• Fullboard
  • Code :tour-georgia-armenia-azerbaijan

ทัวร์จอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน

HIGHLIGHT

อาเซอร์ไบจาน • เมืองโกบัสตาน • ภูเขาโคลน • พระราชวังแห่งราชวงศ์เชอร์วาน • คาราวานซาราย • Ateshgah of Baku วัดศาสนาฮินดูที่รูปทรงคล้ายปราสาท • จอร์เจีย • ป้อมอนานูรี • ชมโบสถ์เกอร์เกตี้ • เมืองคาซเบกิ •  เมืองมิทสเคต้า • วิหารจวารี • นั่งกระเช้าเคเบิ้ลขึ้นชม ป้อมนาริกาลา • อาร์เมเนีย • เมืองซาดาโคล • เมืองฮักห์พาท • ชมอารามโบราณสองแห่ง อารามฮัคพัท และอารามซานาฮิน • เมืองดีลีจาน • ล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบเซวาน

แชร์ให้เพื่อน
จอร์เจีย
คอเคซัส
10 วัน 7 คืน
3-4 ดาว
EK
รถโค้ช
20 ท่าน
Easy
วันจัดทริป

20-29 มี.ค. 2563 : 79,900

*เราจัดทริปเองไม่ได้ส่งต่อใคร สามารถจัดเฉพาะกลุ่มได้*

Day 1 : Bangkok – Dubai
Day 2 : Dubai – Baku – Gobustan – Rock Painting – Mud Volcanoes
Day 3 : Baku – Icheri Shekher – Palace of Shirvansshakh – Caravansaray – Ateshgah of Baku – Absheron – YanarDag – Tbilisi
Day 4 : Tbilisi – Georgia – Ananuri Fortress – Zhinvali reservoir Gergeti Trinity Church – Kazbegi
Day 5 : Museum of Stalin – Mtskheta – Gori – Uplistsikhe – Tbilisi
Day 6 : Tbilisi – Peace bridge – Narigala Fortress – Metekhi Church Sadakhlo
Day 7 : Sadakhlo — Haghpat city – Sanahin Monastery
Day 8 : Dilijan – Sevan city – Geghard – Khor Virap
Day 9 : Yerevan
Day 10 : Bangkok

ทัวร์จอร์เจีย

Day 1 : Bangkok -Dubai

23.30 น. ทัวร์จอร์เจีย
นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 9 เคาน์เตอร์ T เช็คอินสายการบิน Emirate Airlines

Day 2 : Dubai – Baku – Gobustan – Rock Painting – Mud Volcanoes

02.00 น. ทัวร์จอร์เจีย
ออกเดินทางสู่เมืองบากู โดยสายการ Emirate Airlines เที่ยวบินที่ EK371(แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ เวลา 06.00 น.) จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองบากู เที่ยวบินที่ EK2198 (08.00-11.00 น.)

11.00 น. ทัวร์จอร์เจีย
เดินทางถึงสนามบินบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโกบัสตาน (Gobustan) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบากู เป็นบริเวณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการแกะสลักภาพบนหินของมนุษย์ที่งดงาม

ให้ท่านชมความสวยงามของภูเขาหินที่มีการแกะสลักภาพที่เป็นรูปต่างๆ ณ พิพิธภัณฑ์เปิด Rock Painting Open-air Museum ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2007 เช่น ภาพการล่าสัตว์ รูปคนเต้นรำ เรือ หมู่ดาวและสัตว์ต่างๆ

นำท่านเดินทางสู่ ภูเขาโคลน หรือ Mud Volcanoes หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอาร์เซอร์ไบจาน และถูกบันทึกลงในกินเนส (Guinness World Record) เมื่อ 5 ก.ย. 2004 ชมความแปลกประหลาดและสวยงามของภูเขาโคลนที่มีชื่อเสียง (Mud Domes) ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณนี้มีอยู่ประมาณ 700 แห่ง ภูเขาดินโคลนนี้เกิดจากดินเหลวที่อยู่ใต้ดิน ก๊าซและน้ำที่ร้อนเมื่อถูกผสมรวมกัน ก็จะมีการพุ่งขึ้นมาบนพื้นดินเป็นรูปกรวยหรือโดมที่สวยงาม

คืนนี้พักที่เมือง Baku

Day 3 : Baku – Icheri Shekher – Palace of Shirvansshakh – Caravansaray – Ateshgah of Baku – Absheron – YanarDag – Tbilisi

นำท่านเที่ยวชม เมืองบากู (Baku) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของอาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่ชายฝั่งทางใต้ของคาบสมุทรเล็ก ๆ ที่ยื่นออกไปในทะเลแคสเปียนชื่ออับชิรอน (Abseron) ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน คือ ย่านเมืองเก่า (อิตแชรีแชแฮร์) ตัวเมืองปัจจุบัน และตัวเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยโซเวียต

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Icheri Shekher หรือ Inner Town of Baku เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีกำแพงป้อมล้อมรอบและรอบกำแพงจะมีการสร้างเป็นป้อมหอคอยซึ่งมีทั้งหมด 25 แห่งและมีประตูทางเข้าออกถึง 5 แห่ง

นำท่านชม พระราชวังแห่งราชวงศ์เชอร์วาน (Palace of Shirvanshahs) สถานที่พำนักของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชีวานผู้ซึ่งครองราชย์มาอย่างยาวนาน ในช่วงศตวรรษที่ 14-17

แวะชม คาราวานซาราย (Caravansaray) หรือที่พักแรมของกองคาราวานในยุคค้าขายแห่งเส้นทางสายไหมที่เดินทางมาแวะพักที่เมืองนี้ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในศตวรรษที่ 18 และศตวรรษที่ 19

เดินทางไปยัง Ateshgah of Baku หรือ Fire Temple of Baku วัดศาสนาฮินดูที่รูปทรงคล้ายปราสาท ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวเปอร์เซียและชาวอินเดีย มีจารึกบ่งชี้ว่า สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับบูชาสักการะตามหลักความเชื่อทางศาสนาของคนท้องถิ่น คือ ศาสนาฮินดู ศาสนาซิกซ์ และศาสนาโซโรอัสเตอร์ (ศาสนาโบราณของชาวอิหร่าน) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 ไว้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่แหลมอับเชรอน Absheron ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่บนชั้นของก๊าซธรรมชาติที่ปะทุอยู่ในเปลวไฟอย่างต่อเนื่อง นำท่านสู่ ยูนาร์แดก (Yanar Dag) หรือที่แปลได้ในภาษาท้องถิ่นว่า “Burning Mountain”เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติไฮโดรคาร์บอนที่พวยพุ่งออกมาจากพื้นพิภพผ่านชั้นหินทรายขึ้นมาเป็นแหล่งไฟธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้ประเทศอาเซอร์ไบจานถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งอัคคี (Land of Fire)

นำท่านเดินทางสู่สนามบินบากูเพื่อเช็คอินออกเดินทางไปสู่ สนามบิน ทบิลิซี่ โดยสายการบิน Buta Airways เที่ยวบินที่ J2 9225 (21.45-22.55 น.)

22.55 น.
เดินทางถึงสนามบินทบิลิซี่ ประเทศจอร์เจีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเข้าสู่ที่พัก

คืนนี้พักที่เมือง Tbilisi

Day 4 : Tbilisi – Georgia – Ananuri Fortress – Zhinvali reservoir Gergeti Trinity Church – Kazbegi

ระหว่างทางให้ท่านได้ชมป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่

ชมทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและอ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย

นำท่านสัมผัสบรรยากาศในการท่องเที่ยว โดยการนั่ง 4WD เพื่อชมโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีชื่อเรียกกันว่าสมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี ที่อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้

นำท่านเดินทางสู่เมืองคาซเบกิ (Kazbegi) ซึ่งเป็นชื่อเมืองอันดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพ้านท์สมินด้า (Stepantsminda) หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อก ชื่อสเตฟานได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมาเมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลาง และในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและพักผ่อน

คืนนี้พักที่เมือง Kazbegi

Day 5 : Museum of Stalin – Mtskheta – Gori – Uplistsikhe – Tbilisi

นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (Museum of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต

นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิทสเคต้า (Mtskheta)ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม. เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศและในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมอสเคต้าและเทียนิตี้ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994

จากนั้นนำท่านชม วิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Monastery) สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนความเชื่อมานับถือศานาคริสต์ซึ่งกลายมาเป็นศาสนาประจำชาติเมื่อปี ค.ศ. 337 และเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย สร้างขึ้นในคริสตวรรษที่ 11 ภายในจะมีภาพเขียนเฟรสโก้ที่สวยงามประดับอยู่

นำท่านไปชมวิหารจวารี (Jvari Monastery) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธดอกซ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำมิควารี และแม่น้ำอรักวีและถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5

ออกเดินทางไปยัง เมืองกอรี (GORI) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชีดา คาร์ทลี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ในอดีตเคยมีความสำคัญทางด้านทหารในยุคกลางเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่บนถนนสายสำคัญที่เชื่อมกับทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตก นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำที่มีชื่อเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตและอเล็กซานเดอร์ นาดีราซี ผู้เป็นนักออกแบบชื่อดังในด้านจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปของโซเวียต

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัพลิสต์ซิเคห์ (Uplistsikhe) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารีและหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำและต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆหลายเมือง และอัพลิสต์ซิคห์ ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้าได้ถูกสร้างขึ้นในราวพันปีก่อนคริสตกาล ต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวาง

เดินทางกลับเมือง Tbilisi เมืองหลวงของ ประเทศจอร์เจีย (Georgia)
นำท่านเที่ยวชม ย่านเมืองเก่าแห่งนครหลวงทบิลิซี่ (Old town of Tbilisi) ซึ่งมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความอ่อนหวานของสีสันอาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นที่ผสมผสานศิลปะแบบเปอร์เซียและยุโรป อาจกล่าวได้ว่า นี่คือการบรรจบกันของตะวันออกและตะวันตกของประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างสองทวีปอย่างจอร์เจีย เกิดเป็นศิลปะแบบจอร์เจียที่มีเอกลักษณ์

คืนนี้พักที่เมือง Tbilisi

Day 6 : Tbilisi – Peace bridge – Narigala Fortress – Metekhi Church Sadakhlo

นำท่านถ่ายรูปกับสะพานสันติภาพ (Peace bridge) สะพานความยาว 150 เมตรซึ่งเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและเมืองใหม่ เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2010 จัดว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่สวยงามชิ้นหนึ่งซึ่งพาดผ่านแม่น้ำคูรา

จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าเคเบิ้ลขึ้นชม ป้อมนาริกาลา (Narigala Fortress) ป้อมปราการโบราณสมัยยุคศตวรรษที่ 4 ซึ่งนักประวัติศาสตร์ยกย่องว่าเป็นป้อมปราการป้อมหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่แข็งแกร่งและตีได้ยากที่สุด อิสระให้ท่านได้เก็บภาพมุมสูงของเมืองทบิลิซตามอัธยาศัย

หลังจากนั้นนำท่านชม โบสถ์เมเตคี (Metekhi Church) โบสถ์เก่าแก่อายุราว 800 ปีซึ่งสร้างอุทิศให้แก่พระแม่มารีตั้งอยู่เหนือเนินผาสูงริมแม่น้ำมิทควารี (Mtkvari River) โดยมีอนุสาวรีย์ทรงม้าของกษัตริย์ Vakhtang Gorgasali ผู้สถาปนาทบิลิซีเป็นนครหลวง ตั้งตระหง่านอยู่คู่กัน ในอดีตโบสถ์ถูกทำลายและได้รับการบูรณะอยู่หลายครั้ง เคยถูกใช้เป็นคุกในยุคที่ราชวงศ์ซาร์สปกครอง และเปลี่ยนมาเป็นโรงละครในยุคโซเวียต และได้รับการบูรณะล่าสุดปลายปี 1980 เพื่อเป็นโบสถ์ออร์โธดอกซ์ของเมือง

เดินทางสู่ เมืองซาดาโคล (Sadakhlo) อยู่ทางด้านใต้ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนียและยังตั้งอยู่ใกล้กับประเทศอาร์เซอร์ไบจาน ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติอันสวยของเทือกเขาคอเคซัสน้อย ที่อยู่ระหว่างอาร์เมเนียและอาร์เซอร์ไบจาน นำท่านผ่านด่านเมืองซาดาโคลและข้ามพรมแดนโดยมีเมืองอะลาเวอดี (Alaverdi) ที่เป็นเมืองชายแดนของอาร์เมเนียที่อยู่ติดกับจอร์เจีย

คืนนี้พักที่เมือง Sadakhlo

Day 7 : Sadakhlo — Haghpat city – Sanahin Monastery

นำท่านเดินทางสู่เมืองฮักห์พาท (Haghpat) เป็นเมืองในหมู่บ้านของจังหวัดลอรี่ที่อยู่ทางด้านเหนือของอาร์เมเนียเมืองนี้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเพราะเป็นที่ตั้งของวัดอารามโบราณทั้งสองแห่งให้ท่านได้ชมความสวยงามของอารามฮักห์พาท (Haghpat Monastery) ซึ่งถือได้เป็นผลงานชิ้นเอกของทางด้านศาสนาและทางด้านสถาปัตยกรรมในการก่อสร้างในยุคกลางอารามแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญนิชาน (Saint Nishan) ในราวศตวรรษที่ 10 ซึ่งอยู่ในระหว่างการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์อะบาส ที่ 1 (King Abas I) อารามแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกในปีค.ศ.1996ซึ่งอดีตเป็นเพียงตัวโบสถ์เล็กๆ ของนักบุญนิชานที่ถูกสร้างขึ้นช่วงปีค.ศ.967 ต่อมาก็ได้ถูกสร้างขยายให้ใหญ่โตขึ้นและมีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบอาร์เมเนียน

ชมอารามโบราณสองแห่ง อารามฮัคพัท (Haghpat Monastry) และอารามซานาฮิน (Sanahin Monastery) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮักห์พาท (Haghpat) ทางตอนเหนือของประเทศ โดยอารามทั้งสองแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1996 สร้างขึ้นในยุครุ่งเรืองของราชวงศ์คลูริเคียน (Klurikain Dynasty) ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10-13 มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างแบบไบแซนไทน์กับแบบพื้นถิ่นคอเคเซียน สำหรับอารามทั้งสองยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะผ่านกาลเวลามานับพันปีแล้วก็ตาม

คืนนี้พักที่เมือง Haghpat

Day 8 : Dilijan – Sevan city – Geghard – Khor Virap

เดินทางสู่เมืองดีลีจาน (Dilijan) สถานที่แห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “สวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งอาร์เมเนีย” (Little Switzerland of Armenia) ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร จึงทำให้อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซวาน (Sevan) ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเซวาน (Lake Sevan) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดและทะเลปิดในประเทศอาร์เมเนียและคอเคซัสทะเลสาบนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกทะเลสาบเซวานล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำฮราซดานและแม่น้ำมาสริค ล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบเซวาน (การล่องเรือขึ้นกับสภาพอากาศ) ตัวเมืองนี้ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,900 เมตร เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1842 ซึ่งเป็นหมู่บ้านพักอาศัยของชาวรัสเซียที่มีชื่อว่า เยเลนอฟก้า (Yelenovka) จนถึงปีค.ศ.1935 จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เซวาน

นำท่านแวะชมอารามเซวาน (Sevan Monastery) หรือมีชื่อเรียกว่า เซวานาแว๊งค์ (Sevanavank) ซึ่งคำว่าแว๊งค์เป็นภาษาอาร์เมเนีย มีความหมายว่า โบสถ์วิหาร สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเลสาบเซวาน ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.874 โดยเจ้าหญิงมาเรียม ซึ่งเป็นธิดาของกษัตริย์อะช๊อต ที่ 1 ซึ่งอยู่ในช่วงของการต่อสู้กับพวกอาหรับที่ปกครองดินแดนแห่งนี้

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมนำท่านเดินทางสู่วิหารเกกฮาร์ด (Geghard Monastery) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสวยงามของอาร์เมเนียเพราะเป็นวิหารที่สร้างอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่สวยงามและยังมีส่วนที่สร้างโดยการตัดหินเข้าไปในภูเขาอีกด้วยแม้ตัวอาคารของวิหารเกกฮาร์ดนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 แต่สำนักสงฆ์โบราณแห่งนี้ ได้ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อราวศตวรรษที่ 4 อิสระให้ท่านชมส่วนของห้องโถงของตัวโบสถ์ที่มีการตัดหินสร้างเป็นโดมแกะสลักอย่างสวยงามที่ถูกตกแต่งด้วยความศรัทธาในศาสนาคริสต์วิหารที่สร้างโดยการตัดหินให้กลายเป็นห้องโถงและได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 2000

จากนั้นนำท่านเข้าชมวิหารการ์นี (Garni Temple) ซึ่งในอดีตเมื่อประมาณ 1,700 ปีมาแล้วบริเวณนี้เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อาร์เมเนียซึ่งในปัจจุบันยังคงมีหลงเหลืออยู่ ซากห้องสรงน้ำ (Royal Bath House) และอาคารทรงกรีกที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ตามพระราชประสงค์ของกษัตริย์ Tiridates ด้านข้างของวิหารทรงกรีกก็มีซากโบสถ์คริสต์ที่สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 9 หลงเหลืออยู่ วิหารแห่งนี้ถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1679

Garni Gorge เป็นช่องเขาที่สวยงามสะดุดตา หน้าผาเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเสาหินบะซอลต์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ความเป็นธรรมชาตินี้คนท้องถิ่นขนานนามว่า “ซิมโฟนีออฟสโตน”

นำท่านไปชมวิหารคอร์วิราพ (Khor Virap) เป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับพิธีจาริกแสวงบุญให้กับผู้มีชื่อเสียง คือ ท่านกรีกอร์ ลูซาวอริช (Grigor Lusavorich) ผู้ซึ่งกลายมาเป็นนักบุญเกกอรี่ที่ เป็นผู้เผยแผ่ทางด้านศาสนาฯ และต่อมาได้ถูกจองจำอยู่ในคุกนี้ถึง 13 ปีโดยคำสั่งของกษัตริย์ทิริเดท ที่ 3 แห่งอาร์เมเนีย ภายหลังท่านได้รับการยอมรับนับถือและแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชองค์แรก

คืนนี้พักเมืองเยเรวาน

Day 9 : Yerevan

หลังอาหารเช้า ชมเมืองเยเรวาน Armenian Genocide Memorial & Museum อนุสรณ์การสังหารหมู่ของอาร์เมเนียในจักรวรรดิออตโตมันในปี 1915 ถึง 1922 บนยอดเขาด้านบนเป็นอนุสรณ์ของยอดแหลมสูง 44 เมตรถัดจากแผ่นหินบะซอลต์ 12 แผ่นที่พาดผ่านเพื่อป้องกันเปลวไฟนิรันดร์

ชม The Iranian Blue Mosque มัสยิดบลูในเยเรวานเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในและเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมเมื่อเดินทางไปเยเรวาน มัสยิดเก่าแก่นี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เรียกว่า Blue Mosque เพราะสีน้ำเงินเป็นสีเด่นที่พบได้ทั้งทางเข้าและบนกระเบื้อง

ชมบริเวณรอบๆ ตัวเมืองหลวง เช่น จัตุรัสสาธารณะ (Republic Square) มหาวิทยาลัยของรัฐ (State University) ชมวิวทิวทัศน์ของเมือง (City Panorama)

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ Yerevan Cascade อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์เปิด (Open-air museum) ของเมืองเยเรวาน ซึ่งมีความงดงามทางศิลปะเป็นอย่างยิ่ง ประกอบด้วยกลุ่มบันได 5 ชั้น ซึ่งรายล้อมด้วยสวนดอกไม้และรูปปั้นมากมาย ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ โรงละครโอเปร่า และอนุสาวรีย์อิสรภาพ

ชมความสวยงามของ วิหารเอคมิอัดซิน (Echmiadzin Cathedral) ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นที่รู้จักกันในนามของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระแม่เจ้า (Holy Mother of God Church) เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 4 และได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก

นำท่านเดินทางสู่ สนามบินสวาร์นอท (EVN) เพื่อเตรียมเช็คอิน

19.00 น.
ออกเดินทางจากกรุงเยเรวาน (EVN) สู่ สนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirate Airlines เที่ยวบินที่ EK2207 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ เวลา 22.10 น.

Day 10 : Bangkok

03.05 น.
ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Emirate Airlines เที่ยวบินที่ EK384

12.05 น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

ดูรูปภาพทัวร์จอเจียสวยๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ >> https://500px.com/search?q=georgia&type=photos&sort=relevance

รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  • ค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าวีซ่า
  • ที่พักระดับ 3 ดาว พักห้องละ 2 ท่าน
  • ยานพาหนะตลอดการเดินทาง
  • ประกันการเดินทาง 1 ล้านบาท

ไม่รวม

  • ค่าทิปไกค์และคนขับรถ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
    (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
  • การพิจารณาวีซ่า (ถ้ามี) เป็นดุลยพินิจของสถานทูตเท่านั้น
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)

*ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ

  • บริษัท ฟีลโซกู๊ด จำกัด
  • License : 11/8811
  • 69/1874 ซ.ราษฏร์บูรณะ 33 ถนนราษฏร์บูรณะ แขวง/เขต ราษฏร์บูรณะ กทม
  • 02-045-3445
  • 089-478-9334
  • travel@painaima.com
  • line : @painaima