เกาะโซโคตรา ไปดูต้นเลือดมังกร
ไฮไลท์และรูปแบบทริป
  • ป่าต้นเลือดมังกร (Dixam Plateau): เดินทอดน่องกลางป่าดึกดำบรรพ์ ชมต้นไม้รูปทรงประหลาดเหมือนหลุดไปในโลกเอเลี่ยน
  • ทะเลสาบ Detwah Lagoon: ปล่อยใจไปกับผืนน้ำตื้นสีฟ้าใส แวะทักทายมนุษย์ถ้ำและเรียนรู้วิถีชีวิตชาวเกาะแบบดั้งเดิม
  • เนินทรายยักษ์ Arher Beach: ตื่นตากับภูเขาทรายสีขาวสูงเสียดฟ้าที่ไหลลงมาบรรจบกับน้ำทะเลสีครามแบบไร้รอยต่อ
  • โอเอซิส Kelissan Pools: แหวกว่ายชำระล้างจิตใจในสระน้ำจืดสีเขียวมรกตที่ซ่อนตัวอย่างสงบกลางหุบเขาหินปูน
  • โลกใต้ทะเล Dihamri: ดำน้ำตื้นทักทายฝูงปลาและปะการังที่ยังคงความสมบูรณ์แบบสุดๆ ในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ
  • จุดชมวิว Homhil: นั่งทอดอารมณ์ริมสระน้ำธรรมชาติ พร้อมชมความแปลกตาของต้นไม้รูปทรงขวดที่มีแค่บนเกาะนี้
สรุปแผนเดินทาง

Day 1: กรุงเทพฯ – อาบูดาบี
บินจากสุวรรณภูมิสู่ Abu Dhabi โดย Etihad Airways และพักค้างคืนเตรียมเดินทางต่อ

Day 2: อาบูดาบี – เกาะโซโคตรา (Ayhaft Canyon)
บินเข้าเกาะโซโคตรา เที่ยว Ayhaft Canyon หุบเขาเขียวชอุ่ม แหล่งดูนกสำคัญ

Day 3: Shouab Beach – Detwah Lagoon – Ellai Cave
ล่องเรือไป Shouab Beach ชม Detwah Lagoon เยือน Ellai Cave และพักแคมป์ใกล้ธรรมชาติ

Day 4: Dixam Plateau – Firmihin Forest
ชมป่าต้นเลือดมังกรที่ Dixam Plateau แวะ Shebahon Viewpoint และเดินป่าใน Firmihin Forest

Day 5: South Island – Dagub Cave – Aomak Beach
สำรวจ Dagub Cave เดินเล่น Aomak Beach ชมเนินทราย Zahek & Hayf และแวะ Wadi Difarhu

Day 6: Dihamri – Homhil
ดำน้ำตื้นที่ Dihamri Marine Protected Area และเที่ยว Homhil ชม Bottle Trees กับสระน้ำธรรมชาติ

Day 7: Kelissan Pools – Hadibo
เล่นน้ำที่ Kelissan Pools ตอนบ่ายกลับเข้าเมือง Hadibo เดินเล่นชมบรรยากาศเมือง

Day 8: Hoq Cave – Arher Beach
เทรคกิ้งเข้าถ้ำ Hoq Cave และชมเนินทรายยักษ์ริมทะเลที่ Arher Beach

Day 9: โซโคตรา – อาบูดาบี – กรุงเทพฯ
บินออกจากโซโคตรากลับ Abu Dhabi และต่อเครื่อง Etihad Airways กลับไทย

Day 10: กรุงเทพฯ
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ เวลา 07.10 น.

การจองทริป​

💵ค่าทริป

  • สอบถามทีมงาน

✅ ราคานี้รวม

  • ค่าโรงแรมตามระบุ หรือเทียบเท่า (โรงแรม 7 คืน + แคมป์ 1 คืน)
  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ Abu Dhabi- Socotra – Abu Dhabi (economy class)
  • น้ำหนักกระเป๋าโหลด 20 kg.+Carry on 7 kg.
  • 4+4 Landcruiser พร้อมคนขับ
  • วีซ่า UAE multiple-entry
  • วีซ่า Socotra (Yemen) single-entry
  • ค่าอุทยานและค่าธรรมเนียมท่องเที่ยว
  • ไกด์ท้องถิ่นพูดอังกฤษ
  • หัวหน้าทัวร์จากไทย
  • อาหารตามระบุ
  • โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว
  • อุปกรณ์ตั้งแคมป์ทั้งหมด เช่น เต็นท์ ที่นอน ผ้าห่ม หมอน เครื่องครัว
  • น้ำดื่มวันละ 1 ขวด/ท่าน
  • ค่าเรือไปดูโลมาและไปกลับ ชายหาด Shuab
  • ไกด์ท้องถิ่นตามจุดต่างๆในบางแห่ง
  • ประกันการเดินทางตามเงื่อนไขของสถานทูต (สามารถซื้อ Option เพิ่มได้)

❌ ราคานี้ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทั้งหมด
  • อุปกรณ์ดำน้ำ
  • ค่าทิปไกด์และคนขับรถ

📞 จองทริป/สอบถาม

  • คุณลานนี่
  • Tel: 089-478-9334
  • Line OA: @painaima
  • Email: painaima@gmail.com
  • จัดทริปในนาม บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/08811
ตัวอย่างโรงแรม
ภาพถ่าย
โปรแกรมเต็ม

Day 1: กรุงเทพฯ – อาบูดาบี

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 14.40 น. สู่กรุงอาบูดาบี โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบิน EY405 ใช้เวลาบินประมาณ 6-7 ชั่วโมง เพื่อแวะพักก่อนต่อสู่เกาะโซโคตรา เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของตะวันออกกลาง

ที่พัก: พักค้างคืนที่อาบูดาบี

Day 2: อาบูดาบี – เกาะโซโคตรา – Ayhaft Canyon

บินภายในต่อสู่เกาะโซโคตรา ใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง เกาะแห่งนี้ได้รับฉายาว่าเป็น “ดินแดนต่างดาว” เพราะมีพืชเฉพาะถิ่นจำนวนมากและเคยถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมาอย่างยาวนาน จากนั้นเดินทางสู่ Ayhaft Canyon หุบเขาเขียวชอุ่มที่มีลำธาร น้ำจืด และเป็นแหล่งดูนกสำคัญของเกาะ เหมาะสำหรับเริ่มทำความรู้จักธรรมชาติของโซโคตรา

ที่พัก: Summerland Hotel

Day 3: Shouab Beach – Detwah Lagoon – Ellai Cave

ล่องเรือสู่ Shouab Beach ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นชายหาดเงียบสงบที่เข้าถึงได้ทางเรือ น้ำทะเลใสเหมาะสำหรับชมธรรมชาติและดำน้ำตื้น จากนั้นไป Detwah Lagoon ทะเลสาบน้ำตื้นขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ จุดเด่นคือผืนน้ำสีฟ้าใส สัตว์ทะเลอย่างปลากระเบน และนกท้องถิ่นจำนวนมาก ต่อด้วย Ellai Cave เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเกาะที่ปรับตัวอยู่กับธรรมชาติอย่างเรียบง่าย

ที่พัก: Camping in the Forest

Day 4: Dixam Plateau – Shebahon Viewpoint – Firmihin Forest

เดินทางสู่ Dixam Plateau ใช้เวลาขับรถราว 2-3 ชั่วโมง พื้นที่สูงแห่งนี้คือสัญลักษณ์สำคัญของโซโคตรา เพราะเป็นถิ่นของต้น Dragon Blood Tree หรือต้นเลือดมังกร ต้นไม้รูปทรงร่มที่มีน้ำยางสีแดงจนเกิดตำนานว่าเป็น “เลือดมังกร” ในอดีตเคยใช้เป็นยาสมุนไพรและสีย้อม แวะชมวิวที่ Shebahon Viewpoint ก่อนเข้าสู่ Firmihin Forest ซึ่งเป็นป่าต้นเลือดมังกรที่หนาแน่นที่สุดและเป็นภาพจำของเกาะ

ที่พัก: Summerland Hotel

Day 5: Dagub Cave – Aomak Beach – Zahek & Hayf Dunes – Wadi Difarhu

ออกสำรวจฝั่งใต้ของเกาะ ใช้เวลาเดินทางโดยรถประมาณ 2-3 ชั่วโมง จุดแรกคือ Dagub Cave ถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาหินปูน จากนั้นไป Aomak Beach ชายหาดยาวเงียบสงบริมมหาสมุทรอินเดีย แล้วต่อไปยัง Zahek และ Hayf Dunes เนินทรายขาวขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงลมทะเลพัดพาทรายมากองตัวเป็นภูมิประเทศแปลกตา ปิดท้ายที่ Wadi Difarhu โอเอซิสกลางภูมิประเทศแห้งแล้งที่ช่วยให้เห็นความหลากหลายของธรรมชาติบนเกาะ

ที่พัก: Summerland Hotel

Day 6: Dihamri Marine Protected Area – Homhil

เดินทางสู่ Dihamri Marine Protected Area ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง เป็นเขตอนุรักษ์ทางทะเลที่ขึ้นชื่อที่สุดของโซโคตรา มีแนวปะการังสมบูรณ์และปลาทะเลหลากชนิด เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น จากนั้นไป Homhil ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติบนที่สูง มีทั้งต้น Bottle Tree ที่ลำต้นพองคล้ายขวด และต้นเลือดมังกร อีกทั้งยังมีแอ่งน้ำธรรมชาติที่มองเห็นวิวทะเลจากมุมสูง จึงเป็นอีกจุดที่รวมเอกลักษณ์ของเกาะไว้ครบถ้วน

ที่พัก: Summerland Hotel

Day 7: Kelissan Pools – Hadibo

เดินทางไป Kelissan Pools ใช้เวลาราว 1.5-2 ชั่วโมง เป็นแอ่งน้ำจืดธรรมชาติสีเขียวมรกตกลางหุบเขาหินปูน เหมาะสำหรับพักผ่อนและชมภูมิประเทศที่แตกต่างจากชายฝั่งทะเล ช่วงบ่ายกลับสู่ Hadibo เมืองหลักของเกาะ เพื่อเดินเล่นชมวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่น เมืองนี้เป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการเดินทางของโซโคตรา

ที่พัก: Summerland Hotel

Day 8: Hoq Cave – Arher Beach

เริ่มต้นด้วยการเทรคกิ้งสู่ Hoq Cave ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ถ้ำแห่งนี้มีความลึกประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยอายุเก่าแก่ และถือเป็นหนึ่งในถ้ำที่สำคัญที่สุดของเกาะ จากนั้นเดินทางต่อสู่ Arher Beach ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง จุดเด่นคือเนินทรายมหึมาที่ลาดลงจรดทะเล เป็นภูมิประเทศหาชมได้ยากและเป็นจุดถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโซโคตรา

ที่พัก: Summerland Hotel

Day 9: โซโคตรา – อาบูดาบี

เดินทางออกจากเกาะโซโคตรา บินกลับสู่อาบูดาบี ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นวันอำลาธรรมชาติอันแปลกตาของเกาะที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติพิเศษที่สุดในโลก จากนั้นเตรียมต่อเครื่องกลับประเทศไทย เวลา 21.55 น. โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบิน EY402

Day 10: กรุงเทพฯ

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 07.10 น. โดยสวัสดิภาพ สิ้นสุดการเดินทางสู่เกาะโซโคตรา ดินแดนที่โดดเด่นทั้งธรรมชาติ พืชพันธุ์หายาก ชายหาด ถ้ำ และภูมิประเทศที่เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง

นโยบายการยกเลิก / รูปแบบที่พัก
ประเภทห้องและเตียงในโรงแรม
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม