ทัวร์เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรีย

Rothenburg เมืองน่ารักในเทพนิยาย • ไฮเดลเบิร์กเมืองเก่ายุคเรอเนซองส์ • Colmar and Ruewihr เมืองน่ารักๆแห่งแค้วนอัลซาด • Stein am Rhein เมืองแห่งศิลปะแบบ Fresco • ปราสาทนอยชวานสไตน์ • ขึ้นยอดเขาซุกสปิตเซ่ที่สูงที่สุดในเยอรมัน • เดินทางข้าม Glocgocner Alpine route ถนนที่สวยที่สุดในออสเตรเลีย

สรุปทริป

Day 1 : Bangkok – Munich

  • นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทีมงานอำนวนความสะดวก เช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบิน TG924 เส้นทางกรุงเทพ-มิวนิค เที่ยวเวลา 00.50 (ของวันถัดไป)

Day 2 : Munich – Rothenburg ob der Tauber – Market Square – Town Hall Tower

  • เดินทางถึง มิวนิค ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระแล้วออกเดินทางสู่ เมือง Rothenburg (3 ชั่วโมง) ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายโรแมนติก มีย่านเมืองเก่าอยู่ภายในกำแพงเมืองโบราณ ที่กำแพงที่ล้อมรอบเมืองเก่าจะเชื่อมต่อถึงกันหมดทุกด้าน โรเธนเบิร์ก เมืองโบราณจากยุคกลางแห่งแคว้นบาวาเรีย ยังคงรูปแบบที่สวยงามและสมบูรณ์ถึงปัจจุบัน กำแพงที่ล้อมรอบเมืองในสภาพสมบูรณ์ อาคารสถาปัตยกรรมแบบโกธิค และเรอเนสซองส์ เรียงรายเต็มเมือง บ้านเรือนที่สร้างในแบบเยอรมันดั้งเดิมเอาไว้ตั้งแต่โบราณ
  • ถ่ายรูปกับ Plonlein เพลินไลน์ จุดที่นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปมากที่สุดจุดหนึ่งในเยอรมัน และกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Rothenburg ob der Tauber
  • พาทุกท่านเดินเล่นที่ Markplatz ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองจำนวน 2 หลังติดกัน ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นพิพิธภัณธ์ประวัติศาสตร์ รอบๆ ตลาด ท่านจะได้พบกับ Town Hall Tower ที่นี่ถือว่าเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพที่ดีที่สุดเลยทีเดียว Town Hall แห่งนี้มีการก่อสร้างโดยใช้ศิลปะแบบผสมผสาน คือ สไตล์เรอเนสซองและโกธิคนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วยังมีร้านค้าและร้านกาแฟให้ทุกท่านได้ช้อปปิ้งของพื้นเมือง
  • คืนนี้พักที่ Rothenburg ob der Tauber

Day 3 : Heidelberg – Church of the Holy Spirit [Text Wrapping Break]Heidelberg Castle  – Colmar

  • เดินทางไปยัง เมือง Heidelberg ซึ่งเป็นเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยเรอเนสซองหรือยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ในยุโรปเลยทีเดียว ไฮไลท์ประจำเมืองนี้คือตลาดในเขตเมืองเก่า โดยรอบๆ ตลาดแห่งนี้จะมีโบสถ์ Church of the Holy Spirit ซึ่งเป็นโบสถ์ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนกันทุกราย ตัวโบสถ์นั้นถูกล้อมรอบด้วยน้ำพุและร้านคาเฟ่ นอกจากโบสถ์แห่งนี้แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือ ปราสาทไฮเดลเบิร์ก ปราสาทสไตล์โกธิคผสมเรอเนสซองที่มีความเก่าแก่มากเพราะสร้างมาตั้งแต่เมื่อปี 1,300 นั่นเอง
  • เดินทางเข้าสู่ เมือง Colmar เมืองหลวงของจังหวัดโอ-แร็งในแคว้นอาลซัสในประเทศฝรั่งเศส เมืองกอลมาร์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เมืองกอลมาร์ตั้งอยู่บน “เส้นทางไวน์ของอาลซัส” และได้ชื่อว่าเป็น “capitale des vins d’Alsace” (เมืองหลวงแห่งไวน์แห่งอาลซัส)
  • คืนนี้พักที่ Colmar

Day 4 : Riquewihr – Colmar

  • ชม เมืองเล็กๆที่มีชื่อว่า Riquewihr เป็นเมืองที่องค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลก และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังในการผลิตไวน์อีกด้วย ลักษณะของบ้านเรือนจะมีความคล้ายคลึงกับเมือง Colmar แต่ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามไม่แพ้กัน
  • เดินชม เมือง Colmar ซึ่งได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิช เนื่องจากเป็นเมืองที่มีคลองเล็กๆ คั่นกลางเอาไว้ บ้านเรือนภายในเมืองนี้ถูกปลูกสร้างในแบบอนุรักษ์ที่เรียกกันว่า Timber Frame ซึ่งมีการสร้างบ้านเรือนแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรอเนสซองแล้ว นับว่าเป็นสถานที่ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในเมือง Colmar ด้วย
  • คืนนี้พักที่ Colmar

Day 5 : Freiburg – Freiburg Muenster – Konviktstrasse – Stein am Rhein – Fresco – Fussen

  • เดินทางข้ามพรมแดนสู่เขตประเทศสวิตเซอแลนด์ แวะชมน้ำตก Rhine Fall เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์บริเวณทางเหนือของนครซือริช บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐชัฟเฮาเซินกับรัฐซือริชในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น้ำตกแห่งนี้มีความกว้าง 150 เมตรและสูง 23 เมตร
  • ชมเมือง Stein am Rhein เป็นเมืองเล็กๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพเดิมทั้งรูปแบบของบ้านและตัวโครงสร้าง บ้านเรือนเก่าแก่ภายในเมืองแห่งนี้จะมีภาพวาดสีน้ำปูนเปียก หรือ เฟรสโก้ (Fresco) ที่เจ้าของบ้านแต่ละหลังจ้างช่างฝีมือมาวาดเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลของตนเอง
  • เดินทางสู่เมือง Fussen หรือเมืองสีลูกกวาด เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ยุคของจักรวรรดิโรมัน ที่ได้ชื่อว่าเมืองสีลูกกวาดนั้นก็เนื่องมาจากบ้านเรือนในเมืองนี้จะมีหลากหลายสีสันเหมือนกับลูกกวาดที่มีสีสันสดใสนั่นเอง
  • คืนนี้พักที่ Fussen

Day 6 : Neuschwanstein Castle – Zugspitze – Innsbruck

  • ชม ปราสาทนอยชวานชไตน์ เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นใน Zug คริสต์ศตวรรษที่ 19 ก่อสร้างโดยกษัตริย์แห่งบาวาเรีย ปราสาทแห่งนี้งดงามมากจนบริษัทวอลต์ ดิสนีย์ นำรูปแบบไปสร้างเป็นโลโก้ประจำบริษัท และปราสาทแห่งนี้ยังได้ปรากฎอยู่ในการ์ตูนเรื่องซินเดอเรลล่าอีกด้วย
  • จากนั้นนำชม ยอดเขา Zugspitze ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน ซึ่งถือว่า เป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างเยอรมันกับออสเตรียอีกด้วย โดยการขึ้นเคเบิ้ลคาร์ เพื่อชมวิวยอดเขากว่า 400 ยอด ของทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ เยอรมัน สวิสต์เซอร์แลนด์ ออสเตรีย และอิตาลี
  • เดินทางสู่ เมือง Innsbruck ซึ่งในสมัยก่อนกษัตริย์องค์สำคัญๆ มักมาพักผ่อนหย่อนใจที่เมืองแห่งนี้ เช่น พระนางมาเรีย เทเรเซีย และ นโปเลียน โบนาปาร์ต เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองที่อากาศดีมาก
  • คืนนี้พักที่ Innsbruck

Day 7 : Innsbruck – The Golden Roof-St. Anna’s Column – Lienz

  • ชม เมือง Innsbruck ประเทศออสเตรีย ในสมัยก่อนกษัตริย์องค์สำคัญๆ มักมาพักผ่อนหย่อนใจที่เมืองแห่งนี้ เช่น พระนางมาเรีย เทเรเซีย และ นโปเลียน โบนาปาร์ต เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองที่อากาศดีมาก
  • The Golden Roof (Goldenes Dachl) ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแมกซิมิเลียนที่ 1 บริเวณเฉลียงที่ยื่นออกมามีไว้สำหรับให้บรรดากษัตริย์ชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์และ Anna’s Column เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอีกแห่งหนึ่งด้วย สร้างขึ้นเมื่อปี 1703 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะที่มีเหนือกองทัพของพวกบาวาเรียน ด้านบนสุดจะมีรูปปั้น Virgin Mary ยืนอยู่บนพระจันทร์เสี้ยวประดับอยู่
  • เดินทางสู่เมือง Lienz เป็นเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ปากทางสู่ Grossglockner
  • คืนนี้พักที่ Lienz

Day 8 : Grossglockner – Berchtesgaden – Königssee St.Bartholomä

  • เดินทางสู่ Grossglockner ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในออสเตรีย โดยมีความสูงถึง 3798 เมตร เราจะเดินทางในเส้นทางที่เรียกกันว่า Grossglockner High Alpine Road ในระหว่างทางจะมีจุดชมวิวให้ทุกท่านออกมาเก็บภาพความสวยงามของยอดเขาแห่งนี้เป็นระยะๆ นับเป็นเส้นทางที่โรแมนติกที่สุดเส้นหนึ่งในออสเตรีย
  • จากนั้นเดินทางเข้าสู่ เมือง Berchtesgaden เมืองเล็กๆ ชายขอบทางตะวันออกเฉียงใต้ในแคว้นบาวาเรียของเยอรมัน ด้วยที่ตั้งที่อยู่ในหุบเขา ทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์และสวยงามเป็นอย่างมาก
  • ล่องเรือ ทะเลสาบ Königssee ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสที่สุดในประเทศเยอรมัน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Berchtesgaden
  • เรือจะไปสิ้นสุดที่ โบสถ์ St.Bartholomä หรือ โบสถ์รูปหัวหอม ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ซึ่งตั้งขึ้นตั้งแต่ราวๆ ศตวรรษที่ 12
  • ชมเมือง Ramsau เมืองเล็กๆบรรยากาศสงบๆ แวะถ่ายรูปโบสถ์กลางหมู่บ้านรับแสงแรกแห่งวัน มีฉากหน้าเป็นลำธารใสไหลผ่าน
  • คืนนี้พักที่ Berchtesgadener

Day 9 : Ramsau – Munich

  • อำลาความเงียบสงบแห่งธรรมชาติ เดินทางกลับสู่เมืองมิวนิค มุ่งหน้าสู่ สนามบินมิวนิค เช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 925 ออกเดินทาง เวลา 14.25 น. บินตรงสู่กรุงเทพมหานคร

Day 10 : Bangkok

  • เดินทางกลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

รวม-ไม่รวม

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม