• Road Trip
  • Code :tour-croatia-slovenia

ทัวร์โครเอเชีย สโลวาเนีย

HIGHLIGHT

ชมเมืองซาเกรบ•  เมืองลุบเบลียนา ชมปราสาทและเดินเล่นย่านทาวน์สแควร์ • ล่องเรือชมความงามของทะเลสาบเบลด • ถ้ำโพสทอยน่า (Postojna) • อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ • ชมมหาวิหารเซนต์อนาตาเซีย • ห้ามพลาดกับอีกหนึ่งอุทยานแห่งชาติครึคา  • สปลิต (SPLIT) ชมพระราชวังและโบสถ์ที่มีชื่อเสียง 

แชร์ให้เพื่อน
โครเอเชีย
บอลคาน
10 วัน 7 คืน
3-4
TK
9 Seats Car
7 ท่าน
Easy
วันจัดทริป

20-29 กย. 2562 : 79,900  บาท
13-22 ตค. 2562 : 79,900  บาท

Road Trip Style 

เดินทางกลุ่มเล็ก 6-7 ท่าน • เคลื่อนตัวง่าย • นำทริปโดย Driver Guide คนไทยยืดหยุ่นสูง • เดินทางโดยรถตู้ 9 ที่นั่ง • พักโรงแรม 3-4 ดาว • กระเป๋าเดินทางแนะนำขนาดไม่เกิน 26 นิ้ว • ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน • ไม่รวมอาหารกลางวันและเย็น • เหมาะกับคนที่เน้นเที่ยว และดูแลตัวเองได้บ้าง

*เราจัดทริปเองไม่ได้ส่งต่อใคร สามารถจัดเฉพาะกลุ่มได้*

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ซาเกรบ
วันที่ 2 ซาเกรบ –  ลุบเบลียนา 
วันที่ 3 ลุบเบลียนา – เบลด
วันที่ 4 เบลด – ถ้ำโพสทอยน่า – พลิตวิเซ่
วันที่ 5 พลิตวิเซ่ – ซาดาร์ 
วันที่ 6 ซาดาร์  – อุทยานแห่งชาติครึคา – โทรเกียร์  
วันที่ 7 โทรเกียร์ –  สปลิต – ดูบลอฟนิค 
วันที่ 8 ดูบลอฟนิค  – มอนเตเนโกร – โคตอร์
วันที่ 9 ดูบลอฟนิค
วันที่ 10 อิสตัลบูล – กรุงเทพฯ

Day 1 : Bangkok

20.00 น.
นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เช็คอินสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK65 เที่ยวเวลา 21.45 สู่เมือง อิสตัลบูล ประเทศตุรกี

Day 2 : Zagreb – Ljubljana

04.10 น. เดินทางถึงอิสตัลบูล แวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อสู่ กรุงซาเกรบ (Zagrab) โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK1053 เวลา 07.05 น.

08.15 น. เดินทางถึง กรุงซาเกรบ (Zagreb) เมืองหลวงของโครเอเชีย ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของประเทศติดกับพรมแดนสโลเวเนีย เมืองแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางการขนส่ง อุตสาหกรรม เศรษฐกิจและการปกครองของประเทศ โดยเมืองเซเกรบนี้แบ่งออกเป็น 2 เขต คือ อัพเพอร์ ทาวน์ (Upper town) เขตเมืองเก่าบนเขาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และ โลเวอร์ ทาวน์(Lower town) เขตการค้าสมัยใหม่ที่ขยายตัวออกมาตามหลัง

ชม โบสถ์เซ็นต์มาร์ค (Church of St.Mark) สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ถือเป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เพราะมีความโดดเด่นด้วยหลังคาที่มีการปูกระเบื้องโมเสกเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของเมืองซาเกรบ คือรูปปราสาทสีขาวบนพื้นสีแดง เคียงคู่กับตราสัญลักษณ์ของประเทศโครเอเชีย สโลเวเนีย และดัลเมเชีย ทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่บนลวดลายตารางหมากรุกแดงขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโครเอเชียอีกด้วย

โรงละครแห่งชาติซาเกรบ ที่สร้างขึ้นเมื่อปีศ.ศ. 1895 ในสไตล์นีโอบาร็อค อาคารแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปตัว U และรายล้อมไปด้วยสวนสาธารณะจนได้รับฉายาว่า เกือกม้าสีเขียว (The Green Horse shoe)

ชม อาคารรัฐสภา(Sabor) ที่บอกเล่าถึงความเป็นมาของชนชาติโครแอตซึ่งแยกตัวเองจากยูโกสลาเวียในอดีต

มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (St.Stephen Cathedral) มหาวิหารในนิกายโรมันคาทอลิกที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซาเกรบ และถือเป็นศูนย์กลางของฝั่งเมืองเก่า สร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 13 และได้รับการต่อเติมอีกหลายครั้ง จนถึงปัจจุบันถูกบูรณะเป็นสไตล์นีโอโกธิค เรียกได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 800 ปี และถือเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโครเอเชียด้วยความสูงกว่า 108 เมตร ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญๆ เช่น นักบุญเซนต์ปีเตอร์เซนต์ปอลล์

กำแพงหินโบราณ (Stone Gate) ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่สร้างรายล้อมเมืองเก่าเพื่อป้องกันศัตรูในอดีตอันได้แก่ชาวออตโตนั่นเอง ชื่นชมความมหัศจรรย์ของภาพพระแม่มารีที่อยู่ภายในโบสถ์ใต้ประตูเมืองซึ่งเหลือรอดจากไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 1731 อย่างปาฏิหาริย์ กระทั่งผู้คนเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์และแห่ไปสวดมนต์เพื่อขอพรกัน

เดินทางสู่ เมืองลุบเบลียนา (Ljubljana) เมืองหลวงของประเทศสโลเวเนีย แม้จะเป็นเมืองที่เล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย สงบเรียบร้อยและเป็นระเบียบ

คืนนี้พักที่ เมือง Ljubljana

Day 3 : Ljubljana – Bled

ชม เพรเซเรน สแควร์ (Prešeren Square) ชมรูปปั้นของฟรานซ์ เพรเซเรน กวีที่มีชื่อเสียงของสโลวีเนีย เป็นสัญลักษณ์ความรักชาติและเสรีภาพ

ชม สะพานมังกร (Zmaj ski Most) เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นสะดุดตาบริเวณหัวสะพานที่มีการออกแบบสร้างเป็นรูปมังกรบินขนาดใหญ่ สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นทางข้ามแม่น้ำลูบลิยานิกา ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 สมัยของกษัตริย์ฮังการี นับว่าเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

ชม ปราสาทลูบลิยานา (Ljubljana Castle) ที่ตั้งอยู่บนเขา เดิมเป็นป้อมปราการ สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 โดยเชื่อว่าสร้างโดยไม้และหินในระยะเริ่มแรก และถูกสร้างใหม่ในศตวรรษที่ 12 ในช่วงสมัย ราชา Ottokar II ของโบฮีเมียนและเปลี่ยนมาในสมัยของ Rudolph of Habsburg ภายหลังและในศตวรรษที่ 15 ก็ได้ถูกทำลายลงและสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง

ชม ย่านทาวน์สแควร์ (town square) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St.Nicholas Cathedral) และชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของตัวโบสถ์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโดมสีเขียวและหอคอยคู่ที่อยู่เหนือหลังคาโบสถ์

เดินทางสู่ เมืองเบลด (Bled) เมืองเบลดนั้นนอกจากจะเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพแสนโรแมนติกจนได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นเมืองที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของสโลวีเนียแล้วยังโด่งดังในเรื่องของวานิลลาและครีม (เดินทางประมาณ 2.30 ชม.)

ล่องเรือชมความงามของทะเลสาบเบลด ตัวทะเลสาบเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งโบฮินจ์ (Bohinj Glacier) ในยุคน้ำแข็ง แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ น้ำในทะเลสาบไม่ได้มาจากการละลายของธารน้ำแข็ง แต่มาจากบ่อน้ำร้อนใต้ดินหลายแห่ง น้ำในทะเลสาบนี้จึงใสบริสุทธิ์ และไม่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว

เรือล่องผ่านปราสาทเบลด (Bled Castle) ที่ตั้งอยู่บนริมผา ติดทะเลสาบเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุด จักรพรรดิ์เฮนริคที่ 2 แห่งเยอรมันยกให้เป็นสถานที่พักของ บิชอป อัลเบี่ยม แห่งบริเซน (Bishop Albium of Brixen) ในปี ค.ศ.1004

พักที่เมือง Bled

Day 4 : Bled – Postojna – Plitvicka

เช้าตรู่ ตื่นรับสายหมอก ลอยระเรี่ยผืนน้ำทะเลสาบ ถ่ายรูปเก็บตก ก่อนอำลาบรรยากาศแสนสงบแห่งทะเลสาบ Bled

เดินทางสู่ ถ้ำโพสทอยน่า (Postojna) ถ้ำหินงอกหินย้อยที่ใหญ่ และสวยที่สุดในยุโรป ถ้ำแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมมามากกว่า 188 ปี และมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมกว่า 31ล้านคน ภายในถ้ำมีทางเชื่อมติดต่อกันเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร และสามารถเข้าชมด้วยรถรางไฟฟ้าที่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1884 ชมคลาสสสิก คลาส (Classic Karst) คูหาที่ใหญ่ที่สุดภายในถ้ำที่มีสีสันสวยงามเกินพรรณนา

เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเมืองลิก้า (LIKA) ประเทศโครเอเชีย และแม่น้ำโครานา (Korana) ทำให้เกิดทะเลสาบ 20 แห่งไหลผ่านหินปูนและหินชอล์ก ระหว่างทะเลสาบมีน้ำตกหลายแห่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาทั้ง 3 เทือกเขา คือ Pljesevica, Mala Kapela และ Medvedak ทะเลสาบถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ชั้นบนและชั้นล่าง

คืนนี้พักกันที่ Plitvicka

Day 5 : Plitvicka – Zadar

เช้าชม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park) ที่ตั้งอยู่ใจกลางของอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำมีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา

ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยาน ชมความงามของอุทยานตอนล่างและชมความงดงามของ Big Waterfalls สัมผัสถึงบรรยากาศของสายน้ำบนพื้นน้ำสีคราม และเกาะแก่งในทะเลสาบ ตลอดจนไม้ป่าจำพวกสนและเฟอร์ เพลิดเพลินกับธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์

เดินทางสู่ เมืองซาดาร์ (ZADAR) อดีตเมืองหลวงเก่าของภูมิภาคดัลเมเชีย (Dalmatia) (เดินทางประมาณ 2 ชม.) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่ตั้งแต่สมัยโรมัน ในอดีตยังเป็นย่านค้าขายทางเรือที่สำคัญอีกด้วย และปัจจุบันก็ได้กลายเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ชื่อเสียง

คืนนี้พักกันที่เมือง Zadar

Day 6 : Zadar – Krka National Park – Trogir

ชม จตุรัสกลางเมืองซาดาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง ชมบรรยากาศของเมืองเก่า ชมความเก่าแก่ของ โบสถ์ St. Simeon โบสถ์เก่าแก่ที่มีประวัติอันยาวนาน ชม โรมันฟอรัม (Roman Forum) สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ลานประชุมกลางเมือง ที่ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง

ชม โบสถ์เซนต์ โดแนท (St.Donatus Church) เป็นโบสถ์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 ประจำเมืองซาดาร์

ชม มหาวิหารเซนต์อนาตาเซีย (St.Anastasia Cathedral)
คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทียซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 4 ถึง 5 แม้จะถูกทำลายในสงครามมาแล้วแต่ก็ยังคงสภาพความสวยความให้เห็นจนถึงปัจจุบัน ผ่อนคลายกับการบรรเลงดนตรีโดยธรรมชาติที่เดียวในโลก ออร์แกนทะเล (Morske Orgulje) ได้รับรางวัล European Prize ซึ่งออร์แกนทะเลเกิดจากโพรงท่อขนาดใหญ่ 35 ท่อภายในลานบันไดหินอ่อนความยาว 230 ฟุตเลียบทะเลเอเดรียติค เมื่อน้ำทะเลไหลท่วมเข้ามาในท่อของบันไดขั้นที่ต่ำกว่า อากาศภายในจะถูกดันให้ไหลออกมาทางท่อของบันไดขั้นบน เกิดเป็นระดับเสียงต่างๆ ตามจังหวะธรรมชาติของคลื่นลม

เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติครึคา (Krka National Park) อุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงของมณฑลซิบินิค-คนีน (Sibenik-Knin) มณฑลในภูมิภาคดัลเมเชีย เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติของโครเอเชียที่ตั้งชื่อตามแม่น้ำครึคา (Krka River)

ชม น้ำตกสกราดินสกี บูค (Skradinski Buk) หรือเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า (Krka Waterfalls) เป็นหนึ่งในสองน้ำตกหลักที่มีความสูงประมาณ 37 .5 เมตร เป็นน้ำตกที่มีน้ำใสมากอีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำธรรมชาติ ที่สามารถลงเล่นน้ำรวมไปถึงพายเรือเล่นได้อย่างสบายๆ

เดินทางสู่ เมืองโทรเกียร์ (TROGIR) เมืองประวัติศาสตร์ของโครเอเชีย เมืองโบราณบนเกาะเล็กๆ ซึ่งในอดีตเคยถูกปกครองโดยพวกกรีกและโรมัน แต่ปัจจุบันมีการอนุรักษ์เป็นเมืองเก่า และได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 ป้อมปราการที่สง่างาม โบสถ์อันสวยงาม ยุคโรมาเนสก์ อาคารที่โดดเด่นแบบเรอเนสซองส์และบาโรคจากยุคเวนิเชียน

ป้อมคาเมอร์เลนโก้ (Kamerlengo Fortress) ที่สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันยังคงเหลือ กำแพงเมือง ตัวปราสาท และป้อมปราการบางส่วน ถือว่ายังคงความสมบูรณ์แบบและสวยงาม

เดินชม เขตเมืองเก่าของโทรเกียร์ที่มีอดีตถึง 2,300 ปี เป็นเมืองเก่าที่มีคนอาศัยอยู่ตลอดไม่เคยทิ้งร้าง โทรเกียร์ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากทั้งกรีก โรมัน เวนิซ และสถาปัตยกรรมก็มีหลายยุคสมัย ตั้งแต่ผังเมืองที่วางไว้ตั้งแต่ยุคกรีก โบสถ์หลายยุคทั้งโรมันเนส โกธิค เรเนซองค์ บาโร้ก

คืนนี้พักกันที่ เมือง Trogir

Day 7 : Trogir – Split – Dubrovnik

เดินทางสู่ เมืองสปลิต (SPLIT) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโครเอเชีย เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และการคมนาคมของแคว้นดัลเมเชีย นอกจากนี้สปลิตยังเป็นเมืองชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชียที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,700 ปี

ชม พระราชวังดิโอคลิเธียน (Palace of the Emperor Diocletian) พระราชวังนี้สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิไดโอคลีเซียนปัจจุบันได้รับความคุ้มครองและขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

ชม ศาลาว่าการเมือง ซึ่งเป็นอาคารสไตล์เรอเนสซองต์ สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจัตุรัส นอกจากสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้วที่นี่ท่านยังสามารถเลือกเข้าชมพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชาติพันธุ์วิทยาที่ตั้งขึ้นในปี 1910 ภายในอาคารหลังนี้ ชมอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ต่างๆ สัมผัสบรรยากาศราวกับหยุดเวลาไว้ในอดีตที่แสนไกลของเมืองแห่งนี้ให้จุใจ

ชม พีเพิลสแควร์ (People Square) ศูนย์กลางทางธุรกิจ และการบริหารเมื่อสมัยศตวรรษที่ 15 ให้ท่านชื่นชมสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง

เดินทางสู่ เมือง Dubrovnik (ประมาณ 3ชม)

คืนนี้พักกันที่เมือง Dubrovnik

Day 8 : Dubrovnik – Montenegro – Kotor

นำท่านข้ามพรมแดนสู่ ประเทศมอนเตเนโกร (2 ชม) แปลความหมายเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Black Mountain หรือ ภูเขาสีดำ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ ปัจจุบันมอนเตเนโกรเป็นประเทศสมาชิกของสหประชาชาติและพยายามร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป ระหว่างทางท่านจะได้ชมเมืองเก่าและธรรมชาติที่สวยงาม

แวะถ่ายภาพที่ เมือง Perast เป็นเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบ แต่ว่าร่ำรวยไปด้วยสเน่ห์ที่ว่าใครมาถึงบอลข่านจะไม่มาเมืองนี้ก็ถือว่าพลาดไป ณ ริมฝั่ง จะมีเรือลำเล็กๆ คอยให้บริการข้ามฝาก สู่โบราณสถานที่อยู่กลางน้ำ ซึ่งในประวัติศาตร์เคยระบุว่ามีหลายๆคนที่พยายามจะพิชิตสถานที่แห่งนี้ และได้ทิ้งร่องรอยสำคัญต่างๆไว้ที่นี่

ชม Our Lady of the Rocks ส้รางขึ้นเมื่อปี 1452 มีเรื่องเล่าว่า มีลูกเรือสองคนกลับจากการเดินทางที่แสนลำบาก ระหว่างทางได้ค้นพบสัญลักษณ์ของพระแม่มารีและพระบุตรที่อยู่บนก้อนหินในอ่าว พวกเข้าจึงต้องการจะส้รางโบสถ์ขึ้นตรงนั้น ทั้งสองคนใช้หินก้อนเล็กๆค่อยๆก่อสร้างขึ้นเป็นโบสถ์เล็กๆ และต่อมากลายเป็นธรรมเนียมที่ชาวกะลาสีจะวางก้อนหินลงในน้ำรอบๆโบสถ์ก่อนเดินทางเพื่อเป็นการขอพรอย่างหนึ่ง ประเพณีนี้ยังคงปฏิบัติต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

เกาะ Sveti Đorđe เป็นหนึ่งในสองเกาะเล็กเกาะน้อยนอกชายฝั่ง Perast ซึ่ง แตกต่างจาก Our Lady of the Rocks เป็นเกาะธรรมชาติ เกาะนี้มีอาราม Saint George Benedictine ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และสุสานเก่าแก่สำหรับขุนนางเก่า

Kotor Bay หรือเรียกว่าแคนยอนใต้ อ่าวนี้จะเว้าเข้ามาจากชายฝั่งทะเลด้านนอกหนึ่งชั้น จากนั้นมีช่องเขาแคบๆเป็นทางน้ำไหลเข้ามายังทะเลสาบเปิด เมือง Kotor ตั้งอยู่ริมด้านตะวันออกของทะเลสาบแห่งนี้ อ่าว Kotor Bay เป็นอ่าวที่มีความงดงามตามธรรมชาติ มีเมืองเก่ากระจายอยู่รอบๆชายฝั่ง

เดินทางกลับ เมือง Dubrovnik แวะถ่ายภาพที่จุดชมวิว

คืนนี้พักกันที่เมือง Dubrovnik

Day 9 : Dubrovnik

ชม เขตเมืองเก่า (Old Town) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979 ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพของตัวเมืองเก่าที่มีป้อมปราการโบราณความยาว 190 เมตรโอบล้อมไว้ภายใน ซึ่งเขตเมืองเก่าแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ความโด่งดังเทียบได้กับแกรนด์แคนยอนหรือแกรนด์ คาแนลแห่งเวนิสเลยทีเดียว

ชม กำแพงเมืองโบราณ กำแพงแห่งนี้สร้างตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 และมีความยาวถึงประมาณ 1,940 เมตร และมีความสูง 25 เมตร ตลอดแนวกำแพงมีหอคอยหลากหลายรูปทรงสลับกันไป กำแพงเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีความมั่นคงและแข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำทะเลอะเดรียติค

เดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า ชม น้ำพุ Onofrio ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่สถาปนิกผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้ ชม The Cathedral Treasury หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับ ชาวเวนิชในอดีต ชม หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock) ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่สัญลักษณ์ทรงกลมใต้นาฬิกาที่ใช้แทนพระจันทร์เพื่อบอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยโบราณ

ชม พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s Palace) พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค, เรเนซองส์และบาโรค ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นหนึ่งใน 2 พระราชวังที่หลงเหลืออยู่หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่

ชม สปอนซา พาเลส (Sponza Palace) พระราชวังอีกแห่งหนึ่งที่เหลือรอดมาได้ โดยพระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารและสำนักงานส่วนราชการ

ชม ถนนสตราดัน ถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร ที่สองข้างทางรายล้อมไปด้วยอาคารสไตล์โรมัน โกธิค และร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม ร้านขายของที่ระลึกต่างๆ มากมาย ให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย หรือเลือกถ่ายภาพกับเมืองที่สวยงามโรแมนติกก่อนกลับเข้าที่พัก

21.20 น. เดินทางสู่สนามบิน เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK1440 โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ อิสตัลบูล เที่ยวบินที่ TK68 เวลา 00.05 น.

Day 10 : Istanbul – Bangkok

15.00 น.
ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

วิธีการเดินทาง

  • รถตู้เก้าที่นั่ง
  • มี driver guide คนไทย
  • ขนาดกระเป๋าไม่เกิน 26 นิ้ว มี carry on ได้ 1 ใบ แนะนำป็นผ้า

รวม

  • วีซ่า
  • ที่พักระดับ 3-4 ดาวพร้อมอาหารเช้า
  • รถรับส่งตามโปรแกรมตลอดเส้นทาง
  • Driver Guide คนไทย
  • ค่าเข้าสถานที่ กิจกรรม ตามระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุ 2 ล้านบาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
    (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
  • การพิจารณาวีซ่า (ถ้ามี) เป็นดุลยพินิจของสถานทูตเท่านั้น
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)

*ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ

  • บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด
  • License : 11/8811
  • 69/1874 ซ.ราษฏร์บูรณะ 33 ถนนราษฏร์บูรณะ แขวง/เขต ราษฏร์บูรณะ กทม
  • 02-045-3445
  • 089-478-9334
  • travel@painaima.com
  • line : @painaima