วันที่ 1: อิสลามาบัด
เดินทางถึงเมืองหลวงของปากีสถาน จุดเริ่มต้นสู่การท่องเที่ยวตอนเหนือ
วันที่ 2: อิสลามาบัด – กิลกิต – ฮุนซา
เดินทางขึ้นเหนือ แวะชมวิวภูเขา Rakaposhi และเมืองกิลกิต ก่อนเข้าพักที่ฮุนซา
วันที่ 3: ฮุนซา – ฮอปเปอร์/นาการ์ – ฮุสไซนี – พาสสุ
ชมวิว Lady Finger, ป้อม Altit และ Baltit, หุบเขา Hopper/Nagar และสะพาน Hussaini ก่อนพักที่พาสสุ
วันที่ 4: พาสสุ – อัตตาบัด – ฮุนซา
ชมธารน้ำแข็ง Passu/Batura และทะเลสาบ Attabad สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ก่อนกลับพักฮุนซา
วันที่ 5: ฮุนซา – สกาดุ – ชิการ์
เดินทางกลับสกาดุ แวะชมทะเลสาบ Kachura แล้วเข้าพักที่ชิการ์
วันที่ 6: ชิการ์ – ซาฟรารังกา – คัปปู
เที่ยวทะเลทรายซาฟรารังกา ชมหมู่บ้าน Khaplu และ Khaplu Fort ก่อนพักที่คัปปู
วันที่ 7: คัปปู – Kharmang – Manthokha – สกาดุ
เดินทางสู่หุบเขา Kharmang ชมน้ำตก Manthokha และกลับพักสกาดุ
วันที่ 8: สกาดุ
ชมทะเลทราย Katpana และหุบเขา Chunda ที่โดดเด่นด้วยวิวธรรมชาติและใบไม้เปลี่ยนสี
– วันที่ 9: สกาดุ – อิสลามาบัด
บินกลับอิสลามาบัด แวะชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลาและมัสยิด Faisal
วันที่ 10: อิสลามาบัด – ละฮอร์
เดินทางสู่ละฮอร์ เมืองวัฒนธรรมสำคัญ และชมพิธีปิดด่านพรมแดนปากีสถาน–อินเดีย
วันที่ 11: ละฮอร์ – กรุงเทพฯ
เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
ค่าทริป
ราคานี้รวม
ราคานี้ไม่รวม
จองทริป/สอบถาม
วันที่ 1: อิสลามาบัด
เดินทางถึงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับการเดินทางสู่ภูมิภาคตอนเหนือของประเทศ ช่วงนี้เหมาะสำหรับพักผ่อน ปรับตัว และเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเส้นทางภูเขา
ที่พัก: อิสลามาบัด
วันที่ 2: อิสลามาบัด – กิลกิต – ราคาร์โปชิ – ฮุนซา
เดินทางสู่ฮุนซา โดยใช้เวลาเดินทางรวมค่อนข้างยาวประมาณ 12–14 ชั่วโมงทางถนน ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางและจุดแวะ ระหว่างทางแวะชมภูเขาราคาโปชิ (Rakaposhi) ยอดเขาสูง 7,788 เมตร หนึ่งในยอดเขาเด่นของเทือกเขาคาราโครัม มีชื่อเสียงจากรูปทรงสง่างามคล้ายปิรามิด และเป็นภูเขาที่มองเห็นได้ชัดจากถนนสายคาราโครัม จากนั้นผ่านกิลกิต เมืองประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหมโบราณ ซึ่งเคยเป็นจุดพักของพ่อค้าและคาราวานที่เดินทางผ่านเอเชียกลาง
ที่พัก: ฮุนซา
วันที่ 3: ฮุนซา – Altit – Baltit – Hopper/Nagar – Hussaini – พาสสุ
เริ่มเที่ยวในเขตหุบเขาฮุนซา ชมวิว Lady Finger ยอดเขาทรงแหลมโดดเด่นที่มีรูปร่างคล้ายนิ้วมือ และเป็นหนึ่งในภาพจำของฮุนซา แวะป้อม Altit Fort ป้อมเก่าแก่ที่มีอายุกกว่า 900 ปี เคยเป็นที่ประทับของผู้ปกครองฮุนซา จากนั้นชม Baltit Fort ป้อมปราการโบราณบนเนินเขาที่ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมทิเบตและเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐฮุนซา ต่อด้วยหุบเขา Hopper/Nagar ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องธารน้ำแข็งและวิวภูเขายิ่งใหญ่ ก่อนแวะสะพาน Hussaini สะพานแขวนชื่อดังที่ข้ามแม่น้ำฮุนซาและเป็นที่รู้จักในความหวาดเสียว จากฮุนซาไปพาสสุ ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง
ที่พัก: พาสสุ
วันที่ 4: พาสสุ – ธารน้ำแข็ง Passu/Batura – ทะเลสาบ Attabad – ฮุนซา
ชมธารน้ำแข็ง Passu และ Batura ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เห็นได้ชัดจากถนนสายคาราโครัม โดยเฉพาะบริเวณพาสสุที่มีฉากหลังเป็นยอดเขาแหลมสวยแปลกตา จากนั้นแวะทะเลสาบ Attabad ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่เกิดจากเหตุแผ่นดินถล่มครั้งใหญ่ในปี 2010 จนปิดกั้นลำน้ำและกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สวยที่สุดของกิลกิต-บัลติสถาน เดินทางกลับฮุนซา ใช้เวลารวมประมาณ 2–3 ชั่วโมง
ที่พัก: ฮุนซา
วันที่ 5: ฮุนซา – สกาดุ – ทะเลสาบ Kachura – ชิการ์
เดินทางกลับสู่เขตสกาดุ ใช้เวลาโดยรวมประมาณ 7–9 ชั่วโมง แล้วแวะชมทะเลสาบ Kachura ซึ่งประกอบด้วย Lower Kachura และ Upper Kachura ทะเลสาบน้ำใสท่ามกลางภูเขา เป็นพื้นที่พักผ่อนที่มีทิวทัศน์สงบงามและมีชื่อเสียงมานานในหมู่นักเดินทาง ก่อนเข้าพักในเขตชิการ์
ที่พัก: ชิการ์
วันที่ 6: ชิการ์ – Sarfaranga – Khaplu – Khaplu Fort
เที่ยวทะเลทรายซาฟรารังกา (Sarfaranga Desert) ทะเลทรายกลางหุบเขาที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ เป็นภูมิประเทศหายากและโดดเด่นของสกาดุ จากนั้นเดินทางต่อสู่หมู่บ้าน Khaplu ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง หมู่บ้านเก่าแก่ของชาวบัลติที่ยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้ดี แล้วเข้าชม Khaplu Fort หรือ Yambsil House ป้อมโบราณที่เคยเป็นที่ประทับของราชวงศ์ท้องถิ่น และเป็นหลักฐานสำคัญของอิทธิพลทิเบตและบัลติในภูมิภาคนี้
ที่พัก: คัปลู
วันที่ 7: คัปลู – หุบเขา Kharmang – น้ำตก Manthokha – สกาดุ
ออกเดินทางสู่หุบเขา Kharmang ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3–4 ชั่วโมง พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความเงียบสงบ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และทิวทัศน์ภูเขาที่ยังคงความบริสุทธิ์ จากนั้นแวะชมน้ำตก Manthokha น้ำตกขนาดใหญ่ที่เป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของคนท้องถิ่น เหมาะสำหรับชมบรรยากาศธรรมชาติและพักระหว่างเส้นทาง ก่อนเดินทางกลับสกาดุ
ที่พัก: สกาดุ
วันที่ 8: สกาดุ – Katpana – Chunda
เที่ยวทะเลทราย Katpana ทะเลทรายสูงที่มีชื่อเสียงมากของสกาดุ โดดเด่นด้วยเนินทรายที่รายล้อมด้วยยอดเขาหิมะ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทะเลทรายที่แปลกตาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากนั้นชมหุบเขา Chunda ซึ่งเป็นจุดชมวิวสวยของสกาดุ และในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเต็มไปด้วยเฉดสีส้ม แดง และทอง เหมาะสำหรับชมวิวเมืองและหุบเขาโดยรอบ
ที่พัก: สกาดุ
วันที่ 9: สกาดุ – อิสลามาบัด – ตักศิลา – มัสยิด Faisal
บินกลับสู่อิสลามาบัด จากนั้นเดินทางไปตักศิลา ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เพื่อชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลา ซึ่งเก็บรวบรวมโบราณวัตถุจากเมืองโบราณตักศิลา อดีตศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาและอารยธรรมคันธาระที่รุ่งเรืองมานานหลายศตวรรษ ต่อด้วยมัสยิด Faisal มัสยิดขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี และถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงอิสลามาบัด
ที่พัก: อิสลามาบัด
วันที่ 10: อิสลามาบัด – ละฮอร์ – พิธีปิดด่านพรมแดน
เดินทางสู่ละฮอร์ โดยใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมงทางถนน หรือประมาณ 1 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน ละฮอร์เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของปากีสถาน โดดเด่นด้วยมรดกสถาปัตยกรรมแบบโมกุล ศิลปะ อาหาร และบรรยากาศเมืองประวัติศาสตร์ ช่วงเย็นชมพิธีปิดด่านพรมแดน Wagah ระหว่างปากีสถานและอินเดีย ซึ่งเป็นพิธีการทางทหารที่เต็มไปด้วยสีสัน ความพร้อมเพรียง และความภาคภูมิใจของทั้งสองชาติ
ที่พัก: ละฮอร์
วันที่ 11: ละฮอร์ – กรุงเทพฯ
เดินทางกลับกรุงเทพฯ ปิดท้ายการเดินทางในปากีสถานด้วยประสบการณ์ทั้งธรรมชาติ ภูเขา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และภูมิประเทศอันยิ่งใหญ่ของเส้นทางตอนเหนือ ที่พัก: บนเครื่องบิน