อเมริกาใต้ มาชูปิคชู อูยูนี่ อีกัวซู่
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • น้ำตกอีกัวซู (บราซิลและอาร์เจนตินา) ปล่อยใจไปกับความยิ่งใหญ่ของม่านน้ำตกที่ทรงพลังที่สุดในโลก พร้อมรับละอองน้ำเย็นฉ่ำที่จุดชมวิวคอปีศาจ
  • มาชูปิกชู (เปรู) ซึมซับมนต์ขลังของนครสาบสูญแห่งอินคา หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ซ่อนตัวอย่างสงบเงียบท่ามกลางสายหมอกและขุนเขา
  • ภูเขาสายรุ้ง (เปรู) ท้าทายตัวเองก้าวขึ้นไปชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่สาดสีสันแร่ธาตุลงบนภูเขาทั้งลูกราวกับงานศิลปะชิ้นเอก
  • ทะเลเกลืออูยูนี (โบลิเวีย) ปลดปล่อยความรู้สึกไปกับผืนเกลือสีขาวที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ให้คุณได้ถ่ายรูปสนุกๆ ราวกับเดินอยู่บนกระจกสะท้อนแผ่นฟ้า
  • ทะเลทรายอะตากามา (ชิลี) ทิ้งความวุ่นวายแล้วไปนอนเอนกายดูดาวนับล้านดวงกลางทะเลทราย ที่ได้ชื่อว่ามีท้องฟ้ามืดสนิทและใสกระจ่างที่สุดในโลก
  • รูปปั้นพระเยซูคริสต์ (บราซิล) กางแขนรับพลังงานดีๆ บนยอดเขาคอร์โควาโด พร้อมชมวิวเมืองริโอเดจาเนโรที่โอบล้อมด้วยทะเลและภูเขาแบบพาโนรามา
สรุปแผนเดินทาง
วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เซาเปาโล

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ออกเดินทางสู่เมือง เซาเปาโล ประเทศบราซิล โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา

วันที่ 2: เซาเปาโล

เดินทางถึงประเทศบราซิล เข้าสู่ตัวเมือง เซาเปาโล
พักผ่อนในย่าน Jardins ตามอัธยาศัย ย่านพักผ่อนและช้อปปิ้งยอดนิยมของเมือง

วันที่ 3: เซาเปาโล – ฟอซโดอีกัวซู

บินสู่เมือง ฟอซโดอีกัวซู (Foz do Iguaçu)
เที่ยวชมน้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล ชมทัศนียภาพน้ำตกอันยิ่งใหญ่แบบพาโนรามา พร้อมสนุกกับกิจกรรม Macuco Safari ล่องเรือเข้าใกล้สายน้ำตกสุดตื่นตา

วันที่ 4: อีกัวซู ฝั่งอาร์เจนตินา – ฟอซโดอีกัวซู

ข้ามแดนสู่อาร์เจนตินา เพื่อเที่ยวชมอุทยานน้ำตกอีกัวซูฝั่งอาร์เจนตินา
ชมไฮไลต์สำคัญ Devil’s Throat จุดชมน้ำตกขนาดมหึมาที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่ง จากนั้นแวะชมจุดชมวิว 3 ประเทศ จุดบรรจบของบราซิล อาร์เจนตินา และปารากวัย

วันที่ 5: ฟอซโดอีกัวซู – ซานติอาโก

บินสู่กรุง ซานติอาโก (Santiago) ประเทศชิลี
เที่ยวชม Plaza de Armas จัตุรัสกลางเมือง มหาวิหารประจำเมือง และอาคารสำคัญโดยรอบ จากนั้นขึ้นชมวิวเมืองที่ Cerro San Cristóbal จุดชมวิวชื่อดังของซานติอาโก

วันที่ 6: ซานติอาโก – คุซโก

บินสู่เมือง คุซโก (Cusco) ประเทศเปรู เมืองเก่าแก่กลางเทือกเขาแอนดีส
พักผ่อนเพื่อปรับตัวกับระดับความสูง ช่วงเย็นเดินเล่นย่าน Plaza de Armas ศูนย์กลางเมืองคุซโกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์

วันที่ 7: คุซโก – Aguas Calientes

เที่ยวชมเมือง คุซโก เมืองหลวงเก่าของอาณาจักรอินคา
จากนั้นนั่งรถไฟผ่านเส้นทาง Sacred Valley ชมวิวหุบเขาและธรรมชาติอันงดงาม เดินทางสู่เมือง Aguas Calientes เมืองฐานสำหรับขึ้นชมมาชูปิกชู

วันที่ 8: มาชูปิกชู – คุซโก

ขึ้นชม มาชูปิกชู (Machu Picchu) ยามเช้า เมืองโบราณกลางหุบเขาที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเปรู
สัมผัสบรรยากาศอารยธรรมอินคาและวิวภูเขาอันงดงาม จากนั้นเดินทางกลับสู่เมือง คุซโก ในช่วงเย็น

วันที่ 9: คุซโก – Rainbow Mountain

เดินทางสู่ Rainbow Mountain หรือภูเขาสายรุ้ง
ชมทิวทัศน์สีสันธรรมชาติของชั้นแร่บนภูเขา ท่ามกลางฉากหลังของเทือกเขาแอนดีส จากนั้นเดินทางกลับเมืองคุซโกเพื่อพักผ่อน

วันที่ 10: คุซโก – ลาปาซ

บินสู่กรุง ลาปาซ (La Paz) ประเทศโบลิเวีย เมืองหลวงบนที่สูงที่โอบล้อมด้วยภูเขา
เที่ยวชม ตลาดแม่มด (Witches’ Market) ชมจัตุรัส Murillo Square และนั่งกระเช้า Mi Teleférico เพื่อชมวิวเมืองจากมุมสูง

วันที่ 11: ลาปาซ – อูยูนี

บินสู่เมือง อูยูนี (Uyuni) ประตูสู่ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เที่ยวชม Salar de Uyuni ทะเลเกลือกว้างสุดสายตา หนึ่งในภูมิประเทศที่แปลกตาและงดงามที่สุดในโลก พร้อมแวะชม สุสานรถไฟเก่า

วันที่ 12: อูยูนี – ทะเลทรายดาลี – Laguna Colorada – Laguna Verde

ออกเดินทางชมภูมิประเทศแปลกตาของโบลิเวียตอนใต้
ชม ทะเลทรายดาลี (Dalí Desert) พื้นที่ทะเลทรายที่มีรูปทรงหินและภูมิทัศน์เหนือจริง แวะชม ต้นไม้หิน, Laguna Colorada ทะเลสาบสีแดง และ Laguna Verde ทะเลสาบสีเขียว

วันที่ 13: โบลิเวีย – San Pedro de Atacama

ข้ามพรมแดนจากโบลิเวียเข้าสู่ประเทศชิลี
เดินทางสู่เมือง San Pedro de Atacama เมืองทะเลทรายชื่อดังของชิลี ช่วงค่ำร่วมทัวร์ดูดาวกลางทะเลทราย สัมผัสท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ใสและเต็มไปด้วยดวงดาว

วันที่ 14: San Pedro de Atacama – Calama – ริโอเดจาเนโร

เดินทางสู่สนามบินที่เมือง Calama
จากนั้นบินต่อไปยังเมือง ริโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) ประเทศบราซิล เมืองริมทะเลที่มีสีสันและมีชื่อเสียงระดับโลก

วันที่ 15: ริโอเดจาเนโร – เซาเปาโล

เที่ยวชมรูปปั้น Christ the Redeemer แลนด์มาร์กสำคัญของริโอเดจาเนโร
เดินเล่นชายหาดชื่อดัง Copacabana และ Ipanema จากนั้นขึ้นชมวิวที่ Sugarloaf Mountain ก่อนบินกลับสู่เมือง เซาเปาโล

วันที่ 16: เซาเปาโล – กรุงเทพฯ

ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Qatar Airways
แวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา และเดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากทริปอเมริกาใต้

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • ที่พัก ระดับ 4 ดาว 
  • รถรับส่งตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทาง

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เซาเปาโล, บราซิล
เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังเซาเปาโล โดยสายการบิน Qatar Airways เส้นทาง กรุงเทพฯ – โดฮา – เซาเปาโล ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 20–24 ชั่วโมงรวมต่อเครื่อง
เซาเปาโลเป็นมหานครใหญ่ที่สุดของบราซิล และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของอเมริกาใต้

**พัก: บนเครื่องบิน / เซาเปาโล**

วันที่ 2: ถึงเซาเปาโล – ย่าน Jardins
ถึงสนามบิน Guarulhos แล้วเดินทางเข้าเมืองประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เข้าพักย่าน Jardins ซึ่งเป็นย่านหรูที่ขึ้นชื่อเรื่องที่พัก ร้านอาหาร และบรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับพักฟื้นจากการเดินทางไกล
ย่านนี้เป็นหนึ่งในย่านพักอาศัยสำคัญของเมือง และสะท้อนภาพลักษณ์ทันสมัยของเซาเปาโลได้ดี

**พัก: เซาเปาโล (ย่าน Jardins)**

วันที่ 3: เซาเปาโล – ฟอซโดอีกัวซู – น้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล
บินภายในประเทศจากเซาเปาโลสู่ฟอซโดอีกัวซู ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
เที่ยว Parque Nacional do Iguaçu ชมน้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล ซึ่งเด่นเรื่องวิวมุมกว้างแบบพาโนรามา เดินเส้นทาง Trilha das Cataratas ระยะประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อชมม่านน้ำตก ละอองน้ำ และสายรุ้ง
พิเศษกับ Macuco Safari นั่งเรือเข้าใกล้น้ำตก สัมผัสพลังของสายน้ำอย่างใกล้ชิด
น้ำตกอีกัวซูถือเป็นหนึ่งในระบบน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และชื่อ “Iguaçu” มาจากภาษาพื้นเมืองกวารานี แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่”

**พัก: ฟอซโดอีกัวซู, บราซิล**

วันที่ 4: น้ำตกอีกัวซูฝั่งอาร์เจนตินา – จุดชมวิว 3 ประเทศ
ข้ามพรมแดนจากบราซิลสู่อาร์เจนตินา ใช้เวลาเดินทางรวมพิธีผ่านแดนประมาณ 1–2 ชั่วโมง
เที่ยว Parque Nacional Iguazú ฝั่งอาร์เจนตินา ซึ่งเด่นเรื่องทางเดินที่เข้าใกล้น้ำตกมากกว่า ไฮไลต์คือ Devil’s Throat หรือ “คอปีศาจ” จุดที่กระแสน้ำมหาศาลไหลตกลงอย่างรุนแรง เป็นจุดที่น่าตื่นตาที่สุดของทั้งอุทยาน
ช่วงบ่ายแวะ Hito Tres Fronteras จุดชมวิวจุดบรรจบของ 3 ประเทศ คือ บราซิล อาร์เจนตินา และปารากวัย

**พัก: ฟอซโดอีกัวซู, บราซิล**

วันที่ 5: ฟอซโดอีกัวซู – ซานติอาโก, ชิลี
บินจากฟอซโดอีกัวซูสู่ซานติอาโก ใช้เวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเที่ยวบินและการต่อเครื่อง
เที่ยว Plaza de Armas จัตุรัสเก่าแก่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของซานติอาโกมาตั้งแต่ยุคสเปน และชม Catedral Metropolitana มหาวิหารสำคัญของเมือง
ช่วงเย็นขึ้น Cerro San Cristóbal จุดชมวิวเด่นของซานติอาโก มองเห็นตัวเมืองและแนวเทือกเขาแอนดีส
ซานติอาโกเป็นเมืองหลวงของชิลี และเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ

**พัก: ซานติอาโก**

วันที่ 6: ซานติอาโก – คุซโก, เปรู
บินจากซานติอาโกสู่คุซโก ใช้เวลาประมาณ 5–8 ชั่วโมงรวมต่อเครื่อง
คุซโกตั้งอยู่สูงราว 3,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิอินคา จึงควรใช้วันแรกเพื่อพักปรับตัวกับความสูง
เดินเล่น Plaza de Armas และชม Catedral del Cuzco ซึ่งเป็นมหาวิหารสำคัญที่สร้างทับบนรากฐานของอารยธรรมเดิม สะท้อนการผสมผสานระหว่างโลกอินคากับสเปน

**พัก: คุซโก**

วันที่ 7: คุซโก – Aguas Calientes
ชม Qorikancha หรือวิหารแห่งดวงอาทิตย์ หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวอินคา เดิมเคยกรุผนังด้วยแผ่นทองคำเพื่อถวายแด่เทพสุริยะ
ช่วงบ่ายนั่งรถไฟ Inca Rail ผ่าน Sacred Valley ไปยัง Aguas Calientes ใช้เวลาประมาณ 3.5–4.5 ชั่วโมง
เมืองนี้เป็นประตูสู่มาชูปิกชู และมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติให้พักผ่อนก่อนเที่ยววันรุ่งขึ้น

**พัก: Aguas Calientes**

วันที่ 8: มาชูปิกชู – กลับคุซโก
นั่งรถบัสขึ้นมาชูปิกชู ใช้เวลาประมาณ 25–30 นาที
มาชูปิกชูเป็นนครหินโบราณของชาวอินคาที่สร้างอยู่บนสันเขาสูง และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 15 สมัยจักรพรรดิ Pachacuti
จุดเด่นคือผังเมืองหินที่กลมกลืนกับภูเขาและธรรมชาติอย่างน่าทึ่ง สำหรับผู้พร้อมทางร่างกาย อาจเลือกขึ้น Huayna Picchu เพื่อชมวิวมุมสูง
ช่วงเย็นเดินทางกลับคุซโก

**พัก: คุซโก**

วันที่ 9: Rainbow Mountain
ออกเดินทางแต่เช้าสู่ Vinicunca หรือ Rainbow Mountain ใช้เวลาเดินทางจากคุซโกประมาณ 3–4 ชั่วโมงต่อเที่ยว และมีช่วงเดินเทรคขึ้นจุดชมวิวอีกประมาณ 1.5–3 ชั่วโมงตามสภาพร่างกาย
ภูเขานี้มีชื่อเสียงจากชั้นแร่หลากสีตามธรรมชาติ จนเกิดเป็นลายสีคล้ายสายรุ้ง และอยู่สูงราว 5,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ระหว่างทางอาจพบอัลปาก้าและลามะ ซึ่งเป็นสัตว์พื้นถิ่นสำคัญของเทือกเขาแอนดีส

**พัก: คุซโก**

วันที่ 10: คุซโก – ลาปาซ, โบลิเวีย
บินจากคุซโกสู่ลาปาซ ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง
เที่ยว Mercado de las Brujas หรือตลาดแม่มด ซึ่งขายสมุนไพร เครื่องราง และของใช้ในพิธีตามความเชื่อพื้นเมืองแอนดีส สะท้อนวัฒนธรรมผสมระหว่างชนพื้นเมืองกับความเชื่อดั้งเดิม
จากนั้นชมจัตุรัส Murillo ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของเมือง และนั่ง Mi Teleférico กระเช้าลอยฟ้าที่ทำให้เห็นภูมิประเทศของลาปาซซึ่งทอดตัวตามหุบเขาสูงอย่างโดดเด่น

**พัก: ลาปาซ**

วันที่ 11: ลาปาซ – อูยูนี – Salar de Uyuni
บินจากลาปาซสู่อูยูนี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เที่ยว Salar de Uyuni ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกิดจากการระเหยของทะเลสาบโบราณจนเหลือผืนเกลือมหาศาลสุดสายตา
จุดเด่นคือพื้นสีขาวกว้างใหญ่และภาพถ่ายมุมมองลวงตา จากนั้นแวะ Cementerio de Trenes หรือสุสานรถไฟ ซึ่งเป็นซากรถไฟจากยุครุ่งเรืองการขนส่งแร่ของโบลิเวีย

**พัก: อูยูนี**

วันที่ 12: ทะเลทรายดาลี – Árbol de Piedra – Laguna Colorada – Laguna Verde
เดินทางท่องพื้นที่ธรรมชาติทางตอนใต้ของโบลิเวีย ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างยาวเกือบทั้งวัน ราว 6–10 ชั่วโมงรวมแวะจุดต่างๆ
ชม Desierto de Dalí ทะเลทรายที่ภูมิประเทศดูเหนือจริงคล้ายภาพวาดของศิลปินซัลบาดอร์ ดาลี
แวะ Árbol de Piedra หรือ “ต้นไม้หิน” หินรูปทรงประหลาดที่เกิดจากแรงลมกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน
ต่อด้วย Laguna Colorada ทะเลสาบสีแดงที่เกิดจากแร่ธาตุและสาหร่าย เป็นแหล่งอาศัยของนกฟลามิงโก
และ Laguna Verde ทะเลสาบสีเขียวใกล้แนวภูเขาไฟ ซึ่งสีของน้ำเกิดจากองค์ประกอบแร่ในธรรมชาติ

**พัก: บริเวณเส้นทางอูยูนี / ใกล้พรมแดน**

วันที่ 13: ข้ามพรมแดนสู่ San Pedro de Atacama, ชิลี
เดินทางข้ามพรมแดนจากโบลิเวียสู่ชิลี ใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมงรวมขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
San Pedro de Atacama เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายอะตากามา หนึ่งในพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในโลก แต่มีภูมิทัศน์โดดเด่นทั้งทะเลทราย ภูเขาไฟ และท้องฟ้าใส
ช่วงค่ำร่วม Stargazing Tour เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในจุดดูดาวที่ดีที่สุดในโลก จากท้องฟ้ามืดสนิทและมลภาวะแสงต่ำมาก

**พัก: San Pedro de Atacama**

วันที่ 14: San Pedro de Atacama – Calama – ริโอเดจาเนโร, บราซิล
เดินทางจาก San Pedro de Atacama ไปสนามบิน Calama ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมงทางรถ
จากนั้นบินไปริโอเดจาเนโร โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ซานติอาโก ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 8–12 ชั่วโมง
ริโอเดจาเนโรเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของบราซิล มีชื่อเสียงด้านชายหาด ดนตรี และวัฒนธรรมเมืองชายทะเล
หากมีเวลา สามารถเดินเล่นย่าน Ipanema หรือ Copacabana ซึ่งเป็นชายหาดระดับตำนานของเมือง

**พัก: ริโอเดจาเนโร**

วันที่ 15: ริโอเดจาเนโร – Christ the Redeemer – Sugarloaf – เซาเปาโล
เที่ยว Corcovado เพื่อชม Christ the Redeemer รูปปั้นพระเยซูคริสต์ผู้ไถ่ สัญลักษณ์สำคัญของบราซิล และหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
จากนั้นแวะ Copacabana และ Ipanema ชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของริโอ สะท้อนเสน่ห์ชีวิตเมืองริมทะเล
ช่วงเย็นขึ้น Sugarloaf Mountain จุดชมวิวพาโนรามาเหนืออ่าวกวานาบารา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิวคลาสสิกที่สุดของบราซิล
หลังเที่ยว บินกลับเซาเปาโล ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

**พัก: เซาเปาโล / บนเครื่องบิน**

วันที่ 16: เซาเปาโล – กรุงเทพฯ
ออกเดินทางจากเซาเปาโลกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Qatar Airways แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 20–24 ชั่วโมง
สิ้นสุดการเดินทางทวีปอเมริกาใต้ ครบทั้งธรรมชาติระดับโลก มรดกอารยธรรมอินคา เมืองหลวงบนที่สูง และแลนด์มาร์กสำคัญของบราซิล

**พัก: บนเครื่องบิน**

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม