ทัวร์ปากีสถาน

ใบไม้เปลี่ยนสี • ทะลุจีน • ดอกไม้บาน

คาราโครัมไฮเวย์ Amazing กับเส้นทางในตำนาน กับ 3 เส้นทาง ที่ให้คุณได้เลือกตามรอย

ปากีสถาน Autumn 

Super Trip เส้นทางสายไหม เริ่มต้นจีนข้ามพรมแดนไปจบปากีสถาน • อู่รูมู่ฉี • ทะเลสาบเทียนฉือ • เมืองคัชการ์ • ทะเลสาบคาราคูล • คุนจีราบพาส • ที่เที่ยวใหม่ไม่เหมือนใครกูปิสและคาคุช • ธารน้ำแข็ง Passu • ล่องเรือที่ Attabat Lake •  หุบเขาคัคฮาน • เทือกเขาคาราโครัม • Fairy Meadow • จุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) • สะพานวัดใจ Hussaini • พักที่ Eagle Nest Resort วิวหลักล้าน • บัลติทฟอร์ด • ชมพระอาทิตย์ตกที่หุบเขาดุยเกอร์

ปากีสถาน
เส้นทาง
13 วัน 11 คืน
TG
3-4 ดาว
บัส
16
ยากง่าย

วันที่ ค่าทริป

รอการอัพเดท

รูปแบบ ทัวร์ปากีสถาน

ราจะรวมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว ไปแต่ตัว กับ Pocket money สำหรับช้อปปิ้ง (ยกเว้นสินน้ำใจให้ไกด์) เริ่มต้นตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป

Deluxe Trip
รวม
: ตั๋วเครื่องบิน • Visa • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้า • ค่ากิจกรรม • ยานพาหนะ • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : Mini bus, Vip Coach

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

ดูโปรแกรม

Day 1 : Bangkok – Islamabad

  • นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • บินสู่เมืองอิสลามาบัด ใช้เวลาเดินทางสู่เมืองอิสลามาบัด ประมาณ 5 ชั่วโมง
  • เดินทางถึงเมืองอิสลามาบัด เข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

Day 2 : Naran Valley – Chilas

  • นำทุกท่านเดินทางสู่ เมือง Chilas (เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง) โดยผ่านถนนคาราโครัมไฮเวย์ เข้าไปตามเส้นทางที่ราบสูงบาบูซาน เข้าสู่ นาราน (Naran) หุบเขานารานซึ่งเต็มไปด้วยทะเลสาบและภูเขาที่งดงามราวภาพวาด
  • เดินทางต่อ ผ่านหุบเขา คัคฮาน (Kaghan Valley) หุบเขาสีเขียว จนถึง เมือง Chilas
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Chilas

Day 3 : Chilas – Fairy Meadows

  • ออกเดินทางสู่ Fairy Meadows โดยออกจากชีลา ถึงจุดเปลี่ยนรถที่ Raikot Bridge เราจะใช้รถจิ๊บนั่งคันละ 4-5 คน นั่งประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง สู่จุดเริ่มต้นเดินเทรค Fairy Meadows
  • นำท่านเดิน Trek ประมาณ 6.5 กม. สู่ Fairy Meadows ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจะใช้ม้าหรือล่อก็ได้ แต่แนะนำให้เดินจะสะดวกกว่า ทางเดินเป็นเนินสลับทางราบ วิวระหว่างทางเป็นลักษณะป่าสน สลับกับลำธารที่ไหลมาจาก Nanga Parbat Glacier บ่ายคล้อยชมวิวรอบๆ Fairy Meadows วิวทุ่งหญ้า พร้อมชมยอดเขา Nanga Parbat ในบรรยากาศสบายๆ
  • คืนนี้เราจะพักกันบนเขา Fairy Meadows

    ** วันนี้ให้เตรียมเป้ใบเล็ก เพื่อใส่ชุดไปนอนบนเขา 1 คืน กระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้ในรถค่ะ**

Day 4 : Fairy Meadows – Garkush – Phander

  • เดินทางสู่ Phander Lake โดยผ่านเมือง Garkush ซึ่งจะเห็นแม่น้ำ Phander ทอดยาวอยู่ในระหว่างทางที่ขับรถผ่าน (ประมาณ 6-7 ชม.)
  • ชม ทะเลสาบฟันดาร์ Phander Lake เป็นอีกหนึ่งทะเลสาบที่ไม่ควรพลาด ความงดงามของธรรมชาติเปรียบเหมือนหญิงสาวที่สวยงามซ่อนอยู่ในบ้านที่รอให้เราได้เดินทางเข้ามายลโฉมและสัมผัสความงดงาม อิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เที่ยวชมหมู่บ้านและถ่ายภาพต้นผลไม้ หลากสีสัน มากมาย
  • ชมหุบเขายาซิน Yasin Valley ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาฮินดูกูช ชมความงดงามของฤดูไม้ไม้ผลิที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนด้วยดอกไม้ ใบไม้ที่ค่อยๆแย้มดอก ออกใบมาให้เหล่าผู้เดินทางได้สัมผัส
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Phander

Day 5 : Phander – Gupis – Gilgit – Hunza

  • เดินทางต่อไปยังเมือง Hunza โดยผ่านเมือง Gupis ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัส กับต้นผลไม้ต่างๆ เช่น แอปปริคอท , เชอร์รี่ , แอปเปิ้ล สีชมพู สีขาว ทั้งหุบเขาพร้อมกับวิวสายน้ำ พร้อมแนวเทือกเขาฮินดูกูชอันยิ่งใหญ่
  • นำท่านเดินทางต่อไปยัง Gilgit ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับแนวเทือกเขาคาราโครัมอัน ยิ่งใหญ่ ระหว่างทางแวะจุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point)
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Hunza

Day 6 : Hunza

  • พาท่านชม บัลติทฟอร์ด (Baltit Fort) แลนมาร์คสำคัญของหุบเขาฮุนซ่า ซึ่งเคยใช้เป็นที่อยู่ในอดีตของกลุ่มผู้ปกครองฮุนซ่า จากจุดนี้สามารถเห็นวิวรอบๆเมืองฮุนซ่า บัลติทฟอร์ดมีอายุกว่า 700 ปี โดยได้ถูกต่อเติมส่วนต่างๆ เช่นระเบียง หน้าต่าง กำแพง เรื่อยมา ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บัลติสถานผสมผสานกับทิเบต
  • จากนั้นเดินชม ตลาดการค้าพื้นเมือง ของเมืองคาริมาบัด เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย หรือจะเลือกเดินถ่ายรูปวิถีชีวิตและบ้านเรือนก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Hunza

Day 7 : Hunza – Passu – Suspension Bridge – Khunjerab

  • เดินทางสู่ทะเลสาบ Attabad ทะเลสาบที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2010 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ดินถล่มมาปิดกั้นทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมะ ทำให้เกิดเป็นทะเลสาบที่สวยงาม นำท่านล่องเรือชมวิวที่ทะเลสาบ
  • จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่ เมืองพาสสุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ชมทะเลสาบที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติอันสวยงามอย่างยิ่ง
  • เดินทางถึงเมืองพาสสุ ชื่นชมวิวทิวทัศน์ ถ่ายรูปกับภูเขาฟันเลื่อย แล้วเดินทางต่อสู่เมืองซุส ( Sost) เมืองชายแดนของปากีสถานก่อนจะเข้าอุทยานแห่งชาติ Khunjerab เขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีน พรมแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ คุนจีราบซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พืชพันธุ์ไม้ป่า รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนที่หาดูยาก จนถึงเวลาเดนิทางกลับเมืองพาสสุ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Passu

Day 8 : Passu – Gilgit

  • นำท่านเดินไปถ่ายภาพ Passu Village หมู่บ้านเล็กๆ น่ารักๆ เห็นวิวของ Passu peak
  • เดินทางสู่ Gilgit ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับแนวเทือกเขาคาราโครัมอันยิ่งใหญ่ เดินทางถึง เมืองกิลกิต (Gilgit) เมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาคาราโครัม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเต็มไปด้วยภูเขา ซึ่งภูเขาที่นี้มีความน่าสนใจอย่างมากเพราะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความงามบริสุทธิ์ที่ตกสำรวจชาวโลก นอกจากนี้เมืองกิลกิตยังเป็นเมืองสำคัญที่เส้นทางสายไหมในอดีตตัดผ่าน
  • แวะชม พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผา (Karga Buddha) เพราะความศรัทธาต่อพุทธศาสนาทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งปีนขึ้นไปสลักรูปศาสดาของเขาบนหน้าผาที่สูงจากแม่น้ำ 400 เมตร เชื่อว่าสลักขึ้นราวศตวรรษที่ 7 อำลาเมืองกิลกิตที่เปรียบเสมือนจุดกึ่งกลางของเส้นทางการค้าขนส่งบนคาราโครัมไฮเวย์ (ประมาณ 2 ชม.)
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Gilgit

Day 9 : Gilgit – Islamabad

  • นำท่านเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางสู่ เมืองหลวงอิสลามาบัด โดย สายการบินภายในประเทศ
  • จากนั้นนำท่านถ่ายภาพที่มัสยิด Faisal Mosque  เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Islamabad

    **กรณีที่สายการบินภายในประเทศยกเลิกการเดินทางเราจะเปลี่ยนเป็นการนั่งรถแทน โดยนั่งรถไปที่เมือง Naran และต่อเข้า Islamabad – ละฮอ ในวันรุ่งขึ้น**

Day 10 : IsIamabad – Lahore

  • เดินทางไปยัง เมืองละฮอร์ (Lahore city) เมืองที่มีประวัติศาตร์ที่ยาวนาน มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีชีวิตชีวา ตลาดในตรอกซอกซอยของเมืองค้าขายสินค้าต่างๆ เช่น ผ้าที่ปักด้วยมือ เครื่องหนัง เครื่องประดับ สร้อยข้อมือ-ข้อเท้าที่ทำด้วยแก้ว และเครื่องประดับทองคำและเงิน (เดินทางประมาณ 5-6 ชม.)
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Lahoe

Day 11 : Lahore City tour

  • ชม ลาฮอร์ฟอร์ท (Lahore Fort) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้าง ถูกทำลายและสร้างใหม่นับครั้งไม่ถ้วน ก่อนที่จะกลายมาเป็น Lahore Fort ในปัจจุบัน สร้างโดยจักรพรรด์อัคบาร์ ในปี 1566 และสวนหย่อมที่สร้างแล้วเสร็จโดย จักรพรรดิ์แห่งมองโกล อัคบาร์, ป้อมปราการลาฮอร์ นี้ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ซ่อนเร้นซากอันเก่าแก่โบราณที่สุด
  • นำคณะเดินทางสู่ ชายแดน Wagha Border ซึ่งเป็นชายแดนปากีสถาน-อินเดีย เพื่อชม พิธีปิดชายแดน (Closing Ceremony) (มีพิธีปิดทุกวัน) ท่านจะได้เห็นพิธีปิดด่าน ที่เป็นเหมือนพิธีปลุกใจของชาวปากีสถานและชาวอินเดีย ซึ่งว่ากันว่าถ้ามาละฮอร์จะพลาดการชมพิธีนี้ไม่ได้เด็ดขาด พร้อมทั้งให้ท่านเก็บภาพประทับใจของเจ้าหน้าที่ปิดด่านชายแดนในเครื่องแบบเต็มยศ
  • เดินทางสู่สนามบิน ละฮอร์ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 12 : Bangkok

  •  เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – IsIamnabad

  • นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เดินทางไป Isalamabad
  • จากนั้นเดินทางเข้าสู่ที่พัก Islamabad

Day 2 : IsIamnabad – Skardu

  • เดินทางไปยังเมือง Skardu โดยสายการบินภายในประเทศ เมืองสการ์ดูนั้นเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อมากๆเพราะเป็นเสมือนเกทเวย์ เป็นต้นทางสู่การเทรคกิ้งภูเขาสำคัญหลายยอดเขาและเป็นจุดเริ่มต้นของนักปีนเขาเข้ามาพักที่เมืองสการ์ดู ถ้าหากมีการยกเลิกบินจากอิสลามาบัดไปสการ์ดู เนื่องจาก หลายสาเหตุ เช่น สภาพของอากาศ ปิด แปรปรวน เป็นต้น เราจะปรับเป็นการนั่งรถไปยังเมือง Chilas แทน
  • ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่ “Kharpocho fort” หรือเรียกว่า ราชาแห่งป้อมปราการ สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 16 โดย King Ali Sher ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 20 นาที
  • พักผ่อนที่เมือง Skardu/Chillas

Day 3 : Skardu – Kachura lake – Kachura Valley – Shangrilla Resort – Skardu Cold Desert

  • เดินทางสู่ Kachura Lake ห่างจาก Skardu ประมาณ 1.30 ชม. ถึง เมื่อเดินทางถึงหมู่บ้านนำท่านไปยังจุดลงเรือ ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวของหมู่บ้านไปจนถึงจุดลงเรือ
  • ชม จุดชมวิว Lower Kachura lake View point  หรือ Shangrila Resort เป็นทะเลสาบแบบ Private หรือส่วนตัวทะเลสาบที่เกิดจากการขุดขึ้นมาภายในมีรีสอร์ทเป็นที่นิยมของชาวปากีสถานที่ใช้มาพักผ่อนในฤดูร้อน
  • แวะชม ทะเลทราย Katpana หรือ เรียกว่า Cold Desert เป็นทะเลทรายที่ต่อยาวกับทะเลทรายที่ Khaplu Valley ไปยัง นูบร้าวัลเล่ย์ และ Shigar Valley ไปยังซันซการ์ วัลเล่ย์ ที่อินเดีย ทะเลทราย Katpana ตั้งอยู่ใกล้ๆและรอบๆ แม่น้ำ Indus
  • คืนนี้พักผ่อนกันเมือง Skardu

Day 4 : Chunda valley – Shigar Valley – 400 years old Wooden Mosqu – Hashoope Bagh (Garden)

  • ออกเดินทางไปเก็บภาพดอกไม้บานกันต่อที่ Chundar Valley
  • เดินทางกันต่อ ไปยัง Shigar Valley ประตูสู่ยอดเขาสูงแห่งเทือกเขาคาราโครัมที่นักปีนเขาจากทั่วโลกที่ชื่นชอบความท้าทาย จะต้องมาเริ่มต้นเดินทางกันที่นี่ ยอดเขาที่เรารู้จักก็เช่น Gasherbrum Peak และยอดเขา K2 ไปเก็บภาพสวยๆกันต่อที่  Hashoope Bagh(Garden) มัสยิดไม้โบราณอายุกว่า 400 ปี และป้อมปราการที่ถูกล้อมรอบไปด้วยดอกไม้สีชมพู
  • พักผ่อนที่เมือง Skardu

Day 5 : Shigar Valley – Royal Garden of Shigar fort – KKH – Gilgit

  • ไปเก็บภาพสวยๆ แห่งหุบเขา Shigar Valley และ Royal Garden of Shigar fort กันอย่างจุใจ จนถึงเวลาเดินทางไปยังเมือง Gilgit
  • เดินทางต่อไปยัง Gilgit เมืองประวัติศาสตร์ที่มีอายุทางประวัติศาสตร์ยาวนาน ล้อมรอบไปด้วยยอดเขาและธารน้ำแข็ง โดยจะใช้เส้นทาง คาราโครัมไฮเวย์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดในโลกและเป็นเส้นทางค้าขายเก่าของโลกหรือ Silky Road ระหว่างทางเราจะเห็นวิวภูเขาที่สวยงามตลอดทาง
  • พักผ่อนที่เมือง Gilgit

Day 6 : Hunza Valley – Rakaposhi View Point

  • ออกเดินทางไปยังเมือง Hunza เมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ ทั้งเชอรี่ แอพพลิคอต เป็นต้น เดิมเมืองนี้เป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจปกครองตนเองเป็นเวลามากกว่า 900 ปี ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายชีอะ พูดภาษาอูรดูเป็นภาษาท้องถิ่น
  • แวะจุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) 7,790 เมตร
  • พักผ่อนที่หมู่บ้าน Hunza

Day 7 : Baltit Fort – Passu valley – Hussaini Suspension Bridge[Text Wrapping Break] Atatbaad Lake – Duikhar Valley

  • ไปเก็บภาพแสงแรกกันที่ ป้อมบัลติท ( Baltit Fort) ที่มีอายุมากกว่า 700 ปี โดยผ่านการบูรณะมาหลายครั้งเป็นสถานที่ที่อยู่บนทำเลที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวของหุบเขา Hunza รอบด้าน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งดำเนินการโดย Baltit Heritage Trusts และอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก
  • เดินทางสู่ Attabad Lake ทะเลสาบที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2010 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ดินถล่ม มาปิดกั้นทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมะ ทำให้เกิดเป็นทะเลสาบที่สวยงาม นำท่านล่องเรือชมวิวที่ทะเลสาบสีเทอควอย
  • แล้วเดินทางต่อเข้าสู่ เมืองพาสสุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ชมทะเลสาบที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติอันสวยงามอย่างยิ่ง เดินทางถึงเมืองพาสสุ
  • เดินทางไปเก็บภาพกันต่อที่สะพานไม้ Hussaini Suspension Bridge สะพานไม้ที่พาดผ่าน Borit Lake ที่มีฉากหลังเป็น Cathedral Mountain Peak
  • ชมวิวยามเย็นที่หุบเขาดุยเกอร์ (Dukhair Valley ) เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อนสูงตระหง่านกว่า 6000 เมตร ของยอดเขาราคาโพชิ (Rakaposhi) 7788 เมตร, ยอดเขาดิรันพีค (Diran Peak), ยอดเขาโกลเด้นพีค (Gloden Peak), ยอดเขาอัลเทอร์พีค (Ulter Peak),  ยอดเขาฮุนซ่าพีค (Hunza Peak),  ยอดเขาเลดี้ฟิงเกอร์ (Lady Finger) และเทือกเขาสูงอื่นๆ
  • เข้าพักผ่อนที่ Eagle Nest Hotel Hunza

Day 8 : Hunza – Gilgit – Chillas – Besham

  • เดินทางไปยังเมือง Besham โดยชมวิวระหว่างทางผ่านเมือง Gilgit และเมือง Chillas
  • นำท่านเดินทางต่อไปยังเมือง Besham จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้
  • เข้าพักผ่อนที่เมือง Besham

Day 9 : Besham – Islamabad

  • ออกเดินทางจาก Besham มุ่งหน้าสู่ Islamabad ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ช.ม.
  • นำชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) สถานที่จัดแสดงพุทธประติมากรรมล้ำค่า อาธิเช่น พุทธศิลป์แบบกรีก จิตรกรรม ประติมากรรม เหรียญกษาปณ์ เครื่องปั้นดินเผา และงานศิลปะอื่นๆ นำชมโบราณสถานมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาสองแห่ง มหาวิทยาลัยจูเลียนและโมห์รา
  • นำท่านถ่ายภาพที่มัสยิด Faisal Mosque เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย
  • เดินทางสู่สนามบินนานาชาติ Islamabad เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

Day 10 : Bangkok

  •  เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – Urumqi  

  • ช่วงเช้า พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • เดินทางถึงอูรูมู่ฉี นำท่านเข้าที่พัก
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Urumqi

Day 2 :  Tianchi – Hongshan – Dapaja Market  

  • เริ่มต้นเดินทางบนเส้นทางสายไหม ไปยังทะเลสาบเทียนฉือ ตั้งอยู่บนเทือกเขาเทียนซาน ตัวทะเลสาบตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขา เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการสลายตัวของหิมะบนภูเขาเทียนซาน ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนความสูง 1,900 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในฤดูหนาวเมื่อผืนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง คนในเมืองจะขึ้นมาเล่นสกีกันมากมาย ปลายเดือนเมษายนน้ำแข็งถึงจะละลายกลายเป็นผืนน้ำสีเขียวมรกต สะท้อนเงาเทือกเขาป๋อเก๋อต๋าฟงและป่าสนที่รายรอบ
  • ชม สวนหงซาน ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซินเจียงพร้อมทั้งชมราวทางเดินที่มีแม่กุญแจคล้องไว้เป็นจำนวนมากตามความเชื่อของคู่รักที่ว่าจะทำให้ความรักของทั้งคู่ยั่งยืนและอยู่คู่ชีวิตกันตลอดไปพร้อม ถ่ายรูปกับทัศนียภาพอันสวยงาม
  • ช้อปปิ้งของฝากกลับบ้านที่ ตลาดพื้นเมือง เอ้อเต้าเฉียว (ตลาดต้าปาจา) เป็นตลาดพื้นเมืองที่เป็นสัญลักษณ์อูหลู่มูฉี จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง เช่น อัลมอนด์, วอลนัท, กีวีอบแห้ง, ลูกเกด ฯลฯ แล้วยังมีสินค้าประเภทเครื่องดนตรีพื้นเมือง รวมถึงเครื่องทองเหลือง เช่น แจกัน, กาน้ำชา เป็นต้น
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Urumqi

Day 3 : Urumqi – Kashgar – Apak Hoja Tomb – Kashgar Old City  Grand Bazaar

  • จนถึงเวลาเดินทางไปยังสนามบินไปยัง Kashgar โดยสายการบินภายในประเทศ
  • เดินทางถึง Kashgar หรือคาสือ
  • ชมสุสาน Apak Hoja Tomb หรือ Tomb of Xiangfei ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมมุสลิมที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีและงดงามที่สุดในมณฑลซินเจียง ก่อสร้างในปี พ.ศ.2183 เป็นงานที่แสดงลักษณะผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมของชาวเวคเกอร์ อาหรับและ พุทธศาสนา
  • Kashgar Old City เดินเล่นชมเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ บ้านเรือนเก่าแบบตะวันออกกลาง เมืองเก่าคัชการ์ เป็นหมู่บ้านใหญ่ใจกลางเมืองคัชการ์ที่เกาะกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีเนื้อที่กินบริเวณกว้างขวางมาก และบ้านแต่และหลังก็สร้างตามวัฒนธรรมผสมระหว่างชาวฮั่น และชาวอุยกูร์ บ้านส่วนใหญ่จะสร้างด้วยอิฐและไม้ผสมกัน มีซอกซอยถนนหนทางเชื่อมต่อกันไปมาเหมือนใยแมงมุม
  • ถนนสายหัตถกรรมชาวคัชการ์ The Great Bazaar เป็นถนนสายเดียวที่ชาวคัชการ์ เรียกว่าถนนช่าง หมายถึงว่า เป็นถนนที่รวมของช่างสิบหมู่ที่มีชื่อเสียงของที่นี่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นถนนที่มีสีสรรที่สุดในเมืองคัชการ์ และเป็นบาซาร์ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซินเจียง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Kashgar

Day 4 : Id Kah Mosque –  Bulongkol Lake – Karakul Lake – Stone Fort  – Tashkorgan

  • หลังอาหารเช้าชม Id Kah Mosque ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมทั่วทั้งมณฑลซินเจียง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคัชการ์ เป็นมัสยิดที่มีขนาดใหย่ที่สุดในประเทศจีน มีขนาดพื้นที่ประมาณ 16,800 ตารางเมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1442 โดย Shakesimierzha ผู้ปกครองคัชการ์ แรกเริ่มสร้างขึ้นเพื่อเซ่นสรวงดวงวิญญาณของบรรพบุรุษในยุคต่อมาได้มีการก่อสร้างขยายใหญ่ขึ้น เพื่อใช้มัสยิดสำหรับประกอบพิธีกรรมของชาวคัชการ์ มัสยิดอิคคาห์สร้างด้วยอิฐสีเหลืองประตูทางเข้ามีความสูงถึง ๑๒ เมตร สองข้างมีหอขานละหมาดสูง ๑๘ เมตร ประดับกระเบื้องโมเสกหลากสีสันเป็นลวดลายเราขาคณิตอย่างงดงาม ผสานกับลวดลายปูนปั้นเป็นพรรณพฤกษาต่างๆนานา
  • ชมทะเลสาบ Bulongkol Lake หรือเรียกว่า Corner Lake ทะเลสาบบนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยทะเลทราย มีโครงการที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นอ่างเก็บน้ำมาใช้เป็นพลังงาน
  • ชมทะเลสาบคาราคูล Karakul Lake เป็นทะเลสาบสีเขียวเข้ม ที่มีขุนเขาหิมะสูงเสียดฟ้า ห้อมล้อมไว้ ขุนเขาเหล่านี้จะทอดเงาลงสู่ผืนน้ำอันสงบนิ่งของทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ตร.กม. มีความลึก ๓๐ เมตร ในบางคราวจะเห็นกระโจมที่พักของชาวเคอกิส-ผู้เร่ร่อนอยู่บนที่ราบพามีร์กางอยู่อิงแนบผืนทะเลสาบ
  • ระหว่างทางแวะเที่ยวชม ป้อมหิน Stone Fort ที่มีอายุมากกว่า 2000 กว่าปี ที่เคยเป็นเมืองมาก่อน เมื่อสมัยโบราณบนเส้นทางสายไหมนี้ พ่อค้าแม่ค้าจะแวะเวียนมาพักพิงก่อนที่จะเดินทางต่อไป
  • เดินทางไปยังด่าน Tashkorgan เมืองชาวมุสลิมทาจิก ชมวิวระหว่างทาง อาจจะได้เห็นสัตว์ป่าของหิมาลัย เช่น ibex เลียงผา เสือดาวหิมะ เป็นต้น
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Tashkorgan

Day 5 : Tashkorgan – Sost – Khunjerab – Passu

  • เดินทางต่อสู่เมืองซุส (Sost) เมืองชายแดนของปากีสถาน เป็นเมืองที่มีการทำการค้าขายไปมาระหว่างชาวปากีสถานและชาวจีนที่ข้ามแดน
  • จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ Khunjerab เขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีนที่มีความสูง 4,730 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดบนคาราโครัมไฮเวย์สร้างตั้งแต่ปี 1964 โดยความร่วมมือของจีนและปากีสถาน โดยมีเทือกเขาคาราโครัมเป็นเส้นแบ่งแนวตามธรรมชาติขวางอยู่
  • ผ่านด่านคุนจิราบพาส ชายแดนจีน-ปากีสถาน รถจะวิ่งไต่ระดับความสูงจาก3-4000 เมตร  
  • มุ่งหน้าเข้าไปชมทะเลสาบ Borith Lake (2,600m.) ทะเล สาบน้ำจืดสีเขียวใส มองเห็นเงาสะท้อนของยอดเขา Gulmit Tower จากนั้นอีกไม่นานจะเข้าสู่จุดเริ่มเดินเพื่อมุ่งหน้าสู่ Passu Glacier (*) ธารน้ำแข็งสีขาวขนาดใหญ่ที่จะต้องเดินเท้าเข้าไปใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเข้าเดินเท้าไปกลับ(*) ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปด้วยเพราะอากาศค่อนข้างเย็นตั้งแต่นั่งเรือในทะเลสาบ Attabad และลมค่อนข้างแรงระหว่างที่เดิน trek ไปชมธารน้ำแข็ง (**) ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินบนเส้นทางแคบๆ ที่ขรุขระเต็มไปด้วยหิน
  • เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักที่ Passu  

Day 6 : Attabat Lake – Carthedral Peak – Suspention Bridge  Hunza  

  • นำท่านล่องเรือที่ Attabat Lake ที่เพิ่งเกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เหตุเพราะเกิดแผ่นดินถล่มครั้งใหญ่คาราโครัมไฮเวย์ถูกตัดขาด ดินจากภูเขาถล่มลงมาขวางกั้นแม่น้ำฮุนซ่าจนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่มีความยาว 21 กิโลเมตรความลึก 103 เมตร (ใช้เวลาในการล่องเรือ ประมาณ 30 นาที)
  • มุ่งหน้าสู่หุบเขา Gojal Valley หนทางค่อนข้างแคบลัดเลาะไปตามแม่น้ำสีฟ้าเทอควอยส์ชมวิวข้างทางต่ออีกไม่ไกลจะพบกันยอดเขาสูงสัณฐานแปลกตาอย่าง Passu Cathedral หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า Passu Cones ส่วนชื่อท้องถิ่นเรียกว่า Tupopdan (6,106 m) ระหว่างทางแวะถ่ายภาพกันที่ Passu Glacier View point
  • พาไปชมสะพานวัดใจ Hussaini Hanging Suspension Bridge โดยเดินเท้าจากจุดจอดรถลงไปที่ตัวสะพานประมาณ 30นาที สะพานมี ระยะทางยาว 900 ฟุต มีจำนวนแผ่นไม้กว่า 400 แผ่นโดยที่แต่ละแผ่นห่างกันประมาณ 40-50 cm.
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Hunza

Day 7 : Baltit Fort – Altit Fort – Duikar 

  • พาท่านชมบัลติทฟอร์ด (BALTIT FORT) แลนมาร์คสำคัญของหุบเขาฮุนซ่า ซึ่งเคยใช้เป็นที่อยู่ในอดีตของกลุ่มผู้ปกครองฮุนซ่า จากจุดนี้สามารถเห็นวิวรอบๆ เมืองฮุนซ่า บัลติทฟอร์ดมีอายุกว่า 700 ปี โดยได้ถูกต่อเติมส่วนต่างๆ เช่นระเบียง หน้าต่าง กำแพง เรื่อยมา ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บัลติสถานผสมผสานกับทิเบต
  • แวะเที่ยวชมและศึกษาประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่า 1,100 ปี ของวังโบราณและป้อมปราการ Altit fort สถานที่แห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage site) ตั้งอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำฮุนซา (Hunza River) ต้องเดินขึ้นเนินที่ไม่ชันนักขึ้นไป ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม บริเวณโดยรอบเป็นชุมชนโบราณอายุกว่า 400 ปี และร้านขายของที่ระลึก
  • ชม ตลาดการค้าพื้นเมือง ของเมืองคาริมาบัด เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย หรือจะเลือกเดินถ่ายรูปวิถีชีวิตและบ้านเรือนก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ได้เวลาสมควรพาคณะเข้าที่พักที่ Eagle Nest Resort เป็นรีสอร์ทที่อยู่สูงที่สุดในเมือง Karimabad สามารถมองเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างสวยงาม รวมถึงยอดเขาต่างๆ ที่อยู่รายรอบ โดยเฉพาะ เลดี้ฟิงเกอร์ ซึ่งมาจากรูปทรงที่เหมือนนิ้วของหญิงสาว
  • มุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวเมือง Karimabad ซึ่งเป็นเมืองหลักของเขต Hunza นั่งรถต่อไปอีกประมาณ 30 นาทีแต่เป็นการไต่ระดับขึ้นสู่ Duikar ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง (2,850m.)
  • พักผ่อนตามอัธยาศัย และสามารถเดินไปยังเนินเขาใกล้ๆ ที่พักซึ่งใช้เวลาเดินขึ้นไปประมาณ 20 นาทีเท่านั้น ณ จุดชมวิวแห่งนี้สามารถมองเห็น Ganish Valley ได้ทั้งเมือง รอบตัวเป็นยอดเขาหิมะ เช่น Rakaposhi (7,788m.), Golden peak (7,027m.), Lady Finger (6,000m.), Ultar Sar (7,388m.) เรียกได้ว่า ที่นี่คือ Roof of Hunza เลย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Duikar

Day 8 : Hunza – Gahkuch – Gupis

  • เดินทางต่อสู่ เมืองกิลกิต (Gilgit) ระหว่างทางแวะจุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) ยอดเขาที่มีความสูง 7,788 เมตร สูงเป็นอันดับ 11 จากยอดเขาสูงทั้งหมดของปากีสถานจากนั้นเดินทางต่อสู่หมู่บ้านฮุนซ่า
  • จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง Garkuch เมืองหลวงของ Ghizer ที่เป็นศูนย์รวมการค้า และการสัญจรในเส้นทางหลักที่มุ่งสู่เมือง Gupis
  • ออกเดินทางไปสู่ Khalti Lake ทะเลสาบที่มีความใสราวกับกระจก ในยามที่ลมสงบ จะสามารถมองเห็นภาพสะท้อนน้ำเป็นวิวที่สวยงาม
  • เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักที่ Gupis

Day 9 : Gupis – Gilgit – Raikot- Fairy Meadows

  • ออกเดินทางสู่ Fairy Meadows ถึงจุดเปลี่ยนรถที่ Raikot Bridge เราจะใช้รถจิ๊บนั่งคันละ 4-5 คน นั่งประมาณ 1 ชั่วโมง ครึ่ง สู่จุดเริ่มต้นเดินเทรค Fairy Meadows 
  • นำท่านเดิน Trek ประมาณ 6.5 กม. สู่ Fairy Meadows ใช้เวลาประมาณ 2.5 – 3.5 ชั่วโมง หรือจะใช้ล่อก็ได้ ทางเดินเป็นเนินสลับทางราบ วิวระหว่างทางเป็นลักษณะป่าสน สลับกับลำธารที่ไหลมาจาก Nanga Parbat Glacier บ่ายคล้อยชมวิวรอบๆ Fairy Meadows วิวทุ่งหญ้า พร้อมชมยอดเขา Nanga Parbat ในบรรยากาศสบายๆ
  • ชมยอด Nangar Parbat จุดชมวิวยอดเขาสูงสุดอันดับ 9 ของโลก ที่สูงถึง 8,126 เมตร เป็นยอดเขาที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย และสูงเป็นอันดับ 2 ของปากีสถาน เป็นรองเพียงยอด K2
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Fairy Meadows

Day 10 : Fairy Meadows – Chilas

  • หลังรับประทานอาหารเช้า เดินเล่น ชมวิวยามเช้าที่ทุ่งหญ้าแห่ง Fairy Meadows เก็บภาพความประทับใจของธานน้ำแข็ง และยอด Nangar Parbat จนพอใจ
  • จากนั้นเดินทางสู่ เมือง Chillas เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม ณ จุดเลาะเลียบแม่น้ำฮุนซาทางตอนเหนือและแม่น้ำสินธุ เมืองชีลาสแห่งนี้มีการค้นพบหลักฐานกว่า 20,000 ชิ้น เกี่ยวกับงานศิลปะภาพเขียนโบราณบนโขดหิน
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Chillas

Day 11 : Chilas – Mansehra

  • หลังอาหารเช้า เดินทางไกลเพื่อไปยังเมือง Mansehara เมืองหลวงทางตะวันออก ตั้งอยู่ในจังหวัด Khyber Pakhtunkhwa ของปากีสถาน จัดเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนี้
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Mansehra

Day 12 :  Mansehra – Taxila – Faisal – Bangkok

  • ออกเดินทางสู่ เมืองหลวงอิสลามาบัด (Islamabad) เป็นเมืองหลวงของปากีสถานแห่งใหม่ ที่ย้ายมาจากเมืองการาจีที่อยู่ทางตอนใต้ เมืองอิสลามาบัดตั้งอยู่บนที่ราบสูงโปโตฮาร์ (Potohar) บริเวณเทือกเขามาร์กัลลา (Margalla Hills) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ชื่อ อิสลามาบัด หมายถึง ที่อยู่ของชาวมุสลิม 
  • นำชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) สถานที่จัดแสดงพุทธประติมากรรมล้ำค่า อาธิเช่น พุทธศิลป์แบบกรีก จิตรกรรม ประติมากรรม เหรียญกษาปณ์ เครื่องปั้นดินเผา และงานศิลปะอื่น ๆ นำชมโบราณสถานมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาสองแห่ง มหาวิทยาลัยจูเลียนและโมห์รา
  • จากนั้นนำท่านถ่ายภาพที่มัสยิด Faisal Mosque เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย
  • เดินทางสู่สนามบิน Islamabad เดินทางกลับประเทศไทย

Day 13 : Bangkok

  • เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

**โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม**

ทริปรีวิว

ภาพบางส่วนจากทริปของเรา ประสพการณ์กว่ 15 ปีของเรา ทริปที่เราออกแบบและสำรวจเองทำให้เรารู้ว่าสิ่งไหนที่จะทำให้สนุก คุ้มค่า คุ้มเวลา ราบลื่น และได้มุมภาพที่สวยที่สุดให้กับผู้เดินทางทุกคน

ทริปใกล้เคียง

ทริปน่าสนใจ

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม