Categories
Uncategorized

ทัวร์ไอซ์แลนด์

ทัวร์ไอซ์แลนด์

เจาะลึกประเทศไอซ์แลนด์ Landscape ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

ทางลัด ข้อมูลทัวร์ไอซ์แลนด์

นำเสนอ 4 โปรแกรม ไอซ์แลนด์ที่เหมาะสมตามฤดูกาล

  1. ทัวร์ไอซ์แลนด์ ไฮไลท์ เดินทางรอบใหญ่ เก็บจบทุกไฮไลท์ 
  2. ทัวร์ไอซ์แลนด์ Amsterdam เดินทางช่วง เม.ย-พค. นอกจากไอซ์แลนด์แล้ว พาไปดูดอกทิวลิป
  3. ทัวร์ไอซ์แลนด์ Summer เดินทางช่วง มิย-กค ไปดูดอกไม้สีม่วงบานทั้งเกาะและนกพัฟฟิน รวมถึงสถานที่ ที่เข้าถึงยากๆ
  4. ทัวร์ไอซ์แลนด์ Winter (พย-กพ) ออกตามล่าแสงเหนือช่วงหน้าหนาว ใน South Iceland

Highlight ของทัวร์ไอซ์แลนด์ เราพาไปครบทุกที่

แช่ Blue Lagoon • ดูทะเลสาบน้ำแข็ง Jokulsalon • ดูปลาวาฬ • ชมหาดทรายดำ • Golden Circle อันโด่งดัง • Dettifoss น้ำตกที่อลังกาลที่สุดในยุโรป  • มหัศจรรย์ มอสลาวาฟิล • ธารน้ำแข็ง Vatnajokull • ออกล่าแสงเหนือ

ไอซ์แลนด์
รอบเกาะ
10-12 วัน
TG/FI
3-4 ดาว
ตู้/บัส
4-20
ง่าย

วันที่ ค่าทริป

รอการอัพเดท

รูปแบบ ทัวร์ไอซ์แลนด์

ทัวร์ไอซ์แลนด์ จัดได้หลากหลายรูปแบบ ตามไลฟ์สไตล์ สามารถจัด Option เสริม ได้เช่นช่างภาพ ทัวร์ผู้สูงวัยหรือ Pre wedding Theme

กดดู ความแตกต่าง & เงื่อนไข ได้จากหัวข้อด้านล่างนี้ ** โปรดอ่านก่อนเลือกรูปแบบทริป**

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก หรือทริปที่เป็นทางการ เราจะรวมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว ไปแต่ตัว กับ Pocket money สำหรับช้อปปิ้ง (ยกเว้นสินน้ำใจให้ไกด์)

Deluxe Trip
รวม
: ตั๋วเครื่องบิน • Visa • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้า • ค่ากิจกรรม • ยานพาหนะ • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : Mini bus, Vip Coach

ทัวร์ลักษณะเฉพาะ เหมาะกับกลุ่มไม่เกิน 6 ท่าน หรือเคยเที่ยวแนวนี้มาก่อน เน้นเที่ยวเยอะ ลุยๆหน่อย  เราจะใช้รถตู้ขนาด 9 ที่นั่งในการเดินทางโดยมี Driver Guide ชาวไทยนำทริป (รอรับที่สนามบินปลายทาง)

จุดเด่น

  • Driver Guide อัธยาศัยดี ช่วยเหลือ สื่อสารง่าย 
  • อิสระเรื่องเวลา
  • ไม่ต้องมัวรอเข้าร้านอาหารตามเวลา
  • ไปได้ในจุดที่ทัวร์ทั่วไปไม่ไปกัน
  • เน้นเที่ยวเป็นหลัก

ข้อจำกัด

  • ขนาดกระเป๋าที่จำกัดไว้ 26 นิ้ว คนละ 1 ใบ
  • รถตู้อาจจะนั่งไม่สบายเหมือนรถใหญ่ 
  • ควรช่วยเหลือตนเองได้บ้าง เช่นการสั่งอาหาร ยกกระเป๋าเอง เพราะจะไม่มี Bell ช่วยยกกระเป๋าเข้าห้อง

Road Trip
รวม
: Visa •  โรงแรมพร้อมอาหารเช้า • กิจกรรม • ค่าเข้าชม • ยานพาหนะทุกอย่าง • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ตั๋วเครื่องบิน • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : รถตู้ 9 ที่นั่ง

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

โปรแกรมทัวร์ไอซ์แลนด์

DAY 1: Bangkok  

  • ัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  

DAY 2 :  Reykjavik – Thingvellir National Park  Golden Circle  

  •  ต่อเครื่องไปยัง Iceland 
  • พาชม ุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Thingvellir National Park) อุทยานแห่งชาติแห่งแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ มีความสำคัญคือ เป็นรอยเชื่อมระหว่างทวีปยูเรเซีย และทวีปอเมริกาเหนือ และยังมีฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์  
  • ชม น้ำตกกูลฟอสส หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ในเส้นทาง “วงกลมทองคำ” ที่ผู้มาเยือนต้องมาเที่ยวชม  สำหรับ ชื่อน้ำตกแห่ง Gullfoss มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำและ Foss ที่แปลว่าน้ำตก เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำ  
  • ชม น้ำพุร้อนหรือเกย์เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต ทุกๆ 7-10 นาที  สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนดังกล่าวเนื่องมาจากน้ำในโพรงหินใต้ดิน ได้รับความร้อนจากพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือด จึงขับเคลื่อนน้ำในโพรงขึ้นมา ให้กลายเป็นน้ำพุร้อน  
  • ชมปล่องภูเขาไฟ Kerid Crater ปล่องภูเขาไฟสีเลือดที่มีทะเลสาบสีเขียวมรกตปรากฏอยู่บริเวณปากปล่อง  ซึ่งแม้ว่าจะมีอายุกว่า 3 พันปีแล้วก็ตาม แต่ยังมีสภาพที่สมบูรณ์อยู่  
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Selfoss  

DAY 3 : Seljalansfoss – Skoga – Dyrholaey – Vik – Klaustur  

  • ชม น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalansfoss) มีความสูง 60 เมตร และถือเป็นอีกหนึ่ง Highlihgt ของน้ำตกแห่งนี้ที่ผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปด้านหลังได้  
  • ชม น้ำตกสโกก้าฟอสส์ (Skogarfossอันมีมวลน้ำขนาดใหญ่ตกมาจากหน้าผาสูง 62 m ความสวยงามตระการตาของน้ำตกที่เห็นอยู่นั้นเกิดจากองค์ประกอบรอบๆ ของตัวน้ำตกและโตรกผาที่สอดประสานกัน  
  • ชม แหลม Dyrholaey (เดิมเรียกว่าเคปพอร์ตแลนด์โดยชาวอังกฤษตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ จุดเด่นของที่นี่คือ หาดลาวาสีดำสนิท ที่ทอดตัวยาวหลายสิบกิโลเมตร โดดเด่นที่บริเวณริมผาจะเห็นประติมากรรมอันถูกสร้างสรรค์จากธรรมชาติ เป็นลักษณะแหลมหินที่มีรูขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล เมื่อมองกลับไปด้านหลังจะพบกับธารน้ำแข็ง Mýrdalsjökull glacier  
  • Reynisfjara Beach หาดทรายสีดำที่ดังที่สุดในเส้นทางIceland ภาคใต้ มี landmark ที่สำคัญคือหน้าผาหิน บะซอลท์ที่ใครๆก็ต้องแวะเวียนมาถ่ายรูป  
  • ชม Trolls in Reynisdrangar ที่มีตำนานอันลึกลับกล่าวขานว่า พวกปีศาจพยายามแอบลากเรือออกจากฝั่งของเมือง Vik แต่ถูกจับได้ โดยเทพเจ้าแห่งแสงแดดในยามรุ่งสาง เหล่าปีศาจร้ายจึงถูกสาปให้กลายเป็นหินรูปทรงแปลกประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวตั้งอยู่กลางท้องทะเล  
  • เดินทางต่อสู่เส้นทางเลียบชายหาด แวะชม LavaField ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ามอสที่ปกคลุมอยู่บนหินลาวา เมื่อถ่ายภาพออกมา จะกลายเป็นภาพที่แปลกตาแต่สวยงาม  
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Klaustur  

Day 4 : Skaftafell –  Svartifoss –  SvinafellsJokull – Vatnajokull  Jokulsarlon – Hofn  

  • ชม อุทยานแห่งชาติ Skaftafell อันมีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับเทือกเขา Alp  มีลักษณะเป็นเขตธารน้ำแข็งที่ก่อต่อขึ้นมาหลายพันปีจากอิทธิพลการระเบิดของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งที่ทำให้เกิด Glacier Floods  
  • ชม ธารน้ำแข็ง SvinafellsJokull อันมีลักษณะเป็นกราเซียที่เกิดจากธารน้ำแข็ง Vatnajokul ผู้มาเยือนสามารถถ่ายภาพกับวิวกลาเซียและก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลสาบเบื้องล่างอันแสนพิเศษนี้  
  • ธารน้ำแข็งเรียกว่า Vatnajokull มีขนาด 8,300 ตร.กมเท่ากับธารน้ำแข็งทั้งหมดในทวีปยุโรปรวมกัน และขนาดความหนามากที่สุดประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป  
  • ชม โจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งถือเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ธารน้ำแข็งแห่งนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1934-1935 ต่อมาจึงเกิดการละลายเรื่อยๆ จนเพิ่มพื้นที่มากขึ้นในทุกๆ ปี  
  • ชม AMPHIBIAN BOAT TOUR  ล่องเรือชมความงามของภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตา ตื่นตากับธารน้ำแข็ง 1000 ปี หากโชคดีอาจจะเจอแมวน้ำรอต้อนรับ 
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Hofn  

Day 5 : Hofn – Dettifoss – Hverarondor Hverir – Goda foss Akureyri  

  • เตรียมตัวเดินทางสู่ใจกลางประเทศไอซ์แลนด์ วันนี้เราจะลัดเลาะไปตามแนว East Fjord มีหน้าผาสูงชันและเลียบไปตามทะเล  แวะถ่ายรูปทัศนียภาพอันแปลกตา ที่น่ามองอีกจุดหนึ่งของ Iceland  
  • เดินทางข้าม Pass Modradalsfjallgurdar อันมีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาวตลอดเส้นทาง เราจะเห็นทัศนียภาพเป็นหุบเขาสีขาวสวยงามตระการตา พร้อมมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทางตะวันออกที่ชื่อเมือง Egilstadir  
  • ชม น้ำตก Dettifoss อันเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง Prometeus น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull  
  • ชม สถานีพลังงาน Krafla เป็นสถานีพลังงานความร้อนใต้พิภพใหญ่ที่สุดของประเทศ ขนาด 60 เมกะวัตต์ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ Krafla ในไอซ์แลนด์  
  • Hverarondor Hverir อันเป็นทางออกของพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ เกิดเป็นบ่อโคลนเดือดและควันกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากหลุม เดินทางผ่านชมทะเลสาบสีเทอควอยต์ที่มีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพ่นควันฉุยตั้งอยู่เคียงข้าง  
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Myvatn  

Day 6 : Myvatn – Godafoss – Akureyri  

  • ชม Hverfjall ซึ่งเป็นภูเขาไฟรูปทรงโคลนและมีขนาดความกว้างของปล่องประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเดินเท้าขึ้นไปที่ปากปล่องเพื่อ ชมวิวของ Lake Myvatn และความอลังการของปล่องภูเขาไฟได้ ซึ่งปากปล่องสูงถึง 463 เมตร   
  • ชม น้ำตก Godafoss ที่ได้รับฉายาว่า น้ำตกแห่งพระเจ้า “Waterfall of the Gods”  
  • (เมษายน– กันยายนพาล่องเรือ ชมปลาวาฬ จะมีโอกาสเห็นวาฬมิงค์  
  • ชม เมืองอาคูเรย์ริ (Akureyriเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศไอซ์เเลนด์ และยังเป็นศูนย์กลางการทำประมง โบสถ์อาคูเรย์รี่ (Akureyrakirkjaสัญลักษณ์ของเมือง สถาปนิกผู้ก่อสร้างโบสถ์นี้คือ Gudjon Samuelsson เป็นคนเดียวกับผู้ออกแบบ Hallgrimskirkja โบสถ์ลูเธอรันนี้ออกแบบเสร็จในปี 1940 ภายในโบสถ์ประกอบด้วยท่อออร์แกน 3200 อันที่นำมาจากประเทศเยอรมันในปี 1961 มีภาพของพระเยซูและเรือทำมือที่แขวนจากเพดาน ตามความเชื่อของชาวนอร์ดิกโบราณ  
  • อิสระแก่ทุกท่านเพื่อช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าบนถนนคนเดินเกเรอโตรกาตา (Gerartogata 
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Akureyri  

Day 7 : Akureyri – Snæfellsjökull – Kirkjufell –  Grundafjord  

  • เดินทางสู่ Snæfellsjökull เขตภูเขาไฟอายุ 700000 ปีที่มีกลาเซียปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ  และภูเขาไฟแห่งนี้ ยังเป็นฉากในนวนิยายเรื่อง Journey to the Center of the Earth  
  • เข้าสู่เขตเมือง Grundafjordur เมืองเล็กๆริมทะเล อยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทร Snæfellsnes Peninsula ทางทิศตะวันตกของไอซ์แลนด์ อาคารแต่ละหลังถูกสร้างขึ้นมาอย่างเรียบง่าย มีฉากหลังเป็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ  
  • ชม Kirkjufell ภูเขาทรงหมวก และน้ำตก Kirkjufellsfoss อันเป็นสถานที่สำคัญเลื่องชื่อ ที่หากมาเยือน Iceland แล้ว ต้องห้ามพลาดถ่ายรูปกับสถานที่แห่งนี้  
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Grundafjord  

DAY 8 : Grundafjord – BlueLagoon – Keflavik  

  •  หลังอาหารเช้าชม ถ้ำลาวา 1 หมื่นล้านปี อันเกิดจากลาวาที่ไหลลงมาสู่ชายฝั่งทะเล และแข็งตัวไม่พร้อมกัน ทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน  
  • เดินทางเข้าสู่เมืองหลวงเรยาวิค ชม ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) โบสถ์ใจกลางเมืองที่มีความสูง 73 เมตร เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของไอซ์แลนด์ โดยโบสถ์แห่งนี้ถูกตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของ ฮัลล์กรีมูร์ เพทูร์สซอน (1614 – 1674) กวีและนักบวชชาวไอซ์แลนด์  เพราะคำว่า “ฮัลล์กรีมสคิร์คยา” ตามศัพท์แปลว่า “โบสถ์ของฮัลล์กรีมูร์”  
  • ชม Harpa อันเป็น Concert Hall และ Conference Center มีที่ตั้งอยู่ริมอ่าว โดยอาคารแห่งนี้ถูกตกแต่งไปด้วยกระจก 6 เหลี่ยม เมื่อยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดเป็นประกาย หลากสีสันแตกต่างกันออกไปตามมุมมองที่เรายืนชมอยู่ นับเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่หาดูได้ยากในโลก  
  • ถ่ายรูปกับ Sun Voyager (Solar) สร้างขึ้นเมื่อปี 1990 ชนะเลิศจากการประกวดประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองกรุงเรคยาวิกครบ 200 ปี Sun Voyeger แทนความหมายของเรือแห่งความฝันที่ออกเดินทางไปตามทิศทางแห่งดวงอาทิตย์ ไปสู่ดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ  
  • มุ่งหน้าสู่ เมือง Keflavik แวะผ่อนคลายกันที่ บลูลากูน (BlueLagoon) หรือทะเลสาบสีฟ้า ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ สามารถลงไปแหวกว่าย นอนแช่ในบ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิความร้อนของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียสได้อย่างสบายๆ ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งตัวน้ำพุร้อนอันบริสุทธิ์ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย ที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย (กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยครับ 
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Keflavik  

DAY 9 : Keflavik – Copenhagen  

  • ออกเดินทางจาก Icelane สู่โคเปนเฮเกน (พาเที่ยวโคเปน ด้วยรถไฟ)  
  • พาท่านไปถ่ายรูปกับเงือกน้อย little mermaid ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโคเปนฮาเก้น ที่กำลังนั่งรอเจ้าชายตามเทพนิยายอันเลื่องชื่อ ของนักเล่านิทานระดับโลกฮันส์คริสเตียน-แอนเดอร์สัน 
  • Amalianborg Castle พระราชวังที่สร้างขึ้นสำหรับประทับช่วงฤดูหนาว ประกอบด้วยอาคารสี่หลังใหญ่ ล้อมรอบพื้นที่ทรงแปดเหลี่ยม ตรงกลางด้านในนั้นประดิษฐานอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าของผู้ก่อตั้ง Amalienborg ของกษัตริย์เฟรเดอริที่ 5  
  • พักที่ Copenhagen  

DAY 10 : Copenhagen – Bangkok  

  • เช้า อิสระตามอัธยาศัย ช่วงบ่ายเตรียมกลับไทย 

DAY 11 : Bangkok  

  • เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

DAY 1: Bangkok  

  • นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

DAY 2 : Copenhagen Sightseeing – Reykjavik 

  • เดินทางถึงประเทศเดนมาร์ก นำเที่ยวโดยรถไฟ
  • พาท่านไปถ่ายรูปกับเงือกน้อย little mermaid ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโคเปนฮาเกน ที่กำลังนั่งรอเจ้าชายตามเทพนิยายอันเลื่องชื่อ ของนักเล่านิทานระดับโลกฮันส์คริสเตียน-แอนเดอร์สัน  
  • Amalianborg Castle พระราชวังที่สร้างขึ้นสำหรับประทับช่วงฤดูหนาว ประกอบด้วยอาคารสี่หลังใหญ่ ล้อมรอบพื้นที่ทรงแปดเหลี่ยม ตรงกลางด้านในนั้นประดิษฐานอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าของผู้ก่อตั้ง Amalienborg ของกษัตริย์เฟรเดอริที่ 5   
  • ท่าเรือ Nyhavn ที่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลากสีสัน เพราะรายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ผับ บาร์ ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง ผสานไปด้วยบ้านเรือนสไตล์แดนิชหลากสีสันที่สร้างขึ้นได้อย่างสวยงาม  
  • เดินทางต่อสู่เมืองเรคยาวิก
  • ชม ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) โบสถ์ใจกลางเมืองที่มีความสูง 73 เมตร เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของไอซ์แลนด์ โดยโบสถ์แห่งนี้ถูกตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของ ฮัลล์กรีมูร์ เพทูร์สซอน (1614 – 1674) กวีและนักบวชชาวไอซ์แลนด์  เพราะคำว่า “ฮัลล์กรีมสคิร์คยา” ตามศัพท์แปลว่า “โบสถ์ของฮัลล์กรีมูร์”  
  • ชม Harpa อันเป็น Concert Hall และ Conference Center มีที่ตั้งอยู่ริมอ่าว โดยอาคารแห่งนี้ถูกตกแต่งไปด้วยกระจก 6 เหลี่ยม เมื่อยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดเป็นประกาย หลากสีสันแตกต่างกันออกไปตามมุมมองที่เรายืนชมอยู่ นับเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่หาดูได้ยากในโลก  
  • ถ่ายรูปกับ Sun Voyager (Solar) สร้างขึ้นเมื่อปี 1990 ชนะเลิศจากการประกวดประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองกรุงเรคยาวิกครบ 200 ปี Sun Voyeger แทนความหมายของเรือแห่งความฝันที่ออกเดินทางไปตามทิศทางแห่งดวงอาทิตย์ ไปสู่ดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ 
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองเรคยาวิก 

DAY 3 : Thingvellir National Park – Golden Circle  

  • พาชม อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Thingvellir National Park) อุทยานแห่งชาติแห่งแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ มีความสำคัญคือ เป็นรอยเชื่อมระหว่างทวีปยูเรเซีย และทวีปอเมริกาเหนือ และยังมีฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์  
  • ชม น้ำตกกูลฟอสส์ หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ในเส้นทาง “วงกลมทองคำ” ที่ผู้มาเยือนต้องมาเที่ยวชม  สำหรับ ชื่อน้ำตกแห่ง Gullfoss มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำและ Foss ที่แปลว่าน้ำตก เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำ  
  • ชม น้ำพุร้อนหรือเกย์เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต ทุกๆ 7-10 นาที  สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนดังกล่าวเนื่องมาจากน้ำในโพรงหินใต้ดิน ได้รับความร้อนจากพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือด จึงขับเคลื่อนน้ำในโพรงขึ้นมา ให้กลายเป็นน้ำพุร้อน  
  • ชมปล่องภูเขาไฟ Kerid Crater ปล่องภูเขาไฟสีเลือดที่มีทะเลสาบสีเขียวมรกตปรากฏอยู่บริเวณปากปล่อง  ซึ่งแม้ว่าจะมีอายุกว่า 3 พันปีแล้วก็ตาม แต่ยังมีสภาพที่สมบูรณ์อยู่  
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Selfoss 

DAY 4 : Seljalansfoss – Skoga – Dyrholaey – Vik – Klaustur  

  • ชม น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์(Seljalansfoss) มีความสูง 60 เมตร และถือเป็นอีกหนึ่ง Highlihgt ของน้ำตกแห่งนี้ที่ผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปด้านหลังได้  
  • ชม น้ำตกสโกก้าฟอสส์ (Skogarfoss) อันมีมวลน้ำขนาดใหญ่ตกมาจากหน้าผาสูง 62 m ความสวยงามตระการตาของน้ำตกที่เห็นอยู่นั้น  เกิดจากองค์ประกอบรอบๆ ของตัวน้ำตกและโตรกผาที่สอดประสานกัน  
  • ชม แหลม Dyrholaey (เดิมเรียกว่าเคปพอร์ตแลนด์โดยชาวอังกฤษ) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ จุดเด่นของที่นี่คือ หาดลาวาสีดำสนิท ที่ทอดตัวยาวหลายสิบกิโลเมตร โดดเด่นที่บริเวณริมผาจะเห็นประติมากรรมอันถูกสร้างสรรค์จากธรรมชาติ เป็นลักษณะแหลมหินที่มีรูขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล เมื่อมองกลับไปด้านหลังจะพบกับธารน้ำแข็ง Mýrdalsjökull glacier  
  • Reynisfjara Beach หาดทรายสีดำที่ดังที่สุดในเส้นทางIceland ภาคใต้ มี landmark ที่สำคัญคือหน้าผาหิน บะซอลท์ที่ใครๆก็ต้องแวะเวียนมาถ่ายรูป  
  • ชม Trolls in Reynisdrangar ที่มีตำนานอันลึกลับกล่าวขานว่า พวกปีศาจพยายามแอบลากเรือออกจากฝั่งของเมือง Vik แต่ถูกจับได้ โดยเทพเจ้าแห่งแสงแดดในยามรุ่งสาง เหล่าปีศาจร้ายจึงถูกสาปให้กลายเป็นหินรูปทรงแปลกประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวตั้งอยู่กลางท้องทะเล  
  • เดินทางต่อสู่เส้นทางเลียบชายหาด แวะชม LavaField ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ามอสที่ปกคลุมอยู่บนหินลาวา เมื่อถ่ายภาพออกมา จะกลายเป็นภาพที่แปลกตาแต่สวยงาม 
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Klaustur   

Day 5 : Skaftafell –  Svartifoss –  SvinafellsJokull – Vatnajokull  Jokulsarlon– Hofn   

  • ชม อุทยานแห่งชาติ Skaftafell อันมีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับเทือกเขา Alp  มีลักษณะเป็นเขตธารน้ำแข็งที่ก่อต่อขึ้นมาหลายพันปีจากอิทธิพลการระเบิดของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งที่ทำให้เกิด Glacier Floods  
  • ชม ธารน้ำแข็ง SvinafellsJokull อันมีลักษณะเป็นกราเซียที่เกิดจากธารน้ำแข็ง Vatnajokul ผู้มาเยือนสามารถถ่ายภาพกับวิวกลาเซียและก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลสาบเบื้องล่างอันแสนพิเศษนี้  
  • ธารน้ำแข็งเรียกว่า Vatnajokull มีขนาด 8,300 ตร.กม. เท่ากับธารน้ำแข็งทั้งหมดในทวีปยุโรปรวมกัน และขนาดความหนามากที่สุดประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป  
  • ชม โจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งถือเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ธารน้ำแข็งแห่งนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1934-1935 ต่อมาจึงเกิดการละลายเรื่อยๆ จนเพิ่มพื้นที่มากขึ้นในทุกๆ ปี  
  • ชม AMPHIBIAN BOAT TOUR  ล่องเรือชมความงามของภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตา ตื่นตากับธารน้ำแข็ง 1000 ปี หากโชคดีอาจจะเจอแมวน้ำรอต้อนรับ 
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Hofn  

Day 6 : Hofn – Dettifoss – Hverarondor Hverir – Myvatn  

  • เตรียมตัวเดินทางสู่ใจกลางประเทศไอซ์แลนด์ วันนี้เราจะลัดเลาะไปตามแนว East Fjord มีหน้าผาสูงชันและเลียบไปตามทะเล  แวะถ่ายรูปทัศนียภาพอันแปลกตา ที่น่ามองอีกจุดหนึ่งของ Iceland  
  • เดินทางข้าม Pass Modradalsfjallgurdar อันมีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาวตลอดเส้นทาง เราจะเห็นทัศนียภาพเป็นหุบเขาสีขาวสวยงามตระการตา พร้อมมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทางตะวันออกที่ชื่อเมือง Egilstadir  
  • ชม น้ำตก Dettifoss อันเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง Prometeus น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull  
  • ชม สถานีพลังงาน Krafla เป็นสถานีพลังงานความร้อนใต้พิภพใหญ่ที่สุดของประเทศ ขนาด 60 เมกะวัตต์ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ Krafla ในไอซ์แลนด์   
  • Hverarondor Hverir อันเป็นทางออกของพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ เกิดเป็นบ่อโคลนเดือดและควันกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากหลุม เดินทางผ่านชมทะเลสาบสีเทอควอยซ์ที่มีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพ่นควันฉุยตั้งอยู่เคียงข้าง 
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Myvatn  

Day 7 : Myvatn – Godafoss – Akureyri  

  • ชม Hverfjall ซึ่งเป็นภูเขาไฟรูปทรงโคนและมีขนาดความกว้างของปล่องประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเดินเท้าขึ้นไปที่ปากปล่องเพื่อ ชมวิวของ Lake Myvatn และความอลังการของปล่องภูเขาไฟได้ ซึ่งปากปล่องสูงถึง 463 เมตร  
  • ชม น้ำตก Godafoss ที่ได้รับฉายาว่า น้ำตกแห่งพระเจ้า “Waterfall of the Gods”  
  • ชม เมืองอาคูเรย์ริ (Akureyri) เมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศไอซ์เเลนด์ และยังเป็นศูนย์กลางการทำประมง โบสถ์อาคูเรย์รี่ (Akureyrakirkja) สัญลักษณ์ของเมือง สถาปนิกผู้ก่อสร้างโบสถ์นี้คือ Gudjon Samuelsson เป็นคนเดียวกับผู้ออกแบบ Hallgrimskirkja โบสถ์ลูเธอรันนี้ออกแบบเสร็จในปี 1940 ภายในโบสถ์ประกอบด้วยท่อออร์แกน 3200 อันที่นำมาจากประเทศเยอรมันในปี 1961 มีภาพของพระเยซูและเรือทำมือที่แขวนจากเพดาน ตามความเชื่อของชาวนอร์ดิกโบราณ 
  • (เมษายน- กันยายน) พาล่องเรือ ชมปลาวาฬ จะมีโอกาสเห็นวาฬมิงค์  
  • อิสระแก่ทุกท่านเพื่อช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าบนถนนคนเดินเกเรอโตรกาตา (Gerartogata)  
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Akureyri  

Day 8 : Akureyri – Snæfellsjökull – Kirkjufell –  Grundafjord  

  • เดินทางสู่ Snæfellsjökull เขตภูเขาไฟอายุ 700000 ปีที่มีกลาเซียปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ  และภูเขาไฟแห่งนี้ ยังเป็นฉากในนวนิยายเรื่อง Journey to the Center of the Earth  
  • เข้าสู่เขตเมือง Grundafjordur เมืองเล็กๆริมทะเล อยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทร Snæfellsnes Peninsula ทางทิศตะวันตกของไอซ์แลนด์ อาคารแต่ละหลังถูกสร้างขึ้นมาอย่างเรียบง่าย มีฉากหลังเป็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ  
  • ชม Kirkjufell ภูเขาทรงหมวก และน้ำตก Kirkjufellsfoss อันเป็นสถานที่สำคัญเลื่องชื่อ ที่หากมาเยือน iceland แล้วต้องห้ามพลาดถ่ายรูปกับสถานที่แห่งนี้  
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Grundafjord  

DAY 9 : Grundafjord – BlueLagoon – Keflavik  

  • หลังอาหารเช้าชม ถ้ำลาวา 1 หมื่นล้านปี อันเกิดจากลาวาที่ไหลลงมาสู่ชายฝั่งทะเล และแข็งตัวไม่พร้อมกัน ทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน  
  • มุ่งหน้าสู่ เมือง Keflavik แวะผ่อนคลายกันที่ บลูลากูน (BlueLagoon) หรือทะเลสาบสีฟ้า ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ สามารถลงไปแหวกว่าย นอนแช่ในบ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิความร้อนของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียสได้อย่างสบายๆ ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งตัวน้ำพุร้อนอันบริสุทธิ์ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย ที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย (กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยครับ) 
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Keflavik    

DAY 10 : Keflavik – Amsterdam   

  • ใน Amsterdam เดินทางโดยรถไฟ และ รถราง  
  • ออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิก เช็คอินสายการบิน Iceland Air เพื่อออกเดินทางสู่เมือง Amsterdam (FI500 07.40-11.55) ***เวลาบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับฤดูกาล***  
  • เดินทางถึง Amsterdam เก็บของเข้าที่พัก จากนั้นพาชมเมือง Amsterdam เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล (AMSTEL) เริ่มก่อตั้งประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ มีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน เป็นเมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยเฉพาะช่วงคริสต์ศตวรรษที่17 ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของเนเธอร์แลนด์  
  • ชมสวนดอกไม้ Keukenhof สวนแห่งนี้ริเริ่มโดยนายกเทศมนตรีเมืองลิซเซ่ในปี 1949 ได้ร่วมกับสมาคมผู้ส่งเสริมการปลูกดอกไม้จน  เกิดเป็นแนวคิดที่จะมีงานแสดงไม้ดอกประจำปีแบบกลางแจ้ง จัดว่าเป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และ สำคัญที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งดอกไม้อื่นๆ เช่น ลิลลี่ แดฟโฟดิล ไฮยาซินธ์   
  • ล่องเรือชมเมือง Canal Sightseeing Amsterdam ชมความงามของสองฝั่งคลอง อัมสเตอร์ดัมนั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของคลอง จึงทำให้การสัญจรในน้ำเป็นที่นิยมมาตั้งแต่อดีต ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวเมือง และชมความงามของสถานที่เที่ยวในมุมที่ต่างออกไป  
  • คืนนี้เราจะพักกันที่มือง Amsterdam  

DAY 11 : Giethoorn – Zaanse Schans  

  • ชม หมู่บ้านกังหันลม (Zaanse Schans) สัมผัสและถ่ายรูปกับกังหันลมแบบดัดซ์ หมู่บ้านนี้ได้อนุรักษ์วัฒนธรรมเก่าแก่และวิถีชีวิตของชาวเนเธอร์แลนด์สมัยก่อนที่มีกลิ่นอายหรือสัญลักษณ์ของความเป็นเนเธอร์แลนด์ไว้ได้อย่างครบถ้วน อดีตในหมู่บ้านนี้มีกังหันลมกว่า 800 ตัวที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งอาจจะลดน้อยลงไปบ้างในปัจจุบันและได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนได้เข้าชม นอกจากหมู่บ้านซานส์ สคันส์ ยังมีโรงสาธิตวิธีการทำชีส และทำรองเท้าไม้ให้ท่านได้เข้าชม อิสระให้ท่านเที่ยวชมหมู่บ้านน่ารักแห่งนี้  
  • ช่วงบ่ายเดินชมเมือง Amsterdam ตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่สนามบิน Amsterdam เชคอินสายการบิน Eva air เที่ยวบิน BR76 เที่ยวเวลา 21.30 น. บินตรงสู่ กรุงเทพมหานคร  

DAY 12 : Bangkok  

  • เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ   

DAY 1: Bangkok 

  • นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถวH/J ประตู4 ทีมงานอำนวยความสะดวกเช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG950 ออกเดินทางเวลา 01.20 น. บินสู่ โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ใช้เวลาเดินทางสู่ โคเปนเฮเกน ประมาณ 12 ชั่วโมง

DAY 2 : Copenhegen – Reykjavik

  • เดินทางถึงประเทศเดนมาร์กผ่านการตรวจคนเข้าเมือง เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโคเปนเฮเกนโดยใช้รถไฟ โดยจะสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดาย
  • พาท่านไปถ่ายรูปกับเงือกน้อย little mermaid ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโคเปนฮาเก้น ที่กำลังนั่งรอเจ้าชายตามเทพนิยายอันเลื่องชื่อ ของนักเล่านิทานระดับโลกฮันส์คริสเตียน-แอนเดอร์สัน
  • Amalianborg Castle พระราชวังที่สร้างขึ้นสำหรับประทับช่วงฤดูหนาว ประกอบด้วยอาคารสี่หลังใหญ่ ล้อมรอบพื้นที่ทรงแปดเหลี่ยม ตรงกลางด้านในนั้นประดิษฐานอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าของผู้ก่อตั้ง Amalienborg ของกษัตริย์เฟรเดอริที่ 5
  • ท่าเรือ Nyhavn ที่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลากสีสัน เพราะรายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ผับ บาร์ ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง ผสานไปด้วยบ้านเรือนสไตล์แดนิชหลากสีสันที่สร้างขึ้นได้อย่างสวยงาม
  • เดินทางกลับสู่สนามบินเตรียมตัวบอร์ดดิ้งสายการบิน Iceland Air เดินทางสู่ประเทศไอซ์แลนด์ ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง (FI205 14.10-15.25) ***เวลาเที่ยวบินภายในอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตามฤดูกาล***
  • เดินทางถึงเมืองเรคยาวิกประเทศไอซ์แลนด์รับสัมภาระแล้วเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองประมาณ 40 นาที
  • ชม ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) โบสถ์ใจกลางเมืองที่มีความสูง 73 เมตร เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของไอซ์แลนด์ โดยโบสถ์แห่งนี้ถูกตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของ ฮัลล์กรีมูร์ เพทูร์สซอน (1614 – 1674) กวีและนักบวชชาวไอซ์แลนด์ เพราะคำว่า “ฮัลล์กรีมสคิร์คยา” ตามศัพท์แปลว่า “โบสถ์ของฮัลล์กรีมูร์”
  • ชม Harpa อันเป็น Concert Hall และ Conference Center มีที่ตั้งอยู่ริมอ่าว โดยอาคารแห่งนี้ถูกตกแต่งไปด้วยกระจก 6 เหลี่ยม เมื่อยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดเป็นประกาย หลากสีสันแตกต่างกันออกไปตามมุมมองที่เรายืนชมอยู่ นับเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่หาดูได้ยากในโลก
  • ถ่ายรูปกับ Sun Voyager (Solar) สร้างขึ้นเมื่อปี 1990 ชนะเลิศจากการประกวดประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองกรุงเรคยาวิกครบ 200 ปี Sun Voyeger แทนความหมายของเรือแห่งความฝันที่ออกเดินทางไปตามทิศทางแห่งดวงอาทิตย์ ไปสู่ดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองเรคยาวิก

DAY 3 : Thingvellir – Gullfoss – Geysir – Haifoss

  • พาชม อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Thingvellir National Park) อุทยานแห่งชาติแห่งแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ มีความสำคัญคือ เป็นรอยเชื่อมระหว่างทวีปยูเรเซีย และทวีปอเมริกาเหนือ และยังมีฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์
  • ชม น้ำตกกูลฟอสส์ หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ในเส้นทาง “วงกลมทองคำ” ที่ผู้มาเยือนต้องมาเที่ยวชม  สำหรับ ชื่อน้ำตกแห่ง Gullfoss มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำและ Foss ที่แปลว่าน้ำตก เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำ
  • ชม น้ำพุร้อนหรือเกย์เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต ทุกๆ 7-10 นาที สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนดังกล่าวเนื่องมาจากน้ำในโพรงหินใต้ดิน ได้รับความร้อนจากพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือด จึงขับเคลื่อนน้ำในโพรงขึ้นมา ให้กลายเป็นน้ำพุร้อน
  • พาท่านชม น้ำตก Haifoss น้ำตกที่สูงติดอันดับ Top 5 ใน Iceland เข้าถึงได้เฉพาะช่วงที่ไม่มีหิมะปกคลุม เป็นน้ำตกที่ใหญ่และอลังการมาก ตัวหนังตกแบ่งออกเป็น 2 สายไหลลงจากหน้าผาสูงกว่า 200 เมตรตกกระทบเบื้องล่างแล้วไหลลงไปในทางน้ำในหุบเขาหน้าผาสูงชัน
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Selfoss

DAY 4 : Seljalansfoss – Skoga – Dyrholaey – Vik – Klaustur

  • ชม น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalansfoss) มีความสูง 60 เมตร และถือเป็นอีกหนึ่ง Highlihgt ของน้ำตกแห่งนี้ที่ผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปด้านหลังได้
  • ชม น้ำตกสโกก้าฟอสส์ (Skogarfoss) อันมีมวลน้ำขนาดใหญ่ตกมาจากหน้าผาสูง 62 m ความสวยงามตระการตาของน้ำตกที่เห็นอยู่นั้น เกิดจากองค์ประกอบรอบๆ ของตัวน้ำตกและโตรกผาที่สอดประสานกัน
  • เดินทางต่อไปตามเส้นทาง South Shore ทัศนียภาพสองข้างทางเว้นระยะไปด้วยฟาร์มปศุสัตว์ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟเฮกลา (Hekla) ที่มีความสูงถึง 1,491 m เหนือระดับน้ำทะเลและมีชื่อเสียงที่สุดในไอซ์แลนด์ ผ่านการระเบิดมาแล้วถึง 18 ครั้งล่าสุดในปี 2000
  • ชม แหลม Dyrholaey (เดิมเรียกว่าเคปพอร์ตแลนด์โดยชาวอังกฤษ) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ จุดเด่นของที่นี่คือ หาดลาวาสีดำสนิท ที่ทอดตัวยาวหลายสิบกิโลเมตร โดดเด่นที่บริเวณริมผาจะเห็นประติมากรรมอันถูกสร้างสรรค์จากธรรมชาติ เป็นลักษณะแหลมหินที่มีรูขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล เมื่อมองกลับไปด้านหลังจะพบกับธารน้ำแข็ง Mýrdalsjökull glacier
  • ชม Trolls in Reynisdrangar ที่มีตำนานอันลึกลับกล่าวขานว่า พวกปีศาจพยายามแอบลากเรือออกจากฝั่งของเมือง Vik แต่ถูกจับได้ โดยเทพเจ้าแห่งแสงแดดในยามรุ่งสาง เหล่าปีศาจร้ายจึงถูกสาปให้กลายเป็นหินรูปทรงแปลกประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวตั้งอยู่กลางท้องทะเล
  • เดินทางต่อสู่เส้นทางเลียบชายหาด แวะชม LavaField ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ามอสที่ปกคลุมอยู่บนหินลาวา เมื่อถ่ายภาพออกมา จะกลายเป็นภาพที่แปลกตาแต่สวยงาม
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Klaustur

 Day 5 : Skaftafell –  Svartifoss –  SvinafellsJokull – Vatnajokull  Jokulsarlon – Hofn

  • ชม อุทยานแห่งชาติ Skaftafell อันมีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับเทือกเขา Alp มีลักษณะเป็นเขตธารน้ำแข็งที่ก่อต่อขึ้นมาหลายพันปีจากอิทธิพลการระเบิดของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งที่ทำให้เกิด Glacier Floods
  • ชม ธารน้ำแข็ง SvinafellsJokull อันมีลักษณะเป็นกราเซียที่เกิดจากธารน้ำแข็ง Vatnajokul ผู้มาเยือนสามารถถ่ายภาพกับวิวกลาเซียและก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลสาบเบื้องล่างอันแสนพิเศษนี้
  • ชมน้ำตกดำ หรือ Black waterfall ที่ตกลงมาจากหน้าผาหินบะซอลท์ ที่มีรูปร่างแปลกตา (เดิน 30 นาที)
  • ชม ธารน้ำแข็งเรียกว่า VATNAJOKULL มีขนาด 8,300 ตร.กม. เท่ากับธารน้ำแข็งทั้งหมดในทวีปยุโรปรวมกัน และขนาดความหนามากที่สุดประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป
  • ชม Jallsárlón ทะเลสาบอันเกิดจากธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาบรรจบกับแอ่งน้ำเบื้องล่าง อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติ Vatnajökull
  • ชม โจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งถือเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ธารน้ำแข็งแห่งนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1934-1935 ต่อมาจึงเกิดการละลายเรื่อยๆ จนเพิ่มพื้นที่มากขึ้นในทุกๆ ปี
  • AMPHIBIAN BOAT TOUR ล่องเรือชมความงามของภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตา ตื่นตากับธารน้ำแข็ง 1000 ปี หากโชคดีอาจจะเจอแมวน้ำรอต้อนรับ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Hofn

 

Day 6 : Hofn – vesturhorn – Dettifoss – Hverarondor Hverir – Myvatn

  • เตรียมตัวเดินทางสู่ใจกลางประเทศไอซ์แลนด์ วันนี้เราจะลัดเลาะไปตามแนว East Fjord มีหน้าผาสูงชันและเลียบไปตามทะเล  แวะถ่ายรูปทัศนียภาพอันแปลกตา ที่น่ามองอีกจุดหนึ่งของ Iceland
  • ชม Vesturhorn ภูเขารูปทรงแปลกตาตั้งยื่นออกไปในท้องทะเลสีตัดกับหาดทรายสีดำสนิทอยู่ริมทะเลดูลึกลับอย่างยิ่ง
  • เดินทางข้าม Pass Modradalsfjallgurdar อันมีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาวตลอดเส้นทาง เราจะเห็นทัศนียภาพเป็นหุบเขาสีขาวสวยงามตระการตา พร้อมมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทางตะวันออกที่ชื่อเมือง Egilstadir
  • น้ำตก Dettifoss อันเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง Prometeus น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull
  • ชม สถานีพลังงาน Krafla เป็นสถานีพลังงานความร้อนใต้พิภพใหญ่ที่สุดของประเทศ ขนาด 60 เมกะวัตต์ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ Krafla ในไอซ์แลนด์
  • Hverarondor Hverir อันเป็นทางออกของพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ เกิดเป็นบ่อโคลนเดือดและควันกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากหลุม เดินทางผ่านชมทะเลสาบสีเทอควอยต์ที่มีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพ่นควันฉุยตั้งอยู่เคียงข้าง
  • ชม Hverfjall ซึ่งเป็นภูเขาไฟรูปทรงโคลนและมีขนาดความกว้างของปล่องประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเดินเท้าขึ้นไปที่ปากปล่องเพื่อ ชมวิวของ Lake Myvatn และความอลังการของปล่องภูเขาไฟได้ ซึ่งปากปล่องสูงถึง 463 เมตร
  • น้ำตก Godafoss ที่ได้รับฉายาว่า น้ำตกแห่งพระเจ้า “Waterfall of the Gods”
  • เมืองอาคูเรย์รี (Akureyri) เมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศไอซ์เเลนด์ และยังเป็นศูนย์กลางการทำประมง โบสถ์อาคูเรย์รี (Akureyrakirkja) สัญลักษณ์ของเมือง สถาปนิกผู้ก่อสร้างโบสถ์นี้คือ Gudjon Samuelsson เป็นคนเดียวกับผู้ออกแบบ Hallgrimskirkja โบสถ์ลูเธอรันนี้ออกแบบเสร็จในปี 1940 ภายในโบสถ์ประกอบด้วยท่อออร์แกน 3200 อันที่นำมาจากประเทศเยอรมันในปี 1961 มีภาพของพระเยซูและเรือทำมือที่แขวนจากเพดาน ตามความเชื่อของชาวนอร์ดิกโบราณ
  • อิสระแก่ทุกท่านเพื่อช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าบนถนนคนเดินเกเรอโตรกาตา (Gerartogata)
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Akureyri

Day 7 : Whale Watching – Holmavik – Drangsnes

  • ล่องเรือ ชมปลาวาฬ จะมีโอกาสเห็นวาฬมิงค์
  • เดินทางสู่ Holmavik เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน Strandir เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับคาถาการไล่แม่มดและเวทมนตร์ มีพิพิธภัณฑ์ไสยศาสตร์ ประชากรส่วนใหญ่ใน Holmavik ทำอาชีพเลี้ยงแกะและทำประมง
  • Drangsnes เป็นหมู่บ้านชาวประมงอยู่ใกล้กับเมือง Holmavik ที่เป็นหมู่บ้านชาวประมงเช่นเดียวกัน ตำนานบอกไว้ว่ามียักษ์พยายามจะขุด Westfjords และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดใน Drangsnes อีกด้วย นอกจากนั้นที่นี่ยังเต็มไปด้วยนก Puffins รวมไปถึงการทำฟาร์มสุนัขจิ้งจอก
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Drangsnes

DAY 8 : Grímsey  Island – Puffin Paradise – Ísafjörður – Latrar Air Station

  • นำท่านสู่เกาะ Grímsey เป็นเกาะเล็กๆโรแมนติก อยู่ทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ สามารถชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน ได้ในช่วงฤดูร้อน และที่นี่ยังเต็มไปด้วยนกมายมายหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะนกพัพฟินส์ ที่จะบินมาวางไข่ในช่วงฤดูร้อน
  • นำท่านสู่ Isafjörður เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทร Westfjords มีผู้อยู่อาศัย 2600 คน การเติบโตของเมืองนี้เกิดจากการผลิตปลาเค็มและนับตั้งแต่นั้นมาอุตสาหกรรมการประมงก็มีความสำคัญสำหรับชุมชน
  • Latrar Air Station ก่อตั้งขึ้นเป็นสถานีเรดาร์องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในปี 1992 สถานีนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาชื่อ Bolafjall ในวันอากาศดีเราจะมองเห็นไปได้ถึงเกาะกรีนแลนด์
  • คืนนี้เราพักกันที่ Ísafjörður

Day 9 : Ísafjörður – Dynjandi – Látrabjarg – Ferry  Grundarfjordur

  • Dynjandi น้ำตกแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์  น้ำตก ดีนจันดิ (Dynjandi) ในประเทศไอซ์แลนด์ มีความสูงกว่า 100 เมตร หรือสูงเท่าตึก 20 ชั้น มีขนาดกว้างกว่า 60 เมตร แม้จะไม่ใช่น้ำตกใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็มีขนาดใหญ่มาก เมื่อนักท่องเที่ยวไปยืนอยู่ฐานน้ำตก ทำให้ดูเหมือนตัวเล็กลงไปทันที ภายในรายล้อมไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ป่านานาพรรณ สามารถเก็บภาพความสวยงามได้ตลอดทาง 
  • Látrabjarg เป็นหน้าผารังนกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป และเป็นหน้าผาอันเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น นกพัพฟิน, นกแกนแนทเหนือ, gulliemots, razorbills เป็นผาที่มีความสูง 440 เมตรและยาวถึง 14 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสวยงามของฝารังนก ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งไอซ์แลนด์
  • เดินทางกลับสู่ Snæfells peninsular โดยเรือ Ferry (3hrs)
  • ชม Kirkjufell ภูเขาทรงหมวก และน้ำตก Kirkjufellsfoss อันเป็นสถานที่สำคัญเลื่องชื่อ ที่หากมาเยือน iceland แล้ว ต้องห้ามพลาดถ่ายรูปกับสถานที่แห่งนี้
  • พักที่ Grundarfjordur

DAY 10 : Reykjavik – Bluelagoon

  • มุ่งหน้าสู่ เมือง Keflavik แวะผ่อนคลายกันที่ บลูลากูน (BlueLagoon) หรือทะเลสาบสีฟ้า ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ สามารถลงไปแหวกว่าย นอนแช่ในบ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิความร้อนของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียสได้อย่างสบายๆ ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งตัวน้ำพุร้อนอันบริสุทธิ์ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย ที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย (กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยครับ)
  • ออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิก อำลาเมืองไอซ์แลนด์ เช็คอินสายการบิน Iceland Air เที่ยวบินที่ FI202 เวลา 18.55 เพื่อออกเดินทางสู่เมือง Copenhagen ถึงเวลา 23.55 น. 

      ***เวลาเที่ยวบินภายในอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตามฤดูกาล***

  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Copenhegen

DAY 11 : Copenhegen – Bangkok

  • หลังอาหารเช้า พักผ่อนตามอัธยาศัย 12.00 น. นำเชคอินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG951 ออกเดินทางเวลา 14.25 น. บินจาก โคเปนเฮเกน กลับสู่ กทม

DAY 12 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
  •  

*** โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ***

DAY 1: Bangkok

  • นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถวH/J ประตู4 ทีมงานอำนวยความสะดวกเช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG950 ออกเดินทางเวลา 00.20 น. บินสู่ ออสโลว ประเทศนอร์เวย์ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 12.30 ชั่วโมง

DAY 2 : Oslo – Reykjavik

  • เดินทางถึงประเทศนอร์เวย์ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง
  • เตรียมตัวบอร์ดดิ้งสายการบิน Scanidavian Airlines เดินทางสู่ประเทศไอซ์แลนด์ ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง (SK4787 09.20-11.15)

      ***เวลาบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับฤดูกาล***

  • เดินทางถึงเมืองเรคยาวิกประเทศไอซ์แลนด์รับสัมภาระแล้วเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองประมาณ 40 นาที
  • ชม ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) โบสถ์ใจกลางเมืองที่มีความสูง 73 เมตร เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของไอซ์แลนด์ โดยโบสถ์แห่งนี้ถูกตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของ ฮัลล์กรีมูร์ เพทูร์สซอน (1614 – 1674) กวีและนักบวชชาวไอซ์แลนด์ เพราะคำว่า “ฮัลล์กรีมสคิร์คยา” ตามศัพท์แปลว่า “โบสถ์ของฮัลล์กรีมูร์”
  • ชม Harpa อันเป็น Concert Hall และ Conference Center มีที่ตั้งอยู่ริมอ่าว โดยอาคารแห่งนี้ถูกตกแต่งไปด้วยกระจก 6 เหลี่ยม เมื่อยามสะท้อนแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดเป็นประกาย หลากสีสันแตกต่างกันออกไปตามมุมมองที่เรายืนชมอยู่ นับเป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่หาดูได้ยากในโลก
  • ถ่ายรูปกับ Sun Voyager (Solar) สร้างขึ้นเมื่อปี 1990 ชนะเลิศจากการประกวดประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองกรุงเรคยาวิกครบ 200 ปี Sun Voyeger แทนความหมายของเรือแห่งความฝันที่ออกเดินทางไปตามทิศทางแห่งดวงอาทิตย์ ไปสู่ดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองเรคยาวิก

DAY 3 : Thingvellir National Park – Golden Circle

  • พาชม อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ (Thingvellir National Park) อุทยานแห่งชาติแห่งแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก มีความสำคัญคือ เป็นรอยเชื่อมระหว่างทวีปยูเรเซีย และทวีปอเมริกาเหนือ และยังมีฐานะเป็นสภาแห่งแรกของไอซ์แลนด์
  • ชม น้ำตกกูลฟอสส์ หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ในเส้นทาง “วงกลมทองคำ” ที่ผู้มาเยือนต้องมาเที่ยวชม สำหรับ ชื่อน้ำตกแห่ง Gullfoss มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำและ Foss ที่แปลว่าน้ำตก เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำ
  • ชม น้ำพุร้อนหรือเกย์เซอร์ ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต ทุกๆ 7-10 นาที สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนดังกล่าวเนื่องมาจากน้ำในโพรงหินใต้ดิน ได้รับความร้อนจากพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก เมื่อถึงจุดเดือด จึงขับเคลื่อนน้ำในโพรงขึ้นมา ให้กลายเป็นน้ำพุร้อน
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Selfoss

DAY 4 : Seljalansfoss – Skoga – Dyrholaey – Vik – Klaustur

  • ชม น้ำตกเซลยาลันส์ฟอสส์ (Seljalansfoss) มีความสูง 60 เมตร และถือเป็นอีกหนึ่ง Highlihgt ของน้ำตกแห่งนี้ที่ผู้มาเยือนสามารถเดินเข้าไปด้านหลังได้
  • ชม น้ำตกสโกก้าฟอสส์ (Skogarfoss) อันมีมวลน้ำขนาดใหญ่ตกมาจากหน้าผาสูง 62 m ความสวยงามตระการตาของน้ำตกที่เห็นอยู่นั้น เกิดจากองค์ประกอบรอบๆ ของตัวน้ำตกและโตรกผาที่สอดประสานกัน
  • ชม แหลม Dyrholaey (เดิมเรียกว่าเคปพอร์ตแลนด์โดยชาวอังกฤษ) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ จุดเด่นของที่นี่คือ หาดลาวาสีดำสนิท ที่ทอดตัวยาวหลายสิบกิโลเมตร โดดเด่นที่บริเวณริมผาจะเห็นประติมากรรมอันถูกสร้างสรรค์จากธรรมชาติ เป็นลักษณะแหลมหินที่มีรูขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล เมื่อมองกลับไปด้านหลังจะพบกับธารน้ำแข็ง Mýrdalsjökull glacier
  • Reynisfjara Beach หาดทรายสีดำที่ดังที่สุดในเส้นทางIceland ภาคใต้ มี landmark ที่สำคัญคือหน้าผาหิน บะซอลท์ที่ใครๆก็ต้องแวะเวียนมาถ่ายรูป
  • เดินทางต่อสู่เส้นทางเลียบชายหาด แวะชม LavaField ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ามอสที่ปกคลุมอยู่บนหินลาวา เมื่อถ่ายภาพออกมา จะกลายเป็นภาพที่แปลกตาแต่สวยงาม
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Klaustur

Day 5 : Skaftafell –  Svartifoss –  SvinafellsJokull – Vatnajokull  Jokulsarlon 

  • ชม อุทยานแห่งชาติ Skaftafell อันมีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับเทือกเขา Alp มีลักษณะเป็นเขตธารน้ำแข็งที่ก่อต่อขึ้นมาหลายพันปีจากอิทธิพลการระเบิดของภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งที่ทำให้เกิด Glacier Floods
  • ชม ธารน้ำแข็ง SvinafellsJokull อันมีลักษณะเป็นกราเซียที่เกิดจากธารน้ำแข็ง Vatnajokul ผู้มาเยือนสามารถถ่ายภาพกับวิวกลาเซียและก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลสาบเบื้องล่างอันแสนพิเศษนี้
  • ธารน้ำแข็งเรียกว่า Vatnajokull มีขนาด 8,300 ตร.กม. เท่ากับธารน้ำแข็งทั้งหมดในทวีปยุโรปรวมกัน และขนาดความหนามากที่สุดประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป
  • ชม โจกุลซาลอน (Jokulsarlon) ซึ่งถือเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ธารน้ำแข็งแห่งนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1934-1935 ต่อมาจึงเกิดการละลายเรื่อยๆ จนเพิ่มพื้นที่มากขึ้นในทุกๆ ปี
  • ชม AMPHIBIAN BOAT TOUR ล่องเรือชมความงามของภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตา ตื่นตากับธารน้ำแข็ง 1000 ปี หากโชคดีอาจจะเจอแมวน้ำรอต้อนรับ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Glacier Lagoon

Day 6 : Vik – Selfoss

  • เข้าชม ถ้ำคริสตัล (Ice Cave) (ขึ้นกับสภาพอากาศ) เป็นถ้ำในทะเลสาบแช่แข็งที่เกิดจากธารน้ำแข็ง สวีนาเฟลล์โจกุล (Svinafellsjokull Glacier) ถ้ำแห่งนี้มีปากถ้ำที่เป็นปล่องน้ำแข็งสูงประมาณ 22 ฟุต ความความโดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ก็คือ ผนังน้ำแข็งคือก้อนน้ำแข็งสีฟ้าอ่อนเหมือนกับก้อนคริสตัล ให้ความรู้สึกเหมือนเราท่องไปในดินแดนพิศวง จากนั้นเดินทางกลับสู่เมือง Selfoss
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Selfoss

 Day 7 : Selfoss- Kikjufell

  • หลังอาหารเดินทางสู่ เดินทางสู่ Snæfellsjökull เขตภูเขาไฟอายุ 700000 ปีที่มีกลาเซียปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ และภูเขาไฟแห่งนี้ ยังเป็นฉากในนวนิยายเรื่อง Journey to the Center of the Earth /  เช้าชม ถ้ำลาวา 1 หมื่นล้านปี อันเกิดจากลาวาที่ไหลลงมาสู่ชายฝั่งทะเล และแข็งตัวไม่พร้อมกัน ทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน
  • เข้าสู่เขตเมือง Grundafjordur เมืองเล็กๆริมทะเล อยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทร Snæfellsnes Peninsula ทางทิศตะวันตกของไอซ์แลนด์ อาคารแต่ละหลังถูกสร้างขึ้นมาอย่างเรียบง่าย มีฉากหลังเป็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
  • ชม Kirkjufell ภูเขาทรงหมวก และน้ำตก Kirkjufellsfoss อันเป็นสถานที่สำคัญเลื่องชื่อ ที่หากมาเยือน iceland แล้ว ต้องห้ามพลาดถ่ายรูปกับสถานที่แห่งนี้
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Grundafjord

DAY 8 : Grundafjord – BlueLagoon – Keflavik

  • มุ่งหน้าสู่ เมือง Keflavik แวะผ่อนคลายกันที่ บลูลากูน (BlueLagoon) หรือทะเลสาบสีฟ้า ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ สามารถลงไปแหวกว่าย นอนแช่ในบ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิความร้อนของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียสได้อย่างสบายๆ ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งตัวน้ำพุร้อนอันบริสุทธิ์ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย ที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย (กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยครับ)
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Keflavik

DAY 9 : Keflavik – Oslo – Bangkok

  • ออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติเคฟลาวิก เช็คอินสายการบิน Iceland Air เพื่อออกเดินทางสู่เมือง Oslo (07.50-11.35 น.)
  • จากนั้นต่อเครื่องกลับกรุงเทพโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG955 ออกเดินทางเวลา 13.30 น.

DAY 10 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

*** โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ***

ทริปรีวิว

ภาพบางส่วนจากทริปของเรา ประสพการณ์กว่ 15 ปีของเรา ทริปที่เราออกแบบและสำรวจเองทำให้เรารู้ว่าสิ่งไหนที่จะทำให้สนุก คุ้มค่า คุ้มเวลา ราบลื่น และได้มุมภาพที่สวยที่สุดให้กับผู้เดินทางทุกคน

ทริปใกล้เคียง

ทริปน่าสนใจ

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย

Categories
Uncategorized

ทัวร์ไบคาล

Best of ทัวร์ไบคาล

ทะเลสาบน้ำแข็ง รถไฟสายตำนาน และการล่าแสงเหนือ

สรุปเนื้อหาทัวร์ไบคาล

ทัวร์ไบคาล มีสามเส้นทางให้ได้เลือก
1. ทัวร์ไบคาล ไฮไลท์
6 วัน 5 คืน เที่ยวไฮไลท์สถานที่และกิจกรรมรอบทะเลสาบน้ำแข็ง

2. ทัวร์ไบคาล ทานไซบีเรีย 7 วัน 6 คืน เพิ่มเติมความเด็ดด้วยรถไฟสายตำนาน ทรานไซบีเรีย ที่จะเติมฝันในวันเยาว์ของคุณ และสถานที่ที่ถูกซ้อนเร้น มีไม่กี่คนที่จะได้เยือน

3. ทัวร์ไบคาล ทานไซบีเรีย มูร์มันสก์ ไปให้ถึงไปให้สุด 3 สุดยอดโปรแกรม ทั้งทะเลสาบน้ำแข็ง รถไฟทรานไซบีเรียและออกล่าแสงเหนือทุกค่ำคืน ไปครั้งเดียว ครบจบ

กิจกรรม จัดเต็มที่ ลิสต์เวียนสก้า อาทิเช่น สโนว์โมบิล • สุนัขลากเลื่อน • เนินหินเชียร์สกี • Hovercraft (โปรแกรม 7 และ 11 วัน)
พาชอปปิ้งชุดกันหนาว สำหรับคนที่เตรียมมาไม่พอหรือต้องการสีสันหรือ Prop เพิ่มเติม

รัสเซีย
ไบคาล
6-11วัน
S7
3-4*
Bus & Uaz
ไม่เกิน 20 คน
ง่ายๆ

วันที่ ค่าทริป

รอการอัพเดท

รูปแบบ ทัวร์ไบคาล

ราจะรวมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว ไปแต่ตัว กับ Pocket money สำหรับช้อปปิ้ง (ยกเว้นสินน้ำใจให้ไกด์) เริ่มต้นตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป

รวม : ตั๋วเครื่องบิน • Visa • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้า • ค่ากิจกรรม • ยานพาหนะ • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : Mini bus,  Coach

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

โปรแกรม

Day 1 : Bangkok – Irkutsk

  • ช่วงบ่าย พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ภายในตัวเมืองอีรคุตสค์
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

 

Day 2 : Listvynska – Dogsledge – Snowmobile – Chersky Peak  (B/L/D)

  • เดินทางสู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ห่างจาก Irkutsk ราว 70 กิโลเมตร เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบไบคาลที่มีสิ่งน่าสนใจและกิจกรรมหลายอย่างรอเราอยู่
  • สุนัขลากเลื่อน กิจกรรมที่ทุกท่านใฝ่ฝันจะได้ร่วมสักครั้ง เราจะพาท่านนั่งบน Sledge ที่ลากด้วยสุนัขประมาณ 6-8 ตัว ไปตามทางที่โรยด้วยเกล็ดหิมะ *(โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพหิมะที่ปกคลุมว่ามีมากเพียงพอหรือไม่)
  • ร่วมทดลองขับ SNOWMOBILE พาหนะที่ใช้เดินทางของคนในพื้นที่อันหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหน้าหนาวที่หิมะหนานุ่มปกคลุมอยู่ทั้งเมือง จัดให้นั่งคันละ 2 ท่าน
  • นั่ง Ski lift สู่ เนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาล จากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบ มุมอันสวยงามของธรรมชาติ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

 

Day 3 : Olkhon – Khorgoy – Ogoy – Buddhist Stupa – Khuzhir (B/L/D)

  • เดินทางสู่ เกาะโอลคอน ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนทะเลสาบไบคาล เมื่อถึงปลายแผ่นดินใหญ่ เราจะเปลี่ยนเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียแท้ๆ ที่จะสามารถวิ่งไปบนผืนน้ำแข็งได้
  • แวะพักยืดเส้นยืดสาย ชมวิว ณ จุดชมวิวก่อนข้ามสู่เกาะ Olkhon ที่นี่มีอนุสาวรีย์ของชายพเนจรตั้งอยู่ ริมอ่าว Kurkutsky Bay อนุสาวรีย์นี้เป็นตัวแทนของชายพเนจรในบทเพลงพื้นบ้านผู้ที่หนีการถูกลงโทษ พยายามข้ามทะเลสาบไบคาลกลับสู่เมืองอีรคุตสค์ ด้วยเรือสภาพผุพัง จากจุดนี้เราสามารถมองวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาลได้อย่างชัดเจน
  • เปลี่ยนยานพาหนะสำหรับเดินทางเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียที่จะพาเราตะลุยไปบนแผ่นผืนน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ ด้วยฝีมือคนขับขั้นเทพ ส่วนสัมภาระของเราจะเดินทางไปรอล่วงหน้าที่ โรงแรม เราจะได้เห็น รถตู้ UAZ เรียกอีกอย่างว่า “Buchanka” เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1941 ในสมัยสงครามโลก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังผลิตอยู่ และมีสโลแกนว่า “ทำไมต้องคิดค้นสิ่งใหม่เมื่อสิ่งเก่ายังทำงานได้ดีอยู่”
  • จะแวะถ่ายรูปจุดสวยๆ หลายจุด เช่น ถ้ำ น้ำตกน้ำแข็งที่เกิดจากน้ำแข็ง (ในแต่ละปีมีรูปร่างต่างกันไป) ตามสภาวะของอากาศ ความหนาวเย็น และสายลม
  • ชม แหลมคอร์กอย ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการพบ “ซากกำแพงหินโบราณ” ที่สันนิษฐานว่าอาจเคยใช้เป็นแนวป้องกันข้าศึกในอดีต
  • เดินทางสู่ เกาะโอกอย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอลคอน ตั้งอยู่ในเขตทะเลน้อย สถูปพุทธแบบทิเบต สูง 8 เมตร ประดิษฐานบนเกาะเมื่อปี 2005 เพื่อสักการะบูชาบนเกาะ
  • Cape Dragon Island Ogoy อยู่ที่ปลายแหลมของเกาะ เป็นจุด Check in สำคัญของทริปไบคาลจุดหนึ่ง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Olkhlon ลักษณะเป็น โรงแรมขนาดเล็ก มีน้ำอุ่น ภายในห้องอุ่น ไม่หนาว

 

Day 4 : Burkan – Shaman Rock – Three Rock – Khoboy Cape (B/L/D)

  • เดินชมแหลมบูรคาน หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของทะเลสาบไบคาล ที่เป็นที่ตั้งของ “โขดหินชามาน” สถานที่ประกอบพิธีกรรมของหมอผีสื่อวิญญาณตามความเชื่อของชาวไบคาล ก่อนการเผยแพร่ศาสนาพุทธจากทิเบตมายังบริเวณนี้ พร้อมกันกับที่ให้เวลาท่านได้ถ่ายภาพทิวทัศน์ไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • ชมหินสามพี่น้อง หรือ THREE BROTHER ROCK ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่ามีพี่น้องสามตนซึ่งเป็นนกอินทรี พวกเขาจะบินเหนือเกาะและเพลิดเพลินกับท้องฟ้า ครั้งหนึ่งพวกเขาผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับพ่อ เขาได้กินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เขาจึงถูกสาบให้กลายเป็นหิน
  • แหลมโคบอย ทางตอนเหนือสุดของเกาะโอลคอน พร้อมสัมผัสความงามของผืนน้ำแข็งสีฟ้าแวววาวที่โด่งดังในช่วงฤดูหนาว แนวถ้ำน้อยใหญ่ ถ่ายรูปกับน้ำแข็งรูปทรงแปลกตาสีฟ้า สีส้มตามการสะท้อนของแสงแดดและท้องฟ้า 
  • ถ่ายรูปฟองอากาศแข็งตัว • ลายน้ำแข็ง • ก้อนน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา • น้ำตกน้ำแข็ง • ถ้ำน้ำแข็ง • รถตู้ UAZ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Olkhlon

 

Day 5 : Olkhon – City tour Irkutsk (B/L/D)

  • อำลาเกาะโอลคอน เดินทางกลับสู่ตัวเมืองอีรคุตสค์ตามเส้นทางเดิม
  • นำท่านเที่ยวชมภายในตัวเมืองอีรคุตสค์ อาทิเช่น
  • โบสถ์คาซาน
  • ถนนคาร์ล มาร์กซ์ ที่รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสมัยปลายศตวรรษที่ 19 โบราณสถานสำคัญภายในสำนักชีสนา
  • อนุสาวรีย์ยาคอฟ โปคาบอฟ ผู้ก่อตั้งเมืองอีรคุตสค์
  • ประตูชัยมอสโก อนุสรณ์แห่งการครองราชย์ครบ 10 ปีของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1
  • เปลวไฟนิรันดร์ ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารเกณฑ์จากดินแดนไซบีเรียผู้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมนสกี ซึ่งเป็นอาคารที่เคยถูกใช้งานหลากหลายรูปแบบตลอดสมัยจักรวรรดิรัสเซียและโซเวียต
  • อนุสาวรีย์นายพลคอลชัค หนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มรัสเซียขาวในสงครามกลางเมืองหลังการปฏิวัติรัสเซีย
  • อนุสาวรีย์จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ดำริให้สร้างทางรถไฟประวัติศาสตร์สายทรานส์ไซบีเรีย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

 

Day 6 : Irkutsk – Bangkok (B)

  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 1 : Bangkok

  • ช่วงบ่าย พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองอีรคุตสค์ ประเทศรัสเซีย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

Day 2 : Irkutsk City Tour – Listvynska – Dogsledge  Snowmobile – Hovercraft – Chersky Peak (B/L/D)

  • นำท่านเที่ยวชมภายในตัวเมืองอีรคุตสค์ อาทิเช่น
  • อนุสาวรีย์ยาคอฟ โปคาบอฟ ผู้ก่อตั้งเมืองอีรคุตสค์
  • ประตูชัยมอสโก อนุสรณ์แห่งการครองราชย์ครบ 10 ปีของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1
  • เปลวไฟนิรันดร์ ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารเกณฑ์จากดินแดนไซบีเรียผู้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมนสกี ซึ่งเป็นอาคารที่เคยถูกใช้งานหลากหลายรูปแบบตลอดสมัยจักรวรรดิรัสเซียและโซเวียต
  • อนุสาวรีย์นายพลคอลชัค หนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มรัสเซียขาวในสงครามกลางเมืองหลังการปฏิวัติรัสเซีย
  • อนุสาวรีย์จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ดำริให้สร้างทางรถไฟประวัติศาสตร์สายทรานส์ไซบีเรีย
  • เขตประวัติศาสตร์ ย่าน 130 ที่เต็มไปด้วยอาคารไม้ตามแบบสมัยต้นศตวรรษที่ 18
  • ได้เวลาสมควร เดินทางสู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ห่างจาก Irkutsk ราว 70 กิโลเมตร เมืองเล็กๆริมทะเลสาบไบคาลที่มีสิ่งน่าสนใจและกิจกรรมหลายอย่างรอเราอยู่
  • สุนัขลากเลื่อน กิจกรรมที่ทุกท่านใฝ่ฝันจะได้ร่วมสักครั้ง เราจะพาท่านนั่งบน Sledge ที่ลากด้วยสุนัขประมาณ 6-8 ตัว ไปตามทางที่โรยด้วยเกล็ดหิมะ *(โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพหิมะที่ปกคลุมว่ามีมากเพียงพอหรือไม่)
  • ร่วมทดลองขับ SNOWMOBILE พาหนะที่ใช้เดินทางของคนในพื้นที่อันหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหน้าหนาวที่หิมะหนานุ่มปกคลุมอยู่ทั้งเมือง จัดให้นั่งคันละ 2 ท่าน
  • นั่ง Hovercraft เรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ที่จะพาคุณเคลื่อนที่ไปบนน้ำแข็งในประสบการณ์แปลกใหม่
  • นั่ง Ski lift สู่ เนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาล จากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบ มุมอันสวยงามของธรรมชาติ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

 Day 3 : Transiberia

  • นั่งรถไฟทรานไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) เปิดประสบการณ์นั่งรถไฟสายตำนาน ที่นักเดินทางทุกคนต้องเคยฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ สู่เมือง Ulan Ude ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชม. พบกับทัศนียภาพอันสวยงามระหว่างการเดินทางบนเส้นทางระดับตำนานเส้นนี้ ที่มีชื่อเสียงดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก
  • เดินทางถึงเมือง Ulan-Ude เมืองหลวงของสาธารณรัฐบูเรียเตียของประเทศรัสเซียและยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของแคว้นไซบีเรียด้วย ส่วนตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซเลนกาโดยทางฝั่งใต้จะเป็นทะเลทรายยาวไปจนถึงมองโกเลีย เมืองที่ตั้งริมฝั่งแม่น้ำ Uda ยังมีกลิ่นอายของความเป็นเอเชียหลงเหลืออยู่มาก
  • ชมวัดไอโวลกินสกีดัตสัน วัดของพุทธศาสนานิกายมหายานที่ก่อสร้างตามสไตล์ของทิเบตมีคัมภีร์โบราณภาษาทิเบตและต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นสมบัติอันล้ำค่า Ivolginsky Datsan มีความหมายว่าศาสนสถานสำหรับการเรียนรู้ เบิกบาน และความสุขสร้างขึ้นในปี 1945 ในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณแห่งพุทธศาสนา
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Ulan Ude

Day 4 : Datsan – Ust barguzin – Icecave

  • ชม Lenin Head รูปปั้นศรีษะของเลนินขนาดยักษ์ ผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิสคนแรกของโซเวียต รูปหล่อนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2513 มีความสูง7.7 เมตร และหนัก 42 ตัน ตั้งอยู่ ณ จตุรัสใจกลางเมือง ถนนสายหลักในเมือง ยังคงชื่อ Lenina Street ที่เป็นที่ตั้งของทั้งพิพิธภัณฑ์, โรงแรม และร้านค้าต่างๆ มากมาย
  • เดินทางสู่เมือง Ust barguzin เป็นอีกเมืองริมทะเลสบาบไปคาลที่ผู้คนยังมาเยือนน้อยจึงมีความสงบอยู่มาก
  • เมื่อถึงเมือง เปลี่ยนเป็นรถคันเล็กเพื่อเตรียมตัวไปถ่ายรูปกับมหัศจรรย์ Frozen icelake ที่น้อยคนนักจะได้มาเห็นในฝั่งนี้
  • ชม Ice Cave ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของถ้ำน้ำแข็งที่ยังคงบริษุทธิ์อยู่มากๆ คุณจะต้องทึ่งกับลวดลายของเส้นน้ำแข็งชัดเจนและอลังการ กว่าที่ใดๆ ถ่ายรูปตามสบายไม่ติดหัวใคร และไม่มีใครแย่งมุม
  • คืนนี้พักที่ Ust barguzin

Day 5 :  Ice crossing – Khoboy Cape – Three Rock

  • Ice crossing เดินทางข้าม Open Sea หรือทะเลเปิด อันกว้างใหญ่ของทะเลสาบไบคาล จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก ชม ความสวยงามของ Blue Ice ระหว่างการเดินทาง ที่น้อยคนนักจะได้เห็น
  • แหลมโคบอย ปลายสุดแหลมของเกาะโอลคอน ที่เราจะพบเป็นจุดแรกหลังจากเดินทางข้ามทะเลเปิด แหลมนี้อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะโอลคอน ถ่ายรูปกับกองน้ำแข็งสีฟ้า Blue ice แปลกตา และถ้ำน้ำแข็ง หามุมส่วนตัวของคุณเพื่อถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ
  • ชมหินสามพี่น้อง หรือ THREE BROTHER ROCK ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่ามีพี่น้องสามตนซึ่งเป็นนกอินทรี พวกเขาจะบินเหนือเกาะและเพลิดเพลินกับท้องฟ้า ครั้งหนึ่งพวกเขาผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับพ่อ เขาได้กินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เขาจึงถูกสาบให้กลายเป็นหิน และเราจะแวะพักทานอาหารแบบ Picnic กันที่นี่
  • เสาไม้แกะสัญลักษณ์ เป็นความเชื่อของชาวชามาน ถูกหุ้มด้วยริบบิ้นสีสดใสพริ้วไหวในสายลม เสาทั้ง 13 ต้นนี้เป็นตัวแทนของเทพเจ้า 13 องค์ ของเกาะ
  • ถ่ายรูปกับ Shaman Rock หินศักสิทธิ์แห่งชาวชามาน อันเป็น จุดหมายสำคัญอีกแห่งของเกาะโอลคอน
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Olkhlon

Day 6 : Olkhon – Khorgoy – Ogoy – Buddhist Stupa – Irkutsk

  • พาแวะถ่ายรูปจุดสวยๆ หลายจุด เช่น ถ้ำน้ำแข็ง น้ำตกน้ำแข็งซึ่งในแต่ละปีจะมีรูปร่างต่างๆกันไปตามสภาวะของอากาศ ความหนาวเย็น และสายลม
  • เดินทางสู่ เกาะโอกอย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอลคอน ตั้งอยู่ในเขตทะเลน้อย นมัสการ สถูปพุทธแบบทิเบต สูง 8 เมตร ประดิษฐานบนเกาะเมื่อปี 2005 เพื่อสักการะบูชา บนเกาะ ชม แหลมคอร์กอย ทางตอนใต้ของเกาะ
  • แวะถ่ายรูปกับ Cape Dragon Island Ogoy อยู่ที่ปลายแหลมของเกาะ เป็นจุด Check in สำคัญของทริปไบคาลจุดหนึ่ง
  • จากนั้นอำลาเกาะโอลคอน เดินทางกลับสู่ตัวเมืองอีรคุตสค์
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

Day 7 :  Irkutsk – Bangkok

  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • 15.30 น. กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – Irkutsk

  • ช่วงบ่าย พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองอิรคุตสค์ ประเทศรัสเซีย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

Day 2 : Listvynska – Dogsledge – Snowmobile – Chersky Peak  Baikal Museum (B/L/D)

  • เดินทางสู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ห่างจาก Irkutsk ราว 70 กิโลเมตร เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบไบคาลที่มีสิ่งน่าสนใจและกิจกรรมหลายอย่างรอเราอยู่
  • สุนัขลากเลื่อน กิจกรรมที่ทุกท่านใฝ่ฝันจะได้ร่วมสักครั้ง เราจะพาท่านนั่งบน Sledge ที่ลากด้วยสุนัขประมาณ 6-8 ตัว ไปตามทางที่โรยด้วยเกล็ดหิมะ *(โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพหิมะที่ปกคลุมว่ามีมากเพียงพอหรือไม่)
  • ร่วมทดลองขับ SNOWMOBILE พาหนะที่ใช้เดินทางของคนในพื้นที่อันหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหน้าหนาวที่หิมะหนานุ่มปกคลุมอยู่ทั้งเมือง จัดให้นั่งคันละ 2 ท่าน

นั่ง Ski lift สู่ เนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาล จากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบ มุมอันสวยงามของธรรมชาติ

  • ชมพิพิธภัณฑ์ไบคาลเพื่อเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศน์ของทะเลสาบไบคาล ที่ประกอบไปด้วยพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงดาวเด่นของพิพิธภัณฑ์ “แมวน้ำไบคาล” นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจำลองสภาพใต้น้ำของทะเลสาบไบคาลให้ชมกันอย่างใกล้ชิด
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

Day 3 : Olkhlon – Khorgoy – Ogoy – Buddhist Stupa – Khuzhir (B/L/D)

  • เดินทางสู่ เกาะโอลคอน ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนทะเลสาบไบคาล (280 กม-4 ชม ) เมื่อถึงปลายแผ่นดินใหญ่ เราจะเปลี่ยนเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียแท้ๆ ที่จะสามารถวิ่งไปบนผืนน้ำแข็งได้
  • แวะพักยืดเส้นยืดสาย ชมวิว ณ จุดชมวิวก่อนข้ามสู่เกาะ Olkhlon ที่นี่มีอนุสาวรีย์ของชายพเนจรตั้งอยู่ ริมอ่าว Kurkutsky Bay อนุสาวรีย์นี้เป็นตัวแทนของชายพเนจรในบทเพลงพื้นบ้านผู้ที่หนีการถูกลงโทษ พยายามข้ามทะเลสาบไบคาลกลับสู่เมืองอิรคุตสก์ ด้วยเรือสภาพผุพัง จากจุดนี้เราสามารถมองวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาลได้อย่างชัดเจน
  • เปลี่ยนยานพาหนะสำหรับเดินทางเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียที่จะพาเราตะลุยไปบนแผ่นผืนน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ ด้วยฝีมือคนขับขั้นเทพ ส่วนสัมภาระของเราจะเดินทางไปรอล่วงหน้าที่ โรงแรม เราจะได้เห็น รถตู้ UAZ เรียกอีกอย่างว่า “Buchanka” เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1941 ในสมัยสงครามโลก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังผลิตอยู่ และมีสโลแกนว่า “ทำไมต้องคิดค้นสิ่งใหม่เมื่อสิ่งเก่ายังทำงานได้ดีอยู่”
  • จะแวะถ่ายรูปจุดสวยๆ หลายจุด เช่นถ้ำ น้ำตกน้ำแข็งที่เกิดจากน้ำแข็ง (ในแต่ละปีมีรูปร่างต่างกันไป) ตามสภาวะของอากาศ ความหนาวเย็น และสายลม ชม แหลมคอร์กอย ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการพบ “ซากกำแพงหินโบราณ” ที่สันนิษฐานว่าอาจเคยใช้เป็นแนวป้องกันข้าศึกในอดีต

เดินทางสู่ เกาะโอกอย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอลคลอน ตั้งอยู่ในเขตทะเลน้อย สถูปพุทธแบบทิเบต สูง 8 เมตร ประดิษฐานบนเกาะเมื่อปี 2005 เพื่อศักการะบูชาบนเกาะ Cape Dragon Island Ogoy อยู่ที่ปลายแหลมของเกาะ เป็นจุด Check in สำคัญของทริปไบคาลจุดหนึ่ง

  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Mini Hotel Guest house หรือเทียบเท่า มีน้ำอุ่น มี Heater

Day 4 : Shaman Rock – Three Rock – Khoboy Cape (B/L/D)

  • แหลมบูรคาน หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของทะเลสาบไบคาล ที่เป็นที่ตั้งของ “โขดหินชามาน” สถานที่ประกอบพิธีกรรมของหมอผีสื่อวิญญาณตามความเชื่อของชาวไบคาล ก่อนการเผยแพร่ศาสนาพุทธจากทิเบตมายังบริเวณนี้ พร้อมกันกับที่ให้เวลาท่านได้ถ่ายภาพทิวทัศน์ไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • รู้จักชาว ชามาน เกาะ Olkhon นั้นเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมือง Buryat ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยทางตอนเหนือของ Mongols เกาะนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของชาแมนในซีกโลกเหนือและเชื่อกันว่าเป็น“ หนึ่งในห้าพื้นที่” ของพลังงานชามานิก
  • เสาไม้แกะสัญลักษณ์ เป็นความเชื่อของชาวชามาน ถูกหุ้มด้วยริบบิ้นสีสดใสพริ้วไหวในสายลม เสาทั้ง 13 ต้นนี้เป็นตัวแทนของเทพเจ้า 13 องค์ของเกาะ ถ่ายรูปกับน้ำแข็งรูปทรงแปลกตาสีฟ้า สีส้มตามการสะท้อนของแสงแดดและท้องฟ้า
  • ชมหินสามพี่น้อง หรือ THREE BROTHER ROCK ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่ามีพี่น้องสามตนซึ่งเป็นนกอินทรี พวกเขาจะบินเหนือเกาะและเพลิดเพลินกับท้องฟ้า ครั้งหนึ่งพวกเขาผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับพ่อ เขาได้กินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เขาจึงถูกสาบให้กลายเป็นหิน
  • แหลมโคบอย ทางตอนเหนือสุดของเกาะโอลคอน พร้อมสัมผัสความงามของผืนน้ำแข็งสีฟ้าแวววาวที่โด่งดังในช่วงฤดูหนาว แนวถ้ำน้อยใหญ่
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Mini Hotel Guest house หรือเทียบเท่า มีน้ำอุ่น มี Heater
  • ถ่ายรูปฟองอากาศแข็งตัว • ลายน้ำแข็งที่ร่อนร้าว • ก้อนน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา • น้ำตกน้ำแข็ง • ถ้ำน้ำแข็ง • รถตู้ UAZ

Day 5 : Ice crossing – Chivyrkuy Bay – Sacred Nose Penninsula (B/L/D)

  • เดินทางข้ามแผ่นน้ำแข็ง Ice crossing ผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่ข้ามไปยังอีกฝั่งชม Chivyrkuy Bay อ่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดของทะเลสาบไบคาลฝั่งตะวันออก ท่ามกลางภูเขาหิมะสีขาวและน้ำแข็งสีฟ้าใสในทะเลสาบ
  • Sacred Nose Penninsula อันเป็นคาบสมุทรที่เปรียบเสมือนจมูกแห่งไบคาลก็ว่าได้ เป็นคาบสมุทรขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวในทะเลสาบ Baikal 53 กิโลเมตรและกว้างถึง 20 กิโลเมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ 1877 เมตร มีลำธารและแม่น้ำหลายสิบสายไหลผ่าน ชมทะเลสาบไบคาลในมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็น
  • พักที่ Chivyrkuy Bay

Day 6 : Barguzin Bay – Ulan Ude – Ivolginsky Datsan – Lenin Head (B/L/D)

  • เดินทางสู่ Barguzin Bay ข้ามผืนแผ่นน้ำแข็ง อันกว้างใหญ่ สู่ชายฝั่งตะวันออกของทะเลสาบไบคาล ชมความสวยงามอันน่าตื่นตาซึ่งถูกขนานนามว่า “end of the world”
  • เดินทางเข้าสู่เมือง Ulan-Ude เมืองหลวงของสาธารณรัฐบูเรียเตียของประเทศรัสเซียและยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของแคว้นไซบีเรียด้วย ส่วนตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซเลนกาโดยทางฝั่งใต้จะเป็นทะเลทรายยาวไปจนถึงมองโกเลีย เมืองที่ตั้งริมฝั่งแม่น้ำ Uda ยังมีกลิ่นอายของความเป็นเอเชียหลงเหลืออยู่มาก
  • วัดไอโวลกินสกี้ ดัตซัน วัดของพุทธศาสนานิกายมหายานที่ก่อสร้างตามสไตล์ของทิเบตมีคัมภีร์โบราณภาษาทิเบตและต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นสมบัติอันล้ำค่า สร้างขึ้นในปี 1945 ในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณแห่งพุทธศาสนา
  • Lenin Head รูปปั้นศรีษะของเลนินขนาดยักษ์ ผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิสคนแรกของโซเวียต รูปหล่อนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2513 มีความสูง 7 เมตร และหนัก 42 ตัน ตั้งอยู่ ณ จัตุรัสใจกลางเมือง ถนนสายหลักในเมือง ยังคงชื่อ Lenina Street ที่เป็นที่ตั้งของทั้งพิพิธภัณฑ์, โรงแรม และร้านค้าต่างๆ มากมาย
  • เดินเล่นที่ย่าน Arbat ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าของ Ulan Ude ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศร้านรวง และอาหารท้องถิ่นหลากเมนูที่ขึ้นชื่อ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Hotel Buryatia หรือเทียบเท่า

Day 7 : Ulan Ude – Irkutsk (B/L/D)

  • นั่งรถไฟทรานไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) สู่เมือง Irkutsk ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชม. พบกับทัศนียภาพอันสวยงามระหว่างการเดินทางบนเส้นทางระดับตำนานเส้นนี้ ที่มีชื่อเสียงดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

Day 8 : Irkutsk – Murmansk (B/L/D)

  • นำท่านเที่ยวชมภายในตัวเมืองอิรคุตสค์ อาทิเช่น เขตประวัติศาสตร์ ย่าน 130 ที่เต็มไปด้วยอาคารไม้ตามแบบสมัยต้นศตวรรษที่ 18
  • ถนนคาร์ล มาร์กซ์ ที่รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสมัยปลายศตวรรษที่ 19 โบราณสถานสำคัญภายในสำนักชี
  • อนุสาวรีย์ยาคอฟ โปคาบอฟ ผู้ก่อตั้งเมืองอิรคุตสก์
  • ประตูชัยมอสโก อนุสรณ์แห่งการครองราชย์ครบ 10 ปีของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1
  • เปลวไฟนิรันดร์ ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารเกณฑ์จากดินแดนไซบีเรียผู้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมนสกี ซึ่งเป็นอาคารที่เคยถูกใช้งานหลากหลายรูปแบบตลอดสมัยจักรวรรดิรัสเซียและโซเวียต
  • อนุสาวรีย์นายพลคอลชัค หนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มรัสเซียขาวในสงครามกลางเมืองหลังการปฏิวัติรัสเซีย
  • อนุสาวรีย์จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ดำริให้สร้างทางรถไฟประวัติศาสตร์สายทรานส์ไซบีเรีย
  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางสู่เมืองมูรมันสค์
  • เดินทางเข้าที่พักในเมือง Murmansk ***หลังเชคอินโรงแรม ถ้าอากาศเปิดนำท่านออกล่าแสงเหนือ

Day 9 : Murmansk – Teriberka (B/L/D)

  • นำท่านเดินทางเข้าสู่เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) ซึ่งเป็นเมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แถบชายผั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • เที่ยวชมบริเวณ อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan จากนั้นเยี่ยมชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจอีกด้วย
  • รับประทานอาหารเที่ยงแบบปิคนิค พาท่านเที่ยวชมเมืองเทอริเบอก้า จนได้เวลาอันสมควร จึงนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองมูรมันสค์
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ โดยปรากฏการณ์ แสงออโรร่านั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้นด้วย

*** หากเส้นทางไปเทอริเบอก้า ไม่สามารถเดินทางได้ เช่นหิมะตกหนัก ถนนปิด เราจะเปลี่ยนเส้นทางไปที่  Safari Snow Village แทน ***

  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Murmansk

Day 10  : Murmansk – Sami Village  (B/L/D)

  • พาชม หมู่บ้านซามี่ (Sami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง
  • ฟาร์มกวางเรนเดียร์ ภายในหมู่บ้านจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆ อีกมากเช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Murmansk 

Day 11 : Murmansk – Moscow – Bangkok (B/-/-)

  • ชมอนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 12 : Bangkok

  • กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ทริปรีวิว

ทริปใกล้เคียง

ทริปน่าสนใจ

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย

Categories
Uncategorized

ทัวร์มูรมันสก์รัสเซีย นั่งรถไฟชมแสงเหนือ

ทัวร์มูรมันสก์

Arctic Railway นั่งรถไฟใต้แสงเหนือที่กำลังเต้นระบำท่ามกลางหมู่ดาว

สรุปเนื้อหาทัวร์มูร์มันสก์

ทัวร์มูรมันสก์ พาทุกท่านเดินทางสู่ดินแดนเหนือสุดในเขตอาร์คติดในช่วงเวลาที่ท้องฟ้ามีแต่สีชมพูเนื่องจากปรากฏการณ์ Polar Night ที่พระอาทิตย์จะไม่โผล่พ้นขอบฟ้า

พานั่งรถไฟ Arctic Railway ซึ่งมีเพียงสองขบวนในโลก เฝ้าดูแสงเหนือเต้นระบำท่ามกลางหมู่ดาวอันแวววาวผานหน้าต่างของรถไฟ โรแมนติกกว่านี้มีอีกไหม

นอกจากนั้น ทัวร์มูรมันสก์ของเราจะพาคุณออกล่าแสงเหนือในมูร์มันสก์ทุกคืนที่ฟ้าเปิด รวมถึงกิจกรรมสนุกๆจัดเต็ม เก็บภาพเก็บคลิปมาจนเม็มเต็ม 

เส้นทางนี้นำเสนอ 2 โปรแกรมล่าแสงเหนือ แตกต่างกันที่โปรแกรม 7 วัน จะเน้นเฉพาะมูร์มันสก์ ส่วนโปรแกรม 10 วัน จะเพิ่ม ST. Peterburg และ Moscow เข้ามาด้วย

รัสเซีย
มูร์มันสก์
7-10 วัน
Aeroflot
4*
Minibus
20
ง่าย

วันที่ ค่าทริป

รอการอัพเดท

รูปแบบ ทัวร์รัสเซีย มูรมันสก์

ราจะรวมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว ไปแต่ตัว กับ Pocket money สำหรับช้อปปิ้ง (ยกเว้นสินน้ำใจให้ไกด์) เริ่มต้นตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป

Deluxe Trip
รวม
: ตั๋วเครื่องบิน • Visa • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้า • ค่ากิจกรรม • ยานพาหนะ • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : Mini bus, Vip Coach

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

โปรแกรม

Day 1 : Bangkok – Moscow – Murmansk

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

Day 2 : Murmansk – Teriberka

  • เดินทางสู่ เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) เมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แคว้นชายฝั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan ชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจ
  • อนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้นรุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์

Day 3 : Murmansk – Sami Village

  • เดินทางสู่ หมู่บ้านซามี่ (Saami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า ภายในจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆอีกมากมาย เช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชม Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสุขภาพที่ดี รวมถึงเรื่องความรักก็จะสมปรารถนาอีกด้วย
  • เที่ยวชมความน่ารักและให้อาหารฝูงกวางใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ จากนั้นท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • Husky Farm ให้ท่านได้ชมความน่ารักของสุนัขแสนรู้ ฮัสกี้ เป็นสุนัขพันธุ์ฉลาดเฉลียวและแข็งแรงมาก โดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเทียมสุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding)
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Kirovsk

Day 4 : Snowmobiles – Snow village

  • เดินทางสู่ภูเขาคิบินี (Khibiny Mountains) จุดศูนย์กลางของคาบสมุทรโคล่า สนุกสนานไปกับการนั่ง Snowmobile กลางทุ่งหิมะอันหนาวเย็นท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบน้ำแข็งของภูมิประเทศเขตอาร์กติกที่ไม่เหมือนใคร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหิมะ (Snow Village) ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆที่สวยงาม มีทั้งอาคาร,รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำ, เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • เตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเมือง Petrozavodsk ด้วย Night Arctic train (พักห้องละ 4 ท่าน)

Day 5 : Petrozavodsk

  • ตื่นรับแสงแรกแห่งวันบนเส้นทางสาย Arctic Train ถึงเมือง Petrozavodsk เวลา 50 น. เมือง “เปโตรซาวอดสค์”  อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในสมัยจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่ในสมัยโซเวียตเคยถูกยึดครองโดยกองทัพฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ลึกลับบนท้องฟ้าในช่วงปี ค.ศ. 1977
  • ชมวิวเขตปกครองพิเศษคาเรเลีย ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สีขาวจากหน้าต่างรถไฟ
  • เดินทางถึง Petrozavodsk เมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ “โอเนกา” ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคนี้
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Petrozavodsk

Day 6 : Petrozavodsk – Moscow – Bangkok

  • เดินทางไปยัง Moscow โดยสายการบินภายในประเทศ
  • แวะช้อปปิ้งที่ ตลาดอิสไมโลโว ตลาดขายของฝากราคาไม่แพง สินค้าที่ขึ้นชื่อได้แก่ตุ๊กตาแม่ลูกดก งานไม้ต่างๆ
  • เตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเชเรมิตเตโวเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

 Day 7 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – Moscow – St.Petersburg

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • เดินทางถึงเซนท์ปีเตอร์เบิร์ก เดินทางเข้าเมือง
  • คืนนี้พักที่ Best western Hotel หรือเทียบเท่า

Day 2 : St.Petersburg

  • เมือง peterburg ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เดิมชื่อว่าเมืองเปโตรกราดและเลนินกราด เป็นเมืองท่าที่สำคัญในประเทศรัสเซียและเคยเป็นเมืองหลวงของรัสเซียนาน 206 ปี
  • ชม จัตุรัสพระราชวัง ศูนย์กลางของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกหนึ่งมรดกโลก ที่นี่ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในทางประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซียที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการลุกฮือซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติล้มระบอบซาร์
  • พระราชวังแคทเธอรีน ตั้งอยู่ในเมือง Pushkin เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่งดงามมาก สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ในปี คศ. 1717 เพื่อเป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อนกับพระมเหสี พระนางแคทเธอรีนที่ 1 สีของพระราชวังนี้สีฟ้าแทนพระเนตรของพระนางเเละสีทองแทนพระเกศา มีสวนแห่งความสุข ความทรงจำและห้องภาพต่างๆด้วยศิลปะคลาสสิกภายในเน้นตกแต่งประดับประดาผนังห้องด้วยลายปูนปั้นต่างๆ เพดานเขียนภาพแฟรสโก้
  • ห้องอำพัน ตั้งอยู่ภายในพระราชวังแคทเธอรีน เป็นห้องที่ผนังทำด้วยอำพันทั้งสิ้น 6 ตัน ทั้งห้องตกแต่งด้วยทองคำเปลวและกระจก มีความมหัศจรรย์ สวยงามเป็นอย่างมากจนทุกคนต้องตลึง
  • วิหารเซนต์ไอแซค ใช้เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญต่างๆ เช่นพิธีราชาภิเษกหรือใช้ทำพิธีก่อนพระราชาจะออกไปรบ โดมของวิหารประดับด้วยทองคำแท้น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ด้านนอกเป็นเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ จึงทำให้มีความโดดเด่นเป็นสง่า มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • อนุสาวรีย์ซาร์ปีเตอร์บนหลังม้า เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช ผู้ซึ่งวางรากฐานอันมั่นคงให้กับเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กรวมถึงจักรวรรดิรัสเซีย
  • จัตุรัสรัฐสภา อดีตเคยเป็นจตุรัสกลางเมือง เคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Decemrists square ในปี 1925 เพื่อระลึกถึงการครบรอบ 100 ปีของการเกิดปฏิวัติเดือนธันวาคมในปี 1825 และถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในปี 2008 มาเป็น Senetor square จนถึงทุกวันนี้
  • สเตรลคา (Strelka) หรือ “แหลม” ในภาษาอังกฤษ เป็นจุดชมวิวมหานครที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากจุดนี้สามารถชมเมืองเป็นฉากหลงอันยิ่งใหญ่ มีแม่น้ำเนวาอันกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า
  • Rostral column เสาหินสีแดง 2 ต้น สร้างเมื่อ ค.ศ. 1810 เคยเป็นประภาคารสำหรับการเดินเรือ เสา 2 ต้นนี้ สูง 32 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะวาซิลเยฟสกี้ฝั่งแม่น้ำเนวา ตรงข้ามพระราชวังฤดูหนาว (Hermitage) อีกด้านของเสาเป็นอาคารตลาดหลักทรัพย์ รูปแบบเสาเป็นรูปหัวเรือและมีแม่ย่านางเรือ ฐานสลักหินรูปเทพเจ้า Neptune และ Merkury เทพผู้ปกครองท้องทะเลและการเดินเรือ
  • ชม “ป้อมปีเตอร์และปอล” ตั้งอยู่บน เกาะวาซิลเยฟสกี้ เป็นสิ่งก่อสร้างแรกที่สร้างในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตั้งอยู่ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนวา ป้อมปราการสร้างขึ้นเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม เพื่อคุ้มกันเมืองจากศัตรูทางน้ำ รวมถึง อนุสรณ์แห่งชัยชนะสงครามเหนือสวีเดน
  • คืนนี้พักที่ Best western Hotel หรือเทียบเท่า

Day 3 : St.Petersburg – Murmansk

  • นำชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเฮอร์มิเทจ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก อาคารจัดแสดงหลักตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนวา อดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งรัสเซียในช่วงฤดูหนาว รวบรวมผลงานชิ้นเอกของศิลปินระดับโลก เครื่องใช้ของราชวงศ์ รวมถึงบรรณาการจากราชวงศ์ทั่วโลก จัดแสดงในห้องซึ่งประดับประดาอย่างงดงามกว่าพันห้อง
  • ชม “ถนนเนฟสกี” ถนนสายหลักใจกลางเมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์อาคารซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18
  • ออกเดินทางไปยังมูรมันสค์ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์ หลังเชคอินพาท่านออกล่าแสงเหนือ

Day 4 : Murmansk – Teriberka

  • เดินทางสู่ เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) เมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แถบชายฝั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan ชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจ
  • อนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 35.5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์

Day 5 : Murmansk – Sami Village

  • เดินทางสู่ หมู่บ้านซามี่ (Sami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า ภายในจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชม Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสุขภาพที่ดี รวมถึงเรื่องความรักก็จะสมปรารถนาอีกด้วย
  • เที่ยวชมความน่ารักและให้อาหารฝูงกวางใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ จากนั้นท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • Husky Farm ให้ท่านได้ชมความน่ารักของสุนัขแสนรู้ ฮัสกี้ เป็นสุนัขพันธุ์ฉลาดเฉลียวและแข็งแรงมาก โดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเทียมสุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding) ได้เวลาสมควรเดินทางต่อสู่เมือง Kirovsk
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Kirovsk

Day 6 : Snowmobiles – Snow village

  • เดินทางสู่ภูเขาคิบินี (Khibiny Mountains) จุดศูนย์กลางของคาบสมุทรโคล่า สนุกสนานไปกับการนั่ง Snowmobile กลางทุ่งหิมะอันหนาวเย็นท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบน้ำแข็งของภูมิประเทศเขตอาร์กติกที่ไม่เหมือนใคร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหิมะ (Snow Village) ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆที่สวยงาม มีทั้งอาคาร,รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำ, เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • เตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเมือง Petrozavodsk ด้วย Night Arctic train (พักห้องละ 4 ท่าน)

Day 7 : Petrozavodsk

  • ตื่นรับแสงแรกแห่งวันบนเส้นทางสาย Arctic Train ถึงเมือง Petrozavodsk เวลา 14.50 น. เมือง “เปโตรซาวอดสค์”  อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในสมัยจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่ในสมัยโซเวียตเคยถูกยึดครองโดยกองทัพฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ลึกลับบนท้องฟ้าในช่วงปี ค.ศ. 1977 
  • ชมวิวเขตปกครองพิเศษคาเรเลีย ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สีขาวจากหน้าต่างรถไฟ ช่วงบ่าย เดินทางถึง Petrozavodsk เมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ “โอเนกา” ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคนี้
  • พักที่ Petrozavodsk

Day 8 : Petrozavodsk – Moscow

  • เดินทางไปยังเมือง Moscow โดยสายการบินภายในประเทศ
  • นำชม จัตุรัสแดง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยให้กับพระราชวังเครมลิน จึงเป็นลานประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงมอสโกที่มีความสำคัญ เป็นแลนมาร์คของรัสเซียมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยก่อน ต่อมาได้ถูกปรับปรุงพัฒนาตามยุคสมัย และรายล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่างมากมาย นอกจากนั้นจัตุรัสแดงยังถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการเดินสวนสนามของทหาร การประกอบพิธีสำคัญระดับประเทศ
  • ห้างสรรพสินค้า GUM ตั้งอยู่ย่านจัตุรัสแดง เป็นห้างที่เก่าแก่มากที่สุดในกรุงมอสโก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1895 มีความโดดเด่นขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมแบบยุคโบราณที่สวยงามโดดเด่น ลักษณะของห้างสร้างเป็นตัวอาคารสูง 3 ชั้น ภายนอกดูหรูหรา ตกแต่งได้อย่างสวยงาม ภายในโออ่าใหญ่โต มีสินค้าให้เลือกมากมาย
  • สุสานเลนิน หลังจากที่ วลาดีมีร์ เลนิน อดีตผู้นำปฏิว้ติรัสเซียได้เสียชีวิตลงแล้ว ก็ได้มีการสร้างสุสานเลนินขึ้นมาที่บริเวณจตุรัสแดง กลางกรุงมอสโก จนแล้วเสร็จ เมื่อปี ค.ศ. 1929 รูปแบบของสุสานมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นทรงพีระมิด มีความสูงราว 12 เมตร โดยมีกระบวนการต่างๆที่เก็บรักษาร่างของเลนินไว้ เช่น การเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นต้น สำหรับสุสานเลนินแห่งนี้ได้เปิดให้ประชาชนได้เคารพศพและเข้าชมอีกด้วย
  • วิหารเซนต์บาซิล ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสแดง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1555 เพื่อฉลองชัยชนะเหนือมองโกลที่ยกทัพมาเมืองคาซาน ด้วยรูปแบบของวิหารเซนต์บาซิล ที่มีลักษณะแปลกตาแต่สวยงามลงตัว เพราะสร้างให้มีโดมรูปทรงหัวหอม 8 โดม ล้อมรอบโดมที่ 9 ซึ่งอยู่ตรงกลาง จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ในกรุงมอสโกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงดึงดูดความสนใจของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
  • อนุสาวรีย์มินินและโปชาร์สกี อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสแดง เป็นอนุสาวรีย์ที่หล่อด้วยทองสำริด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2361 หลังจากที่มินินและโปชาร์สกี้ สองผู้นำอาสาสมัครนำกองกำลังเพื่อต่อสู้กับกองทัพโปลที่เข้ามารุกรานในเขตเครมลิน จนได้รับชัยชนะในที่สุด จึงมีการสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้นมา
  • คืนนี้พักที่ Best western หรือเทียบเท่า

Day 9 : Moscow – Bangkok

  • เครมลินแห่งกรุงมอสโก สถานที่ซึ่งมากไปด้วยความสำคัญของรัสเซีย เพราะเป็นคำเรียกป้อมปราการในกรุงมอสโก มีความสำคัญคือเป็นศูนย์กลางของกรุงมอสโกมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 มาจนถึงปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นศูนย์รวมอำนาจรัฐของรัสเซียมาจนถึงปัจจุบัน เครมลินจึงเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายแห่ง และใช้เป็นที่พักอาศัยของผู้นำรัสเซีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก เมื่อ ค.ศ. 1990
  • หอระฆังพระเจ้าซาร์อิวานมหาราช สร้างโดยเจ้าชายอิวาน ความสูงมากถึง 81 เมตร จึงกลายเป็นหอระฆังที่มีความสูงมากที่สุดในโลก ส่วน “ระฆังพระเจ้าซาร์” เป็นระฆังที่มีน้ำหนักกว่า 200 ตัน จึงถูกเรียกว่าเป็นระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน ตัวระฆังภายนอกได้ถูกสลักลวดลายต่างๆไว้อย่างวิจิตรสวยงาม
  • ชม ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ เป็นปืนที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1586 ขนาดของปืนมีน้ำหนักมากถึง 40 ตัน จึงกลายเป็นปืนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณด้านหน้าปืน ปรากฎลูกกระสุนอยู่ 4 ลูก โดยแต่ละลูกมีน้ำหนักราว 1 ตัน
  • ชมภายใน จัตุรัสวิหาร ที่ล้อมรอบด้วยวิหาร 3 แห่ง ซึ่งเคยใช้ประกอบพิธีของสมาชิกราชวงศ์โรมานอฟ ได้แก่วิหารแม่พระรับเกียรติ ที่ใช้ประกอบพิธีราชาภิเษก วิหารแม่พระรับสาร โบสถ์ประจำราชวงศ์สำหรับงานพิธีมงคล และ วิหารอัครทูตสวรรค์ สถานที่บรรจุพระศพของสมาชิกราชวงศ์ซาร์รัสเซียยุคก่อนจักรวรรดิ
  • แวะช้อปปิ้งที่ ตลาดอิสไมโลโว ตลาดขายของฝากราคาไม่แพง สินค้าที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ตุ๊กตาแม่ลูกดก งานไม้ต่างๆ
  • ได้เวลาสมควรเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเชเรมิตเตโว เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 10 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

ทริปรีวิว

ภาพบางส่วนจากทริปของเรา ประสพการณ์จัดทริป กว่ 15 ปีของเรา ทริปที่เราออกแบบและสำรวจเองทำให้เรารู้ว่าสิ่งไหนที่จะทำให้สนุก คุ้มค่า คุ้มเวลา ราบลื่น และได้มุมภาพที่สวยที่สุดให้กับผู้เดินทางทุกคน

ทริปใกล้เคียง

ทริปน่าสนใจ

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย

Categories
Uncategorized

ทัวร์โลโฟเทน นอร์เวย์

ทัวร์โลโฟเทน

สถานที่ล่าแสงเหนือที่ดีที่สุดในโลก โลโฟเทน แลปแลนด์ สู่มูร์มันสก์ แห่งรัสเซีย

สรุปเนื้อหาทัวร์โลโฟเทน

เขตอาร์คติก เป็นพื้นที่ ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือ เราขอนำเสนอ 2 โปรแกรม ให้คุณได้เลือกออกล่าแสงเหนือ พิเศษกว่านั้นเราจะพาล่าแสงเหนือทุกคืนที่ฟ้าเปิด

ทัวร์โลโฟเทน 10 วัน เน้นล่าแสงเหนือในเขตประเทศนอร์เวย์ โลโฟเทน เซนจา และทรอมโซ ใช้เวลาเต็มที่เพื่อรอคอยสิ่งที่ตั้งใจหวัง

ทัวร์โลโฟเทน 14 วัน  แลปแลนด์ มูร์มันสก์ ที่แรกและที่เดียวที่จะพาคุณข้ามแดนสู่มูรมันสก์แห่งรัสเซีย  นอกจากไฮไลท์ที่  โลโฟเทน เซนจา และทรอมโซ เรายังพาคุณข้ามสู่ทุ่งหญ้าทุนดร้าแห่งแลปแลนด์ ผ่านเมือง อบิสโก้ (สวีเดน) คิรูนา โรวาเนียมี ไปนอนที่อิกลูแห่ง Kakslautan (ฟินแลนด์) และข้ามแดนสู่มูร์มันสก์แห่งรัสเซีย เรียกว่า สุด Exclusive ที่น้อยคนนักในโลกนี้จะทำแบบเรา เรียกว่า ครบ จบในทริปเดียว สำหรับการล่าแสงเหนือ

นอร์เวย์
โลโฟเทน
10-14 วัน
TG
Robuer
ตู้/บัส
4-20
สบายๆ

วันที่ ค่าทริป

รอการอัพเดท

รูปแบบ ทัวร์โลโฟเทน

ทัวร์โลโฟเทน เซนจา ทรอมโซ  แลปแลนด์ มูร์มันสก์ ล่าแสงเหนือ จัดได้หลากหลายรูปแบบ ตามไลฟ์สไตล์ สามารถจัด Option เสริม ได้เช่นช่างภาพ ทัวร์ผู้สูงวัยหรือ Pre wedding Theme

กดดู ความแตกต่าง & เงื่อนไข ได้จากหัวข้อด้านล่างนี้ ** โปรดอ่านก่อนเลือกรูปแบบทริป**

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก หรือทริปที่เป็นทางการ เราจะรวมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว ไปแต่ตัว กับ Pocket money สำหรับช้อปปิ้ง (ยกเว้นสินน้ำใจให้ไกด์)

Deluxe Trip
รวม
: ตั๋วเครื่องบิน • Visa • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้า • ค่ากิจกรรม • ยานพาหนะ • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : Mini bus, Vip Coach

ทัวร์ลักษณะเฉพาะ เหมาะกับกลุ่มไม่เกิน 6 ท่าน หรือเคยเที่ยวแนวนี้มาก่อน เน้นเที่ยวเยอะ ลุยๆหน่อย  เราจะใช้รถตู้ขนาด 9 ที่นั่งในการเดินทางโดยมี Driver Guide ชาวไทยนำทริป (รอรับที่สนามบินปลายทาง)

จุดเด่น

  • Driver Guide อัธยาศัยดี ช่วยเหลือ สื่อสารง่าย 
  • อิสระเรื่องเวลา
  • ไม่ต้องมัวรอเข้าร้านอาหารตามเวลา
  • ไปได้ในจุดที่ทัวร์ทั่วไปไม่ไปกัน
  • เน้นเที่ยวเป็นหลัก

ข้อจำกัด

  • ขนาดกระเป๋าที่จำกัดไว้ 26 นิ้ว คนละ 1 ใบ
  • รถตู้อาจจะนั่งไม่สบายเหมือนรถใหญ่ 
  • ควรช่วยเหลือตนเองได้บ้าง เช่นการสั่งอาหาร ยกกระเป๋าเอง เพราะจะไม่มี Bell ช่วยยกกระเป๋าเข้าห้อง

Road Trip
รวม
: Visa •  โรงแรมพร้อมอาหารเช้า • กิจกรรม • ค่าเข้าชม • ยานพาหนะทุกอย่าง • ประกันอุบัติเหตุ 
ไม่รวม : ตั๋วเครื่องบิน • อาหารกลางวันและเย็น • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว • ค่าทิปไกค์
ที่พัก : ระดับ 3-4 ดาว
วิธีเดินทาง : รถตู้ 9 ที่นั่ง

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

โปรแกรม

Day 1 : Bangkok

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 2 : Oslo – Leknes – Haukland Beach – Uttakleiv Beach  Hamnoy

  • ถึง Oslo จากนั้นนำท่านต่อเครื่อง ไปยังเมือง Leknes โดยสายการบินในประเทศ
  • ชมหาด Haukland Beach เป็นอีกหาดยอดนิยม เป็นทั้งจุดถ่ายแสงเหนือ จุดถ่าย Seascape และเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเขา
  • ชมหาด Uttakleiv Beach ซึ่งเป็นหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดใน Lofoten เป็นหาดที่มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายเป็นรูปร่างต่างๆ
  • ชม Hamnoy ซึ่งมีอาชีพหลักๆ คือ การเลี้ยงปลาแซลมอนและปลาคอดในฟาร์ม เดิมจะเชื่อมกับหมู่บ้าน Reine โดยเรือข้ามฟาก แต่ปัจจุบันมีสะพานเป็นทางเชื่อม บนเส้นทาง E10
  • เข้าที่พัก หมู่บ้าน Hamnoy

Day 3 : Reine – Sakrisøy – Å village – Fishing village

  • หมู่บ้าน Reine หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศนอร์เวย์
  • ชม Sakrisøy หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่มีบ้านสีสันแตกต่างจากหมู่บ้านอื่น
  • ชมเมือง Å เมืองที่อยู่ปลายสุดของถนนสาย E10 ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงนอร์เวย์
  • เข้าชม Norwegian Fisherman Village สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี
  • พักกันที่บ้านชาวประมงริมน้ำในหมู่บ้าน Reine

Day 4 : Fredvang – Eggum – Nusfjord

  • เดินทางสู่หมู่บ้าน Fredvang ชมสะพาน Fredvang ที่มีลักษณะเฉพาะตัวของนอร์เวย์ และชมหาด Sandbotnen
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ EGGUM ป้อมปราการขนาดใหญ่และซากปรักหักพังตั้งแต่สมัยสงครามโลก
  • หมู่บ้านนุสฟยอร์ด (Nusfjord) เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่มีชื่อเดียวกับฟยอร์ดอันงดงาม
  • คีนนี้เราจะพักกันที่เมือง Svolvaer

Day 5 : Svolvaer – Henningsvaer – Kabelvag – Narvik

  • ชม Henningsvaer เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอย่างคึกคัก
  • ชมเมือง Kabelvag ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่อีกที่หนึ่ง พาท่านเดินเล่นรอบเมือง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Narvik

Day 6 : Narvik – Senja – Gryllefjord Fishing Village

  • เดินทางสู่ Senja (ประมาณ 3 ชม) ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศนอร์เวย์
  • ชมจุดชมวิวเมดฟยอร์ดโบทน์ (Medfjordbotn) ของเส้นทางธรรมชาติอันรายล้อมไปด้วยขุนเขากับฟยอร์ด
  • จากนั้นนำเดินทางต่อไป ตุงเกอเนสเซท (Tungeneset) อีกหนึ่งจุดชมวิวที่เป็นทางเดินเรียบชายทะเลพร้อมวิว ของเทือกเขาโอคชอร์นัน (Okshornan)
  • เดินทางสู่ เบิร์กโบทน์ (Bergsbotn) จุดชมวิวที่เป็นสะพานไม้ยาว 44 เมตร รายล้อมด้วยขุนเขาและสามารถชมวิวของเบิร์กฟยอร์ด (Bergsfjord) ที่อยู่เบื้องล่างแบบพาโนรามา
  • แวะชม หมู่บ้านชาวประมงกริลล์ฟยอร์ด (Gryllefjord Fishing Village) ซึ่งมีประชากรอยู่ราวๆ 400 คน
  • เดินทางต่อสู่ อ่าวแฮมน์ไอเซนญา (Hamn I Senja) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะเซนญาความงามของธรรมชาติและแสงเหนือ
  • คืนนี้พักที่ Senja*หากอากาศเปิดพาออกล่าแสงเหนือ

Day 7 : Senja – Arctic Cathedral – Storsteinen mountain

  • ไปยัง เมืองทรอมโซ (TROMSO) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์ อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ในเขตอาร์คติกเซอร์เคิลอีกด้วย
  • ชมมหาวิหารทรอมโซ (Tromso Cathedral) มหาวิหารไม้ที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเก่าแก่ที่สุด
  • นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ ยอดเขาสโตรสไตเนิน เป็นยอดเขาสูง
  • ชม มหาวิหารอาร์คติก (ARCTIC CATHEDRAL) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างขึ้นในปี 1965 มีภาพประดับกระจกใหญ่ที่สุดในยุโรป
  • จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง ทรอมโซตามอัธยาศัย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Tromso

Day 8 : Sami village – Reindeer Farm

  • ไปยัง หมู่บ้านชาวซามิ (SAMI VILLAGE) ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บริเวณ เมืองทรอม
  • เดินทางสู่ ฟาร์มกวางเรนเดียร์ (REINDEER FARM) ยานพาหนะของซานตาครอส โดยท่านสามารถสัมผัส ให้อาหาร และถ่ายรูปกับกวางเรนเดียร์ได้อย่างใกล้ชิด
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Tromso

Day 9 : Day 9 Tromso – Oslo

  • นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับออสโล โดยสายการบิน ในประเทศ
  • เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

Day 10 : Day 10 Arrive Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

Day1 : Bangkok

  • นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • ออกเดินทางไปยังเมืองมูร์มันสค์ ประเทศรัสเซีย
  • ถึงสนามบินมูร์มันสค์
  • จากนั้นนำท่านเข้าพักที่โรงแรม

Day 2 : Murmansk – Teriberka

  • นำท่านเดินทางเข้าสู่เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) ตั้งอยู่ในแคว้นมูร์มันสค์ แถบชายผั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea)
  • เที่ยวชมบริเวณ อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ
  • พาท่านเที่ยวชม เมืองเทอริเบอก้า จนได้เวลาอันสมควร จึงนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองมูร์มันสค์
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า โดยปรากฏการณ์ แสงออโรร่านั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้นด้วย

*** หากเส้นทางไปเทอริเบอก้า ไม่สามารถเดินทางได้ เช่นหิมะตกหนัก ถนนปิด เราจะเปลี่ยนเส้นทางไปที่  Safari Snow Village แทน ***

  • คืนนี้เราจะพักกันที่ AZIMUT Hotel Murmansk หรือเทียบเท่า

Day 3  : Murmansk – Sami Village – Alyosha Memorial

  • เดินทางไปยัง หมู่บ้านซามี่ (Saami Village) ประมาณ 2 ชมหมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า
  • Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง
  • ฟาร์มกวางเรนเดียร์ ภายในหมู่บ้านจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆอีกมากเช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชมอนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียต
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า โดยปรากฏการณ์ แสงออโรร่านั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้นด้ว
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง AZIMUT Hotel Murmansk หรือเทียบเท่า

Day 4: Murmansk — Ivalo – Saarieselka

  • เดินทางสู่ เมือง ซาลิเซก้า (Saariselka) ประมาณ 5 ชม. เมืองท่องเที่ยวตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฟินแลนด์มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านอิกลูแคคสลอตทาเนน (IGLOO VILLAGE KAKSLAUTTANEN)
  • พักผ่อนนอนรอคอยแสงเหนือในบ้านเรือนกระจกที่สร้างด้วยเทคโนโลยีพิเศษ ทำให้รักษาอุณหภูมิภายในห้องไว้ได้ และไม่ถูกน้ำแข็งเกาะแม้ว่าอุณหภูมิภายนอกจะติดลบก็ตาม
  • พักผ่อนเอาแรง รอคอยสัญญาณปลุกเพื่อชมแสงเหนือภายในห้องของท่าน ที่ KAKSLAUTTANEN RESORT

***หากต้องการออกล่าแสงเหนือ โดยการนั่ง Snow Mobileสามารถซื้อกิจกรรมเพิ่มได้***

Day 5  : Rovaniemi – Santa Claus Village

  • เดินทางสู่ Rovaniemi ประมาณ 3 ชม. เมืองหลวงและเมืองเศรษฐกิจหลักของฟินแลนด์ตอนเหนือ (แลปแลนด์)
  • เยี่ยมชม หมู่บ้าซานตาคลอส SANTA CLAUS VILLAGE ตั้งอยู่บนเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล ภายในหมู่บ้านมีที่ทำการไปรษณีย์ สำหรับท่านที่ต้องการส่งของขวัญไปยังคนที่ท่านรัก
  • อิสระให้ท่านเดินเล่นเที่ยวชมในหมู่บ้าซานตาคลอส
  • เดินทางเข้าสู่ที่พักที่ Lapland Hotels Ounasvaara Chalets หรือเทียบเท่า

Day 6 : Rovaniemi  – Kiruna

  • ข้ามพรมแดนฟินแลนด์ผ่านสู่สวีเดน ประมาณ 5 ชม.
  • เดินทางสู่ Kiruna เมืองที่อยู่เหนือที่สุดในประเทศสวีเดนที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 18,000 คน ในอดีตเป็นเมืองที่ผลิตแร่เหล็กที่มีชื่อเสียงของประเทศ
  • แวะชม Icehotel Jukkasjarvi โรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของโลกและใหญ่ที่สุดของโลกด้วยเช่นกัน
  • ชม โบสถ์ Kiruna Church โบสถ์เมืองคิรูน่า ซึ่งเป็นโบสถ์ไม้สักทั้งหลัง และสมบูรณ์ที่สุดในสวีเดนตอนเหนือ
  • พาท่านไปดูแสงเหนือแบบพิเศษไม่เหมือนใครที่ Aurora Sky Station โดยการนั่ง Chair Lift ขึ้นไปด้านบน ให้มืดที่สุด เพื่อจะได้เห็นแสงเหนือได้ชัดเจนที่สุด (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

***กระเช้าเปิดให้บริการในช่วงที่มีหิมะหนาเพียงพอสำหรับเล่นสกีเท่านั้น***

  • พักที่ Abisko Mountain Lodge หรือเทียบเท่า

Day 7  : Kiruna – Svolvær – Henningsvaer

  • เดินทางไปยังเมือง Svolvaer เมืองหลวงแห่ง Lofoten และเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนานถึงการตั้งถิ่นฐานในเขต Nordland
  • เดินทางต่อสู่เมือง Henningsvaer ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (RORBUER) ตั้งอยู่ริมทะเลมีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมายเป็นภาพที่สวยงาม
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Scandic Svolvær หรือเทียบเท่า

Day 8 : Henningsvaer – Fredvang village – Kvalvika Beach – Hamnoy – Sakrisøy – Reine

  • หมู่บ้าน Fredvang ประมาณ 2 ชม. ชมสะพาน Fredvang ที่มีลักษณะเฉพาะตัวของนอร์เวย์ และชมหาด Sandbotnen
  • ชมหาด Kvalvika Beach เป็นหาด 1 ใน 3 หาดที่ดีที่สุดของ Lofoten เป็นชายหาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เดินเข้าถึงได้ไม่ยากนัก
  • ชม Hamnoy ซึ่งมีอาชีพหลักๆ คือ การเลี้ยงปลาแซลมอนและปลาคอดในฟาร์ม เดิมจะเชื่อมกับหมู่บ้าน Reine โดยเรือข้ามฟาก แต่ปัจจุบันมีสะพานเป็นทางเชื่อม บนเส้นทาง E10 ที่นี่เป้นจุก hightlight ที่เมื่อพูดถึง Lofoten เราจะต้องมาที่ตรงนี้
  • ชม Sakrisøy หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่มีบ้านสีสันแตกต่างจากหมู่บ้านอื่น ตั้งอยู่ที่เชิงเขา Olstind ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สำคัญแห่งหนึ่งของ Lofoten
  • หมู่บ้าน Reine หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศนอร์เวย์ ท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของหมู่บ้านชาวประมง
  • พักที่ Lofoten

Day 9 : Å village – Fishing village Museum -Nusfjord

  • ชมเมือง Å เมืองที่อยู่ปลายสุดของถนนสาย E10 ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงนอร์เวย์
  • เข้าชม Norwegian Fisherman Village สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี
  • เดินทางสู่หมู่บ้านนุสฟยอร์ด (Nusfjord) เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่มีชื่อเดียวกับฟยอร์ดอันงดงาม เพียงแค่ได้เดินเที่ยวชมหมู่บ้านแห่งนี้ก็คุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนแล้ว
  • พักที่ Lofoten

Day 10 : Haukland Beach – Uttakleiv Beach – Narvik

  • ชมหาด Haukland Beach ประมาณ 1 ชม. เป็นอีกหาดยอดนิยม เป็นทั้งจุดถ่ายแสงเหนือ จุดถ่าย Seascape และเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเขา
  • ชมหาด Uttakleiv Beach ซึ่งเป็นหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดใน Lofoten เป็นหาดที่มีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายเป็นรูปร่างต่างๆ
  • เดินทางไปชมเมือง Kabelvag ประมาณ 30 ชม ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่อีกที่หนึ่ง พาท่านเดินเล่นรอบเมือง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Quality Hotel Grand Royal หรือเทียบเท่า

Day 11 : Narvik – Tromso – Tromso Cathedral

  • นำท่านเดินทางไปยัง เมืองทรอมโซ (TROMSO) ประมาณ 4 ชม เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์
  • ชมมหาวิหารทรอมโซ (Tromso Cathedral)มหาวิหารไม้ที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเก่าแก่ที่สุด
  • จากนั้นนำท่าน นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ ยอดเขาสโตรสไตเนิน (STORSTEINEN MOUNTAIN) เป็นยอดเขาสูงที่มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองทรอมโซ
  • ชม มหาวิหารอาร์คติก (ARCTIC CATHEDRAL) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างขึ้นในปี 1965 มีภาพประดับกระจกใหญ่ที่สุดในยุโรป
  • จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง ทรอมโซตามอัธยาศัย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Quality Hotel Saga หรือเทียบเท่า

Day 12 : Fjord Cruise & Whale Safari  –  Storsteinen Mountain

  • Fjord Cruise & Whale Safari ล่องเรือในอ่าว Tromso ที่อยู่ในเขต Arctic polar ชมภูเขาสีขาวตัดกับน้ำทะเลสีเข้ม หากโชคดี จะพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปลาวาฬที่พบบ่อยที่สุดคือวาฬเพชรฆาต วาฬหลังค่อม และเหล่าปลาโลมาบ้างเป็นบางคราว
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Quality Hotel Saga หรือเทียบเท่า

Day 13 : Tromso – Oslo

  • เดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับออสโล โดยสายการบินภายในประเทศ
  • เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

Day 14 : Arrive Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับได้ตามความเหมาะสม***

ทริปรีวิว

ภาพบางส่วนจากทริปของเรา ประสพการณ์กว่ 15 ปีของเรา ทริปที่เราออกแบบและสำรวจเองทำให้เรารู้ว่าสิ่งไหนที่จะทำให้สนุก คุ้มค่า คุ้มเวลา ราบลื่น และได้มุมภาพที่สวยที่สุดให้กับผู้เดินทางทุกคน

สรุปเนื้อหาทัวร์โดโลไมท์

ทริปใกล้เคียง

ทริปน่าสนใจ

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย