พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ออกเดินทางสู่เมือง เซาเปาโล ประเทศบราซิล โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา
เดินทางถึงประเทศบราซิล เข้าสู่ตัวเมือง เซาเปาโล
พักผ่อนในย่าน Jardins ตามอัธยาศัย ย่านพักผ่อนและช้อปปิ้งยอดนิยมของเมือง
บินสู่เมือง ฟอซโดอีกัวซู (Foz do Iguaçu)
เที่ยวชมน้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล ชมทัศนียภาพน้ำตกอันยิ่งใหญ่แบบพาโนรามา พร้อมสนุกกับกิจกรรม Macuco Safari ล่องเรือเข้าใกล้สายน้ำตกสุดตื่นตา
ข้ามแดนสู่อาร์เจนตินา เพื่อเที่ยวชมอุทยานน้ำตกอีกัวซูฝั่งอาร์เจนตินา
ชมไฮไลต์สำคัญ Devil’s Throat จุดชมน้ำตกขนาดมหึมาที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่ง จากนั้นแวะชมจุดชมวิว 3 ประเทศ จุดบรรจบของบราซิล อาร์เจนตินา และปารากวัย
บินสู่กรุง ซานติอาโก (Santiago) ประเทศชิลี
เที่ยวชม Plaza de Armas จัตุรัสกลางเมือง มหาวิหารประจำเมือง และอาคารสำคัญโดยรอบ จากนั้นขึ้นชมวิวเมืองที่ Cerro San Cristóbal จุดชมวิวชื่อดังของซานติอาโก
บินสู่เมือง คุซโก (Cusco) ประเทศเปรู เมืองเก่าแก่กลางเทือกเขาแอนดีส
พักผ่อนเพื่อปรับตัวกับระดับความสูง ช่วงเย็นเดินเล่นย่าน Plaza de Armas ศูนย์กลางเมืองคุซโกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์
เที่ยวชมเมือง คุซโก เมืองหลวงเก่าของอาณาจักรอินคา
จากนั้นนั่งรถไฟผ่านเส้นทาง Sacred Valley ชมวิวหุบเขาและธรรมชาติอันงดงาม เดินทางสู่เมือง Aguas Calientes เมืองฐานสำหรับขึ้นชมมาชูปิกชู
ขึ้นชม มาชูปิกชู (Machu Picchu) ยามเช้า เมืองโบราณกลางหุบเขาที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเปรู
สัมผัสบรรยากาศอารยธรรมอินคาและวิวภูเขาอันงดงาม จากนั้นเดินทางกลับสู่เมือง คุซโก ในช่วงเย็น
เดินทางสู่ Rainbow Mountain หรือภูเขาสายรุ้ง
ชมทิวทัศน์สีสันธรรมชาติของชั้นแร่บนภูเขา ท่ามกลางฉากหลังของเทือกเขาแอนดีส จากนั้นเดินทางกลับเมืองคุซโกเพื่อพักผ่อน
บินสู่กรุง ลาปาซ (La Paz) ประเทศโบลิเวีย เมืองหลวงบนที่สูงที่โอบล้อมด้วยภูเขา
เที่ยวชม ตลาดแม่มด (Witches’ Market) ชมจัตุรัส Murillo Square และนั่งกระเช้า Mi Teleférico เพื่อชมวิวเมืองจากมุมสูง
บินสู่เมือง อูยูนี (Uyuni) ประตูสู่ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เที่ยวชม Salar de Uyuni ทะเลเกลือกว้างสุดสายตา หนึ่งในภูมิประเทศที่แปลกตาและงดงามที่สุดในโลก พร้อมแวะชม สุสานรถไฟเก่า
ออกเดินทางชมภูมิประเทศแปลกตาของโบลิเวียตอนใต้
ชม ทะเลทรายดาลี (Dalí Desert) พื้นที่ทะเลทรายที่มีรูปทรงหินและภูมิทัศน์เหนือจริง แวะชม ต้นไม้หิน, Laguna Colorada ทะเลสาบสีแดง และ Laguna Verde ทะเลสาบสีเขียว
ข้ามพรมแดนจากโบลิเวียเข้าสู่ประเทศชิลี
เดินทางสู่เมือง San Pedro de Atacama เมืองทะเลทรายชื่อดังของชิลี ช่วงค่ำร่วมทัวร์ดูดาวกลางทะเลทราย สัมผัสท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ใสและเต็มไปด้วยดวงดาว
เดินทางสู่สนามบินที่เมือง Calama
จากนั้นบินต่อไปยังเมือง ริโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) ประเทศบราซิล เมืองริมทะเลที่มีสีสันและมีชื่อเสียงระดับโลก
เที่ยวชมรูปปั้น Christ the Redeemer แลนด์มาร์กสำคัญของริโอเดจาเนโร
เดินเล่นชายหาดชื่อดัง Copacabana และ Ipanema จากนั้นขึ้นชมวิวที่ Sugarloaf Mountain ก่อนบินกลับสู่เมือง เซาเปาโล
ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Qatar Airways
แวะเปลี่ยนเครื่องที่ โดฮา และเดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจจากทริปอเมริกาใต้
ค่าทริป
ราคานี้รวม
ราคานี้ไม่รวม
จองทริป/สอบถาม
วันที่ 1: กรุงเทพฯ – เซาเปาโล, บราซิล
เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังเซาเปาโล โดยสายการบิน Qatar Airways เส้นทาง กรุงเทพฯ – โดฮา – เซาเปาโล ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 20–24 ชั่วโมงรวมต่อเครื่อง
เซาเปาโลเป็นมหานครใหญ่ที่สุดของบราซิล และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของอเมริกาใต้
**พัก: บนเครื่องบิน / เซาเปาโล**
วันที่ 2: ถึงเซาเปาโล – ย่าน Jardins
ถึงสนามบิน Guarulhos แล้วเดินทางเข้าเมืองประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เข้าพักย่าน Jardins ซึ่งเป็นย่านหรูที่ขึ้นชื่อเรื่องที่พัก ร้านอาหาร และบรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับพักฟื้นจากการเดินทางไกล
ย่านนี้เป็นหนึ่งในย่านพักอาศัยสำคัญของเมือง และสะท้อนภาพลักษณ์ทันสมัยของเซาเปาโลได้ดี
**พัก: เซาเปาโล (ย่าน Jardins)**
วันที่ 3: เซาเปาโล – ฟอซโดอีกัวซู – น้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล
บินภายในประเทศจากเซาเปาโลสู่ฟอซโดอีกัวซู ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
เที่ยว Parque Nacional do Iguaçu ชมน้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล ซึ่งเด่นเรื่องวิวมุมกว้างแบบพาโนรามา เดินเส้นทาง Trilha das Cataratas ระยะประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อชมม่านน้ำตก ละอองน้ำ และสายรุ้ง
พิเศษกับ Macuco Safari นั่งเรือเข้าใกล้น้ำตก สัมผัสพลังของสายน้ำอย่างใกล้ชิด
น้ำตกอีกัวซูถือเป็นหนึ่งในระบบน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และชื่อ “Iguaçu” มาจากภาษาพื้นเมืองกวารานี แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่”
**พัก: ฟอซโดอีกัวซู, บราซิล**
วันที่ 4: น้ำตกอีกัวซูฝั่งอาร์เจนตินา – จุดชมวิว 3 ประเทศ
ข้ามพรมแดนจากบราซิลสู่อาร์เจนตินา ใช้เวลาเดินทางรวมพิธีผ่านแดนประมาณ 1–2 ชั่วโมง
เที่ยว Parque Nacional Iguazú ฝั่งอาร์เจนตินา ซึ่งเด่นเรื่องทางเดินที่เข้าใกล้น้ำตกมากกว่า ไฮไลต์คือ Devil’s Throat หรือ “คอปีศาจ” จุดที่กระแสน้ำมหาศาลไหลตกลงอย่างรุนแรง เป็นจุดที่น่าตื่นตาที่สุดของทั้งอุทยาน
ช่วงบ่ายแวะ Hito Tres Fronteras จุดชมวิวจุดบรรจบของ 3 ประเทศ คือ บราซิล อาร์เจนตินา และปารากวัย
**พัก: ฟอซโดอีกัวซู, บราซิล**
วันที่ 5: ฟอซโดอีกัวซู – ซานติอาโก, ชิลี
บินจากฟอซโดอีกัวซูสู่ซานติอาโก ใช้เวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเที่ยวบินและการต่อเครื่อง
เที่ยว Plaza de Armas จัตุรัสเก่าแก่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของซานติอาโกมาตั้งแต่ยุคสเปน และชม Catedral Metropolitana มหาวิหารสำคัญของเมือง
ช่วงเย็นขึ้น Cerro San Cristóbal จุดชมวิวเด่นของซานติอาโก มองเห็นตัวเมืองและแนวเทือกเขาแอนดีส
ซานติอาโกเป็นเมืองหลวงของชิลี และเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ
**พัก: ซานติอาโก**
วันที่ 6: ซานติอาโก – คุซโก, เปรู
บินจากซานติอาโกสู่คุซโก ใช้เวลาประมาณ 5–8 ชั่วโมงรวมต่อเครื่อง
คุซโกตั้งอยู่สูงราว 3,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิอินคา จึงควรใช้วันแรกเพื่อพักปรับตัวกับความสูง
เดินเล่น Plaza de Armas และชม Catedral del Cuzco ซึ่งเป็นมหาวิหารสำคัญที่สร้างทับบนรากฐานของอารยธรรมเดิม สะท้อนการผสมผสานระหว่างโลกอินคากับสเปน
**พัก: คุซโก**
วันที่ 7: คุซโก – Aguas Calientes
ชม Qorikancha หรือวิหารแห่งดวงอาทิตย์ หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวอินคา เดิมเคยกรุผนังด้วยแผ่นทองคำเพื่อถวายแด่เทพสุริยะ
ช่วงบ่ายนั่งรถไฟ Inca Rail ผ่าน Sacred Valley ไปยัง Aguas Calientes ใช้เวลาประมาณ 3.5–4.5 ชั่วโมง
เมืองนี้เป็นประตูสู่มาชูปิกชู และมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติให้พักผ่อนก่อนเที่ยววันรุ่งขึ้น
**พัก: Aguas Calientes**
วันที่ 8: มาชูปิกชู – กลับคุซโก
นั่งรถบัสขึ้นมาชูปิกชู ใช้เวลาประมาณ 25–30 นาที
มาชูปิกชูเป็นนครหินโบราณของชาวอินคาที่สร้างอยู่บนสันเขาสูง และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 15 สมัยจักรพรรดิ Pachacuti
จุดเด่นคือผังเมืองหินที่กลมกลืนกับภูเขาและธรรมชาติอย่างน่าทึ่ง สำหรับผู้พร้อมทางร่างกาย อาจเลือกขึ้น Huayna Picchu เพื่อชมวิวมุมสูง
ช่วงเย็นเดินทางกลับคุซโก
**พัก: คุซโก**
วันที่ 9: Rainbow Mountain
ออกเดินทางแต่เช้าสู่ Vinicunca หรือ Rainbow Mountain ใช้เวลาเดินทางจากคุซโกประมาณ 3–4 ชั่วโมงต่อเที่ยว และมีช่วงเดินเทรคขึ้นจุดชมวิวอีกประมาณ 1.5–3 ชั่วโมงตามสภาพร่างกาย
ภูเขานี้มีชื่อเสียงจากชั้นแร่หลากสีตามธรรมชาติ จนเกิดเป็นลายสีคล้ายสายรุ้ง และอยู่สูงราว 5,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ระหว่างทางอาจพบอัลปาก้าและลามะ ซึ่งเป็นสัตว์พื้นถิ่นสำคัญของเทือกเขาแอนดีส
**พัก: คุซโก**
วันที่ 10: คุซโก – ลาปาซ, โบลิเวีย
บินจากคุซโกสู่ลาปาซ ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง
เที่ยว Mercado de las Brujas หรือตลาดแม่มด ซึ่งขายสมุนไพร เครื่องราง และของใช้ในพิธีตามความเชื่อพื้นเมืองแอนดีส สะท้อนวัฒนธรรมผสมระหว่างชนพื้นเมืองกับความเชื่อดั้งเดิม
จากนั้นชมจัตุรัส Murillo ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของเมือง และนั่ง Mi Teleférico กระเช้าลอยฟ้าที่ทำให้เห็นภูมิประเทศของลาปาซซึ่งทอดตัวตามหุบเขาสูงอย่างโดดเด่น
**พัก: ลาปาซ**
วันที่ 11: ลาปาซ – อูยูนี – Salar de Uyuni
บินจากลาปาซสู่อูยูนี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เที่ยว Salar de Uyuni ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกิดจากการระเหยของทะเลสาบโบราณจนเหลือผืนเกลือมหาศาลสุดสายตา
จุดเด่นคือพื้นสีขาวกว้างใหญ่และภาพถ่ายมุมมองลวงตา จากนั้นแวะ Cementerio de Trenes หรือสุสานรถไฟ ซึ่งเป็นซากรถไฟจากยุครุ่งเรืองการขนส่งแร่ของโบลิเวีย
**พัก: อูยูนี**
วันที่ 12: ทะเลทรายดาลี – Árbol de Piedra – Laguna Colorada – Laguna Verde
เดินทางท่องพื้นที่ธรรมชาติทางตอนใต้ของโบลิเวีย ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างยาวเกือบทั้งวัน ราว 6–10 ชั่วโมงรวมแวะจุดต่างๆ
ชม Desierto de Dalí ทะเลทรายที่ภูมิประเทศดูเหนือจริงคล้ายภาพวาดของศิลปินซัลบาดอร์ ดาลี
แวะ Árbol de Piedra หรือ “ต้นไม้หิน” หินรูปทรงประหลาดที่เกิดจากแรงลมกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน
ต่อด้วย Laguna Colorada ทะเลสาบสีแดงที่เกิดจากแร่ธาตุและสาหร่าย เป็นแหล่งอาศัยของนกฟลามิงโก
และ Laguna Verde ทะเลสาบสีเขียวใกล้แนวภูเขาไฟ ซึ่งสีของน้ำเกิดจากองค์ประกอบแร่ในธรรมชาติ
**พัก: บริเวณเส้นทางอูยูนี / ใกล้พรมแดน**
วันที่ 13: ข้ามพรมแดนสู่ San Pedro de Atacama, ชิลี
เดินทางข้ามพรมแดนจากโบลิเวียสู่ชิลี ใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมงรวมขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
San Pedro de Atacama เป็นเมืองโอเอซิสกลางทะเลทรายอะตากามา หนึ่งในพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในโลก แต่มีภูมิทัศน์โดดเด่นทั้งทะเลทราย ภูเขาไฟ และท้องฟ้าใส
ช่วงค่ำร่วม Stargazing Tour เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในจุดดูดาวที่ดีที่สุดในโลก จากท้องฟ้ามืดสนิทและมลภาวะแสงต่ำมาก
**พัก: San Pedro de Atacama**
วันที่ 14: San Pedro de Atacama – Calama – ริโอเดจาเนโร, บราซิล
เดินทางจาก San Pedro de Atacama ไปสนามบิน Calama ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมงทางรถ
จากนั้นบินไปริโอเดจาเนโร โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ซานติอาโก ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 8–12 ชั่วโมง
ริโอเดจาเนโรเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของบราซิล มีชื่อเสียงด้านชายหาด ดนตรี และวัฒนธรรมเมืองชายทะเล
หากมีเวลา สามารถเดินเล่นย่าน Ipanema หรือ Copacabana ซึ่งเป็นชายหาดระดับตำนานของเมือง
**พัก: ริโอเดจาเนโร**
วันที่ 15: ริโอเดจาเนโร – Christ the Redeemer – Sugarloaf – เซาเปาโล
เที่ยว Corcovado เพื่อชม Christ the Redeemer รูปปั้นพระเยซูคริสต์ผู้ไถ่ สัญลักษณ์สำคัญของบราซิล และหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
จากนั้นแวะ Copacabana และ Ipanema ชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของริโอ สะท้อนเสน่ห์ชีวิตเมืองริมทะเล
ช่วงเย็นขึ้น Sugarloaf Mountain จุดชมวิวพาโนรามาเหนืออ่าวกวานาบารา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิวคลาสสิกที่สุดของบราซิล
หลังเที่ยว บินกลับเซาเปาโล ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
**พัก: เซาเปาโล / บนเครื่องบิน**
วันที่ 16: เซาเปาโล – กรุงเทพฯ
ออกเดินทางจากเซาเปาโลกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน Qatar Airways แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 20–24 ชั่วโมง
สิ้นสุดการเดินทางทวีปอเมริกาใต้ ครบทั้งธรรมชาติระดับโลก มรดกอารยธรรมอินคา เมืองหลวงบนที่สูง และแลนด์มาร์กสำคัญของบราซิล
**พัก: บนเครื่องบิน**