ทัวร์ภูฏาน • Painaima

ทัวร์ภูฏาน

ทัวร์ภูฏาน

ทัวร์

HighLight : 

ความสะดวกสบาย
3.5/5
การเดินทาง
4/5
ที่พัก
3.1/5
อาหาร
3/5

กดเพื่อดูโปรแกรม

ทัวร์ภูฏาน 1

กทมฯ – พาโร – ทิมพู

04.50 น พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 แถว K ประตู 5 ทีมงานอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
สายการบิน Drukair
เส้นทางกรุงเทพฯ-พาโร BKK-PBH
เที่ยวบิน KB 151
ออกเดินทาง เวลา 6.50 น.
เวลาบิน 3 ชั่วโมง (บินตรง)

8.50 เดินทางถึงเมืองพาโร สนามบินพาโร เป็นสนามบินที่ถือว่าบินลงได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะตั้งอยู่ในหุบเขา เมื่อเครื่องทำการแลนดิ้ง เราจะเห็นภูเขา อยู่ใกล้เรามาก ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แลกเงินและไกด์ท้องถิ่นรอรับทุกท่านสู่ประเทศภูฏาน

เที่ยวชมป้อมรินปุง (ป้อมแห่งอัญมณี) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ป้อมพาโร โดยเจ้าเมืองในสมัยนั้นได้ยกป้อมของพวกตนให้กับ ซับดรุง นัมเกล เพื่อแสดงความเคารพต่อความเป็นผู้นำทั้งด้านการเมืองและศาสนา จากนั้นได้มีการต่อเติมให้ใหญ่โตขึ้น

ชม วัดตัมชู (Tamchoe Monastery) ซึ่งมีสะพานโซ่เหล็ก (The Iron chain bridges in Bhutan) เก่าแก่อยู่ด้านหน้าวัด วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนจุดที่ที่มีแม่น้ำสองสายไหลมารวมกัน สร้างโดยลามะทังทนเกลโป และมีสะพานเหล็กข้ามลำน้ำ

เดินทางสู่ เมืองทิมพู ทานอาหารเที่ยง ที่ทิมพู เดินชมเมืองทิมพู ถ่ายรูปสี่แยกหลักของเมืองทิมพู ที่ยังคงไม่มีการใช้สัญญานไฟจราจร แต่ใช้ตำรวจจราจรมาโบก แวะถ่ายรูปหอนาฬิกากลางเมือง

ชม ป้อมทาชิโช ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานที่ใช้ทรงงานของกษัตริย์ ข้าราชการระดับสูง รวมถึงพระสงฆ์ โดยมีการแบ่งเขตออกจากกัน สร้างขึ้นมากว่า 700 ปี จนกระทั่งปี 1630 ก็ถูกทิ้งร้างเพราะไฟใหม้ ในรัชสมัยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ดอร์จิ วังชุก ทรงรับสั่งให้ฟื้นฟูป้อมปราการแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ทาชิโชซองจึงเป็นสถานที่สำคัญของเมืองทิมพูและภูฏานนับแต่นั้นมา

(หากเข้าไม่ทัน จะย้ายโปรแกรมไปเข้าในวันที่ 3 แทน)

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองทิมพู

ทัวร์ภูฏาน 2

ทิมพู – พูนาคา

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางสู่ เมืองพูนาคา และ วังดีโพดรัง ทิวทัศน์ระหว่างทางจะเต็มไปด้วยความสวยงามของต้นไม้ในเขตอัลไพน์สลับกับพืชเขตร้อนและ ณ จุดที่สูงที่สุดของถนนเส้นนี้ที่เรียกว่า โดชูลาพาส (Dochula pass) ชม 108 สถูป ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2005 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารวีรชนชาวภูฏานที่เสียชีวิตจากสงคราม อัสสัม ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดอย่างโชโมฮารี

ทานอาหารกลางวัน ที่เขตวัดชิมิลาคัง จากนั้น ชม วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดที่อยู่บนยอดเนิน สร้างขึ้นในปี 1499 โดยลามะที่มีชื่อเสียงมาก นามว่าท่าน Lama Drukpa Kunley

ป้อมพูนาคา (Punakha Dzong) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นวังแห่งความสุข “ Palace of Great Happiness” และเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน ป้อมนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ขององค์ปฐมกษัตริย์แห่งภูฎาน ในวันที่ 17 ธันวาคม 1907 และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบราชพิธีอภิเษกสมรสของกษัตริย์จิ๊กมี่และพระราชินี

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองพูนาคา

ทัวร์ภูฏาน 3

พูนาคา – พาโร

เตรียมตัวเดินทางกลับสู่เมืองทิมพู ผ่านเส้นทางเดิม จากนั้นนมัสการพระใหญ่แห่งภูฏาน ณ Buddha Gang เชื่อกันว่าที่นี่เป็นจุดรวมพลังของหุบเขาทิมพู พระพุทธปฏิมากรองค์นี้นับเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูฎานนอกจากนั้น

สวนสัตว์ทาคิน ชมตัวทาคิน มีหัวเหมือนแพะ ตัวเหมือนวัว เป็นสัตว์ในตำนานของชาวภูฎาน ใกล้ๆ กันนี้ยังเป็นสถานีส่งสัญญานช่อง BBS ซึ่งเป็นที่หนุ่มสาวขนานนามว่าเป็น สถานที่โรแมนติก หรือ Romantic Point

ชม Memorial Chorten อนุสรณ์สถานที่สร้างในปี 1974 เพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับอดีตกษัตริย์ภูฏานองค์ที่สามที่ล่วงลับ

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองพาโร

ทัวร์ภูฏาน 4

พาโร – วัดทักซัง

วัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ (Tiger’s Nest) วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในภูฎาน วัดนี้เป็นศาสนสถานที่มหัศจรรย์ เพราะตัววัดเหมือนเกาะอยู่บนหน้าผาหินที่มีความสูงถึง 900 เมตร วัดจากที่ราบพาโร ตามตำนานกล่าวไว้ว่าท่าน Guru Padmasambhava หรือ พระปทุมสมภพในภาคยักษ์ หรือ พระศาสดาองค์ที่สองตามความเชื่อของชาวภูฏาน ได้เหาะมาบนหลังเสือตัวเมีย มายังหน้าผาแห่งนี้เพื่อทำวิปัสนากรรมฐาน จึงได้ชื่อว่าถ้ำเสือ หลังจากที่สำเร็จสมาธิแล้ว ท่านจึงได้สร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น ชาวภูฏานส่วนใหญ่มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ Taksang สักครั้งหนึ่งในชีวิต (ไม่รวมค่าขี่ม้า)

วัดคิชุลาคัง หนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศภูฏาน สร้างโดยกษัตริย์ทิเบตในปี 659 ท่านจะได้พบกับต้นส้มศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุถึง 600 ปี แต่ยังให้ผลตลอดทั้งปี ได้เวลาสมควรมุ่งหน้าสู่เมืองทิมพู เป็นเมืองหลวงที่มีเสน่ห์อยู่ใจกลางหิมาลัย เพราะไม่เหมือนเมืองหลวงใดในโลก อาคารบ้านเรือนยังคงเอกลักษณ์ตามสถาปัตยกรรมภูฎานดั้งเดิม

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองพาโร

ทัวร์ภูฏาน 5

พาโร – กรุงเทพฯ

8.00 เดินทางสู่สนามบินเพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพมหานคร
Drukair เที่ยวบินที่ KB152
ออกเดินทางเวลา 10.00 น.
เดินทางถึง กทม 16.10 น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ทัวร์ภูฏาน 1

Bangkok

04:50น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 แถว W เช็คอินสายการบิน Druk Air กรุงเทพฯ-พาโร เที่ยวบินที่ KB 131

06:50น. เหินฟ้าสู่เมืองพาโร
08:35น. เครื่องแวะรับผู้โดยสารเพิ่มที่ Bagdogra , India ใช้เวลา 30 น. ผู้โดยสารไม่ต้องลงจากเครื่อง
09:05น. เครื่องบินเหินฟ้าต่อไปยังเมืองพาโร

เมืองพาโร (2,280m) ด้วยสายการบิน Druk Air สายการบินแห่งชาติภูฏาน
ตอนนำเครื่องลงท่านจะได้สัมผัสกับขุนเขาอันกว้างใหญ่ใกล้แค่เอื้อม ดุจดั่งเข้าสู่อ้อมกอดของหุบเขาแห่งเมืองพาโร สำหรับท่านที่รักการถ่ายภาพ ความอลังการของทิวทัศน์จะทำให้ท่านได้ภาพที่งดงาม

ชม ป้อมรินปุง(ป้อมแห่งอัญมณี) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ป้อมพาโร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1645 ทางเดินเข้าป้อมมีธงมนต์เรียงรายสองข้างทางนำไปสู่สะพานไม้แสนสวยหลังคามุงด้วยกระเบื้องหิน และอยู่ติดกับป้อมยามสองหลัง เหนือขึ้นไปมีอาคารหอสังเกตการณ์ของ ในปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1968 และได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย แต่กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงเพราะได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อตุลาคม 2554 ปัจจุบันป้อมพาโรมีฐานะเป็นศูนย์กลางในการบริหารปกครองของเขตปกครองพาโรและเป็นที่ตั้งของอารามหลวง ซึ่งมีพระจำวัดอยู่ราว 200รูป หอกลาง (อุตซี)ของป้อม ถึงเป็นหนึ่งในงานเครื่องไม้ที่งามที่สุดในภูฎาน

ชมวัดคิชุลาคังหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศภูฏาน สร้างโดยกษัตริย์ธิเบตในปี ค.ศ.659 ท่านจะได้พบกับต้นส้มศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุถึง 600ปี แต่ยังให้ผลตลอดทั้งปี

ชมวัดทัมชอค ลาคัง และเดินสะพานแขวนเก่าแก่ที่นั่น จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองทิมพู เป็นเมืองหลวงที่มีเสน่ห์อยู่ใจกลางหิมาลัย เพราะไม่เหมือนเมืองหลวงที่ใดในโลก อาคารบ้านเรือนยังคงเอกลักษณ์ตามสถาปัตยกรรมภูฎานดั้งเดิม

เย็นเดินเล่นรอบเมืองทิมพู คืนนี้พักที่ทิมพู (Alt; 2320m)

ทัวร์ภูฏาน 7

Timphu – Punakha – Wangdue

เมืองพูนาคา ทิวทัศน์ระหว่างทางจะเต็มไปด้วยความสวยงามของต้นไม้ในเขตอัลไพน์สลับกับพืชเขตร้อน

ระหว่างทางแวะโดชูลาพาส ที่ระดับความสูง 3150 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมวิวภูเขาหิมาลัยด้านตะวันตกอันตระการตา พร้อมยอดเขาต่างๆเรียงราย รวมไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดอย่างโชโมฮารี (7328 เมตร)

ชม 108 สถูป สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเมืองปีค.ศ.2005 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารวีรชนชาวภูฏานที่เสียชีวิตจากสงครามอัสสัม

ชมความงามของวัดดรุกวังเยลลาคัง ที่ราชินีในรัชกาลที่4 สร้างถวายแด่กษัตริย์องค์ที่4 ด้านในวัดมีภาพเขียนของเจ้าหญิงและเจ้าชายทุกพระองค์ในรูปของนางฟ้าและเทวดา และภาพเขียนเล่าเรื่องราวประวัติของภูฎาน 

ชม ป้อมพูนาคา ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นวังแห่งความสุข “Palace of Great Happiness” และเป็นหนึ่งในป้องปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน เป็นป้อมที่สร้างเป็นอันดับสองของภูฏาน ในอดีตเมื่อครั้งเมืองพูนาคายังเป็นเมืองหลวง ป้อมแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาล ปัจจุบันเป็นที่พักในฤดูหนาวของพระชั้นผู้ใหญ่ ป้อมนี้ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำ Phochu และ แม่น้ำ Mochu ไหลมาบรรจบกัน หากมีเวลา

ชมหมู่บ้าน Gidagom เป็นหมู่บ้านเล็กๆหลังป้อมพูนาคาเพื่อชมวิถีชีวิตชาวบ้าน

วัดชิมิลาคัง วัดที่อยู่บนยอดเนิน ใจกลางหุบเขา สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1499 โดยลามะที่มีชื่อเสียงมาก นามว่าท่าน Lama Drukpa Kunley ที่วัดแห่งนี้ชาวบ้านเชื่อกันว่าหากใครมาอธิฐานขอบุตรก็จะได้สมใจ

ค้างคืนที่เมืองวังดี (Alt.1240m

ทัวร์ภูฏาน 3


Bumthang – Trongsa

มุ่งหน้าไปยังเมืองบุมถัง ระหว่างทางผ่านชมช่องเขาเพเลลาพาส (3,300m) ณ เลยช่องเขาไปจะมีหมู่บ้านใหญ่ชื่อรูคุปจิ บ้านที่นี่จะล้อมรอบไปด้วยทุ่งมัสตาร์ด ไร่มันฝรั่ง ทุ่งบาร์เล่ย์ และข้าวสาลี ระหว่างทางมีทุ่งดอกไม้โรโดเดนดรอน หรือ กุหลาบพันปี และเฟิร์น

ผ่านหมู่บ้านเชนเดปจิ เป็นจุดพักระหว่างทางของกองคาราวานเดินทางจากทรองซาในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์องค์ที่ 2 ของอาณาจักรภูฎาน จุดนี้ยังเป็นจุดสำคัญในการแบ่งภูฎานตะวันออกและภูฎานตะวันตก แขตนี้เป็นดินแดนของคนเลี้ยงจามรีและคนเลี้ยงแกะ ถ้าทัศนวิสัยปลอดโปร่งจะมองเห็นยอดสูงๆของเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างชัดเจน รวมทั้งยอดโชโมฮารี (7,219m) ทางทิศตะวันตกด้วย

ถัดจากหมู่บ้านนี้จะได้เห็น สถูปเชนเดปจิ สีขาวองค์ใหญ่อยู่ริมลำธาร สถูปนี้จำลองมาจากสถูปสวยัมภูวนาถ ในกาฎมัณฑุ ประเทศเนปาล มีรูปตาวาดติดไว้ทั้งสี่ทิศ สร้างขึ้นในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 18 เพื่อสะกดปีศาจที่เข้ามาอาละวาดสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในหุบเขาบริเวณนี้

หมู่บ้านสุดท้ายก่อนถึงทรองซาคือหมู่บ้านทังเซปจิ จากจุดนี้ท่านจะได้เห็นวิวอันตะการตาของป้อมทรองซา อย่างสมบูรณ์ มองเห็นหลังคาสีแดงอันโดดเด่น ป้อมทรองซานี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1645 ภายในประกอบด้วยสถาปัตยกรรมชั้นเลิศ ลานกว้าง ทางเดิน และระเบียงอันสลับซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ทั้งยังมีวิหารและหอบูชาอยู่มากถึง 25หลัง ป้อมนี้เป็นป้อมที่สำคัญมาก เป็นสถานที่จัดงานพระราชพิธีแต่งตั้งองค์มกุฎราชกุมารขึ้นเฉลิมพระยศเป็นโชเชเป็นลป ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตร์ย์องค์ต่อไป

ชมในตัวป้อมทรองซา เมื่อเข้าไปในเขตของหุบเขาชูเม่ (เป็นหุปเขาแรกในสี่หุบเขาที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นหุบเขาบุมถัง) ที่นี่มีการทอผ้ายาตรา ซึ่งเป็นผ้าขนสัตว์ทอมือกันมาก เป็นแพทเทิร์นที่มีรูปแบบเฉพาะ สีสรรสดใส เป็นที่ต้องการของตลาด เดินเล่นในตัวเมืองทรองซา

คืนนี้พักที่ทรองซา (Alt 2,180m)

ทัวร์ภูฏาน 9

 Trongsa – Bumthang

เที่ยว พิพิธภัณฑ์ทรองซา ซึ่งเดิมเคยเป็นหอสังเกตการณ์ของเมือง แล้วมุ่งหน้าไปสู่เมืองบุมถังเป็นเมืองแห่งจิตวิญญานที่ตั้งอยู่ใจกลางประเทศภูฎาน

ผ่านช่องเขาโยตงลาพาส (3,425m) ถือเป็นเส้นที่มีวิวที่สวยที่สุดในภูฎาน

เที่ยวป้อมจาคา ซึ่งเป็นป้อมที่ใหญ่ที่สุดในภูฎาน โดยมีกำแพงป้อมยาวถึง 1 กิโลเมตร

เที่ยวชมวัดจัมเบลาคัง วัดที่เก่าแก่ที่สุดหนึ่งในสองของบุมถัง สร้างพร้อมกับวัดคิชุลาคังในเมืองพาโร สร้างโดยกษัตริย์ซองเทนแกมโปของทิเบตเพื่อสะกดปีศาจร้าย

เที่ยวชมวัดเคอเจลาคัง เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ ภายในตัววัดประกอบไปด้วยสามอารามใหญ่ และล้อมรอบด้วยสถูป 108สถุป

ชมวัดทัมชิงลาคัง วัดในนิกายนิงมาปะ พบโดยท่านเทอทน เปเม ลิงปะ ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่เป็นภาพพระพุทธเจ้าทั้ง 1,000ปาง และพระโพธิสัตว์

ชมวัดเคนโชซัมลาคัง ซึ่งครั้งแรกถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 7 จากนั้นท่านเทอทน เปมา ลิงปะ ได้บูรณะวัดใหม่ในปี ค.ศ.15 เชื่อกันว่าตัววัดได้ถูกสร้างบนทะเลสาบใหญ่ที่ซึ่งท่านได้ค้นพบสมบัติสำคัญทางศาสนา

ไปยังวิทยาลัยสงฆ์เคอชู ดรักซังบนเนินเขา ที่นี่เป็นจุดชมวิวหุบเขาบุมถังที่สวยงาม บุมถังเป็นเมืองใจกลางประเทศที่ถูกขนานนามโดยนักท่องเที่ยวว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย เดินเล่นในตัวเมืองบุมถัง

ค้างคืนที่บุมถัง(Alt; 2580m)

ทัวร์ภูฏาน 5
Bimthang – Phobjikha

มุ่งหน้าสู่เมืองผอบจิกะเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในภูฎาน หรือเรียกว่าเป็นเขตกังเต ซึ่งมาจากชื่อวัดกังเต เป็นเมืองในหุบเขาที่แสนงดงาม เรียบง่าย และอุดมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ เป็นแหล่งพักของนกกระเรียนคอดำที่อพยพหนีหนาวจากที่ราบสูงทิเบต ท่ามกลางป่าสน เทือกเขา และไร่มันสำปะหลังที่ผสมผสานกันอย่างงดงาม จนนักท่องเที่ยวหลายคนฝันอยากมาใช้ชีวิตที่อยู่ที่นี่เลยทีเดียว เราจะพาท่านเดินเข้าไปในท้องทุ่งกลางหุบเขา ไปสัมผัสชีวิตชาวภูฎานอย่างแท้จริง

บ้านชาวนา เพื่อไปชิมขนมพื้นบ้านที่ทำจากข้าวโพด พร้อมจิบชาร้อนๆแบบภูฎาน รับประทานอาหารที่ภัตตาคาร

จากนั้นพักผ่อนที่รีสอร์ทในเมืองผอบจิกะ (Alt;2900m)

ทัวร์ภูฏาน 11

 Phobjikha – Timphu

แวะเที่ยววัดกังเต วัดนี้เป็นวันนิกายนิงมาปะ ที่ใหญ่ที่สุดในภูฎาน ผู้ก่อตั้งอารามกังเต คือท่านเปมา ทรินเล หลานปู่ของท่านเปมา ลิงปะ พระอริยบุคคลผู้โด่งดังในนิกายญิงมาปะของภูฎาน มุ่งหน้ากลับไปยังทิมพู ผ่า

ช่องเขาโดชูลาพาส ทิมพูเป็นเมืองหลวงที่มีเสน่ห์อยู่ใจกลางหิมาลัย เพราะไม่เหมือนเมืองหลวงที่ใดในโลก อาคารบ้านเรือนยังคงเอกลักษณ์ตามสถาปัตยกรรมภูฎานดั้งเดิม

เที่ยวป้อมซิมโตคา ซึ่งเป็นป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุด สร้างในปี 1629 ปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เดินเที่ยวซื้อของที่ระลึกในตัวเมือง

เข้าพักโรงแรมที่เมืองทิมพู (Alt 2,320m)

ทัวร์ภูฏาน 12

Timphu

ชมวิวเมืองทิมพูที่ หอคอย BBS ซึ่งเป็นที่หนุ่มสาวขนานนามว่าเป็น สถานที่โรแมนติก หรือ Romantic Point จากนั้นเที่ยวชมสัตว์ประจำชาติภูฏานที่ สวนสัตว์ทาคิน ชมตัวทาคิน สัตว์ประจำชาติของประเทศภูฏาน

ชม วัดชังกังคา เป็นวัดเก่าแก่ประจำหุบเขาทิมพู สร้างในศตวรรษที่ 12 โดยท่านลามะ พาโจ ดรุกอม ชิกโป บุตรของท่านนิมา เป็นที่ประดิษฐานองค์พระอวโลกิเตศวรในปางที่มีสิบเอ็ดเศียร วัดนี้เป็นวัดที่ชาวทิมพูจะนำเด็กอ่อนมาให้พระให้ศีลให้พร และบ้างก็ให้พระลามะตั้งชื่อให้เพื่อเป็นศิริมงคล จากที่นี่จะเห็นวิวเมืองทิมพูอีกด้านหนึ่ง

Buddha Gang ที่ซึ่งประดิษฐานองค์พระใหญ่ที่สุดในภูฎาน บนยอดเขาที่เป็นจุดรวมพลังของหุบเขาทิมพู

ชม Memorial Chorten อนุสรณ์สถาน ที่สร้างในปี 1974 เพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับอดีตกษัตริย์ภูฏานองค์ที่สามที่ล่วงลับ ที่นี่ท่านจะได้เห็นชาวภูฎานและนักแสวงบุญจำนวนมากมานั่งสวดมนต์หมุนกงล้อมนตรา และเดินเวียนเทียนรอบสถูป

สู่ป้อมทาชิโช ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานที่ใช้ทรงงานของกษัตริย์ ประกอบไปด้วยท้องพระโรง และศาสนสถานอยู่ภายใน เดินเที่ยวรอบใจกลางเมืองทิมพู

เข้าพักโรงแรมที่เมืองทิมพู (Alt 2,320m)

ทัวร์ภูฏาน 13
Haa Valley

เดินทางสู่หุบเขาฮา ทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามจับใจ แต่เดิมหุบเขาฮาเป็นไม่อนุญาติให้ชาวต่างชาติเข้าไปท่องเที่ยว จนเมื่อปี2001 รัฐบาลภูฎานได้เปิดพื้นที่ให้โอกาสนักท่องเที่ยวต่างถิ่นได้สัมผัสชีวิตที่ยังไม่ถูกเจือปนจากโลกภายนอก หุบเขาฮาเป็นที่ประทับของพระมารดาของพระราชินีในรัชกาลที่4 ห้อมล้อมด้วยป่าเขา เต็มไปด้วยศาลเจ้าเก่าแก่โบราณ ในหุบเขาจะเห็นทุ่งข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เล่ย์ และไร่มันฝรั่ง

หยุดถ่ายภาพเขาสามลูกเทพเจ้าผู้คุ้มครองชาวเมืองในหุบเขาฮา ที่เป็นที่มาของตำนานและชื่อหุบเขาฮา เมื่อเข้าสู่เมืองฮา

พาท่านไปยัง วัด Black Dove & White Dove เดินเล่นตัวเมืองฮา

คืนนี้ค้างคืนที่หุบเขาฮา

ทัวร์ภูฏาน 14

 Haa Valley – Paro

เมืองพาโร ผ่านถนนที่สูงที่สุดของภูฎานที่ช่องเขา เชเลลาพาส (3810m)

เดินขึ้นสักการะวัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในภูฎาน วัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ เป็นศาสนสถานที่มหัศจรรย์ เพราะตัววัดเหมือนเกาะอยู่บนหน้าผาหินที่มีความสูงถึง 900 เมตร วัดจากที่ราบพาโร ตำนานกล่าวไว้ว่าท่าน Guru Padmasambhava หรือ พระปทุมสมภพในภาคยักษ์ หรือพระศาสดาองค์ที่สองตามความเชื่อของชาวภูฏาน ได้เหาะมาบนหลังเสือตัวเมีย มายังหน้าผาแห่งนี้เพื่อทำวิปัสนากรรมฐาน จึงได้ชื่อว่าถ้ำเสือ หลังจากที่สำเร็จสมาธิแล้ว ท่านจึงได้สร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น ชาวภูฏานส่วนใหญ่มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ Taksang สักครั้งหนึ่งในชีวิต ใช้เวลาการปีนเขาจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง (ไป-กลับ)

รับประทานอาหารภูฎานแท้ๆที่บ้านชาวนา โดยท่านจะได้ชมบ้านชาวนาว่าเป็นอย่างไร ความศรัทธาต่อพระพุทธศานาดูได้จากห้องพระที่ใหญ่โตเหมือนอยู่ในโบสถ์ของวัดทีเดียว ชาวบ้านที่นี่ปลูกข้าวทานเอง เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่เอง เป็นวิถีของเศรษฐกิจพอเพียงที่ยังคงมีให้เห็นโดยทั่วไป

พักค้างคืนที่เมืองพาโร (Alt; 2280m)

ทัวร์ภูฏาน 15

Paro – Bangkok

หลังอาหารเช้านำท่านสู่สนามบินนานาชาติพาโร
09:20น. เช็คอินที่สนามบินพาโร สายการบิน Druk Air เที่ยวบินที่ KB130 พาโร-กรุงเทพฯ
11:20น. เครื่องบินเหินฟ้าจากสนามบินพาโร
12:45น. เครื่องแวะรับ/ส่งผู้โดยสารที่ดักก้าเป็นเวลา 40นาที
13:15น. เครื่องบินเหินฟ้าจากสนามบินดักก้า
16:15น. เดินทางถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

วันที่จัด

ทริปนี้รวมอะไร

ผู้เดินทาง

เริ่มต้นที่ 3 ท่าน

การเดินทาง

  • รถส่วนตัวตลอดการเดินทาง

รวม

  • วีซ่า
  • โรงแรม 3 ดาว  พักห้องละ 2 ท่าน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าเข้าสถานที่
  • รถรับส่งตลอดการเดินทาง
  • ประกันอุบัติเหตุ 1 ล้านบาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กทม ภูฏาน
  • ทิป Local Guide และ คนขับรถ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

บรรยากาศทริป

error: Content is protected !!