• Road Trip
  • Code :tour-iceland-summer-roadtrip

ไอซ์แลนด์ Summer Westfjord

HIGHLIGHT

เดินทางรอบใหญ่ เกาะไอซ์แลนด์ ดินแดนแห่ง Earth Wind and Fire • แช่ Blue Lagoon • ดูทะเลสาบน้ำแข็ง Jokulsalon • ดูปลาวาฬ • ชมหาดทรายดำ • Golden Circle อันโด่งดัง • Dettifoss น้ำตกที่อลังกาลที่สุดในยุโรป  • มหัศจรรย์ มอสลาวาฟิล • ธารน้ำแข็ง Vatnajokull • ออกล่าแสงเหนือ

แชร์ให้เพื่อน
ไอซ์แลนด์
รอบเกาะ
12 วัน 9 คืน
3-4 ดาว
AY
9 Seats Car
7 ท่าน
Easy
วันจัดทริป

22 มิ.ย. – 3 ก.ค. 2562 : 149,000 บาท

Road Trip Style 

เดินทางกลุ่มเล็ก 6-7 ท่าน • เคลื่อนตัวง่าย • นำทริปโดย Driver Guide คนไทยยืดหยุ่นสูง • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง • พักโรงแรม 3-4 ดาว • กระเป๋าเดินทางแนะนำขนาดไม่เกิน 26 นิ้ว • ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน • ไม่รวมอาหารกลางวันและเย็น • เหมาะกับคนที่เน้นเที่ยว และดูแลตัวเองได้บ้าง

*เราจัดทริปเองไม่ได้ส่งต่อใคร สามารถจัดเฉพาะกลุ่มได้*

DAY 1 : Bangkok

DAY 2 : Thingvellir – Gullfoss – Geysir – Hifoss
DAY 3 : Seljalansfoss – Skoga – Dyrholaey – Vik – Klaustur
DAY 4 : Skaftafell – Svartifoss – SvinafellsJokull – Vatnajokull – Jokulsarlon – Hofn
DAY 5 :  Hofn – vesturhorn – Dettifoss – Hverarondor Hverir – Myvatn
DAY 6 : Myvatn – Godafoss – Akureyri – Whale Watching
DAY 7 : Akureyri – Holmavik – Dragnes
DAY 8 :  Grímsey Island – Puffin Paradise – Ísafjörður – Latrar Air Station (250 km)
DAY 9 : Ísafjörður – Dynjandi – Látrabjarg – Ferry – Grundarfjordur
DAY 10 : Grundafjord – Kirkjufell – Lava Cave – Reykjavik – Bluelagoon
DAY 11 :  Kef – Bangkok
DAY 12 :  Bangkok


Day 1 : Bangkok

นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เช็คอินสายการบิน Finnair เที่ยวบินที่ AY142 ออกเดินทางเวลา 08.55 น. บินสู่เฮลซิงกิ เพื่อต่อเครื่องไปเคฟลาวิก สายการบิน Finnair เที่ยวบินที่ AY6813 เวลา 18.20 น.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 16 ชั่วโมง

18.45 น.
เดินทางถึงสนามบิน Keflavik จากนั้นเข้าพักที่โรงแรม

Day 2 : Thingvellir – Gullfoss – Geysir – Hifoss

พาชม อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Thingvellir National Park) อุทยานแห่งชาติแห่งแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก มีความสำคัญคือ เป็นรอยเชื่อมระหว่างทวีปยูเรเซีย และทวีปอเมริกาเหนือ และยังมีฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์

ชม น้ำตกกูลฟอสส์ หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ในเส้นทาง “วงกลมทองคำ” ที่ผู้มาเยือนต้องมาเที่ยวชม สำหรับ ชื่อน้ำตกแห่ง Gullfoss มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำและ Foss ที่แปลว่าน้ำตก เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำ

ชม น้ำพุร้อนหรือเกย์เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต ทุกๆ 7-10 นาที สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนดังกล่าวเนื่องมาจากน้ำในโพรงหินใต้ดิน ได้รับความร้อนจากพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือด จึงขับเคลื่อนน้ำในโพรงขึ้นมา ให้กลายเป็นน้ำพุร้อน

พาท่านชม น้ำตก Haifoss น้ำตกที่สูงติดอันดับ Top 5 ใน Iceland เข้าถึงได้เฉพาะช่วงที่ไม่มีหิมะปกคลุม เป็นน้ำตกที่ใหญ่และอลังการมาก ตัวหนังตกแบ่งออกเป็น 2 สายไหลลงจากหน้าผาสูงกว่า 200 เมตรตกกระทบเบื้องล่างแล้วไหลลงไปในทางน้ำในหุบเขาหน้าผาสูงชัน

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Selfoss

Day 3 : Seljalansfoss – Skoga – Dyrholaey – Vik – Klaustur

ชม น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalansfoss) มีความสูง 60 เมตร และถือเป็นอีกหนึ่ง Highlihgt ของน้ำตกแห่งนี้ที่ผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปด้านหลังได้

ชม น้ำตกสโกก้าฟอสส์ (Skogarfoss) อันมีมวลน้ำขนาดใหญ่ตกมาจากหน้าผาสูง 62 m ความสวยงามตระการตาของน้ำตกที่เห็นอยู่นั้น เกิดจากองค์ประกอบรอบๆ ของตัวน้ำตกและโตรกผาที่สอดประสานกัน

เดินทางต่อไปตามเส้นทาง South Shore ทัศนียภาพสองข้างทางเว้นระยะไปด้วยฟาร์มปศุสัตว์ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟเฮกลา (Hekla) ที่มีความสูงถึง 1,491 m เหนือระดับน้ำทะเลและมีชื่อเสียงที่สุดในไอซ์แลนด์ ผ่านการระเบิดมาแล้วถึง 18 ครั้งล่าสุดในปี 2000

ชม แหลม Dyrholaey (เดิมเรียกว่าเคปพอร์ตแลนด์โดยชาวอังกฤษ) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ จุดเด่นของที่นี่คือ หาดลาวาสีดำสนิท ที่ทอดตัวยาวหลายสิบกิโลเมตร โดดเด่นที่บริเวณริมผาจะเห็นประติมากรรมอันถูกสร้างสรรค์จากธรรมชาติ เป็นลักษณะแหลมหินที่มีรูขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล เมื่อมองกลับไปด้านหลังจะพบกับธารน้ำแข็ง Mýrdalsjökull glacier

ชม Trolls in Reynisdrangar ที่มีตำนานอันลึกลับกล่าวขานว่า พวกปีศาจพยายามแอบลากเรือออกจากฝั่งของเมือง Vik แต่ถูกจับได้ โดยเทพเจ้าแห่งแสงแดดในยามรุ่งสาง เหล่าปีศาจร้ายจึงถูกสาปให้กลายเป็นหินรูปทรงแปลกประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวตั้งอยู่กลางท้องทะเล

เดินทางต่อสู่เส้นทางเลียบชายหาด แวะชม Lava Field ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ามอสที่ปกคลุมอยู่บนหินลาวา เมื่อถ่ายภาพออกมา จะกลายเป็นภาพที่แปลกตาแต่สวยงาม

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Klaustur

Day 4 : Skaftafell – Svartifoss – SvinafellsJokull – Vatnajokull – Jokulsarlon – Hofn

ชม อุทยานแห่งชาติ Skaftafell อันมีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับเทือกเขา Alp มีลักษณะเป็นเขตธารน้ำแข็งที่ก่อต่อขึ้นมาหลายพันปีจากอิทธิพลการระเบิดของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งที่ทำให้เกิด Glacier Floods

ชม ธารน้ำแข็ง SvinafellsJokull อันมีลักษณะเป็นกราเซียที่เกิดจากธารน้ำแข็ง Vatnajokul ผู้มาเยือนสามารถถ่ายภาพกับวิวกลาเซียและก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลสาบเบื้องล่างอันแสนพิเศษนี้

ชม ธารน้ำแข็งเรียกว่า VATNAJOKULL มีขนาด 8,300 ตร.กม. เท่ากับธารน้ำแข็งทั้งหมดในทวีปยุโรปรวมกัน และขนาดความหนามากที่สุดประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป

ชม Jallsárlón ทะเลสาบอันเกิดจากธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาบรรจบกับแอ่งน้ำเบื้องล่าง อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติ Vatnajökull

ชม โจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งถือเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ธารน้ำแข็งแห่งนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1934-1935 ต่อมาจึงเกิดการละลายเรื่อยๆ จนเพิ่มพื้นที่มากขึ้นในทุกๆ ปี

AMPHIBIAN BOAT TOUR ล่องเรือชมความงานของภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตา ตื่นตากับธารน้ำแข็ง 1000 ปี หากโชคดีอาจจะเจอแมวน้ำรอต้อนรับ

คืนนี้เราจะพักกันที่ Hofn

Day 5 : Hofn – vesturhorn – Dettifoss – Hverarondor Hverir – Myvatn

เตรียมตัวเดินทางสู่ใจกลางประเทศไอซ์แลนด์ วันนี้เราจะลัดเลาะไปตามแนว East Fjord มีหน้าผาสูงชันและเลียบไปตามทะเล แวะถ่ายรูปทัศนียภาพอันแปลกตา ที่น่ามองอีกจุดหนึ่งของ Iceland

ชม Vesturhorn ภูเขารูปทรงแปลกตาตั้งยื่นออกไปในท้องทะเลสีตัดกับหาดทรายสีดำสนิทอยู่ริมทะเลดูลึกลับอย่างยิ่ง

เดินทางข้าม Pass Modradalsfjallgurdar อันมีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาวตลอดเส้นทาง เราจะเห็นทัศนียภาพเป็นหุบเขาสีขาวสวยงามตระการตา พร้อมมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทางตะวันออกที่ชื่อเมือง Egilstadir

น้ำตก Dettifoss อันเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง Prometeus น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull

ชม สถานีพลังงาน Krafla เป็นสถานีพลังงานความร้อนใต้พิภพใหญ่ที่สุดของประเทศ ขนาด 60 เมกะวัตต์ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ Krafla ในไอซ์แลนด์

Hverarondor Hverir อันเป็นทางออกของพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ เกิดเป็นบ่อโคลนเดือดและควันกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากหลุม เดินทางผ่านชมทะเลสาบสีเทอควอยต์ที่มีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพ่นควันฉุยตั้งอยู่เคียงข้าง

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Myvatn

Day 6 : Myvatn – Godafoss – Akureyri – Whale Watching

ชม Hverfjall ซึ่งเป็นภูเขาไฟรูปทรงโคนและมีขนาดความกว้างของปล่องประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเดินเท้าขึ้นไปที่ปากปล่องเพื่อ ชมวิวของ Lake Myvatn และความอลังการของปล่องภูเขาไฟได้ ซึ่งปากปล่องสูงถึง 463 เมตร

น้ำตก Godafoss ที่ได้รับฉายาว่า น้ำตกแห่งพระเจ้า “Waterfall of the Gods”

เมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) เมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศไอซ์เเลนด์ และยังเป็นศูนย์กลางการทำประมง โบสถ์อาคูเรย์รี่ (Akureyrakirkja) สัญลักษณ์ของเมือง สถาปนิกผู้ก่อสร้างโบสถ์นี้คือ Gudjon Samuelsson เป็นคนเดียวกับผู้ออกแบบ Hallgrimskirkja โบสถ์ลูเธอรันนี้ออกแบบเสร็จในปี 1940 ภายในโบสถ์ประกอบด้วยท่อออร์แกน 3200 อันที่นำมาจากประเทศเยอรมันในปี 1961 มีภาพของพระเยซูและเรือทำมือที่แขวนจากเพดาน ตามความเชื่อของชาวนอร์ดิกโบราณ

ล่องเรือ ชมปลาวาฬ จะมีโอกาศเห็นวาฬมิงค์

อิสระแก่ทุกท่านเพื่อชอปปิ้งเลือกซื้อสินค้าบนถนนคนเดินเกเรอโตรกาตา (Gerartogata)

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Akureyri

Day 7 : Akureyri – Holmavik – Dragnes

เดินทางสู่ Holmavik เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน Strandir เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับคาถาการไล่แม่มดและเวทมนตร์ มีพิพิธภัณฑ์ไสยศาสตร์ ประชากรส่วนใหญ่ใน Holmavik ทำอาชีพเลี้ยงแกะและทำประมง

Drangsnes เป็นหมู่บ้านชาวประมงอยู่ใกล้กับเมือง Holmavik ที่เป็นหมู่บ้านชาวประมงเช่นเดียวกัน ตำนานบอกไว้ว่ามียักษ์พยายามจะขุด Westfjords และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดใน Drangsnes อีกด้วย นอกจากนั้นที่นี่ยังเต็มไปด้วยนก Puffins รวมไปถึงการทำฟาร์มสุนัขจิ้งจอก

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Dragnes

Day 8 : Grímsey Island – Puffin Paradise – Ísafjörður – Latrar Air Station (250 km)

นำท่านสู่เกาะ Grímsey เป็นเกาะเล็กๆโรแมนติกๆ อยู่ทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ สามารถชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน ได้ในช่วงฤดูร้อน และที่นี่ยังเต็มไปด้วยนกมายมายหลายสายพันธ์ โดยเฉพาะนกพัพฟินส์ ที่จะบินมาวางไข่ในช่วงฤดูร้อน

นำท่านสู่ Isafjörður เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทร Westfjords มีผู้อยู่อาศัย 2600 คน การเติบโตของเมืองนี้เกิดจากการผลิตปลาเค็มและนับตั้งแต่นั้นมาอุตสาหกรรมการประมงก็มีความสำคัญสำหรับชุมชน

Latrar Air Station ก่อตั้งขึ้นเป็นสถานีเรดาร์องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในปี 1992 สถานีนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาชื่อ Bolafjall ในวันอากาศดีเราจะมองเห็นไปได้ถึงเกาะกรีนแลนด์

คืนนี้เราพักกันที่ Ísafjörður

Day 9 : Ísafjörður – Dynjandi – Látrabjarg – Ferry – Grundarfjordur

Dynjandi น้ำตกแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ น้ำตก ดีนจันดิ (Dynjandi) ในประเทศไอซ์แลนด์ มีความสูงกว่า 100 เมตร หรือสูงเท่าตึก 20 ชั้น มีขนาดกว้างกว่า 60 เมตร แม้จะไม่ใช่น้ำตกใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็มีขนาดใหญ่มาก เมื่อนักท่องเที่ยวไปยืนอยู่ฐานน้ำตก ทำให้ดูเหมือนตัวเล็กลงไปทันที ภายในรายล้อมไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ป่านานาพรรณ สามารถเก็บภาพความสวยงามได้ตลอดทาง

Látrabjarg เป็นหน้าผารังนกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป และเป็นหน้าผาอันเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น นกพัพฟิน, นกแกนแนทเหนือ, gulliemots, razorbills เป็นผาที่มีความสูง 440 เมตรและยาวถึง 14 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสวยงามของฝารังนก ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งไอซ์แลนด์

เดินทางกลับสู่ Snæfells peninsular โดยเรือ Ferry (3hrs)

Snæfellsjökull เขตภูเขาไฟอายุ 700000 ปีที่มีกลาเซียปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ และภูเขาไฟแห่งนี้ ยังเป็นฉากในนวนิยายเรื่อง Journey to the Center of the Earth

คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Grundarfjordur

Day 10 : Grundafjord – Kirkjufell – Lava Cave – Reykjavik – Bluelagoon

ชม Kirkjufell ภูเขาทรงหมวก และน้ำตก Kirkjufellsfoss อันเป็นสถานที่สำคัญเลื่องชื่อ ที่หากมาเยือน iceland แล้ว ต้องห้ามพลาดถ่ายรูปกับสถานที่แห่งนี้

ชม ถ้ำลาวา 1 หมื่นล้านปี อันเกิดจากลาวาที่ไหลลงมาสู่ชายฝั่งทะเล และแข็งตัวไม่พร้อมกัน ทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน

เดินทางถึงเมืองเรคยาวิกประเทศไอซ์แลนด์รับสัมภาระแล้วเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ชมเมือง Reykjavik

ชม ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) โบสถ์ใจกลางเมืองที่มีความสูง 73 เมตร เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของไอซ์แลนด์ โดยโบสถ์แห่งนี้ถูกตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของ ฮัลล์กรีมูร์ เพทูร์สซอน (1614 – 1674) กวีและนักบวชชาวไอซ์แลนด์ เพราะคำว่า “ฮัลล์กรีมสคิร์คยา” ตามศัพท์แปลว่า “โบสถ์ของฮัลล์กรีมูร์”

ชม Harpa อันเป็น Concert Hall และ Conference Center มีที่ตั้งอยู่ริมอ่าว โดยอาคารแห่งนี้ถูกตกแต่งไปด้วยกระจก 6 เหลี่ยม เมื่อยามสะท้องแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดเป็นประกาย หลากสีสันแตกต่างกันออกไปตามมุมมองที่เรายืนชมอยู่ นับเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่หาดูได้ยากในโลก

ถ่ายรูปกับ Sun Voyager (Solar) สร้างขึ้นเมื่อปี 1990 ชนะเลิศจากการประกวดประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองกรุงเรคยาวิกครบ 200 ปี Sun Voyeger แทนความหมายของเรือแห่งความฝันที่ออกเดินทางไปตามทิศทางแห่งดวงอาทิตย์ ไปสู่ดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ

มุ่งหน้าสู่ เมือง Keflavik แวะผ่อนคลายกันที่ บลูลากูน (BlueLagoon) หรือทะเลสาบสีฟ้า ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ สามารถลงไปแหวกว่าย นอนแช่ในบ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิความร้อนของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียสได้อย่างสบายๆ ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งตัวน้ำพุร้อนอันบริสุทธิ์ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย ที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย (กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยครับ)

คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Keflavik

Day 11 : Kef – Bangkok

เดินทางเข้าสู่สนามบินเคฟลาวิก เพื่อต่อเครื่องไปยังเฮลซิงกิ เช็คอิน สายการบิน Iceland Air เที่ยวบินที่ FI342 ออกเดินทางเวลา 07.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง

นำท่านเดินทางออกจากสนามบินแวนต้า มุ่งหน้าสู่ประเทศไทย เช็คอิน สายการบิน Finn Air เที่ยวบินที่ AY1306 ออกเดินทางเวลา 00.45 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง

Day 12 : Bangkok

07.15 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

วิธีการเดินทาง

  • รถตู้เก้าที่นั่ง
  • มี driver guide คนไทย
  • ขนาดกระเป๋าไม่เกิน 26 นิ้ว มี carry on ได้ 1 ใบ แนะนำป็นผ้า

รวม

  • วีซ่า
  • ที่พักระดับ 3-4 ดาวพร้อมอาหารเช้า
  • พาหนะ น้ำมัน ค่าที่จอด ทางด่วน
  • ค่าเข้าสถานที่ กิจกรรม ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันอุบัติเหตุ 2 ล้านบาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-ยุโรป
  • ค่าตั๋วเครื่องบินภายใน
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
    (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
  • การพิจารณาวีซ่า (ถ้ามี) เป็นดุลยพินิจของสถานทูตเท่านั้น
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)

*ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ

  • บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด
  • License : 11/8811
  • 69/1874 ซ.ราษฏร์บูรณะ 33 ถนนราษฏร์บูรณะ แขวง/เขต ราษฏร์บูรณะ กทม
  • 02-045-3445
  • 089-478-9334
  • travel@painaima.com
  • line : @painaima