logo-freedoka

Leh • Ladakh

Leh Market • ชมเจดีย์สีขาว • Shanti Stupa • Shey Palace • วัด Thiksey • พระราชวัง Stok Palace • Nubra Valley • หมู่บ้าน Turtuk Village • ทะเลสาบแปงกอง • ชื่นชมบรรยากาศ

short brief
สรุปทัวร์เลห์โดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ • บินไปเดลี
วันที่ 2 : บินต่อไปยังเมืองเลห์ เข้าพักผ่อนปรับสภาพร่างกาย เย็นเดินเล่นตลาด Leh Market ชมเจดีย์สีขาว Shanti Stupa
วันที่ 3 : พระราชวัง Shey Palace วัด Thiksey พระราชวัง Stok Palace ชมวิว Sindhu Ghat
วันที่ 4 : Nubra Valley ชมวิวจุดสุงสุดของถนนสายเลห์-นูบร้า Khardung la pass ชมวิวภูเขา Diskit Village 
วันที่ 5 : หมู่บ้าน Turtuk Village เดินทางกลับ Diskit 
วันที่ 6 : ไปยังทะเลสาบแปงกอง นอนแบบกระโจม
วันที่ 7 : ชื่นชมบรรยากาศรอบๆทะเลสาบแปงกอง และเดินทางกลับเมืองเลห์
วันที่ 8 : อิสระช่วงเช้า และไปสนามบินกลับกรุงเทพ 
วันที่ 9 : ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

  • เดินทางโดยรถ Minibus
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 0000 บาท
  • พักเดี่ยว 0000

รวม

  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารครบทุกมื้อ
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ค่าวีซ่า
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี
สนามบินสุวรรณภูมิ • เดลี

Day 1

14.00 นัดพบสนามบินสุวรรณภูมิ สายการบิน Indigo Airlines เที่ยวบินที่ 6E1054 เวลา 17.10-19.55 น. เดินทางไปยังเมืองเดลี ถึงสนามบิน เดินทางเข้าที่พัก

คืนนี้พักที่ Delhi

Day 2

Delhi • Leh • Shanti Stupa

เดินทางไปยังสนามบินเพื่อไปยังเลห์ โดยสายการบิน Indigo Airlines เที่ยวบินที่ 6E6613 12.00-13.20 น. 

ถึง Leh เมืองหลวงของอาณาจักรลาดักห์แห่งเทือกเขาหิมาลัย เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินเดีย อยู่ที่ความสูง 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ศูนย์กลางการค้าที่ระหว่างลุ่มแม่น้ำสินธุ ทิเบต แคชเมียร์ รวมถึงจีนมาร่วมศตวรรษ สินค้าสำคัญในขณะนั้นคือ เกลือ เมล็ดข้าว ขนสัตว์ ผ้าไหม เป็นต้น

ชาวลาดักห์ประกอบไปด้วย คนเชื้อสายอินโด-อารยัน และเชื้อสายทิเบต เป็นเขตที่มีประชากรเบาบางที่สุดในเขตแคชเมียร์ นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานแบบทิเบตเป็นหลัก

เข้าพักผ่อนปรับสภาพร่างกายให้ชินกับอากาศ ช่วงเย็นออกมาเดินเล่น Leh Market ตลาดแห่งนี้จำหน่ายสินค้ามากมาย อาทิ ร้านขาย, วัตถุโบราณ, พระพุทธรูป, รูปเคารพของเทพต่างๆ, ผ้าทังก้า, หน้ากาก และผักผลไม้นานาชนิดที่ นำมาขายโดยชาวบ้านเมืองเลห์ 

ชม Shanti Stupa เจดีย์สีขาว สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นเพื่อประกาศพระศาสนาและแสดงถึงสันติภาพแห่งโลก ตั้งอยู่บนยอดเขาในแถบจังสปา อยู่ไม่ไกลเมืองเลห์เท่าไร จากเจดีย์เราสามารถมองเห็นเมืองเลห์ได้ในมุมสูง

คืนนี้พักที่ Leh

Day 3

Shey Palace • Thiksey • Stok Palace • Sindhu Ghat

ชม Shey Palace สร้างเป็นวังฤดูร้อน เนื่องจากในสมัยก่อนเมือง shey เป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูร้อนของอาณาจักรลาดักห์ สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อ ระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singge Namgyal กำแพงพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

ชม Thiksey ที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่ใกล้เคียงกับวังโปตาลาในธิเบต จึงได้ชื่อว่าเป็นทิเบตน้อยเเป็นวัดในนิกายหมวกเหลือง หรือ นิกายเกลุกปะ อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังเชย์ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย์ซึ่งมีความสูงเท่าอาคารสองชั้น หากเวลาเหมาะสมจะได้ชมพิธีทำวัดเช้าของลามะที่ประจำอยู่ที่วัดนี

ชม Stok Palace มีความสูงถึง 4 ชั้น มีห้องมากว่า 77 ห้อง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในรูปแบบพิพิธภัณฑ์เพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น เป็นพระราชวังเก่าของกษัตริย์ราชวงศ์นัมเกียลแห่งลาดักห์ สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่อาณาจักรลาดักห์กำลังเริ่มเสื่อมอำนาจลง ชาวซิกข์จากแคว้นปัญจาบกำลังเข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง กุหลาบ สิงห์ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งลาดักห์ จึงจำต้องสละราชบัลลังก์จากเลห์มาอยู่ที่พระราชวังสตอคแห่งนี้อย่างถาวร และเปิดทางให้ศาสนาอิสลามเข้ามาสถาปนาตั้งมั่นอยู่ในเลห์นับแต่นั้นมา 

ชมวิวทิวทัศน์ Sindhu Ghat หรือการมารวมกันของแม่น้ำสินธุ 

คืนนี้พักที่ Leh

Day 4

Nubra Valley • Khardung la pass • Diskit Village

เดินทางสู่ Nubra Valley อยู่ทางตอนเหนือของเลห์ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำชย็อก (Shayok river) ไหลผ่าน มีความสูงที่ต่ำกว่าเลห์ ทำให้อากาศสบายๆ และเหมาะแก่การปลูกผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล แอปปลิคอตช่วงกรกฎาคม – สิงหาคม ทุ่งดอกไม้สองข้างทางจะเต็มไปด้วยดอกไม้

Khardung la pass จุดที่สูงที่สุดของถนนสายเลห์-นูบร้า มีความสูงราว 5,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล สามารถเห็นแนวเขาคาราโครัม แห่งปากีสถาน ที่มีหิมะปกคลุมนูบร้าวัลเลย์ ซึ่งเส้นทางช่วงนี้ ถนนที่เราผ่านจะคู่ขนานไปกับแม่น้ำ จนถึงหุบเขานูบร้าได้ชมความงามความสดชื่นตลอดเส้นทาง

เดินทางสู่ Diskit Village ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำ Shyok ชมวิวภูเขา เดินทางไปที่ Sand Dunes ทะเลทราย กับกิจกรรมขี่อูฐบนทะเลทราย 

คืนนี้พักที่ Nubra

Day 5

Turtuk Village • Diskit

เดินทางไป Turtuk Village เคยอยู่ภายใต้การปกครองของปากีสถานมาก่อนจนถึงปี 1971 ด้วยจุดยุทธศาสตร์ของหมู่บ้านนี่เองที่ทำให้ตกเป็นของอินเดียอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะข้ามเขาที่สูงไปก็เป็นประเทศปากีสถานแล้ว หมู่บ้าน Turtuk ไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ของนักท่องเที่ยวในเลห์ แต่คำยืนยันความสวย จากปากชาวเลห์ว่าสวยจริง เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเมื่อปี 2009 นับว่ายังใหม่และสดมาก 

คืนนี้พักที่ Nubra

Day 6

Nubra Valley • Pangong

เดินทางไปทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) หรืออาจจะได้ยินกันว่าผางกงโฉ (Pangong Tso) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือมีความสูงถึง 4320 เมตร จากระดับน้ำทะเล น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม และจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆตามมุมของดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงกระทบผืนน้ำ 

คืนนี้พักที่ Pangong

Day 7

ทะเลสาบ Pangong • Leh

ทะเลสาบแปงกองมีลักษณะที่สวยงามและเป็นที่รู้จักในหนังสือเรื่อง “Lost Horizon” โดยจมูกิล่า นอวล์ส ซึ่งกล่าวถึงที่นี่ว่าเป็น “สวรรค์บนดิน” และก็เป็นที่รู้จักกันด้วยภาพยนตร์หนังอินเดียชื่อดัง “3 Idiots” ที่ถูกถ่ายทำในสถานที่นี้ ทะเลสาบแปงองมีความหลากหลายสี มีสีน้ำเงินลึกถึงสีเทอร์คอยส์ ขึ้นอยู่กับแสงแดดและสภาพอากาศ ชื่นชมกับบรรยากาศรอบๆ ทะเลสาบ Pangong ก่อนเดินทางกลับเมืองเลห์ จากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองเลห์ (ประมาณ 5 ชม) 

คืนนี้พักที่ Leh

Day 8

Leh • Delhi

อิสระช่วงเช้า จนถึงเวลาเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับเมือง เดลี โดยสายการบิน Indigo Airlines เที่ยวบินที่ 6E5303 14.00-15.30 น. 

คืนนี้พักที่เมือง Delhi  

 

Day 9

เดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับเมือง กรุงเทพ โดยสายการบิน Indigo Airlines เที่ยวบินที่ 6E1053 10.20-16.10 น. 

16.10 เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริปเลห์ ลาดักที่ผ่านมา

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม