความงามทางธรรมชาติและตำนานพื้นถิ่น เดินทางต่อไปยังแหลมโคบอย ทางตอนเหนือของเกาะ ใช้เวลาเดินทางจากเขตหมู่บ้านหลักราว 2–3 ชั่วโมง แหลมแห่งนี้มีหน้าผาสูงและวิวเปิดกว้างเหนือผืนน้ำแข็งหรือผืนน้ำของไบคาล ชื่อ “โคบอย” มีความหมายเกี่ยวกับ “เขี้ยว” หรือ “ฟัน” ตามรูปร่างของหน้าผา เป็นจุดชมวิวที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ พักค้างคืนบนเกาะโอลคอน

ที่พัก: Baikal View Hotel / Hotel Nikita Homestead / ที่พักบนเกาะโอลคอน

วันที่ 5: เกาะโอลคอน – เมืองอิรคุตสก์

ออกเดินทางกลับจากเกาะโอลคอนสู่อิรคุตสก์ ระยะทางประมาณ 280–300 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 5–6 ชั่วโมง ระหว่างทางชมวิวทุ่งหิมะ ป่าสน และภูมิประเทศแบบไซบีเรีย เป็นวันเดินทางกลับเพื่อพักผ่อนในเมืองก่อนขึ้นเครื่องในวันถัดไป เมื่อถึงอิรคุตสก์สามารถเดินเล่นย่านเมืองเก่า ชมอาคารไม้แบบไซบีเรียที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของเมืองในยุครัสเซียขยายอำนาจสู่ดินแดนตะวันออก

ที่พัก: Irkutsk Hotel / Courtyard by Marriott Irkutsk City Center / โรงแรมในเมืองอิรคุตสก์

วันที่ 6: อิรคุตสก์ – สนามบิน – กรุงเทพฯ

เดินทางสู่สนามบินอิรคุตสก์ ใช้เวลาโดยประมาณ 15–30 นาทีจากตัวเมือง จากนั้นออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจจากทะเลสาบไบคาล ดินแดนธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นไข่มุกแห่งไซบีเรีย

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
09 Russia

รัสเซีย ไบคาล ทรานไซบีเรีย ทางรถไฟในตำนาน

รัสเซีย ไบคาล ทรานไซบีเรีย ทางรถไฟในตำนาน
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • นั่งรถไฟทรานไซบีเรีย ปล่อยใจให้ช้าลงพร้อมชมวิวหิมะขาวโพลนบนเส้นทางสายประวัติศาสตร์ระดับโลก
  • สัมผัสความสงบที่วัดไอโวลกินสกีดัตสัน ศูนย์กลางพุทธศาสนาในรัสเซียที่ผสานกลิ่นอายทิเบตกลางลมหนาว
  • นั่งรถข้ามทะเลสาบน้ำแข็งไบคาล แวะสำรวจถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าใสที่สวยสะกดจนเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน
  • รับพลังงานบริสุทธิ์ที่หินชาแมนและแหลมโคบอย ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นด้วยประติมากรรมน้ำแข็งธรรมชาติ
  • ชมความยิ่งใหญ่ของแหลมมังกรบนเกาะโอกอย แนวหินรูปร่างแปลกตาที่ตั้งตระหง่านท้าทายความหนาวเย็นอย่างงดงาม
  • สนุกกับการนั่งเลื่อนสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ ให้แก๊งสี่ขาพาเราพุ่งทะยานฝ่าทุ่งหิมะรับลมหนาวแบบสุดฟิน
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: สนามบินสุวรรณภูมิ • อีร์คุตสค์
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่อีร์คุตสค์ เมืองประตูสู่ทะเลสาบไบคาล

วันที่ 2: Irkutsk City Tour • Listvyanka • Dogsledge Snowmobile • Chersky Peak
เที่ยวชมเมืองอีร์คุตสค์ เดินทางสู่ลิสต์เวียนกา สนุกกับสุนัขลากเลื่อน สโนว์โมบิล และชมวิวบน Chersky Peak

วันที่ 3: รถไฟทรานไซบีเรีย • Ulan-Ude • วัดไอโวลกินสกีดัตสัน
นั่งรถไฟสายทรานไซบีเรียสู่อูลาน-อูเด พร้อมเยี่ยมชมวัดพุทธสำคัญ Ivolginsky Datsan

วันที่ 4: Lenin Head • Ust-Barguzin • ชม Ice Cave
ถ่ายรูปกับ Lenin Head เดินทางสู่ Ust-Barguzin และชมถ้ำน้ำแข็งสุดงดงาม

วันที่ 5: Ice Crossing • แหลมโคบอย • หินสามพี่น้อง • เสาไม้แกะสัญลักษณ์ • Shaman Rock
สัมผัสประสบการณ์ข้ามทะเลสาบน้ำแข็ง เที่ยวแหลมโคบอย ชมหินสามพี่น้อง และถ่ายรูปกับ Shaman Rock

วันที่ 6: เกาะโอกอย • แหลมคอร์กอย • Cape Dragon Island Ogoy • อีร์คุตสค์
เที่ยวเกาะโอกอย ชมแหลมคอร์กอยและจุดชมวิว Cape Dragon ก่อนเดินทางกลับอีร์คุตสค์

วันที่ 7: อีร์คุตสค์ • สนามบินกลับกรุงเทพ
เดินทางสู่สนามบินอีร์คุตสค์ เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus สำหรับคณะ 10-12 ท่าน

  • ค่าน้ำมัน ที่จอด ทางด่วนทั้งหมด

  • รวมอาหารทุกมื้อ

  • โรงแรมที่พักระดับ 3 ดาว

  • รวมกิจกรรมตามระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: สนามบินสุวรรณภูมิ – อีร์คุตสค์

เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ีร์คุตสค์ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 7–10 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับไฟลต์และเวลาต่อเครื่อง เมื่อถึงเมืองอีร์คุตสค์ เมืองใหญ่สำคัญแห่งไซบีเรียตะวันออก ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและจุดพักสำคัญก่อนเข้าสู่เขตทะเลสาบไบคาล จากนั้นเดินทางเข้าโรงแรมและพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับทริปฤดูหนาว

ที่พัก: Irkutsk

วันที่ 2: Irkutsk City Tour – Listvyanka – Dogsled/Snowmobile – Chersky Peak

เที่ยวชมเมืองอีร์คุตสค์ เมืองเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมไม้แบบไซบีเรียและบรรยากาศเมืองประวัติศาสตร์ ก่อนเดินทางสู่ลิสต์วยังกา ระยะทางประมาณ 70 กม. ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เป็นหมู่บ้านริมทะเลสาบไบคาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จากนั้นสนุกกับกิจกรรมสุนัขลากเลื่อนหรือสโนว์โมบิลซึ่งเป็นวิถีการเดินทางแบบดั้งเดิมในดินแดนหิมะ และขึ้นสู่ Chersky Peak จุดชมวิวสำคัญที่มองเห็นทะเลสาบไบคาลและต้นน้ำอังการาแบบกว้างไกล ชื่อนี้ตั้งตามนักสำรวจ Jan Czerski ผู้ศึกษาภูมิประเทศไซบีเรีย

ที่พัก: Listvyanka หรือ Irkutsk

วันที่ 3: รถไฟทรานไซบีเรีย – Ulan-Ude – วัดไอโวลกินสกีดัตสัน

ออกเดินทางสู่เมืองอูลาน-อูเด โดยรถไฟสายทรานไซบีเรีย ใช้เวลาประมาณ 8–9 ชั่วโมง เส้นทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ที่เชื่อมรัสเซียจากตะวันตกสู่ตะวันออก เมื่อถึงอูลาน-อูเด เมืองหลวงของสาธารณรัฐบูเรียเตีย ซึ่งมีวัฒนธรรมรัสเซียผสมมองโกเลียอย่างชัดเจน จากนั้นเที่ยวชมวัดไอโวลกินสกีดัตสัน ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในรัสเซีย โดดเด่นทั้งด้านสถาปัตยกรรมแบบทิเบตและความศรัทธาของชาวพุทธบูเรียต

ที่พัก: Ulan-Ude

วันที่ 4: Lenin Head – Ust-Barguzin – ชม Ice Cave

ชม Lenin Head รูปปั้นศีรษะเลนินขนาดยักษ์กลางเมืองอูลาน-อูเด ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกและเป็นสัญลักษณ์ยุคโซเวียต จากนั้นเดินทางสู่ Ust-Barguzin ระยะทางประมาณ 270–300 กม. ใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมง เมืองเล็กริมทะเลสาบไบคาลฝั่งตะวันออก ก่อนออกชมถ้ำน้ำแข็งซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของลม น้ำ และความหนาวจัด จนกลายเป็นโพรงน้ำแข็งและผนังน้ำแข็งธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันในแต่ละปี

ที่พัก: Ust-Barguzin

วันที่ 5: Ice Crossing – แหลมโคบอย – หินสามพี่น้อง – เสาไม้แกะสลักสัญลักษณ์ – Shaman Rock

ออกเดินทางข้ามทะเลสาบไบคาลที่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว เป็นประสบการณ์พิเศษที่ทำให้เห็นผืนน้ำแข็งใสกว้างสุดสายตา ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงขึ้นอยู่กับสภาพน้ำแข็งและจุดแวะ ระหว่างทางเที่ยวแหลมโคบอย จุดเหนือสุดของเกาะโอลค์ฮอน มีหน้าผาสูงและวิวเปิดกว้าง เป็นจุดชมธรรมชาติที่โดดเด่นมาก ชมหินสามพี่น้องซึ่งมีตำนานพื้นถิ่นเกี่ยวกับพลังศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณแห่งไบคาล แวะชมเสาไม้แกะสลักสัญลักษณ์หรือเสาเซอร์เก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความเชื่อแบบชามาน และถ่ายรูปกับ Shaman Rock โขดหินศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานวิญญาณผู้พิทักษ์ทะเลสาบไบคาล ถือเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของเกาะโอลค์ฮอน

ที่พัก: Olkhon Island

วันที่ 6: เกาะโอกอย – แหลมคอร์กอย – Cape Dragon – Ogoy – อีร์คุตสค์

เดินทางสู่เกาะโอกอย หนึ่งในเกาะที่สวยและเงียบสงบของไบคาล มีชื่อเสียงจากภูมิทัศน์หิมะและน้ำแข็งที่บริสุทธิ์ ชมแหลมคอร์กอยซึ่งเป็นจุดชมวิวธรรมชาติอันโดดเด่น และ Cape Dragon จุดที่โขดหินมีรูปร่างคล้ายมังกร กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กถ่ายภาพยอดนิยมของไบคาล จากนั้นเดินทางกลับสู่ีร์คุตสค์ ระยะทางรวมจากฝั่งเกาะและท่าเรือกลับเมืองประมาณ 250–300 กม. ใช้เวลาประมาณ 5–7 ชั่วโมง รวมช่วงข้ามน้ำแข็งและเดินทางต่อด้วยรถ

ที่พัก: Irkutsk

วันที่ 7: อีร์คุตสค์ – สนามบิน – กรุงเทพฯ

ช่วงเช้าอิสระในอีร์คุตสค์ ก่อนเดินทางสู่สนามบินเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาจากตัวเมืองสู่สนามบินประมาณ 15–30 นาที จบทริปไบคาลและไซบีเรียตะวันออกที่เต็มไปด้วยธรรมชาติน้ำแข็ง วัฒนธรรมท้องถิ่น และตำนานศักดิ์สิทธิ์ของทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
08 Africa Trip-Hightlight

มาดากัสการ์ The Baobab Road

มาดากัสการ์ The Baobab Road
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ถนนสายต้นเบาบับ (Avenue of the Baobabs) ซึมซับพลังจากต้นไม้ยักษ์พันปีท่ามกลางแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่สวยจนลืมหายใจ
  • Great Tsingy ป่าหินแหลมมรดกโลก ชวนมาปีนป่ายท้าทายตัวเองเพื่อพบกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ลึกลับและยิ่งใหญ่
  • ล่องเรือแม่น้ำมานัมโบโลและ Small Tsingy ปล่อยใจให้ช้าลง ฟังเสียงสายน้ำ พร้อมตามหาสัตว์ป่าและพืชพรรณแปลกตา
  • พระราชวัง Rova บนยอดเขา พาไปเดินเล่นย้อนรอยอดีตพร้อมชมวิวเมืองหลวงอันตานานาริโวจากมุมสูงแบบสุดสายตา
  • ตลาดท้องถิ่นมาดากัสการ์ เดินเล่นสัมผัสวิถีชีวิต อุดหนุนวานิลลาหอมๆ และงานคราฟต์ทำมือเพื่อเก็บเป็นความทรงจำกลับบ้าน
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: สุวรรณภูมิ – อันตานานาริโว
พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมออกเดินทางสู่กรุงอันตานานาริโว ประเทศมาดากัสการ์

วันที่ 2: อันตานานาริโว
เดินทางถึงช่วงบ่าย เข้าที่พัก และอิสระเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองหลวงและวิถีชีวิตท้องถิ่น

วันที่ 3: อันตานานาริโว – มอรอนดาวา – ถนนต้นเบาบับ
บินสู่มอรอนดาวา เที่ยวชม Avenue of the Baobabs แลนด์มาร์กดัง ชมต้นเบาบับยักษ์อายุนับพันปี

วันที่ 4: มอรอนดาวา – Bekopaka – Tsingy du Bemaraha
ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ถนนต้นเบาบับ แล้วนั่งรถ 4×4 สู่หมู่บ้าน Bekopaka ประตูสู่อุทยานหินปูนมรดกโลก

วันที่ 5: Small Tsingy – แม่น้ำมานัมโบโล
สำรวจ Small Tsingy ชมหินปูนรูปร่างแปลกตา และล่องเรือแม่น้ำมานัมโบโลชมธรรมชาติและสัตว์ป่า

วันที่ 6: Great Tsingy
ผจญภัยใน Great Tsingy พื้นที่มรดกโลกยูเนสโก ชมป่าหินแหลมคม พร้อมพืชและสัตว์หายาก

วันที่ 7: Bekopaka – มอรอนดาวา – ถนนต้นเบาบับ
เดินทางกลับมอรอนดาวา ชมทุ่งหญ้าสะวันนาระหว่างทาง และปิดท้ายด้วยพระอาทิตย์ตกที่ถนนต้นเบาบับ

วันที่ 8: มอรอนดาวา – อันตานานาริโว
บินกลับเมืองหลวง เที่ยวชมพระราชวัง Rova เดินตลาดท้องถิ่นและย่านเก่า

วันที่ 9: อันตานานาริโว
อิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง เช่น วานิลลา งานหัตถกรรม และอัญมณี ก่อนเตรียมตัวเดินทางกลับ

วันที่ 10: กรุงเทพฯ
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากมาดากัสการ์

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด ทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว
  • วีซ่า
  • อาหารทุกมื้อ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทาง (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – สุวรรณภูมิ – เริ่มต้นการเดินทาง

สถานที่: สนามบินสุวรรณภูมิ พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมออกเดินทางสู่กรุงอันตานานาริโว เมืองหลวงของมาดากัสการ์ โดยสายการบิน Ethiopian Airlines (ET) เป็นวันเริ่มต้นทริปเพื่อมุ่งหน้าสู่เกาะใหญ่ลึกลับแห่งมหาสมุทรอินเดีย

ที่พัก: พักบนเครื่อง / ไม่มีที่พักในมาดากัสการ์

วันที่ 2: อันตานานาริโว

สถานที่: เมืองอันตานานาริโว เดินทางถึงอันตานานาริโวช่วงบ่าย จากนั้นเข้าโรงแรมและพักผ่อนตามอัธยาศัย เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเมืองและวัฒนธรรมของประเทศ สร้างอยู่บนเนินเขาหลายลูก จึงมีบรรยากาศเมืองเก่าผสมชีวิตท้องถิ่นที่มีเสน่ห์ เหมาะสำหรับเริ่มทำความรู้จักมาดากัสการ์

ที่พัก: Antananarivo

วันที่ 3: อันตานานาริโว – มอรอนดาวา – Avenue of the Baobabs

สถานที่: มอรอนดาวา, ถนนสายต้นเบาบับ บินภายในประเทศจากอันตานานาริโวสู่มอรอนดาวา ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง จากนั้นเดินทางต่อไปยัง Avenue of the Baobabs ระยะทางราว 20 กิโลเมตรจากตัวเมือง จุดนี้เป็นภาพจำของมาดากัสการ์ โดดเด่นด้วยต้นเบาบับยักษ์อายุนับร้อยถึงพันปี ชาวพื้นถิ่นมองว่าเบาบับเป็น “ต้นไม้แห่งชีวิต” เพราะสามารถเก็บน้ำไว้ในลำต้นและมีประโยชน์ต่อชุมชน

ที่พัก: Morondava

วันที่ 4: มอรอนดาวา – Bekopaka

สถานที่: ถนนต้นเบาบับ, Bekopaka, อุทยานแห่งชาติ Tsingy du Bemaraha ตื่นเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ถนนต้นเบาบับ ก่อนออกเดินทางด้วยรถ 4×4 สู่หมู่บ้าน Bekopaka ใช้เวลาประมาณ 8–10 ชั่วโมง ระยะทางราว 200 กิโลเมตร แต่ใช้เวลานานเพราะสภาพถนนและต้องข้ามแพบางช่วง Bekopaka เป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติ Tsingy du Bemaraha มรดกโลกยูเนสโก อันมีชื่อเสียงจากภูมิประเทศหินปูนแหลมคมที่เกิดจากการกัดเซาะนับล้านปี

ที่พัก: Bekopaka

วันที่ 5: Small Tsingy – แม่น้ำมานัมโบโล

สถานที่: Small Tsingy, แม่น้ำมานัมโบโล สำรวจเขต Small Tsingy ซึ่งเป็นส่วนที่เข้าถึงง่ายกว่า เหมาะสำหรับเริ่มต้นทำความรู้จักภูมิประเทศแบบ “ป่าหิน” ที่แปลกตา ชมหินปูนแหลมคม สะพานไม้ จุดชมวิว และระบบนิเวศเฉพาะถิ่น จากนั้นล่องเรือในแม่น้ำมานัมโบโล ชมหน้าผา ถ้ำ และธรรมชาติสองฝั่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและนกท้องถิ่น

ที่พัก: Bekopaka

วันที่ 6: Great Tsingy

สถานที่: Great Tsingy เที่ยวชม Great Tsingy ใช้เวลาเกือบเต็มวัน เป็นไฮไลต์สำคัญของอุทยาน ต้องมีไกด์ท้องถิ่นและใช้อุปกรณ์ช่วยปีนป่ายในบางช่วง เส้นทางพาดผ่านป่าหินปูนแหลมคม สะพานแขวน และจุดชมวิวอันน่าตื่นตา พื้นที่นี้มีความสำคัญทั้งทางธรณีวิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์หายากหลายชนิด รวมถึงลีเมอร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมาดากัสการ์ ที่พัก: Bekopaka

วันที่ 7: Bekopaka – มอรอนดาวา

สถานที่: ทุ่งหญ้าสะวันนา, ถนนต้นเบาบับ เดินทางกลับมอรอนดาวาด้วยรถ 4×4 ใช้เวลาประมาณ 8–10 ชั่วโมง ระหว่างทางชมทิวทัศน์ทุ่งหญ้าสะวันนาและวิถีชีวิตชนบทของชาวมาลากาซี ช่วงเย็นแวะชมพระอาทิตย์ตกที่ถนนต้นเบาบับอีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แสงสีทองส่องกระทบลำต้นยักษ์อย่างงดงาม จนกลายเป็นหนึ่งในภาพคลาสสิกที่สุดของมาดากัสการ์

ที่พัก: Morondava

วันที่ 8: มอรอนดาวา – อันตานานาริโว

สถานที่: อันตานานาริโว, Rova of Antananarivo, ตลาดท้องถิ่น, ย่านเก่า บินกลับสู่อันตานานาริโว ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง จากนั้นเที่ยวชมเมืองหลวง ขึ้นเนินไปยังพระราชวัง Rova หรือ Queen’s Palace อดีตพระราชวังแห่งราชวงศ์เมรีนา สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17–19 และเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ จากจุดนี้สามารถมองเห็นวิวเมืองได้กว้างสวยงาม ก่อนเดินเที่ยวตลาดท้องถิ่นและย่านเก่าที่สะท้อนเสน่ห์ของเมืองบนเนินเขา

ที่พัก: Antananarivo

วันที่ 9: อันตานานาริโว

สถานที่: ตลาดท้องถิ่น, ร้านสินค้าพื้นเมือง วันสุดท้ายในมาดากัสการ์สำหรับพักผ่อนและเลือกซื้อของฝาก เช่น วานิลลาคุณภาพสูง งานหัตถกรรมไม้ ผ้าทอพื้นเมือง และอัญมณี มาดากัสการ์เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตวานิลลาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก จึงถือเป็นของฝากเด่นที่ไม่ควรพลาด

ที่พัก: Antananarivo

วันที่ 10: อันตานานาริโว – กรุงเทพฯ

สถานที่: สนามบินอันตานานาริโว – กรุงเทพฯ เตรียมตัวออกเดินทางกลับประเทศไทย และเดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ปิดท้ายการเดินทางสู่ดินแดนธรรมชาติแปลกตาและหนึ่งในประเทศที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  / เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
09 Russia

รัสเซีย ไบคาล ทรานไซบีเรีย มูร์มันสก์

รัสเซีย ไบคาล ทรานไซบีเรีย มูร์มันสก์
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ทะเลสาบไบคาลและแหลมโคบอย: เดินตามหาน้ำแข็งสีฟ้าใสบนทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก ให้ธรรมชาติโอบกอดเราไว้
  • โขดหินชาแมน: แวะรับพลังงานบริสุทธิ์ที่จุดศูนย์รวมจิตวิญญาณแห่งเกาะโอลคอน ให้ใจได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
  • นั่งเลื่อนสุนัขที่ลิสต์เวียนก้า: ปล่อยความกังวลทิ้งไป แล้วพุ่งทะยานฝ่าหิมะขาวโพลนไปกับแก๊งน้องหมาสุดร่าเริง
  • วัดอิวอลกินสกี้ ดัตซัน: ซึมซับความสงบและรอยยิ้มที่ศูนย์กลางพุทธศาสนาของรัสเซียในเมืองอูลานอูเด
  • หมู่บ้านเทอริเบอร์ก้า: ไปยืนสูดอากาศเย็นฉ่ำที่ริมมหาสมุทรอาร์กติก สัมผัสความเวิ้งว้างที่สวยงามจนลืมหายใจ
  • หมู่บ้านชาวซามิ: อบอุ่นหัวใจไปกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของชนเผ่าพื้นเมืองและทักทายฝูงกวางเรนเดียร์กลางหิมะ
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: Bangkok – Irkutsk
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย

วันที่ 2: Listvyanka
เที่ยวลิสต์เวียนกา สนุกกับ Dogsledding, Snowmobile, ชม Chersky Peak และ Baikal Museum

วันที่ 3: Olkhon Island
เดินทางสู่เกาะโอคอน แวะ Khorgoy, Ogoy, Buddhist Stupa และพักที่ Khuzhir

วันที่ 4: Olkhon Island
เที่ยวชม Shaman Rock, Three Rock และ Khoboy Cape บนเกาะโอคอน

วันที่ 5: Ice Crossing – Chivyrkuy Bay – Sacred Nose Peninsula
ข้ามทะเลสาบน้ำแข็ง สู่ Chivyrkuy Bay และ Sacred Nose Peninsula

วันที่ 6: Barguzin Bay – Ulan Ude
เที่ยว Barguzin Bay จากนั้นเดินทางไปอูลานอูเด ชม Ivolginsky Datsan และ Lenin Head

วันที่ 7: Ulan Ude – Irkutsk
เดินทางกลับจากอูลานอูเดสู่อีร์คุตสค์

วันที่ 8: Irkutsk – Murmansk
เดินทางสู่มูร์มันสค์ และเที่ยวชมเมืองแบบสั้นๆ

วันที่ 9: Murmansk – Teriberka
เดินทางไปเทริเบอร์กา ชมบรรยากาศหมู่บ้านริมทะเลอาร์กติก

วันที่ 10: Murmansk – Sami Village
เที่ยวหมู่บ้านชาวซามี เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น

วันที่ 11: Murmansk – Moscow – Bangkok
เดินทางจากมูร์มันสค์ ผ่านมอสโก และกลับกรุงเทพฯ

วันที่ 12: Bangkok
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus สำหรับคณะ 10-12 ท่าน

  • ค่าน้ำมัน ที่จอด ทางด่วนทั้งหมด

  • รวมอาหารทุกมื้อ

  • โรงแรมที่พักระดับ 3 ดาว

  • รวมกิจกรรมตามระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – อีร์คุตสค์ (Irkutsk)

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองอีร์คุตสค์ เมืองใหญ่สำคัญของไซบีเรียตะวันออก ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างรัสเซีย มองโกเลีย และจีน และได้ชื่อว่าเป็น “ประตูสู่ทะเลสาบไบคาล” ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 8–12 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเที่ยวบินและเวลาต่อเครื่อง เมื่อถึงแล้วพักผ่อน เตรียมตัวสำหรับการเดินทางรอบไบคาลในวันถัดไป

ที่พัก: Irkutsk

วันที่ 2: อีร์คุตสค์ – ลิสต์เวียนกา – Dogsledging – Snowmobile – Chersky Peak – Baikal Museum

เดินทางจากอีร์คุตสค์สู่หมู่บ้านลิสต์เวียนกา ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมง หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบไบคาลและเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับสัมผัสธรรมชาติไซบีเรีย กิจกรรม Dogsledging และ Snowmobile ช่วยให้เห็นวิถีการเดินทางแบบดั้งเดิมและแบบผจญภัยท่ามกลางหิมะ จากนั้นขึ้น Chersky Peak จุดชมวิวสำคัญที่มองเห็นไบคาลและปากแม่น้ำอังการาได้กว้างไกล ยอดเขานี้ตั้งชื่อตามนักสำรวจ Jan Czerski ผู้ศึกษาภูมิประเทศไซบีเรีย ต่อด้วย Baikal Museum เพื่อเรียนรู้ประวัติ ธรณีวิทยา และสัตว์เฉพาะถิ่นของทะเลสาบไบคาล ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก

ที่พัก: Listvyanka

วันที่ 3: ลิสต์เวียนกา – เกาะโอลคอน – Khorgoy – Ogoy – Buddhist Stupa – คูชีร์

ออกเดินทางไกลสู่เกาะโอลคอน ใช้เวลารวมประมาณ 5–7 ชั่วโมงแล้วแต่สภาพถนนและน้ำแข็ง เกาะโอลคอนถือเป็นหัวใจทางจิตวิญญาณของไบคาลและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อของชาวบูเรียต ระหว่างทางแวะเกาะ Ogoy เพื่อชม Buddhist Stupa หรือสถูปแห่งการตรัสรู้ สร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงสันติภาพ การชำระจิตใจ และความปรารถนาดีต่อสรรพชีวิต จากนั้นชมบริเวณ Khorgoy ซึ่งมีร่องรอยกำแพงโบราณที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชนเผ่าโบราณ ปลายวันถึงหมู่บ้านคูชีร์ ศูนย์กลางชุมชนหลักบนเกาะโอลคอน

ที่พัก: Khuzhir

วันที่ 4: Shaman Rock – Three Rock – Khoboy Cape

เที่ยวชมจุดเด่นบนเกาะโอลคอน เริ่มที่ Shaman Rock หรือแหลมบูร์คาน หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของทะเลสาบไบคาล ตามตำนานเชื่อว่าเป็นที่สถิตของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และเคยใช้ประกอบพิธีของหมอผี ต่อด้วย Three Rock ซึ่งเป็นแนวหินริมฝั่งที่โดดเด่นด้วยรูปร่างแปลกตาท่ามกลางภูมิประเทศน้ำแข็งและหิมะ แล้วเดินทางสู่ Khoboy Cape ทางเหนือสุดของเกาะ ระยะทางจากคูชีร์ประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1.5–2 ชั่วโมง จุดนี้ขึ้นชื่อเรื่องหน้าผาสูง วิวทะเลสาบกว้างสุดสายตา และเสียงสะท้อนของลมที่ทำให้เกิดบรรยากาศลึกลับ

ที่พัก: Khuzhir

วันที่ 5: ข้ามทะเลสาบน้ำแข็ง – Chivyrkuy Bay – Sacred Nose Peninsula

วันนี้เป็นวันเดินทางไกลผ่านผืนน้ำแข็งของไบคาล มุ่งหน้าไปยัง Chivyrkuy Bay และคาบสมุทร Sacred Nose ระยะทางรวมประมาณ 300–400 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–9 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับสภาพน้ำแข็งและเส้นทาง Chivyrkuy Bay มีชื่อเสียงเรื่องอ่าวน้ำแข็งใส ถ้ำน้ำแข็ง และก้อนน้ำแข็งสีน้ำเงินที่งดงาม ส่วน Sacred Nose Peninsula เป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดของไบคาล ชื่อของคาบสมุทรสะท้อนความเคารพของผู้คนท้องถิ่นต่อภูเขาและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่บริเวณนี้

ที่พัก: บริเวณ Chivyrkuy Bay / Sacred Nose Peninsula

วันที่ 6: Barguzin Bay – อูลานอูเด – Ivolginsky Datsan – Lenin Head

ออกเดินทางผ่าน Barguzin Bay ซึ่งเป็นอ่าวขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของไบคาล พื้นที่นี้เชื่อมโยงกับลม “บาร์กูซิน” ที่มีชื่อเสียงในภูมิภาค จากนั้นเดินทางต่อสู่อูลานอูเด ใช้เวลารวมประมาณ 6–8 ชั่วโมง เมืองนี้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของสาธารณรัฐบูเรียเตียและมีอิทธิพลทั้งรัสเซียและพุทธแบบทิเบต แวะชม Ivolginsky Datsan วัดพุทธที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในรัสเซีย และเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาแบบทิเบตในดินแดนไซบีเรีย จากนั้นชม Lenin Head อนุสาวรีย์ศีรษะเลนินขนาดยักษ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เด่นของเมืองและสะท้อนยุคโซเวียตอย่างชัดเจน

ที่พัก: Ulan-Ude

วันที่ 7: อูลานอูเด – อีร์คุตสค์

เดินทางกลับสู่อีร์คุตสค์ ระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมงทางรถยนต์ หรือใกล้เคียงกันหากใช้รถไฟ เส้นทางนี้เชื่อมสองเมืองสำคัญของไซบีเรียตะวันออก ระหว่างทางได้เห็นภูมิประเทศกว้างใหญ่ของรัสเซียและวิถีชีวิตท้องถิ่น เมื่อถึงอีร์คุตสค์สามารถพักผ่อนหรือเดินเล่นในเมืองเก่าที่มีอาคารไม้แบบไซบีเรียอันเป็นเอกลักษณ์

ที่พัก: Irkutsk

วันที่ 8: อีร์คุตสค์ – มูร์มันสค์ – เที่ยวชมเมือง

เดินทางทางอากาศจากอีร์คุตสค์สู่มูร์มันสค์ โดยทั่วไปต้องต่อเครื่องที่มอสโก ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 8–12 ชั่วโมง มูร์มันสค์เป็นเมืองใหญ่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลและเป็นเมืองท่าสำคัญของรัสเซียในมหาสมุทรอาร์กติก เมืองนี้มีความสำคัญทางทหารและการเดินเรือ โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงเย็นเที่ยวชมเมืองโดยย่อเพื่อสัมผัสบรรยากาศดินแดนอาร์กติก

ที่พัก: Murmansk

วันที่ 9: มูร์มันสค์ – เทริแบร์กา (Teriberka)

เดินทางจากมูร์มันสค์สู่หมู่บ้านเทริแบร์กา ระยะทางประมาณ 120–140 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2.5–3 ชั่วโมง หมู่บ้านริมทะเลแบเรนตส์แห่งนี้มีชื่อเสียงจากภูมิประเทศอันเวิ้งว้าง งดงาม และโด่งดังมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง Leviathan นักท่องเที่ยวมาที่นี่เพื่อชมชายฝั่งอาร์กติก น้ำตกที่ไหลลงทะเล ชายหาดหิน และบรรยากาศสุดขอบทวีปที่ทั้งเงียบสงบและน่าเกรงขาม

ที่พัก: Teriberka หรือ Murmansk

วันที่ 10: มูร์มันสค์ – Sami Village

เดินทางไปเยี่ยมชม Sami Village ใช้เวลาประมาณ 1–3 ชั่วโมงแล้วแต่ตำแหน่งของหมู่บ้านชาวซามีที่เข้าชม ชาวซามีเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของแถบอาร์กติกยุโรป มีวัฒนธรรมผูกพันกับการเลี้ยงกวางเรนเดียร์ ธรรมชาติ และความเชื่อเรื่องวิญญาณ การมาเยือนที่นี่ช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย งานหัตถกรรม และตำนานท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนาน

ที่พัก: Murmansk

วันที่ 11: มูร์มันสค์ – มอสโก – กรุงเทพฯ

ออกเดินทางจากมูร์มันสค์สู่มอสโก แล้วต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 12–16 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับตารางบินและเวลาต่อเครื่อง เป็นวันสรุปการเดินทางจากทะเลสาบน้ำแข็งที่ลึกที่สุดในโลกสู่ดินแดนอาร์กติกของรัสเซีย

ที่พัก: บนเครื่องบิน

วันที่ 12: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ สิ้นสุดทริปไซบีเรียและรัสเซียเหนือที่รวมทั้งธรรมชาติ ศรัทธา วัฒนธรรมพื้นเมือง และภูมิประเทศฤดูหนาวอันยิ่งใหญ่

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
09 Russia

รัสเซีย มูร์มัสก์ ทางรถไฟสายอาร์คติก นั่งรถไฟไปล่าแสงเหนือ

รัสเซีย มูร์มันสก์ ทางรถไฟสายอาร์คติก นั่งรถไฟไปล่าแสงเหนือ
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • แสงเหนือที่มูร์มันสก์: ปล่อยใจดูแสงสีเขียวเต้นระบำบนท้องฟ้า ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สะกดให้เราหยุดเวลาและอยู่กับปัจจุบัน
  • หมู่บ้านซามี่: สัมผัสความอบอุ่นของวิถีชนเผ่าดั้งเดิม พร้อมฮีลใจไปกับความน่ารักของสุนัขฮัสกี้และกวางเรนเดียร์
  • เทือกเขาคิบินี: โอบกอดความหนาวกลางทุ่งหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ให้ความเงียบสงบของธรรมชาติช่วยรีเซ็ตความเหนื่อยล้า
  • พระราชวังฤดูหนาว: เดินทอดน่องซึมซับความวิจิตรตระการตาของสถาปัตยกรรม ที่ซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์รัสเซียไว้ในทุกมุม
  • จัตุรัสแดงและวิหารเซนต์บาซิล: ปิดท้ายทริปด้วยโดมหัวหอมสีสันสดใส แลนด์มาร์กสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – มอสโก – มูร์มันสก์
เดินทางจากกรุงเทพฯ ต่อเครื่องที่มอสโก และเดินทางถึงเมืองมูร์มันสก์

วันที่ 2: เทอริเบอก้า – อนุสาวรีย์อโลชา – แสงเหนือ
เที่ยวหมู่บ้านเทอริเบอก้า ชมอนุสาวรีย์อโลชา และลุ้นชมแสงเหนือยามค่ำคืน

วันที่ 3: หมู่บ้านซามี่ – ฟาร์มกวางเรนเดียร์และสุนัขฮัสกี้
สัมผัสวิถีชีวิตชาวซามี่ พร้อมเยี่ยมชมฟาร์มกวางเรนเดียร์และสุนัขฮัสกี้

วันที่ 4: เทือกเขาคิบินี – หมู่บ้านหิมะ
ชมความงามของเทือกเขาคิบินี และเที่ยวหมู่บ้านหิมะสุดมหัศจรรย์

วันที่ 5: เปโตรซาวอดสค์
เดินทางสู่เมืองเปโตรซาวอดสค์ เมืองสำคัญที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม

วันที่ 6: เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก – พระราชวังฤดูหนาว – มหาวิหารเซนต์ไอแซค – โบสถ์หยดเลือด
เที่ยวชมแลนด์มาร์กสำคัญของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตร

วันที่ 7: มอสโก – จัตุรัสแดง – วิหารเซนต์บาซิล
เดินทางสู่มอสโก ชมจัตุรัสแดงและวิหารเซนต์บาซิล สัญลักษณ์สำคัญของรัสเซีย

วันที่ 8: กรุงเทพฯ
เดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจจากทริปรัสเซียเหนือ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus สำหรับคณะ 10-12 ท่าน

  • ค่าน้ำมัน ที่จอด ทางด่วนทั้งหมด

  • รวมอาหารทุกมื้อ

  • โรงแรมที่พักระดับ 3 ดาว

  • รวมกิจกรรมตามระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – มอสโก – มูร์มันสก์

เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปมอสโก แล้วต่อเครื่องภายในประเทศสู่เมืองมูร์มันสก์ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 12-16 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับไฟลต์ต่อเครื่อง มูร์มันสก์เป็นเมืองใหญ่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และเป็นศูนย์กลางสำคัญของรัสเซียฝั่งอาร์กติก เหมาะสำหรับเริ่มต้นทริปชมธรรมชาติหิมะและแสงเหนือ

ที่พัก: Murmansk

วันที่ 2: เทอริเบอก้า – อนุสาวรีย์อโลชา – ล่าแสงเหนือ

ออกเดินทางสู่หมู่บ้านเทอริเบอก้า ใช้เวลาประมาณ 2.5-3 ชั่วโมงจากมูร์มันสค์ หมู่บ้านริมทะเลแบเรนตส์แห่งนี้มีชื่อเสียงจากภูมิประเทศอาร์กติกอันเวิ้งว้าง น้ำตกที่ไหลลงทะเล และบรรยากาศปลายแผ่นดินรัสเซีย จากนั้นแวะชมอนุสาวรีย์อโลชา อนุสรณ์สถานขนาดใหญ่ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารผู้ปกป้องดินแดนอาร์กติกในสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงกลางคืนออกล่าแสงเหนือ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติจากอนุภาคพลังงานแสงอาทิตย์ปะทะชั้นบรรยากาศโลก เกิดเป็นม่านแสงสีเขียวหรือม่วงบนท้องฟ้า

ที่พัก: Murmansk

วันที่ 3: หมู่บ้านซามี่ – ฟาร์มกวางเรนเดียร์และสุนัขฮัสกี้

เดินทางสู่หมู่บ้านซามี่ ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ชาวซามี่เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของแถบอาร์กติก มีวิถีชีวิตผูกพันกับธรรมชาติ การเลี้ยงกวางเรนเดียร์ และความเชื่อพื้นบ้าน ที่ฟาร์มกวางเรนเดียร์และสุนัขฮัสกี้จะได้เรียนรู้บทบาทของสัตว์ทั้งสองชนิดต่อการดำรงชีวิตในเขตหนาว โดยเฉพาะกวางเรนเดียร์ที่ถือเป็นหัวใจของวัฒนธรรมท้องถิ่น และสุนัขฮัสกี้ที่ใช้ลากเลื่อนในอดีต

ที่พัก: Murmansk

วันที่ 4: เทือกเขาคิบินี – หมู่บ้านหิมะ

ออกเดินทางสู่เทือกเขาคิบินี บริเวณเมืองคีรอฟสค์ ระยะทางประมาณ 210-220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3-4 ชั่วโมง คิบินีเป็นหนึ่งในเขตภูเขาที่สวยที่สุดของคาบสมุทรโคลา โดดเด่นด้วยภูมิประเทศหิมะขาวโพลนและวิวธรรมชาติอาร์กติก จากนั้นเที่ยวชมหมู่บ้านหิมะ หรือ Snow Village ซึ่งเป็นงานสถาปัตยกรรมจากหิมะและน้ำแข็งที่สร้างขึ้นใหม่ในแต่ละปี ภายในมักตกแต่งเป็นห้องต่างๆ พร้อมงานแกะสลักที่มีธีมแตกต่างกัน จึงเป็นจุดเด่นที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ท่ามกลางฤดูหนาว

ที่พัก: Kirovsk

วันที่ 5: เปโตรซาวอดสค์

เดินทางไกลสู่เมืองเปโตรซาวอดสค์ อาจใช้รถไฟหรือเครื่องบินต่อเชื่อม ใช้เวลารวมประมาณ 8-12 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับเส้นทาง เมืองนี้เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโอเนกา และก่อตั้งขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเพื่อเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหล็ก บรรยากาศเมืองสงบและมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ของรัสเซียตอนเหนือ

ที่พัก: Petrozavodsk

วันที่ 6: เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก – พระราชวังฤดูหนาว – มหาวิหารเซนต์ไอแซค – โบสถ์หยดเลือด

เดินทางจากเปโตรซาวอดสค์สู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ใช้เวลาประมาณ 5-7 ชั่วโมงโดยรถไฟ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กคืออดีตราชธานีแห่งจักรวรรดรัสเซีย และได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป จากนั้นเข้าชมพระราชวังฤดูหนาว อดีตที่ประทับของราชวงศ์โรมานอฟและปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ ต่อด้วยมหาวิหารเซนต์ไอแซค มหาวิหารขนาดใหญ่โดดเด่นด้วยโดมสีทอง และปิดท้ายที่โบสถ์หยดเลือด ซึ่งสร้างขึ้น ณ จุดที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ถูกลอบปลงพระชนม์ ตัวโบสถ์มีสถาปัตยกรรมสีสันสดและงานโมเสกงดงามมาก

ที่พัก: Saint Petersburg

วันที่ 7: มอสโก – จัตุรัสแดง – วิหารเซนต์บาซิล

เดินทางจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กสู่มอสโก ใช้เวลาประมาณ 4-4.5 ชั่วโมงโดยรถไฟความเร็วสูง มอสโกเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการเมืองของรัสเซีย จากนั้นเที่ยวจัตุรัสแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญที่รายล้อมด้วยสถานที่ระดับสัญลักษณ์ของประเทศ และชมวิหารเซนต์บาซิล โบสถ์โดมหัวหอมหลากสีที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ตามพระบัญชาของซาร์อีวานที่ 4 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือคาซาน ถือเป็นภาพจำที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซีย

ที่พัก: Moscow

วันที่ 8: มอสโก – กรุงเทพฯ

เดินทางจากมอสโกกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 9-11 ชั่วโมงสำหรับไฟลต์ตรง หรือมากกว่านั้นหากมีแวะเปลี่ยนเครื่อง ปิดท้ายการเดินทางที่ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติอาร์กติก วัฒนธรรมชนพื้นเมือง เมืองประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมสำคัญของรัสเซีย

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
Categories
13 Middle Asia

คีร์กีซสถาน ดินแดนแห่งชาวโนเมด

คีร์กีซสถาน The NomadLand
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ข้ามช่องเขา Too Ashuu Pass ปล่อยใจไปกับถนนลอยฟ้าและวิวเทือกเขาหิมะที่สวยจนเหมือนหลุดไปอีกโลก
  • นอนกระโจมริมทะเลสาบ Song Kol Lake ฟังเสียงลมและซึมซับความเรียบง่ายของวิถีชีวิตชนเผ่ากลางทุ่งหญ้า
  • เดินลัดเลาะผาหินสีแดงที่ Skazka Canyon ตื่นตากับประติมากรรมธรรมชาติที่เหมือนเรากำลังเดินอยู่บนดาวอังคาร
  • สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หุบเขา Jeti Oguz Gorge ชมความอลังการของผาเจ็ดกระทิงสีแดงสดตัดกับป่าสนเขียวขจี
  • ทอดสายตามองทะเลสาบ Issyk Kul ทะเลสาบอัลไพน์ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจนเผลอคิดว่าเป็นมหาสมุทร
  • ย้อนเวลาที่หอคอย Burana Tower สัมผัสมนต์ขลังของสถาปัตยกรรมโบราณบนเส้นทางสายไหมในตำนาน
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: Bangkok – Bishkek
เดินทางถึงบิชเคก เดินเล่นชม Pobeda Square, Dubovi Park และ Ala Too Square พักค้างคืนที่ Bishkek

วันที่ 2: Bishkek – Too Ashuu Pass – Kyzyl Oi
เดินทางข้าม Too Ashuu Pass ชมวิวระหว่างทาง มุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน Kyzyl Oi และพักค้างคืนที่ Kyzyl Oi

วันที่ 3: Kyzyl Oi – Song Kol Lake
เดินทางสู่ทะเลสาบ Song Kol Lake ชมธรรมชาติอันงดงาม และพักแบบ Yurt Camp ห้องน้ำรวม

วันที่ 4: Song Kol Lake – Naryn
ช่วงเช้าเดินเล่นตามอัธยาศัย ก่อนเดินทางต่อไปยังเมือง Naryn และพักค้างคืนที่ Naryn

วันที่ 5: Naryn – Bokonbayevo
เดินทางสู่ Bokonbayevo สัมผัสวิถีชีวิตคนท้องถิ่น เที่ยวหมู่บ้าน Bokonbayevo และพักที่ Bel Tam Yurt Camp

วันที่ 6: Bokonbayevo – Skazka Canyon – Jeti Oguz Gorge – Karakol
ชมความสวยงามของ Skazka Canyon และ Jeti Oguz Gorge ก่อนเดินทางต่อไปยังเมือง Karakol เพื่อพักค้างคืน

วันที่ 7: Karakol – Issyk Kul – Burana Tower – Bishkek
ชมโบสถ์ Sobor Svyatoy Troitsky และสุเหร่าดันแกน เดินทางเลียบทะเลสาบ Issyk Kul แวะชม Burana Tower แล้วกลับสู่ Bishkek

วันที่ 8: Bishkek – Airport
อิสระช้อปปิ้งในเมือง ก่อนเดินทางสู่สนามบินเพื่อออกเดินทางกลับ

วันที่ 9: Bangkok
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • เดินทางโดยรถมินิบัส
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • โรงแรมที่พักดีที่สุด ตามสภาพพื้นที่ สะอาด ปลอดภัย
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • วีซ่า
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – Bishkek

เดินทางถึงกรุงบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถาน แล้วเริ่มเที่ยวในเขตใจกลางเมือง โดยไปที่ Pobeda Square อนุสรณ์สถานสำคัญที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นเดินเล่นที่ Dubovy Park สวนสาธารณะเก่าแก่ที่ร่มรื่นและเป็นหนึ่งในพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมือง ก่อนแวะ Ala Too Square จัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นศูนย์รวมกิจกรรมสำคัญและจุดชมบรรยากาศเมืองสมัยใหม่ของบิชเคก

ที่พัก: Bishkek

วันที่ 2: Bishkek – Too Ashuu Pass – Kyzyl Oi

ออกเดินทางสู่หมู่บ้าน Kyzyl Oi โดยใช้เวลาราว 5–6 ชั่วโมง ระหว่างทางผ่าน Too Ashuu Pass ช่องเขาสูงบนเทือกเขา Tian Shan ที่มีวิวภูเขากว้างไกลและเป็นเส้นทางสำคัญเชื่อมภาคเหนือกับภาคกลางของประเทศ ก่อนถึง Kyzyl Oi หมู่บ้านเล็กกลางหุบเขาที่มีชื่อหมายถึง “ชามสีแดง” สื่อถึงภูมิประเทศที่ล้อมด้วยภูเขาสีแดงโดดเด่น

ที่พัก: Kyzyl Oi

วันที่ 3: Kyzyl Oi – Song Kol Lake

เดินทางต่อไปยัง Song Kol Lake ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงราว 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในภาพแทนของคีร์กีซสถานที่มีทุ่งหญ้ากว้าง ยอร์ต และวิถีชีวิตเร่ร่อนแบบดั้งเดิม นักท่องเที่ยวมาที่นี่เพื่อชมธรรมชาติอันสงบและบรรยากาศชนบทแท้ๆ ของชาวคีร์กีซ

ที่พัก: Yurt Camp (ห้องน้ำรวม)

วันที่ 4: Song Kol Lake – Naryn

ช่วงเช้าเดินเล่นตามอัธยาศัยริมทะเลสาบ สูดอากาศบริสุทธิ์และชมทัศนียภาพทุ่งหญ้าสูง ก่อนเดินทางไปเมือง Naryn ใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง เมืองนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และมีเสน่ห์จากบรรยากาศเมืองเล็กท่ามกลางหุบเขาและแม่น้ำ Naryn

ที่พัก: Naryn

วันที่ 5: Naryn – Bokonbayevo

ออกเดินทางสู่ Bokonbayevo ใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมง เมืองเล็กริมฝั่งใต้ของทะเลสาบ Issyk Kul ที่มีชื่อเสียงเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตชาวคีร์กีซแบบดั้งเดิม พื้นที่นี้ยังเป็นที่รู้จักด้านการสาธิตการล่านกอินทรีและการต้อนรับแบบครอบครัวท้องถิ่น เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสชีวิตชนบทอย่างใกล้ชิด

ที่พัก: Bel Tam Yurt Camp

วันที่ 6: Bokonbayevo – Skazka Canyon – Jeti Oguz Gorge – Karakol

เดินทางเลียบทะเลสาบ Issyk Kul ไปยัง Skazka Canyon ระยะทางรวมช่วงแรกประมาณ 35–40 กิโลเมตร หรือราว 40 นาที แคนยอนแห่งนี้มีชื่อว่า “Skazka” แปลว่า “เทพนิยาย” เพราะชั้นหินสีแดงส้มถูกลมและฝนกัดเซาะจนเกิดรูปทรงแปลกตาคล้ายปราสาทและสัตว์ต่างๆ จากนั้นไปต่อที่ Jeti Oguz Gorge ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงจากโซนก่อนหน้า จุดเด่นคือโขดหินสีแดง “Seven Bulls” ที่มีตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับวัวเจ็ดตัวและเรื่องราวความรักโศกเศร้า ก่อนเดินทางต่อเข้าเมือง Karakol

ที่พัก: Karakol

วันที่ 7: Karakol – Issyk Kul – Burana Tower – Bishkek

เริ่มเที่ยวในเมือง Karakol โดยชม Sobor Svyatoy Troitsky หรือโบสถ์ Holy Trinity โบสถ์คริสต์ออร์โธดอกซ์ไม้เก่าแก่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ยุครัสเซีย ต่อด้วยสุหร่าดันแกน มัสยิดไม้ที่สร้างโดยชาวดันแกน มีสถาปัตยกรรมแบบจีนโดยไม่ใช้ตะปู จากนั้นเดินทางกลับ Bishkek โดยใช้เวลารวมประมาณ 6–7 ชั่วโมง ระหว่างทางผ่านทะเลสาบ Issyk Kul ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่และได้ชื่อว่าไม่กลายเป็นน้ำแข็งง่ายแม้อยู่ท่ามกลางภูเขา ก่อนแวะชม Burana Tower หอคอยโบราณจากอาณาจักรการาคานิด อายุราวศตวรรษที่ 11 เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของเมืองโบราณบนเส้นทางสายไหม แล้วจึงเดินทางกลับเข้าสู่ Bishkek

ที่พัก: Bishkek

วันที่ 8: Bishkek – สนามบิน

อิสระช้อปปิ้งหรือเดินเล่นในเมืองตามอัธยาศัย เลือกซื้อของฝากพื้นเมือง เช่น งานผ้าสักหลาด ผลิตภัณฑ์ขนสัตว์ หรือของที่ระลึกท้องถิ่น ก่อนเดินทางสู่สนามบินเพื่อเตรียมตัวกลับ

วันที่ 9: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ สิ้นสุดการเดินทางคีร์กีซสถาน ทริปนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเห็นทั้งธรรมชาติ ภูเขา ทะเลสาบ วัฒนธรรมเร่ร่อน และร่องรอยประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหมในทริปเดียว

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม