Trip to PATAGONIA

PROLOGUE

ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ภูเขาลูกที่ใฝ่ฝันอยู่ตรงหน้า

หลายๆทริปที่จัดปาตาโกเนียในโปรแกรมที่แตกต่างกัน
แต่ความแตกต่างไม่ได้อยู่แค่ว่า “เราไปที่ไหน
แต่อยู่ที่ว่า เราจะพาคุณไปยืนอยู่ตรงนั้นในจังหวะแบบใด

สำหรับเรา Patagonia คือหนึ่งในสถานที่ที่ควรได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต
ไม่ใช่เพียงเพราะมันไกล
ไม่ใช่เพียงเพราะมันสวย
แต่เพราะมีบางช่วงเวลา
ที่เมื่อภูเขาอยู่ตรงหน้า
สายลมพัดผ่าน
ทะเลสาบนิ่งอยู่เบื้องล่าง
และเราได้ยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
โลกทั้งใบอาจเงียบลงโดยไม่ต้องมีใครบอก

ทริปนี้จึงถูกออกแบบในมุมมองของเรา
ให้มีทั้งวันเดินจริง วันชมวิว วันพักฟื้น
มีเส้นทางที่ท้าทายพอให้เราได้พิสูจน์กายใจตัวเอง
แต่ก็มีจังหวะที่ไม่รีบเกินไป
ให้ร่างกายได้พัก
และให้ใจได้ตามทันสิ่งที่เห็น

เราไม่ได้อยากพาคุณไป Patagonia เพื่อแค่เก็บภาพให้ครบ
แต่อยากพาไปในแบบที่คุณได้รู้สึกว่า
ครั้งหนึ่งในชีวิต
คุณเคยยืนอยู่ต่อหน้าภูเขาที่ใฝ่ฝัน
ได้เหนื่อย ได้เงียบ ได้ภูมิใจ
และได้กลับมาพร้อมความรู้สึกว่า

เราอาจไปต่อได้มากกว่าที่เคยคิด

นี่คือ Patagonia ในมุมมองของเรา
Beautiful, Meaningful

ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • เริ่มต้นที่ Buenos Aires เมืองศิลปะ สีสัน และวัฒนธรรมของอาร์เจนตินา
  • พักที่ El Chaltén เมืองเล็กกลางขุนเขา ฐานสำคัญของการเดินสู่ Fitz Roy
  • มีวัน Warm-up Walk เพื่อปรับร่างกายก่อน trekking
  • เส้นทางพิเศษเพื่อให้การเข้าหา Fitz Roy ไม่หนักหนาจนเกินไป

patagonia, fitzroy

  • Fitz Roy หนึ่งในยอดเขาที่เป็นภาพจำของ Patagonia
  • Perito Moreno Glacier ธารน้ำแข็งยิ่งใหญ่ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่
  • เข้าสู่ Torres del Paine National Park หนึ่งในอุทยานที่สวยที่สุดของโลก
  • พักที่ Hotel Las Torres หนึ่งเดียวใน อช Torres del paine ให้เป็น Exclusive Memory เป็น Oasis หลังวันที่กายเหนื่อยล้า 
  • เก็บจุดชมวิวสำคัญของ Torres del Paine เช่น Laguna Amarga, Mirador Cuernos, Lago Pehoé, Mirador Cóndor และ Río Serrano
  • เลือกท้าทายตัวเองกับ Base Towers Trek 
  • ปิดท้ายที่ Santiago เมืองหลวงของชิลี และจุดเชื่อมต่อสำหรับคนที่อยากเดินทางต่อไปยัง Machu Picchu หรือ Easter Island
การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • 189,000 (คณะ 8 ท่าน)

✅ ราคานี้รวม

  • Bus รับส่งตลอดการเดินทาง
  • โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ กิจกรรมตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทาง

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น

📋 เงื่อนไขการยกเลิก

  • ยกเลิกก่อน 30 วัน → คืนมัดจำ (หักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง)
  • ยกเลิกก่อน 15-29 วัน → ยึดเงิน 50% / ส่วนที่เหลือหักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • ยกเลิกน้อยกว่า 15 วัน → ไม่คืนเงินทั้งหมด

📞 สนใจจองทริป ติดต่อ

จัดทริปในนาม

บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811

ตัวอย่างโรงแรม
โปรแกรมการเดินทาง

Day 1 Bangkok – Buenos Aires

เริ่มต้นการเดินทางไกล สู่ปลายอีกด้านของโลก

วันนี้เราเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เตรียมตัวออกเดินทางสู่ Buenos Aires เมืองหลวงของอาร์เจนตินา

เส้นทางนี้เป็นการเดินทางไกลพอสมควร
แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ของ Patagonia เพราะกว่าจะไปถึงปลายโลกได้ เราต้องค่อย ๆ ข้ามเวลา ข้ามทวีป และปล่อยชีวิตประจำวันไว้ข้างหลังทีละนิด

เดินทางถึง Buenos Aires ช่วงค่ำ
เข้าที่พัก เช็คอิน พักผ่อน และให้ร่างกายเริ่มปรับตัวกับ time zone ใหม่

วันนี้ยังไม่ต้องรีบทำอะไร
แค่ให้ตัวเองมาถึงก็พอ

พัก: Buenos Aires

Day 2 Buenos Aires City Walk

เมืองที่มีทั้งสีสัน ศิลปะ และจังหวะชีวิตแบบอเมริกาใต้

วันนี้เราจะค่อย ๆ เริ่มทริปด้วยการเดินเล่นใน Buenos Aires
เมืองที่มีบรรยากาศเหมือนยุโรป แต่มีหัวใจแบบละตินอเมริกา

เราจะพาไปสัมผัสย่าน La Boca
ย่านสีสันสดใสที่เต็มไปด้วยบ้านหลากสี ศิลปะริมถนน ดนตรี และบรรยากาศคึกคักแบบอาร์เจนตินา

จากนั้นไปเดินต่อในย่าน San Telmo
ย่านเก่าที่มีเสน่ห์กว่าแค่ความสวยของอาคาร
ที่นี่มีร้านกาแฟ ตลาดเล็ก ๆ ถนนหิน บรรยากาศเก่า ๆ และจังหวะชีวิตที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่า “เราเดินทางมาถึงอีกซีกโลกแล้วจริง ๆ”

วันนี้เป็นวันเบา ๆ
ให้ร่างกายตื่นจากการเดินทางไกล
ให้ใจค่อย ๆ เข้าสู่จังหวะใหม่
ก่อนที่พรุ่งนี้เราจะบินลงใต้เข้าสู่ Patagonia

พัก: Buenos Aires

Day 3 Buenos Aires – El Calafate – El Chaltén

จากเมืองใหญ่ สู่เมืองเล็กกลางภูเขา

เช้าตรู่เราออกเดินทางสู่สนามบิน
บินจาก Buenos Aires ไปยัง El Calafate เมืองประตูสู่ Patagonia ฝั่งอาร์เจนตินา

เมื่อเครื่องบินลดระดับลง เราจะเริ่มเห็นภูมิประเทศที่เปลี่ยนไป
จากเมืองใหญ่กลายเป็นทุ่งกว้าง ภูเขาไกล ๆ ทะเลสาบ และพื้นที่โล่งที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

จาก El Calafate เราจะนั่งรถต่อไปยัง El Chaltén
เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา และเป็นฐานสำคัญของคนที่อยากเดินเข้าไปชม Fitz Roy

ระหว่างทาง ถ้าอากาศเปิด เราอาจได้เห็นยอดเขาไกล ๆ ตั้งแต่ยังไม่ถึงเมือง
เป็นภาพแรก ๆ ที่ทำให้หลายคนเริ่มเข้าใจว่า ทำไม Patagonia ถึงเป็นปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก

ช่วงเย็นเดินเล่นเบา ๆ ในเมือง
สำรวจร้านเล็ก ๆ คาเฟ่ บรรยากาศนักเดินเขาจากหลายประเทศ
วันนี้ยังไม่ต้องใช้แรงมาก แค่เตรียมตัว เตรียมใจ และนอนให้เต็มที่

พัก: El Chaltén

Day 4 El Chaltén Warm-up Walk

ค่อย ๆ ทำความรู้จักกับลม ภูเขา และจังหวะของ Patagonia

วันนี้เราไม่รีบพาไปเดินหนักทันที
เพราะ Patagonia เป็นที่ที่ควรเข้าไปหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เราจะเริ่มด้วยเส้นทางวอร์มร่างกายรอบเมือง El Chaltén
เช่น Mirador Los Cóndores หรือ Mirador Las Águilas
เป็นเส้นทางเดินไม่หนักมาก แต่ให้วิวสวยของเมือง หุบเขา และแนวภูเขารอบ ๆ

สิ่งที่เราจะได้สัมผัสวันนี้ ไม่ใช่แค่ภาพวิว
แต่คือ “ลม” ของ Patagonia
ลมที่พัดแรงเป็นช่วง ๆ
อากาศที่เปลี่ยนเร็ว
แสงที่วิ่งผ่านยอดเขา
และความรู้สึกว่าธรรมชาติที่นี่ไม่ใช่ฉากหลัง แต่เป็นตัวละครหลักของการเดินทาง

ถ้าอากาศเหมาะสม เราอาจเดินบางช่วงไปทาง Cerro Torre Viewpoint
เพื่อเห็นอีกด้านหนึ่งของภูเขาใน El Chaltén

วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับการเช็กอุปกรณ์ รองเท้า เสื้อกันลม เสื้อกันหนาว และจังหวะการเดินของตัวเอง
เหมือนเป็นวันซ้อม ก่อนวันจริงของ Fitz Roy

พัก: El Chaltén

Day 5 Fitz Roy Trekking Day

วันที่เราเดินเข้าไปหาหนึ่งในภูเขาที่งดงามที่สุดของ Patagonia

วันนี้คือวันที่หลายคนรอคอย

เราจะออกเดินสู่เส้นทางของ Fitz Roy
ยอดเขาหินแกรนิตที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ Patagonia ฝั่งอาร์เจนตินา

สำหรับคนที่พร้อม เราจะเดินเส้นทางเต็มสู่ Laguna de los Tres
ระยะประมาณ 20–22 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งวัน

ช่วงแรกของเส้นทางจะค่อย ๆ พาเราออกจากเมือง เข้าสู่ป่า ทุ่งโล่ง จุดชมวิว และทะเลสาบระหว่างทาง
บางช่วงเดินสบาย
บางช่วงเริ่มชัน
และช่วงท้ายจะเป็นช่วงที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจ

แต่เมื่อเดินไปถึงจุดหมาย
ภาพของ Fitz Roy ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า เหนือทะเลสาบสีฟ้าเย็น จะทำให้เราเข้าใจว่าทำไมคนจำนวนมากถึงยอมเดินไกลเพื่อมาถึงที่นี่

วันนี้ไม่ใช่วันที่ต้องพิสูจน์ให้ใครเห็น
แต่เป็นวันที่เราได้ลองดูว่า ร่างกายและใจของเราพาเราไปได้ไกลแค่ไหน

พัก: El Chaltén

Day 6 El Chaltén Recovery Morning – El Calafate

เช้าที่ให้ร่างกายได้พัก และใจได้เก็บความรู้สึกจากเมื่อวาน

หลังจากวันเดินใหญ่ วันนี้เราจะไม่รีบออกเดินทางตั้งแต่เช้า

เราจะให้เวลาใน El Chaltén อีกเล็กน้อย
ใครอยากตื่นสาย จิบกาแฟ มองภูเขาจากเมือง หรือเดินเล่นซื้อของเล็ก ๆ ก็ทำได้
ใครยังมีแรง อาจเดินเล่นเส้นทางสั้น ๆ รอบเมือง เพื่อคลายกล้ามเนื้อและเก็บบรรยากาศอีกครั้ง

นี่เป็นหนึ่งในจังหวะที่ผมคิดว่าสำคัญ
เพราะหลังจากเราเดินไกลมาแล้ว เราควรมีเวลาหันกลับไปมองมัน
ไม่ใช่รีบไปต่อจนความรู้สึกตามไม่ทัน

ช่วงบ่ายเราจะเดินทางกลับสู่ El Calafate
เมืองริมทะเลสาบที่มีบรรยากาศผ่อนคลายกว่า
เป็นจุดพักที่ดี ก่อนจะไปเจอธารน้ำแข็งในวันถัดไป

พัก: El Calafate

Day 7 Perito Moreno Glacier

วันที่เราไปยืนต่อหน้าธารน้ำแข็งที่ยังเคลื่อนไหวอยู่

วันนี้เราจะไปชม Perito Moreno Glacier
หนึ่งในธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่และเข้าถึงได้ง่ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สิ่งที่พิเศษของที่นี่คือ เราไม่ต้องปีนเขาหรือเดินลำบากเพื่อเห็นธารน้ำแข็ง
แต่สามารถเดินตามทางเดินไม้หลายระดับ แล้วค่อย ๆ มองมันจากหลายมุม

ภาพตรงหน้าจะเป็นกำแพงน้ำแข็งขนาดมหึมา
มีสีขาว สีฟ้า และสีเทาปนกัน
บางจังหวะอาจได้ยินเสียงน้ำแข็งแตกร้าว หรือเห็นก้อนน้ำแข็งบางส่วนแตกลงสู่น้ำ
เสียงนั้นเป็นเสียงที่ทำให้เรารู้สึกว่า ธรรมชาติไม่ได้หยุดนิ่งเลย

หลังจากวันเดินเขา Perito Moreno จะเป็นประสบการณ์อีกแบบ
ไม่ต้องพิชิตอะไร
แค่ยืนดู ฟัง และรับรู้ความยิ่งใหญ่ของโลกตรงหน้า

ช่วงบ่ายกลับมาเดินเล่นใน El Calafate
พักผ่อน เตรียมตัวสำหรับการข้ามไปฝั่งชิลี

พัก: El Calafate

Day 8 El Calafate – Torres del Paine

ข้ามพรมแดน สู่ Patagonia ฝั่งชิลี

วันนี้เราเดินทางจาก El Calafate ข้ามพรมแดนสู่อีกประเทศหนึ่ง คือ ชิลี
จุดหมายคือ Torres del Paine National Park หนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดของโลก

วันนี้เป็นวันนั่งรถค่อนข้างยาว
แต่ไม่ใช่วันที่น่าเบื่อ เพราะวิวระหว่างทางคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ Patagonia

เราจะผ่านทุ่งกว้างที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
อาจเห็นกวานาโก สัตว์พื้นถิ่นที่คล้ายลามา เดินอยู่กลางทุ่ง
เห็นท้องฟ้าที่กว้างมาก
เห็นภูเขาค่อย ๆ เปลี่ยนรูปทรงไปตามระยะทาง

เมื่อเข้าใกล้ Torres del Paine ภาพของภูเขาจะเริ่มชัดขึ้น
นี่คือช่วงที่หลายคนเริ่มเงียบเองโดยไม่ต้องมีใครบอก
เพราะภูมิประเทศตรงหน้ามันใหญ่กว่าคำอธิบาย

วันนี้เราจะไม่อัดกิจกรรมหนัก
เน้นเดินทาง เข้าที่พัก และปล่อยให้ร่างกายได้เก็บแรงสำหรับสองวันสำคัญในอุทยาน

พัก: Torres del Paine

Day 9 Torres del Paine Scenic Active Day

วันของทะเลสาบสีฟ้า ยอดเขาแปลกตา และลมแรงแบบ Patagonia

วันนี้เราจะใช้เวลาทั้งวันอยู่กับวิวของ Torres del Paine

ไม่ใช่วันเดินหนักแบบ trekking ยาว
แต่เป็นวันที่เราจะค่อย ๆ ขยับจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
เดินสั้น ๆ ถ่ายภาพ มองวิว และสัมผัสภูมิประเทศที่หลากหลายของอุทยาน

เราจะไปยังจุดสำคัญ เช่น

Laguna Amarga
ทะเลสาบที่มีฉากหลังเป็นภูเขา และเป็นหนึ่งในจุดที่เปิดมุมมองแรก ๆ ของ Torres del Paine ได้สวยมาก

Fauna Trail
พื้นที่ที่มีโอกาสเจอสัตว์ป่า โดยเฉพาะกวานาโก และถ้าโชคดีอาจได้เห็นนกหรือสัตว์พื้นถิ่นอื่น ๆ

Mirador Cuernos
จุดชมยอดเขา Cuernos del Paine ที่มีรูปทรงโดดเด่นเหมือนเขาสัตว์ ตั้งตัดกับท้องฟ้า

Lago Pehoé
ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่เป็นหนึ่งในภาพจำของ Torres del Paine
เวลาลมพัด ผิวน้ำจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา และแสงบนภูเขาก็เปลี่ยนแทบทุกนาที

Mirador Cóndor / Mirador Río Serrano
จุดชมวิวมุมกว้างที่ทำให้เราเห็นขนาดและความยิ่งใหญ่ของอุทยานได้ชัดขึ้น

วันนี้คือวันที่ Patagonia ฝั่งชิลีจะค่อย ๆ เปิดตัว
เราไม่ต้องรีบ
แค่ให้ตาได้เห็น ให้ร่างกายได้ขยับ และให้ใจค่อย ๆ รับความกว้างใหญ่ตรงหน้า

พัก: Torres del Paine

Day 10 Base Towers Trek / Optional Scenic Route

วันที่เส้นทางพาเราไปเจอกับขีดจำกัดของตัวเอง

วันนี้คือวันที่ท้าทายที่สุดวันหนึ่งของทริป

สำหรับคนที่พร้อม เราจะเดินสู่ Base Towers
จุดชมวิวหอคอยหินแกรนิตสามยอด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Torres del Paine

เส้นทางใช้เวลาประมาณ 8–10 ชั่วโมง
มีทั้งช่วงเดินขึ้น เดินผ่านหุบเขา ป่า ลำธาร และช่วงท้ายที่ต้องใช้พลังใจมากเป็นพิเศษ

ระหว่างทาง เราจะได้สัมผัส Patagonia ในแบบที่ต่างจากเมื่อวาน
เมื่อวานเราเห็นภูเขาจากจุดชมวิว
แต่วันนี้เราจะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้มันทีละก้าว

บางช่วงอาจเหนื่อย
บางช่วงอาจเงียบ
บางช่วงเราอาจเริ่มคุยกับตัวเองว่า “ยังไหวไหม”
และนั่นแหละคือเสน่ห์ของวันนี้

ถ้าเดินถึง Base Towers
ภาพของหอคอยหินสามยอดที่ตั้งอยู่เหนือทะเลสาบสีฟ้า จะเป็นหนึ่งในภาพที่จำได้นานมาก
ไม่ใช่เพราะมันสวยอย่างเดียว
แต่เพราะเรารู้ว่าเราเดินมาถึงด้วยตัวเอง

สำหรับคนที่ไม่อยากเดินหนัก
วันนี้สามารถเลือก Optional Scenic Route ได้
อาจพักที่ lodge เดินเส้นทางสั้น ๆ หรือออกไปชมวิวในจุดอื่นของอุทยานในจังหวะที่เบากว่า

ทริปนี้ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องพิชิตเหมือนกัน
แต่เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนเลือก challenge ที่เหมาะกับตัวเอง

พัก: Torres del Paine

Day 11 Torres del Paine – Puerto Natales – Santiago

ค่อย ๆ อำลาภูเขา แล้วกลับเข้าสู่เมือง

เช้าวันนี้เราจะอำลา Torres del Paine
หลังจากหลายวันที่อยู่กับภูเขา ทะเลสาบ ลม และเส้นทาง

เราจะเดินทางสู่ Puerto Natales
เมืองเล็กริมฟยอร์ดที่เป็นเหมือนประตูของ Patagonia ฝั่งชิลี

ระหว่างทางกลับ วิวอาจดูเหมือนเดิม
แต่ความรู้สึกของเราอาจไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพราะหลังจากเดิน หลังจากเหนื่อย หลังจากยืนอยู่ต่อหน้าภูเขา หลายอย่างข้างในเรามักจะนิ่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

จากนั้นบินต่อสู่ Santiago เมืองหลวงของชิลี

ถึง Santiago เช็คอิน พักผ่อน
คืนนี้เป็นคืนแรกที่เรากลับมาอยู่ในเมือง หลังจากใช้ชีวิตหลายวันกับธรรมชาติขนาดใหญ่

พัก: Santiago

Day 12 Santiago City Tour – São Paulo – Bangkok

เก็บบรรยากาศเมืองชิลี ก่อนเดินทางกลับ

ช่วงเช้าเราจะเที่ยวชมเมือง Santiago แบบสบาย ๆ
เมืองหลวงของชิลีที่ตั้งอยู่ใกล้เทือกเขา Andes

หลังจากหลายวันที่เราอยู่กับภูเขาแบบดิบและกว้าง
Santiago จะเป็นบทส่งท้ายที่ค่อย ๆ พาเรากลับเข้าสู่โลกเมืองอีกครั้ง

เราอาจเดินชมย่านสำคัญของเมือง
มองสถาปัตยกรรม คาเฟ่ ถนน ผู้คน
และเก็บภาพสุดท้ายของอเมริกาใต้ก่อนกลับบ้าน

ช่วงบ่ายเดินทางสู่สนามบิน
บินจาก Santiago ไปยัง São Paulo และต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ

Day 13 In Transit อยู่ระหว่างทางกลับบ้าน

วันนี้อยู่ระหว่างการเดินทางกลับประเทศไทย

บนเครื่องบินอาจเป็นช่วงที่ภาพหลายอย่างค่อย ๆ กลับมาในหัว
ถนนสีสันของ Buenos Aires
เมืองเล็ก El Chaltén
ยอด Fitz Roy
ธารน้ำแข็ง Perito Moreno
ทะเลสาบสีฟ้าของ Torres del Paine
และวันที่เราเดินต่อ แม้จะเหนื่อยกว่าที่คิด

บางทริปจบตอนเครื่องบินลงจอด
แต่บางทริปยังทำงานอยู่ในใจเราอีกนานหลังจากนั้น

Day 14 Arrive Bangkok

กลับถึงบ้าน พร้อมเรื่องเล่าและความมั่นใจใหม่

เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

Patagonia อาจไม่ได้ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนในทันที
แต่มันอาจทำให้เรากลับมามองตัวเองต่างออกไปเล็กน้อย

เราอาจรู้ว่า เรายังเดินได้ไกลกว่าที่คิด
เรายังอดทนได้มากกว่าที่เคยเชื่อ
และบางครั้ง การเดินทางที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การไปไกลจากบ้านที่สุด
แต่คือการกลับมาพร้อมความเชื่อใหม่ในตัวเอง ว่าฉันก็เก่งเหมือนกันนะเนี่

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม