วันที่ 1: สุวรรณภูมิ – แวนคูเวอร์ – แคลกะรี – Johnston Canyon – Lake Louise
เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปแคนาดา แวะชม Johnston Canyon และชมพระอาทิตย์ตกที่ Lake Louise
วันที่ 2: Lake Louise – Moraine Lake – Emerald Lake
ชมทะเลสาบชื่อดังสีฟ้ามรกต ทั้ง Lake Louise, Moraine Lake และ Emerald Lake
วันที่ 3: Icefields Parkway – Peyto Lake – Herbert Lake – Columbia Icefields – Jasper
เดินทางบนเส้นทาง Icefields Parkway แวะชมทะเลสาบและทุ่งน้ำแข็ง พร้อม Skywalk ก่อนเข้าพักที่ Jasper
วันที่ 4: Jasper – Pyramid Lake – Patricia Lake – Maligne Lake – Spirit Island
เที่ยวชมทะเลสาบสวยของ Jasper ล่องชม Maligne Lake และขึ้น Jasper Tramway ชมวิวมุมสูง
วันที่ 5: Athabasca Falls – Sunwapta Falls – Morant’s Curve – Banff
ชมน้ำตกสำคัญของอุทยาน ขับรถย้อนเส้นทาง Icefields Parkway และแวะถ่ายรูปที่ Morant’s Curve ก่อนถึง Banff
วันที่ 6: Banff – Sulphur Mountain – Calgary – Toronto
ขึ้นกระเช้า Banff Gondola ชมวิว 360 องศา จากนั้นเดินทางสู่ Calgary และบินต่อไป Toronto
วันที่ 7: Toronto – Niagara-on-the-Lake – Niagara Falls
เที่ยวเมืองเล็กบรรยากาศดีแห่งแหล่งไวน์ และล่องเรือ Maid of the Mist ชมน้ำตกไนแอการาอย่างใกล้ชิด
วันที่ 8: Niagara – Outlets Collection at Niagara – Vancouver – กรุงเทพฯ
ช้อปปิ้งที่เอาท์เล็ต ก่อนเดินทางกลับผ่านแวนคูเวอร์และต่อเครื่องกลับไทย
วันที่ 9: กรุงเทพฯ
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ หลังผ่านการเดินทางข้ามเขตเวลา
ค่าทริป
ราคานี้รวม
ราคานี้ไม่รวม
จองทริป/สอบถาม
วันที 1: กรุงเทพฯ – แวนคูเวอร์ – แคลกะรี – Johnston Canyon – Lake Louise
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน Air Canada ไปยังแวนคูเวอร์ และต่อเครื่องสู่แคลกะรี จากนั้นเดินทางเข้าพื้นที่อุทยานฝั่งเทือกเขาร็อกกี้ แวะชม Johnston Canyon ระยะทางจากแคลกะรีประมาณ 180 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 2–2.5 ชม. จุดเด่นคือเส้นทางเดินเลียบลำธารและผาหินปูนในหุบเขา มีน้ำตกที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำมาเป็นเวลายาวนาน ก่อนเดินทางต่อสู่ Lake Louise ระยะทางประมาณ 60 กม. ใช้เวลาราว 45 นาที เพื่อชมบรรยากาศยามเย็นของทะเลสาบชื่อดังที่ตั้งชื่อตาม Princess Louise Caroline Alberta
พักที่ Lake Louise
วันที่ 2: Lake Louise – Moraine Lake – Emerald Lake
ชม Lake Louise ทะเลสาบสีฟ้ามรกตอันโด่งดัง เกิดจากผงหินธารน้ำแข็งสะท้อนแสงจนเกิดสีสวยเป็นเอกลักษณ์ จากนั้นเดินทางไป Moraine Lake ระยะทางประมาณ 15 กม. ใช้เวลาราว 20–30 นาที ทะเลสาบแห่งนี้มีฉากหลังเป็นหุบเขา Ten Peaks เคยปรากฏบนธนบัตรแคนาดา จึงนับเป็นหนึ่งในวิวคลาสสิกของประเทศ แล้วเดินทางต่อไป Emerald Lake ในเขต Yoho National Park ระยะทางประมาณ 65 กม. ใช้เวลาราว 1 ชม. เป็นทะเลสาบสีเขียวมรกตที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยป่าสนและยอดเขา
พักที่ Lake Louise
วันที่ 3: Lake Louise – Icefields Parkway – Peyto Lake – Herbert Lake – Columbia Icefield – Jasper
ออกเดินทางสู่เส้นทาง Icefields Parkway ระยะทางรวมถึงแจสเปอร์ประมาณ 230 กม. ใช้เวลาขับราว 4–5 ชม. ไม่รวมแวะเที่ยว ระหว่างทางแวะชม Peyto Lake ทะเลสาบสีฟ้าน้ำนมรูปทรงคล้ายหัวหมาป่า สีสันเกิดจากตะกอนธารน้ำแข็ง และแวะ Herbert Lake จุดถ่ายภาพเงาสะท้อนภูเขาที่สวยและสงบ จากนั้นเดินทางสู่ Columbia Icefield หนึ่งในทุ่งน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของเทือกเขาร็อกกี้อเมริกาเหนือ ชม Columbia Glacier Skywalk ทางเดินพื้นกระจกที่ยื่นออกไปเหนือหุบเขา ก่อนเดินทางต่อเข้าเมือง Jasper เมืองเล็กกลางหุบเขาที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย
พักที่ Jasper
วันที่ 4: Jasper – Pyramid Lake – Patricia Lake – Maligne Lake – Spirit Island – Jasper Tramway
เริ่มเที่ยวรอบเมือง Jasper โดยไปยัง Pyramid Lake และ Patricia Lake ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 5–8 กม. ใช้เวลาเดินทาง 10–15 นาที ทะเลสาบทั้งสองแห่งมีน้ำใสสะท้อนแนวเขาอย่างสวยงาม จากนั้นเดินทางสู่ Maligne Lake ระยะทางประมาณ 50 กม. ใช้เวลาราว 1 ชม. ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำแข็งที่ใหญ่และงดงามที่สุดของแคนาดา จุดเด่นคือ Spirit Island เกาะเล็กที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของแจสเปอร์จากภาพถ่ายระดับโลก ช่วงบ่ายขึ้น Jasper Tramway เพื่อชมวิวเทือกเขาร็อกกี้จากมุมสูง เหมาะสำหรับเห็นแนวหุบเขาและยอดเขาโดยรอบอย่างชัดเจน
พักที่ Jasper
วันที่ 5: Jasper – Athabasca Falls – Sunwapta Falls – Morant’s Curve – Banff
ออกเดินทางจาก Jasper ลงใต้ตามเส้นทาง Icefields Parkway ไปยัง Athabasca Falls ระยะทางประมาณ 30 กม. ใช้เวลาราว 30 นาที เป็นน้ำตกขนาดไม่สูงมากแต่ทรงพลัง เกิดจากสายน้ำธารน้ำแข็งไหลแรงผ่านหินแข็งจนเกิดร่องผาลึก ต่อไปยัง Sunwapta Falls ระยะทางประมาณ 25 กม. ใช้เวลาราว 20–25 นาที น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่บนแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งและโดดเด่นด้วยเกาะเล็กกลางสายน้ำ จากนั้นขับรถยาวสู่เขต Banff โดยแวะ Morant’s Curve จุดชมโค้งทางรถไฟชื่อดังที่มักเห็นขบวนรถไฟแล่นผ่านท่ามกลางฉากภูเขา รวมระยะทางถึงแบมฟ์ประมาณ 290 กม. ใช้เวลาราว 4–5 ชม. ไม่รวมแวะเที่ยว
พักที่ Banff
วันที่ 6: Banff – Banff Gondola – Calgary – Toronto
ช่วงเช้าขึ้น Banff Gondola สู่ยอดเขา Sulphur Mountain ใช้เวลาขึ้นประมาณ 8 นาที จุดชมวิวด้านบนสามารถมองเห็นเมืองแบมฟ์ เทือกเขาร็อกกี้ และหุบเขาโดยรอบแบบ 360 องศา ภูเขาแห่งนี้มีชื่อมาจากแหล่งน้ำพุร้อนกำมะถันในพื้นที่ จากนั้นเดินทางสู่สนามบินแคลกะรี ระยะทางประมาณ 130 กม. ใช้เวลาราว 1.5–2 ชม. เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสู่โตรอนโต ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชม.
พักที่ Toronto
วันที่ 7: Toronto – Niagara-on-the-Lake – Niagara Falls
เดินทางจากโตรอนโตไป Niagara-on-the-Lake ระยะทางประมาณ 130 กม. ใช้เวลาราว 1.5–2 ชม. เมืองเล็กแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านไร่องุ่นและไวน์ โดยเฉพาะ icewine และยังเคยเป็นเมืองสำคัญในยุคอาณานิคม จากนั้นเดินทางต่อสู่ Niagara Falls ระยะทางประมาณ 25 กม. ใช้เวลาราว 30 นาที เพื่อล่องเรือชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกไนแอการาอย่างใกล้ชิด น้ำตกแห่งนี้เป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างแคนาดากับสหรัฐอเมริกา
พักที่ Niagara
วันที่ 8: Niagara – Outlets Collection at Niagara – Toronto Airport – Vancouver
ช่วงเช้าอิสระช้อปปิ้งที่ Outlets Collection at Niagara ระยะทางจากตัวน้ำตกประมาณ 15 กม. ใช้เวลาราว 20 นาที เป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมและร้านค้าลดราคาเหมาะสำหรับซื้อของฝาก ก่อนเดินทางกลับสนามบินโตรอนโต ระยะทางประมาณ 120 กม. ใช้เวลาราว 1.5–2 ชม. เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับแวนคูเวอร์ ใช้เวลาบินประมาณ 5 ชม. และต่อเที่ยวบินกลับประเทศไทย
พักบนเครื่องบิน
วันที่ 9: เดินทางถึงกรุงเทพฯ
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ เนื่องจากมีการข้ามเขตเวลา จึงถึงปลายทางในวันถัดไปตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย