เรื่องแล้วเรื่องเล่า \ ไดอารี่ • สัมภาษณ์ • แรงบันดาลใจ • เรื่องเล่า
เพราะมันเปลี่ยนแปลง
#Sørvágsvatn / Leitisvatn — Faroe Islands
.
มีบางสถานที่ที่เราไม่ได้จำเพราะมันสวยที่สุด
.
ทะเลสาบแห่งนี้ในหมู่เกาะแฟโร คือสถานที่แบบนั้น
.
มันเป็นทะเลสาบที่หลายคนรู้จักจากภาพถ่ายว่า
“ทะเลสาบที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทร”
เหมือนผืนน้ำสีเทาฟ้าแผ่ตัวอยู่บนขอบหน้าผา
และข้างล่างคือมหาสมุทรแอตแลนติกที่กระแทกเข้ากับโขดหินอย่างไม่หยุดพัก
.
บางคนเรียก Sørvágsvatn
บางคนเรียก Leitisvatn
ขึ้นอยู่กับว่าถามจากคนในหมู่บ้านไหนบนเกาะ Vágar
จนสุดท้ายคนท้องถิ่นบางคนเรียกง่าย ๆ ว่า Vatnið
แปลตรงตัวว่า “ทะเลสาบ”
.
แต่ความพิเศษของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ชื่อ
มันอยู่ที่ภาพลวงตาของภูมิประเทศ
.
ความจริงแล้วทะเลสาบไม่ได้ลอยสูงเหนือทะเลหลายร้อยเมตรอย่างที่ภาพถ่ายทำให้รู้สึก
ระดับน้ำอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 30–32 เมตรเท่านั้น
แต่ด้วยมุมมองจากหน้าผา Trælanípa และเส้นขอบหน้าผาที่ซ้อนกับผืนน้ำ
มันจึงทำให้ทะเลสาบดูราวกับวางอยู่บนขอบโลก
.
ระหว่างทางเดินไปยังจุดชมวิว
เส้นทางไม่ได้ยากในแบบภูเขาสูง
แต่ก็ไม่ใช่ทางเดินเล่นในสวน
.
เริ่มจากลานจอดรถเล็กๆใกล้หมู่บ้าน Miðvágur ข้ามรั้วและจ่ายตังค่าผ่านทาง ค่อย ๆ เดินเลียบทะเลสาบไปบนทางดิน ทางหญ้า และพื้นที่เปิดโล่ง
ไม่มีต้นไม้ใหญ่ ไม่มีที่หลบลมมากนัก
สิ่งที่เจอระหว่างทางคือทุ่งหญ้า
เนินเขาสีเขียวหม่น
ฝูงแกะที่เดินเหมือนเป็นเจ้าของเกาะ
เสียงลมที่มาก่อนตัว
และเมฆที่เปลี่ยนอารมณ์ของทิวทัศน์ได้ทุกสิบนาที
.
วันที่ฟ้าเปิด ที่นี่จะดูยิ่งใหญ่
วันที่หมอกลง ที่นี่จะดูเหมือนโลกยังสร้างไม่เสร็จ
.
ผมเดินไปถึง Bøsdalafossur และ Trælanípa โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หน่อยๆ (เที่ยวเดียว-รวมแวะถ่ายรูป) ถือว่าเป็นเส้นทางค่อนข้างง่าย แต่ช่วงท้ายใกล้หน้าผาจะต้องระวังมากขึ้น โดยเฉพาะวันที่ลมแรง ฝนตก หรือพื้นลื่น
.
เมื่อเดินไปจนถึงปลายทาง
จะเห็นอีกด้านหนึ่งของทะเลสาบไหลออกสู่มหาสมุทรผ่านน้ำตก Bøsdalafossur
น้ำจืดจากทะเลสาบตกลงไปสู่ทะเลเค็ม
เหมือนการเดินทางเล็ก ๆ ของน้ำ
จากความนิ่ง ไปสู่ความกว้างใหญ่
.
ใกล้กันคือหน้าผา Trælanípa
ชื่อที่แปลได้ประมาณว่า “หน้าผาทาส”
มีเรื่องเล่ากันมาตั้งแต่ยุคไวกิ้งว่า
ทาสที่แก่หรือป่วยจะถูกผลักลงจากหน้าผาแห่งนี้
เป็นตำนานที่ฟังแล้วเย็นวาบ ทาสที่กลัวความสูงคงตายก่อนที่ตกลงไป
.
Faroe เป็นดินแดนที่ธรรมชาติไม่ค่อยประนีประนอมกับมนุษย์
ลมแรงก็แรงจริง
ฝนมาก็มาแบบไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
หมอกปิดก็ปิดทั้งโลก
แต่บางทีเสน่ห์ของที่นี่ก็อยู่ตรงนั้น
ตรงที่มัน “เปลี่ยนแปลง”
.
เมื่อถึงปลายทาง พบว่าตัวเองอยู่ตรงขอบของบางอย่าง
ขอบทะเลสาบ
ขอบหน้าผา
ขอบมหาสมุทร
และบางที…ขอบความคิดของตัวเอง