• Road trip
  • Code :tour-german-france-austria-roadtrip

เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรีย

HIGHLIGHT

Rothenburg เมืองน่ารักในเทพนิยาย • ไฮเดลเบิร์กเมืองเก่ายุคเรอเนซองส์ • Colmar and Ruewihr เมืองน่ารักๆแห่งแค้วนอัลซาด • Stein am Rhein เมืองแห่งศิลปะแบบ Fresco • ปราสาทนอยชวานสไตน์ • ขึ้นยอดเขาซุกสปิตเซ่ที่สูงที่สุดในเยอรมัน • เดินทางข้าม Glocgocner Alpine route ถนนที่สวยที่สุดในออสเตรเลีย

แชร์ให้เพื่อน
เยอรมัน
Romantic Route
10 วัน 7 คืน
3-4 ดาว
แนะนำ TG*
9 Seats Car
7
Easy
วันจัดทริป

24 เม.ย. –  3 พค. 2563 : 74,900 บาท

29 พค. – 7 มิ.ย. 2563 : 74,900 บาท

4 กค. – 12 กค. 2563 : 74,900 บาท

Road Trip Style 

เดินทางกลุ่มเล็ก 6-7 ท่าน • เคลื่อนตัวง่าย • นำทริปโดย Driver Guide คนไทยยืดหยุ่นสูง • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง • พักโรงแรม 3-4 ดาว • กระเป๋าเดินทางแนะนำขนาดไม่เกิน 26 นิ้ว • ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน • ไม่รวมอาหารกลางวันและเย็น • เหมาะกับคนที่เน้นเที่ยว และดูแลตัวเองได้บ้าง

*เราจัดทริปเองไม่ได้ส่งต่อใคร สามารถจัดเฉพาะกลุ่มได้*

วันที่ 1 Bangkok – Munich
วันที่ 2 Munich – Rothenburg ob der Tauber – Market Square – Town Hall Tower
วันที่ 3 Heidelberg – Church of the Holy Spirit -Heidelberg Castle – Colmar
วันที่ 4 Riquewihr – Colmar
วันที่ 5 Freiburg – Freiburg Muenster – Konviktstrasse – Stein am Rhein – Fresco – Fussen
วันที่ 6 Neuschwanstein Castle – Zugspitze – Innsbruck
วันที่ 7 Innsbruck – The Golden Roof-St. Anna’s Column -Lienz
วันที่ 8 Grossglockner – เมือง Berchtesgadener – Königssee St.Bartholomä
วันที่ 9 Ramsau – Munich
วันที่ 10 Bangkok

Day 1 : Bangkok – Munich

นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทีมงานอำนวนความสะดวก เชคอินสายการบิน ไทย เที่ยวบิน TG924 เส้นทาง กรุงเทพ-มิวนิค เที่ยวเวลา 00.50 (ของวันถัดไป)

Day 2 : Munich – Rothenburg ob der Tauber – Market Square – Town Hall Tower

เดินทางถึง มิวนิค ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระแล้วออกเดินทางสู่ เมือง Rothenburg (3 ชั่วโมง) ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายโรแมนติก มีย่านเมืองเก่าอยู่ภายในกำแพงเมืองโบราณ ที่กำแพงที่ล้อมรอบเมืองเก่าจะเชื่อมต่อถึงกันหมดทุกด้าน

ชม โรเธนเบิร์ก เมืองโบราณจากยุคกลางแห่งแคว้นบาวาเรีย ยังคงรูปแบบที่สวยงามและสมบูรณ์ถึงปัจจุบัน กำแพงที่ล้อมรอบเมืองในสภาพสมบูรณ์ อาคารสถาปัตยกรรมแบบโกธิค และเรอเนสซองส์ เรียงรายเต็มเมือง บ้านเรือนที่สร้างในแบบเยอรมันดั้งเดิมเอาไว้ตั้งแต่โบราณ

ถ่ายรูปกับ Plonlein เพลินไลน์ จุดที่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปมากที่สุดจุดหนึ่งในเยอรมัน และกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Rothenburg ob der Tauber

พาทุกท่านเดินเล่นที่ Markplatz ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองจำนวน 2 หลังติดกัน ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นพิพิธภัณธ์ประวัติศาสตร์

รอบๆ ตลาด ท่านจะได้พบกับ Town Hall Tower ที่นี่ถือว่าเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพที่ดีที่สุดเลยทีเดียว Town Hall แห่งนี้มีการก่อสร้างโดยใช้ศิลปะแบบผสมผสาน คือ สไตล์เรอเนสซองและโกธิคนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วยังมีร้านค้าและร้านกาแฟให้ทุกท่านได้ช้อปปิ้งของพื้นเมือง

คืนนี้พักที่ Rothenburg ob der Tauber

Day 3 เมือง Heidelberg – Church of the Holy Spirit – ปราสาทไฮเดลเบิร์ก – เมือง Strasbourg – มหาวิหารแห่งสตราสบูร์ก

เดินทางไปยัง เมือง Heidelberg ซึ่งเป็นเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยเรอเนสซองหรือยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ในยุโรปเลยทีเดียว ไฮไลท์ประจำเมืองนี้คือตลาดในเขตเมืองเก่า

โดยรอบๆ ตลาดแห่งนี้จะมีโบสถ์ Church of the Holy Spirit ซึ่งเป็นโบสถ์ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนกันทุกราย ตัวโบสถ์นั้นถูกล้อมรอบด้วยน้ำพุและร้านคาเฟ่

นอกจากโบสถ์แห่งนี้แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือ ปราสาทไฮเดลเบิร์ก ปราสาทสไตล์โกธิคผสมเรอเนสซองที่มีความเก่าแก่มากเพราะสร้างมาตั้งแต่เมื่อปี 1,300 นั่นเอง

เดินทางเข้าสู่เมือง Colmar เมืองหลวงของจังหวัดโอ-แร็งในแคว้นอาลซัสในประเทศฝรั่งเศส เมืองกอลมาร์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เมืองกอลมาร์ตั้งอยู่บน “เส้นทางไวน์ของอาลซัส” และได้ชื่อว่าเป็น “capitale des vins d’Alsace” (เมืองหลวงแห่งไวน์แห่งอาลซัส)

คืนนี้พักที่ Colmar

Day 4 : Riquewihr – เมือง Colmar

ชม เมืองเล็กๆที่มีชื่อว่า Riquewihr เป็นเมืองที่องค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลก และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังในการผลิตไวน์อีกด้วย ลักษณะของบ้านเรือนจะมีความคล้ายคลึงกับเมือง Colmar แต่ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามไม่แพ้กัน

เดินชม เมือง Colmar ซึ่งได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิช เนื่องจากเป็นเมืองที่มีคลองเล็กๆ คั่นกลางเอาไว้ บ้านเรือนภายในเมืองนี้ถูกปลูกสร้างในแบบอนุรักษ์ที่เรียกกันว่า Timber Frame ซึ่งมีการสร้างบ้านเรือนแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรอเนสซองแล้ว นับว่าเป็นสถานที่ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในเมือง Colmar ด้วย

คืนนี้พักที่ Colmar

Day 5 : เมือง Freiburg – โบสถ์ Freiburg Muenster – เมือง Konviktstrasse – เมือง Stein am Rhein – เฟรสโก้ – เมือง Fussen

เดินทางขามพรมแดนสู่เขตประเทศสวิตเซอแลนด์ แวะชมน้ำตก Rhine Fall เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์บริเวณทางเหนือของนครซือริช บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐชัฟเฮาเซินกับรัฐซือริชในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น้ำตกแห่งนี้มีความกว้าง 150 เมตรและสูง 23 เมตร

ชมเมือง เมือง Stein am Rhein เป็นเมืองเล็กๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพเดิมทั้งรูปแบบของบ้านและตัวโครงสร้าง บ้านเรือนเก่าแก่ภายในเมืองแห่งนี้จะมีภาพวาดสีน้ำปูนเปียก หรือ เฟรสโก้ (Fresco) ที่เจ้าของบ้านแต่ละหลังจ้างช่างฝีมือมาวาดเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลของตนเอง

เดินทางสู่เมือง Fussen หรือเมืองสีลูกกวาด เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ยุคของจักรวิรรดิโรมัน ที่ได้ชื่อว่าเมืองสีลูกกวาดนั้นก็เนื่องมาจากบ้านเรือนในเมืองนี้จะมีหลากหลายสีสันเหมือนกับลูกกวาดที่มีสีสันสดใสนั่นเอง

คืนนี้พักที่ Fussen

Day 6 : ปราสาทนอยชวานชไตน์ – ยอดเขา Zugspitze – เมือง Innsbruck

ชม ปราสาทนอยชวานชไตน์ เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นในZugคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก่อสร้างโดยกษัตริย์แห่งบาวาเรีย ปราสาทแห่งนี้งดงามมากจนบริษัทวอลต์ ดิสนีย์ นำรูปแบบไปสร้างเป็นโลโก้ประจำบริษัท และปราสาทแห่งนี้ยังได้ปรากฎอยู่ในการ์ตูนเรื่องซินเดอเรลล่าอีกด้วย

จากนั้นนำชม ยอดเขา Zugspitze ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน ซึ่งถือว่า เป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างเยอรมันกับออสเตรียอีกด้วย โดยการขึ้นเคเบิ้ลคาร์ เพื่อชมวิวยอดเขากว่า 400 ยอด ของทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ เยอรมัน สวิสต์เซอร์แลนด์ ออสเตรีย และอิตาลี

เดินทางสู่ เมือง Innsbruck ซึ่งในสมัยก่อนกษัตริย์องค์สำคัญๆ มักมาพักผ่อนหย่อนใจที่เมืองแห่งนี้ เช่น พระนางมาเรีย เทเรเซีย และ นโปเลียน โบนาปาร์ต เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองที่อากาศดีมาก

คืนนี้พักที่ Innsbruck

Day 7 : เมือง Innsbruck – The Golden Roof-St. Anna’s Column – เมือง Lienz

ชม เมือง Innsbruck ประเทศออสเตรีย ในสมัยก่อนกษัตริย์องค์สำคัญๆ มักมาพักผ่อนหย่อนใจที่เมืองแห่งนี้ เช่น พระนางมาเรีย เทเรเซีย และ นโปเลียน โบนาปาร์ต เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองที่อากาศดีมาก

The Golden Roof (Goldenes Dachl) ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแมกซิมิเลียนที่ 1 บริเวณเฉลียงที่ยื่นออกมามีไว้สำหรับให้บรรดากษัตริย์ชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์

และ St. Anna’s Column เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอีกแห่งหนึ่งด้วย สร้างขึ้นเมื่อปี 1703 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะที่มีเหนือกองทัพของพวกบาวาเรียน ด้านบนสุดจะมีรูปปั้น Virgin Mary ยืนอยู่บนพระจันทร์เสี้ยวประดับอยู่

เดินทางสู่เมือง Lienz เป็นเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ปล่อยเวลาให้ทุกท่านได้สัมผัสธรรมชาติ และถ่ายภาพกันอย่างจุใจ

คืนนี้พักที่ Lienz

Day 8 Grossglockner – เมือง Berchtesgadener – ทะเลสาบ Königssee – โบสถ์ St.Bartholomä

เดินทางสู่ Grossglockner ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในออสเตรีย โดยมีความสูงถึง 3798 เมตร เราจะเดินทางในเส้นทางที่เรียกกันว่า Grossglockner High Alpine Road ในระหว่างทางจะมีจุดชมวิวให้ทุกท่านออกมาเก็บภาพความสวยงามของยอดเขาแห่งนี้เป็นระยะๆ นับเป็นเส้นทางที่โรแมนติกที่สุดเส้นหนึ่งในออสเตรีย

จากนั้นเดินทางเข้าสู่ เมือง Berchtesgadener เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขา

ล่องเรือ ทะเลสาบ Königssee ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสที่สุดในประเทศเยอรมัน

เรือจะไปสิ้นสุดที่ โบสถ์ St.Bartholomä หรือ โบสถ์รูปหัวหอม ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้เลยทีเดียว

ชม เมือง Ramsau เมืองเล็กๆบรรยากาศสงบๆ แวะถ่ายรูปโบสถ์กลางหมู่บ้านรับแสงแรกแห่งวัน มีฉากหน้าเป็นลำธารใสไหลผ่าน

คืนนี้พักที่ Berchtesgadener

Day 9 : เมือง Ramsau – Munich

อำลาความเงียบสงบแห่งธรรมชาติ เดินทางกลับสู่เมืองมิวนิค

มุ่งหน้าสู่ สนามบินมิวนิค เช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 925 ออกเดินทาง เวลา 13:35 น. บินตรงสู่กรุงเทพมหานคร

Day 10 : Bangkok

06.10 น. เดินทางกลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

วิธีการเดินทาง

  • รถตู้เก้าที่นั่ง
  • มี driver guide คนไทย
  • ขนาดกระเป๋าไม่เกิน 26 นิ้ว มี carry on ได้ 1 ใบ แนะนำป็นผ้า

รวม

  • วีซ่า
  • ที่พักระดับ 3-4 ดาวพร้อมอาหารเช้า
  • รถรับส่งตามโปรแกรมตลอดเส้นทาง
  • Driver Guide คนไทย
  • ค่าเข้าสถานที่ กิจกรรม ตามระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุ 2 ล้านบาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
    (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
  • การพิจารณาวีซ่า (ถ้ามี) เป็นดุลยพินิจของสถานทูตเท่านั้น
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)

*ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ

  • บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด
  • License : 11/8811
  • 69/1874 ซ.ราษฏร์บูรณะ 33 ถนนราษฏร์บูรณะ แขวง/เขต ราษฏร์บูรณะ กทม
  • 02-045-3445
  • 089-478-9334
  • travel@painaima.com
  • line : @painaima