• Full Board
  • Code :tour-india-leh-kashmir

ทัวร์อินเดีย ศรีนาการ์ แคชเมียร์

HIGHLIGHT

เมืองศรีนาการ์ ตั้งอยู่ในหุบเขาแคชเมียร์ • สวนชาลิมาร์ หรือสวนแห่งความรัก • ทะเลสาบดาล • ชม มัสยิดจามา • ชมดอกมัสตาร์ดที่เมืองโซนามาร์ค • สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดลามายูรู • ชมเลห์ พาเลซ • Shanti Stupa เจดีย์สีขาว • Thiksey Monastery • ชมจุดที่สูงที่สุดของถนนสายเลห์-นูบร้าKhardung La Pass • วัดดิสคิต • นูบร้า • ทะเลสาบแปงกอง

แชร์ให้เพื่อน
อินเดีย
เลห์ ลาดัก ศรีนาการ์ แคชเมียร์
10 วัน 8 คืน
3 ดาว
SG Spicejet
Minibus
15 ท่าน
Moderate
วันจัดทริป

 26 กค. – 6 สค. 2562 : 62,900 บาท

*เราจัดทริปเองไม่ได้ส่งต่อใคร สามารถจัดเฉพาะกลุ่มได้*

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – เดลลี
วันที่ 2 เดลลี – ศรีลังกา – สวนชาลิมาร์ – สวนนิชาท – ทะเลสาบดาล
วันที่ 3 มัสยิดจามา – โซนามาร์ค – คาร์กิล
วันที่ 4 คาร์กิล – ลามายูรู – มูนแลนด์ ดินแดนแห่งพระจันทร์ – ลิกีร์ – วัดอัลชิ 
วันที่ 5 เดลลี – เลห์ – พระราชวังเลห์ – เจดีย์สีขาว – เลห์
วันที่ 6 เลห์ – วัดธิกเช่ – พระราชวังโบราณแห่งเลห์ – วัดเฮมิส
วันที่ 7 เลห์ – คาดุงลาพาส- วัดดิสกิต – ทะเลทรายฮุนด้า – ขี่อูฐ
วันที่ 8 นูบร้าวัลเลย์ – ทะเลสาบปันกอง
วันที่ 9 ทะเลสาบปันกอง – วัดสปิตุก – เลห์- ตลาดซาดาร์ บาซาร์
วันที่ 10 เลห์ – เดลลี – กรุงเทพฯ

 

ทัวร์แคชเมียร์ 2562 เที่ยวอินเดีย ศรีนาการ์ เลห์ ลาดัก

รายละเอียดทัวร์แคชเมียร์  2562  เที่ยวเมืองสวย สุดฮิตในอินเดีย  ศรีนาการ์  เลห์ ลาดัก

Day 1 : Bangkok

17.00 น. พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และแจกเอกสารการเดินทางให้แก่ท่าน

ออกเดินทางไปเที่ยวอินเดียด้วยสายการบิน Jet Airways เที่ยวบิน 9W063 กรุงเทพ – นิวเดลี (New Delhi)

ออกเดินทางเวลา 20.15 น.
23.15 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เมืองนิวเดลี รับสัมภาระจากนั้นเดินทางเข้าที่พักบริเวณสนามบิน

Day 2 : Delhi – Srinagar – Shalima Garden – Nishat Garden – Lake Dal


10.40 น. เดินทางเริ่มต้นทัวร์แคชเมียร์ด้วยการเดินทางต่อไปยังศรีนาการ์ (Srinagar) โดยสายการบิน Jet Airway เที่ยวบิน 9W601

12.20 น. เดินทางถึงเมืองศรีนากา เมืองหลวงของแคว้นจามมูและแคชเมียร์ ตั้งอยู่ในหุบเขาแคชเมียร์ ที่ระดับความสูง 1,730 เมตร ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลสาบและสายน้ำ สวนดอกไม้และงานศิลปะที่ประดิษฐ์จากไม้

หลังอาหารกลางวันชม สวนชาลิมาร์ (Shalimar Garden) หรือสวนแห่งความรัก เป็นสวนที่ตั้งอยู่ ณ เชิงเขาที่ทอดยาวไปยังทะเลสาบเบื้องหน้า สวนแห่งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคนสมัยโบราณ ที่มีการสร้างน้ำพุเรียงกันเป็นแนวยาว และใช้แรงดันน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขา ประกอบกับการตกแต่งสวนที่มีดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันเบ่งบานอวดสีสันอันสวยงาม

ชม สวนนิชาท (Nishat Garden) ถือได้ว่าเป็นสวนสำหรับพักผ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐจัมมูแอนด์แคชเมียร์ ฉากหลังของสวนแห่งนี้ติดกับเทือกเขาซาร์วาวาลที่มีความยิ่งใหญ่และมีหิมะปกคลุม นอกจากนี้ยังมีต้นเมเปิ้ลขนาดใหญ่ที่มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี โดยสวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระบัญชาของพระเจ้าอาซาฟข่านเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับพระนางนูรชาฮาน ผู้เป็นน้องสาว

Day 3 : Jamia Masjid – Sonsmarg – Kargil

ยังคงทัวร์แคชเมียร์กันต่อ   วันนี้เราจะไปชม มัสยิดจามา (Jamia Masjid) มัสยิดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์คือมีโครงสร้างเป็นหอคอยทรงพีรามิด และมียอดแหลมคล้ายกับเจดีย์ ทั้งยังมีระเบียงโดยรอบ และมีซุ้มประตูทางเข้าอีกด้วย สันนิษฐานว่าอาจปรับแบบมาจากศาสนสถานเดิมในดินแดนแถบนี้ซึ่งเป็นศาสนาพุทธและฮินดูผสมกัน นอกจากนั้น มัสยิดแห่งนี้ยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนานคู่กับแคชเมียร์ เนื่องจากได้รับการบันทึกไว้ว่าสร้างมาตั้งแต่ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14

เมืองโซนามาร์ค บริเวณริมฝั่งข้างทางจะมีทุ่งหญ้าสีเหลืองที่เต็มไปด้วยดอกมัสตาร์ดที่สวยงาม แวะเก็บภาพเป็นที่ระลึก

นอกจากนี้แล้วยังผ่านป่าวอลนัทที่ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทาง

Kargil เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาหิมาลัย เคยอยู่ใจกลางความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน เป็นเมืองที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี และเป็นเมืองแห่งมุสลิม

คืนนี้พักผ่อนกันที่ คาร์กิล

อ่านรีวิวเมืองแคชเมียร์ และศรีนาการ์ >>https://travelblog.expedia.co.th/asia/bd03_january18/

Day 4 : Kargil – Lamayuru – Moonland – likir – Alchi Monastery – Leh

วัดลามายูรู (Lamayuru Monastery) วิถีชีวิตและวัฒนธรรมเก่าแก่ มีเรื่องเล่าในตำนานว่า บริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้เคยเป็นทะเลสาบอันกว้างใหญ่และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพญานาค มีคำทำนายระบุไว้ว่า บริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่ๆ พระพุทธศาสนาจะเจริญสูงสุด และในปัจจุบัน วัดลามายูรู ก็เป็นสถานที่ๆ ผู้ที่ต้องการศึกษาพระธรรมคำสอน เดินทางมาหาความสงบ ศึกษาพระธรรม และปฎิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมาก

มูนแลนด์ (Moonland) แวะพักถ่ายรูปกันที่ moonland อันเป็นทัศนียภาพอันแปลกตาเหมือนเราอยู่บนพระจันทร์

วัดลิกีร์ (Likir Gompa) จุดชมวิวที่น่าสนใจที่เราไม่ยอมให้พลาดในเส้นทางทัวร์แคชเมียร์เป็นอันขาด  “วัดลิกีร์”  เป็นวัดนี้มีพระพุทธรูปพระศรีอาริยเมตไตรย์ขนาดใหญ่ ที่ฉากหลังเทือกเขารายล้อม กอปรกับทิวทัศน์ระหว่างทางไปสู่วัดที่เป็นถนนผ้าพับบนไหล่เขา ชมรูปปั้น พระโพธิสัตว์ Sakyamuni , Maitreya และ Tsong Khapa รวมถึงภาพวาดหายากที่ริมระเบียงวัด

Alchi Monastery กลุ่มอนุสรณ์สถานและอารามที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเส้นทางเที่ยวเลห์ ลาดัก  อยู่ในเขต ลาดัก มีอายุยาวนาน กว่า 1000 ปี มีวัดสำคัญสองแห่งในเขตนี้ คือ Lakhang Soma และ Lotsabha Lakhang ที่ตบแต่งด้วยงานไม้แกะสลักผีมือเยี่ยม รวมถึงจิตกรรมฝาผนังที่สวยงามที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งกษัตริยฮินดูและกษัตริย์แห่งแคชเมียในกาลเวลาที่ผ่านพ้นไป

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เลห์

 

Day 5 : Delhi – Leh – Leh palace – Shanti Stupa – Leh

เดินทางไปเที่ยวเลห์ ลาดัก กันต่อ 

เลห์ (Leh) เมืองหลวงของอาณาจักรลาดักห์แห่งเทือกเขาหิมาลัย เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินเดีย อยู่ที่ความสูง 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ศูนย์กลางการค้าที่ระหว่างลุ่มแม่น้ำสินธุ ทิเบต แคชเมียร์ รวมถึงจีนมาร่วมศตวรรษ สินค้าสำคัญในขณะนั้นคือ เกลือ เมล็ดข้าว ขนสัตว์ ผ้าไหม เป็นต้น ชาวลาดักห์ประกอบไปด้วย คนเชื้อสายอินโด-อารยัน และเชื้อสายทิเบต เป็นเขตที่มีประชากรเบาบางที่สุดในเขตแคชเมียร์ นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานแบบทิเบตเป็นหลัก

Leh Palace พระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับคงราชวงศ์ผู้ครองนคร สร้างเมื่อ ศรรตวรรษที่ 16 หรือเกือบ 500 ปีมาแล้ว ตั้งโดดเด่นอยู่กลางเมืองเลห์ สูง 9 ชั้น มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียง กับพระราชวังโปตาลาในทิเบตคือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน

Shanti Stupa เจดีย์สีขาว สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นเพื่อประกาศพระศาสนาและแสดงถึงสันติภาพแห่งโลก ตั้งอยู่บนยอดเขาในแถบจังสปา อยู่ไม่ไกลเมืองเลห์เท่าไร จากเจดีย์เราสามารถมองเห็นเมืองเลห์ได้ในมุมสูง

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เลห์

 

Day 6 : Leh – Thiksey – Shey Palace – Hemis Monastery – Leh

Thiksey Monastery ที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่ใกล้เคียงกับวังโปตาลาในธิเบต จึงได้ชื่อว่าเป็นทิเบตน้อย เป็นวัดในนิกายหมวกเหลือง หรือ นิกายเกลุกปะ อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังเชย์ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย์ซึ่งมีความสูงเท่าอาคารสองชั้น หากเวลาเหมาะสมจะได้ชมพิธีทำวัดเช้าของลามะที่ประจำอยู่ที่วัดนี้

Shey Palace สร้างเป็นวังฤดูร้อน เนื่องจากในสมัยก่อนเมือง shey เป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูร้อนของอาณาจักรลาดักห์ สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อ ระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singge Namgyal กำแพงพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง  ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

Hemis Monastery วัดเฮมิสเป็นวัดทิเบตนิกายหมวกแดง อายุ 450 ปี เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองลาดักห์ สร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 17 โดย King Sengge Namgyal ผู้สร้างพระราชวังเลห์ เป็นที่เก็บ ทังก้า (Tangka) พระปทุมสมภพอายุมากกว่า 300 ปี อันสมบัติลํ้าค่าของชาวลาดักห์

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เลห์

Day 7 : Leh – Khardung la pass – Diskit Monastery  – Hunder Sand Dune – camel ride – Nubra

คาร์ดุง ลา (Khardung La Pass) จุดที่สูงที่สุดของถนนสายเลห์-นูบร้า มีความสูงราว 5,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล สามารถเห็นแนวเขาคาราโครัม แห่งปากีสถาน ที่มีหิมะปกคลุมนูบร้าวัลเลย์ ซึ่งเส้นทางช่วงนี้ ถนนที่เราผ่านจะคู่ขนานไปกับแม่น้ำ จนถึงหุบเขานูบร้าได้ชื่นชมความงามความสดชื่นตลอดเส้นทาง

Diskit Monastery วัดเก่าแก่ และใหญ่ที่สุดในแถบนูบร้าวัลเล่ย์ สร้างในปี 1420 มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เห็นโดดเด่นอยู่ด้านหน้าวัด และเป็นจุดชมวิวที่ดีอีกจุดหนึ่งที่สามารถเห็นหมู่บ้านดิสกิตและหมู่บ้านฮุนเดอร์ที่อยู่ทางซ้ายมือที่ไกลออกไปได้

Hunder Sand Dune ขี่อูฐสองหนอก ที่ทะเลทรายฮุนด้า (Hunder Sandune) ทะเลทรายสีขาว เมื่อมองไปสุดลูกหูลูกตาจะเห็นภูเขาที่มีหิมะปกคลุมพร้อมเนินทรายอยู่ข้างหน้า

Nubra ที่อยู่ทางตอนเหนือของเลห์ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำชย็อก (Shayok river) ไหลผ่าน มีอากาศอบอุ่นกว่าเลห์ และมีความสูงที่ต่ำกว่าเลห์ ทำให้อากาศสบายๆ และเหมาะแก่การปลูกผลไม้ เช่น   แอปเปิ้ล แอปปิคอตช่วงกรกฎาคม – สิงหาคม ทุ่งดอกไม้สองข้างทางจะเต็มไปด้วยดอกไม้

คืนนี้พักผ่อนกันที่ นูบร้า

Day 8 : Nubra – Pangong Lake 

ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) หรืออาจจะได้ยินกันว่าผางกงโฉ (Pangong Tso) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก คือมีความสูงถึง 4320 เมตร จากระดับน้ำทะเล น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม และจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยตามมุมของดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงกระทบผืนน้ำ

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เแปงกอง

Day 9 : Pangong Lake –  Spituk Gompa – Leh – Shopping

เที่ยว เลห์ ลาดัก ให้เต็มอิ่มส่งท้ายกันก่อนกลับเมืองไทย

Spituk Gompa เป็นสถานที่เคารพและบูชาของชาวพุทธมาหลายศตวรรษ สามารถชื่นชม วิวทิวทัศน์ พื้นที่กสิกรรม ลุ่มน้ำสินธุของ เมืองเลห์ และ ที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ ที่ไหลผ่านเมืองเลห์ได้อย่างงดงาม

เดินทางเข้าสู่เมืองเลห์ ให้ท่านช็อปปิ้ง เลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือได้ตามอัธยาศัย ที่ Main Bazaar ร้านค้าที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาซื้อของที่ระลึกจากทิเบต งานฝีมือโบราณ ผ้าขนสัตว์และเครื่องประดับต่างๆมากมายของชาวพื้นเมือง

คืนนี้พักผ่อนกันที่ เลห์

อ่านรีวิวท่องเที่ยวเลห์ ลาดัก >> https://www.whenwewander.com/vacation-leh

Day 10 : Leh – Delhi – Bangkok

07.45 น. เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพ  โดยสายการบินเ Jet Airways เที่ยวบินที่ 9W612 แวะเปลี่ยนเครื่องที่เดลี เวลา 09.25 น.

13.55 น. เดินทางต่อสู่กรุงเทพ โดยสายการบิน  Jet Airways เที่ยวบินที่ 9W66

19.55 น.เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า
  • ที่พักระดับ 3 ดาว พักห้องละ 2 ท่าน
  • รถรับส่งตามโปรแกรมตลอดเส้นทาง

ไม่รวม

  • ค่าทิปไกค์และคนขับรถ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
    (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
  • การพิจารณาวีซ่า (ถ้ามี) เป็นดุลยพินิจของสถานทูตเท่านั้น
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)

*ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ

  • บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด
  • License : 11/8811
  • 69/5 สาทร 10 สาทรเหนือ สีลม บางรัก 10170
  • 02-061-3445
  • 089-478-9334
  • travel@painaima.com
  • line : @painaima