เขาไกรลาส จุดหมายแห่งศรัทธา (11 วัน มีเทรครอบเขา)
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • บินข้ามเทือกเขาหิมะสู่ลาซา เมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,600 เมตร แค่ก้าวแรกก็รู้สึกได้ว่าโลกใบนี้ต่างออกไป
  • ยืนตรงหน้าพระราชวังโปตาลา สัมผัสความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีภาพถ่ายไหนถ่ายทอดได้ครบ แล้วเดินทักษิณาวัตรที่ถนนแปดเหลี่ยมท่ามกลางชาวทิเบตที่หมุนกงล้อสวดมนต์ไปตลอดทาง
  • ทะเลสาบยัมดร็อก สีเทอร์ควอยซ์ที่ตัดกับยอดหิมะ — หนึ่งในวิวที่สวยที่สุดที่เคยเห็นมาในชีวิต
  • ธารน้ำแข็งกาโรลาและเจดีย์คุมบุมที่ชิกาเซ่ สองสิ่งที่อยู่ห่างกันแค่ไม่กี่กิโลเมตร แต่ทำให้หัวใจหยุดนิ่งได้พร้อมกัน
  • วัดตาชิหลุนโปและวัดซากยา บทเรียนประวัติศาสตร์ทิเบตที่ไม่มีในหนังสือเรียนเล่มไหน
  • Everest Base Camp — ยืนอยู่ตรงนั้น มองยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกแบบพาโนรามา ความรู้สึกมันเกินคำบรรยาย
  • ทะเลสาบมานาสโรวาร์ ทะเลสาบน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก นั่งเงียบๆ ริมน้ำแล้วรู้สึกว่าจิตใจมันล้างสะอาดจริงๆ
  • เดินเท้า 3 วันรอบเขาไกรลาส (Kora) ข้ามช่องเขาดอลมา-ลา ทดสอบทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ทุกก้าวคือประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม
  • อาณาจักรกู่เก้อ นครถ้ำสีทองกลางหุบเขาดิน ดินแดนที่เคยรุ่งเรืองแล้วหายไป รู้สึกเหมือนได้ค้นพบความลับที่โลกลืมไปแล้ว

การเดินทาง

  • เราจะเดินทางด้วยรถ SUV หรือ รถ Minibus (ขึ้นกับจำนวนสมาชิกทริป)
  • โรงแรมระหว่างทาง(เมืองใหญ่จะเป็น 4 ดาว) และบินเส้นทางเทรค จะเป็นแค่โรงเตี้ยมเล็กๆ พอให้ซุกหัวนอน)
  • สายการบิน เราจะเดินทางโดย สายการบิน China Eastern Airlines บินไปยังเมืองลาซา โดยมีการเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ทั้งไปและกลับ และมีบินภายใน จากอารี-ลาซา 1 ขา

    การเดินเทรค
    การเดินเทรคเส้นทางในทิเบตจากลาซาสู่ไกรลาสและอาณาจักรกู่เก้อเป็นการผจญภัยที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการเดินเทรคในระดับความสูงสูงเช่นนี้ จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวทั้งร่างกายและอุปกรณ์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากได้

    1. การเตรียมร่างกาย
    การฝึกฝน:
    ฝึกเดินในที่สูง: ควรฝึกเดินในภูเขาหรือที่สูงเพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับการขาดออกซิเจนและการเดินในเส้นทางที่สูงชัน. หากไม่สามารถฝึกในที่สูงได้ การเดินขึ้นบันไดหรือเดินในเส้นทางที่มีความชันก็เป็นการเตรียมตัวที่ดี.
    การฝึกความแข็งแรง: ฝึกการเดินเป็นระยะเวลานาน ๆ และการยกน้ำหนักเพื่อสร้างความแข็งแรงของขาและกล้ามเนื้อแกนกลาง.
    ฝึกการหายใจ: การฝึกหายใจลึก ๆ และการฝึกหายใจอย่างมีสติจะช่วยให้สามารถรับมือกับความสูงได้ดีขึ้น.

    การปรับสภาพร่างกาย:

  • การเดินในระดับความสูงสูง ๆ เช่นในทิเบตอาจทำให้เกิดอาการ AMS (Acute Mountain Sickness) หรือการเจ็บป่วยจากการขาดออกซิเจน, ควรให้เวลาในการปรับตัวที่เมืองลาซาก่อนเริ่มเดินทางจริง. ควรเดินเล่นหรือออกกำลังกายในพื้นที่ระดับสูงเพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น.

    2. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
    การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการเดินเทรคเส้นทางนี้ เพราะอุปกรณ์ที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถเดินได้สะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีลมแรง

    อุปกรณ์เสื้อผ้า

  • เสื้อผ้าชั้นใน (Base Layer):
  • เสื้อผ้ากันเหงื่อ (เช่น
  • เสื้อผ้าสังเคราะห์หรือผ้า Merino wool): ควรเลือก
    • เสื้อผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดีเพื่อไม่ให้ร่างกายเย็น.
      กางเกงชั้นในที่ระบายเหงื่อ: เลือกกางเกงที่ทำจากวัสดุที่แห้งเร็ว เช่น ผ้า Merino wool หรือเส้นใยสังเคราะห์.
      เสื้อผ้าระดับกลาง (Mid Layer):
      เสื้อกันหนาว (Fleece หรือ Down): เสื้อที่สามารถให้ความอบอุ่นและยังคงระบายความชื้นได้ดี.
      กางเกงกันหนาว: เลือกกางเกงที่สามารถป้องกันความหนาวเย็นจากลมและหิมะได้.
      เสื้อผ้าชั้นนอก (Outer Layer):
      แจ็คเก็ตกันลมและกันฝน (Waterproof & Windproof Jacket): ควรมีเสื้อกันลมที่สามารถป้องกันความหนาวเย็นและฝนได้.
      กางเกงกันน้ำ: ควรเลือกกางเกงที่สามารถกันน้ำได้และทนต่อการเดินในพื้นที่ที่มีความชื้น.
      ถุงมือ:
      ถุงมือกันหนาว: ควรมีถุงมือที่ทนต่อความหนาวเย็น และเลือกถุงมือที่เหมาะสำหรับการเดินในพื้นที่สูง
      ถุงมือกันน้ำ: ใช้เมื่อจำเป็นเมื่อเดินผ่านพื้นที่ที่มีหิมะหรือฝนตก
      หมวก:
      หมวกปีกกว้าง: สำหรับป้องกันแสงแดดในตอนกลางวัน.
      หมวกกันหนาว: ควรมีหมวกที่สามารถป้องกันความหนาวในตอนเช้าหรือเย็น.
      รองเท้าเดินป่า (Trekking Boots):
      ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินในภูเขาและสามารถรับมือกับสภาพถนนที่ไม่เรียบได้. ควรเลือกแบบที่กันน้ำ, มีการยึดเกาะที่ดี และรองรับแรงกระแทกได้ดี.

อุปกรณ์สำหรับการเดินทาง

  • เป้เดินป่า (Backpack):
    ควรเลือกเป้ที่มีขนาดพอเหมาะสำหรับการเดินในระยะยาว โดยมีช่องเก็บของและระบบระบายอากาศเพื่อให้สะดวกในการเดิน.
    เป้สำรอง: สำหรับการเดินในเส้นทาง Kora ควรเตรียมเป้เล็กสำหรับใส่สิ่งของจำเป็นระหว่างเดิน.
  • กระติกน้ำและระบบกรองน้ำ:
    กระติกน้ำที่สามารถเก็บน้ำได้เพียงพอสำหรับการเดินหลายชั่วโมง.

อุปกรณ์การปฐมพยาบาล:

  • ยาประจำตัว (หากมี)
  • ยาแก้ปวด, ยาสำหรับการปรับสภาพร่างกายที่สูง เช่น Diamox (ใช้ป้องกัน AMS)
  • พลาสเตอร์, ผ้าพันแผล, ยาฆ่าเชื้อ, และอุปกรณ์อื่น ๆ ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น.
  • ไฟฉาย/headlamp:
    ไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่สำรองเพื่อใช้ในยามค่ำคืน
  • เครื่องมือสื่อสาร:
    โทรศัพท์มือถือ (ถ้ามีสัญญาณ) หรือเครื่องวิทยุที่สามารถติดต่อกับทีมได้ในกรณีฉุกเฉิน.
    อุปกรณ์เพิ่มเติม:
  • แว่นกันแดด (ระดับ UV สูง)
  • ครีมกันแดดและลิปบาล์ม (ป้องกันการไหม้จากแดดที่ระดับสูง)
  • ชุดอุปกรณ์ถ่ายภาพ (หากต้องการบันทึกทริป)

    3. การปฏิบัติในพื้นที่สูง (การดูแลตัวเอง)

  • การปรับตัว: ให้เวลากับการปรับสภาพร่างกายที่ลาซาเพื่อให้สามารถรับมือกับการเดินในพื้นที่สูงได้.
    การพักผ่อน: หยุดพักให้บ่อยๆ ในระหว่างการเดิน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและปรับตัว.
    การดื่มน้ำและรับประทานอาหาร: ควรดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

    4. เคล็ดลับในการเดินรอบเขาไกรลาส
    การเดินในระดับสูง: ระดับความสูงในเส้นทาง Kora สูงถึง 5,636 เมตร การเดินในเส้นทางนี้ต้องใช้พละกำลังและศรัทธา ควรเดินอย่างช้า ๆ และไม่เร่งรีบ.
    การข้ามช่องเขาดอลมา-ลา: นี่เป็นจุดที่สูงที่สุดในเส้นทาง Kora และถือเป็นการทดสอบศรัทธาและความแข็งแกร่ง. ควรตั้งใจและมีกำลังใจดี

สรุปแผนเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา
บินสู่ลาซา แวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง พักผ่อนปรับสภาพร่างกายเพื่อเตรียมตัวบนที่สูง

วันที่ 2: ลาซา
เที่ยวชมพระราชวังโปตาลา สักการะวัดโจคัง และเดินถนนแปดเหลี่ยมใจกลางเมืองเก่าทิเบต

วันที่ 3: ลาซา – ชิกาเซ่
ชมทะเลสาบยัมดร็อก ธารน้ำแข็งกาโรลา และแวะวัดไปจู่พร้อมเจดีย์คุมบุมอันโดดเด่น

วันที่ 4: ชิกาเซ่ – ทิงริ
เยี่ยมชมวัดตาชิหลุนโปและวัดซากยา ก่อนเดินทางสู่ทิงริ ประตูสู่เอเวอเรสต์

วันที่ 5: ทิงริ – Everest Base Camp – ซากา
ชมวิวเอเวอเรสต์แบบพาโนรามาที่ EBC และวัดรองบุก ก่อนเดินทางต่อผ่านทะเลสาบเปกูสู่ซากา

วันที่ 6: ซากา – ดาร์เชน
เดินทางสู่ดาร์เชน จุดเริ่มต้นรอบเขาไกรลาส พร้อมแวะทะเลสาบมานาสโรวาร์และกงจูโช

วันที่ 7: ดาร์เชน – วัดเดียปุก
เริ่ม Trekking Kora วันแรก เดินเส้นทางทิศตะวันตก และพักที่วัดเดียปุกพร้อมวิวไกรลาสด้านเหนือ

วันที่ 8: วัดเดียปุก – ซุลท์ริปุก
เดินข้ามดอลมา-ลา จุดสูงสุดของเส้นทาง ท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขาหิมะอันยิ่งใหญ่

วันที่ 9: ซุลท์ริปุก – ดาร์เชน
เดินช่วงสุดท้ายของ Kora กลับสู่ดาร์เชน และพักผ่อนหลังจบภารกิจแสวงบุญรอบเขาไกรลาส

วันที่ 10: ดาร์เชน – กู่เก้อ – อาลี
สำรวจวัดโทหลิงและซากอาณาจักรกู่เก้อ ก่อนเดินทางต่อสู่เมืองอาลี

วันที่ 11: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ
บินออกจากอาลีกลับลาซาและต่อเครื่องสู่กรุงเทพฯ ปิดท้ายการเดินทางสุดประทับใจ

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • รถ SUV หรือ minibus ตามจำนวนผู้ร่วมเดินทาง
  • ค่าน้ำมัน ที่จอด และทางด่วนทั้งหมด
  • โรงแรมที่พักระดับ 3-4 ดาว ในเมือง และที่พักสไตล์โรงเตี้ยม ระหว่างเดินเทร 2 คืน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
  • ค่าใบอนุญาติพิเศษ
  • ไกด์นำทางชาวธิเบต
  • จามรีแบกของส่วนกลาง
  • ประกันการเดินทาง

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ลูกหาบ และม้า
  • Oxygen กระป๋อง
  • ค่าวีซ่า

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Day 1: กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ลาซา

เดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ แวะเปลี่ยนเครื่องที่คุนหมิง ก่อนถึงลาซา เมืองหลวงแห่งทิเบตที่ตั้งอยู่สูงราว 3,656 เมตร ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 6–9 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับไฟลท์ วันนี้เหมาะสำหรับพักผ่อนและปรับสภาพร่างกายให้คุ้นกับระดับความสูง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางบนที่ราบสูงทิเบต

ที่พัก: ลาซา

Day 2: ลาซา

เที่ยวชม พระราชวังโปตาลา สัญลักษณ์สำคัญของทิเบต อดีตเคยเป็นทั้งพระราชวังและศูนย์กลางการปกครองขององค์ดาไลลามะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบนเนินเขาแดง จากนั้นสักการะพระพุทธรูปโจโวอันศักดิ์สิทธิ์ที่วัดโจคัง ซึ่งถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดของชาวทิเบต แล้วเดินชมถนนแปดเหลี่ยม Barkhor เส้นทางแสวงบุญเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศศรัทธา

ที่พัก: ลาซา

Day 3: ลาซา – ทะเลสาบยัมดร็อก – ธารน้ำแข็งกาโรลา – วัดไปจู่ – ชิกาเซ่

เดินทางจากลาซาสู่ชิกาเซ่ ระยะทางประมาณ 350–380 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–9 ชั่วโมง ระหว่างทางแวะชมทะเลสาบยัมดร็อก หนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต น้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์งดงาม เชื่อกันว่าเป็นทะเลสาบแห่งพลังชีวิตของชาวทิเบต ต่อด้วยธารน้ำแข็งกาโรลา ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลตัวลงมาใกล้ถนนอย่างน่าตื่นตา แล้วแวะวัดไปจู่ ชมเจดีย์คุมบุมอันมีชื่อเสียง ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านศิลปะพุทธแบบทิเบตผสมเนปาลและจีน

ที่พัก: ชิกาเซ่

Day 4: ชิกาเซ่ – วัดตาชิหลุนโป – วัดซากยา – ทิงริ

ออกเดินทางสู่ทิงริ ระยะทางประมาณ 300–350 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมง เริ่มจากชมวัดตาชิหลุนโป อารามหลวงสำคัญ and เป็นที่ประทับของปันเชนลามะ มีประวัติยาวนานตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 จากนั้นแวะวัดซากยา อารามเก่าแก่ที่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจทางศาสนาและการเมืองของทิเบต โดดเด่นด้วยคัมภีร์โบราณจำนวนมาก ก่อนเดินทางต่อสู่ทิงริ เมืองหน้าด่านสู่เอเวอเรสต์

ที่พัก: ทิงริ

Day 5: ทิงริ – Everest Base Camp – วัดรองบุก – ทะเลสาบเปกู – ซากา

เดินทางไกลประมาณ 450–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 9–11 ชั่วโมง ช่วงเช้าเข้าสู่เขต Everest Base Camp จุดชมยอดเขาเอเวอเรสต์ที่สูงที่สุดในโลกอย่างใกล้ชิดแบบพาโนรามา พร้อมแวะวัดรองบุก วัดที่อยู่ใกล้เอเวอเรสต์มากที่สุด และมีตำนานผูกพันกับนักบวชผู้แสวงธรรมกลางหุบเขาสูง จากนั้นเดินทางผ่านทะเลสาบเปกู และชมวิวเทือกเขารวมถึงยอดชิชาปังมา หนึ่งในยอดเขาสูงกว่า 8,000 เมตร ก่อนถึงเมืองซากา

ที่พัก: ซากา

Day 6: ซากา – ทะเลสาบมานาสโรวาร์ – กงจูโช – ดาร์เชน

เดินทางประมาณ 480–500 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง มุ่งหน้าสู่ดาร์เชน เมืองตั้งต้นของการแสวงบุญรอบเขาไกรลาส ระหว่างทางแวะทะเลสาบมานาสโรวาร์ ทะเลสาบน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฮินดู พุทธ เชน และบอนต่างยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางแห่งความบริสุทธิ์ เชื่อกันว่าการได้มาถึงหรือชำระร่างกายที่นี่คือบุญสูงสุด จากนั้นชมทะเลสาบกงจูโช ท่ามกลางภูมิประเทศอันเวิ้งว้างและสงบลึกซึ้ง

ที่พัก: ดาร์เชน

Day 7: ดาร์เชน – Trekking Kora Day 1 – วัดเดียปุก

เริ่มต้นเดินเท้ารอบเขาไกรลาสวันแรก ระยะเดินประมาณ 18–20 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6–8 ชั่วโมง เส้นทางค่อยๆ ไต่ผ่านหุบเขาด้านตะวันตกสู่วัดเดียปุก จุดสำคัญที่สามารถมองเห็นเขาไกรลาสด้านเหนือได้อย่างชัดเจนที่สุด เขาไกรลาสได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางจักรวาลตามคติของหลายศาสนา การเดิน Kora จึงไม่ใช่เพียงการเดินเขา แต่คือการแสวงบุญชำระจิตใจ

ที่พัก: วัดเดียปุก / เกสต์เฮาส์อย่างง่าย

Day 8: วัดเดียปุก – ดอลมา-ลา – ซุลท์ริปุก

วันนี้เป็นช่วงที่หนักที่สุดของการเดิน Kora ระยะประมาณ 20–22 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง ต้องข้ามช่องเขาดอลมา-ลาซึ่งสูงราว 5,630 เมตร ชาวแสวงบุญเชื่อว่าการข้ามจุดนี้เปรียบเสมือนการละทิ้งบาปและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ระหว่างทางจะได้เห็นทิวทัศน์ภูเขาหิมะ ธงมนต์ และภูมิประเทศสูงชันอันยิ่งใหญ่ ก่อนลงสู่ที่พักบริเวณซุลท์ริปุก

ที่พัก: ซุลท์ริปุก / เกสต์เฮาส์อย่างง่าย

Day 9: ซุลท์ริปุก – ดาร์เชน

เดินเท้าช่วงสุดท้ายของการแสวงบุญ ระยะประมาณ 10–14 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3–5 ชั่วโมง เส้นทางวันนี้ค่อนข้างง่ายกว่า เดินผ่านลำธารและที่ราบก่อนกลับถึงดาร์เชน เป็นวันแห่งความสำเร็จของการพิชิตเส้นทาง Kora รอบเขาไกรลาสครบสมบูรณ์ ซึ่งตามความเชื่อถือว่าเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่และเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายลึกซึ้งที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

ที่พัก: ดาร์เชน

Day 10: ดาร์เชน – กู่เก้อ – วัดโทหลิง – อาลี

เดินทางประมาณ 250–300 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6–8 ชั่วโมง เพื่อสำรวจดินแดนอันลึกลับของอาณาจักรกู่เก้อ อาณาจักรโบราณที่รุ่งเรืองหลังยุคจักรวรรดิทิเบตและมีชื่อเสียงด้านศิลปกรรมพุทธแบบผสมผสาน อินเดีย เนปาล และทิเบต ชมวัดโทหลิง ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาสำคัญในแถบตะวันตกของทิเบต และซากเมืองกู่เก้อ เมืองถ้ำกลางหุบเขาดินสีทองที่ยังคงบรรยากาศแห่งอารยธรรมที่สูญหาย

ที่พัก: อาลี

Day 11: อาลี – ลาซา – กรุงเทพฯ

เดินทางสู่สนามบิน Gunsa Airport เพื่อบินกลับลาซา แล้วต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 7–10 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับตารางบิน ปิดท้ายการเดินทางสู่ดินแดนหลังคาโลก พร้อมความประทับใจจากลาซา เอเวอเรสต์ เขาไกรลาส และอารยธรรมโบราณแห่งตะวันตกของทิเบต

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม