ทัวร์ออสเตรีย เชค ยุโรปตะวันออก สไตล์ RoadTrip (update 2019)

ทัวร์ออสเตรีย เชค ยุโรปตะวันออก สไตล์ Road Trip

ทัวร์ยุโรปตะวันออก ออสเตรีย เชค สไตล์ Road Trip

ทัวร์ออสเตรีย เชค

สัมผัสกลิ่นไอยุโรปตะวันออก • ซัลเบิร์กเมืองแห่ง the sound of music บ้านเกิดของโมสาร์ท • เมืองมรดกโลก Hallstatt เมืองที่โรแมนติกที่สุดในโลก • ขึ้นชมเหมืองเกลือโบราณอายุ 5000ปี • ขับรถละเลียดวิวทะเลสาบที่มีน้ำใสราวกระจก • เมืองแห่งเทพนิยายคลุมลอฟท์ปรากเมืองที่นักเดินทางทั่วโลกฝันถึง • พักกันติดสะพานชาลอันโด่งดัง ตื่นขึ้นมาจะได้ไม่ต้องเบียดเสียดนักท่องเที่ยวอื่นๆ • เมือง Telc และ Melk เมืองเล็กพริกขี้หนู • เมืองเวียนนา เมืองแห่งเมืองหลวงแห่งดนตรีคลาสสิกและแม่น้ำดานูบอันโด่งดัง

ความสะดวกสบาย
4/5
การเดินทาง
3.5/5
ที่พัก
4/5

กดเพื่อดูโปรแกรม

Day 1 : Bangkok – Munich

นัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ประตู 4 Row J-K เชคอินสายการบินไทยเที่ยวบิน TG 924 เส้นทาง กรุงเทพ-มิวนิค เที่ยวเวลา 00.50 (วันถัดไป)

Day 2 : Munich – Salzburg – แม่น้ำ Salzach – สะพาน Staatsbrucke – ตลาดเก่า Alter Market – จัตุรัส Residenzplatz – Hohensalzburg Fortress

6.45 เดินทางถึงกรุงมิวนิค ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้น รับสัมภาระแล้วเดินทางสู่ Salzburg (140 km ) เมืองแห่งเสียงดนตรีนี้ เป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลก “โมสาร์ท” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ราบสลับเนินเขาเตี้ยๆ

ซาลส์บวร์ก (salzburg) คำว่าซาลส์ (Salz) ในภาษาเยอรมันแปลว่าเกลือ ซาลส์บวร์กจึงแปลว่าปราสาทเกลือ และเนื่องจากพื้นที่ ที่ไม่ติดทะเล เกลือในสมัยก่อนจึงเป็นสิ่งที่หายาก ใครมีเกลือจึงเปรียบเสมือนมีทองคำ เมืองนี้จึงถือว่ามั่งคั่งมากในอดีตกาล

แวะชม สวนมิราเบล อันเป็นวังฤดูร้อนตั้งอยู่ริมแม่น้ำซัลซัค สวนแห่งนี้สะท้อนถึงรูปแบบสวนยุโรปอย่างลงตัว ในสไตล์สวนบาโรค ทั้งการประดับประดาด้วยไม้ดอก น้ำพุม้าปีกาซัส (The Pegasus Fountain) รูปปั้นต่างๆ สะท้อนถึงองค์ประกอบระหว่าง ดิน น้ำ ลมและไฟ รวมถึงรูปปั้นคนตัวเล็กในสวน ที่จำลองมาจากคนจริงในสมัย 1700s

เดินเลียบ แม่น้ำ Salzach ที่เริ่มต้นในประเทศออสเตรียและไหลผ่านไปยังประเทศเยอรมัน มีความยาวประมาณ225 กิโลเมตร ชื่อ salz หมายถึงเกลือ ach รวมความหมาย Salzach จึงแปลว่าคลองเกลือ น้ำในแม่น้ำมีสีออกเขียวมรกตสวยงามมาก

สะพาน Staatsbrucke ที่มีกุญแจคู่รักคล้องอยู่เต็มราวสะพาน พาทุกท่านชอปปิ้งเบาๆเพลินๆ ที่ ตลาดเก่า Alter Market เพื่อซื้อของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆ เพราะจากจุดนี้ไม่ไกลมากนัก จะเป็น จัตุรัส Residenzplatz พร้อมถ่ายรูปกับน้ำพุและบรรยากาศแสนสวย

ถนนเกไทรเดร้ (Getreidegasse) ถนนสายเล็กๆผ่ากลางเมืองเก่า บ้านเรือนรูปแบบอาคารพาณิชย์ ตั้งขนานไปกับถนนสายนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่นคือป้ายเหล็กดัดที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างเป็นภาพปูนปั้นแกะสลัก ปัจจุบันเป็นย่าน shopping ที่มีร้านค้าแบรนด์เนมมากมาย รวมถึงบ้านที่โมสาร์ทเคยอาศัยอยู่ บัดนี้เป็นพิพิธภัณฑ์สามารถเข้าชมได้

จากนั้นนั่งรถรางสู่ ป้อมปราการโบราณ Hohensalzburg Fortress ที่ถูกสร้างขึ้นมากว่า 1000 ปี ต่อมาได้มีการสร้างและต่อเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงศตวรรษที่ 17 สถานที่แห่งนี้จึงถูกใช้เป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปผู้ครองนคร โดยป้อมปราการโบราณแห่งนี้ ยังเป็นป้อมขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการอนุรักษ์ไว้ในยุโรปกลาง จุดนี้สามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมือง Salzburg จากมุมสูงได้ทั้งเมือง พร้อมอำลาแสงสุดท้ายของวันจากมุมสูง

คืนนี้เข้าที่พักที่ Salzburg

Day 3 : Hallstatt – Hallstatt Salt Mine

หลังอาหารเช้า เดินทางสู่เมือง Hallstatt ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางอันสวยงามตราตรึงใจเพราะมากไปด้วยธรรมชาติ อากาศอันบริสุทธิ์ แวะถ่ายรูปกับทะเลสาบ Mond see น้ำใสๆ และเป็ดตัวน้อยๆ

ฮัลล์ซตัทท์ (Hallstatt) ซึ่งเป็นหมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 5000 ปี จากการเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาัยของชาวเหมือง เมืองแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีมนต์เสน่ห์จับใจ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอันถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงชัน ตัวบ้านได้ถูกสร้างลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆตามแนวเขาริมทะเลสาบ เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ

นำทุกท่านสู่จุดชมวิวมุมสูงด้วย Cable Car จากจุดนี้ สามารถมองเห็นเมือง Hallstatt และทะเลสาบอันโอบล้อมด้วยขุนเขาอยู่เบื้องล่าง ถ่ายรูปกันอย่างจุใจ

Hallstatt Salt Mine ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกสำหรับการเดินทางเข้าสู่เหมือง เราจะเปลี่ยนเป็นชุดหมีสีแดงและสีเขียว โดยวิทยากร จะนำบรรยายประวัติศาสตร์การทำเหมือง ระหว่างนี้ก็จะมีกิจกรรมสนุกๆให้ได้ทำกัน เพราะในเหมืองจะมีไม้เลื่อน ให้ได้ประลองความเร็ว เรียกว่าสนุกสนานแบบเพลินๆ จนพลาดกิจกรรมนี้ไม่ได้ เมื่อมาถึงเหมืองเกลือ

อิสระเดินชมหมู่บ้านที่เป็นดินแดนในฝันของใครหลายคน มีมุมถ่ายรูปต่างๆมากมายให้ได้ครีเอทและเก็บเป็นที่ระลึก

นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก Hallstatt

Day 4 : Hallstatt – Krumlov

สูดอากาศยามเช้า จากนั้นโบกมืออำลาเมือง แสนสวยน่ารักแห่งนี้ แวะถ่ายรูปตามรายทาง

แวถ่ายรูปกับเขตเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า Traunkirchen และทะเลสาบ Traunsee สัมผัสได้ถึงความเงียบสงและความเรียบง่ายในธรรมชาติ บรรยากาศเย็นสบายของเมือง จากนั้นเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศเชค (154 กม, 2 ชม)

เดินทางถึง เชสกี้ คลุมลอฟ ซึ่งถือเป็นเมืองมรดกโลกอันเก่าแก่ สุดแสนจะน่ารัก มีอาคารโบราณมากกว่า 300 แห่ง โดยสถาปัตยกรรมของปราสาทส่วนใหญ่ถูกตกแต่งแบบศิลปะโกธิค , เรเนสซอง และ บาร็อค ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ในสมัยก่อนเมืองแห่งนี้ได้เกิดการล่มสลาย เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้น จึงได้มีการฟื้นฟูเมืองขึ้นมาใหม่ จนกระทั่ง ในปี 1992 องค์การยูเนสโกจึงยกให้เป็นเมืองมรดกโลก

ชมวิวเมืองจาก หอคอยชมเมือง บนหอคอยที่สูงที่สุดอันดับสองของประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่จะได้ภาพเมืองตุ๊กตาหลังคาสีส้ม ที่เคยได้เห็นตาม Postcard

ชม ปราสาทครุมลอฟ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากปราสาทปราก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ไข่มุกเม็ดงามแห่งโบฮีเมียให้ทุกท่านได้ชมความงามกันอย่างเต็มตา

เดินชมเมืองเก่า เมืองที่น่ารักที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เมืองนี้ต้องมีเวลาเดินถ่ายรูป เพราะในบรรยากาศละมุนละไม จะแวะดื่มกาแฟ ตามร้านคาเฟ่เล็กๆ น่ารักริมแม่น้ำ เดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มีร้านขายของที่ระลึกสวยๆ หรือ จะเดินเล่นชมเมืองเก่าตามแนวโค้งของแม่น้ำวัลตาวาที่อ่อนโยน แล้วจึงได้เวลาอันสมควรออกเดินทางสู่มิวนิค

คืนนี้พักที่เมือง คลุมลอฟ

Day 5 : ครุมลอฟ – ปราก – ปราสาทปราก – St. Vitus – ย่าน Lesser Town

เก็บตก สำหรับเมืองแห่งนี้กันอีกสักหน่อยก่อนเดินทางต่อสู่เมืองหลวงของประเทศ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางลัดเลาะผ่านเขตชนบทเล็กๆน่ารัก

ปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) สร้างอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918

มหาวิหาร ST. Vitus ที่สูงเด่นเป็นสง่า ตั้งตระงานอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำวัลตาว่า อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างโดยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4เป็นต้น

พระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาทใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย

ย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ถนนเล็กๆ ที่ในอดีตเป็นที่อยู่ของนักเขียนและศิลปินระดับเทพของชาวเชค ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย

พาชม จุดชมวิว 3 สะพาน มุม Unseen ที่มองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำวัลตาว่า เรียงรายกันอยู่ในแสงแดดและสายหมอกยามอาทิตย์อัสดง

คืนนี้พักผ่อนกันที่ปราก

Day 6 : สะพานชาร์ลส์ – โอลด์ทาวน์ – นาฬิกาดาราศาสตร์ – Telc – Melk

เช้าตรู่ยามที่กองทัพนักท่องเที่ยวยังมาไม่ถึง พาไป สะพานชาร์ลส์ อันสวยงามและมีชื่อเสียง เก็บรูปตัวเองกับบรรยากาศอันแสนสวยและสงบ ให้สมกับการเป็นสะพานอันดับ 1 ในโลก ที่ทุกคนจะต้องดั้นด้นมาถึงให้ได้ ชื่นชมรูปปั้นนักบุญคนสำคัญที่ยืนเรียงรายบนสองฝั่งสะพาน โดยเฉพาะนักบุญเนโปมุก พร้อมสัมผัสกับหมาน้อย ใต้แท่นของนักบุญตามความเชื่อ แล้วท่านจะได้กลับมาอีกครั้ง
เดินเล่น

ย่าน Lesser Town ที่มีบรรยากาศของเมืองเก่าคลาสสิคและนิยมใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์

ชม เมืองเก่า “โอลด์ทาวน์” ตามรอยเส้นทางพระราชดำเนินของเจ้าผู้ครองกรุงปรากในอดีตซึ่งมีจตุรัสเมืองเก่าอยู่ใจกลางเมือง

ชม หอนาฬิกาดาราศาสตร์ อันเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี อันเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกทั่วสารทิศให้มารวมตัวกัน เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนครบชั่วโมง โดยมีศาลาประชาคมที่โดดเด่นด้วยศิลปะอาร์ทนูโวอยู่หัวถนนเคียงข้างกับประตูดินปืน ที่งดงามไปด้วยศิลปะโกธิกอันน่าเกรงขาม

ชม Church of St.Nicholas และ Church of Our Ladybefore Tyn และชมตึกแถวอาคารโบราณ สีหวานสไตล์ร็อคโคโค ที่หน้ามุขตกแต่งด้วยภาพเขียนภาพแกะสลักและลวดลายปูนปั้นที่งามวิจิตร แต่ละแห่งจะมีเลขบ้านและรูปสัตว์หลากหลายชนิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาดูได้ยาก

จากนั้นเราจะพาคุณขึ้นไปชมวิวสูงของโอลด์ทาว์นบนหอคอย ที่จะได้เห็นการเลื่อนไหลของนักเดินทางจากทุกมุมโลกอยู่เบื้องล่าง

เดินทางสู่ เมือง Telc เมืองมรดกโลกอีกแห่งของประเทศเชคที่มีความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ เมือง Telc เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน ได้ก่อตั้งขึ้นกว่า 800 ปีมาแล้ว ซึ่งเคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่าง โบฮีเมีย โมราเวีย และออสเตรีย ต่อมาในสมัยศตวรรษที่ 17 ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ได้มีการสร้างอาคาร บ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างเรเนสซองและบาร็อค ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกตาอย่างลงตัวและเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปี 1992 ทุกท่านจะได้ถ่ายรูปเมืองกับตึกสวยๆตามอัธยาศัย

เดินทางต่สู่ เมือง Melk ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของศาสนสถานขนาดใหญ่ (วัดของชาวคริสต์ ที่เรียกว่า Melk Abbey)

คืนนี้จะพักที่เมือง Melk

Day 7 : Melk – Vienna

ชม วิหารสตีฟท์เมลค์ (Stift Melk) ที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาริมแม่น้ำดานูป ซึ่งปัจจุบันเป็นสำนักสงฆ์ที่มีความสำคัญยิ่งในการอบรมบาทหลวงและเหล่านักร้องรุ่นเยาว์ที่ขับกล่อมในโบสถ์หลวง วิหารหลังนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของที่นี่ หากใครมาเยือนเมืองนี้ก็ต้องแวะมาให้ได้ สำหรับทางลงของตัวปราสาท เป็นที่ตั้งของเมืองเล็กๆ มีเวลาให้สมาชิกได้เดินหามุมเก๋ๆเพื่อถ่ายรูปกัน

เดินทางสู่ เวียนนา เมืองหลวงแห่งดนตรีคลาสสิก อันแสนโรแมนติกเมืองหนึ่งของโลก

ไป กรินซิ่ง Grinzing หมู่บ้านประวัติศาสตร์ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นในหุบเขาติดกับป่าเวียนนา มีบ้านสวย ทิวทัศน์และบรรยากาศอันรื่นรมย์เหมาะกับการเดินเล่นเพลินๆ ที่จุดชมวิวจะมองเห็น เมืองเวียนนาในอีกมุมหนึ่ง ที่มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เป็นภาพบรรยากาศที่สวยงามอย่างมาก

แดดร่มลมโชยเดินทางกลับโดยรถรางในเส้นทาง Old ring road ผ่าน พระราชวัง Hofburg รัฐสภาและศาลาว่ากลางเมือง

คืนนี้พักผ่อนกันที่เวียนนา

Day 8 : Vienna

หลังรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว นำพาทุกท่านเยี่ยมชม พระราชวังเชินน์บรุนน์ ซึ่งเป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ที่สร้างเพื่อประชันความวิจิตรโอฬารกับพระราชวังแวร์ซาย ด้านนอกสร้างตามแบบศิลปะบารอคซึ่งกำลังอยู่ในยุคทอง ส่วนด้านในตกแต่งด้วยศิลปะแบบร็อกโคโคที่เน้นความปราณีตอ่อนช้อย โปร่งเบา สบายตา ตามพระบัญชาของพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรเซีย

แวดล้อมด้วย อุทยาน สวนดอกไม้แบบบาร็อค อันสวยงาม ใจกลางอุทยานคือ ลานน้ำพุเนปจูนที่น่าตื่นตา นอกจากนี้ยังมีสวนวงกตและสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกให้ทุกท่านได้สัมผัส (ดอกไม้ขึ้นกับฤดูกาล)

บนเนินเขาด้านบนมีอนุเสาวรีย์ขนาดเล็กชื่อ กลอเรียตเต้ (Gloriette) เป็นศิลปะยุคนีโอคลาสสิคที่น่าชมมากอีกชิ้นหนึ่ง จากบนนั้น ยืนชมทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองเวียนนาและป่าเวียนนาที่อยู่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา

จากนั้นพาทุกท่านเยี่ยมชม โบสถ์ Karlskircheซึ่งเป็นโบสถ์สุดสวยสไตล์ไบเซนไทน์และบาร็อค

พระราชวัง พิพิธภัณฑ์เวียนนา โรงโอเปร่า โรงแรมซ่าเค่อร์ Sacher Hotel (เจ้าของเค้กช็อคโกแล็ต Sachertorte ชื่อดังที่เป็นหนึ่งในตำนานของเวียนนาที่ใครมาเวียนนาต้องลิ้มลอง)

เดินเล่นในสวนสตัดปาร์ค แวะทักทายโยฮันน์ สเตราสส์ คีตกวีเอกชาวออสเตรียผู้ประพันธ์เพลงวอลท์อันโด่งดัง อย่างเช่นเพลงบลูดานูป ที่ถูกประพันธ์เมื่อหลังสงครามออสโตร-ปรัสเซียนจบลง ..จึงมีเพลงนี้เพื่อปลอบประโลมจิตใจ…ให้มีความสุขจนมองแม่น้ำดานูบซึ่งเป็นสีเทา…ให้เป็นสีน้ำเงิน…

เดินชมความหรูหราของร้านค้าสองฟาก ถนน karntnerstrasse ที่มีทุกอย่างจากร้านดังสุดแพง จนถึงอาหารจานด่วนในราคาประหยัด

ชม Stephan Cathedral วิหารโรมันคาทอลิกตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา สร้างโดยสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสก์ และ กอทิก โดยรูดอล์ฟที่ 4 ดยุกแห่งออสเตรีย โบสถ์ปัจจุบันตั้งอยู่บนซากโบสถ์เดิมที่สร้างก่อนหน้าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนาที่เห็นได้อย่างเด่นชัด เป็น Landmark ของเมือง รวมถึงหลังคากระเบื้องหลากสีที่ประดับไว้

เดินเข้า ย่านGraben ถนนดังอีกสายที่มีร้านคลาสสิคสุดสวยขายงานศิลปะอันเลื่องชื่อรวมไปถึงของแบรนด์เนม และร้านเค้กชื่อดัง Cafe Damel ที่มี Creme Schnitte (cream slice) แสนอร่อย

อิสระชอปปิ้งตามอัทธยาศัย

คืนนี้พักผ่อนกันที่เวียนนา

Day 9 : Hundertwasserhaus – Vienna Airport

ชมกลุ่มบ้านสีสันสดใส ที่ Hundertwasserhaus ออกแบบโดยสถาปนิกผู้รังเกียจเส้นตรง Hundertwasser’s Strange Architecture แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วใช่ไหม แนวคิดคือการออกแบบความงามที่เติบโตอย่างไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ปรัชญาคือทําไมจะต้อง ออกแบบให้เป็นเส้นตรงเมื่อความสวยงามไม่มีกฏเกณฑ์

ออกเดินทางสู่สนามบิน เตรียมตัวเดินทางกลับไทย โดยสายการบินไทยเที่ยวบิน TG937 ออกเดินทาง เวลา 13.30 น. บินตรงสู่กรุงเทพมหานคร

วันที่จัด

ทริปนี้รวมอะไร

ผู้เดินทาง

7 ท่าน

การเดินทาง

  • RoadTrip เป็นทริปขนาดเล็ก ใช้รถตู้ขนาด 9 ที่นั่งเดินทาง เพื่อความคล่องตัวในการเดินทางและความเป็นส่วนตัว
  • กระเป๋าที่ใช้ในการเดินทาง ขนาดไม่เกิน 26 นิ้ว เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด
  • นำเที่ยวโดย Driver Guide คนไทย สื่อสารงาน ยืดหยุ่น อัธยาศัยดี แม่นยำเส้นทาง
  • ผู้ร่วมเดินทางต้องช่วยเหลือตนเองได้บ้างเช่นการยกกระเป๋า

รวม

  • โรงแรม 3-4 ดาว พร้อม BF พักห้องละ 2 ท่าน
  • วีซ่า
  • ค่าเข้าสถานทีตามระบุในโปรแกรม
  • รถตู้ 9 ที่นั่ง ตลอดการเดินทาง
  • ประกันอุบัติเหตุ 1 ล้านบาท

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ มิวนิค / เวียนนา กทม
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

บรรยากาศทริป

error: Content is protected !!