Categories
Explorer Uncategorized

ทัวร์จีน โหลวผิง เขาหมื่นยอด กุ้ยหยาง

ทัวร์จีน โหลวผิง เขาหมื่นยอด กุ้ยหยาง

ชมความงามของทุ่งดอกไม้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ แห่งมณฑลยูนนาน

สรุปทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: กรุงเทพฯ-คุนหมิง-เมืองโหลวผิง

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 612 ออกเดินทางบินตรงสู่สนามบินคุนหมิง เที่ยวเวลา 10.55 น.
  • ถึงสนามบินคุนหมิงแห่งใหม่ ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าแล้ว นำทุกท่านออกเดินทางออกจากเมืองคุนหมิง สู่เมืองโหลวผิง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3.30 ชั่วโมง 

  • พักที่โหลวผิง

DAY 2 : โหลวผิง-ซิงอี้-เขาเหมื่นยอด-หุบเขาหมาหลิ่งเหอ-ซิงอี้

  • ออกเดินทางสู่ทุ่งมัสตาร์ดสีเหลือง ที่ปลูกในลักษณะสนามก้นหอย ซึ่งถือว่าเป็นจุดถ่ายภาพแห่งใหม่ ที่มีช่างภาพชาวจีนนิยมกันมาถ่ายรูป ที่นี่ดอกไม้จะขดตัวเป็นรูปก้นหอย ทั่วทั้งหุบเขา เป็นภาพที่สวยงาม แปลกตามาก
  • จากนั้นนำท่านทุ่งมัสตาร์ดสีเหลืองอีกจุด ที่บานสะพรั่งทั่วท้องทุ่ง ณ จุดชมวิวเทือกเขาไก่ทอง ซึ่งนับเป็นจุดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการชมทุ่งดอกมัสตาร์ด เนื่องด้วยเป็นพื้นที่ราบ จึงสามารถปลูกดอกมัสตาร์ดได้จำนวนมาก อีกทั้งภูมิประเทศ ที่ล้อมรอบด้วย ภูเขาน้อยใหญ่ ทำให้ที่นี่เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวและช่างภาพเป็นอย่างมาก เราจะนั่งรถเกวียน เข้าไปสู่ใจกลางทุ่งมัสตาร์ดสีเหลือง และเดินขึ้นเนินไปถ่ายภาพทุ่งจากมุมสูง อันเป็นมุมที่แปลกตาไม่ซ้ำใครระหว่างทางมี ชาวบ้านมาขายของมากมายหลายอย่างเช่น น้ำผึ้ง ข้าวเหนียวสี ขนมพื้นเมือง และอื่นๆอีกมากมาย
  • จากนั้นเดินทางไปยังหุบเขาหม่าหลิงเหอ หรือ หุบเขาแห่งน้ำตกร้อยสาย ที่ห่างจากตัวเมืองไม่ไกล หุบเขาแห่งน้ำตกร้อยสายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติ มีทัศนียภาพอันแสนอัศจรรย์ที่แสดงสภาพภูมิลักษณ์แบบคาสต์ (Karst Landform) หุบเขานี้มีลักษณะเป็นหุบเหวหินปูนความยาวกว่า 15 กิโลเมตร ในช่วงฤดูน้ำหลากจะมีน้ำตกชั้นเล็กชั้นน้อยกว่าร้อยสาย เราจะนำท่านเดินไปชมวิวถ่ายภาพในหุบเขาแห่งนี้

  • นำท่านชมป่าเขาหมื่นยอด ทอดตัวในแนวฝั่งตะวันออก-ตกของแม่น้ำหม่าหลิง ด้วยภูมิประเทศอันแปลกตาและธรณีวิทยาอันน่าอัศจรรย์ ทำให้เกิด ยอดเขาเล็กใหญ่ เรียงตัวสลับกันคล้ายฟันปลาฉลาม เรียงตัวยาว กว่า 200 กิโลเมตร และกว้าง ถึง 30-50 กิโลเมตร

  • เราจะเดินทางชมอุทยานแห่งนี้ด้วยรถไฟฟ้าของทางอุทยาน ซึ่งจะจอดให้เราได้ถ่ายรูปมุมเด็ดๆ ของเขาหมื่นยอดแห่งนี้

  • ได้เวลาสมควร เดินทางกลับเมืองซิงอี้ 
  • พักที่ซิงอี้

DAY 3 : ซิงอี้ – อุทยานน้ำตกหวงโกซู่-น้ำตกหวงโก๋ซู่)-กุ้ยหยาง

  • เดินทางสู่อุทยานน้ำตกหวงกั่วซู่ นับเป็นดินแดนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจีน มีความสูงถึง 74 เมตร  ทำให้นักท่องเที่ยวแม้จะอยู่ในบริเวณที่ห่างไกลน้ำตกประมาณ 50-60 เมตร ก็สามารถเปียกได้ เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของน้ำตกแห่งนี้ คือ มีถ้ำอยู่หลังน้ำตก นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปในถ้ำเพื่อชมน้ำตกจากด้านหลังได้ ถ้ำนี้จะอยู่ระดับกลางๆ ของน้ำตก และมีความยาวกว่า 100 เมตร มีลักษณะคู่ขนานไปกับน้ำตก ภายในถ้ำมีช่องหน้าต่างประมาณ 6 ช่อง ไม่เพียงแต่มองเห็นน้ำตกที่ไหลเชี่ยวลงสู่พื้นข้างล่างเท่านั้น แต่ยังสามารถเอามือไปจับน้ำตกอีกด้วย นอกจากนี้ น้ำตกแห่งนี้ ยังเป็นที่ถ่ายทำ ภาพยนต์สุดฮิต ที่ชื่อเรื่องว่า “ไซอิ๋ว” ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่มีชื่อเสียงของประเทศจีน

  • พาท่านเดินผ่านม่านน้ำตก/สะพานข้ามดวงดาว/ชมมินิป่าหิน/สวนหย่อมธรรมชาติ/ถ้ำเทียนซินเฉียว/สะพานฟ้า ดื่มด่ำกับธรรมชาติ อันสดชื่นกันเต็มที่

  •  

    จนสมควรแก่เวลา พาท่านออกเดินทางสู่เมือง กุ้ยหยาง เป็นเมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจวที่อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
  • อิสระเดินเล่นในเมืองตามอัธยาศัย
  • พักกุ้ยหยาง 

Day 4 :กุ้ยหยาง-เมืองเจิ้งหยวน-ร่องชมเมืองโบราณ-สะพานจู้เซิ่งเฉียว

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรมจากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองโบราณเซินหยวน Zhenyuan Old Town เมืองจีนฝั่งใต้ เมืองที่มีเสน่ห์โอบล้อมด้วยแม่น้ำในขุนเขา เมืองสถาปัตยกรรม แบบโบราณ ของชนชาวฮั่น อยู่ในมลฑล Guizhou (กุ้ยโจ่ว) โอบล้อมด้วย แม่น้ำ Wuyang River

  • พาท่านล่องเรือ สัมผัสบรรยากาศเมืองโบราณในอีกรูปแบบ เดินเที่ยวชมเมืองเก่า ตึกราบ้านช่องที่สวยงาม
  • อิสระเดินเล่นในเมือง พาท่านไปถ่ายรูปแสงสีที่สะพานจู้เซิ่งเฉียว ซึ่งเปลี่ยนสีในทุก 5 วินาที ประดับประดาแสงสีสวยงาม…จากนั้นเข้าที่พักพักผ่อนตามอัธยาศัย (และเตรียมแยกแพคกระเป๋าเล็กสำหรับค้าง 1 คืน ในคืนพรุ่งนี้)

Day 5 : วัดวั่น-บ้านตระกูลฟู่-บ้านตระกูลหยวน(ชมเฒ้าฟู่)-เมืองซีเจียง-
หมู่บ้านม้ง-ชนเผ่าชาวเหมียว

  • พาท่านเที่ยวชม สถานที่สำคัญในเมืองเก่า อาทิเช่น วัดวั่น/บ้านตระกูลฟู่/บ้านตระกูลหยวน(ชมเฒ้าฟู่)จนได้เวลาอันสมควร พาท่านออกเดินทางสู่เมืองซีเจียง

  • พาท่านเดินทางสู่หมู่บ้านชนเผ่าม้งพันครัวเรือนซีเจียง (Xijiang Miao Village) เป็นหมู่บ้านม้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ที่ประกอบด้วย 1,200 ครอบครัว ประชากรกว่า 6,000 คน ซึ่ง 99% เป็นชาวม้ง หมู่บ้านชาวม้งซีเจียงเป็นหมู่บ้านทางประวัติและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงระดับมณฑล เป็นหนึ่งในหมู่บ้านและตำบลที่ได้รับการอนุรักษ์และสร้างสรรค์เป็นหลัก13แห่งของมณฑลกุ้ยโจว ถูกเรียกว่าเป็น”หอศิลปะชนชาติและวัฒนธรรมชนชาติม้ง” เป็น”หินซากที่มีชีวิต”ในการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนชาติม้ง ที่นี่ไม่เพียงแต่มีทิวทัศน์ธรรมชาติ ยังมีบรรยากาศชนชาติม้งที่มีมนต์เสน่ห์ด้วย ในหมู่บ้านชาวม้ง แขกสามารถรับประทานอาหารชาวม้งที่มีลักษณะพิเศษ รับการคารวะเหล้าจากสาวๆชาวม้ง รับฟังเพลงชาวม้งที่ไพเราะ ชมการแสดงขลุ่ยและกลองทองแดงของชนชาติม้ง

  • จากนั้นเข้าที่พักพักผ่อนตามอัธยาศัยในหมู่บ้านม้ง

Day 6 : หมู่บ้านม้ง-190km กุ้ยหยาง-(รถไฟ)คุนหมิง

  • อิสระเดินเล่น สัมผัสบรรยากาศยามเช้าภายในหมู่บ้านม้ง

  • พาท่านเดินทางกลับสู่เมืองกุ้ยหยาง ระยะทางประมาณ 190 กิโล เพื่อเปลี่ยนพาหนะเป็นรถไฟ (รถนอน) ขบวน K337/22.09-06.52 เพื่อเดินทางกลับสู่คุนหมิง

Day 7 : คุนหมิง – กรุงเทพ

  • เดินทางถึงเมืองคุนหมิง พาท่านรับประทานอาหารเช้า และล้างหน้าล้างตา ก่อนนำทุกท่านชมความงามของดอกซากุระ หนึ่งเดียวแห่งเมืองคุนหมิง

  • ชมความงามของดอกไม้สีชมพูที่สวยงามไม่แพ้ ซากุระแห่งญี่ปุ่นได้ที่สวนซากุระแห่งคุนหมิง ในที่นี้ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวคุนหมิง ไม่ว่ากลุ่มผู้คนที่ออกมาเที่ยว ปิกนิก หรือแม้แต้รำไทเก๊ก

    **ความงามของดอกซากุระขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ไม่สามารถระบุวันเวลาได้แน่นอน**

  •  จากนั้น เตรียมตัวเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเช็คอินเที่ยวบิน TG 612 สายการบินไทย  ออกเดินทางเที่ยวเวลา 15.20 น.

  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ตามเวลาในประเทศไทยด้วยความประทับใจ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

รวม

แกลลอรี่ทัวร์จีน โหลวผิง เขาหมื่นยอด กุ้ยหยาง

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer Uncategorized

ทัวร์จีน ตุนหวง จางเยี่ย

ทัวร์จีน ตุนหวง จางเยี่ย

หุบเขาสายรุ้ง สู่ทะเลทรายตุนหวง นอนบนรถไฟไปบนเส้นทางสายไหม

สรุปทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: กรุงเทพ – เฉินตู – หลานโจว

  • พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอินสายการบิน THAI AIRWAYS เจ้าหน้าที่คอยเตรียมเอกสารและอำนวยความสะดวกให้ท่าน
  • ออกเดินทางสู่นครเฉินตู โดยสายการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบิน TG618 บินตรงสู่สนามบินเฉินตู
  • ถึงสนามบินเฉินตู ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง แล้วนำท่านต่อเครื่องไปยังเมืองหลานโจว
  • เหินฟ้าสู่เมืองหลานโจว โดยสายการบิน  CHINA EASTERN AIRLINE เที่ยวบิน MU2414
  • ถึงเมืองหลานโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู่ มณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นจุดผ่านของเส้นทางสายไหมอันลือชื่อ เป็นเมืองอุตสาหกรรมปิโตรเลี่ยมและเครื่องจักรกลหนัก ในสมัยโบราณเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของพวกซีหยง จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

DAY 2 : หลานโจว – กังหันวิดน้ำโบราณ-อนุเสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง – จางเยี่ย (รถไฟความเร็วสูง)

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านสู่ชม กังหันวิดน้ำโบราณ  เป็นของชาวลุ่มน้ำหวงเหอสมัยโบราณ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสวนอนุสาวรีย์ของมารดาแม่น้ำเหลือง

  • จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง หรือ หวงเหอหมู่ชิง เป็นรูปนอนตะแคง ศอกดันศีรษะหันมองลูกน้อยที่นอนอิงแอบอยู่ข้างๆ มารดา  สายตาที่นางมองดูลูกน้อยนั้น เป็นแววตาที่ช่างอบอุ่นด้วยความรักเป็นที่สุด

  • รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นนำท่านไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อเดินทางไปยังจางเยี่ย (รถไฟขบวนที่ D2751 เวลา 14.10-17.23)
  • รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พร้อมเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

DAY 3 : จางเยี่ย – ต้าฝอซื่อ – ผิงซานหู

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระใหญ่ หรือ วัดต้าฝอซื่อ สร้างในปีค.ศ.1098 สมัยซีเซี๊ยะ ภายในวิหารใหญ่เป็นที่ประดิษฐานของพระนอนศักดิ์สิทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน มีความยาว 34.5 เมตร ฐานสูง 1.2 เมตร พระอังสา(ไหล่) กว้าง 7.5 เมตร พระกรรณ(หู) ยาว 4 เมตร สามารถให้คนนั่งเรียงกันได้ถึง 8 คน พระบาทยาว 5.2 เมตร

  • รับประทารอาหารเที่ยง จากนั้นนำท่านชมความงดงามของ ผิงซานหู เป็นหุบเขาธรรมชาติแปลกตาที่เต็มไปด้วยสีสรร และรูปร่างต่างๆมากมายแล้วแต่จินตนาการ
  • รับประทานอาหารเย็น จากนั้นนำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

Day 4 : หม่าถีซื่อ – ตานเสีย – ตุนหวง (นอนบนรถไฟ)

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม จากนั้นนำท่านไปชม หมู่พุทธคูหาหม่าถีซื่อ Mait Si Grottoes หมู่พุทธคูหา คือ วัดเหนือ วัดใต้ พระสหัสพุทธคูหา วัดเจดีย์ทอง หมู่บ้านพุทธคูหาพระอวโลกิเตศวรบน-กลาง-ล่าง  นับรวมได้ กว่า 70 พุทธคูหา  ตั้งอยู่บนหน้าผาหินทรายแดง ของภูเขาตันหลิ่งซาน ตอนหนึ่ง ของเทือกเขาฉีเหลียนซาน ในเขตของชนกลุ่มน้อยหวีกู้จู๋ ทางตอนใต้ของจางเย่ หมู่พุทธคูหา เหล่านี้ มีอายุ มานานกว่า 1,600 ปี แล้ว เริ่ม ตั้งแต่สมัยราชวงค์จิ้นตะวันออก มีการขุดและปั้นรูปเคารพต่างๆ ขึ้นในคูหา ถ้ำต่อเนื่องมาอีกในหลายยุคสมัย ยุครุ่งเรืองมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่รวมถึง 300 รูป ร่วมสมัยเดียวกับหมู่ถ้ำ โม่เกา ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของจางเย่

  • รับประทานอาหารเที่ยง
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เขตภูมิทัศน์จางเย่ฉีเหลียนซานตันเสียตี้เม่า Zhangye Qilianshan Danxia Landform หรือ หรือเรียกกันว่าภูเขาสายรุ้ง โขดภูหินทรายแดงหลากสี หวู่ไฉ่ซาน Rainbow Mountain จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ในเขตภูเขาฉีเหลียนซาน  ครอบคลุมอาณา บริเวณกว้างขวางถึง 300 ตร.กม. อยู่บนระดับ   ความสูง 2,000-3,800 ม.จากระดับน้ำทะเล ในทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่ามีอายุมานานกว่า 2 ล้านปี ผ่านการกัดกร่อนของธรรมชาติ สายลม แสงแดด และ ความแห้ง  แล้งของภูมิประเทศ เผยให้เห็นถึงชั้นของแร่ธาตุใต้ดินที่บ้างเป็นริ้วเลื่อมลายหลากสีสัน พาดผ่านทั้งเนินภู  แลซับซ้อน บ้างเป็นหุบโตรกลึกชัน บ้างคล้ายดั่งปราสาทในดินแดนเทพนิยาย และ อื่น ๆ อีกมากมาย ตามจินตนาการอันหลากหลาย
  • รับประทานอาหารเย็น

  • จนถึงเวลานำท่านไปยังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปยังตุนหวง ขบวนที่ K9667 เวลา 00:06-07.13
    ***คืนนี้สัมผัสการนอนบนรถไฟ แบบตู้นอน ห้องละ 4 ท่าน***

Day 5 : พักผ่อนโรงแรม – ทะเลทรายหมิงซาซาน(รถกอล์ฟ) – ทะเลสาบเสี้ยวพระจันทร์

  • เดินทางถึงเมืองตุนหวง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู ทางภาคตะวันตกของจีน เป็นเมืองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีน ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญจากจีนไปยังเขตซีอวี้ เอเชียกลางและยุโรป และเคยเป็นชุมทางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต

  • รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเข้าเช็คอินที่โรงแรม เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย หรืออาจจะออกมาเดินเล่นพักผ่อนอริยาบท แถวๆโรงแรม

  • จนถึงเวลาช่วงบ่าย นำท่านเดินทางไปยังทะเลทรายหมิงซาซาน ซึ่งเป็นเนินทรายสูงพอสมควร เมื่อท่านขึ้นถึงยอดเขาท่านสามารถไถลลื่นลงมาสู่เชิงเขาด้านล่าง หากโอกาสเหมาะท่านอาจได้ยินเสียงลมสะท้อนเป็นเสียงคล้าย การลั่นกลองรบ เสียงม้าร้อง เสียงสู้รบและเสียงคนร้อง ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเคยมีกองทัพถูกพายุทรายพัดกระหน่ำและถูกฝังทั้งเป็นทั้งกองทัพอยู่ใต้ภูเขาลูกนี้ ดังนั้นเมื่อท่านลื่นไถลลงมาจากยอดเนินจึงอาจมีเสียงประหลาดเกิดขึ้น และมักจะเกิดขึ้นเมื่อท่านลื่นลงจากยอดเขา
  • ท่านจะได้ชมทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่อยู่ในบริเวณทะเลทรายแห่งนี้  เป็นทะเลสาบกลางทะเลทรายที่น่ามหัศจรรย์ ท่ามกลางเนินทรายที่ล้อมรอบ
  • รับประทานอาหารเย็น จากนั้นนำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

Day 6 : ถ้ำโม่เกา – หย่าตัน – หลานโจว(รถไฟ)

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม 

  • จากนั้นนำท่านชมชมถ้ำโม่เกา มรดกโลกที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก “โม่เกา” เป็นถ้ำที่มีคูหาใหญ่น้อยถึง 495 คูหา มีภาพวาดสีบนผนังสวยงาม มีพระพุทธรูปแกะสลัก และ  องค์เจ้าแม่กวนอิม ในคูหาต้นๆเป็นผลงานการบุกเบิกของพระสงฆ์เล่อจุนในปี ค.ศ. 366 ส่วนคูหาสุดท้ายขุดเมื่อยุคที่มองโกลมีชัยชนะเหนืออาณาจักรจีนในปี ค.ศ. 1277 ดังนั้นประติมากรรมหรือจิตรกรรมที่ท่านจะได้ชมที่ถ้ำโมเกาแห่งนี้ เกิดจากความเพียรพยายามของจิตรกรและช่างหลากยุคหลายสมัย ตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่นับเนื่องยาวนานเกือบ 1,000 ปี

  • รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง หย่าตัน คำนี้เป็นคำเรียกโดยรวมของลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแนวเขาที่ถูกกัดเซาะโดยแรงลมเป็นเวลาหลายปี จนมีสภาพแปลกตา จนดูเหมือนน่าสะพึงกลัว ฉะนั้นคำว่าหย่าตัน อาจพบได้หลายๆ ที่ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวของจีน แต่ที่พวกเราไปกันนั้นคือ หย่าตันที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว 

  • โดยอุทยานหย่าตันนั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ของทะเลทรายโกบี ซึ่งแท่นต่างๆ ที่โผล่ขึ้นมานั่นจะถูกเรียกรวมๆ ว่าแท่นโกบีดำ (ปกติจะเรียกแค่ว่าแท่นโกบี)

  • รับประทานอาหารเย็น จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสถานีรถไฟ เพื่อเดินทางกลับหลานโจว ขบวนที่ Y669 เวลา 20.07-07.28 

    ***คืนนี้นอนบนรถไฟ แบบตู้ละ 4 เตียงนอน***

Day 7 : หลานโจว – เฉินตู – ถนนกว้างแคบ

  • รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางกลับสู่เฉินตู โดยสายการบินภายในประเทศ
  • เหินฟ้าสู่เฉินตู โดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA4208
  • ถึงสนามบินเฉินตู จากนั้น นำท่านไปเดินเล่นย่าน ถนนกว้างแคบ ก่อนเคยเป็นที่อาศัยของเหล่าบรรดานายทหารน้อยใหญ่ ได้ปรับปรุงมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ย้อนยุคและสวยงามคลาสสิคมาก ถนนสายนี้มีสินค้าต่างๆมากมายให้ท่านเลือกซื้อกับบรรยากาศถนนโบราณ อิสระให้ท่านช็อปปิ้งตามอัธยาศัย
  • รับประทานอาหารเย็น ที่ ภัตตาคาร จากนั้นเข้าที่พักพักผ่อนที่โรงแรม

DAY 8 : เฉินตู – ถนนคนเดินชุนซีลู่ – กรุงเทพ

  • รับประทานอาหารเช้า ที่ โรงแรม
    จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินชุนซีลู่ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ มากมาย ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และในประเทศ อาทิ เสื้อผ้า, รองเท้า, เครื่องหนัง, กระเป๋าเดินทาง, นาฬิกา, เกมส์, ของที่ระลึกต่างๆ ฯลฯ ตามอัธยาศัย
  • รับประทานอาหารเที่ยง ที่ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • เหินฟ้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิฯ ประเทศไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 613 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

รวม

แกลลอรี่ทัวร์จีน ตุนหวง จางเยี่ย

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer Uncategorized

ทัวร์มาดากัสก้าร์

ทัวร์มาดากัสก้าร์

มาดากัสก้าร์ เกาะมีชีวิต

สรุปทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: Bangkok – Mauritius

  • นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถว L ประตู 5 ทีมงานอำนวยความสะดวกเช็คอิน สายการบิน AIR AUSTRAL เที่ยวบินที่ UU888 ออกเดินทางเวลา 09.50 น. บินสู่ สนามบินโรลอง การ์รอส  (ใช้เวลาบินประมาณ 7.35 ชั่วโมง)
  • เดินทางถึง สนามบินโรลอง การ์รอส (Roland Garros) เกาะรียูเนียน (Reunion) แล้วต่อเครื่องไปยังเกาะมอริเชียส
  • ออกเดินทางจากสนามบินโรลอง การ์รอส สู่สนามบินมอริเชียส โดยเที่ยวบิน UU108(ใช้เวลาบินประมาณ 45 นาที)

  • เดินทางถึงสนามบินมอริเชียส นําท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

DAY 2 :  Mauritius – Chamarel Falls – Rum Factory – Seven Coloured Earths  

  • นำท่านเที่ยวชมเมืองพอร์ตลูอิส เมืองหลวงของสาธารณรัฐมอริเชียส หรือที่รู้จักในนาม เกาะมอริเซียส ดินแดนสวรรค์นอกชายฝั่งแอฟริกา กลางมหาสมุทรอินเดีย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึก ณ.ตลาดกลาง Central Market
  • ชมความงามของปากปล่องภูเขาไฟ Trou Aux Cerfs ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่กลางเมืองคูเรปิเป
  • แวะถ่ายรูปกับจุดชมวิว Black river gorges ท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของป่าเขา และน้้ำตกที่สุดสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศมอริเชียส
  • จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบแห่งแม่น้ำคงคา Grand Bassin Sacred Lake เป็น ทะเลสาบอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนอินเดียในประเทศมอริเชียสสร้างขึ้นเพื่อ เป็นเกียรติแก่ พระศิวะที่พวกเขาเคารพนับถือ และในสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดฮินดู ที่ประดิษฐานของรูปเคารพของเหล่าเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ตามศาสนาฮินดู
  • นำท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตรัม Rum Factory ซึ่งบนเกาะแห่งนี้ประชาชนนิยมปลูกอ้อย ทาให้รัมเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงมาก อิสระให้ท่านเยี่ยมชมกรรมวิธีการผลิตและทดลองดื่ม
  • นำท่านเดินทางสู่ น้ำตกชามาเรล Chamarel Falls มีความสูง 90 เมตร ผ่านทางเส้นทางเวิ้ง ซึ่งเป็นอ่าวที่มีความสวยงามอีกแห่งของมอริเชียส
  • เดินทางสู่เนินทราย 7 สี Seven Coloured Earths ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของหินลาวา ซึ่งเป็นหินบะซอลล์ กลายเป็นโคลนและได้เปลี่ยนมาเป็นทรายในที่สุด ซึ่ง 7 สีนั้น ประกอบไปด้วย สีแดง น้ำตาล ม่วงเข้ม เขียว น้ำเงิน ม่วงอ่อน เหลือง จึงได้รับการขนานนามว่า เนินทรายเจ็ดสี

DAY 3 : Mauritius – Antananarivo

  • อิสระช่วงเช้าเก็บสัมภาระ หรือเดินเล่นรอบๆโรงแรม
  • เดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อไปยังเมือง Antananarivo โดยสายการบิน Air Mauritius เที่ยวบินที่ MK288 เวลา 14.10 น.
  • เดินทางถึงสนามบินอิวาโต แห่งกรุงอันตานานาริโว ประเทศมาดากัสการ์ แผ่นดินมหัศจรรย์ สวรรค์ของผู้รักธรรมชาติ
  • นําท่านเลือกซื้อของฝาก ณ ตลาดลาดีค (La Digue) ตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าหัตถกรรมของมาดากัสการ์ เป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากที่สุด อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากที่มีตั้งแต่ ตะกร้าพื้นเมืองสีสันแสบตาผลิตภัณฑ์จากผ้าปักต่างๆ ฟอสซิลหอย หรือ จะเป็นแอมโมไนต์ หินสี พลอย และอัญมณี เครื่องดนตรีพื้นเมืองของตกแต่งบ้านอื่น ๆ อีกมากมาย

Day 4 : Reptiles farm – Andasibe National Park

  • Reptiles farm เป็นฟาร์มกิ้งก่า และสัตว์แปลกต่างๆ และสัตว์ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ กิ้งก่า camelion มีสีสรรสวยงามมาก
  • เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ (Andasibe National Park) อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย Andasibe-Mantadia National Park อุทยานแห่งนี้ได้ถูกจารึกไว้ในมรดกโลกในปี 2007 เป็นส่วนหนึ่งของป่าฝนของ Atsinanana อุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ประมาณ 155 ตารางกิโลเมตร พื้นที่คุ้มครองอยู่ประมาณ 150 ตารางกิโลเมตรและตั้งอยู่ทางตะวันออกของอันตานานาริโว

Day 5 : Andasibe – Marozevo Exotic Farm – Lemurs Park – Antananarivo

  • แวะชมฟาร์มมาโรเซโว (Marozevo Exotic Farm) อีกหนึ่งที่ ที่จะได้พบกับสัตว์หายากนานาชนิด เช่น กิ้งก่าคาเมเลี่ยน (Chameleon) สีสันแสบตา จิ้งหรีด กบหายาก นกแก้วสีดำ และ ผีเสื้อหลากสีสวยงาม รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ หลายสายพันธุ์สามารถพบได้ที่มาดากัสการ์เท่านั้น
  • จากนั้นเดินทางกลับเมือง Antananarivo ชมเมืองอันตานานาริโว มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยมาดากัสการ์ (Democratic Republic of Madagascar) เป็นเกาะใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลก รอง จาก กรีนแลนด์(Greenland) นิวกินี(Newgini) และบอร์เนียว(Borneo) วัดจากเหนือจรดใต้ยาว 1,600 กิโลเมตร มีขนาดพื้นที่เกือบเท่าครึ่งของประเทศฝรั่งเศส และใหญ่กว่าประเทศไทย 70,000 กว่าตารางกิโลเมตร
  • ระหว่างทางชมศูนย์อนุรักษ์ลิเมอร์ Lemurs Park ซึ่งเป็นศูนย์อนุรักษ์ลิเมอร์ที่มีชื่อเสียงแห่งเกาะมาดากัสการ์ให้ท่านได้สัมผัสลิเมอร์ และ เก็บภาพความน่ารักของลิเมอร์นานาชนิด ที่มีมากมายในศูนย์อนุรักษ์แห่งนี้

Day 6 : Antananarivo City Tour

  • นําท่าน เข้าชมพระราชวังหลวงรูวา (Rova of Antana narivo) เป็นที่ประทับของประมุขของมาดากัสการ์ในสมัยราชวงศ์เมรีนา ช่วง คศ.17-18 รวมทั้งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรมาดากัสการ์ทุกพระองค์ ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงอันตานานาริโว

  • ถ่ายรูปกับทําเนียบนายกรัฐมนตรี (Prime Minister Palace)

  • นําท่านเที่ยวชมจัตุรัสแห่งอิสรภาพ (Independence Square) สถานที่แห่งการรําลึกถึงการ ประกาศอิสระภาพของประเทศมาดากัสการ์
  • นําท่าน เข้าชม Ambo imanga ซึ่งเป็นป้อมปราการโบราณสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 15 ภายในจัดแสดงวัตถุโบราณและอาวุธที่ใช้ในการป้องกันการรุกรานจากศัตรู ซึ่งบริเวณป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นบนเนินเขา จึงทําให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองอันตานานาริโว ได้โดยรอบ

Day 7 : Antananarivo – Morondava – Betahina

  • อิสระช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้า และตลาดของที่ระลึก ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
  • เหินฟ้าสู่เมือง Morondava ประตูสู่ป่าเบาบับอันขึ้นชื่อแห่งเกาะมาดากัสการ์ โดยสายการบิน Tsaradia เที่ยวบินที่ TZ702
  • ถึงเมือง Morondava ตั้งอยู่ริมทะเล ซึ่งมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ มีชายฝั่งตรงข้ามเป็นประเทศโมซัมบิก โดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง
  • นำท่านเดินทางสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นโดยการล่องเรือชมธรรมชาติของชายป่าโกงกาง ซึ่งสามารถออกสู่ทะเลได้ นาท่านเดินทางสู่ เกาะ Betahina เพื่อแวะเที่ยวหมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงการดารงชีพด้วยการจับปลาและสัตว์น้ำต่างๆในแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน
  • ได้เวลานำท่านแวะถ่ายรูปกับหาดโมรอนดาวา Morondava Beach ซึ่งเป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อแห่งเมืองโมรอนดาวา อิสระให้ท่านได้เดินเล่นพร้อมเก็บภาพธรรมชาติอันสวยงามแห่งเมืองโมรอนดาวา

DAY 8 : Morondava

  • นำท่านนั่งรถแบบ 4WD มุ่งหน้าสู่ ป่าแล้ง Kirindy Dry Forest (ระยะทางประมาณ 60 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชั่วโมง) หนึ่งในระบบนิเวศน์ที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก ซึ่งมีความแตกต่างจากป่าฝนที่อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบทางฝั่งตะวันออก เนื่องจากเป็นป่าที่มีต้นไม้และหญ้าแห้งขึ้นปกคลุมจนได้สมญานามว่า “ป่าแล้ง” อย่างไรก็ดีป่าแห่งนี้ยังคงเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิดไม่ว่าจะเป็น Fosa สัตว์นักล่าประจำถิ่นที่สามารถพบได้ที่มาดากัสก้าเท่านั้น หรือ ลีเมอร์บางสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในป่าแล้ง นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิดที่มีรูปร่างแปลกตา
  • เดินทางสู่ Avenue of the Baobabs ซึ่งมีต้นเบาบับตลอดช่วงสองข้างทางในระหว่างรอยต่อของเมือง Belon’i Tsiribihina กับ Morondava ต้นเบาบับถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาดากัสการ์ เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุด และใหญ่ที่สุดในโลก จนได้รับสมญานามว่า Tree of life หรือต้นไม้แห่งชีวิต
  • นำท่านแวะชมและถ่ายรูปกับต้นเบาบับรักกัน Baobab Amoureux หรือ Baobab lover ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และเพลิดเพลินกับ เบาบับ อัลเลย์ ซึ่งเป็นช่วงถนนลูกรัง ที่ท่านจะได้พบกับแนวต้นเบาบับ ที่มีรูปทรงสวยงาม และแปลกตามากมาย ทอดยาวไปตามถนนกว่า 260 เมตร และบางต้นนั้นมีความสูงกว่า 30 เมตร มีอายุมากกว่า 800 ปี ส่วนใหญ่เป็นต้นเบาบับจากสายพันธุ์ Adansonia Grandidieri รอชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามยิ่งแห่งผืนป่าเบาบับแห่งนี้

DAY 9 : Morondava – Antananarivo

  • อิสระช่วงเช้าเก็บสัมภาระเพื่อเตรียมตัวไปยังสนามบิน
  • ออกเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางกลับเมือง Antananarivo โดยสายการบิน Tsaradia เที่ยวบินที่ TZ703 เวลา 14.55 น.
  • เดินทางถึงสนามบินเมือง Antananarivo
  • เดินเล่นชมเมือง หรือจะแวะซื้อของฝากที่ตลาดท้องถิ่นตามอัธยาศัย

DAY 10 : Antananarivo – Reunion – Léon Dierx Museum – Jardin de l’État

  • จากนั้นไปยังสนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางไปยังเมือง Reunion โดยสายการบิน  Air Madagascar เที่ยวบินที่ MD18 (09.10-11.50)
  • นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ (Léon Dierx Museum) อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวของคนรักศิลปะ โดยภายในพิพิธภัณฑ์นั้น ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1911 ภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับผลงานศิลปะร่วมสมัยและศิลปะสมัยใหม่เป็นจำนวนมาก

  • ชมสวนพฤกษศาสตร์ Jardin de l’État อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของเมือง โดยสวนพฤกษศาสตร์ถูกสร้างข้ึนในปีค.ศ. 1767 – 1773 อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติซึ่งเปิดทำการในสิงหาคม 1855 ภายในสวนพฤกษศาสตร์ Jardin de l’État นั้น มีการจัดแสดงเกี่ยวกับพันธุ์ไม้พื้นเมืองและพันธุ์ไม้หายากกวา่ 50 ชนิด

  • พาท่านไปยัง La Roche Écrite จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สำคัญของเมืองแซงต์ เดอนีส์ โดยจุดชมวิวแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร ณ จุดชมวิวแห่งนี้ท่านจะได้ชื่นชมความงดงามของวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติภูเขาสูงชัน อันสลับซับซ้อน รวมไปถึงกิจกรรมเดินป่าตามเส้นทางอันแสนท้าทายอีกด้วย

DAY 11 : Reunion – Plaine des Sables – Piton de laFournaise – Bangkok 

  • นำท่านเดินทางสู่ทุ่งแปลน เด ซาบล์ส (Plaine des Sables) เพื่อชมหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกที่สวยงามและอศัจรรยย์ิ่ง ลัดเลาะผ่านทุ่งหญ้าปศุสัตว์ อันเขียวขจี นำท่านแวะถ่ายรูปอันนาประทับใจของทิวทัศน์เทือกเขาสลับซับซ้อนตระการตา
  • มุ่งหน้าชมความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟ ปี ตงเดอลาฟูร์แนซ (Piton de laFournaise) หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกกรุ่นอยู่และมีการระเบิดอยู่อย่างต่อเนื่องทุกปีภูเขาไฟรูปโล่ตั้งอยู่บนปลาย

    เกาะรียูเนี่ยน ทางตะวันออก มีความสูง 2,631 เมตร (8,632 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล ซึ่งบางครั้งเรียกว่าเป็นพี่น้องกับ ภูเขาไฟเกาะฮาวาย เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันทางด้านภูมิอากาศและธรรมชาติมีการระเบิดขึ้นกว่า 100ครั้ง ตั้งแต่ปีพ.ศ.2183 เป็นต้นมา และยังเป็นที่จับ ตามองมาถึงปัจจุบันการระเบิดคร้ังสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวัน ที่4 เมษายน พ.ศ. 2550 ภูเขาไฟลูกนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของเกาะรียูเนียนเมื่อประมาณ 3 ล้านปีก่อน ภูเขาไฟแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติรียูเนียน และยังได้รับการยกย่องจากองคก์ารยเูนสโกเป็นมรดกโลกอีกด้วย

    (การชมบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ ทางไกด์ท้องถิ่นจะแจ้งให้ทราบอีกคร้ังเนื่องจากต้องดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก)

  • เหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบิน AIR AUSTRAL เที่ยวบินที่ UU887

DAY 11 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

รวม

แกลลอรี่ทัวร์มาดากัสก้าร์

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer Uncategorized

ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ย่าติง

ทัวร์จีน จิ่วจ้ายโกว ย่าติง

อุทยานในฝันของนักเดินทาง น้ำใส ใบไม้สวย สูดอากาศบริสุทธิ์กับยอดภูเขาหิมะบนความสูงระดับ 4 พันเมตร

สรุปทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: Bangkok – Chengdu – Jingli Street – Dujiangyan

  • พบกันที่สุวรรณภูมิ แถว H/J ประตู 4  สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG618 ออกเดินทางสู่เมืองเฉินตู ประเทศจีน เวลา 10.05 น.
  • เดินทางถึง นครเฉินตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน นำท่านขึ้นรถบัสปรับอากาศเดินทางไปยังหย่าอัน เมืองหย่าอัน ตั้งอยู่ทางภาคกลางของมณฑลเสฉวน ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ห่างจากเมืองเฉิงตูราว 120 กิโลเมตร มีภูเขาที่สวยงาม มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่งดงาม เป็นพื้นที่ที่มีอากาศสะอาดสดชื่น
  • ช้อปปิ้งถนนโบราณจิ่งหลี่เป็นถนนคนเดินที่รักษาบรรยากาศสมัยโบราณไว้ได้เป็นอย่างดี มีสินค้าต่างๆมากมายใหท่านเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัย
  • บริเวณใกล้ๆจะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าสามก๊ก ท่านสามารถไปสักการะเล่าปีกวนอูเตีวหุยและขุนพลของจ๊กก๊กอีกมากมาย (ไม่รวมค่าเข้าศาลเจ้าสามก๊ก)
  • จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองตูเจียงเอี่ยน

  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Dujiangyan

DAY 2 : Dujiangyan – Maoxian – Songpan – Jiuzhaigou

  • เดินทางไปยังเมืองเม่าเสี้ยน ชมเมืองโบราณ เมืองเก่าซงพาน เมืองชายแดนในสมัยโบราณที่ใช้แลกเปลี่ยนสินค้าชาวฮั่นและชาวทิเบต ซึ่งชาวฮั่นนิยมนำใบชา ผ้าแพร เกลือและของใช้ประจำวันมาแลกเปลี่ยนม้า แกะ ขนแกะ และหนังสัตว์ของชาวทิเบต 
  • ชม กำแพงเมืองโบราณ ในสมัยราชวงศ์หมิง และเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว (ประมาณ 4-5 ชม)
  • เดินทางสู่ อุทยานจิ่วจ้ายโกว ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอหนานปิง อยู่ทางเหนือของมณฑลเสฉวน และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,500 เมตร มีวิวทิวทัศน์ของขุนเขาอันสวยงาม
  • พักที่ Jiuzhaigou

DAY 3 :  Jiuzhaigou

  • นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติธารสวรรค์ จิ่วจ้ายโกว มรดกโลกทางธรรมชาติ (รถอุทธยาน) ชมความสวยงามของภูเขาและหุบเขาอันสลับซับซ้อน มีแอ่งน้ำน้อยใหญ่มากมายถึง 114 แอ่ง และกลุ่มน้ำตกใหญ่น้อยมากมาย ท่านจะได้พบกับความหัศจรรย์ของอุทยานแห่งนี้ ชมสภาพของน้ำในทะเลสาบมีสีสันที่พิสดารหลากหลาย ประกอบด้วยฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงจนทำไห้เกิดสีสัน อันมหัศจรรย์จนได้ฉายาว่า “7 แดนเทพนิยาย”
  • ชม ทะเลสาบ LONG LAKE ทะเลสาบดอกไม้ 5 สี ทะเลสาบหมีแพนด้า ทะเลสาบไผ่ลูกศร และ ทะเลสาบนกยูง ที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างไว้อย่างวิจิต ดั่งภาพวาดในจินตนาการ
  • ชมสระน้ำ 5 สี (COLORFUL POND) ยามที่แสงแดดส่องกระทบกับน้ำในทะเลสาบ จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจะมี 5 เฉดสี สะท้อนออกมาคือ เขียว ขาว เทา น้ำเงิน และม่วง มีนิยายเล่าว่าเกิดจากกระจกของนางฟ้า ตกจากสวรรค์แตกกระจายร่วงลงมาสู่โลก จึงเกิดเป็นสระน้ำ 5 สี
  • ชมความงดงามของ น้ำตกธารไข่มุก ซึ่งเป็นน้ำตกที่ไหลผ่านถ้ำลำธารใหญ่ มีสายน้ำที่ทอดธารลดหลั่นยาวเป็นระยะยาวถึง 310 เมตร เป็นน้ำตกที่มีความงามราวกับเส้นไข่มุกและสายธารน้อยใหญ่มากมาย
  • ชมทะเลสาบแรด ทะเลสาบมังกรหลับ กลุ่มทะเลสาบซู่เจิ้ง น้ำตกซู่เจิ้ง ทุกสถานที่ล้วนเป็นความงาม ที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างไว้ได้ดั่งภาพวาด ในจินตนาการของเหล่ากวีทั้งหลาย ชมสีสันของน้ำที่สะท้อนภาพของภูเขาท้องฟ้าสีครามป่าดงดิบอันอุดมสมบูรณ์
  • พักที่ Jiuzhaigou

Day 4 : Jiuzhaigou

  • เข้าชมอุทยานจิ่วจ้ายโกววันที่ 2 ชม ทะเลสาบเสือ สูงจากระดับน้ำทะเล 2,298 เมตร ทะเลสาบนี้น้ำลึกและเงียบสงบ ความเป็นมาของชื่อทะเลสาบนี้ มี 3 อย่าง

    (1) เสียงน้ำไหลของน้ำตกซู่เจิ้นดังเหมือนเสียงร้องของเสือ 

    (2) ฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี ใบไม้รอบๆทะเลสาบ จะเปลี่ยนสีและสะท้อนบนผิวน้ำดูเหมือนรวดลายของเสือ 

    (3) เสือในป่าลงมากินน้ำที่ทะเลสาบนี้บ่อยๆ

  • นำท่านเดินลัดเลาะไปตาม หมู่ทะเลสาบซู่เจิ้ง ชม น้ำตกซู่เจิ้ง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,295 เมตร กว้าง 62 เมตร สูง 25 เมตร ยอดน้ำตกกว้าง 72 เมตร น้ำตกซู่เจิ้ง มีลักษณะเหมือนกลับดอกบัว น้ำที่ไหลมาจากทะเลสาบข้างบน ถูกต้นไม้แยกเป็นสายน้ำเล็กๆ หลายพันสาย สุดท้ายก็มารวมกันที่ยอดน้ำตกเทลงมาทีเดียว สง่างามมาก ให้ท่านได้อิสระกับการบันทึกถ่ายภาพและดื่มด่ำกับธรรมชาติ ที่สวยสดงดงามได้อย่างเต็มที่
  • ชมทะเลสาบไผ่ลูกศร และทะเลสาบหมีแพนด้า ที่ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่ที่มักจะมีหมีแพนด้าลงมาเล่นน้ำ ก่อนที่จะเปิดเป็นอุทยาน จึงเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบแห่งนี้ จากทะเลสาบหมีแพนด้า นำท่านเดินลัดเลาะธรรมชาติด้านใน ระยะทางประมาณ 2 ก.ม. ตลอดสองข้างทางจะมีลำธารไหลเลาะริมทางเดินไปท่ามกลางเหล่าใบ้ที่กำลังผลัดใบ มุ่งหน้าสู่ ไฮไลท์ของจิ่วจ้ายโกว
  • ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี หรือ ทะเลสาบหางนกยูง (เป็นทะเลสาบหางนกยูง เมื่อมองลงมาจากด้านบน) สูงจากระดับน้ำทะเล 2,472 เมตร ลึก 5 เมตร เป็นทะเลสาบที่มีวิวสวยอันดับต้นๆของอุทยานจิ่วจ้ายโกว เนื่องมาจากการกระจายตัวของตะกอนหินปูน สาหร่าย และพืชน้ำ ทำให้เกิดสีหลายสีสวยงามมาก เป็นจุดที่คนนิยมมาถ่าย Pre-Wedding กันมากที่สุด เพราะมีวิวที่สวยงาม และมีจุดถ่ายรูปมากมายเลยทีเดียว ให้เวลาท่านเต็มที่กับการถ่ายรูป
  • พักที่ Jiuzhaigou

Day 5 : Jiuzhaigou – Huanglong – Chuangzhushi

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติหวงหลง (ขึ้นกระเช้า-เดินลง) นำท่านเดินชมความงามของธรรมชาติที่สร้างสรรค์ตามแนวมังกรเหลือง ค่อยๆไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เดินช้าๆ ทำอะไรช้าๆ เหนื่อยก็พัก (ห้ามฝืน)
  • อุทยานแห่งชาติหวงหลง เป็นลำธารสายหนึ่งไหลมาจากภูเขาหิมะนับพันๆ ปี จนหินปูนเกิดตกตะกอนเป็นแอ่งเป็นชั้น ทั้งเล็กและใหญ่กว่า 4,000 ชั้น สูงตั้งแต่ 1.5 – 4.5 เมตร น้ำสีรุ้งในอ่าง เปรียบเปรยเป็นที่เล่นน้ำของนางฟ้าชั้นสวรรค์ ลำธารเรียงรายลดหลั่นเป็นระยะกว่า 3,000 เมตร เป็นรูปร่างต่างๆ แสนมหัศจรรย์และงดงาม ไม่มีที่ใดในโลกเทียบได้ จนมีชื่อว่า หวงหลง หรือ อุทยานแห่งชาติมังกรเหลือง
  • ถึงเวลานำท่านเดินทางไปยังชวนจู่ซื่อ
  • พักที่ Chuangzhushi

Day 6 : Chuanzhushi – Maoxian – Ya’an

  • จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองเม่าเสี้ยน เมืองเล็กๆที่มีความเงียบสงบและมีความเป็นมายาวนานเมืองหนึ่ง เป็นเมืองทางผ่านระหว่างเฉินตูกับจิ่วจ้ายโกว ระหว่างทางท่านจะได้พบกับความงามของธรรมชาติที่ท่านสัมผัสจากที่ไหนไม่ได้ ท่านจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน
  • เดินทางเข้าสู่เมือง หย่าอัน เป็นเมืองท่องเที่ยวดีเด่นของจีน และเป็น 1 ใน 10 เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของจีนเป็นสถานที่ค้นพบหมีแพนด้าตัวแรกของโลก ถือเป็นต้นแบบการเพาะพันธุ์หมีแพนด้าของโลกในปี 2006 ถิ่นกำเนิดและแหล่งที่อยู่ของหมีแพนด้าในมณฑลเสฉวน ซึ่งมีเมืองหย่าอันเป็นศูนย์กลาง
  • พักที่ Ya’an

Day 7 : Ya’an – Moxi – Xinduqiao

  • นำท่านเดินทางไปยัง ตำบลม่อซี เมืองเล็กๆกลางหุบเขา ที่ยังคงรักษารูปแบบวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในท้องถิ่นนี้เอาไว้จนถึงปัจจุบัน เมื่อ ค.ศ.1935 ตำบลม่อซีเคยเป็นที่จัดตั้งกองทัพแดงภายใต้การนำของเหมาเจ๋อตงและจูเต๋อ เพื่อต่อสู้กับกองทัพก๊กมิ่นตั๋ง และเป็นตำบลที่ตั้งของอุทยานธารน้ำแข็งไห่โหลโกว เดินทางผ่านสะพานต้าตู้ซึ่งเชื่อมเส้นทางสู่ไห่โหลโกว
  • นำท่านไปชม อุทยานเอี่ยนจือโกว เขตทัศนียภาพที่กำลังได้รับความนิยมและมีชื่อในเรื่องของความงามแห่งใบไม้เปลี่ยนสีที่ผสมผสานกับโขดหินสีแดงที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณเขตทัศนียภาพผนวกกับทะเลหมอกสีแดงปกคลุมยอดเขา
  • ชม หงสือทาน ซึ่งเป็นธารน้ำสีแดงตามธรรมชาติที่ไหลลงมาจากภูเขา ปกคลุมไปด้วยหิมะ และเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวๆ เป็นธรรมชาติที่แปลกตยิ่งนัก
  • จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังซินตูเฉียว
  • พักที่ Xinduqiao

DAY 8 : Xinduqiao – Litang – Yading

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองหย่าติง (ใช้เวลาประมาณ 9-10 ชั่วโมง) โดยระหว่างทางจะต้องผ่านภูเขาสูงถึง 3 ลูก โดยมีระดับสุงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยลูกแรกคือภูเขากอร์ซือ สูงจากระดับน้ำทะเล 4,412 เมตร ลูกที่สองคือภูเขาเจียนจือวาน สูงจากระดับน้ำทะเล 4,659 เมตร และภูเขาลูกที่สามคือคาร์จือลาห์ สูงจากระดับน้ำทะเล 4,712 เมตร
  • ผ่าน เมืองหย่าเจียง เป็นเมืองซึ่งได้ชื่อว่าสูงเป็นอันดับสองของโลก ท่านจะได้เห็นภาพชาวเมืองที่มีวิถีชีวิตสบายๆ ในการทำสวนทำไร่ ชาวเมืองจะมีหน้าตาคล้ายชาวทิเบต ท่านจะได้เห็นภูเขาไหจื่อ เป็นเขาที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ และผ่านทะเลสาบสายหลักของเมืองบนภูเขาจะเรียงรายด้วยเจดีย์ทิเบต
  • ระหว่างทางผ่าน เมืองหลี่ถัง ให้ท่านได้สัมผัสเมืองหลี่ถัง ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นชาวทิเบต
  • เดินทางถึงย่าติงช่วงเย็นๆ
  • พักที่ Yading

DAY 9 : Yading National Park

  • นำท่านเที่ยวชม อุทยานหย่าติง ดินแดนย่าติงเป็นที่รู้จักของผู้คนในแถบนี้มาอย่างยาวนานนับพันปี ในอดีตที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายชา-ม้า อันเป็นเส้นทางคาราวานการค้าโบราณ ที่เชื่อมดินแดนทิเบตกับมณฑลยูนนานที่อยู่ทางตอนใต้ โจเซฟ ร็อค นักสำรวจและนักธรรมชาติวิทยาชาวอเมริกันที่ให้คำนิยามของย่าติงไว้ว่า “งดงามจนยากจะหาที่ใดเสมอเหมือน”
  • เที่ยวชม วัดชงกู่ วัดทิเบตที่เก่าแก่ขนาดเล็ก วัดชงกู่ สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน อายุประมาณ 700 ปี ตั้งอยู่บนความสูง 3,880 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่เชิงเขาเซียนหน่ายรื่อภายในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าติง
  • ชม ทะเลสาบไข่มุก เป็นทะเลสาบที่อยู่ในหุบเขาที่ความสูง 4,000 เมตร เป็นทะเลสาบเล็กๆสีเขียว ใสเหมือนมรกต โอบล้อมไปด้วยเงื้อมเงาของยอดเขาเซียนหน่ายรื่อ ซึ่งยอดเขาแห่งนี้สูงถึงกว่า 5,000 เมตร นับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตอนุรักษ์ย่าติง
  • พักที่ Yading

DAY 10 : Yading National Park – Daocheng

  • นำท่านเข้าชม อุทยานย่าติง เปลี่ยนเป็นรถ ณ อุทยาน เที่ยวชมภูเขาหิมะ 3 พระโพธิสัตว์ ที่ชาวทิเบตนับถืออย่างสูง และได้รับสมญานามว่า “THE LAST SHANGRI-LA”ภูเขาหิมะ 3 พระโพธิสัตว์ ประกอบไปด้วย
    1) เซียนหน่ายยื่อ คือ พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา
    2) เซี่ยโยโตเจีย คือ เซียนเทวดาผู้สูงส่ง 3) ยานม่ายหยง คือ องค์ทิพย์เทพพิทักษ์
  • นำท่านขึ้นรถไฟฟ้าสู่ ทุ่งจามรี ซึ่งเป็นเขตที่สามารถมองเห็นยอดเขาหยางเหมยหยง และเซียนโตว้จี๊ ที่สูงเกือบ 6000 เมตร จากจุดนี้ท่านสามารถนั่งม้า ไป-กลับ (3 ชม.)

     *** ไม่รวมค่าขี่ม้า ประมาณ 300 หยวน***

  • สู่ทะเลสาบน้ำนม (หนิวหน่ายไห่) ที่มีความสูงเกือบ 4500 เมตร
  • พักที่ Yading

DAY 11 : Daocheng – Chengdu

  • นำท่านไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางไปยังเมืองเฉินตู  โดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA4216 เวลา 08.30
  • นำท่านชม ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า ทางตอนเหนือของเมืองเฉินตู สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1987 ซึ่งใช้เป็นศูนย์เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ รวมถึงใช้เป็นสถานที่ศึกษาหมีแพนด้า เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่จะศึกษาระบบนิเวศน์ , การอยู่อาศัยและการแพร่พันธุ์ของหมีแพนด้าเป็นสถานอภิบาลหมีแพนด้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • จากนั้นนำท่านชม โชว์เปลี่ยนหน้ากาก เป็นการโชว์ที่ผู้แสดงสะบัดหน้าเพียงครั้งเดียวก็สามารถเปลี่ยนหน้าได้เพียงเสี้ยววินาที เป็นศิลปะของคนจีนตั้งแต่สมัยโบราณ ในอดีตเทคนิคการแสดงจะถูกปิดเป็นความลับและจะถ่ายทอดเฉพาะคนในตระกูลเท่านั้น
  • พักที่ Chengdu

DAY 12 : Chengdu – Bangkok

  • นำท่านเดินทางไปยัง ถนนคนเดินควานจ่ายเจีย หรือซอยกว้างแคบ ซึ่งเป็นบ้านทรงจีนโบราณของท่านนายพลในยุคก่อน ถนนสายนี้มีการตกแต่งแบบย้อนยุค และมีการนำสินค้าท้องถิ่นมาวางขาย ให้ท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งหรือเก็บภาพประทับใจ
  • นำท่านเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 619
  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม***

DAY 1: Bangkok – Chengdu – Yaan

  • พบกันที่สุวรรณภูมิ แถว H/J ประตู 4  สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG618 ออกเดินทางสู่เมืองเฉินตู ประเทศจีน เวลา 10.05 น.
  • เดินทางถึง นครเฉินตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน นำท่านขึ้นรถบัสปรับอากาศเดินทางไปยังหย่าอัน เมืองหย่าอัน ตั้งอยู่ทางภาคกลางของมณฑลเสฉวน ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ห่างจากเมืองเฉิงตูราว 120 กิโลเมตร มีภูเขาที่สวยงาม มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่งดงาม เป็นพื้นที่ที่มีอากาศสะอาดสดชื่น
  • นำท่านขึ้นรถบัสปรับอากาศเดินทางไปยังหย่าอัน

    เมืองหย่าอัน ตั้งอยู่ทางภาคกลางของมณฑลเสฉวน ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ห่างจากเมืองเฉิงตูราว 120 กิโลเมตร มีภูเขาที่สวยงาม มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่งดงาม เป็นพื้นที่ที่มีอากาศสะอาดสดชื่น ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,800 มิลลิเมตรต่อปี จนได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งฝน” เพราะเป็นเขตที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดของมณฑลเสฉวน เป็นเมืองท่องเที่ยวดีเด่นของจีน และเป็น 1 ใน 10 เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของจีน ประจำปี 2006 อีกด้วย นอกจากนี้เมืองหย่าอันยังเป็นที่นิยมสำหรับการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนตากอากาศ ในชนบท และการขับรถเที่ยวเองของมณฑลเสฉวน และยังเป็นสถานที่ค้นพบหมีแพนด้าตัวแรกของโลก ถือเป็นต้นแบบการเพาะพันธุ์หมีแพนด้าของโลกในปี 2006 ถิ่นกำเนิดและแหล่งที่อยู่ของหมีแพนด้าในมณฑลเสฉวน ซึ่งมีเมืองหย่าอันเป็นศูนย์กลาง ต่อมาเมืองแห่งนี้ได้ถูกบันทึกอยู่ในบัญชีรายชื่อมรดกโลกทางธรรมชาติ นอกจากนี้เมืองหย่าอันยังเป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมชาและการปลูกชาของโลก อีกทั้งยังเป็นเขตเพาะปลูกและบำรุงรักษาต้นชาโดยใช้แรงงานคนที่เก่าแก่ที่สุดของโลกด้วย ดังคำขวัญประจำเมืองที่ว่า “บ้านหมีแพนด้า แหล่งชาของโลก ศูนย์กลางเสฉวนตะวันตก หย่าอันแห่งมนต์เสน่ห์”

  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

  • พักที่ HONGZHU HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

DAY 2 : Yaan – Moxi

  • หลังจากรับประทานอาหารที่โรงแรม นำท่านเดินทางไปยังตำบลม่อซี (เดินทางประมาณ 3.30 ชม.)

  • นำท่านไปชม อุทยานเอี่ยนจือโกว เขตทัศนียภาพที่กำลังได้รับความนิยมและมีชื่อในเรื่องของความงามแห่งใบไม้เปลี่ยนสีที่ผสมผสานกับโขดหินสีแดงที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณเขตทัศนียภาพผนวกกับทะเลหมอกสีแดงปกคลุมยอดเขา สร้างสรรค์ทิวทัศน์ดุจดั่งภาพวาดในจินตการ
  • เอี่ยยนจื่อโกว อยู่ในบริเวณทิศตะวันออกของเขตทัศนียภาพก้งก่าซาน เป็นทางผ่านที่จะไปยัง เมืองคังติ้ง ซึ่งห่างจากเมืองดังกล่าว 76 กม. ห่างจากนครเฉิงตู 236 กม. สภาพทิวทัศน์สองข้างทางเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนสร้างทัศนียภาพงดงามและยิ่งใหญ่ตลอดเส้นทาง ชม หงสือทาน ซึ่งเป็นธารน้ำสีแดงตามธรรมชาติที่ไหลลงมาจากภูเขา ปกคลุมไปด้วยหิมะ และเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวๆ เป็นธรรมชาติที่แปลกตยิ่งนัก

  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

  • พักที่ HAILUOGOU LONG MARCH HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

DAY 3 : Moxi – Danba

  • หลังรับประทานอาหารเช้า โรงแรม นำท่านเดินทางไปยังตันปา (ชมวิวระหว่างทาง) เมืองตันปา หุบเขาแห่งสาวงาม ตั้งอยู่ริมโตรกผาสูงตระหง่าน ด้านหนึ่งคือแม่น้ำต้าตูที่เชี่ยวกราก อีกด้านคือภูผาสูง เป็นเมืองที่มีพื้นที่หลากหลายรูปแบบ ตัวเมืองตันปาถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญมากเมืองหนึ่งเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ตันปาในอดีตเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญมากของแคว้นคามทิเบต มีสมญาว่า “อาณาจักรพันป้อม” ตันปาเริ่มสร้างป้อมปราการตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นเมื่อค.ศ. 1,700 ปีก่อน ซึ่งเคยมีป้อมปราการมากกว่า 3,000 แห่ง หมู่บ้านขนาดใหญ่บางหมู่บ้านก็มีป้อมมากกว่า 100 แห่ง ปัจจุบันมีป้อมปราการเหลืออยู่ 562 แห่ง ท่านจะได้เห็นหอสังเกตุการณ์แบบทิเบตตั้งกระจายอยู่ทั่วไป นอกจากตันปามีหุบเขาที่สวยงามแล้ว ยังมีหญิงสาวสวย จนเป็นที่รับรู้กันทั้งแผ่นดินจีนว่า ชมหมู่บ้านทิเบตที่สวยที่สุดต้องมาที่ตันปา ชมหญิงทิเบตสวยที่สุดก็ต้องมาที่ตันปาเช่นกัน
  • ระหว่างทางแวะชม สะพานหลูติ้ง เป็นสะพานแขวนเก่าแก่ สมัยจักรพรรดิคังซี ราชวงศ์ชิง สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1705 โดยมีความยาว 103 เมตร และกว้าง 2.8 เมตร ใช้โซ่เหล็ก 13 เส้น ขึงระหว่างสองฝั่ง พื้นสะพานปูด้วยไม้กระดาน สะพานแห่งนี้มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคใกล้ของจีน เมื่อกองทัพแดงสู้รบกับกองทัพของรัฐบาลเจียงไคเช็คในปี 1935 และได้สร้างวีรกรรมพลีชีพในการแย่งยึดสะพานนี้มาจากกองทัพก๊กมิ่นตั๋ง

  • รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

  • เดินทางเข้าที่พัก LAN FENG HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

Day 4 : Danba – Xinduqiao

  • นำท่านชม หมู่บ้านเจียจูจังไช่ สร้างขึ้นจากไม้และหิน โดยชั้นล่างสุดเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ชั้นถัดมาจะเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าบ้าน ส่วนดาดฟ้าด้านบนใช้สำหรับตากพืชผลทางการเกษตร บานหน้าต่างประตูของบ้านแต่ละหลังทำจากไม้ที่ได้รับการแกะสลักและลงสีไว้อย่างงดงาม ลักษณะบ้านสวยโดดเด่นกว่าหมู่บ้านอื่นในตานปา ก็คงตรงที่รู้จักใช้สีสัน สีขาว แดง ดำ คาดบนตัวบ้านที่ก่อด้วยหินแผ่นเล็กๆ เรียงซ้อนกัน มุมของหลังคามียอดแหลมวางหินสีขาว ที่ถือว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ด้วยความสวยโดดเด่นจึงทำให้ National Geographic ของเมืองจีน ยกให้เป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดของประเทศจีน

  • จากนั้นชม หมู่บ้านธิเบตจงลู่ เป็นหมู่บ้านทิเบตตั้งอยู่บนเนินเขาสูง จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังซินตูเฉียว
  • รับประทานอาหาร และนำท่านเข้าสู่ที่พัก
  • พักที่ SHE YING TIANTANG HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

Day 5 : Xinduqiao – Litang- Yading

  •  นำท่านเดินทางสู่ เมืองหย่าติง (ใช้เวลาประมาณ 9-10 ชั่วโมง) โดยระหว่างทางจะต้องผ่านภูเขาสูงถึง 3 ลูก โดยมีระดับสุงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยลูกแรกคือภูเขากอร์ซือ สูงจากระดับน้ำทะเล 4,412 เมตร ลูกที่สองคือภูเขาเจียนจือวาน สูงจากระดับน้ำทะเล 4,659 เมตร และภูเขาลูกที่สามคือคาร์จือลาห์ สูงจากระดับน้ำทะเล 4,712 เมตร

  • นำท่านเดินทางผ่านเมืองหย่าเจียง เป็นเมืองซึ่งได้ชื่อว่าสูงเป็นอันดับสองของโลก ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,000 เมตร อาหลี่ถัง เป็นเมืองที่เสนอเรื่องขอขึ้นทะเบียนเป็นเมืองที่สูงที่สุดในโลกเหนือกว่าทิเบตเมืองหลังคาโลก เป็นดินแดนเรียกได้ว่าลึกลับที่สุดที่อยู่ในความสูงระดับ 4,500-6,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ท่านจะได้เห็นภาพชาวเมืองที่มีวิถีชีวิตสบายๆ ในการทำสวนทำไร่ ชาวเมืองจะมีหน้าตาคล้ายชาวทิเบต ท่านจะได้เห็นภูเขาไหจื่อ เป็นเขาที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ และผ่านทะเลสาบสายหลักของเมืองบนภูเขาจะเรียงรายด้วยเจดีย์ทิเบต ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองอาหลี่ถัง ท่านจะได้เห็นการ์เซียปกคลุมภูเขาจนเป็นภูเขาหิมะสีขาวโพลน ได้รับการขนานนามว่า “ภูเขานกกระเรียนขาวหิมะหยก” 

  • ระหว่างทางท่านจะผ่าน เมืองหลี่ถัง ให้ท่านได้สัมผัสเมืองหลี่ถัง ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นชาวทิเบต
  • รับประทานอาหาร และนำท่านเข้าสู่ที่พัก

  • พักที่ HOLIDAY INN EXPRESS ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

Day 6 : Yading National Park

  • นำท่านเที่ยวชม อุทยานย่าติง เปลี่ยนเป็นรถอุทยาน ดินแดนย่าติงเป็นที่รู้จักของผู้คนในแถบนี้มาอย่างยาวนานนับพันปี เพราะในอดีตที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายชา-ม้า อันเป็นเส้นทางคาราวานการค้าโบราณ ที่เชื่อมดินแดนทิเบตกับมณฑลยูนนานที่อยู่ทางตอนใต้ แต่ผู้ที่ทำให้โลกภายนอกได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่และงดงามของดินแดนย่าติง คือ โจเซฟ ร็อค นักสำรวจและนักธรรมชาติวิทยาชาวอเมริกันที่ให้คำนิยามของย่าติงไว้ว่า “งดงามจนยากจะหาที่ใดเสมอเหมือน” โจเซฟ ร็อค ได้เดินทางสำรวจดินแดนในแถบจีนตะวันตกรวมถึงดินแดนย่าติง และนำออกเผยแพร่ผ่านนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จนสร้างความตื่นเต้นและตื่นตะลึงในหมู่ชาวตะวันตก ถึงความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติภายในดินแดนแห่งนี้ ดั่งที่เขาได้บรรยายรายละเอียดของยอดเขาเซียนหน่ายรื่อ เอาไว้ว่า “ยอดเขาแห่งองค์พระอวโลกิเตศวร ดูเสมือนดั่งบัลลังก์ของเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์” ด้วยภาพของยอดเขาสูงชัน ยอดด้านบนตัดตรงดูคล้ายบัลลังก์ เบื้องหน้าคือทะเลสาบไข่มุกที่ใสบริสุทธิ์ ธงมนต์หลากสีพริ้วไหวอยู่ริมทะเลสาบ บรรยากาศรอบข้างอบอวลไปด้วยแรงศรัทธาและบทสวดที่ล่องลอยผ่านธงมนต์มาตามสาย ลม ผลงานของโจเซฟ ร็อค ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นวนิยาย Lost Horizon ของนักเขียนชาวอังกฤษ เจมส์ ฮิวส์ตัน ที่กล่าวถึง แชงกรีลา ดินแดนลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ดินแดนที่ผู้คนดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุขท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์และงดงาม

  • เที่ยวชม วัดชงกู่ วัดทิเบตที่เก่าแก่ขนาดเล็ก วัดชงกู่ สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน อายุประมาณ 700 ปี ตั้งอยู่บนความสูง 3,880 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่เชิงเขาเซียนหน่ายรื่อภายในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าติง
  • จากนั้นเที่ยวชม ทะเลสาบไข่มุก เป็นทะเลสาบที่อยู่ในหุบเขาที่ความสูง 4,000 เมตร เป็นทะเลสาบเล็กๆสีเขียว ใสเหมือนมรกต โอบล้อมไปด้วยเงื้อมเงาของยอดเขาเซียนหน่ายรื่อ ซึ่งยอดเขาแห่งนี้สูงถึงกว่า 5,000 เมตร นับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตอนุรักษ์ย่าติง

  • รับประทานอาหาร และนำท่านเข้าสู่ที่พัก

  • พักที่ HOLIDAY INN EXPRESS ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

Day 7 : Yading National Park – Daocheng

  • นำท่านเข้าชมอุทยานย่าติงอีกครั้ง เปลี่ยนเป็นรถอุทยาน เที่ยวชมภูเขาหิมะ 3 พระโพธิสัตว์ ที่ชาวทิเบตนับถืออย่างสูง และได้รับสมญานามว่า “THE LAST SHANGRI-LA”

    ภูเขาหิมะ 3 พระโพธิสัตว์ ประกอบไปด้วย 

    1) เซียนหน่ายยื่อ คือ พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา 

    2) เซี่ยโยโตเจีย คือ เซียนเทวดาผู้สูงส่ง 

    3) ยานม่ายหยง คือ องค์ทิพย์เทพพิทักษ์

  • นำท่านขึ้นรถไฟฟ้าสู่ทุ่งจามรี ซึ่งเป็นเขตที่สามารถมองเห็นยอดเขาหยางเหมยหยง และเซียนโตว้จี๊ ที่สูงเกือบ 6000 เมตร จากจุดนี้ท่านสามารถนั่งม้า ไป-กลับ (3 ชม.)
     *** ไม่รวมค่าขี่ม้า ประมาณ 300 หยวน***
  • สู่ทะเลสาบน้ำนม(หนิวหน่ายไห่) ที่มีความสูงเกือบ 4500 เมตร 

  • รับประทานอาหาร และนำท่านเข้าสู่ที่พัก

  • พักที่ ROCK HOMELAND INTERNATIONAL HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

DAY 8 : Daocheng – Chengdu

  •  นำท่านไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางไปยังเมืองเฉินตู  เดินทางโดยสายการบินภายในประเทศ ……….เที่ยวบินที่……….
  • เมื่อเดินทางถึงเฉินตูนำท่านชม ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 600,000 ตารางเมตร ทางตอนเหนือของเมืองเฉินตู สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1987 ซึ่งใช้เป็นศูนย์เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ รวมถึงใช้เป็นสถานที่ศึกษาหมีแพนด้า เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่จะศึกษาระบบนิเวศน์ , การอยู่อาศัยและการแพร่พันธุ์ของหมีแพนด้าเป็นสถานอภิบาลหมีแพนด้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในได้รับการจัดสภาพแวดล้อม กลมกลืนกับป่าธรรมชาติ ทั้งยังเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์หายากของมณฑลเสฉวนอีกด้วย ที่นี่มีแพนด้าประมาณ 40 กว่าตัว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ได้ให้ความรู้กับท่านพร้อมทั้งอธิบาย เกี่ยวกับหมีแพนด้า เช่น การเกิด การทำคลอด โรงพยาบาลหมีแพนด้า พิพิธภัณฑ์หมีแพนด้า สถานที่อนุบาลหมีแพนด้า 

  • จากนั้นนำท่าน ชมโชว์เปลี่ยนหน้ากาก เป็นการโชว์ที่ผู้แสดงสะบัดหน้าเพียงครั้งเดียวก็สามารถเปลี่ยนหน้าได้เพียงเสี้ยววินาที เป็นศิลปะของคนจีนตั้งแต่สมัยโบราณ ในอดีตเทคนิคการแสดงจะถูกปิดเป็นความลับและจะถ่ายทอดเฉพาะคนในตระกูลเท่านั้น  และนำท่านเข้าสู่ที่พัก

  • พักที่ MERCURE CHENGDU HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

DAY 9 : Chengdu – Bangkok

  • นำท่านเดินทางไปยัง ถนนคนเดินควานจ่ายเจีย หรือซอยกว้างแคบ ซึ่งเป็นบ้านทรงจีนโบราณของท่านนายพลในยุคก่อน ถนนสายนี้มีการตกแต่งแบบย้อนยุค และมีการนำสินค้าท้องถิ่นมาวางขาย ให้ท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งหรือเก็บภาพประทับใจ
  • นำท่านเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 619
  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

รวม

แกลลอรี่ทัวร์จีน จิ่วจ้ายโกว ย่าติง

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer Uncategorized

ทัวร์อัลไต รัสเซีย

ทัวร์อัลไต รัสเซีย

จากเทือกเขาที่ยิ่งใหญ่ ใจกลางทวีปเอเชีย เดินทางบนรถไฟสายทรานไซบีเรีย สู่ทะเลสาไบคาล

สรุปทริป

โปรแกรมเต็ม

DayBangkok – Novosibirsk – Altai

  • นัดพบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อเช็คอินสัมภาระและเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
  • ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) ด้วยเที่ยวบิน S7 860 สายการบิน S7 Airlines มุ่งหน้าสู่ดินแดนไซบีเรียอันกว้างใหญ่ของประเทศรัสเซีย
  • เดินทางถึงสนามบินตอลมาเชโว (Tolmachevo – OVB) สนามบินนานาชาติของเมืองโนโวซิบีร์สก์ (Novosibirsk) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระและพักรับประทานอาหารในตัวเมือง ก่อนเดินทางต่อไปยังเขตเทือกเขาอัลไต (Altai Mountains) ส่วนที่อยู่ในประเทศรัสเซีย ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ราว 6 ชั่วโมงเดินทางเข้าที่พัก

Day Altai – Chemal – Cheposh

  • เริ่มต้นสำรวจอัลไตผ่านสาธารณรัฐอัลไต (Altai Republic) หนึ่งในบรรดาหน่วยปกครองระดับสาธารณรัฐทั้งหมด 22 แห่งของรัสเซีย ด้วยการออกเดินทาง
  • ไปยังหมู่บ้านเชมาล (Chemal) แหล่งพักผ่อนตากอากาศของอัลไตที่ขึ้นชื่อสมัยสหภาพโซเวียต ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคาตุน (Katun) ซึ่งมีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งบนยอดเขาเบลูคา (Belukha) ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาอัลไต
  • มุ่งหน้าสู่วิหารออร์โธด็อกซ์รัสเซียบนเกาะพัทมอส (Patmos) ที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำคาตุน เกาะแห่งนี้ตั้งชื่อตามเกาะพัทมอสในประเทศกรีซ ส่วนวิหารสร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1855 เพื่อเป็นอนุสรณ์ของการเผยแพร่คริสต์ศาสนาในดินแดนอัลไต ลัดเลาะไปตามเส้นทางริมเขาเลียบแม่น้ำคาตุนจนถึงจุดบรรจบของแม่น้ำคาตุนกับแม่น้ำเชมาล ผ่านทิวทัศน์มุมกว้างของแม่น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกัน มุ่งหน้าสู่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำเชมาล (Chemal Hydroelectric Power Station) อนุสรณ์ทางสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีช่วงต้นสหภาพโซเวียตที่ถูกสร้างขึ้นโดยแรงงานของนักโทษผู้ถูกคุมขังในค่ายกักกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1935 
  • เดินทางสู่หมู่บ้านเชปอช (Cheposh) ที่ตั้งของศูนย์ศึกษาวัฒนธรรม เดเซียทีรุชก้า (Desyatiruchka) หมายถึงตุ๊กตาพื้นบ้านรัสเซียที่มีสิบแขน ในอดีตทำขึ้นเพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่หญิงสาวที่กำลังจะแต่งงานออกเรือน เพื่อให้สิบแขนสิบมือของตุ๊กตาเป็นสัญลักษณ์ของความช่วยเหลือต่อหญิงสาวในกิจการงานบ้านและการเรือน ร่วมทำความรู้จักและเข้าใจวิถีชีวิตชาวรัสเซียที่มาตั้งรกรากในดินแดนแถบนี้ตั้งแต่ราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 นอกจากนั้นทุกคนยังจะได้มีโอกาสทำตุ๊กตาพื้นบ้านรัสเซียเพื่อเป็นที่ระลึกด้วยตนเองอีกด้วย 
  • เดินทางกลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

Day : Altai – Chuya Highway – Mount Kalbak-Tash – Kurai Steppe

  • นั่งรถออกเดินทางสำรวจไปตาม ชูยา ไฮเวย์ (Chuya Highway) ถนนสายหลักที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความอัศจรรย์ของภูมิประเทศ และธรรมชาติที่น่าตื่นตะลึง ทอดยาวจากโนโวซิบีร์สก์ ผ่านที่ราบสูงและแนวช่องเขาระหว่างภูเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาอัลไตไปจนสุดเขตแดนของประเทศรัสเซีย ก่อนเชื่อมต่อกับพรมแดนของประเทศมองโกเลีย โดยตลอดการเส้นทางราว 330 กิโลเมตร เราจะได้พบกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิประเทศและธรรมชาติรอบตัว จากช่องเขาแคบคดเคี้ยวเรื่อยมาจนถึงที่ราบสูงกว้างใหญ่ระหว่างเขา จากเขตป่าสนไม่ผลัดใบแบบไทกาจนถึงเขตทุ่งหญ้าสเตปป์ตามลำดับ
  • ผ่านช่องเขาเซมินสกี (Seminsky Pass) บนความสูง 1,894 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล นอกจากจะเป็นจุดเชื่อมต่อทางภูมิประเทศและเขตธรรมชาติของอัลไตตอนเหนือและอัลไตตอนกลางแล้ว บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1956 ในวาระครบรอบ 200 ปี ที่ชนชาวอัลไตตกลงใจเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรรัสเซีย 
  • ช่องเขาชิเก-ทามาน (Chike-Taman Pass)ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,460 เมตร และความงดงามของธรรมชาติและภูมิประเทศ ทำให้ช่องเขานี้เป็นจุดชมวิวที่เหมาะกับการถ่ายภาพและการดื่มด่ำธรรมชาติตลอดสองข้างทางไปพร้อมกับรถที่กำลังวิ่งขึ้นลงไปตามแนวเขาอันกว้างใหญ่ ผ่านจุดบรรจบของแม่น้ำชูยาและแม่น้ำคาตุน หนึ่งในเส้นทางผจญภัยทางน้ำที่สวยงามที่ดึงดูดนักล่องแก่งจากทุกสารทิศ
  • พบกับภาพสลักหินในเขต เนินเขาคาลบัค-ตาช (Mount Kalbak-Tash) หลักฐานทางโบราณคดีและมานุษยวิทยาว่าด้วยการมีอยู่และวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนบริเวณนี้ในอดีต ภาพสลักทั้งหมดมีจำนวนกว่า 500 เรื่องราว โดยภาพที่เก่าแก่ที่สุดในจำนวนภาพสลักที่พบทั้งหมดสามารถนับอายุย้อนไปได้ราว 8,000 ปี

  • สิ้นสุดการเดินทางที่ทุ่งหญ้าสเตปป์คูราย (Kurai Steppe) ที่ราบสูงระหว่างเทือกเขาบนความสูงกว่า 1,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการชมทิวทัศน์อันงดงามของแนวเขาชูยาเหนือ (North Chuya Ridge)

  • เดินทางกลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

Day : Altai – Uch Enmek – Karakol Valley

  • ออกเดินทางสู่เขตที่ราบสูงอูลากัน (Ulagan Plateau) หนึ่งในแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีที่พบอารยธรรมของชาวไซเธียน (Scythians) ผ่านประตูแดง (Red Gate) หน้าผาหินลาวาดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ระหว่างช่องเขาขาด มีสีออกแดงเนื่องจากมีหินแร่ปรอทซินนาบาร์ (Cinnabar) อยู่เป็นจำนวนมาก มีการค้นพบว่ามีการใช้แร่นี้ในยุคก่อนประวัติศาสตร์เพื่อเก็บรักษาซากมัมมี่ในอารยธรรมปาซิริค (Pazyryk Сulture) ที่เคยรุ่งเรืองในดินแดนบริเวณนี้
  • เดินทางวกกลับเข้าสู่ ชูยา ไฮเวย์ มุ่งหน้าไปยังอุทยานธรรมชาติและชาติพันธุ์ อุช-เอ็นเม็ก (Uch-Enmek) พบกับเขตอนุรักษ์ธรรมชาติพิเศษที่สำคัญแห่งหนึ่งของอัลไต หุบเขาคาราโคล (Karakol Valley) ซึ่งมีความสวยงามและสำคัญอย่างมากต่ออารยธรรมโบราณของชนพื้นเมืองบริเวณนี้ พร้อมกันนั้นร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองอัลไตในปัจจุบัน ร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้านและร่วมกิจกรรมท้องถิ่นกับชนพื้นเมือง
    ***
    (โปรแกรมเสริม) เดินทางด้วยรถและเดินเท้าต่อไปยัง อารู-เคม (Aru-Kem) ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของชาวอัลไตที่ตั้งอยู่บนเขาเหนือระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร เพื่อชมทิวทัศน์ของเทือกเขาพร้อมรับรู้ตำนานว่าด้วยหญิงงามแห่งอัลไต***
  • ออกเดินทางด้วยรถยนต์กลับไปยังโนโวซิบีรส์ก (ค้างคืนบนรถ 10 ชม.)

Day : Novosibirsk – Akademgorodok – West Siberian Railway Museum – Novosibirsk Zoo

  • เมื่อข้ามแม่น้ำออบ (Ob) ก่อนเข้าถึงตัวเมืองโนโวซิบีร์สก์ ทางฝั่งขวาของแม่น้ำจะพบกับอคาเดมโกโรดอก (Akademgorodok) เขตพื้นที่พิเศษที่ตั้งขึ้นในสมัยสหภาพโซเวียตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของการค้นคว้าวิจัยขนาดใหญ่ในเขตไซบีเรียพร้อมกับรักษาสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติที่สุด ภายในเมืองวิชาการแห่งนี้เราจะได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาและการวิจัยต่างๆที่เกิดขึ้นในไซบีเรียทั้งสมัยโซเวียตและในปัจจุบัน
  • ชมพิพิธภัณฑ์รถไฟไซบีเรียตะวันตก (West Siberian Railway Museum) พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงบรรดาหัวรถจักรและตู้รถไฟที่ใช้ในการขนส่งคมนาคมหลากหลายประเภท รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการขนส่งทางรถไฟในเขตไซบีเรียตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

  • เที่ยวรอบตัวเมืองโนโวซิบีร์สก์ ที่หลังจากก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1897 ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึง 70 ปี ในการก้าวขึ้นมาเป็นเมืองที่มีประชากรเกินล้านคน มีความสำคัญด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจจนได้รับสมญาว่า “ชิคาโกแห่งไซบีเรีย” กระทั่งปัจจุบันถือเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสามของรัสเซีย เป็นรองแค่เพียงมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

  • แวะทักทายสัตว์ป่านานาชนิดทั้งที่มีถิ่นกำเนิดในไซบีเรีย รัสเซีย และจากทุกมุมโลกที่สวนสัตว์โนโวซิบีร์สก์ (Novosibirsk Zoo) หนึ่งในสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซียและยุโรปในปัจจุบัน พระเอกของสวนสัตว์แห่งนี้คือเสือดาวหิมะ (Snow Leopard) ที่พบในเขตไซบีเรีย เทือกเขาอัลไตและหิมาลัย สถานะใกล้จะสูญพันธุ์ในธรรมชาติ ดาราประจำสวนสัตว์ตัวอื่นๆ ได้แก่ หมีขาว (Polar Bear) และไลเกอร์ (Liger) หรือเสือผสมสิงโต

  • เดินทางสู่สถานีรถไฟโนโวซิบีร์สก์ ออกเดินทางด้วยรถไฟไปยังคราสโนยาร์สก์ (ค้างคืนบนรถไฟ / 12 ชม.)

Day : Krasnoyarsk – Stolby Nature Sanctuary

  • (เช้า) ถึงสถานีรถไฟคราสโนยาร์สก์ รับประทานอาหารเช้าก่อนออกเที่ยวรอบเมืองที่มีประวัติเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียมายาวนานเกือบ 400 ปี ปัจจุบันเป็นหนึ่งใน 15 เมืองของรัสเซียที่มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน คราสโนยาร์สก์ตั้งอยู่บนที่ราบสูงโดยมีแม่น้ำเยนิเซ (Yenisei) หนึ่งในแม่น้ำสายหลักของไซบีเรียไหลผ่านทำให้เป็นชัยภูมิที่เหมาะแก่การสร้างเมือง โดยมีการพบหลักฐานการตั้งรกรากของผู้คนในบริเวณนี้นับย้อนไปได้กว่า 35,000 ปีมาแล้ว
  • หลังจากนั้นออกเดินทางไปยังเขตเทือกเขาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเข้าสู่อุทยานธรรมชาติสโตลบึย (Stolby Nature Sanctuary) คำว่า “สโตลบึย” เป็นคำในภาษารัสเซียหมายถึงกลุ่มเสาหิน ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาในเขตป่าสนไซบีเรีย ด้วยทิวทัศน์ที่งดงามและไม่เหมือนใครเมื่อมองลงมายังเมืองคราสโนยาร์สก์ ทำให้ในปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ดึงดูดนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในรูปแบบของการเดินป่าและปีนเขา
  • เดินทางสู่สถานีรถไฟคราสโนยาร์สก์ ออกเดินทางด้วยรถไฟไปยังอิรคุทสก์ (ค้างคืนบนรถไฟ / 17 ชม.)

Day : Baikal – Irkutsk 

  • (บ่าย) ถึงสถานีรถไฟอิรคุทสก์ เดินทางเข้าที่พักก่อนออกท่องเที่ยวรอบตัวเมืองอิรคุทสก์ (Irkutsk)
  • อิรคุทสก์เป็นเมืองเก่าแก่มีอายุมากกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทะเลสาบไบคาล ริมแม่น้ำอันการา (Angara) แม่น้ำเพียงสายเดียวที่ไหลออกจากทะเลสาบไบคาล ในอดีตก่อนการปฏิวัติรัสเซียถือเป็นเมืองค้าขายที่สำคัญของจักรวรรดิรัสเซีย มีบทบาทสำคัญในฐานะเมืองศูนย์กลางการค้าระหว่างรัสเซียกับจีน ต่อมาเป็นแหล่งแปรรูปทองคำที่ได้มาจากแหล่งในไซบีเรียตะวันออก ในสมัยสหภาพโซเวียตกลายเป็นเมืองสำหรับคุมขังนักโทษการเมืองที่ถูกเนรเทศ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของรัสเซียเนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ใกล้และมีสาธารณูปโภคสะดวกสบายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปยังทะเลสาบไบคาล ในบางครั้งถูกเรียกว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งไซบีเรียตะวันออก”

  • เดินทางกลับเข้าที่พัก

Day : Baikal – Listvyanka – Limnological Museum

  • ออกเดินทางจากอิรคุทสก์ไปยังลิสต์เวียนก้า (Listvyanka) ชุมชนติดทะเลสาบไบคาล ระยะทางราว 70 กม. ระหว่างทางแวะชมพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมและชาติพันธุ์ทาลท์ซึย (The Taltsy Museum) พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งในรูปของหมู่บ้านที่จัดแสดงสถาปัตยกรรมที่ทำจากไม้ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 – 19 ของชาวรัสเซียและชาวบูเรียทที่ได้ตั้งรกรากอยู่บริเวณรอบทะเลสาบไบคาล ร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านของผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบทะเลสาบไปคาลไปด้วยกัน
  • ถึงลิสต์เวียนก้า เข้าชมพิพิธภัณฑ์ชลธารวิทยาไบคาล (Baikal Limnological Museum) ที่จัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับทะเลสาบไบคาล ทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกและมีปริมาณน้ำจืดมากที่สุดในโลก เรียนรู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของไบคาล สภาพแวดล้อมและธรรมชาติ รวมถึงพันธุ์พืชและสัตว์หายากที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศน์ผ่านอะควาเรียม ไม่ว่าจะเป็นปลาโอมุล สเตอร์เจียน และที่ขาดไม่ได้ แมวน้ำไบคาล ที่อพยพจากมหาสมุทรเข้ามาอาศัยในทะเลสาบตั้งแต่ยุคโบราณผ่านระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร
  • เดินเล่นชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบก่อนจะขึ้นไปยังโขดหินเชียร์สกี (Cherskiy rock) จุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลสาบไบคาล จากจุดนี้สามารถมองเห็นความกว้างใหญ่ของทะเลสาบไบคาลที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตาและแลนด์มาร์คต่างๆของไบคาล ทั้งต้นธารแม่น้ำอันการา โขดหินหมอผี และท่าเรือไบคาล
  • เดินทางกลับเข้าที่พัก

Day : Baikal – Circum-Baikal Railway

  •  ออกเดินทางท่องเที่ยวรอบทะเลสาบไปตามทางรถไฟรอบไบคาล (Circum-Baikal Railway)* เส้นทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 ได้รับการขนานนามว่าเป็น “หัวเข็มขัดทองคำ” ของเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย หรือ “สายเข็มขัดเหล็ก” ของจักรวรรดิรัสเซีย ก่อนจะได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวใน่วงทศวรรษ 1980
  • โดยตลอดเส้นทางท่องเที่ยวทางด้านทิศใต้ของทะเลสาบมีแนวอุโมงค์ซึ่งผ่านประวัติศาสตร์ในสงครามกลางเมืองเมื่อครั้งการปฏิวัติรัสเซีย เส้นทางลัดเลาะแนวเขาเลียบทะเลสาบ สิ่งก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ ระบบนิเวศน์ รวมถึงทัศนียภาพที่งดงามเหล่านี้ ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศให้มาชื่นชมความสวยงามของทะเลสาบไบคาลจากมุมมองบนขบวนรถที่แล่นไปช้าๆอย่างไม่ขาดสาย
    ***ในกรณีที่ไม่สามารถจัดโปรแกรมรถไฟรอบทะเลสาบได้เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่อำนวย จะเปลี่ยนเป็นการล่องไปรอบทะเลสาบด้วยเรือยนต์หรือเรือโฮเวอร์คราฟท์ (Хивус-10) ในเส้นทางรอบทะเลสาบไบคาลฝั่งทิศตะวันตกตามความเหมาะสมแทน***
  • เดินทางกลับที่พัก

Day 10 : Baikal – Arshan

  • ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านอาร์ชาน (Arshan) ระยะทางราว 230 กม. ตามเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามเทือกเขาซายาน (Sayan Mountains) ฝั่งตะวันออก ซึ่งนำเราไปสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวบูเรียตที่ตั้งอยู่ในบริเวณหุบเขาทุนกิน (Tunkin Valley) หลังจากนั้นเดินเท้าต่อไปยังหมู่บ้านอาร์ชาน หนึ่งในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่งดงามที่สุดของหุบเขา บริเวณเชิงเขาซายาน ห่างจากชายแดนมองโกเลียเพียงไม่ถึง 100 กิโลเมตร
  • ในตัวหมู่บ้านมีตลาดพื้นเมืองที่สามารถหาซื้อของที่ระลึกและสมุนไพรพื้นบ้านเป็นของฝาก ขณะที่เมื่อเดินต่อไปตามเส้นทางผ่านป่า จะพาเราไปสู่วิวของแม่น้ำคินการา (Kyngara) ณ จุดที่แม่น้ำไหลลงสู่น้ำตกขนาดย่อม จุดนี้เราสามารถสัมผัสกับแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่ไหลผ่านใกล้กับวัดในศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นศาสนาที่ชาวบูเรียตนับถือ
  • เดินทางกลับที่พักในอิรคุทสก์

Day 11 : Irkutsk – Bangkok

  • ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอิรคุทสก์ (IKT) เพื่อเช็คอินสัมภาระและเตรียมตัวก่อนออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน S7 761 สายการบิน S7 Airlines เวลา 11.30 กลับสู่กรุงเทพมหานคร เดินทางถึง กทม เวลา 17.05 น  โดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

รวม

แกลลอรี่ทัวร์อัลไต รัสเซีย

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer Northernlight

ทัวร์ไบคาล

Best of Frozen Baikal

ทริปทะเลสาบน้ำแข็งไบคาล เดินทางได้เฉพาะช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - กลางมีนาคม เท่านั้น ทริปของเรามีให้เลือกสามแบบ 5 วัน 7 วัน และ 12 วัน สามารถดูความแตกต่างของทริปได้ในสรุปทริปด้านล่าง

สรุปทริป

ไบคาล 5 วัน

ไบคาล ทรานไซบีเรีย 7 วัน

ไบคาล ทรานไซบีเรีย มูรมันก์ 12 วัน

โปรแกรมเต็ม

Day 1 : Bangkok – Irkutsk

  • ช่วงบ่าย พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ภายในตัวเมืองอีรคุตสค์
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

Day 2 : Listvynska – Dogsledge – Snowmobile – Chersky Peak  (B/L/D)

  • เดินทางสู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ห่างจาก Irkutsk ราว 70 กิโลเมตร เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบไบคาลที่มีสิ่งน่าสนใจและกิจกรรมหลายอย่างรอเราอยู่
  • สุนัขลากเลื่อน กิจกรรมที่ทุกท่านใฝ่ฝันจะได้ร่วมสักครั้ง เราจะพาท่านนั่งบน Sledge ที่ลากด้วยสุนัขประมาณ 6-8 ตัว ไปตามทางที่โรยด้วยเกล็ดหิมะ *(โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพหิมะที่ปกคลุมว่ามีมากเพียงพอหรือไม่)
  • ร่วมทดลองขับ SNOWMOBILE พาหนะที่ใช้เดินทางของคนในพื้นที่อันหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหน้าหนาวที่หิมะหนานุ่มปกคลุมอยู่ทั้งเมือง จัดให้นั่งคันละ 2 ท่าน
  • นั่ง Ski lift สู่ เนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาล จากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบ มุมอันสวยงามของธรรมชาติ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

Day 3 : Olkhon – Khorgoy – Ogoy – Buddhist Stupa – Khuzhir (B/L/D)

  • เดินทางสู่ เกาะโอลคอน ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนทะเลสาบไบคาล เมื่อถึงปลายแผ่นดินใหญ่ เราจะเปลี่ยนเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียแท้ๆ ที่จะสามารถวิ่งไปบนผืนน้ำแข็งได้
  • แวะพักยืดเส้นยืดสาย ชมวิว ณ จุดชมวิวก่อนข้ามสู่เกาะ Olkhon ที่นี่มีอนุสาวรีย์ของชายพเนจรตั้งอยู่ ริมอ่าว Kurkutsky Bay อนุสาวรีย์นี้เป็นตัวแทนของชายพเนจรในบทเพลงพื้นบ้านผู้ที่หนีการถูกลงโทษ พยายามข้ามทะเลสาบไบคาลกลับสู่เมืองอีรคุตสค์ ด้วยเรือสภาพผุพัง จากจุดนี้เราสามารถมองวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาลได้อย่างชัดเจน
  • เปลี่ยนยานพาหนะสำหรับเดินทางเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียที่จะพาเราตะลุยไปบนแผ่นผืนน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ ด้วยฝีมือคนขับขั้นเทพ ส่วนสัมภาระของเราจะเดินทางไปรอล่วงหน้าที่ โรงแรม เราจะได้เห็น รถตู้ UAZ เรียกอีกอย่างว่า “Buchanka” เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1941 ในสมัยสงครามโลก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังผลิตอยู่ และมีสโลแกนว่า “ทำไมต้องคิดค้นสิ่งใหม่เมื่อสิ่งเก่ายังทำงานได้ดีอยู่”
  • จะแวะถ่ายรูปจุดสวยๆ หลายจุด เช่น ถ้ำ น้ำตกน้ำแข็งที่เกิดจากน้ำแข็ง (ในแต่ละปีมีรูปร่างต่างกันไป) ตามสภาวะของอากาศ ความหนาวเย็น และสายลม
  • ชม แหลมคอร์กอย ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการพบ “ซากกำแพงหินโบราณ” ที่สันนิษฐานว่าอาจเคยใช้เป็นแนวป้องกันข้าศึกในอดีต
  • เดินทางสู่ เกาะโอกอย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอลคอน ตั้งอยู่ในเขตทะเลน้อย สถูปพุทธแบบทิเบต สูง 8 เมตร ประดิษฐานบนเกาะเมื่อปี 2005 เพื่อสักการะบูชาบนเกาะ
  • Cape Dragon Island Ogoy อยู่ที่ปลายแหลมของเกาะ เป็นจุด Check in สำคัญของทริปไบคาลจุดหนึ่ง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Olkhlon ลักษณะเป็น โรงแรมขนาดเล็ก มีน้ำอุ่น ภายในห้องอุ่น ไม่หนาว

Day 4 : Burkan – Shaman Rock – Three Rock – Khoboy Cape (B/L/D)

  • เดินชมแหลมบูรคาน หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของทะเลสาบไบคาล ที่เป็นที่ตั้งของ “โขดหินชามาน” สถานที่ประกอบพิธีกรรมของหมอผีสื่อวิญญาณตามความเชื่อของชาวไบคาล ก่อนการเผยแพร่ศาสนาพุทธจากทิเบตมายังบริเวณนี้ พร้อมกันกับที่ให้เวลาท่านได้ถ่ายภาพทิวทัศน์ไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • ชมหินสามพี่น้อง หรือ THREE BROTHER ROCK ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่ามีพี่น้องสามตนซึ่งเป็นนกอินทรี พวกเขาจะบินเหนือเกาะและเพลิดเพลินกับท้องฟ้า ครั้งหนึ่งพวกเขาผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับพ่อ เขาได้กินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เขาจึงถูกสาบให้กลายเป็นหิน
  • แหลมโคบอย ทางตอนเหนือสุดของเกาะโอลคอน พร้อมสัมผัสความงามของผืนน้ำแข็งสีฟ้าแวววาวที่โด่งดังในช่วงฤดูหนาว แนวถ้ำน้อยใหญ่ ถ่ายรูปกับน้ำแข็งรูปทรงแปลกตาสีฟ้า สีส้มตามการสะท้อนของแสงแดดและท้องฟ้า 
  • ถ่ายรูปฟองอากาศแข็งตัว • ลายน้ำแข็ง • ก้อนน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา • น้ำตกน้ำแข็ง • ถ้ำน้ำแข็ง • รถตู้ UAZ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Olkhlon

Day 5 : Olkhon – City tour Irkutsk (B/L/D)

  • อำลาเกาะโอลคอน เดินทางกลับสู่ตัวเมืองอีรคุตสค์ตามเส้นทางเดิม
  • นำท่านเที่ยวชมภายในตัวเมืองอีรคุตสค์ อาทิเช่น
  • โบสถ์คาซาน
  • ถนนคาร์ล มาร์กซ์ ที่รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสมัยปลายศตวรรษที่ 19 โบราณสถานสำคัญภายในสำนักชีสนา
  • อนุสาวรีย์ยาคอฟ โปคาบอฟ ผู้ก่อตั้งเมืองอีรคุตสค์
  • ประตูชัยมอสโก อนุสรณ์แห่งการครองราชย์ครบ 10 ปีของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1
  • เปลวไฟนิรันดร์ ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารเกณฑ์จากดินแดนไซบีเรียผู้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมนสกี ซึ่งเป็นอาคารที่เคยถูกใช้งานหลากหลายรูปแบบตลอดสมัยจักรวรรดิรัสเซียและโซเวียต
  • อนุสาวรีย์นายพลคอลชัค หนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มรัสเซียขาวในสงครามกลางเมืองหลังการปฏิวัติรัสเซีย
  • อนุสาวรีย์จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ดำริให้สร้างทางรถไฟประวัติศาสตร์สายทรานส์ไซบีเรีย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

Day 6 : Irkutsk – Bangkok (B)

  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 1 : Bangkok

  • ช่วงบ่าย พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองอีรคุตสค์ ประเทศรัสเซีย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

Day 2 : Irkutsk City Tour – Listvynska – Dogsledge  Snowmobile – Hovercraft – Chersky Peak (B/L/D)

  • นำท่านเที่ยวชมภายในตัวเมืองอีรคุตสค์ อาทิเช่น
  • อนุสาวรีย์ยาคอฟ โปคาบอฟ ผู้ก่อตั้งเมืองอีรคุตสค์
  • ประตูชัยมอสโก อนุสรณ์แห่งการครองราชย์ครบ 10 ปีของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1
  • เปลวไฟนิรันดร์ ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารเกณฑ์จากดินแดนไซบีเรียผู้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมนสกี ซึ่งเป็นอาคารที่เคยถูกใช้งานหลากหลายรูปแบบตลอดสมัยจักรวรรดิรัสเซียและโซเวียต
  • อนุสาวรีย์นายพลคอลชัค หนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มรัสเซียขาวในสงครามกลางเมืองหลังการปฏิวัติรัสเซีย
  • อนุสาวรีย์จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ดำริให้สร้างทางรถไฟประวัติศาสตร์สายทรานส์ไซบีเรีย
  • เขตประวัติศาสตร์ ย่าน 130 ที่เต็มไปด้วยอาคารไม้ตามแบบสมัยต้นศตวรรษที่ 18
  • ได้เวลาสมควร เดินทางสู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ห่างจาก Irkutsk ราว 70 กิโลเมตร เมืองเล็กๆริมทะเลสาบไบคาลที่มีสิ่งน่าสนใจและกิจกรรมหลายอย่างรอเราอยู่
  • สุนัขลากเลื่อน กิจกรรมที่ทุกท่านใฝ่ฝันจะได้ร่วมสักครั้ง เราจะพาท่านนั่งบน Sledge ที่ลากด้วยสุนัขประมาณ 6-8 ตัว ไปตามทางที่โรยด้วยเกล็ดหิมะ *(โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพหิมะที่ปกคลุมว่ามีมากเพียงพอหรือไม่)
  • ร่วมทดลองขับ SNOWMOBILE พาหนะที่ใช้เดินทางของคนในพื้นที่อันหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหน้าหนาวที่หิมะหนานุ่มปกคลุมอยู่ทั้งเมือง จัดให้นั่งคันละ 2 ท่าน
  • นั่ง Hovercraft เรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ที่จะพาคุณเคลื่อนที่ไปบนน้ำแข็งในประสบการณ์แปลกใหม่
  • นั่ง Ski lift สู่ เนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาล จากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบ มุมอันสวยงามของธรรมชาติ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

 Day 3 : Transiberia

  • นั่งรถไฟทรานไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) เปิดประสบการณ์นั่งรถไฟสายตำนาน ที่นักเดินทางทุกคนต้องเคยฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ สู่เมือง Ulan Ude ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชม. พบกับทัศนียภาพอันสวยงามระหว่างการเดินทางบนเส้นทางระดับตำนานเส้นนี้ ที่มีชื่อเสียงดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก
  • เดินทางถึงเมือง Ulan-Ude เมืองหลวงของสาธารณรัฐบูเรียเตียของประเทศรัสเซียและยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของแคว้นไซบีเรียด้วย ส่วนตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซเลนกาโดยทางฝั่งใต้จะเป็นทะเลทรายยาวไปจนถึงมองโกเลีย เมืองที่ตั้งริมฝั่งแม่น้ำ Uda ยังมีกลิ่นอายของความเป็นเอเชียหลงเหลืออยู่มาก
  • ชมวัดไอโวลกินสกีดัตสัน วัดของพุทธศาสนานิกายมหายานที่ก่อสร้างตามสไตล์ของทิเบตมีคัมภีร์โบราณภาษาทิเบตและต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นสมบัติอันล้ำค่า Ivolginsky Datsan มีความหมายว่าศาสนสถานสำหรับการเรียนรู้ เบิกบาน และความสุขสร้างขึ้นในปี 1945 ในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณแห่งพุทธศาสนา
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Ulan Ude

Day 4 : Datsan – Ust barguzin – Icecave

  • ชม Lenin Head รูปปั้นศรีษะของเลนินขนาดยักษ์ ผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิสคนแรกของโซเวียต รูปหล่อนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2513 มีความสูง7.7 เมตร และหนัก 42 ตัน ตั้งอยู่ ณ จตุรัสใจกลางเมือง ถนนสายหลักในเมือง ยังคงชื่อ Lenina Street ที่เป็นที่ตั้งของทั้งพิพิธภัณฑ์, โรงแรม และร้านค้าต่างๆ มากมาย
  • เดินทางสู่เมือง Ust barguzin เป็นอีกเมืองริมทะเลสบาบไปคาลที่ผู้คนยังมาเยือนน้อยจึงมีความสงบอยู่มาก
  • เมื่อถึงเมือง เปลี่ยนเป็นรถคันเล็กเพื่อเตรียมตัวไปถ่ายรูปกับมหัศจรรย์ Frozen icelake ที่น้อยคนนักจะได้มาเห็นในฝั่งนี้
  • ชม Ice Cave ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของถ้ำน้ำแข็งที่ยังคงบริษุทธิ์อยู่มากๆ คุณจะต้องทึ่งกับลวดลายของเส้นน้ำแข็งชัดเจนและอลังการ กว่าที่ใดๆ ถ่ายรูปตามสบายไม่ติดหัวใคร และไม่มีใครแย่งมุม
  • คืนนี้พักที่ Ust barguzin

Day 5 :  Ice crossing – Khoboy Cape – Three Rock

  • Ice crossing เดินทางข้าม Open Sea หรือทะเลเปิด อันกว้างใหญ่ของทะเลสาบไบคาล จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก ชม ความสวยงามของ Blue Ice ระหว่างการเดินทาง ที่น้อยคนนักจะได้เห็น
  • แหลมโคบอย ปลายสุดแหลมของเกาะโอลคอน ที่เราจะพบเป็นจุดแรกหลังจากเดินทางข้ามทะเลเปิด แหลมนี้อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะโอลคอน ถ่ายรูปกับกองน้ำแข็งสีฟ้า Blue ice แปลกตา และถ้ำน้ำแข็ง หามุมส่วนตัวของคุณเพื่อถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ
  • ชมหินสามพี่น้อง หรือ THREE BROTHER ROCK ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่ามีพี่น้องสามตนซึ่งเป็นนกอินทรี พวกเขาจะบินเหนือเกาะและเพลิดเพลินกับท้องฟ้า ครั้งหนึ่งพวกเขาผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับพ่อ เขาได้กินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เขาจึงถูกสาบให้กลายเป็นหิน และเราจะแวะพักทานอาหารแบบ Picnic กันที่นี่
  • เสาไม้แกะสัญลักษณ์ เป็นความเชื่อของชาวชามาน ถูกหุ้มด้วยริบบิ้นสีสดใสพริ้วไหวในสายลม เสาทั้ง 13 ต้นนี้เป็นตัวแทนของเทพเจ้า 13 องค์ ของเกาะ
  • ถ่ายรูปกับ Shaman Rock หินศักสิทธิ์แห่งชาวชามาน อันเป็น จุดหมายสำคัญอีกแห่งของเกาะโอลคอน
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Olkhlon

Day 6 : Olkhon – Khorgoy – Ogoy – Buddhist Stupa – Irkutsk

  • พาแวะถ่ายรูปจุดสวยๆ หลายจุด เช่น ถ้ำน้ำแข็ง น้ำตกน้ำแข็งซึ่งในแต่ละปีจะมีรูปร่างต่างๆกันไปตามสภาวะของอากาศ ความหนาวเย็น และสายลม
  • เดินทางสู่ เกาะโอกอย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอลคอน ตั้งอยู่ในเขตทะเลน้อย นมัสการ สถูปพุทธแบบทิเบต สูง 8 เมตร ประดิษฐานบนเกาะเมื่อปี 2005 เพื่อสักการะบูชา บนเกาะ ชม แหลมคอร์กอย ทางตอนใต้ของเกาะ
  • แวะถ่ายรูปกับ Cape Dragon Island Ogoy อยู่ที่ปลายแหลมของเกาะ เป็นจุด Check in สำคัญของทริปไบคาลจุดหนึ่ง
  • จากนั้นอำลาเกาะโอลคอน เดินทางกลับสู่ตัวเมืองอีรคุตสค์
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara หรือเทียบเท่า

Day 7 :  Irkutsk – Bangkok

  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • 15.30 น. กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – Irkutsk

  • ช่วงบ่าย พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองอิรคุตสค์ ประเทศรัสเซีย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

Day 2 : Listvynska – Dogsledge – Snowmobile – Chersky Peak  Baikal Museum (B/L/D)

  • เดินทางสู่หมู่บ้านลิสต์เวียนก้า ห่างจาก Irkutsk ราว 70 กิโลเมตร เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบไบคาลที่มีสิ่งน่าสนใจและกิจกรรมหลายอย่างรอเราอยู่
  • สุนัขลากเลื่อน กิจกรรมที่ทุกท่านใฝ่ฝันจะได้ร่วมสักครั้ง เราจะพาท่านนั่งบน Sledge ที่ลากด้วยสุนัขประมาณ 6-8 ตัว ไปตามทางที่โรยด้วยเกล็ดหิมะ *(โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพหิมะที่ปกคลุมว่ามีมากเพียงพอหรือไม่)
  • ร่วมทดลองขับ SNOWMOBILE พาหนะที่ใช้เดินทางของคนในพื้นที่อันหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหน้าหนาวที่หิมะหนานุ่มปกคลุมอยู่ทั้งเมือง จัดให้นั่งคันละ 2 ท่าน

นั่ง Ski lift สู่ เนินหินเชียร์สกี เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาล จากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบ มุมอันสวยงามของธรรมชาติ

  • ชมพิพิธภัณฑ์ไบคาลเพื่อเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศน์ของทะเลสาบไบคาล ที่ประกอบไปด้วยพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงดาวเด่นของพิพิธภัณฑ์ “แมวน้ำไบคาล” นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจำลองสภาพใต้น้ำของทะเลสาบไบคาลให้ชมกันอย่างใกล้ชิด
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

Day 3 : Olkhlon – Khorgoy – Ogoy – Buddhist Stupa – Khuzhir (B/L/D)

  • เดินทางสู่ เกาะโอลคอน ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนทะเลสาบไบคาล (280 กม-4 ชม ) เมื่อถึงปลายแผ่นดินใหญ่ เราจะเปลี่ยนเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียแท้ๆ ที่จะสามารถวิ่งไปบนผืนน้ำแข็งได้
  • แวะพักยืดเส้นยืดสาย ชมวิว ณ จุดชมวิวก่อนข้ามสู่เกาะ Olkhlon ที่นี่มีอนุสาวรีย์ของชายพเนจรตั้งอยู่ ริมอ่าว Kurkutsky Bay อนุสาวรีย์นี้เป็นตัวแทนของชายพเนจรในบทเพลงพื้นบ้านผู้ที่หนีการถูกลงโทษ พยายามข้ามทะเลสาบไบคาลกลับสู่เมืองอิรคุตสก์ ด้วยเรือสภาพผุพัง จากจุดนี้เราสามารถมองวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบไบคาลได้อย่างชัดเจน
  • เปลี่ยนยานพาหนะสำหรับเดินทางเป็นรถตู้ท้องถิ่นสไตล์รัสเซียที่จะพาเราตะลุยไปบนแผ่นผืนน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ ด้วยฝีมือคนขับขั้นเทพ ส่วนสัมภาระของเราจะเดินทางไปรอล่วงหน้าที่ โรงแรม เราจะได้เห็น รถตู้ UAZ เรียกอีกอย่างว่า “Buchanka” เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1941 ในสมัยสงครามโลก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังผลิตอยู่ และมีสโลแกนว่า “ทำไมต้องคิดค้นสิ่งใหม่เมื่อสิ่งเก่ายังทำงานได้ดีอยู่”
  • จะแวะถ่ายรูปจุดสวยๆ หลายจุด เช่นถ้ำ น้ำตกน้ำแข็งที่เกิดจากน้ำแข็ง (ในแต่ละปีมีรูปร่างต่างกันไป) ตามสภาวะของอากาศ ความหนาวเย็น และสายลม ชม แหลมคอร์กอย ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการพบ “ซากกำแพงหินโบราณ” ที่สันนิษฐานว่าอาจเคยใช้เป็นแนวป้องกันข้าศึกในอดีต

เดินทางสู่ เกาะโอกอย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะโอลคลอน ตั้งอยู่ในเขตทะเลน้อย สถูปพุทธแบบทิเบต สูง 8 เมตร ประดิษฐานบนเกาะเมื่อปี 2005 เพื่อศักการะบูชาบนเกาะ Cape Dragon Island Ogoy อยู่ที่ปลายแหลมของเกาะ เป็นจุด Check in สำคัญของทริปไบคาลจุดหนึ่ง

  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Mini Hotel Guest house หรือเทียบเท่า มีน้ำอุ่น มี Heater

Day 4 : Shaman Rock – Three Rock – Khoboy Cape (B/L/D)

  • แหลมบูรคาน หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของทะเลสาบไบคาล ที่เป็นที่ตั้งของ “โขดหินชามาน” สถานที่ประกอบพิธีกรรมของหมอผีสื่อวิญญาณตามความเชื่อของชาวไบคาล ก่อนการเผยแพร่ศาสนาพุทธจากทิเบตมายังบริเวณนี้ พร้อมกันกับที่ให้เวลาท่านได้ถ่ายภาพทิวทัศน์ไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • รู้จักชาว ชามาน เกาะ Olkhon นั้นเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมือง Buryat ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยทางตอนเหนือของ Mongols เกาะนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของชาแมนในซีกโลกเหนือและเชื่อกันว่าเป็น“ หนึ่งในห้าพื้นที่” ของพลังงานชามานิก
  • เสาไม้แกะสัญลักษณ์ เป็นความเชื่อของชาวชามาน ถูกหุ้มด้วยริบบิ้นสีสดใสพริ้วไหวในสายลม เสาทั้ง 13 ต้นนี้เป็นตัวแทนของเทพเจ้า 13 องค์ของเกาะ ถ่ายรูปกับน้ำแข็งรูปทรงแปลกตาสีฟ้า สีส้มตามการสะท้อนของแสงแดดและท้องฟ้า
  • ชมหินสามพี่น้อง หรือ THREE BROTHER ROCK ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่ามีพี่น้องสามตนซึ่งเป็นนกอินทรี พวกเขาจะบินเหนือเกาะและเพลิดเพลินกับท้องฟ้า ครั้งหนึ่งพวกเขาผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับพ่อ เขาได้กินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เขาจึงถูกสาบให้กลายเป็นหิน
  • แหลมโคบอย ทางตอนเหนือสุดของเกาะโอลคอน พร้อมสัมผัสความงามของผืนน้ำแข็งสีฟ้าแวววาวที่โด่งดังในช่วงฤดูหนาว แนวถ้ำน้อยใหญ่
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Mini Hotel Guest house หรือเทียบเท่า มีน้ำอุ่น มี Heater
  • ถ่ายรูปฟองอากาศแข็งตัว • ลายน้ำแข็งที่ร่อนร้าว • ก้อนน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา • น้ำตกน้ำแข็ง • ถ้ำน้ำแข็ง • รถตู้ UAZ

Day 5 : Ice crossing – Chivyrkuy Bay – Sacred Nose Penninsula (B/L/D)

  • เดินทางข้ามแผ่นน้ำแข็ง Ice crossing ผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่ข้ามไปยังอีกฝั่งชม Chivyrkuy Bay อ่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดของทะเลสาบไบคาลฝั่งตะวันออก ท่ามกลางภูเขาหิมะสีขาวและน้ำแข็งสีฟ้าใสในทะเลสาบ
  • Sacred Nose Penninsula อันเป็นคาบสมุทรที่เปรียบเสมือนจมูกแห่งไบคาลก็ว่าได้ เป็นคาบสมุทรขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวในทะเลสาบ Baikal 53 กิโลเมตรและกว้างถึง 20 กิโลเมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ 1877 เมตร มีลำธารและแม่น้ำหลายสิบสายไหลผ่าน ชมทะเลสาบไบคาลในมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็น
  • พักที่ Chivyrkuy Bay

Day 6 : Barguzin Bay – Ulan Ude – Ivolginsky Datsan – Lenin Head (B/L/D)

  • เดินทางสู่ Barguzin Bay ข้ามผืนแผ่นน้ำแข็ง อันกว้างใหญ่ สู่ชายฝั่งตะวันออกของทะเลสาบไบคาล ชมความสวยงามอันน่าตื่นตาซึ่งถูกขนานนามว่า “end of the world”
  • เดินทางเข้าสู่เมือง Ulan-Ude เมืองหลวงของสาธารณรัฐบูเรียเตียของประเทศรัสเซียและยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของแคว้นไซบีเรียด้วย ส่วนตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซเลนกาโดยทางฝั่งใต้จะเป็นทะเลทรายยาวไปจนถึงมองโกเลีย เมืองที่ตั้งริมฝั่งแม่น้ำ Uda ยังมีกลิ่นอายของความเป็นเอเชียหลงเหลืออยู่มาก
  • วัดไอโวลกินสกี้ ดัตซัน วัดของพุทธศาสนานิกายมหายานที่ก่อสร้างตามสไตล์ของทิเบตมีคัมภีร์โบราณภาษาทิเบตและต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นสมบัติอันล้ำค่า สร้างขึ้นในปี 1945 ในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณแห่งพุทธศาสนา
  • Lenin Head รูปปั้นศรีษะของเลนินขนาดยักษ์ ผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิสคนแรกของโซเวียต รูปหล่อนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2513 มีความสูง 7 เมตร และหนัก 42 ตัน ตั้งอยู่ ณ จัตุรัสใจกลางเมือง ถนนสายหลักในเมือง ยังคงชื่อ Lenina Street ที่เป็นที่ตั้งของทั้งพิพิธภัณฑ์, โรงแรม และร้านค้าต่างๆ มากมาย
  • เดินเล่นที่ย่าน Arbat ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าของ Ulan Ude ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศร้านรวง และอาหารท้องถิ่นหลากเมนูที่ขึ้นชื่อ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Hotel Buryatia หรือเทียบเท่า

Day 7 : Ulan Ude – Irkutsk (B/L/D)

  • นั่งรถไฟทรานไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) สู่เมือง Irkutsk ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชม. พบกับทัศนียภาพอันสวยงามระหว่างการเดินทางบนเส้นทางระดับตำนานเส้นนี้ ที่มีชื่อเสียงดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Angara 4* หรือเทียบเท่า

Day 8 : Irkutsk – Murmansk (B/L/D)

  • นำท่านเที่ยวชมภายในตัวเมืองอิรคุตสค์ อาทิเช่น เขตประวัติศาสตร์ ย่าน 130 ที่เต็มไปด้วยอาคารไม้ตามแบบสมัยต้นศตวรรษที่ 18
  • ถนนคาร์ล มาร์กซ์ ที่รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสมัยปลายศตวรรษที่ 19 โบราณสถานสำคัญภายในสำนักชี
  • อนุสาวรีย์ยาคอฟ โปคาบอฟ ผู้ก่อตั้งเมืองอิรคุตสก์
  • ประตูชัยมอสโก อนุสรณ์แห่งการครองราชย์ครบ 10 ปีของจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1
  • เปลวไฟนิรันดร์ ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารเกณฑ์จากดินแดนไซบีเรียผู้เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมนสกี ซึ่งเป็นอาคารที่เคยถูกใช้งานหลากหลายรูปแบบตลอดสมัยจักรวรรดิรัสเซียและโซเวียต
  • อนุสาวรีย์นายพลคอลชัค หนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวของกลุ่มรัสเซียขาวในสงครามกลางเมืองหลังการปฏิวัติรัสเซีย
  • อนุสาวรีย์จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ผู้ดำริให้สร้างทางรถไฟประวัติศาสตร์สายทรานส์ไซบีเรีย
  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางสู่เมืองมูรมันสค์
  • เดินทางเข้าที่พักในเมือง Murmansk ***หลังเชคอินโรงแรม ถ้าอากาศเปิดนำท่านออกล่าแสงเหนือ

Day 9 : Murmansk – Teriberka (B/L/D)

  • นำท่านเดินทางเข้าสู่เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) ซึ่งเป็นเมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แถบชายผั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • เที่ยวชมบริเวณ อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan จากนั้นเยี่ยมชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจอีกด้วย
  • รับประทานอาหารเที่ยงแบบปิคนิค พาท่านเที่ยวชมเมืองเทอริเบอก้า จนได้เวลาอันสมควร จึงนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองมูรมันสค์
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ โดยปรากฏการณ์ แสงออโรร่านั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้นด้วย

*** หากเส้นทางไปเทอริเบอก้า ไม่สามารถเดินทางได้ เช่นหิมะตกหนัก ถนนปิด เราจะเปลี่ยนเส้นทางไปที่  Safari Snow Village แทน ***

  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Murmansk

Day 10  : Murmansk – Sami Village  (B/L/D)

  • พาชม หมู่บ้านซามี่ (Sami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง
  • ฟาร์มกวางเรนเดียร์ ภายในหมู่บ้านจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆ อีกมากเช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Murmansk 

Day 11 : Murmansk – Moscow – Bangkok (B/-/-)

  • ชมอนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 12 : Bangkok

  • กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

วันที่จัด

รวม-ไม่รวม

จองทริป สอบถาม

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer Northernlight

ทัวร์มูรมันสก์รัสเซีย นั่งรถไฟชมแสงเหนือ

ทัวร์มูรมันสก์ Arctic Railway

Arctic Railway 1 ใน 2 ทางรถไฟของโลกที่เดินทางขึ้นไปเขต Arctic เหนือเส้นรุ้งที่ 66 ล่าแสงเหนือที่กำลังเต้นระบำท่ามกลางหมู่ดาว จากหน้าต่างรถไฟ โปรแกรมที่เราออกแบบมาพิเศษ ให้ทริปล่าแสงเหนือของคุณมีความหมายมากกว่าใคร และ Extra trip สู่สองมหานคร สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยไปรัสเซีย

จุดเด่น

มูรมันสก์

Extra Trip ที่ เซนต์ปีเตอร์ มอสโคว

โปรแกรมเต็ม

Day 1 : Bangkok – Moscow – Murmansk

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

Day 2 : Murmansk – Teriberka

  • เดินทางสู่ เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) เมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แคว้นชายฝั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan ชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจ
  • อนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้นรุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์

Day 3 : Murmansk – Sami Village

  • เดินทางสู่ หมู่บ้านซามี่ (Saami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า ภายในจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆอีกมากมาย เช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชม Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสุขภาพที่ดี รวมถึงเรื่องความรักก็จะสมปรารถนาอีกด้วย
  • เที่ยวชมความน่ารักและให้อาหารฝูงกวางใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ จากนั้นท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • Husky Farm ให้ท่านได้ชมความน่ารักของสุนัขแสนรู้ ฮัสกี้ เป็นสุนัขพันธุ์ฉลาดเฉลียวและแข็งแรงมาก โดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเทียมสุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding)
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Kirovsk

Day 4 : Snowmobiles – Snow village

  • เดินทางสู่ภูเขาคิบินี (Khibiny Mountains) จุดศูนย์กลางของคาบสมุทรโคล่า สนุกสนานไปกับการนั่ง Snowmobile กลางทุ่งหิมะอันหนาวเย็นท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบน้ำแข็งของภูมิประเทศเขตอาร์กติกที่ไม่เหมือนใคร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหิมะ (Snow Village) ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆที่สวยงาม มีทั้งอาคาร,รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำ, เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • เตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเมือง Petrozavodsk ด้วย Night Arctic train (พักห้องละ 4 ท่าน)

Day 5 : Petrozavodsk

  • ตื่นรับแสงแรกแห่งวันบนเส้นทางสาย Arctic Train ถึงเมือง Petrozavodsk เวลา 50 น. เมือง “เปโตรซาวอดสค์”  อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในสมัยจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่ในสมัยโซเวียตเคยถูกยึดครองโดยกองทัพฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ลึกลับบนท้องฟ้าในช่วงปี ค.ศ. 1977
  • ชมวิวเขตปกครองพิเศษคาเรเลีย ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สีขาวจากหน้าต่างรถไฟ
  • เดินทางถึง Petrozavodsk เมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ “โอเนกา” ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคนี้
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Petrozavodsk

Day 6 : Petrozavodsk – Moscow – Bangkok

  • เดินทางไปยัง Moscow โดยสายการบินภายในประเทศ
  • แวะช้อปปิ้งที่ ตลาดอิสไมโลโว ตลาดขายของฝากราคาไม่แพง สินค้าที่ขึ้นชื่อได้แก่ตุ๊กตาแม่ลูกดก งานไม้ต่างๆ
  • เตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเชเรมิตเตโวเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

 Day 7 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – Moscow – St.Petersburg

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • เดินทางถึงเซนท์ปีเตอร์เบิร์ก เดินทางเข้าเมือง
  • คืนนี้พักที่ Best western Hotel หรือเทียบเท่า

Day 2 : St.Petersburg

  • เมือง peterburg ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เดิมชื่อว่าเมืองเปโตรกราดและเลนินกราด เป็นเมืองท่าที่สำคัญในประเทศรัสเซียและเคยเป็นเมืองหลวงของรัสเซียนาน 206 ปี
  • ชม จัตุรัสพระราชวัง ศูนย์กลางของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกหนึ่งมรดกโลก ที่นี่ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในทางประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซียที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการลุกฮือซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติล้มระบอบซาร์
  • พระราชวังแคทเธอรีน ตั้งอยู่ในเมือง Pushkin เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่งดงามมาก สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ในปี คศ. 1717 เพื่อเป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อนกับพระมเหสี พระนางแคทเธอรีนที่ 1 สีของพระราชวังนี้สีฟ้าแทนพระเนตรของพระนางเเละสีทองแทนพระเกศา มีสวนแห่งความสุข ความทรงจำและห้องภาพต่างๆด้วยศิลปะคลาสสิกภายในเน้นตกแต่งประดับประดาผนังห้องด้วยลายปูนปั้นต่างๆ เพดานเขียนภาพแฟรสโก้
  • ห้องอำพัน ตั้งอยู่ภายในพระราชวังแคทเธอรีน เป็นห้องที่ผนังทำด้วยอำพันทั้งสิ้น 6 ตัน ทั้งห้องตกแต่งด้วยทองคำเปลวและกระจก มีความมหัศจรรย์ สวยงามเป็นอย่างมากจนทุกคนต้องตลึง
  • วิหารเซนต์ไอแซค ใช้เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญต่างๆ เช่นพิธีราชาภิเษกหรือใช้ทำพิธีก่อนพระราชาจะออกไปรบ โดมของวิหารประดับด้วยทองคำแท้น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ด้านนอกเป็นเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ จึงทำให้มีความโดดเด่นเป็นสง่า มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • อนุสาวรีย์ซาร์ปีเตอร์บนหลังม้า เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุทิศให้กับพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช ผู้ซึ่งวางรากฐานอันมั่นคงให้กับเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กรวมถึงจักรวรรดิรัสเซีย
  • จัตุรัสรัฐสภา อดีตเคยเป็นจตุรัสกลางเมือง เคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Decemrists square ในปี 1925 เพื่อระลึกถึงการครบรอบ 100 ปีของการเกิดปฏิวัติเดือนธันวาคมในปี 1825 และถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในปี 2008 มาเป็น Senetor square จนถึงทุกวันนี้
  • สเตรลคา (Strelka) หรือ “แหลม” ในภาษาอังกฤษ เป็นจุดชมวิวมหานครที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากจุดนี้สามารถชมเมืองเป็นฉากหลงอันยิ่งใหญ่ มีแม่น้ำเนวาอันกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า
  • Rostral column เสาหินสีแดง 2 ต้น สร้างเมื่อ ค.ศ. 1810 เคยเป็นประภาคารสำหรับการเดินเรือ เสา 2 ต้นนี้ สูง 32 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะวาซิลเยฟสกี้ฝั่งแม่น้ำเนวา ตรงข้ามพระราชวังฤดูหนาว (Hermitage) อีกด้านของเสาเป็นอาคารตลาดหลักทรัพย์ รูปแบบเสาเป็นรูปหัวเรือและมีแม่ย่านางเรือ ฐานสลักหินรูปเทพเจ้า Neptune และ Merkury เทพผู้ปกครองท้องทะเลและการเดินเรือ
  • ชม “ป้อมปีเตอร์และปอล” ตั้งอยู่บน เกาะวาซิลเยฟสกี้ เป็นสิ่งก่อสร้างแรกที่สร้างในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตั้งอยู่ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนวา ป้อมปราการสร้างขึ้นเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม เพื่อคุ้มกันเมืองจากศัตรูทางน้ำ รวมถึง อนุสรณ์แห่งชัยชนะสงครามเหนือสวีเดน
  • คืนนี้พักที่ Best western Hotel หรือเทียบเท่า

Day 3 : St.Petersburg – Murmansk

  • นำชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเฮอร์มิเทจ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก อาคารจัดแสดงหลักตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนวา อดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งรัสเซียในช่วงฤดูหนาว รวบรวมผลงานชิ้นเอกของศิลปินระดับโลก เครื่องใช้ของราชวงศ์ รวมถึงบรรณาการจากราชวงศ์ทั่วโลก จัดแสดงในห้องซึ่งประดับประดาอย่างงดงามกว่าพันห้อง
  • ชม “ถนนเนฟสกี” ถนนสายหลักใจกลางเมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์อาคารซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18
  • ออกเดินทางไปยังมูรมันสค์ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์ หลังเชคอินพาท่านออกล่าแสงเหนือ

Day 4 : Murmansk – Teriberka

  • เดินทางสู่ เมือง เทอริเบอก้า (Teriberka) เมืองชนบทของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในแคว้นมูรมันสค์ แถบชายฝั่งทะเลบาร์เร้นทส์ (Barents Sea) สัมผัสกับความหนาวเย็นท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและธรรมชาติอันสวยงาม
  • อ่าวเทอริเบอก้า ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บริเวณนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของรัสเซีย เรื่อง Leviathan ชมวิถีชีวิตของ หมู่บ้านชาวประมง ที่น่าประทับใจ
  • อนุสาวรีย์อโลชา (Alyosha Memorial) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพของโซเวียตที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมัน เป็นรูปปั้นขนาดสูงถึง 35.5 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซียและมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน
  • นำท่านล่าแสงออโรร่า หรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองมูรมันสค์

Day 5 : Murmansk – Sami Village

  • เดินทางสู่ หมู่บ้านซามี่ (Sami Village) หมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอาชีพล่าสัตว์ โดยลักษณะของหมู่บ้านได้สร้างคล้ายกับพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่า ภายในจะเห็นชนเผ่าเลี้ยงกวางเรนเดียร์ไว้สำหรับลากเลื่อน และมีสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น สุนัขจิ้งจอก กระต่ายป่า
  • ชม Majestic Idols ประติมากรรมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ ได้แก่ ไฟ โลก น้ำ อากาศ โดยมีความเชื่อว่าหากมาอธิษฐานขอพรกับประติมากรรมชิ้นนี้ จะทำให้เกิดความโชคดีแก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสุขภาพที่ดี รวมถึงเรื่องความรักก็จะสมปรารถนาอีกด้วย
  • เที่ยวชมความน่ารักและให้อาหารฝูงกวางใน ฟาร์มกวางเรนเดียร์ จากนั้นท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักแสนรู้ของสุนัขลากเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน
  • Husky Farm ให้ท่านได้ชมความน่ารักของสุนัขแสนรู้ ฮัสกี้ เป็นสุนัขพันธุ์ฉลาดเฉลียวและแข็งแรงมาก โดยอาศัยอยู่ในเขตหนาว ซึ่งชาวแลปป์ได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเทียมสุนัขฮัสกี้ลากเลื่อน (Husky Sledding) ได้เวลาสมควรเดินทางต่อสู่เมือง Kirovsk
  • นำท่านล่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดในฤดูหนาว มองเห็นได้เฉพาะพื้นที่เหนือเส้น รุ้ง 66 ในวันที่ฟ้ามืดสนิทไร้แสงและเมฆรบกวน เราจะเห็นกลุ่มหมอกสีเขียวที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ กับอนุภาคที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ เมือง Kirovsk

Day 6 : Snowmobiles – Snow village

  • เดินทางสู่ภูเขาคิบินี (Khibiny Mountains) จุดศูนย์กลางของคาบสมุทรโคล่า สนุกสนานไปกับการนั่ง Snowmobile กลางทุ่งหิมะอันหนาวเย็นท่ามกลางป่าไม้และทะเลสาบน้ำแข็งของภูมิประเทศเขตอาร์กติกที่ไม่เหมือนใคร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองหิมะ (Snow Village) ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆที่สวยงาม มีทั้งอาคาร,รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำ, เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • เตรียมตัวไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเมือง Petrozavodsk ด้วย Night Arctic train (พักห้องละ 4 ท่าน)

Day 7 : Petrozavodsk

  • ตื่นรับแสงแรกแห่งวันบนเส้นทางสาย Arctic Train ถึงเมือง Petrozavodsk เวลา 14.50 น. เมือง “เปโตรซาวอดสค์”  อดีตเคยเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญในสมัยจักรวรรดิรัสเซีย ขณะที่ในสมัยโซเวียตเคยถูกยึดครองโดยกองทัพฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ลึกลับบนท้องฟ้าในช่วงปี ค.ศ. 1977 
  • ชมวิวเขตปกครองพิเศษคาเรเลีย ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สีขาวจากหน้าต่างรถไฟ ช่วงบ่าย เดินทางถึง Petrozavodsk เมืองหลวงของสาธารณรัฐคาเรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ “โอเนกา” ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคนี้
  • พักที่ Petrozavodsk

Day 8 : Petrozavodsk – Moscow

  • เดินทางไปยังเมือง Moscow โดยสายการบินภายในประเทศ
  • นำชม จัตุรัสแดง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยให้กับพระราชวังเครมลิน จึงเป็นลานประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงมอสโกที่มีความสำคัญ เป็นแลนมาร์คของรัสเซียมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยก่อน ต่อมาได้ถูกปรับปรุงพัฒนาตามยุคสมัย และรายล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่างมากมาย นอกจากนั้นจัตุรัสแดงยังถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการเดินสวนสนามของทหาร การประกอบพิธีสำคัญระดับประเทศ
  • ห้างสรรพสินค้า GUM ตั้งอยู่ย่านจัตุรัสแดง เป็นห้างที่เก่าแก่มากที่สุดในกรุงมอสโก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1895 มีความโดดเด่นขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมแบบยุคโบราณที่สวยงามโดดเด่น ลักษณะของห้างสร้างเป็นตัวอาคารสูง 3 ชั้น ภายนอกดูหรูหรา ตกแต่งได้อย่างสวยงาม ภายในโออ่าใหญ่โต มีสินค้าให้เลือกมากมาย
  • สุสานเลนิน หลังจากที่ วลาดีมีร์ เลนิน อดีตผู้นำปฏิว้ติรัสเซียได้เสียชีวิตลงแล้ว ก็ได้มีการสร้างสุสานเลนินขึ้นมาที่บริเวณจตุรัสแดง กลางกรุงมอสโก จนแล้วเสร็จ เมื่อปี ค.ศ. 1929 รูปแบบของสุสานมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นทรงพีระมิด มีความสูงราว 12 เมตร โดยมีกระบวนการต่างๆที่เก็บรักษาร่างของเลนินไว้ เช่น การเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เป็นต้น สำหรับสุสานเลนินแห่งนี้ได้เปิดให้ประชาชนได้เคารพศพและเข้าชมอีกด้วย
  • วิหารเซนต์บาซิล ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสแดง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1555 เพื่อฉลองชัยชนะเหนือมองโกลที่ยกทัพมาเมืองคาซาน ด้วยรูปแบบของวิหารเซนต์บาซิล ที่มีลักษณะแปลกตาแต่สวยงามลงตัว เพราะสร้างให้มีโดมรูปทรงหัวหอม 8 โดม ล้อมรอบโดมที่ 9 ซึ่งอยู่ตรงกลาง จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ในกรุงมอสโกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงดึงดูดความสนใจของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
  • อนุสาวรีย์มินินและโปชาร์สกี อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสแดง เป็นอนุสาวรีย์ที่หล่อด้วยทองสำริด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2361 หลังจากที่มินินและโปชาร์สกี้ สองผู้นำอาสาสมัครนำกองกำลังเพื่อต่อสู้กับกองทัพโปลที่เข้ามารุกรานในเขตเครมลิน จนได้รับชัยชนะในที่สุด จึงมีการสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้นมา
  • คืนนี้พักที่ Best western หรือเทียบเท่า

Day 9 : Moscow – Bangkok

  • เครมลินแห่งกรุงมอสโก สถานที่ซึ่งมากไปด้วยความสำคัญของรัสเซีย เพราะเป็นคำเรียกป้อมปราการในกรุงมอสโก มีความสำคัญคือเป็นศูนย์กลางของกรุงมอสโกมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 มาจนถึงปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นศูนย์รวมอำนาจรัฐของรัสเซียมาจนถึงปัจจุบัน เครมลินจึงเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายแห่ง และใช้เป็นที่พักอาศัยของผู้นำรัสเซีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก เมื่อ ค.ศ. 1990
  • หอระฆังพระเจ้าซาร์อิวานมหาราช สร้างโดยเจ้าชายอิวาน ความสูงมากถึง 81 เมตร จึงกลายเป็นหอระฆังที่มีความสูงมากที่สุดในโลก ส่วน “ระฆังพระเจ้าซาร์” เป็นระฆังที่มีน้ำหนักกว่า 200 ตัน จึงถูกเรียกว่าเป็นระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน ตัวระฆังภายนอกได้ถูกสลักลวดลายต่างๆไว้อย่างวิจิตรสวยงาม
  • ชม ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ เป็นปืนที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1586 ขนาดของปืนมีน้ำหนักมากถึง 40 ตัน จึงกลายเป็นปืนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณด้านหน้าปืน ปรากฎลูกกระสุนอยู่ 4 ลูก โดยแต่ละลูกมีน้ำหนักราว 1 ตัน
  • ชมภายใน จัตุรัสวิหาร ที่ล้อมรอบด้วยวิหาร 3 แห่ง ซึ่งเคยใช้ประกอบพิธีของสมาชิกราชวงศ์โรมานอฟ ได้แก่วิหารแม่พระรับเกียรติ ที่ใช้ประกอบพิธีราชาภิเษก วิหารแม่พระรับสาร โบสถ์ประจำราชวงศ์สำหรับงานพิธีมงคล และ วิหารอัครทูตสวรรค์ สถานที่บรรจุพระศพของสมาชิกราชวงศ์ซาร์รัสเซียยุคก่อนจักรวรรดิ
  • แวะช้อปปิ้งที่ ตลาดอิสไมโลโว ตลาดขายของฝากราคาไม่แพง สินค้าที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ตุ๊กตาแม่ลูกดก งานไม้ต่างๆ
  • ได้เวลาสมควรเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเชเรมิตเตโว เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 10 : Bangkok

  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

วันที่จัด

รวม

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer

ทัวร์มรัคอู โมนยวา อินเล ถ้ำพินดยา – Unseen พม่า

ทัวร์พม่า Unseen • มรัคอู • โมนยวา • อินเล • พะอัน

พม่า ไม่ได้มีแค่ชเวดากอง ความบริสุทธิ์ Unseen ของพม่า ยังมีอีกหลายที่ ที่ทำให้คุณประทับใจในความดิบ ดั้งเดิมของชีวิต ที่ยังไม่เปลี่ยนไปตามกระแสโลกมากนัก เรารวบรวมทริป Unseen พม่า เอาไว้หลายรูปแบบ ให้ได้เลือกเดินทาง แต่ละเส้นทางมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เมืองโมนยวา • ชมถ้ำโพวินต่อง • เจดีย์อลันทยาร์ • วัดโพธิ์ตาต่อง • เมืองสกายน์ • ภูเขาสกายน์ • มัณฑะเลย์ • บินภายในไปเมืองเฮโฮ • ทะเลสาบอินเล • เมืองพินดยา • ถ้ำพินดยา

จุดเด่นทริป

เมืองมรัคอู

เมืองสกายน์และโมนยวา

เมืองอินและถ้ำพินดยา

เมืองพะอัน

โปรแกรมเต็ม

DAY 1 : Bangkok – Yangon – Sittwe – Mrauk U (-/L/D)

  • พบกันที่สนามบินดอนเมือง เดินทางสู่ย่างกุ้งด้วย Air Asiaต่อเครื่องสู่เมืองซิตตเว โดยสายการบินในประเทศ
  • เมืองซิตตเว สำเนียงพม่าจะออกเสียงเป็น ซิตตุ่ย เมืองเอกของรัฐยะไข่ เคยเป็นเมืองชายทะเลที่สวยที่สุดของอ่าวเบงกอล ปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยสิ่งก่อสร้างของเมืองท่าอาณานิคม และเต็มไปด้วยกลิ่นอายบรรยากาศวัฒนธรรมชาวยะไข่ซึ่งแตกต่างไปจากชาวพม่า โดยชาวยะไข่จะบอกว่า เขาเป็นชาวยะไข่ ไม่ใช่ ชาวพม่า
  • เดินทางต่อด้วยรถสู่เมืองมรัคอู แวะนมัสการพระ Mahamuni Kyauk-Taw Mahamuni ซึ่งเป็นวัดพุทธที่มีชื่อเสียงและสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาวยะไข่

DAY 2 : Chin Village  (B/L/D)

  • เดินทางไปยังหมู่บ้านชิน ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชนเผ่าหนึ่งในเมืองมรัคอูที่ยังคงมีวิถีชีวิตแบบโบราณกันอยู่ หมู่บ้านนี้ยังไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้กัน สร้างบ้านอยู่ในกระท่อมหลังเล็กๆ และใช้แพไม้ไผ่เป็นยานพาหนะเอกลักษณ์ของหญิงชาวชิน คือจะสักหน้าเป็นลายเหมือนใยแมงมุม และเจาะหูกว้าง ซึ่งในปัจจุบันก็นับว่าจะลดน้อยถอยลงทุกที หญิงที่สักอยู่ก็มีอายุกัน 60 กว่าขึ้นไปแล้ว และต่างจะล้มหายตายจาก เด็กยุคใหม่ไม่ได้ถ่ายทอด ดังนั้นต้องรีบไปดู
  • ชมพระอาทิตย์ตกที่เนินเขา Shwe-Taung

DAY 3 :  Mrauk u  (B/L/D)

  • ชมตลาดเช้าในเมืองมรัคอู ชมวิถีชีวิตและเลือกซื้อของพื้นเมืองของผู้คนในราชอาณาจักรยะไข่โบราณ
  • ชม Htukkant Thein Temple วัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองมรัคอู ถูกออกให้ใช้งานเป็นทั้งวัดและป้อมปราการด้วย นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้อาจจะใช้เป็นที่หลบภัยของชาวพุทธในยามศึกสงคราม ใจกลางของวัดเป็นโดมรูปเห็ดรายรอบด้วยสถูปเล็กๆทั้ง 4 ภายในมีพระพุทธรูปทั้งหมด 180 องค์ ชม
  • ชม วัดโกตองพญา หรือ วัดพระเก้าหมื่น เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองมรัคอู ตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา บางคนใคร่คิดไปถึง บุโรพุทโธ ที่อินโดนีเซีย มีเจดีย์ องค์เล็กๆตั้งอยู่รอบๆเจดีย์ที่อยู่ตรงกลาง ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแกะสลัก 90,000 องค์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง
  • ชม Lay Myet Hna Temple เจดีย์สี่หน้า สร้างโดยหินทรายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่ ยอดเป็นรูปทรงเห็ดและรายล้อมด้วยเจดีย์รองทั้งสี่มุม ภายในมีฐานเจดีย์ขนาดใหญ่รูปทรงแปดเหลี่ยม มีพระพุทธรูป 8 องค์  ประดิษฐานอยู่และผนังชั้นนอกตรงกันข้ามกันน้ำมีพระพุทธรูปอีก 20 องค์รวมกันทั้งสิ้นเป็น 28 แทนความหมายของพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ตามคัมภีร์พระไตรปิฎก
  • ชมวัดซิตตองพญา หรือ วัดพระแปดหมื่น เป็นวัดที่มีระเบียงคดคล้ายอุโมงค์ประดับด้วยรูปจิตรกรรมนูนสูงเกี่ยวกับพุทธชาดก และภายในวิหารมีการแกะสลักพระพุทธรูป 80,000 องค์  สร้างขึ้นโดยกษัตริย์มินปินเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะที่มีต่อชาวเบงกอล
  • ชม วัดทุกขันธ์เทียน สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2113 ภายในวัดมีภาพแกะสลักผู้หญิงชาวยะไข่โบราณซึ่งมีทรงผมแตกต่างกันถึง 64 แบบ กำลังบูชาพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ตามช่องผนัง วัดอันดอว์เทียน เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้าที่กษัตริย์มินบินนำมาจากศรีลังกา
  • ชม Ratana ManAung เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์มีลักษณะสัณฐานเป็นรูปแปดเหลี่ยม ที่ได้รับการเคารพมากที่สุด วัดถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อรัตนทั้งสามแห่งพุทธศาสนาคือพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ Pitakataik สร้างโดยกษัตริย์ Meng Phalaung ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงองค์หนึ่งของเมืองมรัคอู ภายในประดิษฐานประไตรปิฏกที่ได้รับมาจากศรีลังกา
  • ชมเจดีย์ศากยะมนัง สร้างขึ้นในปี 1629 สูง 35 เมตร เป็นเจดีย์ย่อมุมที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะพม่าและไทใหญ่ และเจดีย์ Ratanamanaung เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปที่ทำจากหิน สักการะพระพุทธรูป Nan-Oo และ เจดีย์ Mingalamanaung
  • ชม เจดีย์ Lawka manaung สร้างขึ้นเมื่อปี 1658 เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ มีเฉลียงทั้งหมดสี่ชั้น ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหิน โดยรอบตบแต่งด้วยประติมากรรมหินในรูปแบบต่างๆ และสักการะพระพุทธรูป Parabaw เป็นพระพุทธรูปที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเมื่อกว่า 1276 ปีมาแล้ว
  • ชมพระอาทิตย์ตกที่เนินเขา Harritaung

DAY 4 :  Mruak U – Sittwe – Yangon – Bangkok  (B/L/-)

  • เดินทางกลับสู่เมืองซิตตุ่ยด้วยเรือเร็ว ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางที่ล่องเรือ เราจะได้เก็บบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำ จะได้เห็นวิถีชีวิตพื้นบ้าน ของชาวประมงท้องถิ่นที่กางเรือใบด้วยผ้าโสร่ง ตามแบบฉบับของชาวยะไข่ท้องถิ่น
  • ชมเมือง Sittwe เดินเล่นตลาดพื้นเมืองยะไข่ ตลาดนี้เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด มีอาหารทะเล อาหารพื้นบ้านและสินค้าพื้นเมืองหลากหลายชนิด อาหารทะเลที่นี่ราคาถูกมากๆ
  • เดินทางไปสนามบินเพื่อโดยสารเครื่องบินภายในประเทศสู่ย่างกุ้งแล้วต่อเครื่องสู่ดอนเมือง โดยสายการบิน Air Asia
  • ค่ำๆเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

Day 1 : Bangkok – Mandalay – Monywa (BLD)

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (T1)
  • เดินทางถึงมัณฑะเลย์
  • เดินทางสู่ เมืองโมนยวา (Monywa) เมืองเล็กๆ เมืองโมนยวาตั้งอยู่ในรัฐสกาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองสกายน์อดีตเมืองหลวงแห่งหนึ่งของพม่าเมืองโมนยวานี้ในอดีตเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของพม่าและอินเดีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชินด์วิน (Chindwin)
  • พักที่ เมือง Monywa

Day 2 :  Monywa (B/L/D)

  • ชม ถ้ำโพวินต่อง (Pho Win Taung) หมู่ถ้ำหินทรายที่ประกอบไปด้วยถ้ำเล็กๆ ภายในถ้ำแต่ละถ้ำประกอบไปด้วยมีจิตรกรรมฝาผนัง และเพดานหลากหลายสี ที่มีมากกว่า 4000 ลวดลายเลยทีเดียว โดยมากจิตรกรรมเหล่านี้เป็นภาพวาด เล่าเรื่องราวชีวิตของชาวพม่า และเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา
  • ชม Shwe Ba Taung มหัศจรรย์หมู่ถ้ำทั้ง 46 ถ้ำ ที่มีรูปทรงและการตบแต่งกันอย่างสิ้นเชิง หมู่ถ้ำเหล่านี้ถูกขุดลึกแนวดิ่งลงไปในชั้นหินภูเขาไฟถึง 8 เมตร คล้ายเป็นเมืองใต้ดิน อายุของพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในถ้ำแห่งนี้ย้อนไปในศตวรรษที่ 13 
  • ชม เจดีย์ อลันทยาร์ (Alantayar) ภายในวัดโพธิตาต่อง (Bhodhi Tataung) ซึ่งด้านหลังองค์เจดีย์นั้นมี พระนอนเซ่วต่าลอง ที่กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์(พระนอน)ที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่สองของโลกประดิษฐานอยู่ และ พระยืนเลจูนแซะจ่า (Laykyun Setkya) ซึ่งองค์พระสูงถึง 132 เมตรเห็นแต่ไกลบนยอดเขา 
  • นำท่านชม วัดโพธิ์ตาต่อง (Bodhi Tataung) ที่ภายในมีพระพุทธรูปจำนวนถึง 1,000 องค์ ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ทั้งหมด 1,000 ต้น ที่นี่ท่านจะสามารถมองเห็นองค์พระและต้นโพธิ์ประดิษฐานอยู่เรียงเป็นแถวสุดลูกหูลูกตาเป็นภาพที่แปลกตาอย่างยิ่ง
  • นำชม วัดเจดีย์สัมพุทเธ (Thanbodhay Temple) หรือที่ชาวพม่าเรียกว่า เจดีย์ ตัม โบ้ม เด่ พญา เจดีย์สำคัญแห่งเมืองโมนยวาที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.1846  และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2486 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เจดีย์องค์นี้มีความคล้ายคลึงกับบุโรพุทโธของประเทศอินโดนีเซีย เพราะมีโครงสร้างเลียนแบบเขาพระสุเมรุคือประกอบด้วยเจดีย์หลักแทนเขาพระสุเมรุ และเจดีย์เล็กๆ ถึง 845 องค์ ล้อมรอบเป็นชั้นๆ

Day 3 : Monywa – Sagaing (B/L/D)

  • จากนั้นเดินทางสู่ เมืองสกายน์ ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ชมทัศนียภาพของเมืองสกายน์ ลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ สกายน์เป็นราชธานีได้เพียง 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับชัยชนะจึงย้ายเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำอิรวดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมา
  • ชมเจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ.1636 ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา
  • นำทุกท่านเดินทางสู่ภูเขาสกายน์ (Sagaing Hill) บนภูเขาแห่งนี้สามารถ มองเห็นเมืองสกายน์และเจดีย์โดยรอบได้อย่างชัดเจน
  • บริเวณกลางเนินเขาจะมีวัดอูมินทอนซ์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัด 30 ถ้ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 45 องค์ บริเวณสูงสุดของ เนินเขาจะมีวัดซุนอูพอนยาชิน สิ่งที่น่าสนใจ ภายในวัด คือ เจดีย์ที่สูงถึง 29.3 เมตร ภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งชาวพม่าถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่มักเดินทางมาสักการะ และถ่ายรูปแขวนไว้จำนวนมาก
  • พักที่ เมือง Sagaing

Day 4 :  Mandalay – Heho – Inle Lake (B/L/D)

  • เช้าตรู่ไปยังสนามบินเพื่อเดินทางต่อไปที่ เมืองเฮโฮ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองหลวงเก่าของรัฐฉาน (Shan State) นั่งรถจากสนามบินไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปชมทะเลสาบอินเล (Inle Lake)  เกิดจากลำธารหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาที่ทอดขนานไปทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออก มีน้ำไหลจากทะเลสาบไปลงแม่นํ้าสาละวิน รอบทะเลสาบมีชุมชนชาวอินตาอยู่มากกว่า 200 แห่ง
  • นำท่านลงเรือเพื่อเดินทางสู่ ทะเลสาบอินเล ลงเรือยนต์ (ลำละ 5-6 ท่าน) มีเสื้อชูชีพบริการท่านเพื่อความปลอดภัย ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบ ระหว่างทาง ท่านจะได้พบการพายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอินตา
  • พักที่ทะเลสาบ Inle  

Day 5 : Inle Lake – Pindaya (B/L/D) 

  • อำลาทิวทัศน์อันสงบแห่งสายน้ำและระลอกคลื่นอันเงียบสงบ เดินทางไปยังเมือง Pindaya ระหว่างทาง ท่านจะได้พบกับทิวทัศน์อันงดงาม และชนเผ่าต่างๆของรัฐฉาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวปะโอ ซึ่งมีเอกลักษณ์ในการแต่งตัวด้วยผ้าสีดำและโพกศรีษะด้วยผ้าสีสันสดใส เพราะเชื่อกันว่าชาวปะโอมีต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์มาจากพญานาคผู้สง่างาม
  • เยี่ยมชมถ้ำพินดยา ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานภายในถ้ำมากกว่า 8,000 องค์ หลากยุคหลากสมัยถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่นี่ที่เกิดจากการที่มีความเชื่อที่ว่าหากผู้ใดได้สร้างพระหรือเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชา ผู้นั้นก็จะได้บุญกุศลไปในภายภาคหน้า หลังจากนั้น นำท่านเดินเก็บภาพต้นไม้ยักษ์ Banyan Tree Garden ซึ่งมีอายุหลายร้อยปีหลายคนโอบไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งมีจำนวนนับร้อยๆต้น 
  • ชมการทำกระดาษชานแบบดั้งเดิม และ อุตสาหกรรมการทำร่ม และชมทะเลสาป ปินดายา
  • พักที่เมือง Pindaya

Day 6 : Pindaya – Heho – Yangon – Bangkok (B/L/-) 

  • ช่วงเช้าให้ท่านเดินเล่นเที่ยวชมรอบๆเมือง Pindaya จนถึงเวลาเดินทางไปกลับเมือง Heho และไปยังสนามบินภายในประเทศเพื่อกลับสู่เมืองย่างกุ้ง
  • เดินทางกลับย่างกุ้งโดยสายการบินภายในประเทศ
  • เตรียมตัวเชคอินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 *** โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของเวลา ***

Day 1 : Bangkok – Mandalay – Monywa (BLD)

  • ช่วงเช้า พบกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (T1)
  • เดินทางถึงมัณฑะเลย์
  • เดินทางสู่ เมืองโมนยวา (Monywa) เมืองเล็กๆ เมืองโมนยวาตั้งอยู่ในรัฐสกาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองสกายน์อดีตเมืองหลวงแห่งหนึ่งของพม่าเมืองโมนยวานี้ในอดีตเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของพม่าและอินเดีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชินด์วิน (Chindwin)
  • พักที่ เมือง Monywa

Day 2 :  Monywa (B/L/D)

  • ชม ถ้ำโพวินต่อง (Pho Win Taung) หมู่ถ้ำหินทรายที่ประกอบไปด้วยถ้ำเล็กๆ ภายในถ้ำแต่ละถ้ำประกอบไปด้วยมีจิตรกรรมฝาผนัง และเพดานหลากหลายสี ที่มีมากกว่า 4000 ลวดลายเลยทีเดียว โดยมากจิตรกรรมเหล่านี้เป็นภาพวาด เล่าเรื่องราวชีวิตของชาวพม่า และเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา
  • ชม Shwe Ba Taung มหัศจรรย์หมู่ถ้ำทั้ง 46 ถ้ำ ที่มีรูปทรงและการตบแต่งกันอย่างสิ้นเชิง หมู่ถ้ำเหล่านี้ถูกขุดลึกแนวดิ่งลงไปในชั้นหินภูเขาไฟถึง 8 เมตร คล้ายเป็นเมืองใต้ดิน อายุของพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในถ้ำแห่งนี้ย้อนไปในศตวรรษที่ 13 
  • ชม เจดีย์ อลันทยาร์ (Alantayar) ภายในวัดโพธิตาต่อง (Bhodhi Tataung) ซึ่งด้านหลังองค์เจดีย์นั้นมี พระนอนเซ่วต่าลอง ที่กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์(พระนอน)ที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่สองของโลกประดิษฐานอยู่ และ พระยืนเลจูนแซะจ่า (Laykyun Setkya) ซึ่งองค์พระสูงถึง 132 เมตรเห็นแต่ไกลบนยอดเขา 
  • นำท่านชม วัดโพธิ์ตาต่อง (Bodhi Tataung) ที่ภายในมีพระพุทธรูปจำนวนถึง 1,000 องค์ ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ทั้งหมด 1,000 ต้น ที่นี่ท่านจะสามารถมองเห็นองค์พระและต้นโพธิ์ประดิษฐานอยู่เรียงเป็นแถวสุดลูกหูลูกตาเป็นภาพที่แปลกตาอย่างยิ่ง
  • นำชม วัดเจดีย์สัมพุทเธ (Thanbodhay Temple) หรือที่ชาวพม่าเรียกว่า เจดีย์ ตัม โบ้ม เด่ พญา เจดีย์สำคัญแห่งเมืองโมนยวาที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.1846  และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2486 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เจดีย์องค์นี้มีความคล้ายคลึงกับบุโรพุทโธของประเทศอินโดนีเซีย เพราะมีโครงสร้างเลียนแบบเขาพระสุเมรุคือประกอบด้วยเจดีย์หลักแทนเขาพระสุเมรุ และเจดีย์เล็กๆ ถึง 845 องค์ ล้อมรอบเป็นชั้นๆ

Day 3 : Monywa – Sagaing (B/L/D)

  • จากนั้นเดินทางสู่ เมืองสกายน์ ศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ชมทัศนียภาพของเมืองสกายน์ ลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจดีย์จำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่บนภูเขา และริมฝั่งแม่น้ำ สกายน์เป็นราชธานีได้เพียง 59 ปี ภายหลังเกิดการชิงอำนาจกัน สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับชัยชนะจึงย้ายเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับแม่น้ำอิรวดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมา
  • ชมเจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ.1636 ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา
  • นำทุกท่านเดินทางสู่ภูเขาสกายน์ (Sagaing Hill) บนภูเขาแห่งนี้สามารถ มองเห็นเมืองสกายน์และเจดีย์โดยรอบได้อย่างชัดเจน
  • บริเวณกลางเนินเขาจะมีวัดอูมินทอนซ์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัด 30 ถ้ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 45 องค์ บริเวณสูงสุดของ เนินเขาจะมีวัดซุนอูพอนยาชิน สิ่งที่น่าสนใจ ภายในวัด คือ เจดีย์ที่สูงถึง 29.3 เมตร ภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งชาวพม่าถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่มักเดินทางมาสักการะ และถ่ายรูปแขวนไว้จำนวนมาก
  • พักที่ เมือง Sagaing

Day 4 :  Mandalay – Heho – Inle Lake (B/L/D)

  • เช้าตรู่ไปยังสนามบินเพื่อเดินทางต่อไปที่ เมืองเฮโฮ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองหลวงเก่าของรัฐฉาน (Shan State) นั่งรถจากสนามบินไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปชมทะเลสาบอินเล (Inle Lake)  เกิดจากลำธารหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาที่ทอดขนานไปทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออก มีน้ำไหลจากทะเลสาบไปลงแม่นํ้าสาละวิน รอบทะเลสาบมีชุมชนชาวอินตาอยู่มากกว่า 200 แห่ง
  • นำท่านลงเรือเพื่อเดินทางสู่ ทะเลสาบอินเล ลงเรือยนต์ (ลำละ 5-6 ท่าน) มีเสื้อชูชีพบริการท่านเพื่อความปลอดภัย ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบ ระหว่างทาง ท่านจะได้พบการพายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอินตา
  • พักที่ทะเลสาบ Inle  

Day 5 : Inle Lake – Pindaya (B/L/D) 

  • อำลาทิวทัศน์อันสงบแห่งสายน้ำและระลอกคลื่นอันเงียบสงบ เดินทางไปยังเมือง Pindaya ระหว่างทาง ท่านจะได้พบกับทิวทัศน์อันงดงาม และชนเผ่าต่างๆของรัฐฉาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวปะโอ ซึ่งมีเอกลักษณ์ในการแต่งตัวด้วยผ้าสีดำและโพกศรีษะด้วยผ้าสีสันสดใส เพราะเชื่อกันว่าชาวปะโอมีต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์มาจากพญานาคผู้สง่างาม
  • เยี่ยมชมถ้ำพินดยา ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานภายในถ้ำมากกว่า 8,000 องค์ หลากยุคหลากสมัยถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่นี่ที่เกิดจากการที่มีความเชื่อที่ว่าหากผู้ใดได้สร้างพระหรือเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชา ผู้นั้นก็จะได้บุญกุศลไปในภายภาคหน้า หลังจากนั้น นำท่านเดินเก็บภาพต้นไม้ยักษ์ Banyan Tree Garden ซึ่งมีอายุหลายร้อยปีหลายคนโอบไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งมีจำนวนนับร้อยๆต้น 
  • ชมการทำกระดาษชานแบบดั้งเดิม และ อุตสาหกรรมการทำร่ม และชมทะเลสาป ปินดายา
  • พักที่เมือง Pindaya

Day 6 : Pindaya – Heho – Yangon – Bangkok (B/L/-) 

  • ช่วงเช้าให้ท่านเดินเล่นเที่ยวชมรอบๆเมือง Pindaya จนถึงเวลาเดินทางไปกลับเมือง Heho และไปยังสนามบินภายในประเทศเพื่อกลับสู่เมืองย่างกุ้ง
  • เดินทางกลับย่างกุ้งโดยสายการบินภายในประเทศ
  • เตรียมตัวเชคอินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
  • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 *** โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของเวลา ***

วันที่จัด

รวม-ไม่รวม

แกลลอรี่ทัวร์พม่า

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer

ทัวร์จอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน

ทัวร์จอร์เจีย

ทัวร์จอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน

อาเซอร์ไบจาน • เมืองโกบัสตาน • ภูเขาโคลน • พระราชวังแห่งราชวงศ์เชอร์วาน • คาราวานซาราย • Ateshgah of Baku วัดศาสนาฮินดูที่รูปทรงคล้ายปราสาท • จอร์เจีย • ป้อมอนานูรี • ชมโบสถ์เกอร์เกตี้ • เมืองคาซเบกิ •  เมืองมิทสเคต้า • วิหารจวารี • นั่งกระเช้าเคเบิ้ลขึ้นชม ป้อมนาริกาลา • อาร์เมเนีย • เมืองซาดาโคล • เมืองฮักห์พาท • ชมอารามโบราณสองแห่ง อารามฮัคพัท และอารามซานาฮิน • เมืองดีลีจาน • ล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบเซวาน

สรุปทริป

โปรแกรมเต็ม

Day 1 : Bangkok 

  • ช่วงคำนัดพบที่สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 2 : Dubai – Baku – Gobustan – Rock Painting – Mud Volcanoes

  • เดินทางถึงสนามบินบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองโกบัสตาน (Gobustan) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบากู เป็นบริเวณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการแกะสลักภาพบนหินของมนุษย์ที่งดงาม
  • ให้ท่านชมความสวยงามของภูเขาหินที่มีการแกะสลักภาพที่เป็นรูปต่างๆ ณ พิพิธภัณฑ์เปิด Rock Painting Open-air Museum ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2007 เช่น ภาพการล่าสัตว์ รูปคนเต้นรำ เรือ หมู่ดาวและสัตว์ต่างๆ
  • นำท่านเดินทางสู่ ภูเขาโคลน หรือ Mud Volcanoes หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอาร์เซอร์ไบจาน และถูกบันทึกลงในกินเนส (Guinness World Record) เมื่อ 5 ก.ย. 2004 ชมความแปลกประหลาดและสวยงามของภูเขาโคลนที่มีชื่อเสียง (Mud Domes) ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณนี้มีอยู่ประมาณ 700 แห่ง ภูเขาดินโคลนนี้เกิดจากดินเหลวที่อยู่ใต้ดิน ก๊าซและน้ำที่ร้อนเมื่อถูกผสมรวมกัน ก็จะมีการพุ่งขึ้นมาบนพื้นดินเป็นรูปกรวยหรือโดมที่สวยงาม
  • คืนนี้พักที่เมือง Baku

Day 3 : Baku – Icheri Shekher – Palace of Shirvansshakh -Caravansaray – Ateshgah of Baku – Absheron – YanarDag – Tbilisi 

  • นำท่านเที่ยวชม เมืองบากู (Baku) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของอาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่ชายฝั่งทางใต้ของคาบสมุทรเล็ก ๆ ที่ยื่นออกไปในทะเลแคสเปียนชื่ออับชิรอน (Abseron) ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน คือ ย่านเมืองเก่า (อิตแชรีแชแฮร์) ตัวเมืองปัจจุบัน และตัวเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยโซเวียต
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Icheri Shekher หรือ Inner Town of Baku เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีกำแพงป้อมล้อมรอบและรอบกำแพงจะมีการสร้างเป็นป้อมหอคอยซึ่งมีทั้งหมด 25 แห่งและมีประตูทางเข้าออกถึง 5 แห่ง
  • นำท่านชม พระราชวังแห่งราชวงศ์เชอร์วาน (Palace of Shirvanshahs) สถานที่พำนักของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชีวานผู้ซึ่งครองราชย์มาอย่างยาวนาน ในช่วงศตวรรษที่ 14-17
  • แวะชม คาราวานซาราย (Caravansaray) หรือที่พักแรมของกองคาราวานในยุคค้าขายแห่งเส้นทางสายไหมที่เดินทางมาแวะพักที่เมืองนี้ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในศตวรรษที่ 18 และศตวรรษที่ 19
  • เดินทางไปยัง Ateshgah of Baku หรือ Fire Temple of Baku วัดศาสนาฮินดูที่รูปทรงคล้ายปราสาท ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวเปอร์เซียและชาวอินเดีย มีจารึกบ่งชี้ว่า สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับบูชาสักการะตามหลักความเชื่อทางศาสนาของคนท้องถิ่น คือ ศาสนาฮินดู ศาสนาซิกซ์ และศาสนาโซโรอัสเตอร์ (ศาสนาโบราณของชาวอิหร่าน) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 ไว้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา
  • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่แหลมอับเชรอน Absheron ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่บนชั้นของก๊าซธรรมชาติที่ปะทุอยู่ในเปลวไฟอย่างต่อเนื่อง
  • นำท่านสู่ ยูนาร์แดก (Yanar Dag) หรือที่แปลได้ในภาษาท้องถิ่นว่า “Burning Mountain”เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติไฮโดรคาร์บอนที่พวยพุ่งออกมาจากพื้นพิภพผ่านชั้นหินทรายขึ้นมาเป็นแหล่งไฟธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้ประเทศอาเซอร์ไบจานถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งอัคคี (Land of Fire)
  • นำท่านเดินทางสู่สนามบินบากูเพื่อเช็คอินออกเดินทางไปสู่ สนามบิน ทบิลิซี่ โดยสายการบินภายในประเทศ
  • เดินทางถึงสนามบินทบิลิซี่ ประเทศจอร์เจีย
  • คืนนี้พักที่เมือง Tbilisi

Day 4 : Tbilisi – Georgia – Ananuri Fortress – Zhinvali reservoir  Gergeti Trinity Church – Kazbegi

  • ระหว่างทางให้ท่านได้ชมป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) เป็นสถานที่ก่อสร้างอันเก่าแก่มีกำแพงล้อมรอบและตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ที่ตั้งอยู่ห่างจากทบิลิซีประมาณ 45 กม.ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้เป็นป้อมปราการในศตวรรษที่ 16-17 ภายในยังมีโบสถ์ 2 หลังที่ถูกสร้างได้อย่างงดงามและยังมีหอคอยที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
  • ชมทิวทัศน์อันสวยงามของเบื้องล่างและอ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย
  • นำท่านสัมผัสบรรยากาศในการท่องเที่ยว โดยการนั่ง 4WD เพื่อชมโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 หรือมีชื่อเรียกกันว่าสมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba) ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำชคเฮรี ที่อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้
  • นำท่านเดินทางสู่เมืองคาซเบกิ (Kazbegi) ซึ่งเป็นชื่อเมืองอันดั้งเดิม แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ สเตพ้านท์สมินด้า (Stepantsminda) หลังจากนักบุญในนิกายออร์โธด๊อก ชื่อสเตฟานได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้นมาเมืองคาซเบกี้ เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ที่มีความยาวประมาณ 157 กม. และตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,740 เมตร ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิที่อยู่ปานกลาง และในฤดูหนาวมีอากาศเย็นและยาวนาน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและพักผ่อน
  • คืนนี้พักที่เมือง Kazbegi

Day 5 : Museum of Stalin – Mtskheta – Gori – Uplistsikhe – Tbilisi 

  • นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (Museum of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิทสเคต้า (Mtskheta) ที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม. เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศและในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมอสเคต้าและเทียนิตี้ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 คน เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้านประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994 
  • จากนั้นนำท่านชม วิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Monastery) สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนความเชื่อมานับถือศานาคริสต์ซึ่งกลายมาเป็นศาสนาประจำชาติเมื่อปี ค.ศ. 337 และเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย สร้างขึ้นในคริสตวรรษที่ 11 ภายในจะมีภาพเขียนเฟรสโก้ที่สวยงามประดับอยู่
  • นำท่านไปชมวิหารจวารี (Jvari Monastery) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออร์โธดอกซ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำมิควารี และแม่น้ำอรักวีและถ้ามองออกไปข้ามเมืองมิทสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5
  • ออกเดินทางไปยัง เมืองกอรี (GORI) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดชีดา คาร์ทลี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ในอดีตเคยมีความสำคัญทางด้านทหารในยุคกลางเป็นที่ตั้งของกองกำลังที่อยู่บนถนนสายสำคัญที่เชื่อมกับทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตก นอกจากนั้นเมืองนี้ยังเป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำที่มีชื่อเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตและอเล็กซานเดอร์ นาดีราซี ผู้เป็นนักออกแบบชื่อดังในด้านจรวดขีปนาวุธข้ามทวีปของโซเวียต
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัพลิสต์ซิเคห์ (Uplistsikhe) เป็นบริเวณถ้ำที่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารีและหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำและต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆหลายเมือง และอัพลิสต์ซิคห์ ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้าได้ถูกสร้างขึ้นในราวพันปีก่อนคริสตกาล ต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวาง
  • เดินทางกลับเมือง Tbilisi เมืองหลวงของ ประเทศจอร์เจีย (Georgia)
  • นำท่านเที่ยวชม ย่านเมืองเก่าแห่งนครหลวงทบิลิซี่ (Old town of Tbilisi) ซึ่งมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความอ่อนหวานของสีสันอาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นที่ผสมผสานศิลปะแบบเปอร์เซียและยุโรป อาจกล่าวได้ว่า นี่คือการบรรจบกันของตะวันออกและตะวันตกของประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างสองทวีปอย่างจอร์เจีย เกิดเป็นศิลปะแบบจอร์เจียที่มีเอกลักษณ์
  • คืนนี้พักที่ เมือง Tbilisi

Day 6 : Tbilisi – Peace bridge – Narigala Fortress – Metekhi Church  Sadakhlo

  • นำท่านถ่ายรูปกับสะพานสันติภาพ (Peace bridge) สะพานความยาว 150 เมตรซึ่งเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและเมืองใหม่ เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2010 จัดว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่สวยงามชิ้นหนึ่งซึ่งพาดผ่านแม่น้ำคูรา
  • จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าเคเบิ้ลขึ้นชม ป้อมนาริกาลา (Narigala Fortress) ป้อมปราการโบราณสมัยยุคศตวรรษที่ 4 ซึ่งนักประวัติศาสตร์ยกย่องว่าเป็นป้อมปราการป้อมหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่แข็งแกร่งและตีได้ยากที่สุด อิสระให้ท่านได้เก็บภาพมุมสูงของเมืองทบิลิซตามอัธยาศัย
  • หลังจากนั้นนำท่านชม โบสถ์เมเตคี (Metekhi Church) โบสถ์เก่าแก่อายุราว 800 ปีซึ่งสร้างอุทิศให้แก่พระแม่มารีตั้งอยู่เหนือเนินผาสูงริมแม่น้ำมิทควารี (Mtkvari River) โดยมีอนุสาวรีย์ทรงม้าของกษัตริย์ Vakhtang Gorgasali ผู้สถาปนาทบิลิซีเป็นนครหลวง ตั้งตระหง่านอยู่คู่กัน ในอดีตโบสถ์ถูกทำลายและได้รับการบูรณะอยู่หลายครั้ง เคยถูกใช้เป็นคุกในยุคที่ราชวงศ์ซาร์สปกครอง และเปลี่ยนมาเป็นโรงละครในยุคโซเวียต และได้รับการบูรณะล่าสุดปลายปี 1980 เพื่อเป็นโบสถ์ออร์โธดอกซ์ของเมือง
  • เดินทางสู่ เมืองซาดาโคล (Sadakhlo) อยู่ทางด้านใต้ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนียและยังตั้งอยู่ใกล้กับประเทศอาร์เซอร์ไบจาน ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติอันสวยของเทือกเขาคอเคซัสน้อย ที่อยู่ระหว่างอาร์เมเนียและอาร์เซอร์ไบจาน นำท่านผ่านด่านเมืองซาดาโคลและข้ามพรมแดนโดยมีเมืองอะลาเวอดี (Alaverdi) ที่เป็นเมืองชายแดนของอาร์เมเนียที่อยู่ติดกับจอร์เจีย
  • คืนนี้พักที่เมือง Sadakhlo

Day 7 : Sadakhlo – Haghpat city – Sanahin  Monastery 

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองฮักห์พาท (Haghpat) เป็นเมืองในหมู่บ้านของจังหวัดลอรี่ที่อยู่ทางด้านเหนือของอาร์เมเนียเมืองนี้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเพราะเป็นที่ตั้งของวัดอารามโบราณทั้งสองแห่งให้ท่านได้ชมความสวยงามของอารามฮักห์พาท (Haghpat Monastery) ซึ่งถือได้เป็นผลงานชิ้นเอกของทางด้านศาสนาและทางด้านสถาปัตยกรรมในการก่อสร้างในยุคกลางอารามแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญนิชาน (Saint Nishan) ในราวศตวรรษที่ 10 ซึ่งอยู่ในระหว่างการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์อะบาส ที่ 1 (King Abas I) อารามแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกในปีค.ศ.1996ซึ่งอดีตเป็นเพียงตัวโบสถ์เล็กๆ ของนักบุญนิชานที่ถูกสร้างขึ้นช่วงปีค.ศ.967 ต่อมาก็ได้ถูกสร้างขยายให้ใหญ่โตขึ้นและมีการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบอาร์เมเนียน
  • ชมอารามโบราณสองแห่ง อารามฮัคพัท (Haghpat Monastry) และอารามซานาฮิน (Sanahin Monastery) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮักห์พาท (Haghpat) ทางตอนเหนือของประเทศ โดยอารามทั้งสองแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1996 สร้างขึ้นในยุครุ่งเรืองของราชวงศ์คลูริเคียน (Klurikain Dynasty) ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10-13 มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างแบบไบแซนไทน์กับแบบพื้นถิ่นคอเคเซียน สำหรับอารามทั้งสองยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะผ่านกาลเวลามานับพันปีแล้วก็ตาม
  • คืนนี้พักที่เมือง Haghpat

Day 8 : Dilijan – Sevan city – Geghard – Khor Virap

  • เดินทางสู่เมืองดีลีจาน (Dilijan) สถานที่แห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “สวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งอาร์เมเนีย” (Little Switzerland of Armenia) ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร จึงทำให้อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซวาน (Sevan) ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเซวาน (Lake Sevan) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดและทะเลปิดในประเทศอาร์เมเนียและคอเคซัสทะเลสาบนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกทะเลสาบเซวานล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำฮราซดานและแม่น้ำมาสริค ล่องเรือชมความสวยงามของทะเลสาบเซวาน (การล่องเรือขึ้นกับสภาพอากาศ) ตัวเมืองนี้ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,900 เมตร เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1842 ซึ่งเป็นหมู่บ้านพักอาศัยของชาวรัสเซียที่มีชื่อว่า เยเลนอฟก้า (Yelenovka) จนถึงปีค.ศ.1935 จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เซวาน 
  • นำท่านแวะชมอารามเซวาน (Sevan Monastery) หรือมีชื่อเรียกว่า เซวานาแว๊งค์ (Sevanavank) ซึ่งคำว่าแว๊งค์เป็นภาษาอาร์เมเนีย มีความหมายว่า โบสถ์วิหาร สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเลสาบเซวาน ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.874 โดยเจ้าหญิงมาเรียม ซึ่งเป็นธิดาของกษัตริย์อะช๊อต ที่ 1 ซึ่งอยู่ในช่วงของการต่อสู้กับพวกอาหรับที่ปกครองดินแดนแห่งนี้
  • นำท่านเดินทางสู่วิหารเกกฮาร์ด (Geghard Monastery) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสวยงามของอาร์เมเนียเพราะเป็นวิหารที่สร้างอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่สวยงามและยังมีส่วนที่สร้างโดยการตัดหินเข้าไปในภูเขาอีกด้วยแม้ตัวอาคารของวิหารเกกฮาร์ดนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 แต่สำนักสงฆ์โบราณแห่งนี้ ได้ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อราวศตวรรษที่ 4 อิสระให้ท่านชมส่วนของห้องโถงของตัวโบสถ์ที่มีการตัดหินสร้างเป็นโดมแกะสลักอย่างสวยงามที่ถูกตกแต่งด้วยความศรัทธาในศาสนาคริสต์วิหารที่สร้างโดยการตัดหินให้กลายเป็นห้องโถงและได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 2000
  • จากนั้นนำท่านเข้าชมวิหารการ์นี (Garni Temple) ซึ่งในอดีตเมื่อประมาณ 1,700 ปีมาแล้วบริเวณนี้เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อาร์เมเนียซึ่งในปัจจุบันยังคงมีหลงเหลืออยู่ ซากห้องสรงน้ำ (Royal Bath House) และอาคารทรงกรีกที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ตามพระราชประสงค์ของกษัตริย์ Tiridates ด้านข้างของวิหารทรงกรีกก็มีซากโบสถ์คริสต์ที่สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 9 หลงเหลืออยู่ วิหารแห่งนี้ถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1679
  • Garni Gorge เป็นช่องเขาที่สวยงามสะดุดตา หน้าผาเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเสาหินบะซอลต์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ความเป็นธรรมชาตินี้คนท้องถิ่นขนานนามว่า “ซิมโฟนีออฟสโตน”
  • นำท่านไปชมวิหารคอร์วิราพ (Khor Virap) เป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับพิธีจาริกแสวงบุญให้กับผู้มีชื่อเสียง คือ ท่านกรีกอร์ ลูซาวอริช (Grigor Lusavorich) ผู้ซึ่งกลายมาเป็นนักบุญเกกอรี่ที่ เป็นผู้เผยแผ่ทางด้านศาสนาฯ และต่อมาได้ถูกจองจำอยู่ในคุกนี้ถึง 13 ปีโดยคำสั่งของกษัตริย์ทิริเดท ที่ 3 แห่งอาร์เมเนีย ภายหลังท่านได้รับการยอมรับนับถือและแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชองค์แรก
  • คืนนี้พักเมืองเยเรวาน

Day 9 : Yerevan

  • หลังอาหารเช้า ชมเมืองเยเรวาน
  • Armenian Genocide Memorial & Museum อนุสรณ์การสังหารหมู่ของอาร์เมเนียในจักรวรรดิออตโตมันในปี 1915 ถึง 1922 บนยอดเขาด้านบนเป็นอนุสรณ์ของยอดแหลมสูง 44 เมตรถัดจากแผ่นหินบะซอลต์ 12 แผ่นที่พาดผ่านเพื่อป้องกันเปลวไฟนิรันดร์
  • ชม The Iranian Blue Mosque มัสยิดบลูในเยเรวานเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในและเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมเมื่อเดินทางไปเยเรวาน มัสยิดเก่าแก่นี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เรียกว่า Blue Mosque เพราะสีน้ำเงินเป็นสีเด่นที่พบได้ทั้งทางเข้าและบนกระเบื้อง
  • ชมบริเวณรอบๆ ตัวเมืองหลวง เช่น จัตุรัสสาธารณะ (Republic Square) มหาวิทยาลัยของรัฐ (State University) ชมวิวทิวทัศน์ของเมือง (City Panorama)
  • จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ Yerevan Cascade อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์เปิด (Open-air museum) ของเมืองเยเรวาน ซึ่งมีความงดงามทางศิลปะเป็นอย่างยิ่ง ประกอบด้วยกลุ่มบันได 5 ชั้น ซึ่งรายล้อมด้วยสวนดอกไม้และรูปปั้นมากมาย ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ โรงละครโอเปร่า และอนุสาวรีย์อิสรภาพ
  • ชมความสวยงามของ วิหารเอคมิอัดซิน (Echmiadzin Cathedral) ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นที่รู้จักกันในนามของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระแม่เจ้า (Holy Mother of God Church) เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 4 และได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
  • นำท่านเดินทางสู่ สนามบินสวาร์นอท เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 10 : Bangkok

  • เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

รวม

แกลลอรี่ทัวร์จอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

Categories
Explorer

ทัวร์ปากีสถาน

ทัวร์ปากีสถาน

เที่ยวชม Hunza หมู่บ้านที่มีคนที่อายุยืนที่สุดในโลก • คาราโคลัมเส้นทางไฮเวย์ที่สูงที่สุดในโลกจากประเทศจีน • แหล่งรวมเทือกเขาสูงอันดับต้นๆ ของโลก

สรุปทริป

ปากีสถานใบไม้เปลี่ยนสี

ปากีสถานดอกไม้บาน

ปากีสถานทะลุจีน

โปรแกรมเต็ม

Day 1 : Bangkok – Islamabad

  • นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • บินสู่เมืองอิสลามาบัด ใช้เวลาเดินทางสู่เมืองอิสลามาบัด ประมาณ 5 ชั่วโมง
  • เดินทางถึงเมืองอิสลามาบัด เข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

Day 2 : Naran Valley – Chilas

  • นำทุกท่านเดินทางสู่ เมือง Chilas (เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง) โดยผ่านถนนคาราโครัมไฮเวย์ เข้าไปตามเส้นทางที่ราบสูงบาบูซาน เข้าสู่ นาราน (Naran) หุบเขานารานซึ่งเต็มไปด้วยทะเลสาบและภูเขาที่งดงามราวภาพวาด
  • เดินทางต่อ ผ่านหุบเขา คัคฮาน (Kaghan Valley) หุบเขาสีเขียว จนถึง เมือง Chilas
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Chilas

Day 3 : Chilas – Fairy Meadows

  • ออกเดินทางสู่ Fairy Meadows โดยออกจากชีลา ถึงจุดเปลี่ยนรถที่ Raikot Bridge เราจะใช้รถจิ๊บนั่งคันละ 4-5 คน นั่งประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง สู่จุดเริ่มต้นเดินเทรค Fairy Meadows
  • นำท่านเดิน Trek ประมาณ 6.5 กม. สู่ Fairy Meadows ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจะใช้ม้าหรือล่อก็ได้ แต่แนะนำให้เดินจะสะดวกกว่า ทางเดินเป็นเนินสลับทางราบ วิวระหว่างทางเป็นลักษณะป่าสน สลับกับลำธารที่ไหลมาจาก Nanga Parbat Glacier บ่ายคล้อยชมวิวรอบๆ Fairy Meadows วิวทุ่งหญ้า พร้อมชมยอดเขา Nanga Parbat ในบรรยากาศสบายๆ
  • คืนนี้เราจะพักกันบนเขา Fairy Meadows

    ** วันนี้ให้เตรียมเป้ใบเล็ก เพื่อใส่ชุดไปนอนบนเขา 1 คืน กระเป๋าใบใหญ่ฝากไว้ในรถค่ะ**

Day 4 : Fairy Meadows – Garkush – Phander

  • เดินทางสู่ Phander Lake โดยผ่านเมือง Garkush ซึ่งจะเห็นแม่น้ำ Phander ทอดยาวอยู่ในระหว่างทางที่ขับรถผ่าน (ประมาณ 6-7 ชม.)
  • ชม ทะเลสาบฟันดาร์ Phander Lake เป็นอีกหนึ่งทะเลสาบที่ไม่ควรพลาด ความงดงามของธรรมชาติเปรียบเหมือนหญิงสาวที่สวยงามซ่อนอยู่ในบ้านที่รอให้เราได้เดินทางเข้ามายลโฉมและสัมผัสความงดงาม อิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เที่ยวชมหมู่บ้านและถ่ายภาพต้นผลไม้ หลากสีสัน มากมาย
  • ชมหุบเขายาซิน Yasin Valley ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาฮินดูกูช ชมความงดงามของฤดูไม้ไม้ผลิที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนด้วยดอกไม้ ใบไม้ที่ค่อยๆแย้มดอก ออกใบมาให้เหล่าผู้เดินทางได้สัมผัส
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Phander

Day 5 : Phander – Gupis – Gilgit – Hunza

  • เดินทางต่อไปยังเมือง Hunza โดยผ่านเมือง Gupis ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัส กับต้นผลไม้ต่างๆ เช่น แอปปริคอท , เชอร์รี่ , แอปเปิ้ล สีชมพู สีขาว ทั้งหุบเขาพร้อมกับวิวสายน้ำ พร้อมแนวเทือกเขาฮินดูกูชอันยิ่งใหญ่
  • นำท่านเดินทางต่อไปยัง Gilgit ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับแนวเทือกเขาคาราโครัมอัน ยิ่งใหญ่ ระหว่างทางแวะจุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point)
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Hunza

Day 6 : Hunza

  • พาท่านชม บัลติทฟอร์ด (Baltit Fort) แลนมาร์คสำคัญของหุบเขาฮุนซ่า ซึ่งเคยใช้เป็นที่อยู่ในอดีตของกลุ่มผู้ปกครองฮุนซ่า จากจุดนี้สามารถเห็นวิวรอบๆเมืองฮุนซ่า บัลติทฟอร์ดมีอายุกว่า 700 ปี โดยได้ถูกต่อเติมส่วนต่างๆ เช่นระเบียง หน้าต่าง กำแพง เรื่อยมา ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บัลติสถานผสมผสานกับทิเบต
  • จากนั้นเดินชม ตลาดการค้าพื้นเมือง ของเมืองคาริมาบัด เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย หรือจะเลือกเดินถ่ายรูปวิถีชีวิตและบ้านเรือนก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Hunza

Day 7 : Hunza – Passu – Suspension Bridge – Khunjerab

  • เดินทางสู่ทะเลสาบ Attabad ทะเลสาบที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2010 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ดินถล่มมาปิดกั้นทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมะ ทำให้เกิดเป็นทะเลสาบที่สวยงาม นำท่านล่องเรือชมวิวที่ทะเลสาบ
  • จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่ เมืองพาสสุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ชมทะเลสาบที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติอันสวยงามอย่างยิ่ง
  • เดินทางถึงเมืองพาสสุ ชื่นชมวิวทิวทัศน์ ถ่ายรูปกับภูเขาฟันเลื่อย แล้วเดินทางต่อสู่เมืองซุส ( Sost) เมืองชายแดนของปากีสถานก่อนจะเข้าอุทยานแห่งชาติ Khunjerab เขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีน พรมแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ คุนจีราบซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พืชพันธุ์ไม้ป่า รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนที่หาดูยาก จนถึงเวลาเดนิทางกลับเมืองพาสสุ
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Passu

Day 8 : Passu – Gilgit

  • นำท่านเดินไปถ่ายภาพ Passu Village หมู่บ้านเล็กๆ น่ารักๆ เห็นวิวของ Passu peak
  • เดินทางสู่ Gilgit ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับแนวเทือกเขาคาราโครัมอันยิ่งใหญ่ เดินทางถึง เมืองกิลกิต (Gilgit) เมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาคาราโครัม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเต็มไปด้วยภูเขา ซึ่งภูเขาที่นี้มีความน่าสนใจอย่างมากเพราะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความงามบริสุทธิ์ที่ตกสำรวจชาวโลก นอกจากนี้เมืองกิลกิตยังเป็นเมืองสำคัญที่เส้นทางสายไหมในอดีตตัดผ่าน
  • แวะชม พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผา (Karga Buddha) เพราะความศรัทธาต่อพุทธศาสนาทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งปีนขึ้นไปสลักรูปศาสดาของเขาบนหน้าผาที่สูงจากแม่น้ำ 400 เมตร เชื่อว่าสลักขึ้นราวศตวรรษที่ 7 อำลาเมืองกิลกิตที่เปรียบเสมือนจุดกึ่งกลางของเส้นทางการค้าขนส่งบนคาราโครัมไฮเวย์ (ประมาณ 2 ชม.)
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Gilgit

Day 9 : Gilgit – Islamabad

  • นำท่านเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางสู่ เมืองหลวงอิสลามาบัด โดย สายการบินภายในประเทศ
  • จากนั้นนำท่านถ่ายภาพที่มัสยิด Faisal Mosque  เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Islamabad

    **กรณีที่สายการบินภายในประเทศยกเลิกการเดินทางเราจะเปลี่ยนเป็นการนั่งรถแทน โดยนั่งรถไปที่เมือง Naran และต่อเข้า Islamabad – ละฮอ ในวันรุ่งขึ้น**

Day 10 : IsIamabad – Lahore

  • เดินทางไปยัง เมืองละฮอร์ (Lahore city) เมืองที่มีประวัติศาตร์ที่ยาวนาน มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีชีวิตชีวา ตลาดในตรอกซอกซอยของเมืองค้าขายสินค้าต่างๆ เช่น ผ้าที่ปักด้วยมือ เครื่องหนัง เครื่องประดับ สร้อยข้อมือ-ข้อเท้าที่ทำด้วยแก้ว และเครื่องประดับทองคำและเงิน (เดินทางประมาณ 5-6 ชม.)
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Lahoe

Day 11 : Lahore City tour

  • ชม ลาฮอร์ฟอร์ท (Lahore Fort) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้าง ถูกทำลายและสร้างใหม่นับครั้งไม่ถ้วน ก่อนที่จะกลายมาเป็น Lahore Fort ในปัจจุบัน สร้างโดยจักรพรรด์อัคบาร์ ในปี 1566 และสวนหย่อมที่สร้างแล้วเสร็จโดย จักรพรรดิ์แห่งมองโกล อัคบาร์, ป้อมปราการลาฮอร์ นี้ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ซ่อนเร้นซากอันเก่าแก่โบราณที่สุด
  • นำคณะเดินทางสู่ ชายแดน Wagha Border ซึ่งเป็นชายแดนปากีสถาน-อินเดีย เพื่อชม พิธีปิดชายแดน (Closing Ceremony) (มีพิธีปิดทุกวัน) ท่านจะได้เห็นพิธีปิดด่าน ที่เป็นเหมือนพิธีปลุกใจของชาวปากีสถานและชาวอินเดีย ซึ่งว่ากันว่าถ้ามาละฮอร์จะพลาดการชมพิธีนี้ไม่ได้เด็ดขาด พร้อมทั้งให้ท่านเก็บภาพประทับใจของเจ้าหน้าที่ปิดด่านชายแดนในเครื่องแบบเต็มยศ
  • เดินทางสู่สนามบิน ละฮอร์ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

Day 12 : Bangkok

  •  เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – IsIamnabad

  • นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เดินทางไป Isalamabad
  • จากนั้นเดินทางเข้าสู่ที่พัก Islamabad

Day 2 : IsIamnabad – Skardu

  • เดินทางไปยังเมือง Skardu โดยสายการบินภายในประเทศ เมืองสการ์ดูนั้นเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อมากๆเพราะเป็นเสมือนเกทเวย์ เป็นต้นทางสู่การเทรคกิ้งภูเขาสำคัญหลายยอดเขาและเป็นจุดเริ่มต้นของนักปีนเขาเข้ามาพักที่เมืองสการ์ดู ถ้าหากมีการยกเลิกบินจากอิสลามาบัดไปสการ์ดู เนื่องจาก หลายสาเหตุ เช่น สภาพของอากาศ ปิด แปรปรวน เป็นต้น เราจะปรับเป็นการนั่งรถไปยังเมือง Chilas แทน
  • ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่ “Kharpocho fort” หรือเรียกว่า ราชาแห่งป้อมปราการ สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 16 โดย King Ali Sher ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 20 นาที
  • พักผ่อนที่เมือง Skardu/Chillas

Day 3 : Skardu – Kachura lake – Kachura Valley – Shangrilla Resort – Skardu Cold Desert

  • เดินทางสู่ Kachura Lake ห่างจาก Skardu ประมาณ 1.30 ชม. ถึง เมื่อเดินทางถึงหมู่บ้านนำท่านไปยังจุดลงเรือ ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวของหมู่บ้านไปจนถึงจุดลงเรือ
  • ชม จุดชมวิว Lower Kachura lake View point  หรือ Shangrila Resort เป็นทะเลสาบแบบ Private หรือส่วนตัวทะเลสาบที่เกิดจากการขุดขึ้นมาภายในมีรีสอร์ทเป็นที่นิยมของชาวปากีสถานที่ใช้มาพักผ่อนในฤดูร้อน
  • แวะชม ทะเลทราย Katpana หรือ เรียกว่า Cold Desert เป็นทะเลทรายที่ต่อยาวกับทะเลทรายที่ Khaplu Valley ไปยัง นูบร้าวัลเล่ย์ และ Shigar Valley ไปยังซันซการ์ วัลเล่ย์ ที่อินเดีย ทะเลทราย Katpana ตั้งอยู่ใกล้ๆและรอบๆ แม่น้ำ Indus
  • คืนนี้พักผ่อนกันเมือง Skardu

Day 4 : Chunda valley – Shigar Valley – 400 years old Wooden Mosqu – Hashoope Bagh (Garden)

  • ออกเดินทางไปเก็บภาพดอกไม้บานกันต่อที่ Chundar Valley
  • เดินทางกันต่อ ไปยัง Shigar Valley ประตูสู่ยอดเขาสูงแห่งเทือกเขาคาราโครัมที่นักปีนเขาจากทั่วโลกที่ชื่นชอบความท้าทาย จะต้องมาเริ่มต้นเดินทางกันที่นี่ ยอดเขาที่เรารู้จักก็เช่น Gasherbrum Peak และยอดเขา K2 ไปเก็บภาพสวยๆกันต่อที่  Hashoope Bagh(Garden) มัสยิดไม้โบราณอายุกว่า 400 ปี และป้อมปราการที่ถูกล้อมรอบไปด้วยดอกไม้สีชมพู
  • พักผ่อนที่เมือง Skardu

Day 5 : Shigar Valley – Royal Garden of Shigar fort – KKH – Gilgit

  • ไปเก็บภาพสวยๆ แห่งหุบเขา Shigar Valley และ Royal Garden of Shigar fort กันอย่างจุใจ จนถึงเวลาเดินทางไปยังเมือง Gilgit
  • เดินทางต่อไปยัง Gilgit เมืองประวัติศาสตร์ที่มีอายุทางประวัติศาสตร์ยาวนาน ล้อมรอบไปด้วยยอดเขาและธารน้ำแข็ง โดยจะใช้เส้นทาง คาราโครัมไฮเวย์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดในโลกและเป็นเส้นทางค้าขายเก่าของโลกหรือ Silky Road ระหว่างทางเราจะเห็นวิวภูเขาที่สวยงามตลอดทาง
  • พักผ่อนที่เมือง Gilgit

Day 6 : Hunza Valley – Rakaposhi View Point

  • ออกเดินทางไปยังเมือง Hunza เมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ ทั้งเชอรี่ แอพพลิคอต เป็นต้น เดิมเมืองนี้เป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจปกครองตนเองเป็นเวลามากกว่า 900 ปี ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายชีอะ พูดภาษาอูรดูเป็นภาษาท้องถิ่น
  • แวะจุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) 7,790 เมตร
  • พักผ่อนที่หมู่บ้าน Hunza

Day 7 : Baltit Fort – Passu valley – Hussaini Suspension Bridge[Text Wrapping Break] Atatbaad Lake – Duikhar Valley

  • ไปเก็บภาพแสงแรกกันที่ ป้อมบัลติท ( Baltit Fort) ที่มีอายุมากกว่า 700 ปี โดยผ่านการบูรณะมาหลายครั้งเป็นสถานที่ที่อยู่บนทำเลที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวของหุบเขา Hunza รอบด้าน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งดำเนินการโดย Baltit Heritage Trusts และอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก
  • เดินทางสู่ Attabad Lake ทะเลสาบที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2010 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ดินถล่ม มาปิดกั้นทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมะ ทำให้เกิดเป็นทะเลสาบที่สวยงาม นำท่านล่องเรือชมวิวที่ทะเลสาบสีเทอควอย
  • แล้วเดินทางต่อเข้าสู่ เมืองพาสสุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ชมทะเลสาบที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติอันสวยงามอย่างยิ่ง เดินทางถึงเมืองพาสสุ
  • เดินทางไปเก็บภาพกันต่อที่สะพานไม้ Hussaini Suspension Bridge สะพานไม้ที่พาดผ่าน Borit Lake ที่มีฉากหลังเป็น Cathedral Mountain Peak
  • ชมวิวยามเย็นที่หุบเขาดุยเกอร์ (Dukhair Valley ) เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อนสูงตระหง่านกว่า 6000 เมตร ของยอดเขาราคาโพชิ (Rakaposhi) 7788 เมตร, ยอดเขาดิรันพีค (Diran Peak), ยอดเขาโกลเด้นพีค (Gloden Peak), ยอดเขาอัลเทอร์พีค (Ulter Peak),  ยอดเขาฮุนซ่าพีค (Hunza Peak),  ยอดเขาเลดี้ฟิงเกอร์ (Lady Finger) และเทือกเขาสูงอื่นๆ
  • เข้าพักผ่อนที่ Eagle Nest Hotel Hunza

Day 8 : Hunza – Gilgit – Chillas – Besham

  • เดินทางไปยังเมือง Besham โดยชมวิวระหว่างทางผ่านเมือง Gilgit และเมือง Chillas
  • นำท่านเดินทางต่อไปยังเมือง Besham จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้
  • เข้าพักผ่อนที่เมือง Besham

Day 9 : Besham – Islamabad

  • ออกเดินทางจาก Besham มุ่งหน้าสู่ Islamabad ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ช.ม.
  • นำชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) สถานที่จัดแสดงพุทธประติมากรรมล้ำค่า อาธิเช่น พุทธศิลป์แบบกรีก จิตรกรรม ประติมากรรม เหรียญกษาปณ์ เครื่องปั้นดินเผา และงานศิลปะอื่นๆ นำชมโบราณสถานมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาสองแห่ง มหาวิทยาลัยจูเลียนและโมห์รา
  • นำท่านถ่ายภาพที่มัสยิด Faisal Mosque เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย
  • เดินทางสู่สนามบินนานาชาติ Islamabad เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

Day 10 : Bangkok

  •  เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

Day 1 : Bangkok – Urumqi  

  • ช่วงเช้า พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • เดินทางถึงอูรูมู่ฉี นำท่านเข้าที่พัก
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Urumqi

Day 2 :  Tianchi – Hongshan – Dapaja Market  

  • เริ่มต้นเดินทางบนเส้นทางสายไหม ไปยังทะเลสาบเทียนฉือ ตั้งอยู่บนเทือกเขาเทียนซาน ตัวทะเลสาบตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขา เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการสลายตัวของหิมะบนภูเขาเทียนซาน ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนความสูง 1,900 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในฤดูหนาวเมื่อผืนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง คนในเมืองจะขึ้นมาเล่นสกีกันมากมาย ปลายเดือนเมษายนน้ำแข็งถึงจะละลายกลายเป็นผืนน้ำสีเขียวมรกต สะท้อนเงาเทือกเขาป๋อเก๋อต๋าฟงและป่าสนที่รายรอบ
  • ชม สวนหงซาน ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซินเจียงพร้อมทั้งชมราวทางเดินที่มีแม่กุญแจคล้องไว้เป็นจำนวนมากตามความเชื่อของคู่รักที่ว่าจะทำให้ความรักของทั้งคู่ยั่งยืนและอยู่คู่ชีวิตกันตลอดไปพร้อม ถ่ายรูปกับทัศนียภาพอันสวยงาม
  • ช้อปปิ้งของฝากกลับบ้านที่ ตลาดพื้นเมือง เอ้อเต้าเฉียว (ตลาดต้าปาจา) เป็นตลาดพื้นเมืองที่เป็นสัญลักษณ์อูหลู่มูฉี จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง เช่น อัลมอนด์, วอลนัท, กีวีอบแห้ง, ลูกเกด ฯลฯ แล้วยังมีสินค้าประเภทเครื่องดนตรีพื้นเมือง รวมถึงเครื่องทองเหลือง เช่น แจกัน, กาน้ำชา เป็นต้น
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Urumqi

Day 3 : Urumqi – Kashgar – Apak Hoja Tomb – Kashgar Old City  Grand Bazaar

  • จนถึงเวลาเดินทางไปยังสนามบินไปยัง Kashgar โดยสายการบินภายในประเทศ
  • เดินทางถึง Kashgar หรือคาสือ
  • ชมสุสาน Apak Hoja Tomb หรือ Tomb of Xiangfei ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมมุสลิมที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีและงดงามที่สุดในมณฑลซินเจียง ก่อสร้างในปี พ.ศ.2183 เป็นงานที่แสดงลักษณะผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมของชาวเวคเกอร์ อาหรับและ พุทธศาสนา
  • Kashgar Old City เดินเล่นชมเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ บ้านเรือนเก่าแบบตะวันออกกลาง เมืองเก่าคัชการ์ เป็นหมู่บ้านใหญ่ใจกลางเมืองคัชการ์ที่เกาะกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีเนื้อที่กินบริเวณกว้างขวางมาก และบ้านแต่และหลังก็สร้างตามวัฒนธรรมผสมระหว่างชาวฮั่น และชาวอุยกูร์ บ้านส่วนใหญ่จะสร้างด้วยอิฐและไม้ผสมกัน มีซอกซอยถนนหนทางเชื่อมต่อกันไปมาเหมือนใยแมงมุม
  • ถนนสายหัตถกรรมชาวคัชการ์ The Great Bazaar เป็นถนนสายเดียวที่ชาวคัชการ์ เรียกว่าถนนช่าง หมายถึงว่า เป็นถนนที่รวมของช่างสิบหมู่ที่มีชื่อเสียงของที่นี่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นถนนที่มีสีสรรที่สุดในเมืองคัชการ์ และเป็นบาซาร์ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซินเจียง
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Kashgar

Day 4 : Id Kah Mosque –  Bulongkol Lake – Karakul Lake – Stone Fort  – Tashkorgan

  • หลังอาหารเช้าชม Id Kah Mosque ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมทั่วทั้งมณฑลซินเจียง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคัชการ์ เป็นมัสยิดที่มีขนาดใหย่ที่สุดในประเทศจีน มีขนาดพื้นที่ประมาณ 16,800 ตารางเมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1442 โดย Shakesimierzha ผู้ปกครองคัชการ์ แรกเริ่มสร้างขึ้นเพื่อเซ่นสรวงดวงวิญญาณของบรรพบุรุษในยุคต่อมาได้มีการก่อสร้างขยายใหญ่ขึ้น เพื่อใช้มัสยิดสำหรับประกอบพิธีกรรมของชาวคัชการ์ มัสยิดอิคคาห์สร้างด้วยอิฐสีเหลืองประตูทางเข้ามีความสูงถึง ๑๒ เมตร สองข้างมีหอขานละหมาดสูง ๑๘ เมตร ประดับกระเบื้องโมเสกหลากสีสันเป็นลวดลายเราขาคณิตอย่างงดงาม ผสานกับลวดลายปูนปั้นเป็นพรรณพฤกษาต่างๆนานา
  • ชมทะเลสาบ Bulongkol Lake หรือเรียกว่า Corner Lake ทะเลสาบบนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยทะเลทราย มีโครงการที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นอ่างเก็บน้ำมาใช้เป็นพลังงาน
  • ชมทะเลสาบคาราคูล Karakul Lake เป็นทะเลสาบสีเขียวเข้ม ที่มีขุนเขาหิมะสูงเสียดฟ้า ห้อมล้อมไว้ ขุนเขาเหล่านี้จะทอดเงาลงสู่ผืนน้ำอันสงบนิ่งของทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ตร.กม. มีความลึก ๓๐ เมตร ในบางคราวจะเห็นกระโจมที่พักของชาวเคอกิส-ผู้เร่ร่อนอยู่บนที่ราบพามีร์กางอยู่อิงแนบผืนทะเลสาบ
  • ระหว่างทางแวะเที่ยวชม ป้อมหิน Stone Fort ที่มีอายุมากกว่า 2000 กว่าปี ที่เคยเป็นเมืองมาก่อน เมื่อสมัยโบราณบนเส้นทางสายไหมนี้ พ่อค้าแม่ค้าจะแวะเวียนมาพักพิงก่อนที่จะเดินทางต่อไป
  • เดินทางไปยังด่าน Tashkorgan เมืองชาวมุสลิมทาจิก ชมวิวระหว่างทาง อาจจะได้เห็นสัตว์ป่าของหิมาลัย เช่น ibex เลียงผา เสือดาวหิมะ เป็นต้น
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Tashkorgan

Day 5 : Tashkorgan – Sost – Khunjerab – Passu

  • เดินทางต่อสู่เมืองซุส (Sost) เมืองชายแดนของปากีสถาน เป็นเมืองที่มีการทำการค้าขายไปมาระหว่างชาวปากีสถานและชาวจีนที่ข้ามแดน
  • จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ Khunjerab เขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีนที่มีความสูง 4,730 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดบนคาราโครัมไฮเวย์สร้างตั้งแต่ปี 1964 โดยความร่วมมือของจีนและปากีสถาน โดยมีเทือกเขาคาราโครัมเป็นเส้นแบ่งแนวตามธรรมชาติขวางอยู่
  • ผ่านด่านคุนจิราบพาส ชายแดนจีน-ปากีสถาน รถจะวิ่งไต่ระดับความสูงจาก3-4000 เมตร  
  • มุ่งหน้าเข้าไปชมทะเลสาบ Borith Lake (2,600m.) ทะเล สาบน้ำจืดสีเขียวใส มองเห็นเงาสะท้อนของยอดเขา Gulmit Tower จากนั้นอีกไม่นานจะเข้าสู่จุดเริ่มเดินเพื่อมุ่งหน้าสู่ Passu Glacier (*) ธารน้ำแข็งสีขาวขนาดใหญ่ที่จะต้องเดินเท้าเข้าไปใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเข้าเดินเท้าไปกลับ(*) ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปด้วยเพราะอากาศค่อนข้างเย็นตั้งแต่นั่งเรือในทะเลสาบ Attabad และลมค่อนข้างแรงระหว่างที่เดิน trek ไปชมธารน้ำแข็ง (**) ควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินบนเส้นทางแคบๆ ที่ขรุขระเต็มไปด้วยหิน
  • เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักที่ Passu  

Day 6 : Attabat Lake – Carthedral Peak – Suspention Bridge  Hunza  

  • นำท่านล่องเรือที่ Attabat Lake ที่เพิ่งเกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เหตุเพราะเกิดแผ่นดินถล่มครั้งใหญ่คาราโครัมไฮเวย์ถูกตัดขาด ดินจากภูเขาถล่มลงมาขวางกั้นแม่น้ำฮุนซ่าจนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่มีความยาว 21 กิโลเมตรความลึก 103 เมตร (ใช้เวลาในการล่องเรือ ประมาณ 30 นาที)
  • มุ่งหน้าสู่หุบเขา Gojal Valley หนทางค่อนข้างแคบลัดเลาะไปตามแม่น้ำสีฟ้าเทอควอยส์ชมวิวข้างทางต่ออีกไม่ไกลจะพบกันยอดเขาสูงสัณฐานแปลกตาอย่าง Passu Cathedral หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า Passu Cones ส่วนชื่อท้องถิ่นเรียกว่า Tupopdan (6,106 m) ระหว่างทางแวะถ่ายภาพกันที่ Passu Glacier View point
  • พาไปชมสะพานวัดใจ Hussaini Hanging Suspension Bridge โดยเดินเท้าจากจุดจอดรถลงไปที่ตัวสะพานประมาณ 30นาที สะพานมี ระยะทางยาว 900 ฟุต มีจำนวนแผ่นไม้กว่า 400 แผ่นโดยที่แต่ละแผ่นห่างกันประมาณ 40-50 cm.
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Hunza

Day 7 : Baltit Fort – Altit Fort – Duikar 

  • พาท่านชมบัลติทฟอร์ด (BALTIT FORT) แลนมาร์คสำคัญของหุบเขาฮุนซ่า ซึ่งเคยใช้เป็นที่อยู่ในอดีตของกลุ่มผู้ปกครองฮุนซ่า จากจุดนี้สามารถเห็นวิวรอบๆ เมืองฮุนซ่า บัลติทฟอร์ดมีอายุกว่า 700 ปี โดยได้ถูกต่อเติมส่วนต่างๆ เช่นระเบียง หน้าต่าง กำแพง เรื่อยมา ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บัลติสถานผสมผสานกับทิเบต
  • แวะเที่ยวชมและศึกษาประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่า 1,100 ปี ของวังโบราณและป้อมปราการ Altit fort สถานที่แห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage site) ตั้งอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำฮุนซา (Hunza River) ต้องเดินขึ้นเนินที่ไม่ชันนักขึ้นไป ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม บริเวณโดยรอบเป็นชุมชนโบราณอายุกว่า 400 ปี และร้านขายของที่ระลึก
  • ชม ตลาดการค้าพื้นเมือง ของเมืองคาริมาบัด เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย หรือจะเลือกเดินถ่ายรูปวิถีชีวิตและบ้านเรือนก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ได้เวลาสมควรพาคณะเข้าที่พักที่ Eagle Nest Resort เป็นรีสอร์ทที่อยู่สูงที่สุดในเมือง Karimabad สามารถมองเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างสวยงาม รวมถึงยอดเขาต่างๆ ที่อยู่รายรอบ โดยเฉพาะ เลดี้ฟิงเกอร์ ซึ่งมาจากรูปทรงที่เหมือนนิ้วของหญิงสาว
  • มุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวเมือง Karimabad ซึ่งเป็นเมืองหลักของเขต Hunza นั่งรถต่อไปอีกประมาณ 30 นาทีแต่เป็นการไต่ระดับขึ้นสู่ Duikar ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง (2,850m.)
  • พักผ่อนตามอัธยาศัย และสามารถเดินไปยังเนินเขาใกล้ๆ ที่พักซึ่งใช้เวลาเดินขึ้นไปประมาณ 20 นาทีเท่านั้น ณ จุดชมวิวแห่งนี้สามารถมองเห็น Ganish Valley ได้ทั้งเมือง รอบตัวเป็นยอดเขาหิมะ เช่น Rakaposhi (7,788m.), Golden peak (7,027m.), Lady Finger (6,000m.), Ultar Sar (7,388m.) เรียกได้ว่า ที่นี่คือ Roof of Hunza เลย
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Duikar

Day 8 : Hunza – Gahkuch – Gupis

  • เดินทางต่อสู่ เมืองกิลกิต (Gilgit) ระหว่างทางแวะจุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) ยอดเขาที่มีความสูง 7,788 เมตร สูงเป็นอันดับ 11 จากยอดเขาสูงทั้งหมดของปากีสถานจากนั้นเดินทางต่อสู่หมู่บ้านฮุนซ่า
  • จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง Garkuch เมืองหลวงของ Ghizer ที่เป็นศูนย์รวมการค้า และการสัญจรในเส้นทางหลักที่มุ่งสู่เมือง Gupis
  • ออกเดินทางไปสู่ Khalti Lake ทะเลสาบที่มีความใสราวกับกระจก ในยามที่ลมสงบ จะสามารถมองเห็นภาพสะท้อนน้ำเป็นวิวที่สวยงาม
  • เดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักที่ Gupis

Day 9 : Gupis – Gilgit – Raikot- Fairy Meadows

  • ออกเดินทางสู่ Fairy Meadows ถึงจุดเปลี่ยนรถที่ Raikot Bridge เราจะใช้รถจิ๊บนั่งคันละ 4-5 คน นั่งประมาณ 1 ชั่วโมง ครึ่ง สู่จุดเริ่มต้นเดินเทรค Fairy Meadows 
  • นำท่านเดิน Trek ประมาณ 6.5 กม. สู่ Fairy Meadows ใช้เวลาประมาณ 2.5 – 3.5 ชั่วโมง หรือจะใช้ล่อก็ได้ ทางเดินเป็นเนินสลับทางราบ วิวระหว่างทางเป็นลักษณะป่าสน สลับกับลำธารที่ไหลมาจาก Nanga Parbat Glacier บ่ายคล้อยชมวิวรอบๆ Fairy Meadows วิวทุ่งหญ้า พร้อมชมยอดเขา Nanga Parbat ในบรรยากาศสบายๆ
  • ชมยอด Nangar Parbat จุดชมวิวยอดเขาสูงสุดอันดับ 9 ของโลก ที่สูงถึง 8,126 เมตร เป็นยอดเขาที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย และสูงเป็นอันดับ 2 ของปากีสถาน เป็นรองเพียงยอด K2
  • คืนนี้เราจะพักกันที่ Fairy Meadows

Day 10 : Fairy Meadows – Chilas

  • หลังรับประทานอาหารเช้า เดินเล่น ชมวิวยามเช้าที่ทุ่งหญ้าแห่ง Fairy Meadows เก็บภาพความประทับใจของธานน้ำแข็ง และยอด Nangar Parbat จนพอใจ
  • จากนั้นเดินทางสู่ เมือง Chillas เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม ณ จุดเลาะเลียบแม่น้ำฮุนซาทางตอนเหนือและแม่น้ำสินธุ เมืองชีลาสแห่งนี้มีการค้นพบหลักฐานกว่า 20,000 ชิ้น เกี่ยวกับงานศิลปะภาพเขียนโบราณบนโขดหิน
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Chillas

Day 11 : Chilas – Mansehra

  • หลังอาหารเช้า เดินทางไกลเพื่อไปยังเมือง Mansehara เมืองหลวงทางตะวันออก ตั้งอยู่ในจังหวัด Khyber Pakhtunkhwa ของปากีสถาน จัดเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนี้
  • คืนนี้เราจะพักกันที่เมือง Mansehra

Day 12 :  Mansehra – Taxila – Faisal – Bangkok

  • ออกเดินทางสู่ เมืองหลวงอิสลามาบัด (Islamabad) เป็นเมืองหลวงของปากีสถานแห่งใหม่ ที่ย้ายมาจากเมืองการาจีที่อยู่ทางตอนใต้ เมืองอิสลามาบัดตั้งอยู่บนที่ราบสูงโปโตฮาร์ (Potohar) บริเวณเทือกเขามาร์กัลลา (Margalla Hills) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ชื่อ อิสลามาบัด หมายถึง ที่อยู่ของชาวมุสลิม 
  • นำชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) สถานที่จัดแสดงพุทธประติมากรรมล้ำค่า อาธิเช่น พุทธศิลป์แบบกรีก จิตรกรรม ประติมากรรม เหรียญกษาปณ์ เครื่องปั้นดินเผา และงานศิลปะอื่น ๆ นำชมโบราณสถานมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาสองแห่ง มหาวิทยาลัยจูเลียนและโมห์รา
  • จากนั้นนำท่านถ่ายภาพที่มัสยิด Faisal Mosque เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย
  • เดินทางสู่สนามบิน Islamabad เดินทางกลับประเทศไทย

Day 13 : Bangkok

  • เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

**โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม**

วันที่จัด

รวม