Categories
Uncategorized

ทริปพิเศษ สุราษฏร์ ภูเกต

ทริปพิเศษ สุราษฏร์ - ภูเก็ต

รู้จักเขา รู้จักเรา รู้ใจเธอ

ใครๆก็รู้จักสุราษฎร์ ใครๆก็รู้จักภูเก็ต แต่ทริปนี้มีความพิเศษที่ เราจะรู้จักมากไปกว่าที่เที่ยว แต่เราจะไปรู้ใจจนเองและคนรอบกายอีกด้วย

ไทย
สุราษฎร์-ภูเกต
4 วัน
FD/SL
3-4 ดาว
รถตู้
16 คน
สบายๆ

วันที่ ค่าทริป

25-28 กค 2563 : 12900 บาท* (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)

รูปแบบ ทัวร์ล่องใต้

ทริปสุราษฏร์-ภูเก็ต Deluxe กลุ่มขนาดเล็ก ส่วนตัวและกันเอง เดินทางด้วยรถตู้ VIP ที่เราคัดเลือกแล้วว่าชำนาญเส้นทาง และมีอัธยาศัยดี รวมถึงคัดเลือกโรงแรมที่สะดวกสบาย เลือกร้านอาหารที่สะอาดปลอดภัยและควรค่าแก่การไปชิม

Deluxe ทัวร์ล่องใต้

รวม ที่พัก ห้องละ 2 ท่าน • อาหารครบทุกมื้อ (ยกเว้น เช้าวันไป และเย็นวันกลับ) • ค่าเข้าชม • ค่ายานพาหนะทุกประเภท • ประกันการเดินทาง วงเงิน 1 ล้านบาท
ไม่รวม ตั๋วเครื่องบินไปกลับ (เราบริการจองให้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) • สินน้ำใจไกด์ (ตามความเหมาะสมไม่มีบังคับ)

ที่พัก : โรงแรมระดับ 3 ดาว 
ยานพาหนะ
รถตู้ VIP 9 ที่นั่ง พร้อมคนขับฝีมือดี

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

โปรแกรม

วันแรก : กรุงเทพฯ – สุราษฏร์ธานี – พระธาตุไชยา – สวนโมก – ชมวิวเขาท่าเพชร-พระธาตุศรีสุราษฏร์ – ประชุมกลุ่ม – ตลาดศาลเจ้า

  • นัดพบกันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ทีมงานคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน
  • เดินทางถึงสนามบิน สุราษฏร์ธานี 
  • ไปวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นสถานที่บรรจุพระบรม สารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงรักษาความ เป็นเอกลักษณ์ของช่างศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยไว้ได้สมบูรณ์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญแก่วัดประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญ ของชาติและยกฐานะวัดเป็น พระอารามหลวง และเป็นหนึ่งในสามของ โบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของภาคใต้ 
  • ไปยังสวนโมกขพลาราม หรือชื่อเรียกทางการว่า วัดธารน้ำไหล สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2502 โดยมีพระธรรมโกศาจารย์หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนามของท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้ก่อตั้ง โดยคำว่า “สวนโมกขพลาราม” หมายถึง อารามที่ทำให้เกิดกำลังแห่งความหลุดพ้น ซึ่งต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2549 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ก็ได้ประกาศยกย่องให้ท่านพุทธทาสเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษาศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ
  • ชมวิวเขาท่าเพชร  เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระธาตุศรีสุราษฎร์ พระธาตุเจดีย์รูปลำเทียนที่สวยงาม ปูชนีสถานแห่งแรกของชาวบ้านดอนที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของพี่น้อง และบนยอดเขายังร่มรื่น มีศาลาชมวิวซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นตัวเมืองทั้งเมือง ไปจนสุดสายตาถึงทะเลอ่าวบ้านดอน
  • นมัสการพระธาตุศรีสุราษฎร์ หรือ พระธาตุเขาท่าเพชร ลักษณะพระธาตุเป็นรูปทรงสูงตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จนมัสการพระธาตุแห่งนี้ และต่อมาในปี พ.ศ. 2527 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุสาวก พร้อมทรงปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึกด้วย
  • ประชุมกลุ่ม สัมมานา (เรื่องนพลักษณ์) พร้อมรับประทานอาหารเย็น ตามอัธยาศัย
  • เดินเล่นตลาดศาลเจ้า เป็นตลาดของกินตอนกลางคืนที่ขึ้นชื่อของเมืองสุราษฎร์ ของกินอร่อยละลานตา และราคาเป็นมิตร
  • เข้าพักที่โรงแรม 

วันที่สอง : ตลาดประชารัฐ – ล่องเรือกอจาก – เขานาใน – บ้านน้ำราด

  • เดินเล่นตลาดน้ำบางใบไม้ประชารัฐเป็นตลาดน้ำซึ่งทางชุมชนได้เนรมิตสวนมะพร้าวให้เป็นตลาด จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์บริเวณวัดบางใบไม้ มีสินค้าตั้งแต่อาหารพื้นบ้าน ขนมไทย อาหารทะเล ผักผลไม้ รวมถึงอาหารประจำถิ่น 
  • ล่องเรือชมคลองร้อยสาย ชุมชนบางใบไม้ ได้ชื่อว่าเป็น “คลองร้อยสาย” เพราะมีคลองเล็กคลองน้อยนับร้อยสายเชื่อมต่อกัน แม่น้ำทุกสายจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำบางตาปี ประกอบไปด้วยพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอเมือง 
  • ชมอุทยานธรรมเขานาในหลวง สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของเจดีย์ลอยฟ้า พระพุทธศิลาวดี ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สถานที่แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นศูนย์รวมแห่งความเชื่อและความศรัทธาของเหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย
  • แวะเที่ยวบ่อน้ำสีฟ้าสุดมหัศจรรย์ที่ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด ที่นี่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความใสสะอาดมาก มองจากด้านบนยังสามารถเห็นพื้นด้านล่างได้แบบชัดเจน บ่อน้ำมีขนาดกว้างใหญ่พอสมควรสามารถลงไปว่ายน้ำเล่นกันได้ 
  • พูดคุยสัมมานา (เรื่องนพลักษณ์) ตามอัธยาศัย
  • จากนั้นเข้าพักที่โรงแรม แถวเชี่ยวหลาน

วันที่สาม : ล่องเรือเขื่อนเชี่ยวหลาน – ถ่ายรูปเขาสก – เขาหลัก – ภูเก็ต

  • นำท่านเดินทางไป เขื่อนรัชชประภา หรือชื่อเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลานทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ สวยสดงดงาม และสงบร่มรื่น เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ประกอบด้วยยอดเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมามากมาย จนได้รับฉายาว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”
  • เตรียมตัวออกเดินทางไปยังเขื่อนเชี่ยวหลาน โดยเรือหางยาว เพลิดเพลินกับการชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ ที่รายล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูน ของเขื่อนรัชชประภา โดยนำท่านไปยังสถานที่สำคัญๆต่างๆ
  • ถ่ายรูปอุทยานแห่งชาติเขาสก เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดของภาคใต้ ครอบคลุม อุทยานแห่งชาติเขาสก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อุทยานแห่งชาติศรีพังงา และอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง 
  • แวะถ่ายรูปเขาหลัก ซึ่งมุ่งเน้นการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในอำเภอตะกั่วป่าและส่วนหนึ่งในอำเภอท้ายเหมืองจังหวัดพังงาประเทศไทย ชื่อ “เขาหลัก” หมายถึง ‘ภูเขาหลัก’ 
  • จากนั้นเดินทางไปภูเก็ต
  • พักที่โรงแรมภูเก็ต

วันที่สี่ : วัดฉลอง – จุดชมวิวกะตะกะรน – จุดชมวิวเขารัง -พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี – ชิโนโปรตุกีส  ย่านเมืองเก่า – แหลมพรหมเทพ – สนามบิน

  • ชมวัดฉลอง หรือ วัดไชยธารารามวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงจากความศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงพ่อแช่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดฉลอง ไม่เฉพาะชาวภูเก็ตเท่านั้นที่เคารพ และ นับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแช่ม ชื่อเสียงของหลวงพ่อแช่มไกลออกไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ปีนัง
  • จุดชมวิวสามอ่าว (Karon View point) จากจุดชมวิวนี้สามารถมองเห็นวิวหาดกะตะน้อย กะตะ กะรน เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เกาะปู และเห็นแนวภูเขาได้อย่างชัดเจน 
  • จุดชมวิวเขารัง เขารังเป็นเนินเขาอยู่ในตัวเมืองภูเก็ตทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือรถยนต์สามารถขึ้นไปถึงยอดเขาตามถนน “คอซิมบี้” สามารถเห็นทัศนียภาพของเกาะภูเก็ตได้ชัดเจน 
  • พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปแบบร่วมสมัย ขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตร ความสูง 45 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว “สุริยกันต”(สุริยกันตะ) จากพม่า ซึ่งต่อมาก็ได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ว่า “พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี” 
  • เดินเที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์ชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่า ซึ่งตึกเหล่านี้ถูกสร้างในสมัยที่ชาวจีนและชาวตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาในภูเก็ตเพื่อทำเหมืองแร่ ทำให้เกิดเป็นตึกที่มีการผสมผสานทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว
  • เดินเล่นย่านเมืองเก่าตามตรอกซอยต่างๆ การชมบ้านเมืองเก่าชิโนโปรตุกีส โดยปกติแล้วจะนิยมไปชมที่ ถนนถลาง กระบี่ ดีบุก เยาวราช และ ซ.รมณีย์ เนื่องจากเป็นย่านที่มีบ้านเรือนแบบชิโนโปรตุกีส อยู่อย่างหนาแน่น 
  • ดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจัดเป็นหนึ่งในจุดชมอาทิตย์ตกก่อนใครที่สวยที่สุดในเมืองไทย 
  • ได้เวลาเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับ กรุงเทพฯ สนามบินดอนเมือง
  • ถึงดอนเมืองด้วยความสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม***









Highlight

สองทริปท่องไทย ที่ทำให้ชีวิตเรามีความหมายมากขึ้น 25-28 กค 2563 นี้ ออกไปบำบัดจิตใจกันเถอะ

ทริปพิเศษ สุราษฏร์ ภูเกต

สุราษำร์ธานี เมืองแห่งความหลากหลายของธรรมชาติ ทริปพิเศษที่จะพาไปเรียนรู้ธรรมชาติ และเรียนรู้ตนเอง

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย

Categories
Uncategorized

ทัวร์ร้อยธรรมภาคอีสาน

ตามรอยธรรม เส้นทางอีสาน

ถิ่นพระกรรมฐาน และ ดินแดนอริยะ

อุดรธานี วัดป่าบ้านตาด วัดป่าภูก้อน หนองคาย หินสามวาฬ ภูทอก บึงโขงหลง ท่าอุเทน นครพนม พระธาตุพนม

ไทย
เลียบโขง
4 วัน
FD/SL
3-4 ดาว
รถตู้
8 คน
สบายๆ

วันที่ ค่าทริป

25-28 กค 2563 : 6900 บาท*

รูปแบบทัวร์ตามรอยธรรมดินแดนอิสาน

ทัวร์ตามรอยธรรมนี้ เป็นทัวร์แบบ Deluxe กลุ่มขนาดเล็ก ส่วนตัวและกันเอง เดินทางด้วยรถตู้ VIP ที่เราคัดเลือกแล้วว่าชำนาญเส้นทาง และมีอัธยาศัยดี รวมถึงคัดเลือกโรงแรมที่สะดวกสบาย เลือกร้านอาหารที่สะอาดปลอดภัยและควรค่าแก่การไปชิม

Deluxe ทัวร์ตามรอยธรรมดินแดนอีสาน

รวม ที่พัก ห้องละ 2 ท่าน • อาหารครบทุกมื้อ (ยกเว้น เช้าวันไป และเย็นวันกลับ) • ค่าเข้าชม • ค่ายานพาหนะทุกประเภท • ประกันการเดินทาง วงเงิน 1 ล้านบาท
ไม่รวม ตั๋วเครื่องบินไปกลับ (เราบริการจองให้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) • สินน้ำใจไกด์ (ตามความเหมาะสมไม่มีบังคับ)

ที่พัก : โรงแรมระดับ 3 ดาว 
ยานพาหนะ
รถตู้ VIP 9 ที่นั่ง พร้อมคนขับฝีมือดี

จองทริป

เช็คที่ว่าง > คอนเฟิร์มจำนวน > ชำระเงิน > รอใบคอนเฟิร์ม

โปรแกรม

วันแรก : กรุงเทพฯ – อุดรธานี – วัดป่าบ้านตาด – วัดป่าภูก้อน – วัดผาตากเสื้อ-วัดถ้ำดินเพียง – หนองคาย

  • นัดพบกันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ทีมงานคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน
  • ถึงสนามบินอุดรธานี
  • ไปยังวัดป่าบ้านตาด เป็นวัดที่เงียบสงบ ร่มรื่น ร่มเย็น นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งเป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้ถึงเรื่องราวของหลวงตามหาบัวว่าทำไมวัดป่าบ้านตาดแห่งนี้ ถึงเป็น”วัดของแผ่นดินทำประโยชน์เพื่อแผ่นดิน” 
  • เดินทางสู่ วัดป่าภูก้อน เ ที่รายล้อมด้วยผืนป่าเขียวขจีกว่า 3,000 ไร่ ซึ่งจุดเริ่มต้นในการสร้างวัด คือ ความมุ่งหมายที่จะรักษาธรรมชาติของป่าอันสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำลำธารอันอุดมสมบูรณ์เอาไว้จากการถูกบุกรุกทำลาย นอกจากนี้บริเวณวัดเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม
  • ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ วัดผาตากเสื้อและมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก สูงจากระดับน้ำทะเล 550 เมตร จากจุดชมวิววัดผาตากเสื้อ หากมองไปทางซ้ายมือ จะมองเห็นวิวแม่น้ำโขงวาดยาวโค้งเป็นคุ้งน้ำ กลางแม่น้ำมีเกาะ ขนาดใหญ่ มองเห็นประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างชัดเจน 
  • นำท่านเดินทางมุ่งหน้าสู่ วัดถ้ำศรีมงคล (ถ้ำดินเพียง) อยู่ที่บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ณ ที่แห่งนี้ เชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เป็นเส้นทางสู่เมืองพญานาค ที่สามารถเดินทางไปใต้ลำน้ำโขงไปๆมาๆ ระหว่างหนองคายกับเวียงจันทน์ได้
  • เข้าพักที่โรงแรม หนองคาย

วันที่สอง : หนองคาย – บึงกาฬ – หินสามวาฬ – ภูทอก 

  • เดินทางไป ภูทอก ภูเขาหินทรายที่มี วัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่เชิงเขา และมีสะพานไม้สร้างวนเวียนขึ้นไปสู่ยอดเขารวม 7 ชั้น ดังนี้ ชั้นที่ 1-2 เป็นบันไดสู่ชั้นที่ 3 ชั้นที่ 4 เป็นสะพานที่สามารถไต่เวียนรอบเขาได้ ชั้นที่ 5 มีศาลาและกุฏิ ชั้นที่ 6 มีที่พักเป็น เป็นสะพานเวียนรอบเขาความยาวทั้งหมด 400 เมตร ชั้นที่ 7 เป็นป่ารกทึบ (ไม่เหมาะที่นักท่องเที่ยวจะนำชม)
  • นำท่านออกเดินทางสู่ป่าสงวนแห่งชาติ ภูสิงห์ ชมหินสามวาฬ หนึ่งในจุดสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ   ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู
  • ถึงที่ทำการ ภูสิงห์ นำท่านเปลี่ยนเป็น รถท้องถิ่นขึ้นชม หินสามวาฬ หินหัวช้าง หินรูปช้าง กำแพงหินยักษ์   หินสามวาฬ มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุประมาณ 75 ล้านปี หนึ่งเดียวของโลก ความพิเศษของหินสามวาฬอยู่ตรงที่ เมื่อมองดูจากระยะไกล หินสามก้อนนี้จะดูคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วยพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน
  • จากนั้นเข้าพักที่โรงแรม บึงกาฬ

วันที่สาม : บึงกาฬ – น้ำตกถ้ำพระ – บึงโขงหลง – ถ้ำนาคา – แม่น้ำสองสี-พระธาตุท่าอุเทน – นครพนม

  • เดินทางไป น้ำตกถ้ำพระ ระหว่างทางนั่งรถจะเห็นความ อลังการของน้ำตกได้แต่ไกล ลงเรือลัดเลาะไปตามลำคลองที่ใสสะอาด สองข้างทางเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ประมาณ 10 นาที จากนั้นเดินเท้าเข้าสู่บริเวณน้ำตก ระยะทางประมาน 300 เมตร ท่านจะพบกับ น้ำตกถ้ำพระ
  • ชมบึงโขงหลง คือบึงน้ำขนาดกว้างใหญ่มาก มีน้ำขังตลอดปีลักษณะเหมือนแม่น้ำโขง จึงได้ชื่อว่า “บึงโขงหลง” ซึ่งเป็นบึงน้ำที่อุดมไปด้วยปลาน้ำจืดทุกชนิด ถือเป็นแหล่งน้ำที่หล่อแหล่งชีวิตเกษตรในตำบลนี้และตำบลใกล้เคียงได้ตลอดปี  บึงโขงหลงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติอันดับที่ 1,098 ของโลก (Wetland of International Importance)
  • เดินทางไปชม  “ถ้ำนาคา” ซึ่งถูกสำรวจพบบริเวณ “วัดถ้ำชัยมงคล” ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา ลักษณะภายในถ้ำเป็นหินทราย ผนังถ้ำมีลักษณะเป็นเกร็ดงู หรือเกร็ดปลา รูปทรงขนาดใหญ่ คล้ายงูนอนขดตัว
  • เดินทางไปยังนครพนม จุดนี้เป็นจุดที่แม่น้ำสงครามมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ซึ่งแม่น้ำทั้งสองสายนั้นมีสีที่แตกต่างกัน ด้วยสีเขียวของแม่น้ำสงครามมาบรรจบกับสีน้ำตาลของแม่น้ำโขง เกิดเป็นภาพความสวยงามอีกแบบหนึ่ง ที่ปากแม่น้ำสงคราม บ้านไชยะบุรี 
  • นำท่านเดินทางไป วัดพระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดของชาววันศุกร์ เชื่อกันว่าผู้ที่เกิดวันนี้เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์รักอิสระรักสวยรักงาม ผู้ที่ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ
  • เดินทางไปยังจังหวัดนครพนม และเข้าสู่ที่พัก

วันที่สี่ : จวนผู้ว่าหลังเก่า – พระธาตุพนม – ต้นจามจุรียักษ์ – บ้านลุงโฮ -สนามบิน

  • พาชม พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม” (หลังเก่า) ที่ยังคงเอกลักษณ์ความสวยงามตามแบบฉบับตะวันตก ซึ่งได้รับอิทธิพลการสร้างมาจากฝรั่งเศส ในสมัยสงครามอินโดจีน
  • เดินทางไปนมัสการ พระธาตุพนม พระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุประจำคนเกิด “ปีวอก” และ “วันอาทิตย์” ภายในพระธาตุได้บรรจุอุรังคธาตุ(กระดูกส่วนหน้าอก)ของพระพุทธเจ้า อานิสงส์ของการไหว้พระธาตุพนม  เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต ให้เป็นผู้มีบุญบารมีจะทำให้ผู้คนเคารพนับถือมาก
  • แวะถ่ายรูปกับต้นจามจุรียักษ์ วัดจอมศรี ต.นามะเขือ ต้นก้ามปูต้นนี้ตั้งเด่นอยู่กลางวัด ปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว ดูทั้งขลัง ทั้งร่มรื่น
  • แวะเที่ยว บ้านลุงโฮ หรือที่มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า บ้านท่านโฮจิมินห์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ ที่ครั้งหนึ่ง อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายโฮจิมินห์ได้เคยเข้ามาอาศัยพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของเวียดนามในช่วงระหว่างการทำสงคราม เพื่อเตรียมการ ปฏิวัติสู้กับประเทศฝรั่งเศษ  
  • ได้เวลาเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อกลับ กรุงเทพฯ สนามบินดอนเมือง
  • ถึงดอนเมืองด้วยความสวัสดิภาพ
ทริปใกล้เคียง

ทริปน่าสนใจ

LINE @PAINAIMA  •  0894789334 & 02-0453445 • TRAVEL@PAINAIMA.COM
ไปไหนมาดอทคอม | 69/1874 ราษฎร์บูรณะ 33 กทม 10140 | TAT LICENSE 11/8811

จองเลย