• Full Board
  • Code :tour-india-leh

ทัวร์อินเดีย เลห์ ลาดัก แปงกอง

HIGHLIGHT

 ชม Leh Palace • เจดีย์สีขาว Shanti Stupa • วัดลามายูลู • ทิเบตน้อย Thiksey • วังฤดูร้อน  Shey Palace • จุดที่สูงที่สุดของถนนสายเลห์-นูบร้า • วัด Diskit • ชม Nubra Valley • ทะเลสาบแปงกอง

แชร์ให้เพื่อน
อินเดีย
เลห์ ลาดัก แปงกอง
8 วัน 6 คืน
3 ดาว
Spicejet
Minibus
15 ท่าน
Moderate
วันจัดทริป

11-19 เม.ย. 2563  :  49,900  บาท 


*เราจัดทริปเองไม่ได้ส่งต่อใคร สามารถจัดเฉพาะกลุ่มได้*

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – เดลลี 
วันที่ 2 เดลลี – เลห์ – พระราชวังเลห์ – เจดีย์สีขาว 
วันที่ 3 เลห์ – ลามะยูรู – ดินแดนโลกพระจันทร์ – วัดลิกีร์ – วัดอัลชิ 
วันที่ 4 วัดธิกเช่ – พระราชวังโบราณแห่งเลห์ – วัดเฮมิส  
วันที่ 5 คาดุงลาพาส- วัดดิสกิต – ทะเลทรายฮุนด้า – ขี่อูฐ 
วันที่ 6 นูบร้าวัลเลย์ – ทะเลสาบปันกอง 
วันที่ 7 วัดสปิตุก – ตลาดซาดาร์ บาซาร์ 
วันที่ 8 เลห์ – เดลลี – กรุงเทพฯ

ทัวร์เลห์ ลาดัก 2019
เส้นทางเที่ยวสุดฮิตในอินเดีย

รายละเอียดทัวร์เลห์ ลาดัก 2019 เที่ยวอินเดียไม่ตกเทรนด์

Day 1 : Bangkok – Dehli

20.30 น. พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เค้าเตอร์สายการบิน Thai Airways เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และแจกเอกสารการเดินทางให้แก่ท่าน

23.15 น. ออกเดินทางด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG331

Day 2 : Delhi – Leh palace – Shanti Stupa – Leh

02.15 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เมืองนิวเดลี รับสัมภาระจากนั้นรอเวลาเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยังเลห์

06.30 น. เดินทางต่อไปยังเลห์ (Leh) โดยสายการบิน G8 เที่ยวบิน G8203

07.50 น. ถึง Leh เมืองหลวงของอาณาจักรลาดักห์แห่งเทือกเขาหิมาลัย เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินเดีย อยู่ที่ความสูง 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ศูนย์กลางการค้าที่ระหว่างลุ่มแม่น้ำสินธุ ทิเบต แคชเมียร์ รวมถึงจีนมาร่วมศตวรรษ สินค้าสำคัญในขณะนั้นคือ เกลือ เมล็ดข้าว ขนสัตว์ ผ้าไหม เป็นต้น ชาวลาดักห์ประกอบไปด้วย คนเชื้อสายอินโด-อารยัน และเชื้อสายทิเบต เป็นเขตที่มีประชากรเบาบางที่สุดในเขตแคชเมียร์ นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานแบบทิเบตเป็นหลัก

Leh Palace พระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับคงราชวงศ์ผู้ครองนคร สร้างเมื่อ ศรรตวรรษที่ 16 หรือเกือบ 500 ปีมาแล้ว ตั้งโดดเด่นอยู่กลางเมืองเลห์ สูง 9 ชั้น มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียง กับพระราชวังโปตาลาในทิเบตคือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน

Shanti Stupa เจดีย์สีขาว สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นเพื่อประกาศพระศาสนาและแสดงถึงสันติภาพแห่งโลก ตั้งอยู่บนยอดเขาในแถบจังสปา อยู่ไม่ไกลเมืองเลห์เท่าไร จากเจดีย์เราสามารถมองเห็นเมืองเลห์ได้ในมุมสูง

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เมืองเลห์

Day 3 : Leh – Lamayuru – moonland – likir – Alchi Monastery Leh

Lamayuru วิถีชีวิตและวัฒนธรรมเก่าแก่ มีเรื่องเล่าในตำนานว่า บริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้เคยเป็นทะเลสาบอันกว้างใหญ่ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพญานาคมีคำทำนายระบุไว้ว่า บริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่ๆ พระพุทธศาสนาจะเจริญสูงสุด และในปัจจุบัน วัดลามายูรู ก็เป็นสถานที่ๆ ผู้ที่ต้องการศึกษาพระธรรมคำสอน เดินทางมาหาความสงบ ศึกษาพระธรรม และปฎิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมาก เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ๆ ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนดินแดนพุทธธิเบตแห่งนี

Moonland แวะพักถ่ายรูปกันที่ moonland อันเป็นทัศนียภาพอันแปลกตาเหมือนเราอยู่บนพระจันทร์

likir gompa จุดชมวิวที่น่าสนใจอีกจุดบนเส้นทางนี้ เป็นวัดนี้มีพระพุทธรูปพระศรีอาริยเมตไตรย์ขนาดใหญ่ ที่ฉากหลังเทือกเขารายล้อม กอปรกับทิวทัศน์ระหว่างทางไปสู่วัดที่เป็นถนนผ้าพับบนไหล่เขา ชมรูปปั้น พระโพธิสัตว์ Sakyamuni , Maitreya และ Tsong Khapa รวมถึงภาพวาดหายากที่ริมระเบียงวัด

Alchi กลุ่มอนุสรณ์สถานและอารามที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเขต ลาดักห์ มีอายุยาวนาน กว่า 1000 ปี มีวัดสำคัญสองแห่งในเขตนี้ คือ Lakhang Soma และ Lotsabha Lakhang ที่ตบแต่งด้วยงานไม้แกะสลักผีมือเยี่ยม รวมถึงจิตกรรมฝาผนังที่สวยงามที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งกษัตริยฮินดูและกษัตริย์แห่งแคชเมียในกาลเวลาที่ผ่านพ้นไป

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เมืองเลห์

Day 4 :Leh- Thiksey – Shey Palace – Hemis – Leh

Thiksey ที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่ใกล้เคียงกับวังโปตาลาในธิเบต จึงได้ชื่อว่าเป็นทิเบตน้อยเเป็นวัดในนิกายหมวกเหลือง หรือ นิกายเกลุกปะ อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังเชย์ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย์ซึ่งมีความสูงเท่าอาคารสองชั้น หากเวลาเหมาะสมจะได้ชมพิธีทำวัดเช้าของลามะที่ประจำอยู่ที่วัดนี้

Shey Palace สร้างเป็นวังฤดูร้อน เนื่องจากในสมัยก่อนเมือง shey เป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูร้อนของอาณาจักรลาดักห์ สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อ ระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singge Namgyal กำแพงพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

Hemis วัดเฮมิสเป็นวัดทิเบตนิกายหมวกแดง อายุ 450 ปี เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองลาดัคห์ สร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 17 โดย King Sengge Namgyal ผู้สร้างพระราชวังเลห์ เป็นที่เก็บ ทังก้า (Tangka) พระปทุมสมภพอายุมากกว่า 300 ปี อันสมบัติลํ้าค่าของชาวลาดักห์ ผู้ที่มีศรัทธาในพุทธศาสนานิกายตันตรยาน

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เมืองเลห์

Day 5 : Leh – Khardung la pass – Diskit – Hundra Desert
Camel Ride – Nubra

Khardung la pass จุดที่สูงที่สุดของถนนสายเลห์-นูบร้า มีความสูงราว 5,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล สามารถเห็นแนวเขาคาราโครัม แห่งปากีสถาน ที่มีหิมะปกคลุมนูบร้าวัลเลย์ ซึ่งเส้นทางช่วงนี้ ถนนที่เราผ่านจะคู่ขนานไปกับแม่น้ำ จนถึงหุบเขานูบร้าได้ชื่นชมความงามความสดชื่นตลอดเส้นทาง

Diskit วัดเก่าแก่ และใหญ่ที่สุดในแถบนูบร้าวัลเล่ย์ สร้างในปี 1420 มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เห็นโดดเด่นอยู่ด้านหน้าวัด และเป็นจุดชมวิวที่ดีอีกจุดหนึ่งที่สามารถเห็นหมู่บ้านดิสกิตและหมู่บ้านฮุนเดอร์ที่อยู่ทางซ้ายมือที่ไกลออกไปได้ จากนั้นออกเดินทางกลับเส้นทางเดิมมุ่งหน้าสู่เมืองเลห์

Hundra desert ทะเลทรายฮุนด้า (Hunder Sandune) ทะเลทรายสีขาว เมื่อมองไปสุดลูกหูลูกตาจะเห็นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมพร้อมเนินทรายอยู่ข้างหน้า

Camel ride ขี่อูฐสองหนอกชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามที่ทะเลทรายฮุนด้า

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เมืองนูบร้า

Day 6 : Nubra – Pangong

Nubra Valley ที่อยู่ทางตอนเหนือของเลห์ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำชย็อก (Shayok river) ไหลผ่าน มีอากาศอบอุ่นกว่าเลห์ และมีความสูงที่ต่ำกว่าเลห์ ทำให้อากาศสบายๆ และเหมาะแก่การปลูกผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล แอปปลิคอตช่วงกรกฎาคม – สิงหาคม ทุ่งดอกไม้สองข้างทางจะเต็มไปด้วยดอกไม้

Pangong Tso เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือมีความสูงถึง 4320 เมตร จากระดับน้ำทะเล น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม และจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยตามมุมของดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงกระทบผืนน้ำ

คืนนี้พักผ่อนกันที่ Pangong

Day 7 : Pangong Lake – Spituk – Leh – Shopping

Spituk Gompa เป็นสถานที่เคารพและบูชาของชาวพุทธมาหลายศตวรรษ สามารถชื่นชม วิวทิวทัศน์ พื้นที่กสิกรรม ลุ่มน้ำสินธุของ เมืองเลห์ และ ที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ ที่ไหลผ่านเมืองเลห์ได้อย่างงดงาม

Main Bazaar ร้านค้าที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาซื้อของที่ระลึกจากทิเบต งานฝีมือโบราณ ผ้าขนสัตว์และเครื่องประดับต่างๆมากมายของชาวพื้นเมือง

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เมืองเลห์

Day 8 : Leh – Delhi

หลังอาหารเช้า เก็บสัมภาระ และเตรียมตัวเดินทางไปยังสนามบิน

11.20 น. เหินฟ้ากลับสู่เดลี โดยสายการบิน Go Air เที่ยวบินที่ G8220 แวะเปลี่ยนเครื่องที่เดลี เวลา 13.00 น.

นำชมวัดอัคชาร์ดาม สร้างขึ้นโดยองค์กร BAPS ในเดลลีซึ่ง ผสมผสานลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของอินเดียเข้าด้วยกันใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 5 ปี ใช้ช่างศิลปะและสถาปนิกจำนวน 7,000 คน เป็น สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง สวยงามน่าดูชมจากทุก มุมมอง ชื่ อเต็มว่า สวามินารายัน อัคชาร์ดาม ซึ่งหมายถึง สถานที่พำนักอันเป็นนิรันดรของท่าน Bhagwan สวามินารายัน

ชมประตูเมืองอินเดีย เดินไปตามถนนอันใหญ่โตเพื่อชม อนุสาวรีย์ของประเทศอินเดียซึ่งอุทิศให้กับเหล่าทหารผู้เสียสละชีวิต ตื่นตาไปกับการออกแบบสุดอลังการ ชมการเดินสวนสนามของกองทัพและวงโยธวาทิต

23.30 น. เดินทางต่อสู่กรุงเทพ โดยสายการบิน TG เที่ยวบินที่ TG316

Day 9 : Bangkok

05.25 น.
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

อ่านรีวิวท่องเที่ยวเลห์ ลาดัก >> https://www.whenwewander.com/vacation-leh

รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า
  • ที่พักระดับ 3 ดาว พักห้องละ 2 ท่าน
  • รถรับส่งตามโปรแกรมตลอดเส้นทาง

ไม่รวม

  • ค่าทิปไกค์และคนขับรถ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
    (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
  • การพิจารณาวีซ่า (ถ้ามี) เป็นดุลยพินิจของสถานทูตเท่านั้น
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)

*ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ

  • บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด
  • License : 11/8811
  • 69/1874 ซ.ราษฏร์บูรณะ 33 ถนนราษฏร์บูรณะ แขวง/เขต ราษฏร์บูรณะ กทม
  • 02-045-3445
  • 089-478-9334
  • travel@painaima.com
  • line : @painaima