ปากีสถาน ฮุนซ่า สการ์ดู ใบไม้เปลี่ยนสี
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ทะเลสาบ Attabad: ชมผืนน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์จากรอยแผลแผ่นดินถล่มที่งดงามจนสะกดทุกสายตา
  • สะพานแขวน Hussaini: ก้าวข้ามความกลัวบนสะพานเชือกที่หวาดเสียวที่สุดในโลกท่ามกลางวิวหุบเขายิ่งใหญ่
  • ทะเลทราย Sarfaranga: ปล่อยใจไปกับความมหัศจรรย์ของผืนทรายที่โอบล้อมด้วยยอดเขาหิมะขาวโพลน
  • หุบเขาฮุนซาและป้อม Baltit: ซึมซับความสงบของอารยธรรมโบราณพร้อมวิวภูเขาสวยเหมือนหลุดไปในนิทาน
  • มัสยิด Faisal: สัมผัสความยิ่งใหญ่ของมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในปากีสถานด้วยสถาปัตยกรรมที่สง่างาม
  • พิธีปิดด่านพรมแดนละฮอร์: ชมการแสดงเปลี่ยนเวรยามปากีสถานและอินเดียที่เต็มไปด้วยพลังและความภาคภูมิใจ
สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: อิสลามาบัด
เดินทางถึงเมืองหลวงของปากีสถาน จุดเริ่มต้นสู่การท่องเที่ยวตอนเหนือ

วันที่ 2: อิสลามาบัด – กิลกิต – ฮุนซา
เดินทางขึ้นเหนือ แวะชมวิวภูเขา Rakaposhi และเมืองกิลกิต ก่อนเข้าพักที่ฮุนซา

วันที่ 3: ฮุนซา – ฮอปเปอร์/นาการ์ – ฮุสไซนี – พาสสุ
ชมวิว Lady Finger, ป้อม Altit และ Baltit, หุบเขา Hopper/Nagar และสะพาน Hussaini ก่อนพักที่พาสสุ

วันที่ 4: พาสสุ – อัตตาบัด – ฮุนซา
ชมธารน้ำแข็ง Passu/Batura และทะเลสาบ Attabad สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ก่อนกลับพักฮุนซา

วันที่ 5: ฮุนซา – สกาดุ – ชิการ์
เดินทางกลับสกาดุ แวะชมทะเลสาบ Kachura แล้วเข้าพักที่ชิการ์

วันที่ 6: ชิการ์ – ซาฟรารังกา – คัปปู
เที่ยวทะเลทรายซาฟรารังกา ชมหมู่บ้าน Khaplu และ Khaplu Fort ก่อนพักที่คัปปู

วันที่ 7: คัปปู – Kharmang – Manthokha – สกาดุ
เดินทางสู่หุบเขา Kharmang ชมน้ำตก Manthokha และกลับพักสกาดุ

วันที่ 8: สกาดุ
ชมทะเลทราย Katpana และหุบเขา Chunda ที่โดดเด่นด้วยวิวธรรมชาติและใบไม้เปลี่ยนสี

– วันที่ 9: สกาดุ – อิสลามาบัด
บินกลับอิสลามาบัด แวะชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลาและมัสยิด Faisal

วันที่ 10: อิสลามาบัด – ละฮอร์
เดินทางสู่ละฮอร์ เมืองวัฒนธรรมสำคัญ และชมพิธีปิดด่านพรมแดนปากีสถาน–อินเดีย

วันที่ 11: ละฮอร์ – กรุงเทพฯ
เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ Minibus
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว (หรือดีที่สุดที่มีในเมืองนั้น)
  • อาหารทุกมื้อ มีอาหารไทยเสริม
  • วีซ่า
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • ทิป

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
โปรแกรมเต็ม

วันที่ 1: อิสลามาบัด

เดินทางถึงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับการเดินทางสู่ภูมิภาคตอนเหนือของประเทศ ช่วงนี้เหมาะสำหรับพักผ่อน ปรับตัว และเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเส้นทางภูเขา

ที่พัก: อิสลามาบัด

วันที่ 2: อิสลามาบัด – กิลกิต – ราคาร์โปชิ – ฮุนซา

เดินทางสู่ฮุนซา โดยใช้เวลาเดินทางรวมค่อนข้างยาวประมาณ 12–14 ชั่วโมงทางถนน ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางและจุดแวะ ระหว่างทางแวะชมภูเขาราคาโปชิ (Rakaposhi) ยอดเขาสูง 7,788 เมตร หนึ่งในยอดเขาเด่นของเทือกเขาคาราโครัม มีชื่อเสียงจากรูปทรงสง่างามคล้ายปิรามิด และเป็นภูเขาที่มองเห็นได้ชัดจากถนนสายคาราโครัม จากนั้นผ่านกิลกิต เมืองประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหมโบราณ ซึ่งเคยเป็นจุดพักของพ่อค้าและคาราวานที่เดินทางผ่านเอเชียกลาง

ที่พัก: ฮุนซา

วันที่ 3: ฮุนซา – Altit – Baltit – Hopper/Nagar – Hussaini – พาสสุ

เริ่มเที่ยวในเขตหุบเขาฮุนซา ชมวิว Lady Finger ยอดเขาทรงแหลมโดดเด่นที่มีรูปร่างคล้ายนิ้วมือ และเป็นหนึ่งในภาพจำของฮุนซา แวะป้อม Altit Fort ป้อมเก่าแก่ที่มีอายุกกว่า 900 ปี เคยเป็นที่ประทับของผู้ปกครองฮุนซา จากนั้นชม Baltit Fort ป้อมปราการโบราณบนเนินเขาที่ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมทิเบตและเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐฮุนซา ต่อด้วยหุบเขา Hopper/Nagar ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องธารน้ำแข็งและวิวภูเขายิ่งใหญ่ ก่อนแวะสะพาน Hussaini สะพานแขวนชื่อดังที่ข้ามแม่น้ำฮุนซาและเป็นที่รู้จักในความหวาดเสียว จากฮุนซาไปพาสสุ ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง

ที่พัก: พาสสุ

วันที่ 4: พาสสุ – ธารน้ำแข็ง Passu/Batura – ทะเลสาบ Attabad – ฮุนซา

ชมธารน้ำแข็ง Passu และ Batura ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เห็นได้ชัดจากถนนสายคาราโครัม โดยเฉพาะบริเวณพาสสุที่มีฉากหลังเป็นยอดเขาแหลมสวยแปลกตา จากนั้นแวะทะเลสาบ Attabad ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่เกิดจากเหตุแผ่นดินถล่มครั้งใหญ่ในปี 2010 จนปิดกั้นลำน้ำและกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สวยที่สุดของกิลกิต-บัลติสถาน เดินทางกลับฮุนซา ใช้เวลารวมประมาณ 2–3 ชั่วโมง

ที่พัก: ฮุนซา

วันที่ 5: ฮุนซา – สกาดุ – ทะเลสาบ Kachura – ชิการ์

เดินทางกลับสู่เขตสกาดุ ใช้เวลาโดยรวมประมาณ 7–9 ชั่วโมง แล้วแวะชมทะเลสาบ Kachura ซึ่งประกอบด้วย Lower Kachura และ Upper Kachura ทะเลสาบน้ำใสท่ามกลางภูเขา เป็นพื้นที่พักผ่อนที่มีทิวทัศน์สงบงามและมีชื่อเสียงมานานในหมู่นักเดินทาง ก่อนเข้าพักในเขตชิการ์

ที่พัก: ชิการ์

วันที่ 6: ชิการ์ – Sarfaranga – Khaplu – Khaplu Fort

เที่ยวทะเลทรายซาฟรารังกา (Sarfaranga Desert) ทะเลทรายกลางหุบเขาที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ เป็นภูมิประเทศหายากและโดดเด่นของสกาดุ จากนั้นเดินทางต่อสู่หมู่บ้าน Khaplu ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง หมู่บ้านเก่าแก่ของชาวบัลติที่ยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้ดี แล้วเข้าชม Khaplu Fort หรือ Yambsil House ป้อมโบราณที่เคยเป็นที่ประทับของราชวงศ์ท้องถิ่น และเป็นหลักฐานสำคัญของอิทธิพลทิเบตและบัลติในภูมิภาคนี้

ที่พัก: คัปลู

วันที่ 7: คัปลู – หุบเขา Kharmang – น้ำตก Manthokha – สกาดุ

ออกเดินทางสู่หุบเขา Kharmang ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3–4 ชั่วโมง พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความเงียบสงบ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และทิวทัศน์ภูเขาที่ยังคงความบริสุทธิ์ จากนั้นแวะชมน้ำตก Manthokha น้ำตกขนาดใหญ่ที่เป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของคนท้องถิ่น เหมาะสำหรับชมบรรยากาศธรรมชาติและพักระหว่างเส้นทาง ก่อนเดินทางกลับสกาดุ

ที่พัก: สกาดุ

วันที่ 8: สกาดุ – Katpana – Chunda

เที่ยวทะเลทราย Katpana ทะเลทรายสูงที่มีชื่อเสียงมากของสกาดุ โดดเด่นด้วยเนินทรายที่รายล้อมด้วยยอดเขาหิมะ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทะเลทรายที่แปลกตาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากนั้นชมหุบเขา Chunda ซึ่งเป็นจุดชมวิวสวยของสกาดุ และในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเต็มไปด้วยเฉดสีส้ม แดง และทอง เหมาะสำหรับชมวิวเมืองและหุบเขาโดยรอบ

ที่พัก: สกาดุ

วันที่ 9: สกาดุ – อิสลามาบัด – ตักศิลา – มัสยิด Faisal

บินกลับสู่อิสลามาบัด จากนั้นเดินทางไปตักศิลา ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง เพื่อชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลา ซึ่งเก็บรวบรวมโบราณวัตถุจากเมืองโบราณตักศิลา อดีตศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาและอารยธรรมคันธาระที่รุ่งเรืองมานานหลายศตวรรษ ต่อด้วยมัสยิด Faisal มัสยิดขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี และถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงอิสลามาบัด

ที่พัก: อิสลามาบัด

วันที่ 10: อิสลามาบัด – ละฮอร์ – พิธีปิดด่านพรมแดน

เดินทางสู่ละฮอร์ โดยใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมงทางถนน หรือประมาณ 1 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน ละฮอร์เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของปากีสถาน โดดเด่นด้วยมรดกสถาปัตยกรรมแบบโมกุล ศิลปะ อาหาร และบรรยากาศเมืองประวัติศาสตร์ ช่วงเย็นชมพิธีปิดด่านพรมแดน Wagah ระหว่างปากีสถานและอินเดีย ซึ่งเป็นพิธีการทางทหารที่เต็มไปด้วยสีสัน ความพร้อมเพรียง และความภาคภูมิใจของทั้งสองชาติ

ที่พัก: ละฮอร์

วันที่ 11: ละฮอร์ – กรุงเทพฯ

เดินทางกลับกรุงเทพฯ ปิดท้ายการเดินทางในปากีสถานด้วยประสบการณ์ทั้งธรรมชาติ ภูเขา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และภูมิประเทศอันยิ่งใหญ่ของเส้นทางตอนเหนือ ที่พัก: บนเครื่องบิน

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม