ทัวร์แกรนด์อิหร่าน

...

Tehran • Kashan • Esfahan • Meybod • Yazd • Shiraz

อิหร่าน
เส้นทาง
11 วัน 8 คืน
IKA
3-4 ดาว
บัส
16
ยากง่าย

วันที่ ค่าทริป

รอการอัพเดท

รูปแบบ ทัวร์แกรนด์อิหร่าน

ราจะรวมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว ไปแต่ตัว กับ Pocket money สำหรับช้อปปิ้ง (ยกเว้นสินน้ำใจให้ไกด์) เริ่มต้นตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป

Deluxe Trip
รวม
: ตั๋วเครื่องบิน • Visa • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้า • ค่ากิจกรรม • ยานพาหนะ • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : Mini bus, Vip Coach

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

โปรแกรม

Day 1 : Bangkok – Tehran

  • ช่วงค่ำ นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • ออกเดินสู่กรุงเตหะราน

Day 2 : Tehran   

  • เดินทางถึงท่าอากาศยานอิหม่ามโคมัยนี ซึ่งอยู่ทางใต้ของกรุงเตหะราน
  • นำท่านชม Azadi Tower หนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศอิหร่าน อนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพ ตั้งอยู่ที่ Azadi Square สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1971 เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบปี 2500 ของจักรวรรดิเปอร์เซีย ความโดดเด่นของอนุสาวรีย์นี้ คือการออกแบบอนุสาวรีย์เป็นรูปตัว Y คว่ำ ซึ่งมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบเปอร์เซียหลายๆ ยุคไว้ด้วยกัน อนุสาวรีย์นี้ออกแบบโดย Hossein Amanat สถาปนิกชื่อดังชาวอิหร่าน
  • ชมพระราชวังกุหลาบ Golestan Palace พระราชวังแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งสถานที่ประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเตหะราน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยคริสตวรรษที่ 16 ในราชวงศ์ Safavid สิ่งที่เหลืออยู่จากสมัยนั้น คือ ป้อมสูง (Citadel) สำหรับส่องดูข้าศึกและสถานอาบน้ำแบบเติร์ก องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้ Golestan Palace เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2007 ความสวยงามของสถานที่นี้จนมีผู้ยกย่องว่า “A masterpiece of the Qajar era” ปัจจุบันพระราชวังโกเลสตานยังคงใช้เป็นที่รับรองบุคคลสำคัญ แขกบ้านแขกเมืองมาจากต่างประเทศอย่างเป็นทางการ
  • เดินเล่นชม Tehran Grand Bazaar สีสันของการจับจ่าย อาหาร แฟชั่น เครื่องประดับ พรม ขนม ของฝาก ฯลฯ กับพื้นที่กว่า 10 กิโลเมตร ตลาดนี้ตั้งอยู่ที่จตุรัส ARG หรืออยู่ตรงข้ามกับประตูทางออกของพระราชวัง Golestan เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีตรอกซอกซอยครอบคลุมไปทั่วบริเวณ
  • นําท่านชมกรุอภิมหาสมบัติที่พิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งชาติอิหร่าน (National Jewelry Museum) ซึ่งอัญมณีจากทุกยุคทุกสมัยของกษัตริย์ทุกราชวงศ์ทีเคยปกครองอาณาจักร เปอร์เซียในอดีตและครอบครองอภิมหาสมบัติจํานวนมากมายนั้น ล้วนถูกเก็บไว้ในสถานทีแห่งนี้จนเรียกได้ว่ามีความอลังการในชนิดและรูปแบบ และมโหฬารในจํานวนที่มากมายที่สุดในโลกจากพิพิธภัณฑ์อัญมณี
  • นำท่านเดินทางชม Tabiat Bridge สะพานคนเดินที่ใหญ่และยาวที่สุดในกรุงเตหะราน โดยสะพานแห่งนี้ถือเป็นความภูมิใจในสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ร่วมสมัยของชาวอิหร่าน ซึ่งตัวสะพานสร้างเชื่อมสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ Taleghani Park และ Abo-Stash Park โดยสถาปิกผู้ออกแบบนามว่า Leila Araghian ซึ่งผลงานการออกแบบสะพานแห่งนี้ได้รับรางวัล Architizer A+ Award จัดขึ้นที่กรุง New York อีกด้วย
  • คืนนี้พักที่เมือง Tehran

Day 3 : Tehran – Kashan   

  • เดินทางไปยังเมือง Kashan เป็นเมืองในโอเอซิสที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ นำท่านไปเที่ยวชม สวนฟิน (Fin Garden) ซึ่งเป็นสวนที่อยู่ติดกับที่ราบเชิงเขาซาโกรซ ถูกสร้างขึ้นในราชวงศ์ซาฟาวิด โดย ชาห์ อับบาสที่ 1 ออกแบบให้เป็นสวนแบบเปอร์เซีย ภายในสวนได้ถูกตกแต่งด้วยน้ำพุ ที่เกิดจากแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งมีความดันจากน้ำใต้ดิน สามารถให้มีกำลังน้ำที่ไหลไปตามท่อต่างๆ และไหลไปหล่อเลี้ยงต้นไม้ต่างๆ ภายในสวนด้วย และยังมีวังอันสวยงามที่ถูกสร้างเป็น 2 ชั้นสำหรับเป็นที่ประทับ พร้อมกันนั้นก็มีห้องอาบน้ำและอบไอน้ำ
  • ชม Tabatabaei house เป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ของพ่อค้าพรม ที่บริจาคให้กับรัฐบาลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมความอลังการบ้านที่เอกลักษณ์ ความเป็นอยู่คนคาซาน ลักษณะของคฤหาสน์ ลานโล่ง และสระน้ำอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยอาคารแบ่งเป็นห้องต่างๆ ที่น่าสนใจ คือ หอดักลมที่ช่วยระบายความร้อนในช่วงฤดูร้อน และให้ความอบอุ่นช่วงฤดูหนาว
  • ชม Borujerdi Historical House บ้านหรือคฤหาสน์หลังนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยพ่อค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคาชาน ชื่อว่า ฮัจ เซเยส จาฟาร์ นาทานซี เพราะว่าได้ทำการส่งสินค้าออกไปยังเมืองบรูเจอร์ดี บ้านหลังนี้ได้ถูกสร้างเมื่อปี ค.ศ.1875 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 18 ปี ภายในประกอบไปด้วยสนามหญ้าที่ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้ และตัวบ้านมีลักษณะเป็นช่องลมเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทและหมุนเวียน อีกทั้งยังทำการตกแต่งลวดลายฝาผนังด้วยการแกะสลักปูนปั้นและทาสีให้มีความสวยงามตามแบบลักษณะของอิหร่านอีกด้วย
  • เที่ยวชม Agha Bozorg Mosque เป็นมัสยิดเก่าแก่ต่อมาในราชวงศ์กอจาร์กได้สร้างโรงเรียนสอนศาสนาขึ้นมาด้วย ด้านหน้ามัสยิดจะมีสนามหญ้า ไม้ประดับ ตรงกลางมีน้ำพุ ส่วนด้านหลังจะเป็นตัวโดมที่ถูกสร้างด้วยอิฐ
  • เที่ยวชม Kashan Bazaar เป็นบารซาร์ที่ตั้งอยู่ในกลางเมืองที่เก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยของราชวงศ์ซาฟาวิด ภายในตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงและยังถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบันนี้
  • คืนนี้พักที่เมือง Kashan

Day 4 : Kashan – Esfahan   

  • เดินทางไปยังเมือง Esfahan ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเตหะรานทางทิศใต้ราว 340 กม. อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียแห่งยุคที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 17-18 มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิด ซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียแท้ และเมืองหลวงอิสฟาฮานก็กลายเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการปกครองและเมืองศูนย์กลางทางการค้า จนได้รับฉายาว่า Esfahan is half of the world และปัจจุบันนี้เป็นเมืองมรดกโลกโดยการขึ้นทะเบียนของ UNESCO เมื่อเดินทางถึงเมือง Esfahan นำท่านเข้าเช็คอินที่โรงแรม
  • นำท่านเยี่ยมชม Naqsh-e-Jahan ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งนับว่าเป็น จัตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่มีความกว้าง 165 เมตร และมีความยาวถึง 500 เมตร รวมเนื้อที่ประมาณ 80,000 กว่าตารางเมตร ใหญ่กว่าจัตุรัสแดงในกรุงมอสโควถึง 2 เท่า ในอดีตเป็นสนามแข่งโปโล หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จัตุรัสอิหม่าม Imam Square อัญมณีแห่งโลกมุสลิมที่ผนวกรวมทั้งแนวความคิด ปรัชญา และสถาปัตยกรรมที่สวยงามเอาไว้ในที่เดียวกัน
  • ชม พระราชวังอะลีคาปู (Ali Qapu Palace) สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาห์อับบาสที 1 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของจัตุรัสอิหม่าม เป็นอาคาร 6 ชั้น ที่ใช้ไม้และอิฐเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง บนชั้นของพระราชวังสร้างเป็นห้องโถงใหญ่และมีระเบียงหันหน้าเข้าหาจัตุรัสอิหม่ามสําหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ไว้ประทับทอดพระเนตรการละเล่นต่างๆ และปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพมุมสูงที่สวยงาม ซึ่งสามารถมองเห็นทุกมุมและทุก อย่างที่อยู่บนจัตุรัสได้อย่างชัดเจน
  • ชม Bazaar of Esfashan หรือที่เรียกกันว่า Qeysarriyeh Bazaar ตลาดใหญ่ประจำเมืองที่เป้นแหล่งการค้าหรูในสมัยซาฟาวิด ตลาดนี้มีสินค้าพื้นเมือมากมาย เช่น พรม กระเป๋าผ้า เครื่องประดับ เครื่องเงิน แจกัน ของแต่งบ้าน เป็นต้น
  • คืนนี้พักที่เมือง Esfahan

Day 5 : Esfahan  

  • ชมมัสยิดอิหม่าม (Imam Mosque) ตั้งอยู่ปลายสุดทางด้านทิศใต้ของจัตุรัส เป็นหนึ่งในมัสยิดทียิงใหญ่และสวยงามทีสุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มสร้างในปี 1611 สมัยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 และเสร็จสมบูรณ์ในอีก 4 ปีต่อมา นอกจากขนาดที่ใหญ่โตโอฬารแล้ว ยังเป็นมัสยิดที่มีองค์ประกอบทางด้าน สถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดในประเทศอิหร่านโดยเฉพาะโดมประธานขนาดมหึมาที่สร้างคร่อมกันเป็นสองชั้นขนานกันตลอดทุกตารางนิ้ว ซึ่งมีผลต่อการระบายอากาศและการกระจายของเสียงผู้นําสวดให้แผ่ออกไปจนได้ยินอย่างชัดเจนในทุกซอกทุกมุมของมัสยิดโดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน
  • เข้าชมมัสยิด Sheikh Lotf Allah ซึ่งเป็นมัสยิดที่มีการออกแบบทั้งภายในและภายนอกอย่างสวยงามวิจิตรตระการตา ประดับประดาไปด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสวยงามตามแบบศิลปะเปอร์เซีย นอกจากนี้กลุ่มอาคารต่างๆ ยังมีการตกแต่งที่สวยหรูไม่แพ้กันอีกด้วย ที่นี่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1979
  • ชม Chehel Sotun Palace หรือ วัง 40 เสา ซึ่งความจริงแล้วมีเสาเพียง 20 ต้นเท่านั้น แต่เมื่อมองผ่านเข้ามาทางสระน้ำหน้าวังจะเป็นเงาในน้ำอีก 20 ต้น ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1614 โดยสถาปนิก ชื่อ ชีคห์ บาไฮ พื้นที่ของพระราชวังประมาณ 67,000 ตรม. ด้านหน้ามีสระน้ำมีความยาว 100 เมตร และกว้าง 16 เมตร และตัวพระราชวัง 2 ชั้นสูง 15 เมตร มีการแกะสลักลวดลายประตูหน้าต่างที่สวยงาม และล้อมรอบไปด้วยสวนดอกไม้ที่เขียวชอุ่มเพื่อให้เป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์และนางสนมต่อมาใช้เป็นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ ซึ่งต่อมาก็ได้ถูกต่อเติมโดยกษัตริย์ชาห์ อับบาส ที่ 2 และเสร็จเรียบร้อยในปี ค.ศ.1647
  • ชมโบสถ์แว้งค์(Vank Church) ซึ่งเป็นโบสถ์ประจําชุมชนชาวอาร์เมเนียซึ่งพักอาศัยอยู่ในเขต “นิวจุลฟา” ของเมืองอิศฟาฮาน ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด๊อกซ์ นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนต่างนิกาย ต่างศาสนา แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และชี้ให้เห็นถึงความใจกว้างของผู้นําประเทศและผู้นําทางศาสนาซึงเป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ ตัวโบสถ์สร้างระหว่างปี 1606-1655 หากมองจากภายนอกจะเห็นโดมของโบสถ์เหมือนเป็นโดมของมัสยิด แต่ถ้าดูให้ดีจะเห็นไม้กางเขนขนาดเล็กปักอยู่ที่โดมใกล้ๆ กับตัวโบสถ์จะมีพิพิธภัณฑ์ของชาวอาร์เมเนียนซึ่งจัดแสดงภาพเขียนของบุคคลสําคัญของชาวอาร์เมเนียน และบางส่วนจัดแสดงวิวัฒนาการเกียวกับการพิมพ์ในอิหร่าน ซึ่งชาวอาร์เมเนียนเป็นผู้บุกเบิก
  • นำทุกท่านเดินทางสู่เขต New Julfa ซึ่งเป็นเขตที่ชาวอาร์เมเนียอพยพมาตั้งรกรากที่เปอร์เซียแห่งนี้ตั้งแต่สมัยสงครามออตโตมัน ในปี ค.ศ. 1603-1618 โดยได้นำเอาคริสต์ศาสนาซึ่งเป็นศาสนาที่ชาวอาร์เมเนียนมาด้วย
  • ชื่นชมทัศนียภาพของความงดงามของสายน้ำ สะพาน Siosepol Bridge สะพานที่สร้างขึ้นด้วยอิฐโบราณที่โค้งรับน้ำถึง 33 โค้ง สร้างประมาณราว ค.ศ. 1622 เป็นศิลปะแบบเปอร์เซีย ซึ่งมีความโดดเด่นและ ความสวยงามมากมีอายุกว่า 380  ปี สะพานนี้ทอดข้ามแม่น้ำซอยันเดห์โรด์ เช่นเดียวกับสะพานคาจู
  • ชม สะพาน Khajou Bridge เป็นสะพานเก่าแก่ที่สวยงามที่สุดในเมืองอิสฟาฮาน ของประเทศอิหร่าน ข้ามแม่น้ำแม่น้ำซอยันเดห์โรด์ (Zayandeh-Rud) สร้างมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิตีมูร์ ในศตวรรษที่ 15 ก่อนที่ในศตวรรศที่ 17 ราวปี ค.ศ. 1650 กษัตริย์ชาวเปอร์เซีย “ชาห์ อับบัสที่ 2” แห่งราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid Dynasty) ได้สร้างสะพานใหม่ทับรากฐานสะพานเก่า ในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบสะพานโค้งโรมัน สะพานคาจูมีสีน้ำตาลอ่อนตามสีอิฐที่ใช้ก่อสร้าง มีความยาวถึง 132 เมตร กว้าง 12 เมตร มี 2 ชั้น ประกอบด้วยซุมโค้ง 23 ซุ้ม โครงสร้างด้านบนเป็นอิฐ สร้างเป็นถนนให้สัญจร ตรงกลางทั้งสองข้างของสะพาน มีศาลาโถงรูปหกเหลี่ยมตั้งอยู่ อดีตเป็นพลับพลาที่ประทับ เพื่อให้กษัตริย์และข้าราชบริพาร
  • คืนนี้พักที่เมือง Esfahan

Day 6 : Esfahan – Meybod – Yazd   

  • เดินทางต่อสู่เมืองเมย์บ็อด (Meybod) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองนาอีนประมาณ 1 ชั่วโมง นําท่านชมป้อมปราการนาริน (Narin Caravan Sarai) ซึ่งนักประวัติศาสตร์ เชื่อว่าในบริเวณนี้คือที่ตั้งหลักแหล่งของคนยุคบรรพกาลตั้งแต่ประมาณ 4,000 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว และป้อมปราการแห่งนี้ก็สร้างคร่อมบนที่ตั้งหลักแหล่งเดิมตั้งแต่ประมาณ 800-900 ปี ก่อนคริสตกาลในยุคกษัตริย์โซโลมอนแห่ง อาณาจักรยูดายส่วนป้อมปราการที่เห็นในปัจจุบันนี้ได้สร้างขึ้นใหม่ในยุคซัสซาเนียน ของเปอร์เซียนี้เอง
  • ชมที่พักแรมทางของพ่อค้าในอดีตซึ่งเรียกว่า “คาราวานซาราย” (Caravan Sarai) และปัจจุบันนี้ได้ถูกดัดแปลงให้เป็นที่พักสําหรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสบรรยากาศแบบย้อนยุคเมื่อเกือบ 500 ปีทีแล้ว
  • แวะชม Ice House โกดังเก็บน้ำแข็ง (หิมะ) ในช่วงฤดูหนาวสำหรับใช้ในหน้าร้อน
  • ชม Pigeon House หอคอยนกพิราบอาบุ 200 ปี ภายในแบ่งเป็นช่องขนาดพอดีตัวนกพิราบ มีทั้งสิ้น 1,000 ช่อง เพื่อเลี้ยงเป็นอาหารและนำมูลไปใช้เป็นปุ๋ย
  • แวะ จิบกาแฟที่ร้าน Yazd Art House เป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ และร้านขายของฝากที่ก่อตั้งโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขต Yadz
  • ชมเมืองเก่าแห่งยาซด์ เป็นสถานที่ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในโลก และอยู่ในรายชื่อที่เป็น UNESCO World Heritage site มีมาตั้งแต่ 5000 ปีที่แล้วซึ่งเป็นปีก่อตั้งเมือง กำแพงสร้างมาจากอิฐฉาบด้วยดินผสมฟางเรียงรายติดๆกันไปตลอดแนว มีทางเดินแคบๆลดเลี้ยวไปตามตรอกบ้านเรือนนับพันหลัง
  • ชม อนุสรณ์สถาน Amir Chakhmaq Monument ซึ่งถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่เป็นจัตุรัสอยู่กลางเมือง ถูกสร้างขึ้นโดยจาดิน อัล อาเมียร์ เช็คห์แมก ในขณะที่ท่านเป็นผู้ว่าการของยาซ์ดในสมัยของราชวงศ์ตีมูร์ สถานที่แห่งนี้มีรูปแบบและการออกแบบที่เข้ากับความสวยงามซึ่งมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง และยังมีมัสยิดที่มีชื่อเดียวกันถูกสร้างอย่างสวยงาม นอกจากนั้นยังมีที่พักของคนเดินทางคาราวานซาราย มีที่อาบน้ำและมีน้ำเย็นสำหรับดื่ม เมื่อเวลาพลบค่ำก็จะมีแสงสีส้มที่สวยงามที่ออกมาจากส่วนโค้งข้างในมัสยิด ซึ่งทำให้เป็นภาพที่น่าตื่นเต้น
  • คืนนี้พักที่เมือง Yazd 

Day 7 : Yazd   

  • ชม Tower of Silence นำท่านชมศาสนสถานและเคยเป็นศูนย์กลางของศาสนา โซโรแอสเตอร์ในอดีต ตั้งอยู่บนเนินเขาด้านใต้ของเมืองยาซด์ เป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยตัวอาคารหลักในการทำพิธีกรรมทางศาสนา มีบ่อน้ำดื่มน้ำใช้อยู่ใต้ดิน ห้องครัว ห้องพัก และแท่นทำพิธีศพที่อยู่ด้านหลังตัวอาคาร ทั้งหมดนี้สร้างด้วยดินเหนียวตากแห้งและเรียกรวมกันว่า Tower of Silence
  • จากนั้นชม Ateshkadeh Fire Temple ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ชาวโซโรแอสเตรียนในเมืองยาซด์ยังคงใช้ในการทําพิธีอยู่ ทั้งการบูชาเทพอะหุรามาสดาซึ่งเป็นเทพสูงสุดของศาสนานี้ และท่านศาสดาโซโรแอสเตอร์ซึงเป็นผู้เผยแผ่คําสอนมาตั้งแต่เมือ 628 ปีก่อนคริสตกาล การเข้าชมย่อมต้องให้ความเคารพต่อสถานทีโดยการไม่ส่งเสียงดัง และอยู่ในอาการสํารวมเมือเข้าไปภายในห้อง ทําพิธี ซึ่งห้องนี้ จะต้องมีเปลวไฟลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลาเปรียบดังพระอาทิตย์ที่ไม่มีวันดับ
  • ชม Jameh Mosque ที่เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในบรรดามัสยิดทั้งหลายในประเทศอิหร่านปัจจุบันเป็นศาสนสถานที่งดงามที่สุดในยาซ์ดมีอายุกว่า 800 ปี สร้าง ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 จนมาบูรณะและขยับขยาย เมื่อต้นศตวรรษที่ 20
  • นำท่านชมพิพิธภัณฑ์น้ำ Water Museum ภายในมีห้องแสดงอุปกรณ์การทำระบบขนส่งน้ำรวมถึงวิธีการขนส่งระบบน้ำในสมัยโบราณ
  • ชม Dowlat abad garden มีสวนสไตล์เปอร์เซีย และ ชมเครื่องจับลมสร้างความเย็นในฤดูร้อน หรือ แอร์ในสมัยโบราณนั่นเอง
  • คืนนี้พักที่เมือง Yazd

Day 8 : Yazd – Shiraz

  • เดินทางไปยังเมือง Shiraz ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดฟาร์ส
  • จากนั้นเดินทางสู่พระราชวังโบราณเปอร์ซีโปลิส (Persepolis) ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองชีราซขึ้นไปประมาณ1 ชั่วโมง พระราชวังแห่งนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งที่สองนับตั้งแต่สถาปนาอาณาจักรเปอร์เชียขึ้นเมือปี 559 ก่อนคริสตศักราช (พระราชวังและเมืองหลวงแห่งแรกคือพาซากาด สร้างโดยกษัตริย์ไซรัสมหาราช)
  • จากนั้น นำท่านไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสุสานที่ฝังศพของกษัตริย์ 4 องค์ เนโครโพลิส (Necropolis) ชมสถาปัตยกรรมที่เด่นในการแกะสลักบนผาหินและที่สำคัญเป็นสุสานของษัตริย์ ดาริอุสที่ 1 และกษัตริย์องค์ต่อๆมาอีก 3 พระองค์ ซึ่งเคยปกครองนครเปอร์เซโพลิสมาก่อน
  • คืนนี้พักที่ Shiraz

Day 9 : Shiraz  

  • ชมมัสยิดสีชมพู (Nasir-Ol Molk) ซึ่งเป็นมัสยิดที่สวยงามแปลกตามาก เพราะประดับไปด้วยกระเบื้องโทนสีแดง-ชมพู-เหลือง เป็นสีหลัก มีเพียงแห่งเดียวในอิหร่าน ไม่ว่าท่านจะมองจากมุมไหน มัสยิดแห่งนี้จะออกสีชมพู อ่อนหวาน ความสวยขนาดที่ได้รับเลือก ให้เป็นภาพปกหนังสือ ตอนย้อนรอยอารยันของนักเขียนนาม เชนทร์ ชนะการณ์ มาแล้ว ข้างในกว้างขวาง ใหญ่โตไม่ว่าจะมองมุมไหน
  • นำท่านชม สวนนาเรนเจสตาน (Narenjestan Garden) ซึ่งเป็นสวนที่มีความสวยงามอีกแห่งของชีราช ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1879 และเรียบร้อยในปี ค.ศ.1886 เพื่อให้เป็นที่พำนักของแขกต่างเมืองที่มาเยี่ยมเยือน แต่ต่อมาก็ได้กลายเป็นที่พักของเจ้าเมืองในราชวงศ์กอจาร์ในอดีต ซึ่งภายในทางเข้าได้ถูกตกแต่งด้วยกระจกชิ้นเล็กๆ ด้วยฝีมือที่สวยงาม และห้องต่างๆที่อยู่รอบด้านก็ได้มีการตกแต่งด้วยกระจกสีที่บานหน้าต่างอีกด้วย ส่วนอีกด้านหนึ่งที่อยู่บริเวณข้างๆกัน ยังมีการตกแต่งภายใน และมีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของบุคคลที่สำคัญในอดีตของเปอร์เซีย
  • ชม Vakil Mosque มัสยิด Vakil เป็นมัสยิดใน Shiraz ทางตอนใต้ของอิหร่านตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ Vakil Bazaar ติดกับทางเข้า มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1751 และปี 1773 ได้รับการจดทะเบียนในบัญชีมรดกแห่งชาติอิหร่านในปี 1932
  • เลือกซื้อของฝากที่ ตลาดวากิลบาซาร์ (Vakil Bazaar) เป็นตลาดบาซาร์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณดาร์บ อี ชาห์ซาเดห์ ซึ่งอยู่ใกล้กับมัสยิดวาคิล ภายในจะมีสินค้าหลายอย่างรวมทั้งเครื่องเทศต่างๆ มากมาย
  • คืนนี้พักที่ Shiraz

Day 10 : Shiraz – Tehran – Bangkok

  • นำท่านไปชม สวนอีแรม (Eram Garden/ Garden of Paradise) สวนที่สวยงามราวกับสวนสวรรค์ เป็นสวนที่ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับและไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด เป็นการจัดสวนแบบเปอร์เซียที่งดงามยิ่ง ภายในสวนยังมีตำหนักเก่าของผู้ปกครองเมืองชีราซ ราชวงศ์กอจาร์(Qajars) สร้างโดย ข่านโมฮัมหมัด อาลี เมื่อต้นศตวรรษที่ 18 ซึ่งทิ้งร่องรอยแห่งความสวยงามไว้จนกระทั่งปัจจุบัน
  • ชม ที่ฝังศพฮาเฟซ (Mausoleum of Hafez) ซึ่งมีชื่อเต็มว่า ซัมซุดดิน มูฮัมหมัด ฮาเฟซ เป็นกวีเอกที่มีชื่อเสียง เกิดที่เมืองชีราซเมื่อปี ค.ศ.1324 และเสียชีวิตเมื่อปีค.ศ. 1391 ฮาเฟซมีความสามารถในการแต่งบทกวีที่ได้ความไพเราะ ที่เข้าใจวิถีชีวิตของผู้คน และแต่งกวีที่ใช้คำง่ายๆขึ้นมาให้เป็นคติสอนคนให้เป็นคนดี อนุสรณ์สถานที่ฝังศพของนักกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สร้างได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1936-1938 เพื่อให้เป็นที่รำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน อ
  • อกเดินทางสู่กรุงเตหะรานโดยสายการบินภายในประเทศ
  • ถึงสนามบิน เตหะรานแล้ว นำท่านต่อเครื่องเดินทางกลับกรุงเทพ

Day 11 : Bangkok  

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการปรับเปลี่่ยนได้ตามความเหมาะสม***

ทริปรีวิว

ภาพบางส่วนจากทริปของเรา ประสพการณ์กว่ 15 ปีของเรา ทริปที่เราออกแบบและสำรวจเองทำให้เรารู้ว่าสิ่งไหนที่จะทำให้สนุก คุ้มค่า คุ้มเวลา ราบลื่น และได้มุมภาพที่สวยที่สุดให้กับผู้เดินทางทุกคน

ทริปใกล้เคียง

ทริปน่าสนใจ

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม