กรีซ ซาคินทอส นาวาจิโอ ซานโตรินี
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • เมทิโอรา (Meteora): ปล่อยใจไปกับความศรัทธา ชมอารามนักบุญบนยอดเขาหินทรายที่สร้างขึ้นราวกับลอยอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆ
  • หาดปอร์โต คัตซิกิ (Porto Katsiki): ทิ้งความเหนื่อยล้า นั่งมองหน้าผาหินปูนสีขาวอลังการที่ตัดกับน้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ใสราวคริสตัล
  • หาดนาวาจิโอ (Navagio Beach): ล่องเรือค้นหาอ่าวเรือแตกในตำนานที่ซ่อนตัวในหุบเขา สัมผัสน้ำทะเลสีฟ้าจัดจ้านที่สวยจนเหมือนหยุดเวลาไว้
  • หมู่บ้านเอีย (Oia) ซานโตรินี: เดินทอดน่องชมบ้านสีขาวโดมน้ำเงินริมหน้าผา แล้วรอดื่มด่ำกับโมเมนต์พระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในโลก
  • เมืองมิโคนอส (Mykonos Town): ปล่อยให้ตัวเองหลงทางในตรอกสีขาวสไตล์เขาวงกต แล้วไปนั่งรับลมชมวิวที่กังหันลมริมทะเลสุดคลาสสิก
  • อะโครโพลิส (Acropolis) เอเธนส์: ก้าวเดินย้อนรอยอารยธรรมตะวันตกที่วิหารพาร์เธนอน สัมผัสความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – อิสตันบูล – เอเธนส์

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่อิสตันบูล เป็นวันเริ่มต้นของทริปสู่ดินแดนอารยธรรมกรีก

วันที่ 2: เอเธนส์ – Kalabaka – Meteora

เดินทางสู่เมือง Kalabaka เพื่อชม Meteora กลุ่มอารามเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนยอดผาหินสูงโดดเด่น ราวกับลอยอยู่กลางอากาศ จุดเด่นคือทิวทัศน์แปลกตาและความสำคัญทางศาสนาจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
พักที่ Kalabaka

วันที่ 3: Lefkada – Porto Katsiki

เดินทางสู่เกาะ Lefkada แวะชม Lefkada Town เมืองเล็กบรรยากาศน่ารักที่มีบ้านเรือนสีสันสดใส จากนั้นไป Porto Katsiki ชายหาดชื่อดังที่โดดเด่นด้วยหน้าผาหินปูนสีขาวและน้ำทะเลสีฟ้าใส เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดของกรีซ
พักที่ Lefkada

วันที่ 4: Zakynthos – Navagio Beach

เดินทางสู่เกาะ Zakynthos และล่องเรือไปยัง Navagio Beach หรือ Shipwreck Beach จุดไฮไลท์ระดับโลกที่มีซากเรืออับปางตั้งอยู่บนหาดทรายขาว ล้อมด้วยหน้าผาสูงและน้ำทะเลสีฟ้าเข้ม ช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตกที่ Cape Skinari จุดชมวิวสวยของเกาะ
พักที่ Zakynthos

วันที่ 5: เอเธนส์ – Plaka District

เดินทางกลับเอเธนส์ ช่วงบ่ายเดินเล่นที่ย่าน Plaka เขตเมืองเก่าใต้เงาอะโครโพลิส มีเสน่ห์ด้วยถนนหิน บรรยากาศคลาสสิก ร้านคาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก เหมาะสำหรับพักผ่อนแบบสบายๆ
พักที่ Athens

วันที่ 6: เอเธนส์ – ซานโตรินี – Oia

เดินทางสู่เกาะซานโตรินี เยือนหมู่บ้าน Oia ที่มีชื่อเสียงจากบ้านสีขาวและโดมสีน้ำเงินเรียงตัวตามหน้าผา จุดเด่นคือวิวทะเลอีเจียนและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
พักที่ Santorini

วันที่ 7: Fira – มิโคนอส

เที่ยวชม Fira เมืองหลักของซานโตรินี เด่นด้วยวิว Caldera แบบพาโนรามา ร้านค้า และงานศิลปะท้องถิ่น จากนั้นนั่งเรือข้ามฟากสู่เกาะมิโคนอส เกาะที่มีบรรยากาศคึกคักและมีเสน่ห์เฉพาะตัว
พักที่ Mykonos

วันที่ 8: Mykonos Town

สำรวจ Mykonos Town หรือ Chora เมืองสีขาวที่มีตรอกซอยคดเคี้ยวเป็นเอกลักษณ์ ชมกังหันลมมิโคนอสซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเกาะ และเดินเล่นย่าน Little Venice ที่มีอาคารสวยริมทะเล
พักที่ Athens

วันที่ 9: เอเธนส์ – Acropolis – Monastiraki

กลับสู่เอเธนส์เพื่อเยี่ยมชม Acropolis โบราณสถานสำคัญของกรีซและที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอน สัญลักษณ์แห่งอารยธรรมกรีก จากนั้นแวะ Monastiraki แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมสำหรับของฝาก ของเก่า และสินค้าท้องถิ่น ก่อนเดินทางสู่สนามบิน

วันที่ 10: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจและภาพสวยงามจากการเดินทางครั้งนี้

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ 9 ที่นั่ง สำหรับคณะ 6 ท่าน พร้อมคนขับคนไทยชำนาญเส้นทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – อิสตันบูล – เอเธนส์ – เริ่มต้นการเดินทางสู่หัวใจแห่งอารยธรรมกรีกโบราณ

การเดินทางเริ่มต้นขึ้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงที่เปรียบเสมือนหัวใจของอารยธรรมกรีก โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่อิสตันบูล ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 12-15 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับไฟลต์และเวลารอต่อเครื่อง วันแรกจึงเป็นเหมือนบทเปิดของไดอารี่การเดินทางครั้งนี้ ค่อยๆ ปล่อยใจออกจากความคุ้นเคย แล้วก้าวเข้าสู่ดินแดนที่เรื่องเล่าของเทพเจ้า ปรัชญา และประวัติศาสตร์ยังคงมีลมหายใจอยู่ในทุกมุมเมือง

วันที่ 2: เอเธนส์ – Kalabaka – Meteora – ตื่นตากลุ่มอารามลอยฟ้าบนยอดเสาหินมหึมา

เช้าวันถัดมาออกเดินทางจากเอเธนส์สู่เมือง Kalabaka ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงโดยรถไฟหรือรถยนต์ เส้นทางค่อยๆ พาออกจากเมืองใหญ่เข้าสู่ทิวทัศน์ชนบทของกรีซ ก่อนจะไปถึง Meteora สถานที่ที่แทบไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริง กลุ่มอารามโบราณที่ตั้งอยู่บนยอดเสาหินสูงชันราวกับลอยอยู่ระหว่างฟ้ากับดิน

ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และมีประวัติย้อนไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เมื่อพระสงฆ์เลือกสถานที่อันโดดเดี่ยวแห่งนี้เป็นที่ปลีกวิเวกเพื่อแสวงหาความสงบทางจิตวิญญาณ ความน่าทึ่งของ Meteora ไม่ได้มีเพียงสถาปัตยกรรม แต่รวมถึงความรู้สึกเมื่อยืนมองผาหินมหึมาท่ามกลางแสงเย็นที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี ทุกอย่างดูเงียบ งาม และขรึมอย่างน่าประทับใจ

พักที่ Kalabaka

วันที่ 3: Kalabaka – Lefkada – Porto Katsiki – ล่องใต้สู่เกาะฝั่งตะวันตกและชายหาดผาหินปูนระดับโลก

ออกเดินทางต่อสู่เกาะ Lefkada ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงโดยรถยนต์ Lefkada เป็นหนึ่งในไม่กี่เกาะของกรีซที่สามารถขับรถเข้าไปได้โดยไม่ต้องนั่งเรือ ทำให้จังหวะของการเดินทางยังคงต่อเนื่องและสบายแบบ slow travel ระหว่างทางอาจแวะพักและค่อยๆ ซึมซับวิวชนบทและชายฝั่งไปเรื่อยๆ

เมื่อถึง Lefkada Town เมืองเล็กๆ ที่เปี่ยมเสน่ห์ด้วยบ้านสีสดและบรรยากาศเรียบง่าย จะสัมผัสได้ถึงความละมุนของชีวิตบนเกาะ ก่อนเดินทางต่อไปยัง Porto Katsiki ใช้เวลาจากตัวเมืองประมาณ 45 นาที-1 ชั่วโมง ชายหาดแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่งดงามที่สุดของกรีซ ด้วยหน้าผาหินปูนสีขาวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเข้มและฟ้าใสราวภาพวาด ชื่อ Porto Katsiki มีความหมายเกี่ยวโยงกับ “ท่าแพะ” ตามตำนานท้องถิ่นที่เล่าว่าในอดีตมีเพียงแพะเท่านั้นที่ลงไปถึงชายหาดแห่งนี้ได้

พักที่ Lefkada

วันที่ 4: Lefkada – Zakynthos – Navagio Beach – เดินทางสู่ชายหาดเรืออับปางในตำนานและชมแสงเย็นแห่งทะเลไอโอเนียน

ออกเดินทางสู่เกาะ Zakynthos ใช้เวลารวมประมาณ 5-7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางรถและเรือข้ามฟาก แม้จะเป็นวันที่มีการเดินทางค่อนข้างยาว แต่ปลายทางนั้นคุ้มค่าอย่างมาก เพราะ Zakynthos คือเกาะที่มีเสน่ห์ทั้งจากธรรมชาติและสีของทะเลที่สดลึกจนแทบละสายตาไม่ได้

ไฮไลต์สำคัญคือ Navagio Beach หรือ Shipwreck Beach ชายหาดระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ในอ่าวล้อมหน้าผาสูง และมีซากเรืออับปางตั้งอยู่บนผืนทรายขาวกลางหาด เรื่องเล่าที่ทำให้ที่นี่ยิ่งน่าจดจำคือซากเรือลำนี้เชื่อกันว่าเป็นเรือขนของเถื่อนที่เกยตื้นจากพายุในช่วงทศวรรษ 1980 ก่อนจะกลายเป็นภาพจำของเกาะไปโดยปริยาย ช่วงเย็นไปต่อที่ Cape Skinari ใช้เวลาประมาณ 45 นาที-1 ชั่วโมงจากโซนท่าเรือหรือเมืองหลัก เพื่อชมพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับลงเหนือทะเลไอโอเนียน เป็นฉากจบของวันที่ทั้งสดใสและนุ่มนวล

พักที่ Zakynthos

วันที่ 5: Zakynthos – เอเธนส์ – Plaka District – ย้อนคืนสู่เมืองหลวงเพื่อเดินทอดน่องในย่านแห่งวิญญาณเอเธนส์

เดินทางกลับสู่เอเธนส์ โดยหากใช้เที่ยวบินภายในประเทศจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่เมื่อรวมเวลาเดินทางไปสนามบินและขั้นตอนต่างๆ ควรเผื่อไว้ราว 3-4 ชั่วโมง เมื่อกลับถึงเมืองหลวงในช่วงบ่าย จังหวะของทริปจะค่อยๆ ผ่อนลงอีกครั้งที่ย่าน Plaka เขตเมืองเก่าใต้เงาของอะโครโพลิส

Plaka เป็นย่านที่เหมาะกับการเดินอย่างไม่รีบร้อน ถนนหินเล็กๆ ร้านกาแฟริมทาง บ้านเรือนสไตล์นีโอคลาสสิก และร้านขายของที่ระลึกทำให้ที่นี่มีบรรยากาศเหมือนฉากในภาพยนตร์เก่าๆ หลายคนเรียก Plaka ว่าเป็น “ย่านแห่งวิญญาณเอเธนส์” เพราะแม้อยู่ใจกลางเมือง แต่กลับมีความอบอุ่น อ่อนโยน และชวนให้หลงอยู่กับเวลาช้าๆ

พักที่ Athens

วันที่ 6: เอเธนส์ – ซานโตรินี – Oia – สู่เกาะสวรรค์แห่งทะเลอีเจียนและชมพระอาทิตย์ตกดินที่หมู่บ้านหลังคาโดมฟ้า

ออกเดินทางสู่เกาะซานโตรินี ใช้เวลาประมาณ 45 นาที-1 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน หรือ 5-8 ชั่วโมงหากเลือกเรือเฟอร์รี่ เมื่อมาถึงเกาะที่หลายคนใฝ่ฝันจะมาเยือนสักครั้ง ภาพบ้านสีขาวสะอาดตาและโดมสีน้ำเงินที่เรียงรายอยู่บนหน้าผาก็ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมที่นี่จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของทะเลอีเจียน

หมู่บ้าน Oia คือจุดหมายสำคัญของวันนี้ หมู่บ้านเล็กบนปลายเกาะที่มีชื่อเสียงเรื่องวิวพระอาทิตย์ตกอันงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เบื้องหลังความงามนั้นคือประวัติของเกาะภูเขาไฟ ซานโตรินีเกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่ในอดีตจนเกิดแอ่ง Caldera ขนาดมหึมา ทำให้ภูมิประเทศของที่นี่ไม่เหมือนที่ใดในโลก ยิ่งเมื่อแสงเย็นตกกระทบกำแพงสีขาวและผืนน้ำเบื้องล่าง ทุกอย่างยิ่งดูอ่อนหวานราวความฝัน

พักที่ Santorini

วันที่ 7: Fira – มิโคนอส – ชมวิวแอ่งภูเขาไฟ Caldera กว้างไกลและล่องเรือสู่เกาะแห่งสีสันริมหาด

เช้าวันนี้ใช้เวลาเที่ยวชม Fira เมืองหลักของซานโตรินี ซึ่งอยู่ห่างจาก Oia ประมาณ 20-30 นาที เมืองนี้มีเสน่ห์ต่างออกไป ด้วยวิว Caldera แบบเปิดกว้าง ร้านค้าเล็กๆ แกลเลอรี และมุมพักสายตาที่มองเห็นทะเลได้แทบทุกระยะก้าว Fira ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา แต่ยังคงละเมียดละไมตามแบบฉบับเกาะกรีก

จากนั้นเดินทางต่อด้วยเรือเฟอร์รี่สู่เกาะมิโคนอส ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง มิโคนอสมีชื่อเสียงในฐานะเกาะที่มีสีสันและบรรยากาศคึกคัก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังมีความงามของหมู่บ้านสีขาวและวิถีชีวิตริมทะเลที่ชวนให้เดินเล่นไปเรื่อยๆ แบบไม่ต้องมีแผนมากนัก

พักที่ Mykonos

วันที่ 8: Mykonos Town – หลงทางอย่างเพลิดเพลินในเขาวงกตสีขาวและชมกังหันลมโบราณ

วันนี้เป็นวันที่เหมาะกับการปล่อยเวลาให้ไหลช้าๆ ใน Mykonos Town หรือ Chora เมืองสีขาวที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยคดเคี้ยวราวเขาวงกต ซึ่งในอดีตออกแบบไว้เพื่อป้องกันโจรสลัดจากทะเลอีเจียน เดินไปเรื่อยๆ จะพบระเบียงดอกไม้ หน้าต่างสีฟ้า ร้านเล็กน่ารัก และมุมถ่ายรูปที่สวยเหมือนถูกจัดวางไว้แล้วอย่างตั้งใจ

อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญคือกังหันลมมิโคนอส ที่เคยมีบทบาทในการโม่แป้งในยุครุ่งเรืองทางการค้า และย่าน Little Venice ที่อาคารปลูกชิดริมทะเลจนคลื่นแทบแตะระเบียง เป็นมุมที่โรแมนติกและมีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ ช่วงเย็นสามารถเดินทางกลับเอเธนส์โดยเครื่องบิน ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที

พักที่ Athens

วันที่ 9: เอเธนส์ – Acropolis – Monastiraki – ตื่นตาอารยธรรมโบราณ ณ วิหารพาร์เธนอน และแวะช้อปปิ้งทิ้งทวน

วันสุดท้ายในกรีซ เริ่มต้นที่ Acropolis ใช้เวลาเดินทางจากใจกลางเอเธนส์ไม่นาน ที่นี่ไม่ใช่เพียงโบราณสถานสำคัญ แต่คือสัญลักษณ์ของอารยธรรมตะวันตก และเป็นที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอนอันสง่างามซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพีอาธีนา เทพีผู้ปกปักรักษาเมืองเอเธนส์

การได้มายืนอยู่บนเนินหินแห่งนี้ทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพียงเรื่องในตำรา แต่กลายเป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้จริง ทั้งความยิ่งใหญ่ของอดีต ความงดงามของสัดส่วนสถาปัตยกรรม และคำถามเงียบๆ ว่ามนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อนสร้างสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร

จากนั้นไปต่อที่ Monastiraki ย่านช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีจาก Acropolis ที่นี่เหมาะสำหรับเลือกซื้อของฝาก งานฝีมือ ของเก่า และสินค้าท้องถิ่น เป็นช่วงเวลาสบายๆ ก่อนปิดท้ายการเดินทางและมุ่งหน้าสู่สนามบิน โดยควรเผื่อเวลาเดินทางจากตัวเมืองสู่สนามบินประมาณ 45 นาที-1 ชั่วโมง

วันที่ 10: กรุงเทพฯ – เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมไดอารี่ความทรงจำแสนอบอุ่น

เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมภาพของหน้าผาสูงเหนือทะเล โดมสีฟ้ากลางแดดขาว เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า และความทรงจำของกรีซในจังหวะที่ไม่เร่งรีบ ทริปนี้จึงไม่ใช่แค่การไปเยือนหลายเมืองสวย แต่เป็นการค่อยๆ ซึมซับดินแดนที่เต็มไปด้วยตำนาน ประวัติศาสตร์ และความงามที่ชวนให้คิดถึงได้อีกนาน

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม