logo-freedoka

Switzerland

Laufenburg • Stein Am Rhein • Colmar • เมือง Riquewihr • กรุงBern • ชมยอดเขา Montblanc • ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace • Matterhorn Glacier Paradise • Zermatt • ชมธารน้ำแข็งกราเซียร์ Rosenlaui • เขา Rigi

อธิบายรูปแบบการเดินทางของทริป

Road Trip

ข้อจำกัดของการเดินทางแบบ Road Trip

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
short brief
สรุปทัวร์สวิสเซอร์แลนด์โดยย่อ

วันที่ 1 : สุวรรณภูมิ
วันที่ 2 : เดินทางไป Laufenburg (62Km.50Min) ไปยัง Stein Am Rhein (73Km. 1.30Hr.) ช่วงบ่าย เดินทางไป Colmar (200Km. 2.30Hr.) เมืองน่ารักๆแห่งอัสซาด
วันที่ 3 : ชมเมืองยุคกลาง Ribeauvillé เดินทางสู่เมือง Riquewihr (5Km. 10Min.) เมืองเล็กกลางไร่ไวน์สวย เดินทางต่อไปยังกรุง Bern (176Km. 2Hr.) จากนั้นไปพักที่ Murten (31Km. 30Min.)
วันที่ 4 : ชมอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสวิต Emosson (150Km. 2Hr.) จากนั้นชมวิวที่ Grands Montets (25Km. 1Hr.) 
วันที่ 5 : ขึ้นยอดเขา Aiguille du midi ชมยอดเขา Montblanc จากนั้นนังรถไฟสาย Montenvers ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace แล้วเดินทางสู่ Zermatt (143Km. 2.30Hr.) 
วันที่ 6 : นั่งรถไฟที่ Gornergrat ขึ้นไปขม Matterhorn Glacier Paradise ชมทะเลสาบริฟเฟล Riffelberg 
วันที่ 7 : Zermatt ขึ้นกระเช้าเพิ่มเดินไปชม Stellisee 
วันที่ 8 : ชมธารน้ำแข็งกราเซียร์ Rosenlaui 
วันที่ 9 : เดินทางไปยังเมือง Engelberg (32Km. 40Min.) ขึ้นกระเช้าที่สถานี Stand ชมเขา Rigi เดินทางไปชมหมู่บ้าน Stoos 
วันที่ 10 :
เช้า พาไปเมือง Lungern และ iselt wald บ่าย (Option) ขึ้นรถไฟ Cogwheel train สู่ Pilatus จากนั้นเข้าเมือง zurich
วันที่ 11 : อิสระช่วงเช้า ถึงเวลาเดินทางไปสนามบิน กลับกรุงเทพ
วันที่ 12 : ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ 

  • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง
  • นำทริปโดย Driver Guide คนไทย (รอรับที่สนามบินปลายทาง
  • พาเที่ยวแบบสบายๆไม่เร่งรีบ มีเวลาให้แวะถ่ายรูป
  • หากเป็น private Group สามารถปรับโปรแกรมได้ต้องการ (ในขอบเขตเวลาที่อำนวยต่อสถานที่และเวลาเยี่ยมชม)
  • พักห้องคู่ ท่านละ 000000 บาท
  • พักเดี่ยว 00000

รวม

  • ที่พักรับดับ 3-4 ดาว
  • อาหารเช้า
  • ยานพาหนะ รับส่งตามโปรแกรม
  • ค่าทางด่วน ที่จอดรถ น้ำมัน ทั้งหมด
  • เรือข้ามฟาก (ถ้ามี)
  • ผู้นำทริปคนไทย (Driver Guide)
  • ค่ากิจกรรมและค่าเข้าชม ตามโปรแกรม
  • ดำเนินการขอวีซ่าให้ 
  • ประกันการเดินทางวงเงิน 1000000 บาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และภายในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่ากิจกรรมนอกเหนือจากรายการ
  • ค่าแปลเอกสารยื่นวีซ่า (ถ้ามี)
สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 1

พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG970 01.05-07.50

Day 2

เดินทางไป Laufenburg • ไป Stein Am Rhein • บ่ายไป Colmar

07.50 ถึงเมืองซูริค และเดินทางไปเมือง Laufenburg เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์  เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญในยุคกลาง และต่อมากลายเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19

ชมสะพาน Laufen เป็นสะพานข้ามแม่น้ำไรน์ที่เชื่อมระหว่างสองส่วนหลักของเมือง สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1568 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก 

เดินทางต่อไป Stein Am Rhein เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมืองและมีถนนสายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้

ชมน้ำตกไรน์ (Rhine fall) น้ำตกที่ใหญ่และสวยที่สุดในยุโรป น้ำสีเขียวมรกตใสไหลอย่างเชี่ยวกราดทำให้เกิดฟองขาวแตกกระเซ็นยามกระทบกับแก่งหิน ละอองน้ำที่กระจายปกคลุมไปทั่ว เกิดภาพที่งดงามจับใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ 

เดินทางสู่เมือง Colmar ได้รับสมญานามว่าเป็น “Little Venice” เสน่ห์ของกอลมาร์คือบ้านเรือนสีสันสดใสดังเทพนิยาย มีคลองผ่านกลางเมืองและถูกประดับไปด้วยดอกไม้ที่แย้มบานในฤดูร้อน แต้มชีวิตให้หมู่บ้านแห่งนี้มีชีวิตชีวา นอกจากนั้นยังมีเสน่ห์ความคลาสสิกของสมัยยุคกลาง อย่างเช่น Maison des Têtes คฤหาสน์ทรงสูงจากยุคเรอเนซองส์ และ Maison Pfister อาคารหอคอยเก่าแก่ สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย

พักที่ Corma

 

Day 3

ชมเมืองยุคกลาง Ribeauvillé • ไปเมือง Riquewihr • ต่อไปยังกรุง Bern • Murten

เดินทางไปเมือง Ribeauvillé เป็นเมืองยุคกลางที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขา Vosges ใกล้กับชายแดนเยอรมนี ชมเมืองเก่า Ribeauvillé ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมืองเก่าแห่งนี้มีถนนแคบๆ ตรอกซอกซอย อาคารยุคกลาง และโบสถ์ที่สวยงาม

เดินทางไปเมือง Riquewihr ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Ill ใกล้กับเมือง Colmar Riquewihr เป็นที่รู้จักจากสถาปัตย

กรรมแบบครึ่งไม้ที่โดดเด่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นมากมาย และเป็นที่รู้จักจากการผลิตไวน์ Riesling เดินเล่นชมเมืองเก่า 

เดินทางไปยัง เมืองเบิรน์ (Bern) เมืองหลวงของสวิสเซอร์แลนด์ มีการวางผังเมืองได้อย่างดีเยี่ยนม สร้างขึ้นบนเนินเขา ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ให้บรรยากาศแบบยุโรปยุกกลาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกโดยยูเนสโกตั้งแต่ปี 1983

ชม บ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Pit) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมือง ตามตำนานแล่าว่ากษัติร์ในตอนนั้น กำลังหาชื่อเมืองจึงได้ออกไปล่าสัตว์ และตั้งชื่อจากสัตว์ที่ตัวเองได้ออกล่าได้ตัวแรกคือ หมีนั้นเอง ดั้งนั้น Berchthold v.von Zähringen จึงได้นำรูปหมี ที่ตัวเองล่านำมาเป็นสัญลักษณ์ ประจำ นครหลวงเบิร์น

เดินทางต่อไปยังเมือง Murten เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และน่าหลงใหล มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจ เหมาะสำหรับการพักผ่อน เดินเล่นชมเมือง และสัมผัสกับวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์

คืนนี้พักที่ Murten

Day 4

ชมอ่างเก็บน้ำ Emosson • ชมวิวที่ Col de Balme

ชมอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสวิต Emosson เป็นเขื่อนเก็บน้ำที่สร้างขึ้นในปี 1954 ตั้งอยู่ในหุบเขา Emosson ทางตอนใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้าและเป็นแหล่งน้ำเพื่อการชลประทาน มีความสูง 2,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในอ่างเก็บน้ำที่สูงที่สุดในยุโรป 

ไปชมวิวที่ Col de Balme เป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่ตั้งอยู่ระหว่างเมือง Chamonix และ Le Châtelard ในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,080 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล Col de Balme นำเสนอทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์รวมถึงยอดเขา Mont Blanc ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป

พักที่เมือง Chamonix

Day 5

ขึ้นยอดเขา Aiguille du midi • นั่งรถไฟสาย Montenvers ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace • Zermatt

เดินทางไปยังยอด Aiguille du Midi เพื่อชมยอดเขา Mont Blanc ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Mont Blanc ที่สูงถึง 3,842 เมตร โดยจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการขึ้นไปยังยอด Aiguille du Midi ด้วยกระเช้าที่ชันและลอยเหนือผาอันงดงาม ระหว่างทางจะได้เห็นวิวเมือง Chamonix อยู่เบื้องล่าง เมื่อถึงยอดเขา Aiguille du midi จะได้ชมทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์ รวมถึงยอดเขา Mont Blanc ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป และยังสามารถเดินเล่นบนระเบียงชมวิวที่ยอดเขา Aiguille du midi เพื่อชมทิวทัศน์ได้อย่างเต็มที่ด้วย

นั่งรถไฟสาย Montenvers ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace เป็นรถไฟฟันเฟืองที่วิ่งจากสถานี Chamonix-Mont-Blanc ไปยังสถานี Montenvers ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ระหว่างทาง รถไฟจะผ่านทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์ รวมถึงยอดเขา Mont Blanc เมื่อถึงสถานี Montenvers จะได้ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์

จากนั้นเดินทางไปเมือง Zermatt เป็นเมือง Signature แห่งประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งมี Matterhorn หนึ่งในสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จัก บริเวณเมืองที่สวยงามนี้มีร้านค้ามากมายที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและช้อปปิ้ง เมืองชนบทเล็กๆซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขาใหญ่โต มีการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งการรักษาธรรมชาติ การไม่อนุญาตให้ใช้รถยนต์แล่นในเมือง แต่ให้ใช้จักรยาน หรือรถไฟฟ้าแทน

พักที่ Zermatt

Day 6

นั่งรถไฟที่ Gornergrat • ชม Matterhorn Glacier Paradise • ชมทะเลสาบริฟเฟล

ตื่นเช้ารับแสงแรกแห่งวันที่สาดกระทบยอดเขาแมเทอฮอร์นให้กลายเป็นสีส้ม พาขึ้นรถรางสายพิเศษ พิชิตยอดเขากอร์เนอร์กรัท (Gornergrat) ผ่านธรรมชาติทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่สวยงามทั้งสองข้างทางสู่ยอดเขากอร์เนอร์กรัท (หรือยอดเขาทรอบโบโลน) อันเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของ สวิตเซอร์แลนด์ที่ใครๆก็จำได้ ชมความงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (จากจุดชมวิวกรอนเนอแกรต) ซึ่งมีความสูงกว่า 4,478 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล 

ชม Matterhorn Glacier Paradise เป็นสถานีกระเช้าไฟฟ้าที่สูงที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,883 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ให้บริการนักท่องเที่ยวจาก Zermatt ไปยังจุดชมวิวที่งดงามของเทือกเขาแอลป์เมื่อถึงจุดชมวิวจะเห็นทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขา Matterhorn และยอดเขาอื่นๆ กว่า 38 แห่งในเทือกเขาแอลป์ สามารถเดินเล่นบนระเบียงชมวิวที่กว้างใหญ่ และชมธารน้ำแข็ง Matterhorn Glacier ด้วย

ชมทะเลสาบริฟเฟล Riffelsee เป็นทะเลสาบขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,571 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ที่สูงตระหง่าน ทะเลสาบริฟเฟลเป็นที่รู้จักจากทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่สะท้อนกับน้ำถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม

พักที่  Zermatt

 

Day 7

ขึ้นกระเช้าเดินไปชม Stellisee

พาขึ้นกระเช้าเพิ่มเดินไปชมทะเลสาบ Stellisee โดยเริ่มต้นที่สถานี Zermatt ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปยังสถานี Riffelberg ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที จากสถานี Riffelberg ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปยังสถานี Stellisee ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที และจากสถานี Stellisee เดินเท้าไปยังทะเลสาบ Stellisee ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที 

เมื่อถึงทะเลสาบ Stellisee สามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบเพื่อชมทิวทัศน์ของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นได้อย่างเต็มที่ และยังสามารถนั่งเรือชมทะเลสาบได้อีกด้วย ทะเลสาบ Stellisee เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ชมทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นและสัมผัสกับความเงียบสงบของธรรมชาติ

พักที่ Andermatt 

Day 8

ชมธารน้ำแข็งกราเซียร์ Rosenlaui

เดินทางไปชมธารน้ำแข็งกราเซียร์ Rosenlaui เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ตอนกลาง ธารน้ำแข็งแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และยาวประมาณ 7 กิโลเมตร เมื่อถึงธารน้ำแข็งสามารถเดินเล่นบนทางเดินชมวิวที่ทอดยาวไปตามธารน้ำแข็ง ยังสามารถนั่งรถรางชมธารน้ำแข็งได้อีกด้วย 

ธารน้ำแข็ง Rosenlaui ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว ธารน้ำแข็งแห่งนี้เกิดจากการสะสมของหิมะและน้ำแข็งเป็นเวลาหลายพันปี และค่อยๆ เคลื่อนตัวลงจากเทือกเขาแอลป์ ยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในปัจจุบัน ประมาณ 20 เมตรต่อปี

พักที่ Lucern lake

Day 9

เดินทางไปยังเมือง Engelberg • ขึ้นกระเช้าชมเขา Rigi • ชมหมู่บ้าน Stoos

เดินทางไปเมือง Engelberg เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางของเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ที่มีความสูงถึง 3,238 เมตร โดยยอดเขานี้จะมีหิมะคลุมบนยอดเขาตลอดทั้งปี เคยเป็นที่ถ่ายทำฉากละคร “อย่าลืมฉัน”   

ขึ้นกระเช้าที่สถานี Stand ชมเขา Rigi ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที เขา Rigi ตั้งอยู่ทางตอนกลางของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเทือกเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาหลักคือ Rigi Kulm สูง 1,798 เมตร เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ราชินีแห่งเทือกเขา” เนื่องจากมีทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ สามารถมองเห็นทะเลสาบลูเซิร์น ทะเลสาบซุก และทะเลสาบเลาเออร์ซได้จากยอดเขาเมื่อถึงยอดเขา Rigi จะได้พบกับทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ สามารถเดินเล่นบนยอดเขาหรือรับประทานอาหารที่ร้านอาหารบนยอดเขาได้ 

ไปชมหมู่บ้าน Stoos หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ที่มีความสวยงามของเชิงเขา Fronalpstock ระดับความสูง 1,922 เมตร สูงเหนือทะเลสาบลูเซิร์น เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลสาบลูเซิร์น ยอดเขาพิราตุส ยอดเขาริกิ ได้แบบพาโนรามา 

พักที่ Lucern lake

Day 10

ชมเมือง Lucerne • สะพานไม้ Chapel และสิงโตร้องให้ • เดินเล่น ชอปปิ้งที่ Bahnhoffstrasse

เที่ยวชมเมือง Lucerne เป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงาม ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเซิร์นและมีทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ เมือง Lucerne เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของสวิตเซอร์แลนด์

ชมสะพานไม้ชาเปล เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1333 สะพานแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Lucerne และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

อนุสาวรีย์สิงโตร้องไห้ เป็นอนุสาวรีย์หินแกะสลักขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารสวิตเซอร์แลนด์ที่ถูกสังหารระหว่างการจลาจลชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1792 อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความเสียสละของชาวสวิตเซอร์แลนด์

อิสระเดินเล่นและช้อปปิ้งที่ Bahnhoffstrasse เป็นถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงที่สุดในซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถนนสายนี้ทอดยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟกลางซูริคไปยังริมทะเลสาบลูเซิร์น ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย

พักที่ Zurich

Day 11

อิสระช่วงเช้า • เดินทางไปสนามบิน

อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ ถึงเวลาเดินทางไปสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG971 13.30-05.30

Day 12

เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันใหม่

ค่าใช้จ่ายทริป
ทริป xxx
  • พักห้องคู่ ท่านละ 99,000 บาท
  • พักเดี่ยว 32,000
  • ค่ารถหรือเรือทุกประเภทที่ใช้ในทริป
  • ค่าทางด่วนและที่จอดรถ
  • ค่าน้ำมันและภาษีต่างๆ
  • ที่พักและอาหารคนขับ
  • คนไทยนำทริปตลอดทริป
  • ไกด์รอรับที่สนามบินประเทศปลายทาง
  • ไกด์นำเที่ยวและขับรถและถ่ายรูปโดยคนเดียวกัน
  • ประกันเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ประกันกระเป๋าล่าช้าหรือสูญหาย (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน)

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. 

ทริป xxx ที่ผ่านมา

xxx xxxx xx xxxx. xxxxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG970 01.05-07.50
  • 07.50 ถึงเมืองซูริค และเดินทางไปเมือง Laufenburg เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญในยุคกลาง และต่อมากลายเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19

  • ชมสะพาน Laufen เป็นสะพานข้ามแม่น้ำไรน์ที่เชื่อมระหว่างสองส่วนหลักของเมือง สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1568 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

  • เดินทางต่อไป Stein Am Rhein เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมืองและมีถนนสายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้

  • ชมน้ำตกไรน์ (Rhine fall) น้ำตกที่ใหญ่และสวยที่สุดในยุโรป น้ำสีเขียวมรกตใสไหลอย่างเชี่ยวกราดทำให้เกิดฟองขาวแตกกระเซ็นยามกระทบกับแก่งหิน ละอองน้ำที่กระจายปกคลุมไปทั่ว เกิดภาพที่งดงามจับใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ

  • เดินทางสู่เมือง Colmar ได้รับสมญานามว่าเป็น “Little Venice” เสน่ห์ของกอลมาร์คือบ้านเรือนสีสันสดใสดังเทพนิยาย มีคลองผ่านกลางเมืองและถูกประดับไปด้วยดอกไม้ที่แย้มบานในฤดูร้อน แต้มชีวิตให้หมู่บ้านแห่งนี้มีชีวิตชีวา นอกจากนั้นยังมีเสน่ห์ความคลาสสิกของสมัยยุคกลาง อย่างเช่น Maison des Têtes คฤหาสน์ทรงสูงจากยุคเรอเนซองส์ และ Maison Pfister อาคารหอคอยเก่าแก่ สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย

  • คืนนี้พักที่ Colmar

  • เดินทางไปเมือง Ribeauvillé เป็นเมืองยุคกลางที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขา Vosges ใกล้กับชายแดนเยอรมนี ชมเมืองเก่า Ribeauvillé ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมืองเก่าแห่งนี้มีถนนแคบๆ ตรอกซอกซอย อาคารยุคกลาง และโบสถ์ที่สวยงาม

  • เดินทางไปเมือง Riquewihr ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Ill ใกล้กับเมือง Colmar Riquewihr เป็นที่รู้จักจากสถาปัตย
    กรรมแบบครึ่งไม้ที่โดดเด่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของไร่องุ่นมากมาย และเป็นที่รู้จักจากการผลิตไวน์ Riesling เดินเล่นชมเมืองเก่า

  • เดินทางไปยัง เมืองเบิรน์ (Bern) เมืองหลวงของสวิสเซอร์แลนด์ มีการวางผังเมืองได้อย่างดีเยี่ยนม สร้างขึ้นบนเนินเขา ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ให้บรรยากาศแบบยุโรปยุกกลาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกโดยยูเนสโกตั้งแต่ปี 1983

  • ชม บ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Pit) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมือง ตามตำนานแล่าว่ากษัติร์ในตอนนั้น กำลังหาชื่อเมืองจึงได้ออกไปล่าสัตว์ และตั้งชื่อจากสัตว์ที่ตัวเองได้ออกล่าได้ตัวแรกคือ หมีนั้นเอง ดั้งนั้น Berchthold v.von Zähringen จึงได้นำรูปหมี ที่ตัวเองล่านำมาเป็นสัญลักษณ์ ประจำ นครหลวงเบิร์น

  • เดินทางต่อไปยังเมือง Murten เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และน่าหลงใหล มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจ เหมาะสำหรับการพักผ่อน เดินเล่นชมเมือง และสัมผัสกับวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์

  • คืนนี้พักที่ Murten

  • ชมอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสวิส Emosson เป็นเขื่อนเก็บน้ำที่สร้างขึ้นในปี 1954 ตั้งอยู่ในหุบเขา Emosson ทางตอนใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้าและเป็นแหล่งน้ำเพื่อการชลประทาน มีความสูง 2,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในอ่างเก็บน้ำที่สูงที่สุดในยุโรป

  • ไปชมวิวที่ Col de Balme เป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่ตั้งอยู่ระหว่างเมือง Chamonix และ Le Châtelard ในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,080 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล Col de Balme นำเสนอทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์รวมถึงยอดเขา Mont Blanc ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป

  • คืนนี้พักที่ Chamonix

  • เดินทางไปยังยอด Aiguille du Midi เพื่อชมยอดเขา Mont Blanc ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Mont Blanc ที่สูงถึง 3,842 เมตร โดยจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการขึ้นไปยังยอด Aiguille du Midi ด้วยกระเช้าที่ชันและลอยเหนือผาอันงดงาม ระหว่างทางจะได้เห็นวิวเมือง Chamonix อยู่เบื้องล่าง เมื่อถึงยอดเขา Aiguille du midi จะได้ชมทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์ รวมถึงยอดเขา Mont Blanc ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป และยังสามารถเดินเล่นบนระเบียงชมวิวที่ยอดเขา Aiguille du midi เพื่อชมทิวทัศน์ได้อย่างเต็มที่ด้วย

  • นั่งรถไฟสาย Montenvers ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace เป็นรถไฟฟันเฟืองที่วิ่งจากสถานี Chamonix-Mont-Blanc ไปยังสถานี Montenvers ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ระหว่างทาง รถไฟจะผ่านทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์ รวมถึงยอดเขา Mont Blanc เมื่อถึงสถานี Montenvers จะได้ชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์

  • จากนั้นเดินทางไปเมือง Zermatt เป็นเมือง Signature แห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมี Matterhorn หนึ่งในสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จัก บริเวณเมืองที่สวยงามนี้มีร้านค้ามากมายที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและช้อปปิ้ง เมืองชนบทเล็กๆซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขาใหญ่โต มีการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งการรักษาธรรมชาติ การไม่อนุญาตให้ใช้รถยนต์แล่นในเมือง แต่ให้ใช้จักรยาน หรือรถไฟฟ้าแทน

  • คืนนี้พักที่ Zermatt

  • ตื่นเช้ารับแสงแรกแห่งวันที่สาดกระทบยอดเขาแมเทอ
    ฮอร์นให้กลายเป็นสีส้ม พาขึ้นรถรางสายพิเศษ พิชิตยอดเขากอร์เนอร์กรัท (Gornergrat) ผ่านธรรมชาติทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่สวยงามทั้งสองข้างทางสู่ยอดเขากอร์เนอร์กรัท (หรือยอดเขาทรอบโบโลน) อันเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของ สวิตเซอร์แลนด์ที่ใครๆก็จำได้ ชมความงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (จากจุดชมวิวกรอนเนอแกรต) ซึ่งมีความสูงกว่า 4,478 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

  • ชม Matterhorn Glacier Paradise เป็นสถานีกระเช้าไฟฟ้าที่สูงที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,883 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ให้บริการนักท่องเที่ยวจาก Zermatt ไปยังจุดชมวิวที่งดงามของเทือกเขา
    แอลป์เมื่อถึงจุดชมวิวจะเห็นทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขา Matterhorn และยอดเขาอื่นๆ กว่า 38 แห่งในเทือกเขาแอลป์ สามารถเดินเล่นบนระเบียงชมวิวที่กว้างใหญ่ และชมธารน้ำแข็ง Matterhorn Glacier ด้วย

  • ชมทะเลสาบริฟเฟล Riffelsee เป็นทะเลสาบขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,571 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ที่สูงตระหง่าน ทะเลสาบริฟเฟลเป็นที่รู้จักจากทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาแมท
    เทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่สะท้อนกับน้ำถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม

  • คืนนี้พักที่ Zermatt

  • พาขึ้นกระเช้าเพิ่มเดินไปชมทะเลสาบ Stellisee โดยเริ่มต้นที่สถานี Zermatt ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปยังสถานี Riffelberg ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที จากสถานี Riffelberg ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าไปยังสถานี Stellisee ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที และจากสถานี Stellisee เดินเท้าไปยังทะเลสาบ Stellisee ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที

    เมื่อถึงทะเลสาบ Stellisee สามารถเดินเล่นรอบทะเลสาบเพื่อชมทิวทัศน์ของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นได้อย่างเต็มที่ และยังสามารถนั่งเรือชมทะเลสาบได้อีกด้วย ทะเลสาบ Stellisee เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ชมทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นและสัมผัสกับความเงียบสงบของธรรมชาติ

  • คืนนี้พักที่ Andermatt 

  • เดินทางไปชมธารน้ำแข็งกราเซียร์ Rosenlaui เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ตอนกลาง ธารน้ำแข็งแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และยาวประมาณ 7 กิโลเมตร เมื่อถึงธารน้ำแข็งสามารถเดินเล่นบนทางเดินชมวิวที่ทอดยาวไปตามธารน้ำแข็ง ยังสามารถนั่งรถรางชมธารน้ำแข็งได้อีกด้วย

    ธารน้ำแข็ง Rosenlaui ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว ธารน้ำแข็งแห่งนี้เกิดจากการสะสมของหิมะและน้ำแข็งเป็นเวลาหลายพันปี และค่อยๆ เคลื่อนตัวลงจากเทือกเขาแอลป์ ยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในปัจจุบัน ประมาณ 20 เมตรต่อปี

  • คืนนี้พักที่ Lucern lake
  • เดินทางไปเมือง Engelberg เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางของเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ที่มีความสูงถึง 3,238 เมตร โดยยอดเขานี้จะมีหิมะคลุมบนยอดเขาตลอดทั้งปี เคยเป็นที่ถ่ายทำฉากละคร “อย่าลืมฉัน”

  • ขึ้นกระเช้าที่สถานี Stand ชมเขา Rigi ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที เขา Rigi ตั้งอยู่ทางตอนกลางของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเทือกเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาหลักคือ Rigi Kulm สูง 1,798 เมตร เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ราชินีแห่งเทือกเขา” เนื่องจากมีทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ สามารถมองเห็นทะเลสาบลูเซิร์น ทะเลสาบซุก และทะเลสาบเลาเออร์ซได้จากยอดเขา เมื่อถึงยอดเขา Rigi จะได้พบกับทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ สามารถเดินเล่นบนยอดเขาหรือรับประทานอาหารที่ร้านอาหารบนยอดเขาได้

  • ไปชมหมู่บ้าน Stoos หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา
    แอลป์ที่มีความสวยงามของเชิงเขา Fronalpstock ระดับความสูง 1,922 เมตร สูงเหนือทะเลสาบลูเซิร์น เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลสาบลูเซิร์น ยอดเขาพิราตุส ยอดเขาริกิ ได้แบบพาโนรามา

  • คืนนี้พักที่ Lucern lake
  • เที่ยวชมเมือง Lucerne เป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงาม ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเซิร์นและมีทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ เมือง Lucerne เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของสวิตเซอร์แลนด์

  • ชมสะพานไม้ชาเปล เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1333 สะพานแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Lucerne และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

  • อนุสาวรีย์สิงโตร้องไห้ เป็นอนุสาวรีย์หินแกะสลักขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารสวิตเซอร์แลนด์ที่ถูกสังหารระหว่างการจลาจลชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1792 อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความเสียสละของชาวสวิตเซอร์แลนด์

  • อิสระเดินเล่นและช้อปปิ้งที่ Bahnhoffstrasse เป็นถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงที่สุดในซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถนนสายนี้ทอดยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟกลางซูริคไปยังริมทะเลสาบลูเซิร์น ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย

  • คืนนี้พักที่ Zurich

  • อิสระช่วงเช้า เตรียมเก็บสัมภาระ ถึงเวลาเดินทางไปสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG971 13.30-05.30

  • 05.30 ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

ค่าทริป

  • พักห้องคู่ ท่านละ

รูปแบบ

  • ทัวร์กลุ่มเล็ก จัดสไตล์ Roadtrip มีคนไทยขับรถพาเที่ยว
  • พาชมแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด 

รวม

  • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่
  • รวมอาหารเช้า
  • รวมค่าวีซ่า
  • ยานพาหนะ ที่จอด น้ำมัน ค่าใช้จ่ายของ Driver Guide ทั้งหมด

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง
  • อาหารกลางวันและเย็น

เงื่อนใขทริป 

คือการเดินทางด้วยรถตู้คันเล็ก กลุ่มละ 6 ท่าน มึความคล่องตัวและ Flexible มากกว่าการเดินทางด้วยรถใหญ่

อย่างไรก็ตาม Road Trip มีข้อจำกัดบางประการ 

  • พื้นที่เก็บกระเป๋ามีจำกัด หากมา 6 ท่าน กระเป๋าจะต้องเป็นขนาด 24 นิ้วเท่านั้น และ Carry On ต้องเป็นแบบ ผ้าหรือแบบเป้ที่สามารถใส่ไว้ใต้เบาะหรือข้างๆตัวได้
  • เราไม่สามารถทราบรุ่นของรถได้จนกว่าจะถึงวันรับรถ บางครั้งรถอาจจะใหญ่กว่าในรูปหรือเล็กกว่าในรูป ดังนั้น เพื่อจำกัดข้อผิดพลาดของการเดินทาง เราจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกระเป๋าไว้ล่วงหน้า
  • กระเป๋าต้องเผื่อพื้นที่ของไกด์ 1 ใบ
  • เราจะพาทุกท่านเข้าโรงแรมก่อนออกเที่ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการทุบกระจกขโมยของ
  • กระเป๋าทุกท่านต้องดูแลกระเป๋าของตนเอง (ช่วยยกขึ้นรถ) รวมถึงการลากขึ้นห้อง เนื่องจากไกด์ของเรามีคนเดียว
  • xxx

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม