วันที่ 1 – กรุงเทพฯ > โคเปน
เดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่กรุงโคเปน
วันที่ 2 – เคฟลาวิก > ธิงเควลลิร์ > กูลล์ฟอสส์
เดินทางถึงไอซ์แลนด์ ชมอุทยานแห่งชาติธิงเควลลิร์ และพักค้างคืนบริเวณกูลล์ฟอสส์
วันที่ 3 – กูลล์ฟอสส์ > เกย์เซอร์ > Kerid Crater > เซลฟอสส์
เที่ยวชมน้ำตกกูลล์ฟอสส์ น้ำพุร้อนเกย์เซอร์ และแวะปล่องภูเขาไฟ Kerid Crater ก่อนเข้าพักที่เซลฟอสส์
วันที่ 4 – เซลฟอสส์ > Seljalandsfoss > Skógafoss > Dyrhólaey > Reynisfjara > Vík
ชมสองน้ำตกชื่อดัง เที่ยวแหลม Dyrhólaey หาดทรายดำ Reynisfjara และโขดหิน Reynisdrangar ก่อนพักที่ Vík
วันที่ 5 – Vík > Lava Field > Jökulsárlón > Diamond Beach
ผ่านทุ่งหญ้ามอสบนลาวาฟิลด์ ชมทะเลสาบธารน้ำแข็ง Jökulsárlón และ Diamond Beach แล้วพักค้างคืนบริเวณ Jökulsárlón
วันที่ 6 – Jökulsárlón > Ice Cave > Vík
เข้าชมถ้ำคริสตัลหรือถ้ำน้ำแข็งตามสภาพอากาศ และเดินทางกลับมาพักที่ Vík
วันที่ 7 – Vík > เรคยาวิก > Blue Lagoon > เคฟลาวิก
เดินทางกลับเรคยาวิก ชม Hallgrímskirkja, Sun Voyager และ Harpa ก่อนแช่น้ำแร่ Blue Lagoon และพักที่เคฟลาวิก
วันที่ 8 – เคฟลาวิก > โคเปนเฮเกน > กรุงเทพฯ
ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่โคเปนเฮเกน
วันที่ 9 – กรุงเทพฯ
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
ค่าทริป
ราคานี้รวม
ราคานี้ไม่รวม
จองทริป/สอบถาม
วันที่ 1: กรุงเทพฯ – โคเปนเฮเกน
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่กรุงโคเปนเฮเกน เพื่อเตรียมต่อเที่ยวบินไปไอซ์แลนด์ เป็นวันเดินทางระยะไกล เหมาะสำหรับพักผ่อนบนเครื่องและจัดเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับทริปธรรมชาติในวันถัดไป
วันที่ 2: ปารีส – เคฟลาวิก – อุทยานแห่งชาติธิงเควลลิร์ – กูลล์ฟอสส์
เดินทางถึงสนามบินเคฟลาวิก แล้วออกเดินทางสู่เส้นทาง Golden Circle ระยะทางรวมคร่าวๆ ประมาณ 170–200 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถรวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง
แวะชม อุทยานแห่งชาติธิงเควลลิร์ (Þingvellir National Park) สถานที่สำคัญทั้งทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เพราะเป็นจุดที่แผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือและยูเรเซียค่อยๆ แยกออกจากกัน และยังเป็นที่ตั้งรัฐสภาโบราณของไอซ์แลนด์ซึ่งถือว่าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จากนั้นเดินทางต่อไปยังกูลล์ฟอสส์ หนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ น้ำไหลตกลงเป็น 2 ชั้นอย่างทรงพลังในหุบเขาลึก จนได้รับฉายาว่า “น้ำตกทองคำ”
ที่พัก: กูลล์ฟอสส์
วันที่ 3: กูลล์ฟอสส์ – เกย์เซอร์ – Kerid Crater – เซลฟอสส์
เดินทางเที่ยวต่อในเขต Golden Circle ระยะทางรวมประมาณ 120–150 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถรวมประมาณ 2–3 ชั่วโมง
เริ่มจากชมน้ำตกกูลล์ฟอสส์ในช่วงเช้า ซึ่งแสงและสภาพอากาศยามเช้ามักให้บรรยากาศต่างจากวันก่อน
ต่อด้วยเขตน้ำพุร้อนเกย์เซอร์ (Geysir Geothermal Area) พื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพที่เป็นต้นกำเนิดคำว่า “geyser” ในภาษาอังกฤษ ปัจจุบันแม้เกย์เซอร์ดั้งเดิมจะปะทุไม่บ่อย แต่ Strokkur ที่อยู่ใกล้กันยังพ่นน้ำร้อนสูงขึ้นฟ้าเป็นระยะ สร้างภาพจำอันโดดเด่นของไอซ์แลนด์
แวะปล่องภูเขาไฟ Kerid Crater ซึ่งมีลักษณะเด่นเป็นแอ่งภูเขาไฟสีแดงล้อมทะเลสาบสีฟ้า เชื่อกันว่าเกิดจากการยุบตัวหลังการปะทุในอดีต ทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่สวยแปลกตา
จากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองเซลฟอสส์
ที่พัก: เซลฟอสส์
วันที่ 4: เซลฟอสส์ – เซลยาลันส์ฟอสส์ – สโกก้าฟอสส์ – Dyrhólaey – Reynisfjara – Reynisdrangar – Vík
วันนี้เป็นการเดินทางเลียบชายฝั่งทางใต้ ระยะทางประมาณ 160–180 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 2.5–3.5 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาแวะเที่ยว
แวะชมน้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ น้ำตกชื่อดังที่สามารถเดินอ้อมไปด้านหลังม่านน้ำได้ เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เห็นพลังธรรมชาติในมุมไม่เหมือนที่อื่น
ต่อไปยังสโกก้าฟอสส์ น้ำตกขนาดใหญ่ที่ตกลงจากหน้าผาเกือบเป็นเส้นตรง ตำนานท้องถิ่นเล่าว่ามีหีบสมบัติของชาวไวกิ้งซ่อนอยู่หลังน้ำตกแห่งนี้
จากนั้นเที่ยวแหลม Dyrhólaey จุดชมวิวชายฝั่งและซุ้มหินธรรมชาติกลางทะเล ซึ่งเป็นแหล่งดูนกทะเลในบางฤดู
ต่อด้วยหาดทรายดำ Reynisfjara ชายหาดที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟเย็นตัวจนกลายเป็นทรายสีดำ โดดเด่นด้วยแท่งหินบะซอลต์เรียงตัวสวยงาม
ส่วนโขดหิน Reynisdrangar ที่ตั้งตระหง่านกลางทะเล มีตำนานเล่าว่าเป็นโทรลล์ที่ถูกแสงอาทิตย์จนกลายเป็นหิน
ที่พัก: Vík
วันที่ 5: Vík – Lava Field – Jökulsárlón – Diamond Beach – Jökulsárlón
ออกเดินทางต่อสู่ฝั่งตะวันออกของชายฝั่งใต้ ระยะทางประมาณ 190–220 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 3–4 ชั่วโมง
ระหว่างทางชมทุ่งหญ้ามอส Lava Field ภูมิประเทศลาวาเก่าที่ถูกปกคลุมด้วยมอสสีเขียวหนานุ่ม เกิดจากการปะทุครั้งใหญ่ in อดีตและค่อยๆ ฟื้นคืนโดยธรรมชาติอย่างช้าๆ
จากนั้นถึงทะเลสาบธารน้ำแข็ง Jökulsárlón หนึ่งในจุดไฮไลต์ของไอซ์แลนด์ ที่นี่ก้อนน้ำแข็งขนาดต่างๆ แตกตัวจากธารน้ำแข็งแล้วลอยอยู่ในทะเลสาบ ก่อนค่อยๆ ไหลออกสู่ทะเล เป็นภาพที่สวยและเปลี่ยนไปตลอดเวลา
ใกล้กันคือ Diamond Beach ชายหาดที่ก้อนน้ำแข็งใสถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนทรายสีดำ จนดูเหมือนเพชรกระจายอยู่ริมทะเล
ที่พัก: Jökulsárlón
วันที่ 6: Jökulsárlón – ถ้ำคริสตัล – Vík
วันนี้เข้าชมถ้ำคริสตัล (Ice Cave) โดยการเข้าชมขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความปลอดภัย ใช้เวลาเที่ยวรวมคร่าวๆ ครึ่งวันถึง 1 วัน จากนั้นเดินทางกลับ Vík ระยะทางประมาณ 190–220 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 3–4 ชั่วโมง
ถ้ำคริสตัลเป็นโพรงน้ำแข็งธรรมชาติภายในธารน้ำแข็ง ผนังน้ำแข็งสีฟ้าใสเกิดจากการอัดตัวของหิมะเป็นเวลายาวนาน จึงเป็นสถานที่ที่หลายคนอยากมาชมความงามที่เกิดขึ้นชั่วคราวและเปลี่ยนรูปไปทุกฤดูกาล
หลังจบทัวร์เดินทางย้อนกลับไปพักที่เมือง Vík
ที่พัก: Vík
วันที่ 7: Vík – เรคยาวิก – Blue Lagoon – เคฟลาวิก
เป็นวันเดินทางค่อนข้างไกล ระยะทางรวมประมาณ 230–280 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 3.5–4.5 ชั่วโมง
เดินทางกลับสู่กรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ แล้วเที่ยวชมโบสถ์ Hallgrímskirkja โบสถ์ทรงสูงที่ออกแบบให้คล้ายแท่งลาวาบะซอลต์ สะท้อนเอกลักษณ์ธรรมชาติของประเทศ
แวะชม Sun Voyager ประติมากรรมริมทะเลที่มีลักษณะคล้ายเรือไวกิ้ง สื่อถึงการเดินทาง ความหวัง และการค้นพบดินแดนใหม่
ต่อด้วยอาคาร Harpa อาคารคอนเสิร์ตฮอลล์กระจกดีไซน์โดดเด่น ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงผลึกและภูมิประเทศของไอซ์แลนด์
จากนั้นไปผ่อนคลายที่ Blue Lagoon บ่อน้ำแร่ร้อนชื่อดัง น้ำสีฟ้าน้ำนมแห่งนี้เกิดจากแร่ธาตุซิลิกาและพลังงานความร้อนใต้พิภพ จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
ที่พัก: เคฟลาวิก
วันที่ 8: เคฟลาวิก – โคเปนเฮเกน – กรุงเทพฯ
ออกเดินทางจากเคฟลาวิก เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยแวะต่อเครื่องที่โคเปนเฮเกน เป็นวันเดินทางไกลรวมหลายช่วง ควรเผื่อเวลาเปลี่ยนเครื่องและพักผ่อนระหว่างทาง
วันที่ 9: เดินทางถึงกรุงเทพฯ
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ปิดท้ายทริปไอซ์แลนด์ที่เต็มไปด้วยภูมิประเทศภูเขาไฟ น้ำตก ธารน้ำแข็ง และเรื่องราวธรรมชาติอันโดดเด่นของดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง